The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิจัย

41 ตารางที่ 2 กิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน สัปดาห์ วัน ชื่อนิทาน 1 จันทร์ พุธ ศุกร์ มีนาไม่แบ่งปัน มีนารู้จักแบ่งปัน มีนาและความสุข 2 จันทร์ พุธ ศุกร์ หนูดีไม่อยากไปโรงเรียน ชมพู่แย่งของ หนูดีมีน้ำใจ 3 จันทร์ พุธ ศุกร์ ไก่น้อยไม่เอาแต่ใจ ไก่น้อยไม่โกหก ไก่น้อยขอโทษได้ให้อภัยเป็น 4 จันทร์ พุธ ศุกร์ ฟ้าใสนักทำลาย ฟ้าใสไม่เชื่อฟัง ฟ้าใสเป็นเด็กดี 5 จันทร์ พุธ ศุกร์ นานาเด็กดีมีจิตสาธารณะ นานาและผองเพื่อน นานาหัวใจสีขาว 6 จันทร์ พุธ ศุกร์ โจโจ้โดดเดี่ยว โจโจ้ขี้อิจฉา โจโจ้มีเพื่อนแล้ว 7 จันทร์ พุธ ศุกร์ หนูนิดมีวินัย หนูนิดพูดเพราะ หนูนิดไม่อยากเป็นยักษ์ 8 จันทร์ พุธ ศุกร์ เปี๊ยกเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อนห้องเดียวกัน รวมพลังจิตอาสา


42 4. หลังจากทำการทดลองด้วยกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน ครบ 8 สัปดาห์ ผู้วิจัยทำการทดสอบ (Post test) กับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบทดสอบวัดจิตสาธรณะ ฉบับเดียวกันกับแบบทดสอบที่ใช้ก่อนการทดลอง 5. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบวัดจิตสาธารณะ ไปทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ เพื่อทดสอบสมมติฐาน 5. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย โดยนำข้อมูลไป หาเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) 2. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบมาเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังการทดลอง โดยการใช้การทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระ (t-test Dependent Sample) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยเลือกใช้สถิติ ดังนี้ 1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ ดังนี้ 1.1 หาค่าเที่ยงตรง (Validity) โดยการหาค่า ดัชนีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหา ข้อคำถามกับจุดประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence : IOC) คำนวณจากสูตร สูตร R IOC N = เมื่อIOC = ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์ R = ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N = จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 1.2 หาค่าความยากง่าย (p) อำนาจจำแนก (r) และความเชื่อมั่น (rtt) ของ คูเดอร์ริชาร์ทสัน 20 ( K-R 20) ของแบบทดสอบคำนวณผลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ 1.3 หาค่าความเชื่อมั่นของผู้ให้คะแนนจิตสาธารณะ ซึ่งคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทาง สังคมศาสตร์ (SPSS for Windows)


43 2. สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการบรรยายข้อมูล สถิติพื้นฐานในการบรรยายข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ประกอบด้วย 2.1 ค่าเฉลี่ย (Mean) 2.2 ร้อยละ (Percentage) 2.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 3. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติในการเปรียบเทียบจิต สาธารณะของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนก่อนและ หลังการจัดประสบการณ์ โดยใช้การทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test for Dependent Sample)


44 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการพัฒนาจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย โดยการจัดกิจกรมการเล่านิทานคติสอนใจ ประกอบผ้ากันเปื้อน ผู้วิจัยขอเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับดังนี้ สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ เพื่อให้ข้อมูลจากการทดลองและการแปลความหมายจากการวิเคราะห์ ข้อมูลเกิดความเข้าใจตรงกัน ผู้วิจัยจึงใช้สัญลักษณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ N แทน จำนวนเด็กปฐมวัยในกลุ่มตัวอย่าง ̅แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน t แทน ค่าสถิติที่ใช้พิจารณาใน t-distribution * แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย โดยนำข้อมูลไป หาเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) 2. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบมาเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังการทดลอง โดยการใช้การทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระ (t-test Dependent Sample) 1. ค่าสถิติพื้นฐานจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย ผู้วิจัยได้นำคะแนนจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยก่อน และหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน คติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนมาหาค่าสถิติพื้นฐาน คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของ คะแนนปรากฏดังแสดงใน ตารางที่ 3


45 ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย ก่อนและ หลังการได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน ระยะการจัดกิจกรรม N ̅ S.D. ก่อนการจัดกิจกรรม 12 4.50 1.38 หลังจากจัดกิจกรรม 12 12.75 2.22 จากตารางที่ 3 พบว่า คะแนนจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยก่อนการจัดกิจกรรมการเล่า นิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 และหลังการจัดจิตสาธารณะของเด็ก ปฐมวัยก่อนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 12.75 ตามลำดับ 2. เปรียบเทียบคะแนนจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเล่า นิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน ผู้วิจัยได้นำคะแนนจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยก่อนได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติ สอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนมาหาค่าสถิติพื้นฐาน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มาเปรียบเทียบกันโดย ใช้สถิติ t-test แบบ Dependent Sample ดังปรากฎในตารางที่ 4 ตารางที่ 4 เปรียบเทียบคะแนนความแตกต่างของจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย ด้านการ เรียงลำดับ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม ระยะการจัดกิจกรรม N ̅ S.D. t ก่อนการจัดกิจกรรม 12 4.50 1.38 25.11* หลังการจัดกิจกรรม 12 12.75 2.22 *มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตาราง 4 พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้า กันเปื้อนมีจิตสาธารณะสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


46 บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาผลการเปรียบเทียบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยก่อน และหลังการจัดประสบการณ์การเล่า นิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน สมมติฐานของการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้า กันเปื้อนมีจิตสาธารณะสูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย 1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย เด็กปฐมวัยชาย หญิง อายุ 4-5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปฐมวัยปีที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษาเทศบาลนครอุดรธานีจำนวน 26 คน 2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เด็กปฐมวัยชาย-หญิง อายุ 4–5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปฐมวัยปีที่ 2 ห้อง 2 ภาค เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษาเทศบาลนคร อุดรธานี จำนวน 12 คน โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 1 ห้องเรียน 3. ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้ระยะเวลาการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 24 แผน แผนๆละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 แผน รวม 8 สัปดาห์ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์


47 เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย 1. แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน 2. แบบทดสอบวัดจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย วิธีดำเนินการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ดังนี้ 1. ผู้วิจัยนำแบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย ที่ได้ผ่านการวิเคราะห์และปรับปรุง แก้ไขแล้ว นำไปให้เด็กปฐมวัยที่เป็นกลุ่มทดลองดำเนินการทดสอบก่อนการจัดประสบการณ์ 2. ผู้วิจัยดำเนินการจัดประสบการณ์การเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน จำนวน 24 เรื่อง เรื่องละ 1 แผน รวม 24 แผน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ 3. หลังจากดำเนินการทดลองการจัดประสบการณ์การเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากัน เปื้อนครบตามกำหนดในแผนการจัดประสบการณ์แล้ว ผู้วิจัยนำแบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็ก ปฐมวัยฉบับเดิม ให้เด็กกลุ่มทดลองทดสอบหลังจัดประสบการณ์ 4. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบไปทำการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย โดยนำข้อมูลไปหา เฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) 2. คะแนนที่ได้จากการทดสอบมาเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังการทดลองโดยการ ใช้การทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระ (t-test Dependent Sample) สรุปผลการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน มีจิตสาธารณะสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05


48 อภิปรายผลการวิจัย จากการวิจัยครั้งนี้พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้า กันเปื้อน จิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าการจัดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสามารถอภิปรายได้ว่า การจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากัน เปื้อน ช่วยส่งเสริมจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยได้ เนื่องมาจากแผนการจัดกิจกรรมทั้ง 24 แผน ได้ ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ และได้นำไปทดลองใช้เพื่อหาคุณภาพที่เหมาะสม ดังนั้นกิจกรรม ตามแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนสามารถนำมาจัดกิจกรรมการ เรียนรู้เพื่อส่งเสริมจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเล่านิทานเป็นการเล่าเรื่อง ที่สืบต่อกันมาหรือเรื่องที่แต่งจากจินตนาการ เพื่อความเพลิดเพลิน สอดแทรกแง่คิด คติสอนใจหรือ ความรู้ในระหว่างการทำกิจกรรมครูเปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม เช่น แสดงความคิดเห็น หรือสนทนาโต้ตอบกับผู้สอน ซึ่งสอดคล้องกับ ศศินันท์ นิลจันทร์(2547) ที่ได้ศึกษาผลของการจัด กิจกรรมเล่านิทานที่มีต่อความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยในชุมชนแออัดคลองเตยกลุ่มตัวอย่างที่ ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชายหญิงอายุระหว่าง 3-4 ปีที่กำลังศึกษาชั้นอนุบาลปีที่1 ปี การศึกษา 2546 สถานรับเลี้ยงเด็กดวงประทีปมูลนิธิดวงประทีปชุมชนแออัดของเตยกรุงเทพมหานคร จำนวน 15 คนใช้เวลาในการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน จำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 35 นาที รวม 24 ครั้ง ผลการศึกษาพบว่าเด็กปฐมวัยในชุมชนแออัดคลองเตยหลังจากได้รับการจัด กิจกรรมเล่านิทานในแต่ละช่วงสัปดาห์ที่แตกต่างกันมีระดับคะแนนของพฤติกรรมความมีวินัยใน ตนเองแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 และมีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ความมีวินัยในตนเองในด้านความรับผิดชอบความซื่อตรง การตรงต่อเวลาและการควบคุมตนเอง สูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งในขั้นการสอนนั้นครูได้จัดประสบการณ์การเล่า นิทานคติสอนใจเพื่อส่งเสริมจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยในด้านการไม่ทำลายสิ่งของส่วนรวม ด้าน การดูแลรักษาสิ่งของที่ใช้ และด้านการเคารพสิทธิในการใช้สิ่งของ ดังที่ เจษฎา หนูรุ่น (2551) ได้ กล่าวแบ่งองค์ประกอบจิตสาธารณะเป็น 3 ด้าน คือ ด้านการใช้ เป็นการแสดงพฤติกรรมในการใช้ของ ส่วนรวม การรักษาและดูแลไม่ทำลายทรัพย์สินทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนให้เสียหาย ด้านการ ถือเป็นหน้าที่ ได้แก่ พฤติกรรมที่แสดงออกถึงการมุ่งปฏิบัติเพื่อส่วนรวมในการดูแลรักษาของส่วนรวม ในโรงเรียน ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนในวิสัยที่ตนสามารถทำได้ และด้านการเคารพสิทธิ ได้แก่ พฤติกรรมที่แสดงออกถึงการเคารพสิทธิในการใช้ของส่วนรวมที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของกลุ่ม การไม่ยึดครองของส่วนรวมมาเป็นของตน ตลอดจนไม่ปิดกั้นโอกาสของบุคคลอื่นที่จะใช้ของส่วนรวม


49 นั้น ซึ่งสอดคล้องกับอุไรวรรณ คุ้มวงษ์(2551) ที่ได้ศึกษาเพื่อเปรียบเทียบจิตสาธารณะของเด็ก ปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมตามโครงการพระราชดำริ ก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือเด็กปฐมวัยชาย – หญิงที่มีอายุ ระหว่าง 4 - 5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนซอย แอนเนกซ์ (กาญจนาภิเษก 2) สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร สังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่ง ได้มาจาก การสุ่มแบบอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยการจับสลากนักเรียนมา 1 ห้องเรียน จากนักเรียนจำนวน 3 ห้องเรียน และได้เด็กจำนวน 15 คนเพื่อนำมาเป็นกลุ่มทดลองใน การดำเนินการทดลองในการทำกิจกรรมเสริมประสบการณ์เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมตามโครงการ พระราชดำริ วิจัยเป็นผู้ดำเนินการทดลองด้วยตนเองใช้ระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 40 นาทีรวมทดลองทั้งสิ้น 40 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แผนการจัดประสบการณ์ เรื่อง ปัญหาสิ่งแวดล้อมตามโครงการพระราชดำริ และแบบทดสอบการวัดจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย ซึ่ง มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 84 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ t - test สำหรับ Dependent Samples ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้ทำกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมตาม โครงการพระราชดำริ จิตสาธารณะสูงขึ้นกว่าก่อนทำกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เรื่องปัญหา สิ่งแวดล้อมตามโครงการพระราชดำริอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ข้อเสนอนแนะ จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ และข้อเสนอแนะในการทำวิจัย ครั้งต่อไป ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้ 1.1 ผู้ที่มีความประสงค์ในการนำการจัดกิจกรรมสื่อนิทานไปใช้ ควรศึกษาทำความ เข้าใจในทฤษฎี แนวคิดพื้นฐาน หลักการ และแผนการจัดกิจกรรมเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถใช้ รูปแบบการจัดกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลดีกับเด็กมากที่สุด 1.2 การเล่านิทานเพื่อพัฒนาจิตสาธารณะสิ่งที่สำคัญที่ควรคำนึงถึงคือการให้เด็กได้มี โอกาสเป็นทั้งผู้ดู ผู้ฟัง และในขณะเดียวกันส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ความคิดโดยใช้คำถาม 1.3 ในระยะแรกของการจัดกิจกรรม เด็กอาจไม่กล้าตอบคำถาม ควรเสริมแรงโดยการ ชมเชยหรือการแสดงอาการยอมรับของครูเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เด็กมีความมั่นใจกล้าแสดงความ คิดเห็นมากขึ้น


50 2. ข้อเสอนแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการสอนหรือสื่อในลักษณะอื่น ๆ ที่ใช้ พัฒนาจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย 2.2 ควรมีการศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจที่ส่งเสริมพฤติกรรมด้าน อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรูปแบบ ซึ่งให้เหมาะกับวุฒิภาวะของเด็กปฐมวัย 2.3 ควรมีการวิจัยเพื่อเปรียบเทียบระหว่างผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจ เพื่อส่งเสริมคุณธรรมในด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อเด็กโดยใช้กระบวนการในการวิจัยเช่นเดียวกัน


51 เอกสารอ้างอิง


52 เอกสารอ้างอิง เกริก ยุ้นพันธ์. (2538). การเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. _________. (2539). การเล่านิทาน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. _________. (2543). การเล่านิทาน. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. เนื้อน้อง สนับบุญ. (2541). ความสามารถทางภาษาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ เล่านิทาน. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. ขวัญนุช บุญยู่ฮง. (2546). การส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยการเล่า “นิทานคณิต”. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ไพพรรณ อินทนิล. (2534). เทคนิคการเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: สุวีริยสาส์น. วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2542). การวิจัยทางการศึกษาปฐมวัย. สกลนคร: โปรแกรมวิชาการวัดผลการศึกษา คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏสกลนคร. ลัดดา นีละมณี. (2527). สื่อการเล่าเรื่องและนิทานสำหรับเด็กปฐมวัย. ในเอกสารการสอน ชุดวิชาสื่อการสอนระดับปฐมวัย (หน่วยที่ 7). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วรรณี ศิริสุนทร. (2532). การเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ภาพพิมพ์. ตำรา ณ เมืองใต้. (2536). นิทานอีสป. กรุงเทพฯ: รวมสาส์น. ศิรินันท์ ลักสิตานนท์. (2555). การผลิตสื่อนิทาน. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2565 จาก https://www.gotoknow.org/posts/126955 รัตนวดี รอดภิรมย์. (2565). การผลิตหุ่นนิทานผ้ากันเปื้อน. สัมภาษณ์เมื่อ 12 เมษายน 2565. วราภรณ์ อินทรชัยศรี. (2536). หลักการและเทคนิควิธีอบรมเด็กปฐมวัย. นครราชสีมา: มิตรภาพการพิมพ์. อัญชณา ธนกูล. (ม.ป.ป.). การผลิตนิทานผ้ากันเปื้อน. อุบลราชธานี: โรงเรียนบ้านนางาม สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 สมศักดิ์ ปริปุรณะ. (2542). นิทานสำหรับเด็ก. ราชบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง กมลมาลย์ คำแสน. (2559). หนังสือสำหรับเด็ก. อุดรธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


53 บุษบา ดวงจันทร์ทิพย์. (2558). ผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานเสริมด้วยศิลปะแบบร่วมมือและ คำถามปลายเปิดต่อความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลและจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย. อุดรธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2543). จอมปราชญ์นักการศึกษา. กรุงเทพฯ: ซัคเซสมีเดีย. หฤทัย อาจปรุ. (2544). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ภาวะผู้นำ รูปแบบดำเนินชีวิตและ ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองกับการจิตสำนึกสาธารณะของนักศึกษาพยาบาลเขต กรุงเทพมหานคร. จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. (2542). วาระการวิจัยแห่งชาติในภาวะวิกฤติเพื่อฟื้นฟูชาติ. สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ เจษฎา หนูรุ่น. (2551). ปัจจัยลักษณะที่ส่งผลต่อจิตสาธารณะของนักเรียนโรงเรียนสาธิตในสังกัด มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ. กระทรวงศึกษาธิการ. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 (สำหรับเด็ก3 -5 ปี ). กรุงเทพฯ: คุรุสภา. ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2552). สอนเด็กให้มีจิตสาธารณะ. กรุงเทพฯ: ;วีพรินท์. สมพงษ์ สิงหะพล. (2542). รูปแบบการสอน. นครราชสีมา: คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏ นครราชสีมา. สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2544). แนวคิดสู่แนวปฏิบัติ: แนวการจัดประสบการณ์ปฐมวัยศึกษา (หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย). นนทบุรี: อีเลคทรอนิกส์ เวิลด์. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2548). การจัดการศึกษาปฐมวัยตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ภาควิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550ข). รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถ ของเด็กในการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยเน้นผู้เเรียน เป็นสําคัญ. กรุงเทพฯ: สํานักงานฯ. นิตยา คชภักดี. (2530). จิตเวชเด็กสำหรับกุมารแพทย์. กรุงเทพฯ:คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี.


54 กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว วิไล มาศจรัส. (2551). เทคนิคการเขียนการเล่านิทานสำหรับเด็ก. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ธารอักษร. วรรณี ศิริสุนทร. (2539). เอกสารวิชาการเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ. วิไล เวียงวีระ. (2525). นิทานสำหรับเด็กเข้าใจเด็กก่อนวัยเรียน. กรุงเทพฯ: ชมรมไทยอิสราเอล เจริญผลการพิมพ์. สมใจ บุญอุรพีภิญโญ. (2539). นิทานสำหรับคุณหนู. วารสารการศึกษา. 20(1),7-10 กนิษฐา นิทัศน์พัฒนาและคณะ. (2541). จิตสำนึกทางสังคมของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล อ้อมใจ วงษ์มณฑา. (2555). ปัจจัยที่ส่งผลต่อจิตสาธารณะของนักศึกษาวิทยาลัยสงขลานครินทร. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 23 (1), 67-77 สมพร สุทัศนีย์ ม.ร.ว. (2544). มนุษยสัมพันธ์ (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณัฐฐา สีเขียว. (2558). ผลของการเล่านิทานโดยใช้ผังความคิดตามแนวคิดของโทนี่ บูซานที่มีต่อการ เข้าใจของเด็กอนุบาล. วิทยานิพนธ์. ครุศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิศารัตน์ อิสระมโนรส. (2552). ผลของการใข้กิจกรรมการเล่านิทานแบบไม่จบเรื่องที่มีผลต่อ พฤติกรรมทางจริยธรรมของเด็กอนุบาล. วิทยานิพนธ์. ครุศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Dixon, D.; Johnson. J.; & Salts, E. (1997). Training Disadvantaged Preschoolers on Various Fantasy Activities : Effection Cognitive Function and Impulse Control. Children Development. 48(2): 267 – 277. Clore,G.L. and Robert, M.B. 1978. The effect of children’s stories on behavior and attitudes resources in education. ERIC 13 (April): 156 Clore, G.L.; & Robert, M.Bray. (1978). The Effects of Childrens Stories on Behavior and Attitudes Modeling and Vicarious Role playing. Resources in Education. 13: 156.


55 ภาคผนวก


56 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือแบบทดสอบ


57 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ 1. นางสาวสุภาวดี แสนสิทธ์ ครูชำนาญการ โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี 2. นางสาวนาฎอนงค์ พิลาวัน ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี 3. นางสาวจันทิมา บุญมาตุ่น ครูชำนาญการ โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี


58 ภาคผนวก ข ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย


59 ตารางที่ 5 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย แบบทดสอบจิต สาธารณะ ข้อที่ประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC คนที่1 คนที่2 คนที่3 ชุดที่ 1 การดูแลรักษา ของใช้ส่วนรวม ข้อกล้วย +1 +1 +1 3 1.0 ข้อสับปะรด +1 +1 +1 3 1.0 ข้อเงาะ +1 +1 +1 3 1.0 ข้อส้ม +1 +1 +1 3 1.0 ข้อแอปเปิ้ล +1 +1 +1 3 1.0 ชุดที่ 2 การับผิดชอบต่อ ส่วนรวม ข้อสตรอว์เบอรี +1 +1 +1 3 1.0 ข้อทุเรียน +1 +1 +1 3 1.0 ข้อมะละกอ +1 +1 +1 3 1.0 ข้อมะพร้าว +1 +1 +1 3 1.0 ข้อมะม่วง +1 +1 +1 3 1.0 ชุดที่ 3 การเคารพสิทธิ ในการใช้ของใช้ ส่วนรวม ข้อช้าง +1 +1 +1 3 1.0 ข้อหนู +1 +1 +1 3 1.0 ข้อเต่า +1 +1 +1 3 1.0 ข้อลิง +1 +1 +1 3 1.0 ข้อไก่ +1 +1 +1 3 1.0


60 ภาคผนวก ค ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) และค่าความเชื่อมั่น ของแบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย


61 ตารางที่ 6 ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ จิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย แบบทดสอบ จิตสาธารณะ ข้อที่ประเมิน ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) ชุดที่ 1 การดูแลรักษาของใช้ ส่วนรวม ข้อกล้วย 0.42 0.69 ข้อสับปะรด 0.67 0.65 ข้อเงาะ 0.33 0.79 ข้อส้ม 0.33 0.83 ข้อแอปเปิ้ล 0.25 0.81 ชุดที่ 2 การับผิดชอบต่อส่วนรวม ข้อสตรอว์เบอรี 0.58 0.63 ข้อทุเรียน 0.50 0.66 ข้อมะละกอ 0.33 0.83 ข้อมะพร้าว 0.42 0.66 ข้อมะม่วง 0.50 0.59 ชุดที่ 3 การเคารพสิทธิในการใช้ ของใช้ส่วนรวม ข้อช้าง 0.17 0.79 ข้อหนู 0.25 0.77 ข้อเต่า 0.25 0.72 ข้อลิง 0.25 0.72 ข้อไก่ 0.17 0.79 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย มีค่าเท่ากับ 0.94


62 ภาคผนวก ง รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือแผนการจัดกิจกรรม


63 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ 1. นางนิยม เม้าราษี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี 2. นางสาวอารีวรรณ วันทองทักษ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี 3. นางสาวอัญธิกา พลศรี ครูชำนาญการ โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี


64 ภาคผนวก จ ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน


65 ตารางที่ 7 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC)ของแบบแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานคติสอนใจ ประกอบผ้ากันเปื้อน แผนที่ แผนการจัด กิจกรรม หัวข้อที่ประเมิน คะแนนความ คิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC 1 2 3 1 - 3 1. มีนาไม่แบ่งปัน 2. มีนารู้จักแบ่งปัน 3. มีนาและความสุข 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 4 - 6 4. หนูดีไม่อยากไป โรงเรียน 5. ชมพู่แย่งของ 6. หนูดีมีน้ำใจ 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 7 - 9 7. ไก่น้อยไม่เอาแต่ใจ 8. ไก่น้อยไม่โกหก 9. ไก่น้อยขอโทษให้ อภัยเป็น 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 10 - 12 10. ฟ้าใสนักทำลาย 11. ฟ้าใสไม่เชื่อฟัง 12. ฟ้าใสเป็นเด็กดี 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1


66 ตารางที่ 7 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC)ของแบบแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทานคติสอนใจ ประกอบผ้ากันเปื้อน แผนที่ แผนการจัด กิจกรรม หัวข้อที่ประเมิน คะแนนความ คิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC 1 2 3 13 - 15 13. นานาเด็กมีจิต สาธารณะ 14. นานาและผอง เพื่อน 15. นานาหัวใจสีขาว 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 16 - 18 16. โจโจ้โดดเดี่ยว 17. โจโจ้ขี้อิจฉา 18. โดโจ้มีเพื่อนแล้ว 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 19 - 21 19. หนูนิดมีวินัย 20. หนูนิดพูดเพราะ 21. หนูนิดไม่อยาก เป็นยักษ์ 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1 22 - 24 22. เปี๊ยกเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ 23. เพื่อนห้องเดียว กัน 24. รวมพลังจิตอาสา 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 +3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 4. วิธีการดำเนินกิจกรรม +1 +1 +1 +3 1 5. สื่อการเรียนรู้ +1 +1 +1 +3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +3 1


67 ภาคผนวก ฉ ตัวอย่างแผนกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน


68 คู่มือการจัดกิจกรรมเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน คำชี้แจง 1. ผู้เชี่ยวชาญโปรดพิจารณาข้อคำถามในแผนการจัดประสบการณ์เล่านิทานคติ สอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนแต่ละแผนว่ามีความสอดคล้องกับดัชนีชี้วัดหรือไม่โดยใช้เกณฑ์การ พิจารณา ดังนี้ เห็นว่ามีความสอดคล้อง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ที่ช่อง +1 ไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ที่ช่อง 0 แน่ใจว่าไม่มีความสอดคล้อง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ที่ช่อง -1 2. ถ้าผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าข้อความใดควรแก้ไข กรุณาให้คำแนะนำเพื่อการแก้ไข แผนการจัดประสบการณ์เล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนในช่องข้อเสนอแนะ หลักการและเหตุผล การจัดกิจกรรมเล่านิทานเป็นการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย เพื่อ ส่งเสริมลักษณะนิสัยและความมีจิตสาธารณะ โดยใช้การเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนที่ เหมาะสมกับวุฒิภาวะและพัฒนาการของเด็กอายุ 4-5 ปี โดยครูเป็นผู้ดำเนินการเล่านิทานจนจบเรื่อง นิทานที่คัดเลือกเน้นเนื้อหาที่สอดแทรกสาระการแสดงพฤติกรรมที่ครอบคลุมลักษณะนิสัยความมีจิต สาธารณะในตนเอง ดังที่กล่าวไว้ว่านิทาน คือ จุดเริ่มต้นของพื้นฐานการเรียนรู้ของเด็ก เพื่อให้เด็กได้ ซึมซับรับการถ่ายทอดเรื่องราวจากนิทานปลูกฝังกล่อมเกลาสร้างอุปนิสัยที่ดีงาม ดั้งนั้น ครูจึงสามารถ ใช้นิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนเป็นสื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้และประสบการณ์ในด้านจิต สาธารณะให้แก่เด็กปฐมวัย จุดมุ่งหมาย เพื่อส่งเสริมจิตสาธารณะในตนเองให้กับเด็กปฐมวัยในด้าน 1. การดูแลรักษาของใช้ส่วนรวม 2. การรับผิดชอบต่อส่วนรวม 3. การเคารพสิทธิในการใช้ของใช้ส่วนรวม เนื้อหา จัดกิจกรรมเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อนที่ส่งเสริมจิตสาธารณะในตนเอง ให้กับเด็กปฐมวัยในด้านการดูแลรักษาของใช้ส่วนรวม การรับผิดชอบต่อส่วนรวมและการเคารพสิทธิ ในการใช้ของใช้ส่วนรวม


69 หลักการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน 1. กิจกรรมนี้จัดสัปดาห์ละ 3 วัน ได้แก่ วันจันทร์ วันพุธและวันศุกร์ วันละ 30 นาที 2. จัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน โดยการคัดเลือกนิทานที่ เน้นเรื่องราวเกี่ยวกับการส่งเสริมลักษณะนิสัยความมีจิตสาธารณะในด้านการดูแลรักษาของใช้ ส่วนรวม การรับผิดชอบต่อส่วนรวมและการเคารพสิทธิในการใช้ของใช้ส่วนรวม 3. สร้างบรรยากาศให้เป็นกันเองโดยครูมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กระหว่างดำเนินการเล่า นิทาน 4. ขั้นตอนในการดำเนินการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน มี 3 ขั้นตอน ดังนี้คือ ขั้นนำ ขั้นดำเนินการและขั้นสรุป 5. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน สัปดาห์แรกก่อนดำเนินการ ทำการทดสอบการวัดจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย ก่อนจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน จำนวน 3 ชุด ดังนี้ ชุดที่ 1 แบบทดสอบวัดการดูแลรักษาของใช้ส่วนรวม จำนวน 5 ข้อ ชุดที่ 2 แบบทดสอบวัดการรับผิดชอบต่อส่วนรวม จำนวน 5 ข้อ ชุดที่ 3 แบบทดสอบวัดการเคารพสิทธิในการใช้ของใช้ส่วนรวม จำนวน 5 ข้อ สัปดาห์ที่ 1–24 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากัน เปื้อนจบเรื่องตามแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานที่ลำดับเรื่องราวของนิทานในแต่ละวันเกี่ยวกับ ความมีจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยในด้านการดูแลรักษาของใช้ส่วนรวม การรับผิดชอบต่อส่วนรวม และการเคารพสิทธิในการใช้ของใช้ส่วนรวม หลังจากนั้นในสัปดาห์ที่ 25 ดำเนินการทดสอบการวัดจิต สาธารณะของเด็กปฐมวัยหลังจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน ชุดเดียวกันกับ ก่อนการจัดกิจกรรม


70 ตารางการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน สัปดาห์ วัน ชื่อนิทาน 1 จันทร์ พุธ ศุกร์ มีนาไม่แบ่งปัน มีนารู้จักแบ่งปัน มีนาและความสุข 2 จันทร์ พุธ ศุกร์ หนูดีไม่อยากไปโรงเรียน ชมพู่แย่งของ หนูดีมีน้ำใจ 3 จันทร์ พุธ ศุกร์ ไก่น้อยไม่เอาแต่ใจ ไก่น้อยไม่โกหก ไก่น้อยขอโทษได้ให้อภัยเป็น 4 จันทร์ พุธ ศุกร์ ฟ้าใสนักทำลาย ฟ้าใสไม่เชื่อฟัง ฟ้าใสเป็นเด็กดี 5 จันทร์ พุธ ศุกร์ นานาเด็กดีมีจิตสาธารณะ นานาและผองเพื่อน นานาหัวใจสีขาว 6 จันทร์ พุธ ศุกร์ โจโจ้โดดเดี่ยว โจโจ้ขี้อิจฉา โจโจ้มีเพื่อนแล้ว 7 จันทร์ พุธ ศุกร์ หนูนิดมีวินัย หนูนิดพูดเพราะ หนูนิดไม่อยากเป็นยักษ์ 8 จันทร์ พุธ ศุกร์ เปี๊ยกเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อนห้องเดียวกัน รวมพลังจิตอาสา


71 แผนการกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน เรื่อง มีนาไม่แบ่งปัน ชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ วันที่........... ที่........... เดือน........... พ.ศ. 2566 เวลา 30 นาที สาระสำคัญ จิตสาธารณะสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายด้าน คือด้านการหลีกเลี่ยงการใช้หรือกระทำให้ เกิดความชำรุด เสียหาย อาทิ การดูแลรักษาของใช้ส่วนรวม รู้จักใช้ของส่วนรวมอย่างประหยัดและ ทะนุถนอม ด้านการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาของ อาทิการทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเพื่อ ส่วนรวม การอาสาทำเพื่อส่วนรวมในบางอย่าง และด้านการเคารพสิทธิในการใช้ของส่วนรวม อาทิ การไม่ยึดของส่วนรวมมาเป็นของส่วนตัว การให้ผู้อื่นได้มีโอกาสในการใช้ของส่วนรวม เป็นต้น และถือ ว่าการมีจิตสาธารณะเป็นการตระหนักรู้ในการมีส่วนร่วมในสังคมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ประพฤติ พฤติกรรมให้สามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ร่วมสนทนากับครูและเพื่อนได้ 2. เข้าใจถึงความหมายของการเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ 3. ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 4. ร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจและตอบคำถามจากนิทานที่ฟังได้ สาระการเรียนรู้ 1. สาระที่ควรรู้ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ มีนา ที่เกิดอยู่ในตระกูลคนที่มีฐานะร่ำรวย พ่อและแม่เป็นเศรษฐี มีนาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบช่วยเหลือผู้อื่นเวลาที่มีใครมาขอความช่วยเหลือจาก ตนวันหนึ่งมีนาไปโรงเรียนตามปกติแต่มีนาได้ลืมกระเป๋าดินสอมาจากบ้าน เมื่อถึงเวลาเรียนมีนาจึงไม่ มีดินสอในการใช้เขียนหนังสือ มีนาได้ไปขอยืมดินสอเพื่อนและพยายามแก้ปัญหาทุกทางแต่ก็ถูกคนที่ ตนขอความช่วยเหลือปฏิเสธหมด เพราะด้วยความที่มีนิสัยไม่เคยช่วยเหลือใคร เวลานี้มีนารู้สึกเสียใจ เป็นอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ 2. ประสบการณ์สำคัญ 1. การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง หรือเรื่องราวต่าง ๆ 2. การแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม


72 3. การปฏิบัติตนเป็นผู้ที่มีจิตสาธารณะ ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. ครูและเด็กร่วมกันร้องพร้อมเต้นประกอบเพลง “การแบ่งปัน” 2. ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรมร่วมกัน ขั้นดำเนินกิจกรรม 3. ครูเล่านิทานเรื่อง “ มีนาไม่แบ่งปัน ” ให้เด็กฟัง 4. ครูซักถามเกี่ยวกับนิทาน 4.1 ตัวละครในนิทานมีใครบ้าง 4.2 ตัวละครมีนิสัยเป็นอย่างไร 4.3 ตัวละครทำอะไร 4.4 ถ้าเด็ก ๆ เป็นตัวละคร จะทำอย่างไร ขั้นสรุป 5. เด็ก ๆ และครูร่วมกันสรุปเนื้อหาในนิทาน ใคร ทำอะไร ที่ไหน และผลที่เกิดขึ้นเป็น อย่างไร นิสัยของตัวละครแต่ละตัว มีนิสัยเป็นอย่างไร และควรนำเอานิสัยตัวละครตัวไหนมาเป็น แบบอย่างที่ดี สื่อ/อุปกรณ์ 1. นิทานเรื่อง มีนาไม่แบ่งปัน 2. สื่อผ้ากันเปื้อน การประเมินผล 1. การร่วมสนทนากับครูและเพื่อน 2. การเข้าใจความหมายของการเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ 3. การทำงานร่วมกับผู้อื่น 4. การร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจและตอบคำถามจากนิทานที่ฟัง


73 แผนการกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน เรื่อง มีนารู้จักแบ่งปัน ชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ วันที่........... ที่........... เดือน........... พ.ศ. 2566 เวลา 30 นาที สาระสำคัญ จิตสาธารณะสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายด้าน คือด้านการหลีกเลี่ยงการใช้หรือกระทำให้ เกิดความชำรุด เสียหาย อาทิ การดูแลรักษาของใช้ส่วนรวม รู้จักใช้ของส่วนรวมอย่างประหยัดและ ทะนุถนอม ด้านการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาของ อาทิการทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเพื่อ ส่วนรวม การอาสาทำเพื่อส่วนรวมในบางอย่าง และด้านการเคารพสิทธิในการใช้ของส่วนรวม อาทิ การไม่ยึดของส่วนรวมมาเป็นของส่วนตัว การให้ผู้อื่นได้มีโอกาสในการใช้ของส่วนรวม เป็นต้น และถือ ว่าการมีจิตสาธารณะเป็นการตระหนักรู้ในการมีส่วนร่วมในสังคมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ประพฤติ พฤติกรรมให้สามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ร่วมสนทนากับครูและเพื่อนได้ 2. เข้าใจถึงความหมายของการเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ 3. ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 4. ร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจและตอบคำถามจากนิทานที่ฟังได้ สาระการเรียนรู้ 1. สาระที่ควรรู้ มีนาเป็นเด็กที่ไม่ชอบช่วยเหลือคนและไม่ชอบแบ่งปันสิ่งของให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นขนม ดินสอ สี เวลาเพื่อนของมีนามายืมสี มีนามักจะบอกว่า ไม่ให้ยืมและทำหน้าบึ้งตึ้งใส่เพื่อน มีนาจึงไม่ ค่อยมีเพื่อนเล่นด้วย วันหนึ่งมีนาเห็นเพื่อนมีตุ๊กตาตัวใหม่ มีนาจึงอยากเข้าไปเล่นกับเพื่อน แต่เพื่อน กลับไม่สนใจมีนา มีนารู้สึกเศร้าและเสียใจ คุณครูจึงเดินเข้ามาพูดกับมีนา ว่าเพราะมีนาไม่ชอบ ช่วยเหลือคนอื่นและไม่แบ่งปันสิ่งของเพื่อนๆจึงไม่อยากมีใครเล่นกับมีนา คุณครูจึงบอกมีนาว่าเราต้อง รู้จักแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น เพราะเมื่อเรามีปัญหาคนอื่นจะได้เข้ามาช่วยเหลือเรานั้นเอง นับตั้งแต่ นั้นมามีนาก็รู้จักช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่น จนกลายเป็นที่รักของเพื่อนๆ


74 2. ประสบการณ์สำคัญ 1. การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง หรือเรื่องราวต่าง ๆ 2. การแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม 3. การปฏิบัติตนเป็นผู้ที่มีจิตสาธารณะ ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. ครูและเด็กร่วมกันร้องพร้อมเต้นประกอบเพลง “การแบ่งปัน” 2. ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรมร่วมกัน ขั้นดำเนินกิจกรรม 3. ครูเล่านิทานเรื่อง “ มีนารู้จักแบ่งปัน” ให้เด็กฟัง 4. ครูซักถามเกี่ยวกับนิทาน 4.1 ตัวละครในนิทานมีใครบ้าง 4.2 ตัวละครมีนิสัยเป็นอย่างไร 4.3 ตัวละครทำอะไร 4.4 ถ้าเด็ก ๆ เป็นตัวละคร จะทำอย่างไร ขั้นสรุป 5. เด็ก ๆ และครูร่วมกันสรุปเนื้อหาในนิทาน ใคร ทำอะไร ที่ไหน และผลที่เกิดขึ้นเป็น อย่างไร นิสัยของตัวละครแต่ละตัว มีนิสัยเป็นอย่างไร และควรนำเอานิสัยตัวละครตัวไหนมาเป็น แบบอย่างที่ดี สื่อ/อุปกรณ์ 1. นิทานเรื่อง มีนารู้จักแบ่งปัน 2. สื่อผ้ากันเปื้อน การประเมินผล 1. การร่วมสนทนากับครูและเพื่อน 2. การเข้าใจความหมายของการเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ 3. การทำงานร่วมกับผู้อื่น 4. การร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจและตอบคำถามจากนิทานที่ฟัง


75 แผนการกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน เรื่อง มีนารู้และความสุข ชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ วันที่........... ที่........... เดือน........... พ.ศ. 2566 เวลา 30 นาที สาระสำคัญ จิตสาธารณะสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายด้าน คือด้านการหลีกเลี่ยงการใช้หรือกระทำให้ เกิดความชำรุด เสียหาย อาทิ การดูแลรักษาของใช้ส่วนรวม รู้จักใช้ของส่วนรวมอย่างประหยัดและ ทะนุถนอม ด้านการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาของ อาทิการทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเพื่อ ส่วนรวม การอาสาทำเพื่อส่วนรวมในบางอย่าง และด้านการเคารพสิทธิในการใช้ของส่วนรวม อาทิ การไม่ยึดของส่วนรวมมาเป็นของส่วนตัว การให้ผู้อื่นได้มีโอกาสในการใช้ของส่วนรวม เป็นต้น และถือ ว่าการมีจิตสาธารณะเป็นการตระหนักรู้ในการมีส่วนร่วมในสังคมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ประพฤติ พฤติกรรมให้สามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ร่วมสนทนากับครูและเพื่อนได้ 2. เข้าใจถึงความหมายของการเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ 3. ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 4. ร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจและตอบคำถามจากนิทานที่ฟังได้ สาระการเรียนรู้ 1. สาระที่ควรรู้ วันแรกของการเปิดเทอม แม่มีนาได้ทำแพนเค้กแสนอร่อยเป็นอาหารเช้า และอยากให้ เพื่อนๆ ในห้องได้กินด้วยจึงเอาแพนเค้กอุ่นๆ ใส่ตะกร้าใบใหญ่ไปแจกจ่าย แต่แล้วมีนากลับแบ่งให้ เพื่อนๆ จนหมดเกลี้ยงไม่เหลือให้ตนเองกิน จึงได้เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตนเอง แต่นั่งไปได้สักพัก มี นาได้เห็นกล่องแพนเค้กมาวางอยู่ตรงหน้า เมื่อมองขึ้นไปเจอเพื่อนที่มีนาได้แบ่งแพนเค้กให้ พูดขึ้นว่า มีนาเรามากินด้วยกันเถอะ มีนาเห็นดังนั้นจึงยิ้มกว้าง มีนารู้สึกมีความสุขมากที่เพื่อน ๆ ก็แบ่งปันแพน เค้กที่มีนาให้ไปแล้ว มาแบ่งปันให้มีนากินด้วยกัน 2. ประสบการณ์สำคัญ 1. การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง หรือเรื่องราวต่าง ๆ 2. การแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม


76 3. การปฏิบัติตนเป็นผู้ที่มีจิตสาธารณะ ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ 1. ครูและเด็กร่วมกันร้องพร้อมเต้นประกอบเพลง “การแบ่งปัน” 2. ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรมร่วมกัน ขั้นดำเนินกิจกรรม 3. ครูเล่านิทานเรื่อง “ มีนาและความสุข ” ให้เด็กฟัง 4. ครูซักถามเกี่ยวกับนิทาน 4.1 ตัวละครในนิทานมีใครบ้าง 4.2 ตัวละครมีนิสัยเป็นอย่างไร 4.3 ตัวละครทำอะไร 4.4 ถ้าเด็ก ๆ เป็นตัวละคร จะทำอย่างไร ขั้นสรุป 5. เด็ก ๆ และครูร่วมกันสรุปเนื้อหาในนิทาน ใคร ทำอะไร ที่ไหน และผลที่เกิดขึ้นเป็น อย่างไร นิสัยของตัวละครแต่ละตัว มีนิสัยเป็นอย่างไร และควรนำเอานิสัยตัวละครตัวไหนมาเป็น แบบอย่างที่ดี สื่อ/อุปกรณ์ 1. นิทานเรื่อง มีนาและความสุข 2. สื่อผ้ากันเปื้อน การประเมินผล 1. การร่วมสนทนากับครูและเพื่อน 2. การเข้าใจความหมายของการเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ 3. การทำงานร่วมกับผู้อื่น 4. การร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจและตอบคำถามจากนิทานที่ฟัง


77 ภาคผนวก ช ตัวอย่าง แบบทดสอบจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย


78 คู่มือการใช้แบบทดสอบการวัดจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 1. คำชี้แจง 1.1 แบบทดสอบนี้เป็นแบบทดสอบการวัดจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 2 1.2 แบบทดสอบนี้มีทั้งหมด 3 ชุด เป็นแบบทดสอบประเภทข้อคำถามเป็นรูปภาพเหมือน จริง 1.3 การดำเนินการทดสอบ ผู้ทดสอบอธิบายวิธีการทำแบบทดสอบทีละข้อ สำหรับผู้ช่วย ดำเนินการทดสอบจะคอยดูแลและให้ผู้รับการทดสอบให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งการ ทดสอบจะทดสอบวันละ 3 ชุด โดยเรียงลำดับจากชุดที่ 1-3 รวมระยะเวลาในการทดสอบ 2 วัน เมื่อ ทำการทดสอบครบ 3 ชุดแล้ว นำแบบทดสอบมาตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ 2. คำแนะนำในการใช้แบบทดสอบ 2.1. ลักษณะทั่วไปของแบบทดสอบ ประกอบด้วยแบบทดสอบจำนวน 3 ชุด ดังนี้ ชุดที่ 1 แบบทดสอบวัดการดูแลรักษาของใช้ส่วนรวม จำนวน 5 ข้อ ชุดที่ 2 แบบทดสอบวัดการรับผิดชอบต่อส่วนรวม จำนวน 5 ข้อ ชุดที่ 3 แบบทดสอบวัดการเคารพสิทธิในการใช้ของใช้ส่วนรวม จำนวน 5 ข้อ 2.2 การตรวจให้คะแนน 2.2.1 ข้อที่กากบาท (X) ถูกให้ 1 คะแนน 2.2.2 ข้อที่กากบาท (X) ผิดหรือไม่ได้กากบาท (X) หรือกากบาท (X) เกินกว่า 1 ข้อ ให้ 0 คะแนน 2.3 การเตรียมตัวก่อนทดสอบ 2.3.1 สถานที่ทดสอบควรเป็นห้องเรียนที่มีสภาพแวดล้อมทั้งภายในห้องเรียนและ ภายนอกห้องเรียนเอื้ออำนวยต่อผู้รับการทดสอบ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ มีขนาดพอเหมาะกับผู้รับการ ทดสอบ จัดให้เหมาะสม มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มีเสียงดังรบกวน 2.3.2 ผู้ดำเนินการทดสอบต้องศึกษาคู่มือดำเนินการทดสอบให้เข้าใจกระบวนการ ในการทดสอบทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้เกิดความชำนาญในการใช้แบบทดสอบ และก่อนการ ทดสอบผู้ดำเนินการทดสอบต้องเขียน ชื่อ-นามสกุล ของผู้เข้ารับการทดสอบให้เรียบร้อย


79 2.3.3 อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ ผู้ดำเนินการทดสอบเตรียมอุปกรณ์ ดังนี้ 1. คู่มือดำเนินการทดสอบ 2. แบบทดสอบ 3. สีเทียนหรือดินสอดำสำหรับการทดสอบ 4. นาฬิกาจับเวลา 1 เรือน 2.3.4 ข้อปฏิบัติก่อนทดสอบ 1. ก่อนดำเนินการทดสอบให้ผู้รับการทดสอบไปทำธุระส่วนตัว เช่น ดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย 2. ผู้ดำเนินการทดสอบควรสร้างความคุ้นเคยกับผู้รับการทดสอบโดยการ ทักทายพูดคุยเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี เมื่อเห็นว่าผู้รับการทดสอบพร้อมจึงเริ่มทำการ ทดสอบ 2.3.5 ข้อปฏิบัติในการทดสอบ 1. ผู้ดำเนินการทดสอบอ่านคำสั่งให้ผู้รับการทดสอบฟังช้า ๆ และชัดเจน ข้อละ 2 ครั้ง 2. ให้ผู้เข้ารับการทดสอบใช้เวลาทำแบบทดสอบกำหนดข้อละ 1 นาที


80 แบบทดสอบการวัดจิตสาธารณะ ( ชุดที่ 1 ด้านการดูแลรักษาของใช้ ) ชื่อ .............................................. นามสกุล .......................... ชั้น อนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษาเทศบาลนครอุดรธานี คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนเครื่องหมาย ( X ) ทับภาพให้ถูกต้องตามคำถามต่อไปนี้ คำถาม : ถ้าเด็ก ๆ กำลังเล่นของเล่น ไม่ควรทำอย่างไร ข้อ


81 ข้อ คำถาม : ถ้าเด็ก ๆ อ่านหนังสืออยู่ เด็ก ๆ ไม่ควรทำอย่างไร


82 แบบทดสอบการวัดจิตสาธารณะ ( ชุดที่ 2 ด้านการทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ) ชื่อ .............................................. นามสกุล .......................... ชั้น อนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษาเทศบาลนครอุดรธานี คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนเครื่องหมาย ( X ) ทับภาพให้ถูกต้องตามคำถามต่อไปนี้ คำถาม : ถ้าคุณครูให้เด็ก ๆ ช่วยเก็บของ เด็ก ๆ จะทำอย่างไร ข้อ


83 ข้อ คำถาม : ถ้าเด็ก ๆ เห็นขวดน้ำอยู่พื้นขณะเดินกลับบ้าน เด็ก ๆ ไม่ควรทำอย่างไร


84 แบบทดสอบการวัดจิตสาธารณะ ( ชุดที่ 3 ด้านการเคารพสิทธิการใช้ของส่วนรวม ) ชื่อ .............................................. นามสกุล .......................... ชั้น อนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ สำนักการศึกษาเทศบาลนครอุดรธานี คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนเครื่องหมาย ( X ) ทับภาพให้ถูกต้องตามคำถามต่อไปนี้ คำถาม : ถ้าเด็ก ๆ เล่นของเล่นกับเพื่อน เด็ก ๆ ไม่ควรทำอย่างไร ข้อ


85 ข้อ คำถาม : ถ้าคุณครูให้เด็ก ๆออกมาต่อแถวเพื่อหยิบของหน้าห้อง เด็ก ๆ ไม่ควรทำอย่างไร


86 ภาคผนวก ซ ตัวอย่าง ภาพการทดสอบวัดจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย


87 ตัวอย่าง ภาพการทดสอบวัดจิตสาธารณะของเด็กปฐมวัย ครูทดสอบวัดจิตสาธารณะของเด็กเป็นรายบุคคล


88 ครูทดสอบวัดจิตสาธารณะของเด็กเป็นรายบุคคล


89 ภาคผนวก ฌ ตัวอย่าง ภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน


90 ตัวอย่าง ภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติสอนใจประกอบผ้ากันเปื้อน ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลงและทำท่าประกอบเพื่อเตรียมเข้ากิจกรรม


Click to View FlipBook Version