การสร้า ร้ ง E-BOOK E-book
คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) นี้ จัดทำ ขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างE-BOOK เช่น E=BOOK คืออะไร,วิวัฒนาการของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ เป็นต้น คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เล่มนี้จะเป็นประโยชน์สำ หรับคนที่สนใจใน การกสร้าE-BOOK และได้ประโยชน์จากหนังสือ E-BOOK เล่มนี้ไม่มากก็น้อย คณะผู้จัดทำ นางสาว ภูษิตา ดงแสนสุข
สารบัญ เรื่อง หน้า E-BOOK คืออะไร 1 วิวัฒนาการของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2 ประเภทของ E-BOOK 6 ประโยชน์ของ E-BOOK 7 ความแตกต่างของ E-BOOK กับ หนังสือทั่วไป 8 ข้อดีของ E-BOOK 9
E-BOOK ย่อมาจากคำ ว่า ELECTRONIC BOOK คือหนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มี ลักษณะเป็นเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้า จอคอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์ คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยงจุดไปยังส่วนต่างๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ ต่างๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์และโต้ตอบกับผู้อ่านได้ นอกจากนั้นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรก ภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และทั้งยังมีความสะดวกต่อการเผยแพร่และจัดพิมพ์เป็น เอกสาร อีกประการหนึ่งที่สำ คัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยได้ตลอด เวลา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือธรรมดาทั่วไป ลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะมีความ คล้ายคลึงกับหนังสือทั่วไปที่ พิมพ์ด้วยกระดาษ หากจะมีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนก็ คือ กระบวนการผลิต รูปแบบ และวิธีการอ่านหนังสือ ทำ ให้ผู้อ่านสะดวกขึ้นเพราะไม่ต้องพกหนังสือ หลายๆเล่มเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์แบบพกพาติดตัว อย่าง TABLET ก็สามารถพกหนังสือติดตัวได้ทีละ หลายๆเล่ม E-BOOK คืออะไร 1
แนวความคิดเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นภายหลัง ปี ค.ศ. 1940 โดยปรากฏในนวนิยายวิทยาศาสตร์ ต่อ มาได้มีการพัฒนาโดยนำ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยสแกนหนังสือจัดเก็บข้อมูลเป็นแฟ้มภาพตัวหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ และนำ แฟ้มภาพตัวหนังสือมาผ่าน กระบวนการแปลงภาพเป็นข้อความด้วยการทำ OCR (OPTICAL CHARACTER RECOGNITION) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อแปลงภาพตัวหนังสือให้เป็นข้อความที่สามารถ แก้ไขเพิ่มเติมได้ การถ่ายทอดข้อมูลจะถ่ายทอดผ่านทางแป้นพิมพ์ และประมวลผลออกมาเป็นตัวหนังสือและ ข้อความด้วยคอมพิวเตอร์ ดังนั้นหน้ากระดาษจึงเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นแฟ้มข้อมูลแทน ทั้งยังมีความสะดวกต่อการ เผยแพร่และจัดพิมพ์เป็นเอกสาร (DOCUMENTS PRINTING) ทำ ให้รูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ยุคแรก ๆ มี ลักษณะเป็นเอกสารประเภท .DOC .TXT .RTF และ .PDF ไฟล์ เมื่อมีการพัฒนาภาษา HTML (HYPERTEXT MARKUP LANGUAGE) ข้อมูลต่าง ๆ จึงถูกออกแบบและตกแต่งในรูปของเว็บไซต์ โดยปรากฏในแต่ละหน้าของ เว็บไซต์ซึ่งเรียกว่า "WEB PAGE" ผู้อ่านสามารถเปิดดูเอกสารเหล่านั้นได้ด้วยเว็บเบราว์เซอร์ (WEB BROWSER) ซึ่ง เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่สามารถแสดงผลข้อความ ภาพ และการปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ต่อมาเมื่ออินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมมากขึ้น บริษัท ไมโครซอฟท์ ได้ผลิตเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้คำ แนะนำ ในรูปแบบ HTML HELP ขึ้นมา มีรูปแบบของไฟล์เป็น .CHM โดยมีตัวอ่านคือ MICROSOFT READER และหลัง จากนั้นมีบริษัทผู้ผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์จำ นวนมาก ได้พัฒนาโปรแกรมจนกระทั่งสามารถผลิตเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ออกมาเป็นลักษณะเหมือนกับหนังสือทั่วไป กล่าวคือ สามารถแทรกข้อความ แทรกภาพ จัดหน้า หนังสือได้ตามความต้องการของผู้ผลิต และที่พิเศษกว่านั้นคือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ สามารถสร้างจุดเชื่อม โยงเอกสาร (HYPERLINK) ไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกได้ อีกทั้งยังสามารถแทรกเสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ลงไปในหนังสือได้ คุณสมบัติเหล่านี้ไม่สามารถทำ ได้ในหนังสือทั่วไป วิวัฒนาการของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดังนี้ คือ 1. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือแบบตำ รา (TEXTBOOK) มีรูปแบบหนังสือปกติที่พบเห็นทั่วไป เป็นการแปลงหนังสือจากสภาพสิ่งพิมพ์ปกติ เป็นสัญญาณ ดิจิตอล เพิ่มศักยภาพเดิมการนำ เสนอ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ด้วย ศักยภาพของคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การเปิดหน้าหนังสือ การสืบค้น การคัดเลือก เป็นต้น 2. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือเสียงอ่าน เมื่อเปิดหนังสือ จะมีเสียงคำ อ่าน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้เหมาะสำ หรับหนังสือเด็กเริ่ม เรียน หรือหนังสือฝึกออกเสียง หรือ ฝึกพูด (TALKING BOOK ) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ เป็นการเน้นคุณลักษณะด้านการนำ เสนอเนื้อหาที่เป็นตัวอักษร และเสียงเป็นคุณลักษณะหลัก นิยมใช้กับกลุ่มผู้อ่านที่มีระดับลักษณะทางภาษาโดยเฉพาะด้านการฟังหรือการอ่านค่อนข้างต่ำ เหมาะสำ หรับการเริ่มต้นเรียนภาษาของเด็กๆ หรือผู้ที่กำ ลังฝึกภาษาที่สอง หรือฝึกภาษาใหม่ เป็นต้น 3. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือภาพนิ่ง หรืออัลบั้มภาพ (STATIC PICTURE BOOK) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ที่มีคุณลักษณะหลักเน้นจัดเก็บข้อมูล และนำ เสนอข้อมูลในรูปแบบ ภาพนิ่ง(STATIC PICTURE) หรืออัลบั้มภาพเป็นหลัก เสริมด้วยการนำ ศักยภาพของ คอมพิวเตอร์มาใช้ในการนำ เสนอ เช่น การเลือกภาพที่ต้องการ การขยายหรือย่อขนาดของภาพ ของคอมพิวเตอร์ การขยายหรือย่อขนาดของภาพหรือตัวอักษร การสำ เนาหรือการถ่ายโอนภาพ การแต่งเติมภาพ การเลือกเฉพาะส่วนของภาพ (CROPPING) หรือเพิ่มข้อมูล เชื่อมโยง ภายใน (LINKING INFORMATION) เช่น เชื่อมข้อมูลอธิบายเพิ่มเติม เชื่อมข้อมูลเสียงประกอบ เป็นต้น ประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หน้าต่อไป 3
4. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือภาพเคลื่อนไหว (MOVING PICTURE BOOK) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นการนำ เสนอข้อมูลในรูปแบบภาพวีดีทัศน์ (VIDEO CLIPS) หรือ ภาพยนตร์สั้น ๆ (FILMS CLIPS) ผนวกกับข้อมูลสนเทศที่อยู่ในรูปตัวหนังสือ (TEXT INFORMATION) ผู้อ่านสามารถเลือกชมศึกษาข้อมูลได้ ส่วนใหญ่นิยมนำ เสนอข้อมูลเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ หรือเหตุการณ์สำ คัญ เช่น ภาพเหตุการณ์สงครามโลก ภาพการกล่าวสุนทรพจน์ของ บุคคลสำ คัญๆ ของโลกในโอกาสต่างๆ ภาพเหตุการณ์ความสำ เร็จหรือสูญเสียของโลก เป็นต้น 5. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือสื่อประสม (MULTIMEDIA BOOK) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นเสนอข้อมูลเนื้อหาสาระ ในลักษณะแบบสื่อประสมระหว่างสื่อภาพ (VISUAL MEDIA) เป็นทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวกับสื่อประเภทเสียง (AUDIO MEDIA)ใน ลักษณะต่าง ๆ ผนวกกับศักยภาพของคอมพิวเตอร์อื่นเช่นเดียวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่ กล่าวมาแล้ว 6. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือสื่อหลากหลาย (POLYMEDIA BOOK) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบสื่อประสมแต่มีความ หลากหลายในคุณลักษณะด้านความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลภายในเล่มที่บันทึกในลักษณะต่าง ๆ เช่น ตัวหนังสือภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงดนตรี และอื่นๆ เป็นต้น ประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (ต่อ) หน้าต่อไป 4
ประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (ต่อ) 7. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือเชื่อมโยง ( HYPERMEDIA BOOK) เป็นหนังสือที่มีคุณลักษณะสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาสาระภายในเล่ม (INTERNAL INFORMATION LINKING) ซึ่งผู้อ่านสามารถคลิกเพื่อเชื่อมไปสู่เนื้อหาสาระที่ออกแบบเชื่อมโยงกันภายใน การเชื่อมโยง เช่นนี้มีคุณลักษณะเช่นเดียวกับบทเรียนโปรแกรมแบบแตกกิ่ง ( BRANCHING PROGRAMMED INSTRUCTION) นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งเอกสารภายนอก (EXTERNAL OR INFORMATION SOURCES) เมื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต 8. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสืออัจฉริยะ (INTELLIGENT ELECTRONIC BOOK) เป็นหนังสือประสม แต่มีการใช้โปรแกรมชั้นสูงที่สามารถมีปฏิกิริยา หรือ ปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านเสมือน หนังสือมีสติปัญญา (อัจฉริยะ) ในการไตร่ตรอง หรือคาดคะเนในการโต้ตอบหรือปฏิกิริยากับผู้อ่าน 9. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบสื่อหนังสือทางไกล (TELEMEDIA ELECTRONIC BOOK) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้มีคุณลักษณะหลักต่างๆ คล้ายกับ HYPERMEDIA ELECTRONIC BOOKS แต่เน้นการเชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลภายนอกผ่านระบบเครือข่าย (ONLINE INFORMATION SOURCESS) ทั้งที่เป็นเครือข่ายเปิด และเครือข่ายเฉพาะสมาชิกของเครือข่าย 10. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบหนังสือไซเบอร์สเปซ (CYBERSPACE BOOK) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้มีลักษณะเหมือนกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลายๆ แบบที่กล่าวมาแล้ว ผสมกัน สามารถเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลทั้งจากแหล่งภายในและภายนอกสามารถนำ เสนอข้อมูลในระบบ สื่อที่หลากหลาย สามารถปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านได้หลากหลาย 5
สำ หรับผู้อ่าน 1. ขั้นตอนง่ายในการอ่าน และค้นหาหนังสือ 2. ไม่เปลืองเนื้อที่ในการเก็บหนังสือ 3. อ่านหนังสือได้จากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต สำ หรับห้องสมุด 1. สะดวกในการให้บริการหนังสือ 2. ไม่ต้องใช้สถานที่มากในการจัดเก็บหนังสือ และไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ 3. ลดงานที่เกิดจากการซ่อม จัดเก็บ และการจัดเรียงหนังสือ 4. ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานมาดูแลและซ่อมแซมหนังสือ 5. มีรายงานแสดงการเข้ามาอ่านหนังสือ สำ หรับสำ นักพิมพ์และผู้เขียน 1. ลดขั้นตอนในการจัดทำ หนังสือ 2. ลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงในการจัดพิมพ์หนังสือ 3. ลดค่าใช้จ่ายในการจัดจำ หน่ายผ่านช่องทางอื่นๆ 4. เพิ่มช่องทางในการจำ หน่ายหนังสือ 5. เพิ่มช่องทางในการประชาสัมพันธ์ตรงถึงผู้อ่าน ประโยชน์ของ E-BOOK 6
ความแตกต่างของหนังสือทั้งสองประเภทจะอยู่ที่รูปแบบของการสร้าง การผลิตและการใช้งาน เช่น 1. หนังสือทั่วไปใช้กระดาษ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช้กระดาษ 2. หนังสือทั่วไปมีข้อความและภาพประกอบธรรมดา หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถสร้างให้ มีภาพ เคลื่อนไหวได้ 3. หนังสือทั่วไปไม่มีเสียงประกอบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถใส่เสียงประกอบได้ 4. หนังสื่อทั่วไปแก้ไขปรับปรุงได้ยาก หนังสื่ออิเล็กทรอนิกส์สามารถแก้ไขและปรับปรุงข้อมูล ได้ง่าย 5. หนังสือทั่วไปสมบูรณ์ในตัวเอง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถสร้างจุดเชื่อมโยง (LINKS) ออกไปเชื่อมต่อ กับข้อมูลภายนอกได้ 6. หนังสือทั่วไปต้นทุนการผลิตสูง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ต้นทุนในการผลิตหนังสือต่ า 7. หนังสือทั่วไปมีขีดจ ากัดในการจัดพิมพ์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไม่มีขีดจ ากัดในการจัดพิมพ์ สามารถทำ สำ เนาได้ง่าย ไม่จำ กัด 8. หนังสือทั่วไปเปิดอ่านจากเล่ม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ต้องอ่านผ่านคอมพิวเตอร์ 9. หนังสือทั่วไปอ่านได้อย่างเดียว หนังสืออิเล็กทรอนิกส์นอกจากอ่านได้แล้วยังสามารถสั่ง พิมพ์ (PRINT)ได้ 10. หนังสือทั่วไปอ่านได้ 1 คนต่อหนึ่งเล่ม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 1 เล่ม สามารถอ่านพร้อมกันได้จำ นวน มาก (ออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต) 11. หนังสือทั่วไปพกพาลำ บาก (ต้องใช้พื้นที่) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์พกพาได้สะดวกครั้งละ จำ นวนมากใน รูปแบบของไฟล์คอมพิวเตอร์ ใน HANDY DRIVE หรือ CD ความแตกต่างของ E-BOOK กับหนังสือทั่วทั่ไป 7
ข้อดีของ E-BOOK 1. เป็นสื่อที่รวมเอาจุดเด่นของสื่อแบบต่างๆ มารวมอยู่ในสื่อตัวเดียว คือสามารถแสดงภาพ แสง เสียง ภาพเคลื่อนไหว และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ 2. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดพัฒนาการเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาวิชาได้เร็วขึ้น 3. ครูสามารถใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในการชักจูงผู้เรียนในการอ่าน, การเขียน, การฟังและ การพูด ได้ 4. มีความสามารถในการออนไลน์ผ่านเครือข่ายและเชื่อมโยง ไปสู่โฮมเพจและเว็บไซต์ ต่างๆ อีกทั้ง ยังสามารถอ้างอิงในเชิงวิชาการได้ 5. หากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตหรืออินทราเน็ต จะทำ ให้การกระ จายสื่อทำ ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขว้างกว่าสื่อที่อยู่ในรูปสิ่งพิมพ์ 6. สนับสนุนการเรียนการสอนแบบห้องเรียนเสมือน ห้องสมุดเสมือนและห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ 7. มีลักษณะไม่ตายตัว สามารถแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังสามารถ เชื่อมโยง ไปสู่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้โดยใช้ความสามารถของไฮเปอร์เท็กซ์ 8. ในการสอนหรืออบรมนอกสถานที่ การใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้เกิดความ คล่องตัวยิ่ง ขึ้น เนื่องจาก สื่อสามารถสร้างเก็บไว้ในแผ่นซีดีได้ ไม่ต้องหอบหิ้วสื่อซึ่งมีจำ นวนมาก 9. การพิมพ์ทำ ได้รวดเร็วกว่าแบบใช้กระดาษ สามารถทำ สำ เนาได้เท่าที่ต้องการประหยัด วัสดุใน การสร้างสื่อ อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย 10. มีความทนทานและสะดวกต่อการเก็บบำ รุงรักษา ลดปัญหาการจัดเก็บเอกสารย้อนหลัง ซึ่งต้อง ใช้เนื้อที่หรือบริเวณกว้างกว่าในการจัดเก็บ สามารถรักษาหนังสือหายากและต้นฉบับเขียนไม่ให้ เสื่อมคุณภาพ 11. ช่วยให้นักวิชาการและนักเขียนสามารถเผยแพร่ผลงานเขียนได้อย่างรวดเร็ว 8
สรุป E-BOOK ย่อมาจากคำ ว่า ELECTRONIC BOOK คือหนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์และ ออนไลน์ ประโยชน์ของ E-BOOK สำ หรับผู้อ่าน 1. ขั้นตอนง่ายในการอ่าน และค้นหาหนังสือ 2. ไม่เปลืองเนื้อที่ในการเก็บหนังสือ 3. อ่านหนังสือได้จากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
อ้างอิง https://www.stw.ac.th/wp-content/uploads/2016/12/eBook-Series1.pdf http://vandalearning.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9 %881/