The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tongparamin112233, 2021-08-13 06:42:22

การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สค21003

41





ทรายเปนทอนที่ตัดและตกแตงอกที นับวาแปลกจากศิลปวัฒนธรรมยุคอื่นใด ทํานบสระตราว สรางดวยทอนหน





ทรายซึ่งตดมาจากแหลงตดหนมาวางเรยงกันอยางเปนระเบียบและตอนนี้ไดมีการบูรณะและทําความสะอาด





บรเวณสระตราว สามารถเก็บกักน้ํา นําขึ้นมาใชอุปโภคบรการแกเจาหนาที่ และนกทองเที่ยว ณ บริเวณ
ผามออีแดง และปราสาทเขาพระวิหารไดอยางเพียงพอ
ในเขตชายแดนฝงตะวนออกและตะวนตกของประเทศไทย ซึ่งมีอาณาเขตตดตอกับสาธารณรฐ





ประชาชนลาว สหภาพพมา ราชอาณาจกรกัมพูชา มีสภาพภมิประเทศสวยงามดวยทิวเขายาวสุดสายตา ปกคลุม



ดวยปาไม น้ําตก และแมน้ําสายสําคญ เชน แมน้ําโขง แมน้ําสาละวิน นอกจากเปนแหลงทองเที่ยวแลวยังเปนที่






จบจายใชสอยขาวของเครื่องใชของประเทศเพื่อนบาน เชน ตลาดการคาชายแดนอาเภอแมสาย จงหวดเชียงราย



ตลาดการคาชายแดนอําเภอแมสอด จังหวัดตาก ตลาดการคาชายแดนชองเม็ก อําเภอสิรินธร จงหวดอุบลราชธานี


ตลาดการคาชายแดนจงหวดมุกดาหาร นอกจากเปนชองทางการคาระหวางประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบาน



แลวยังเปนเสนทางการเดินทางไปทองเที่ยวในประเทศเพื่อนบานไดอีกดวย

เรื่องที่ 3 ศักยภาพประเทศไทยกับการพัฒนาอาชีพ
3.1 ภูมิศาสตร




















ประเทศไทยมีสภาพทางภมิศาสตรที่หลากหลาย ภาคเหนือเปนพื้นที่ภูเขาสูงสลับซับ ซอน จุดที่สูง


ที่สุดในประเทศไทย คอ ดอยอนทนนท ประมาณ 2,565 ตารางกิโลเมตรเหนอระดบน้ําทะเล รวมทั้งยังปกคลุม



ดวยปาไมอนเปนตนน้ําลําธารที่สําคญของประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสวนใหญเปนพื้นที่ของที่ราบสูง




โคราช สภาพของดินคอนขางแหงแลงและไมเอื้ออํานวยตอการเพาะปลูกผัก แมน้ําเจาพระยาเกิดจากแมน้ําหลาย

42





สายที่ไหลมาบรรจบกันที่ปากน้ําโพ จงหวดนครสวรรค อันไดแก แมนาปง แมน้ําวัง แมน้ํายม และแมน้ํานาน
้ํ





ทําใหภาคกลางกลายเปนที่ราบลุมแมน้ําที่มีความอุดมสมบูรณที่สุดในประเทศ และถือไดวาเปนแหลงปลูกขาวที่
สําคัญแหงหนึ่งของโลก ภาคใตเปนสวนหนึ่งของคาบสมุทรไทย-มาเลย ขนาบดวยทะเลทั้งสองดาน มีจุดที่แคบ

ลง ณ คอคอดกระ แลวขยายใหญเปนคาบสมุทรมลายู สวนภาคตะวันตกเปนหุบเขาและแนวเทือกเขาซึ่งพาดตว

มาจากทางตะวันตกของภาคเหนือ
แมน้ําเจาพระยาและแมน้ําโขงถือเปนแหลงเกษตรกรรมที่สําคัญของประเทศไทย การผลิตของ
อุตสาหกรรมการเกษตรจะตองอาศัยผลผลิตที่เก็บเกี่ยวไดจากแมน้ําทั้งสองและสาขาทั้งหลาย อาวไทยกินพื้นที่

ประมาณ 320,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งไหลมาจากแมน้ําเจาพระยา แมน้ําแมกลอง แมน้ําบางปะกง และแมน้ําตาป

ซึ่งเปนแหลงดึงดดนักทองเที่ยว เนื่องจากน้ําตื้นใสตามแนวชายฝงของภาคใตและคอคอดกระ อาวไทยยังเปน

ศูนยกลางทางอุตสาหกรรมของประเทศ เนองจากมีทาเรือหลักในสัตหีบ และถือไดวาเปนประตูที่จะนําไปสู
ื่

ทาเรออื่น ๆในกรุงเทพมหานคร สวนทะเลอนดามันถือไดวาเปนแหลงทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณคามากที่สุด



ของไทยเนองจากมี รีสอรทที่ไดรับความนิยมอยางสูงในทวีปเอเชีย รวมไปถึงจังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบ ี่
ื่
จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดตรัง




































ผานกแอน ในอุทยานแหงชาติภูกระดึง

43




ภูมิภาค

สภาวิจัยแหงชาติไดแบงประเทศไทยออกเปน 6 ภูมิภาค ตามลักษณะธรรมชาติ รวมไปถึงธรณี


สันฐานและทางน้ํา รวมไปถึงรูปแบบวฒนธรรมมนุษย โดยภูมิภาคตาง ๆ ไดแก ภาคเหนือ ภาค

ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต ภูมิภาคทางภมิศาสตรทั้งหกนี้มีความ


แตกตางกันโดยมีเอกลักษณของตนเองในดานประชากร ทรัพยากรพื้นฐาน ลักษณะธรรมชาติ และระดบของ
พัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจ ความหลากหลายในภูมิภาคตาง ๆ เหลานี้ไดเปนสวนสําคัญตอลักษณะทาง


กายภาพของประเทศไทย























ปาสนในจังหวัดเชียงใหม




ภาคเหนือ มีลักษณะภูมิประเทศแบบภเขาสูงสลับกับหบเขาและพื้นที่สูงซึ่งตดตอกับเขตที่ราบลุม
ตอนกลางของประเทศ มีทิวเขาที่วางตวยาวในแนวเหนอ-ใต ระหวางทิวเขาจะมีหบเขาและแองที่ราบระหวาง













ภูเขาเปนที่ตั้งของตัวจังหวัด เชน จงหวดเชียงราย เชียงใหม แมฮองสอน นาน และแพร ทิวเขาที่สําคัญไดแก ทิว

เขาถนนธงชัย ทิวเขาแดนลาว ทิวเขาขนตาน ทิวเขาผีปนน้ํา และทิวเขาหลวงพระบาง ชวงฤดหนาวในเขตภเขา



ของภาค อณหภมิต่ําเหมาะสมตอการปลูกไมผลเมืองหนาว อาทิ ลิ้นจและสตรอเบอรี่ แมน้ําในภาคเหนอหลาย



ี่
สาย รวมไปถึงแมนาปง แมน้ําวัง แมน้ํายมและแมน้ํานาน ไหลมาบรรจบกันและกอใหเกิดเปนที่ราบลุมแมน้ํา

้ํ





เจาพระยา ในอดต ลักษณะทางธรรมชาตเหลานี้ทําใหภาคเหนือสามารถทําการเกษตรไดหลายประเภท รวมไป
ถึงการทํานาในหุบเขาและการปลูกพืชหมุนเวียนในเขตพื้นที่สูง


ภาคตะวันออกเฉียงเหนอ หรอ ภาคอสาน ประกอบดวยจังหวัด 19 จังหวัดมีเนื้อที่ 168,854 ตาราง

กิโลเมตร หรือประมาณหนึ่งในสามของพื้นที่ทั้งประเทศ สภาพพื้นที่อยูบนที่ราบสูง มีแมน้ําโขงเปนแมน้ําสาย
หลัก อาชีพหลัก คือ การทํานา ปลูกออย มันสําปะหลัง ยางพารา และผลิตผาไหมเปนอตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาท


44











สําคญตอเศรษฐกิจ เนื่องจากผาไหมเปนที่นยมทั้งคนไทยและชาวตางชาต ภาคตะวนออกเฉียงเหนอ แบง
ลักษณะภูมิประเทศเปน 5 เขต ไดแก
ทิวเขาดานทิศตะวันตก ประกอบดวยทิวเขาดงพญาเย็น มีลักษณะเดนคือสวนที่เปน




หนทรายจะยกตัวสูงขึ้นเปนขอบชันกับพื้นที่ภาคกลาง และมีภเขายอดตดจานวนมาก ไดแก ภเรอ ภหอ ภหลวง






ภกระดึง ภูเขาดังกลาวสวนใหญเปนภูเขาหินทราย พบภูเขาหินปูนแทรกสลับอยูบาง
ทิวเขาทางดานใต มีทิวเขาสันกําแพงและทิวเขาพนมดงรักเปนทิวเขาหลัก ทิวเขา


สันกําแพงมีลักษณะเปนหินปูน หินดนดานภเขาไฟ และหนทราย สวนทิวเขาพนมดงรักเปนทิวเขาที่เปนภเขา


หินทราย และยังมีภูเขาไฟดับแลวตั้งอยู
ทิวเขาตอนกลาง เปนเนินและภูเขาเตี้ย เรียกวา ทิวเขาภูพาน

ที่ราบแองโคราช เปนพื้นที่ราบของลุมน้ําชี และมูล ที่ไหลลงสูแมน้ําโขง เปนที่ราบที่มีเนื้อที่






กวางที่สุดของประเทศ จดเดนของแองโคราชคอ มีการพบซากดกดาบรรพ ไมกลายเปนหน ชางโบราณและ


ไดโนเสารจํานวนมาก

แองสกลนคร เปนที่ราบบริเวณฝงแมน้ําโขง มีแมน้ําสายสั้น ๆ เชน แมน้ําสงคราม เปนตน
บริเวณนี้มีหนองน้ําขนาดใหญ เรียกวา "หนองหาน" เกิดจากการยุบตัวจากการละลายของเกลือหิน




















ทิวเขาเพชรบูรณ


ู
ู

้ํ


ภาคกลาง เปนพื้นที่ที่มีความสมบูรณทางธรรมชาต จนไดรบการขนานนามวา "อขาวอนา" มีระบบ





ชลประทานที่ไดพัฒนาสําหรบเกษตรกรรมทํานาในภาคกลาง โดยไดพัฒนาตอเนื่องมาตั้งแตอาณาจักรสุโขทัย

มาจนถึงปจจบัน ภมิประเทศเปนที่ราบลุมมีแนวภเขาเปนขอบดานตะวนออกและตะวนตก ไดแก ทิวเขา








45






เพชรบูรณ และทิวเขาถนนธงชัย ลักษณะทางภมิศาสตรบรเวณภาคกลางตอนบนเปนที่ราบเชิงเขา ลานพักลําน้ํา






และเนนตะกอนรปพัด สวนดานตะวนออกเปนที่ราบลาดเนนตะกอนเชิงเขาและภเขาโดดเตี้ยๆ ซึ่งเปนภูเขาไฟ






เกา พบทั้งหนบะซอลต หนไรโอไลต และหนกรวดภเขาไฟ มีพื้นที่ราบลุมแมน้ํายม แมน้ําเจาพระยาตอนบน
และแมน้ําปาสัก สวนภาคกลางตอนลางมีลักษณะเปนที่ราบลุมโดยตลอด มีลานตะพักลําน้ํา เปนที่ราบน้ําทวม




ถึง และคนดนธรรมชาตยาวขนานตามแมน้ําเจาพระยา แมน้ําลพบุร แมน้ําปาสัก แมน้ําทาจีน ที่ราบภาคกลาง

ตอนกลางมีชื่อเรียกวา "ทุงราบเจาพระยา" เริ่มตั้งแตจังหวัดนครสวรรคไปจนสุดอาวไทย
ภาคตะวันออก ประกอบดวย 7 จังหวัด มีอาณาเขตตดกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือทางทิศเหนอ


ประเทศราชอาณาจักรกัมพูชาทางทิศตะวันออก ติดกับอาวไทยทางทิศใต ติดกับภาคกลางดานตะวันตก มีเนอที่
ื้
34,380 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศของภาคตะวันออกแบงได 4 ลักษณะ คือ ภูมิประเทศสวนทิวเขา มีทิวเขาสัน
กําแพง ทิวเขาจันทบุร และทิวเขาบรรทัด ภูมิประเทศสวนที่เปนที่ราบลุมน้ํา คือที่ราบลุมน้ําบางปะกง ที่ราบ


ชายฝงทะเล ตั้งแตปากแมน้ําบางปะกงไปจนสุดเขตแดนที่ จังหวัดตราด สวนใหญชายฝงทะเลจะมีหาดทราย
สวยงาม ทั้งสวนเกาะและหมูเกาะ เชน เกาะสีชัง เกาะเสม็ด หมูเกาะชาง และเกาะกูด













เมืองพัทยา


ภาคตะวันตก ประกอบดวย 5 จังหวัด มีเนื้อที่ 53,679 ไร มีเทือกเขาตะนาวศรเปนเทือกเขายาวตั้งแต 

ภาคเหนอมาถึงภาคตะวันตกของประเทศ และเปนพรมแดนทางธรรมชาติระหวางไทยกับพมา สภาพภูมิประเทศ


ของภาคตะวนตกมีลักษณะเชนเดียวกับภาคเหนอ โดยมีภเขาสูงสลับกับหุบเขาซึ่งมีแมน้ําไหลผาน มีที่ราบลุมน้ํา




สําคัญไดแก ที่ราบลุมน้ําปง -วัง ที่ราบลุมน้ําแมกลอง และที่ราบลุมน้ําเพชรบุรี ภาคตะวนตกมีพื้นที่ปาที่อดม

สมบูรณเปนจํานวนมาก ทรพยากรน้ําและแรธาตุเปนทรพยากรที่สําคัญของภาค โดยอุตสาหกรรมเหมืองแรถือ

วาเปนอตสาหกรรมหลัก นอกจากนี้ ภาคตะวันตกยังเปนที่ตั้งของเขื่อนที่สําคัญของประเทศ


46





























หาดมาหยา ในหมูเกาะพีพี



ภาคใต เปนสวนหนึ่งของคาบสมุทรแคบ ๆ มีความแตกตางกับภาคอื่น ๆ ของไทยทั้งในดานสภาพ
ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และทรัพยากร ลักษณะภูมิประเทศของภาคใตแบงเปน 4 แบบ ไดแก



ทิวเขา ประกอบดวยทิวเขาสําคญ ไดแก ทิวเขาภเก็ต ทิวเขานครศรธรรมราช และทิวเขาสันกา

ลาคีร


ที่ราบฝงอาวไทยและที่ราบฝงอันดามัน โดยที่ราบฝงอาวไทยจะตั้งอยูทางตะวนออกของภาค มี

ลักษณะเปนอาวขนาดใหญกระจัดกระจาย ชายฝงคอนขางเรยบตรงและมีหาดทรายสวยงาม และยังมีสวนที่เปน




หาดเลนและโคลน จะเปนปาชายเลน มีลักษณะเดนคอมีแหลมที่เกิดจากการทับถมของทรายและโคลน 2 แหง


ไดแก แหลมตะลุมพุก จงหวัดนครศรธรรมราช และแหลมตาชี จงหวดปตตานี และมีทะเลสาบสงขลา เปน









ทะเลสาบ 3 น้ํา คอ น้ําเคม น้ําจด และน้ํากรอย ซึ่งจะตางกันตามสภาพการรบน้ําที่ไหลเขาทะเลสาบ ที่เกิดจาก

คลื่นและกระแสน้ําพัดพาตะกอนทรายไปทับถมเปนแนวสันทราย สวนที่ราบฝงทะเลอนดามัน จะอยูดาน




ตะวนตกของภาค มีลักษณะเปนชายฝงแบบยุบตว มีที่ราบแคบเนื่องจากมีชายเขาและหนาผาตดชายฝง และมี
หาดทรายขาวแคบ ๆ

เกาะ ภาคใตมีเกาะและหมูเกาะมากมาย โดยฝงอาวไทยมีเกาะสําคญเชน เกาะสมุย เกาะพงัน หมูเกาะ

อางทอง เปนตน สวนฝงอนดามันมี เกาะภเก็ต ซึ่งเปนเกาะที่ใหญที่สุดในประเทศไทย หมูเกาะพีพี หมูเกาะสิมิ



ลัน เกาะตะรุเตา

เศรษฐกิจของภาคใตขึ้นอยูกับการผลิตยางสําหรบอตสาหกรรม การปลูกมะพราว การทําเหมืองแร 


ดีบุก และการทองเที่ยว โดยเฉพาะอยางยิ่ง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งไดรับความนิยมอยางมาก ลักษณะเดนของ


ภูมิประเทศแบบมวนตัวกับภูเขาและการขาดแมน้ําสายใหญ ๆ มีแนวภูเขาซึ่งเรยงตวกันในแนวเหนือ-ใต และปา


47




ฝนเขตรอนอนลึกลับไดทําใหเกิดการโดดเดี่ยวในยุคเริ่มตนและการพัฒนาทางการเมืองแยกตางหากกับสวน



อื่น ๆ ของประเทศ การเขาถึงทะเลอันดามันและอาวไทยทําใหภาคใตเปนทางผานของทั้งพระพุทธศาสนานิกาย



เถรวาท โดยมีศูนยกลางอยูที่ จงหวดนครศรธรรมราช และศาสนาอสลาม โดยมีศูนยกลางอยูที่อดีตอาณาจักร



ปตตานซึ่งมีพรมแดนติดตอกับประเทศมาเลเซีย
3.2 ภูมิอากาศ
พื้นที่สวนใหญของประเทศไทยมีลักษณะภูมิอากาศแบบรอนชื้นหรอแบบสะวันนาตามการแบงเขต

ภูมิอากาศแบบคอบเปน ในขณะที่ภาคใตและทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเปนเขตภูมอากาศแบบมรสุม

เขตรอน ทั่วประเทศมีอุณหภมิเฉลี่ยระหวาง 19-38°C ในฤดูแลง อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอยางรวดเร็วในชวงครึ่งหลัง

ของเดอนมีนาคม โดยสูงกวา 40°C ในบางพื้นที่ในชวงกลางเดือนเมษายนเมื่อดวงอาทิตยเคลื่อนผานจุดเหนอ


ศีรษะ


มรสุมตะวันตกเฉียงใตซึ่งพัดเขาสูประเทศไทยระหวางเดอนพฤษภาคมและกรกฎาคม (ยกเวนภาคใต)
เปนจุดบงชี้วาประเทศไทยเขาสูฤดูฝน ซึ่งกินเวลาจนถึงเดอนตุลาคม และเมฆซึ่ง




ปกคลุมทําใหอุณหภูมิลดลง แตมีความชื้นสูงมาก เดอนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมเปนจุดเริ่มตนของฤดแลง

และอุณหภูมิในเวลากลางคืนเหนอพื้นดินสามารถลดต่ําลงกวาจุดเยือกแข็ง อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งในชวง

ื่
เดือนมกราคม เมื่อดวงอาทิตยสองแสงมายังภูมิประเทศ ฤดูแลงในภาคใตมีระยะเวลาสั้นที่สุด เนองจากการที่

ภาคใตตั้งอยูใกลทะเลจากทุกดานในคาบสมุทรมลายู พื้นที่ทั้งประเทศไดรับปริมาณฝนอยางเพียงพอ ยกเวนบาง

พื้นที่เทานั้น แตระยะเวลาของฤดูฝนและปริมาณฝนมีความแตกตางกันไปตามภูมิภาคและระดับความสูง

ประเทศไทยยังคงมีความหลากหลายทางชีวภาพของทั้งพืชและสัตวอยูมาก อันเปนรากฐานอันมั่นคง

ของการผลิตในภาคการเกษตร และประเทศไทยไดมีผลไมเมืองรอนหลากชนิดพื้นที่ราว 29% ของประเทศไทย
เปนปาไม รวมไปถึงพื้นที่ปลูกยางพาราและกิจกรรมปลูกปาบางแหงประเทศไทยมีเขตรักษาพันธุสัตวปากวา 50

แหง เขตหามลาสัตวปาอีก 56 แหง โดยพื้นที่ 12% ของประเทศเปนอุทยานแหงชาต (ปจจุบันมี 110 แหง) และ

อีกเกือบ 20% เปนเขตปาสงวนประเทศไทยมีพืช 15,000 สปชีส คิดเปน 8% ของสปชีสพืชทั้งหมดบนโลกใน

ประเทศไทย พบนกจํานวน 982 ชนิด นอกจากนี้ ยังเปนถิ่นที่อยูของสัตวสะเทินน้ําสะเทินบก นก สัตวเลี้ยงลูก
ดวยน้ํานม และสัตวเลื้อยคลานกวา 1,715 สปชีส

48



3.3 ทรัพยากรธรรมชาติ


ประเทศไทยเปนประเทศที่มทรัพยากรธรรมชาตอยูอยางมากมายแบงได ดังนี้





ทรัพยากรดิน ในประเทศไทยแบงออกเปน 4 ชนิด ไดแกดินเหนียว พบไดในบรเวณแองโคราช ท ี่
้ํ
ราบลุมแมน้ําบางปะกง แมนาแมกลอง แมน้ําตาป แมน้ําปากพนัง ดินรวน พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนบนและภาคเหนือ ดนทราย พบมากในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ดินอนทรีย พบ
มากในปาพรุ เชน ปาพรุสิรินธร จังหวัดนราธิวาส
ทรัพยากรปาไม ปาไมจะกระจายอยูทั่วประเทศ มีลักษณะแตกตางกันตามภูมิประเทศและภูมิอากาศ มี

2 ประเภท ไดแก ปาผลัดใบ พบไดในทุกภูมิภาค แตภาคใตพบนอยที่สุด และปาไมผลัดใบ สวนใหญอยูในพื้นที่

ภาคใต และบนภูเขาสูงที่มีความชุมชื้น เชน อุทยานแหงชาติดอยอินทนนท แหงชาตเขาใหญ แหงชาตภูสอยดาว


เปนตน
ทรัพยากรน้ํา ในประเทศไทยมีแหลงน้ําสําคัญ 2 แหลงคอ จากน้ําผิวดิน ซึ่งมีแมน้ําเจาพระยาเปน

แมน้ําสายสําคัญที่สุดของประเทศ นอกจากนี้ยังมีแมน้ําตาง ๆ ตามภูมิภาค เชน แมน้ํามูล ชี ปง วัง ยม นาน แม

กลอง ตาป เปนตน และจากน้ําบาดาล
ทรัพยากรแรธาตุ พบอยูทั่วไปในทุกภูมิภาคของประเทศไทย แตกตางกันตามสภาพทางธรณีวิทยา

เชน สังกะสีพบมากในภาคตะวันตกและภาคเหนอ ดีบุกพบมากในภาคใต แรรัตนชาตพบมากในภาคตะวันออก


และแรเชื้อเพลิง ซึ่งพบมากในอาวไทย เชน แกสธรรมชาต สวนลิกไนตจะพบมากในภาคเหนอ



3.4 ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต

ประเทศไทย ตั้งอยูบนพื้นฐานของเอกลักษณและศรัทธาของไทยสมัยใหม ทําใหพุทธศาสนาใน

ประเทศไทยไดมีการพัฒนาตามกาลเวลา ซึ่งรวมไปถึงการรวมเอาความเชื่อทองถิ่นที่มาจากศาสนาฮินด การถือผี


และการบูชาบรรพบุรุษสวนชาวมุสลิมอาศัยอยูทางภาคใตของประเทศไทยเปนสวนใหญ รวมไปถึงชาวจีนโพน
ทะเลที่เขามามีสวนสําคัญอยูในสังคมไทย โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและใกลเคียง ซึ่งการ

ปรับตัวเขากับสังคมไทยไดเปนอยางดี ทําใหกลุมชาวจีน มีตําแหนงและบทบาททางเศรษฐกิจและการเมือง

วัฒนธรรมไทยมีสวนที่คลายคลึงกับวัฒนธรรมเอเชีย กลาวคือ มีการใหความเคารพแกบรรพบุรุษ ซึ่ง

เปนการยึดถือปฏิบติกันมาอยางชานาน ชาวไทยมักจะมีความเปนเจาบานและความกรุณาอยางดี แตก็ม ี
ความรูสึกในการแบงชนชั้นอยางรุนแรงเชนกัน ความอาวุโสเปนแนวคิดที่สําคัญในวัฒนธรรมไทยอยางหนึ่ง ผู

อาวุโสจะตองปกครองดแลครอบครัวของตนตามธรรมเนยม และนองจะตองเชื่อฟงพี่



การทักทายตามประเพณีของไทย คือ การไหว ผูนอยมักจะเปนผูทักทายกอนเมื่อพบกัน และผูที่
อาวุโสกวาก็จะทักทายตอบในลักษณะที่คลาย ๆ กัน สถานะและตําแหนงทางสังคมก็มีสวนตอการตัดสินวาผูใด

49




ควรจะไหวอีกผูหนึ่งกอนเชนกัน การไหวถือวาเปนสัญลักษณในการใหความเคารพและความนับถือแกอีกผู
หนึ่ง


ศิลปะ































พระที่นั่งไอศวรรยทิพยอาสน พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา




จิตรกรรมไทย เปนลักษณะอุดมคต เปนภาพ 2 มิต โดยนาสิ่งใกลไวตอนลางของภาพ สิ่งไกล

ไวตอนบนของภาพ ใชสีแบบเบญจรงค คือ ใชหลายสี แตมีสีที่โดดเดนเพียงสีเดียว


ประติมากรรมไทยเดิม ชางไทยทํางานประตมากรรมเฉพาะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เชน พระพุทธรป





เทวรป โดยมีสกุลชางตางๆ นบตั้งแตกอนสมัยสุโขทัย เรยกวา สกุลชางเชียงแสน สกุลชางสุโขทัย อยุธยา และ

รตนโกสินทร โดยใชทองสําริดเปนวสดหลักในงานประตมากรรม เนื่องจากสามารถแกะแบบดวยขี้ผึ้งและ







ตกแตงได แลวจึงนําไปหลอโลหะ เมื่อเทียบกับประติมากรรมศิลาในยุคกอนนั้น งานสําริดนับวาออนชอยงดงาม
กวามาก
สถาปตยกรรมไทย มีปรากฏใหเห็นในชั้นหลัง เนื่องจากงานสถาปตยกรรมสวนใหญชํารุดทรุด


โทรมไดงาย โดยเฉพาะงานไม ไมปรากฏรองรอยสมัยโบราณเลย สถาปตยกรรมไทยมีใหเหนอยูในรูปของ


บานเรอนไทย โบสถ วด และปราสาทราชวง ซึ่งลวนแตสรางขึ้นใหเหมาะสมกับสภาพอากาศและการใชสอย



จริง

50

































แกงมัสมั่น

อาหารไทย

อาหารไทยเปนการผสมผสานรสชาติความหวาน ความเผด ความเปรี้ยว ความขมและความเค็ม
สวนประกอบซึ่งมักจะใชในการปรุงอาหารไทย รวมไปถึง กระเทียม พริก น้ํามะนาว และน้ําปลา และวัตถุดิบ

สําคัญของอาหารในประเทศไทย คือ ขาว โดยมีขาวกลองและขาวซอมมือเปนพื้น มีคุณลักษณะพิเศษ คือ ให 

คุณคาทางโภชนาการครบถวน และใหสรรพคุณทางยาและสมุนไพร อาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดของคนไทย คือ
ื่

ู
น้ําพริกปลาทู พรอมกับเครองเคียงที่จัดมาเปนชุด สวนอาหารที่ไดรับความนิยมและเปนที่รจักไปทั่วโลกนั้นคือ

ตมยํากุงเมื่อ พ.ศ. 2554 เว็บไซต CNNGO ไดจัดอันดับ 50 เมนูอาหารที่อรอยที่สุดในโลกโดยการลงคะแนน
เสียงทางเฟสบุคปรากฏวา แกงมัสมั่นไดรับเลือกใหเปนอาหารที่อรอยที่สุดในโลก

ภาพยนตรไทย


ภาพยนตรไทยมีประวติความเปนมาที่ยาวนาน ปจจุบันประเทศไทยมีภาพยนตรที่มุงสูตลาดโลก เชน
ภาพยนตรเรื่อง ตมยํากุง ที่สามารถขึ้นไปอยูบนตารางบ็อกซออฟฟสในสหรัฐอเมริกา และยังมีภาพยนตรไทย

หลายเรื่องที่เปนที่ยอมรับในเทศกาลภาพยนตร ลาสุด ภาพยนตรเรอง ลุงบุญมีระลึกชาต กํากับโดยอภิชาติพงศ

ื่



ระเศรษฐกุล ไดรับรางวัลปาลมทองคํา จากงานเทศกาลภาพยนตรเมืองคานสครั้งที่ 63 นับเปนภาพยนตรจาก
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตเรองแรกที่ไดรับรางวัลนี้ นอกจากนั้นปจจุบันเยาวชนไทยไดหันมาสนใจผลิต
ื่
หนังสั้นเขาประกวดในระดับนานาชาติ เปนความคิดสรางสรรคงาน ทั้งที่เปนหนังสั้นและแอนนิเมชั่น

51



ดนตรีไทย


ดนตรีในประเทศไทยนั้นไดรบอิทธิพลมาจากประเทศตางๆ ดนตรีไทยเปนดนตรีที่มความไพเราะนา



ฟง มี 4 ประเภท ไดแก ดด สี ตี เปาในอดีตดนตรีไทยนิยมเลนในการขับลํานําและรองเลน ตอมามีการนําเอา


ื่
ื่
เครองดนตรจากตางประเทศเขามาผสม ดนตรีไทยนิยมเลนกันเปนวง เชน วงปพาทย วงเครองสาย วงมโหรี
ดนตรีไทยเขามามีบทบาทในชีวิตประจําวันมากขึ้น โดยใชประกอบงานมงคล งานอวมงคล ฯลฯ ในปจจุบัน
ื่

ดนตรีไทยไมคอยเปนที่นิยมกันแพรหลายนักเนองจากหาดูไดยาก คนสวนใหญจึงไมคอยรูจักดนตรีไทย







































การปลอยโคมลอยในงานประเพณียี่เปง
เทศกาลประเพณ ี

ั้
เทศกาลประเพณีในประเทศไทยนั้นมีความหลากหลายและอลังการ ทั้งประเพณีไทยดงเดิม เชน
ประเพณีสงกรานต ประเพณีลอยกระทง ประเพณีตักบาตรดอกไม ประเพณีบุญบั้งไฟ และประเพณีที่เปนสากล
เชน เทศกาลวันคริสตมาส เทศกาลวันขึ้นปใหม ฯลฯ



สรุปจุดเดนของประเทศไทย ทั้งดานทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิประเทศ ภูมอากาศและทําเลที่ตั้ง

ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิต และความสามารถของคนไทย ที่สามารถนํามาเปนจดขายเพื่อการสรางงาน


52



อาชีพใหกับคนไทยไดอยางมากมาย หากสามารถดึงศักยภาพเหลานั้นมาคิดและหาแนวทางการสรางงานที่

สอดคลองกับความรู ความสามารถของตนเองได 



4. กลุมอาชีพที่สัมพันธกับศกยภาพของประเทศไทย


อาชีพ หมายถึง การทํากิจกรรม การทํางาน การประกอบการที่ไมเปนโทษแกสังคม

และมีรายไดตอบแทน โดยอาศัยแรงงาน ความรู ทักษะ อุปกรณ เครื่องมือ วิธีการ แตกตางกันไป



ประเภทและลกษณะของอาชีพ การแบงประเภทของอาชีพ สามารถจดแบงตามลักษณะไดเปน 2
ลักษณะ คือ การแบงตามเนื้อหาวิชาของอาชีพ และแบงตามลักษณะของการประกอบอาชีพ
ี่

ลักษณะท 1 การแบงอาชีพตามเนื้อหาวิชาของอาชีพ สามารถจดกลุมอาชีพตามเนื้อหา วชาไดเปน 6


ี้
ประเภท ดังน



1. อาชีพเกษตรกรรม ถือวาเปนอาชีพหลัก และเปนอาชีพสําคญของประเทศ ปจจบันประชากรของ



ไทยไมนอยกวารอยละ 60 ยังประกอบอาชีพนี้อยู อาชีพเกษตรกรรมเปนอาชีพเกี่ยวเนื่องกับการผลิต การจัด

จําหนายสินคา และบริการทางดานการเกษตร ซึ่งผลผลิตทางการเกษตร นอกจากใชในการบรโภคเปนสวนใหญ 
แลวยังใชเปนวัตถุดิบในการผลิตทางอุตสาหกรรมอีกดวย อาชีพเกษตรกรรม ไดแก การทํานา ทําไร ทําสวน

เลี้ยงสัตว ฯลฯ




2. อาชีพอตสาหกรรม การทําอตสาหกรรม หมายถึง การผลิตสินคาอนเนื่องมาจาก






การนําเอาวัสด หรอสินคาบางชนดมาแปรสภาพใหเกิดประโยชนตอผูใชมากขึ้น กระบวนการประกอบการ

อุตสาหกรรม ประกอบดวย



ื่

ในขั้นตอนของกระบวนการผลิต มีปจจัยมากมายนับตั้งแตแรงงาน เครื่องจักร เครองมือ เครื่องใช เงินทุน ที่ดน
อาคาร รวมทั้งการบริหารจดการ

การประกอบอาชีพอตสาหกรรมแบงตามขนาด ไดดังนี้


2.1 อุตสาหกรรมในครอบครัว เปนอุตสาหกรรมที่ทํากันในครวเรอน หรือภายในบาน ใชแรงงานคน

ในครอบครัวเปนหลัก บางทีอาจใชเครื่องจักรขนาดเล็กชวยในการผลิต ใชวัตถุดิบ วัสดุที่หาไดในทองถิ่นมาเปน








ปจจยในการผลิตอุตสาหกรรมในครัวเรอนเชน การทอผา การจกสาน การทํารม การทําอฐมอญ การทําถั่วเนา

53



แผน น้ําพริกลาบ น้ํามันงา ฯลฯ ลักษณะการดําเนินงานไมเปนระบบมากนัก รวมทั้งการใชเทคโนโลยีแบบงาย ๆ

ไมยุงยากซับซอน และมีการลงทุนไมมาก
2.2 อุตสาหกรรมขนาดยอม เปนอุตสาหกรรมที่มีการจางคนงานไมเกิน 50 คน ใชเงินทุนดําเนินการ


ไมเกิน 10 ลานบาท อุตสาหกรรมขนาดยอม ไดแก โรงกลึง อูซอมรถ โรงงานทําขนมปง โรงสีขาว เปนตนใน


การดําเนนงานของอตสาหกรรม ขนาดยอมมีขบวนการผลิตไมซับซอน และใชแรงงานที่มีฝมือไมมาก


2.3 อตสาหกรรมขนาดกลาง เปนอุตสาหกรรมที่มีการจางคนงานมากกวา 50 คน
แตไมเกิน 200 คน ใชเงินทุนดาเนนการมากกวา 10 ลานบาท แตไมเกิน 100 ลานบาท อตสาหกรรมขนาดกลาง















ไดแก อตสาหกรรมทอกระสอบ อตสาหกรรมเสื้อผาสําเรจรป เปนตน การดาเนนงานของอตสาหกรรมขนาด



กลางตองมีการจดการที่ดี แรงงานที่ใชตองมีทักษะ ความรู ความสามารถในกระบวนการผลิตเปนอยางดี
เพื่อที่จะไดสินคา ที่มีคุณภาพระดับเดียวกัน


2.4 อตสาหกรรมขนาดใหญ เปนอตสาหกรรมที่มีคนงานมากกวา 200 คนขึ้นไป เงินทุน


ในการดําเนินการมากกวา 200 ลานบาท อุตสาหกรรมขนาดใหญ เชน อตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่ อตสาหกรรม



ถลุงเหล็ก อตสาหกรรมประกอบรถยนต อตสาหกรรมผลิตเครื่องใชไฟฟา เปนตน อตสาหกรรมขนาดใหญมี





ระบบการจัดการที่ดี ใชคนที่มีความรู ทักษะ ความสามารถเฉพาะดาน หลายสาขา เชน วศวกรรมอเล็กทรอนกส





ในการดาเนนงานผลิตมีกรรมวธีที่ยุงยาก ใชเครื่องจกร คนงาน เงินทุน จานวนมากขึ้น มีกระบวนการผลิตที่




ทันสมัยและผลิตสินคาไดทีละมาก ๆ มีการวาจางบุคคลระดับผูบริหารที่มีความสามารถ
3. อาชีพพาณิชยกรรมและอาชีพบริการ
3.1 อาชีพพาณิชยกรรม เปนการประกอบอาชีพที่เปนการแลกเปลี่ยนระหวางสินคากับเงิน สวน



ใหญจะมีลักษณะเปนการซื้อมาและขายไป ผูประกอบอาชีพทางพาณชยกรรมจงจด


เปนคนกลาง ซึ่งทําหนาที่ซื้อสินคาจากผูผลิตและนํามาขายตอใหแกผูบริโภค ประกอบดวย
การคาสงและการคาปลีก โดยอาจจัดจําหนายในรูปของการขายตรงหรือขายออม
3.2 อาชีพบริการ หมายถึง อาชีพที่ทําใหเกิดความพอใจแกผูซื้อ การบรการอาจเปนสินคาที่มี



ตัวตน หรือไมมีตวตนก็ได  การบริการที่มีตัวตน ไดแก บรการขนสง บริการทางการเงิน

สวนบริการที่ไมมีตัวตน ไดแก บริการทองเที่ยว บริการรักษาพยาบาล เปนตน
3.3 อาชีพพาณชยกรรม จึงเปนตวกลางในการขายสินคา หรอบรการตาง ๆ นับตั้งแตการนํา









วัตถุดิบจากผูผลิตทางดานเกษตรกรรม ตลอดจนสินคาสําเรจรูป จากโรงงานอตสาหกรรม รวมทั้งคหกรรม


ศิลปกรรม หัตถกรรม ไปใหผูซื้อ หรือผูบรโภค อาชีพพาณชยกรรมจึงเปนกิจกรรมที่สอดแทรกอยูทุกอาชีพ ใน

การประกอบอาชีพ พาณิชยกรรม หรอบริการ ผูประกอบอาชีพจะตองมีความสามารถในการจัดหา มีความคิด

ริเริ่ม และมีคุณธรรม จึงจะทําใหการประกอบอาชีพเจริญกาวหนา

54



4. อาชีพคหกรรม การประกอบอาชีพคหกรรม เชน อาชีพที่เกี่ยวกับการประกอบอาหาร ขนม การ

ตัดเย็บ การเสริมสวย ตัดผม เปนตน
5. อาชีพหัตถกรรม การประกอบอาชีพหัตถกรรม เชน อาชีพที่เกี่ยวกับงานชาง โดยการใชมือในการ

ผลิตชิ้นงานเปนสวนใหญ เชน อาชีพจักสาน แกะสลัก ทอผาดวยมือ ทอเสื่อ เปนตน



6. อาชีพศลปกรรม การประกอบอาชีพศิลปกรรม เชน อาชีพเกี่ยวของกับการแสดง ออกในลักษณะ
ตาง ๆ เชน การวาดภาพ การปน การดนตรี ละคร การโฆษณา ถายภาพ เปนตน


ลักษณะที่ 2 การแบงอาชีพตามลักษณะของการประกอบอาชีพ การจัดกลุมอาชีพตาม

ลักษณะการประกอบอาชีพ เปน 2 ประเภท คอ อาชีพอิสระ และอาชีพรับจาง

1. อาชีพอสระ หมายถึง อาชีพทุกประเภทที่ผูประกอบการดาเนนการดวยตนเอง




แตเพียงผูเดียวหรือเปนกลุม อาชีพอิสระเปนอาชีพที่ไมตองใชคนจํานวนมาก แตหากมีความจําเปนอาจมีการจาง






คนอื่นมาชวยงานได เจาของกิจการเปนผูลงทุน และจาหนายเอง คิดและตดสินใจดวยตนเองทุกเรื่อง ซึ่งชวยให 

การพัฒนางานอาชีพ เปนไปอยางรวดเร็วทันตอเหตุการณ การประกอบอาชีพอสระ เชน ขายอาหาร ขายของชํา




ซอมรถจักรยานยนต ฯลฯ ในการประกอบอาชีพอสระ ผูประกอบการจะตองมีความรู ความสามารถในเรื่องการ
บรหารการจัดการ เชน การตลาด ทําเลที่ตั้ง เงินทุน การตรวจสอบ และประเมินผล นอกจากนี้ยังตองมีความ




อดทนตองานหนัก ไมทอถอยตอปญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น มีความคดริเริ่มสรางสรรค และมองเห็นภาพการ

ดําเนินงานของตนเองไดตลอดแนว
2. อาชีพรับจาง หมายถึง อาชีพที่มีผูอื่นเปนเจาของกิจการ โดยตัวเองเปนผูรับจาง

ทํางานให และไดรบคาตอบแทนเปนคาจาง หรอเงินเดอน อาชีพรับจางประกอบดวย บุคคล 2 ฝาย ซึ่งไดตกลง



















วาจางกัน บุคคลฝายแรกเรียกวา "นายจาง" หรอผูวาจาง บุคคลฝายหลังเรียกวา "ลูกจาง" หรอผูรับจาง มี

คาตอบแทนที่ผูวาจางจะตองจายใหแก ผูรับจางเรยกวา "คาจาง" การประกอบอาชีพรบจาง โดยทั่วไปมีลักษณะ











เปนการรับจางทํางานในสถานประกอบการหรอโรงงาน เปนการรบจางในลักษณะการขายแรงงาน โดยไดรับ


คาตอบแทนเปนเงินเดือน หรือคาตอบแทนที่คิดตามชิ้นงานที่ทําได อัตราคาจางขึ้นอยูกับการกําหนดของเจาของ






สถานประกอบการ หรอนายจาง การทํางานผูรบจางจะทําอยูภายในโรงงาน ตามเวลาที่นายจางกําหนด การ




ประกอบอาชีพรับจางในลักษณะนี้มีขอดคือ ไมตองเสี่ยงกับการลงทุน เพราะลูกจางจะใชเครื่องมือ อปกรณที่






นายจางจัดไวใหทํางานตามที่นายจางกําหนด แตมีขอเสีย คือ มักจะเปนงานที่ทําซ้ํา ๆ เหมือนกันทุกวน และตอง



ปฏิบัตตามกฎ ระเบียบของนายจาง ในการประกอบอาชีพรับจางนั้น มีปจจัยหลายอยางที่เอื้ออานวยใหผู







ประกอบอาชีพ รับจางมีความเจรญกาวหนาได เชน ความรู ความชํานาญในงาน มีนสัยการทํางานที่ด มีความ




กระตอรอรน มานะ อดทน และมีวินัยในการทํางาน ยอมรบกฎเกณฑและเชื่อฟงคาสั่ง มีความซื่อสัตย สุจรต




ความขยันหมั่นเพียร รบผดชอบ มีมนษยสัมพันธที่ดี รวมทั้งสุขภาพอนามัยที่ดอาชีพตาง ๆ ในโลกมีมากมาย



55





หลากหลายอาชีพ ซึ่งบุคคลสามารถจะเลือกประกอบอาชีพไดตามความถนด ความตองการ ความชอบ และ



ความสนใจ ไมวาจะเปนอาชีพประเภทใด จะเปนอาชีพอิสระ หรออาชีพรับจาง ถาหากเปนอาชีพที่สุจรต



ยอมจะทําใหเกิดรายไดมาสูตนเอง และครอบครว ถาบุคคลผูนั้นมีความมุงมั่น ขยัน อดทน ตลอดจนมีความรู





ขอมูลเกี่ยวกับอาชีพ ตาง ๆ จะทําใหมองเหนโอกาสในการเขาสูอาชีพ และพัฒนา อาชีพใหม ๆ ใหเกิดขึ้นอยู
เสมอ





กระทรวงศึกษาธิการ โดย ฯพณฯทานรฐมนตรวาการกระทรวงศึกษาธิการ ไดมีนโยบายการจด

การศึกษาเพื่อการมีงานทําใหสถาบันการศึกษา และสถานศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จดการศึกษา

อาชีพใน 5 กลุม ดังน ี้
1. เกษตรกรรม
2. อุตสาหกรรม
3. พาณิชยกรรม
4. ความคิดสรางสรรค 
5. บริหารจัดการและบริการ




โดยพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนใหสอดคลองกับศักยภาพที่มีอยูในทองถิ่น รวมถึงสนองตอ



ตลาดแรงงานในระดบทองถิ่น ประเทศ และภมิภาคของโลก ประชาชนไทยสามารถรบบริการการศึกษาอาชีพ

ได ณ ศูนยฝกอาชีพชุมชนของสถาบันการศึกษา สถานศึกษา ตาง ๆ โดยเฉพาะศูนยฝกอาชีพชุมชน กศน. ใน

ระดับอําเภอไดทั่วประเทศ

การมองเห็นโอกาสในการประกอบอาชีพ


การมองเห็นโอกาสและความสามารถที่จะนําโอกาสนั้นมาประกอบอาชีพไดกอนผูอื่น เปนหัวใจ

สําคัญของการประกอบอาชีพ หากผูใดประกอบอาชีพ ตามที่ตลาดตองการ และเปนอาชีพที่เหมาะสมกับ
สภาพการณในขณะนั้น ผูนั้นยอมมีโอกาสประสบความสําเร็จ เราสามารถพัฒนาตนเองใหมองเหนโอกาสใน


ี้
การประกอบอาชีพ ดังน


1. ความชํานาญจากงานที่ทําในปจจบัน การงานที่ทําอยูในปจจบันจะเปนแหลงความรู ความคิดที่จะ



ชวยใหมองเห็นโอกาสในการประกอบอาชีพไดมาก บางคนมีความชํานาญ ทางดานการทําอาหาร ตดเย็บเสื้อผา


ซอมเครื่องใชไฟฟา ตอทอน้ําประปา ชางไม ชางปูกระเบื้อง เปนตน ซึ่งความสามารถ นําความชํานาญดงกลาว


มาพัฒนาและประกอบ เปนอาชีพขึ้นมา บางคนเคยทํางานที่โรงงานทําขนมปง เมื่อกลับไปภมิลําเนาของตนเอง

ที่ตางจังหวัด ก็สามารถใชประสบการณ ที่ไดรับไปประกอบอาชีพของตนเองได



56





2. ความชอบ ความสนใจสวนตว หรองานอดเรก เปนอีกทางหนึ่งที่จะชวยใหมองเหนโอกาส ในการ





ประกอบอาชีพ บางคนชอบประดิษฐดอกไม บางคนชอบวาดรป เปนตน บุคคลเหลานี้อาจจะพัฒนางานที่ชอบ
งานอดิเรกไดกลายเปนอาชีพหลักที่ทํารายไดเปนอยางด






3. การฟงความคดเหนจากแหลงตาง ๆ การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคดเหนกับบุคคลกลุม ตาง ๆ เปน





แหลงความรูและกอใหเกิดความคดรเริ่มเปนอยางด ในบางครั้งเรามีความคดอยูแลว การไดคยกับบุคคลตางๆ




จะชวยใหการวิเคราะหความคิดชัดเจนขึ้น ชวยใหมองไปขางหนาไดอยางรอบคอบ กอนที่จะลงมือทํางานจริง
4. การศึกษา คนควาจากหนงสือ นตยสาร หนังสือพิมพ การดวีดทัศน ฟงวิทยุ ดรายการโทรทัศน






เปนตน จะชวยทําใหเกิดความรูและความคิดใหม ๆ ได

5. ขอมูล สถิติ รายงาน ขาวสารจากหนวยราชการและเอกชน รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจของ



ประเทศ ในการมองหาชองทางในการประกอบอาชีพ ผูที่จะมองหาอาชีพ พัฒนาอาชีพจงควรใหความสนใจใน





ขอมูลขาวสารตางๆ เพื่อติดตามใหทันตอเหตการณ แลวนํามาพิจารณา ประกอบการตดสินใจในการประกอบ

อาชีพ

6. ทรัพยากรรอบ ๆ ตว หรอ ในชุมชน ที่เกี่ยวของกับการประกอบอาชีพ ทั้งดานทรพยากรธรรมชาติ



ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและวถีชีวต ที่เออตอการประกอบอาชีพ ซึ่งแตละพื้นที่แตกตาง


ื้



กัน นอกเหนือไปจากความรู ความสามารถที่มีอยู

57




กิจกรรม



1. ใหยกตัวอยางอาชีพของคนไทยที่ใชศักยภาพดานทรัพยากรธรรมชาต มาเปนองคประกอบในการ

เลือกประกอบอาชีพ 1 อาชีพ
2. อาชีพสมัยใหม ที่พึงมีขึ้นในประเทศไทย ที่เกิดจากความคิดสรางสรรคของคนไทย มีอะไรบางให 

ยกตัวอยาง 1 อาชีพ พรอมอธิบายประกอบดวย

3. ในทองถิ่นที่นักศึกษาอยู มีความโดดเดนในเรื่องใดบางที่สามารถนํามาประกอบการตัดสินใจเลือก

ประกอบอาชีพได ใหยกตวอยาง 1 อาชีพ


58



บรรณานุกรม




การศึกษานอกโรงเรียน, กรม. ชุดวิชาการพัฒนาโครงการ. กรุงเทพฯ : บริษัทสามเจริญพาณิชย จํากัด, 2537.

การศึกษานอกโรงเรียน, กรม. ชุดวิชาวิจัยทางการศึกษานอกโรงเรยน การเก็บรวบรวมขอมูลเพื่อการวิจัย.
กรุงเทพฯ : บริษัทประชาชน จํากัด, 2538.




การศึกษานอกโรงเรียน, กรม. ชุดวิชาวิจัยทางการศึกษานอกโรงเรยน การวิเคราะหขอมูล. กรุงเทพฯ : บริษัท
ประชาชน จํากัด, 2538.


เกรียงศักด หลิวจันทรพัฒนา. การวิเคราะหขอมูลทางการแพทยและสาธารณสุขดวยคอมพิวเตอร. กรุงเทพฯ :
ิ์
สํานักพิมพจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2538.

ชยันต วรรธณะภูต. คูมือการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่องานพัฒนา. ขอนแกน : สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนามหา วิทยาลัย

ขอนแกน, เอกสารอัดสําเนา.
ณัฐนร ศรีทอง. การเพิ่มศักยภาพภาวะความเปนผูนําในงานพัฒนาชุมชน. กรุงเทพฯ : โอ เอส พริ้นติ้งเฮาส,

2552.

ทวีป ศิริรัศมี. การวางแผนพัฒนาและประเมินโครงการ. กรุงเทพฯ : สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว),
2544.


ปาริชาต วลัยเสถียร และคณะ. กระบวนการและเทคนิคการทํางานของนักพัฒนา. กรุงเทพฯ : สํานักงาน กองทุน
สนับสนุนการวิจัย (สกว), 2543.

ศูนยเทคโนโลยีทางการศึกษา. ความหมายเกี่ยวกับแผนงานโครงการ. กรุงเทพฯ : กราฟฟคโกร, 2545.

ศูนยการศึกษานอกหองเรียนภาคใต. ชุดวิชาแผนแมบทชุมชน. สงขลา : เทมการพิมพ, 2548.

สถาบันการพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ. คูมือการทําวิจัยอยางงาย.

อุบลราชธานี : บริษัท ยงสวัสดิ์อินเตอรกรุป จํากัด, 2552.


สถาบันการศึกษาและพัฒนาตอเนื่องสิรินธร. กระบวนการจัดการศึกษานอกโรงเรยนและอัธยาศัย. เอกสาร
ประกอบการอบรมวิทยากรกระบวนการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน,

นครราชสีมา : 2544.


สัญญา สัญญาวิวฒน. ทฤษฎีและกลยุทธการพัฒนาสังคม. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพแหงจุฬาลงกรณมหา วิทยาลัย,
2543.

สํานักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน. คูมือการจัดกระบวนการเรียนรูเพื่อจัดทําแผนชุมชน. กรุงเทพฯ : รังษี

การพิมพ, 2546.

เสรี พงศพิศ. วิธีทําและวิธีคิดแผนชีวิตเศรษฐกิจชุมชน. กรุงเทพฯ : 2546.

59



ั้
สุภางค จันทวานิช. วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ. (พิมพครงที่ 10) กรุงเทพฯ : สํานักพิมพแหงจุฬาลงกรณ

มหาวิทยาลัย, 2545.
http://www.jd.in.th/e.learning/th33101/pan08/t305.8002.htm.

http://www.tddf.or.th/tddf//:braly/doc/libraly-2007-02-28-240.doc.

http://www.bic.moe.go.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=192&Itemid

=148
http://www.nmt.or.th/TOTOP/Lists/OTOP2/AllItems.aspx

http://www.aseanthailand.org/index.php

http://www.geocities.com/jea_pat/
http://blog.eduzones.com/offy/5174

ดร.กระมล ทองธรรมชาติ และคณะ, สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ม.1, สํานักพิมพ อักษร


เจรญทัศน อจท. จํากัด, 2548, หนา 24-25
วิรัช มณีสาร, เรือโท. ลักษณะภูมิประเทศและลักษณะอากาศตามฤดูกาลของภาคตาง ๆ
ในประเทศไทย. เอกสารวิชาการเลขที่ 551.582-02-2538, ISBN:974-7567-25-3,

กันยายน 2538


ฝายกรรมวิธีขอมูล. สถิติภูมอากาศของประเทศไทยในคาบ 30 ป (พ.ศ.2504-2533). รายงาน

ขอมูลอุตนิยมวิทยาเลขที่ 551.582-02-2537, ISBN : 974-7554-80-1, กองภูมิอากาศ,
กรมอุตุนิยมวิทยา, กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


วิรัช มณีสาร, เรือโท. สถิตองคประกอบอตุนิยมวิทยาของภาคตางๆ ในประเทศไทย คาบ 30 ป

(พ.ศ.2504-2533) เอกสารวิชาการเลขที่ 551.582-03-2538, ISBN : 974-7567-24-5,
กันยายน 2538



กลุมภูมิอากาศ, สํานักพัฒนาอุตุนิยมวิทยา, กรมอุตนิยมวทยา, กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร. 2552.
ความรูอตุนิยมวิทยา - เปอรเซ็นตความถี่ที่ศูนยกลางพายุเคลื่อนที่ผานพื้นที่ของประเทศไทย


จากกรมอตุนิยมวิทยา, กระทรวงคมนาคม.

60





ภาคผนวก


ตัวอยางการเขียนโครงการ




โครงการ คายอาสาพัฒนาชุมชนโรงเรียนหนองมวง

ต.เมืองไผ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย

องคกร/สถาบัน โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน


ที่ตั้ง สํานักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ผูประสานงานโครงการ นายประจวบ ใจดวง






1. ความเปนมาโครงการ


ตามพระราชบัญญัติการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2542 และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) 2545 ใน



ี่
หมวดท 1 มาตราท 6 วาดวยการจัดการศกษาตองเปนไปเพื่อพัฒนาคนไทยใหเปนมนุษยท สมบูรณ 


ี่
ี่
ทั้งรางกายจิตใจ สติปญญา ความรูและคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการ ดํารงชีวิต
ี่

สามารถอยูรวมกบผูอื่นไดอยางมีความสุข ซึ่งเปนเปาหมายสําคัญในการสราง ทรัพยากรมนุษยททุก
สถานศึกษา พึงรับมาปฏิบัติความสําเร็จของเปาหมายมิใชอยูที่ความ เขมแข็งของสถานศึกษาเทานั้น

ความรวมมือของภาคครัวเรือน ชุมชน จนถึงระดับรฐมีความ จําเปนที่จะตองสรางความแข็งแกรง

ู
ดานคุณธรรมในทุกภาคสวน ทั้งนี้จะตองอาศยความร ความเขาใจ และแบบอยางการประพฤต ิ
ปฏิบัติ โดยผานการปลูกฝงคานิยม และจิตสํานึกที่ดีใน ทุกกลไกในการดําเนินการสรางคุณธรรมสู

สังคมไดแก ครู ผูปกครองและนักเรียน ในการดําเนินการ ทุกขั้นตอนและขณะเดียวกันจะตอง


เสริมสรางพื้นฐานจิตใจของคนในชาต ใหมีจิตสํานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย และใหมีความรอบ

รูที่เหมาะสม ดําเนินชีวิตดวยความ อดทน ความเพียร มีสติปญญา และความรอบคอบ เพื่อใหสมดุล

และพรอมรับการเปลี่ยนแปลง อยางรวดเร็ว

61



ทางสํานักงานศกษากรุงเทพมหานครไดสงเสริมใหเยาวชน นักเรียน มีจิตสาธารณะ ในการ

ใชชีวิตอยางพอเพียง คือพอมีพอกิน พึ่งพาตนเองไดและชวยเหลือผูอื่นได โดยให เยาวชนจัดคาย


อาสาพัฒนาชุมชนเพื่อเปนการปลกฝงวินัยในการทําดีเพื่อสังคม โดยเห็น ประโยชนสวนรวม
มากกวาเห็นประโยชนสวนตน ปจจุบันความวุนวายของสังคมมีมากนัก การ แขงขันที่รอนแรงใน

ทุกๆ ดาน การทําลายสิ่งแวดลอม การเอาเปรียบผูดอยโอกาส การปลอย มลพิษสูสังคม การวาราย

เสียดแทง การแกงแยงชิงดี ฯลฯ ลวนแลวแตมาจากสาเหตุเบื้องตน คลายๆกัน คือ ความเห็นแกตัว

หรือเอาแตไดในสวนตนเปนหลัก ทําอยางไรจึงจะลดความ เอาแตไดลงบาง ตรงกันขามกับการเอา


เขามาใสตัวกคือ “การให” แกคนอื่นออกไป เมื่อคนตางๆ เริ่มมองออกสูภายนอก แคนอกจาก

ตัวเองเทานั้น มองเห็นผูอื่นอยางลึกซึ้งแทจริงมากขึ้น เริ่มเขาใจมุมมองของคนอื่น เขาตองการอะไร

เขาอยูในสภาพไหน เราชวยอะไรไดบาง มองเห็น สังคม เห็นแนวทางที่จะชวยกันลดปญหา เริ่มแรก

ใหเริ่มสละสิ่งที่เรามีอย ไมวาจะเปนเวลา แรงงาน เงิน สิ่งของ อวัยวะหรือแมกระทั่งสละความเปน
ู
ตัวเราของเรา ซึ่งนั่นเปนหนทางการ พัฒนาจิตใจแตละคนไดอยางเปนรูปธรรม


จิตสาธารณะตรงนี้ที่มองเห็นผูอื่นเห็นสังคมดังนี้เอาที่เราเรียกกันวา “จิตอาสา” จิตใจ ที่

เห็นผูอื่นดวยไมเพียงแตตวเราเอง เราอาจจะยื่นมือออกไปทําอะไรใหไดบาง เสียสละอะไร ไดบาง

ชวยเหลืออะไรไดบาง แบบเพื่อนชวยเหลือซึ่งกันและกัน ไมใชผูเหนือกวา มีน้ําใจแกกัน และกัน

ไมนิ่งดูดายแบบที่เรื่องอะไรจะเกิดขึ้นไมเกี่ยวกบฉน ฉันไมสนใจ สามารถแสดงออก มาไดในหลาย


รูปแบบ ทั้งการใหรูปแบบตางๆ ตลอดจนการอาสาเพื่อชวยเหลือสังคม

ี่

ดังนั้น โครงการจิตอาสาพัฒนาจึงจะจัดกิจกรรมใหนักเรียนไดมีความรูทถกตอง เกี่ยวกับ
จิตอาสาเพื่อกระตุนใหแตละคนลุกขึ้นมาทําความดีกันคนละนิด คนละนิดเดียวเทานั้น ประเทศชาต ิ

ของเรานาจะงดงามขึ้นอีกไมนอย เชน เพียงรวมกันบริจาคเงินกันเพียงคนละเล็ก ละนอยเราก็จะมี


งบประมาณชวยเหลือสังคมขึ้นมาทันท ในกรณีโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน จึงจัดตั้งโครงการจิต
อาสาขึ้นโดยใหนักเรียนโรงเรยนมัธยมประชานิเวศน ไดรวมกันทําความดี เพื่อพัฒนาโรงเรียนใน

ชนบท เชน บูรณะพื้นที่ตางๆ ในโรงเรียน รับบริจาคหนังสือ เครื่องใช ตางๆ ไปมอบใหแกโรงเรียน


ี่
วัดหนองมวง ตําบลเมืองไผ อําเภอหนองก จังหวัดบรีรัมย ในวันท 23 ตุลาคม 2551-26 ตุลาคม
ี่

2551

62



2. วัตถุประสงค 



































3. เปาหมายของโครงการ

3.1 ดานปริมาณ



ี่
บุคลากรครูทรับผิดชอบโครงการ และนักเรียนระดับมัธยมศกษาตอนตน และ


ตอนปลาย โรงเรยนมัธยมประชานิเวศน แบงเปนบุคลากรคร จํานวน 6 คน
และการรับสมัครและคัดเลือกจํานวน 60 คน

3.2 ดานคุณภาพ


บุคลากรและนักเรยนในโรงเรยนเปนผูมีจิตสาธารณะ และเกิดความ ภาคภูมิใจ

ในการชวยเหลือผูอื่นอยูเสมอ



4. กิจกรรมดําเนินการ

โครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชนประกอบดวย 4 กิจกรรม ดังนี้

63





























































5. ระยะเวลาดําเนินโครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชนเดือน พ.ค. 2551 ต.ค. 2551

64



6. งบประมาณ

รายละเอียดของงบประมาณดําเนินการจัดกิจกรรม ในการออกคายอาสาพัฒนาชุมชน


จํานวน 110,000 บาท โดยงบประมาณทั้งหมดไดจากการบรจาคของผูปกครอง นักเรียน คณะคร ู

พอคาประชาชน



7. ปญหาและอุปสรรค



จํานวนสิ่งของและเงินบรจาคอาจไมเพียงพอ




8. ผลที่คาดวาจะไดรับ


นักเรียนและบุคลากรที่เขารวมโครงการมีน้ําใจและจิตสาธารณะ





9. การติดตามและประเมินผลโครงการ

9.1 ผูติดตามและประเมินผล


9.1.1 ครู บุคลากรและนักเรยนที่เขารวมโครงการ
9.2 วิธีติดตามและประเมินผล


9.2.1 การสังเกตพฤตกรรมของนักเรียน
9.2.2 การตอบแบบสอบถาม

65



คณะผูจัดทํา




ที่ปรึกษา

1. นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน.
2. ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ รองเลขาธิการ กศน.


3. นายวัชรินทร จําป รองเลขาธิการ กศน.
4. ดร.ทองอย แกวไทรฮะ ที่ปรึกษาดานการพัฒนาหลักสูตร กศน.
ู
5. นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ ผูอํานวยการกลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน

ผูเขยนและเรียบเรียง

1. นางมยุร ี สุวรรณเจริญ สถาบัน กศน. ภาคใต จังหวัดสงขลา





ผูบรรณาธิการและพัฒนาปรบปรุง
1. นายวิวัฒนไชย จันทนสุคนธ กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
2. นางพิชญาภา ปติวรา กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน

3. นางสาววรรณพร ปทมานนท กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน


4. นายศุภโชค ศรีรตนศิลป กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
5. นายสุรพงษ มั่นมะโน กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน

6. นางสาวเพชรินทร เหลืองจตวัฒนา กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน



ผูพัฒนาและปรับปรุงครงที่ 2
ั้
1. นางสาวสุดใจ บุตรอากาศ ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ

2. นางพรทิพย เข็มทอง ขาราชการบํานาญ

3. นางบุษบา มาลินีกุล ครูชํานาญการพิเศษ
4. นางพรทิพย พรรณนิตานนท กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน


5. นางสาวกรวรรณ กวีวงษพิพัฒน กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน

คณะทํางาน

1. นายสุรพงษ มั่นมะโน กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน

66




2. นายศุภโชค ศรีรตนศิลป กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
3. นางสาววรรณพร ปทมานนท กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
4. นางสาวศริญญา กุลประดิษฐ  กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน


5. นางสาวเพชรินทร เหลืองจิตวัฒนา กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน


ผูพิมพตนฉบับ

1. นางปยวด ี คะเนสม กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน


2. นางเพชรนทร  เหลืองจตวัฒนา กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
3. นางสาวกรวรรณ กวีวงษพิพัฒน  กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน

4. นางสาวชาลีน ี ธรรมธิษา กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
5. นางสาวอริศรา บานชี กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน

ผูออกแบบปก


1. นายศุภโชค ศรีรตนศิลป กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน


Click to View FlipBook Version