The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-12-24 12:09:45

เนื้อหา (63161626)

เนื้อหา (63161626)

ความร่วมมอื ระหว่างประเทศในทวปี เอเชีย
อ อ ส เ ต ร เ ลี ย โ อ เ ชี ย เ นี ย ที่ มี ผ ล ต่ อ
สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

จ า ก วิ ก ฤ ต ก า ร ณ์ ท า ง ธ ร ร ม ช า ติ ท่ี เ กิ ด ข้ึ น ท้ัง ใ น ท วี ป
เอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย เป็นปัญหาท่ีเกิดข้ึนจากการเปล่ียนแปลง
ของส่ิงแวดล้อม ซ่ึงส่งผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ มิใช่เกิดข้ึนใน
ประเทศใดประเทศหน่ึงเท่าน้ัน ดงั น้ันจึงจาํ เป็ นที่ประเทศต่าง ๆ ตอ้ ง
ร่วมมือกนั แกไ้ ขและป้ องกนั ปัญหาที่เกิดข้ึนอยา่ งมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบนั มีขอ้ ตกลงระหวา่ งประเทศที่เกี่ยวขอ้ งกบั ทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ้ มอยเู่ ป็ นจาํ นวนมากท่ีประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอ
เชียเนียเขา้ ร่วมขอ้ ตกลง เช่น อนุสัญญาไซเตส อนุสัญญาแรมซาร์ อนุสัญญา
เวียนนาและพิธีสารมอนทรี ออล และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ
เปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศ

1.อนุสัญญาไซเตส 2. อนุสัญญาแรมซาร์

3.อนุสัญญาเวียนนาและพธิ ีสารมอนทรีออล 4.อนุสัญญาสหประชาชาตดิ ้วยการ
เปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ

อนุสัญญาไซเตส
(CITES)

อนุสัญญาไซเตส(CITES) คืออนุสัญญาว่าดว้ ยการคา้ ระหว่างประเทศ
ซ่ึงชนิดสัตว์ป่ าและพืชป่ าที่ใกล้จะสูญพันธุ์มีอีกชื่อหน่ึงว่าอนุสั ญญา
วอชิงตัน (Washington Convention)

ความเป็ นมาของอนุสัญญาไซเตส
การคา้ สัตวป์ ่ าและพืชป่ าทวั่ โลกมีปริมาณและมูลค่ามหาศาล มีผลกระทบ

ท้งั โดยตรงและโดยออ้ มต่อประชากรของพนั ธุ์ไมแ้ ละสัตว์ป่ าในธรรมชาติลด
จาํ นวนลงอยา่ งรวดเร็วจนบางชนิดใกลส้ ูญพนั ธุ์ ซ่ึงการลกั ลอบคา้ พนั ธุ์ไมแ้ ละสตั ว์
ป่ ามีมูลค่ารองลงมาจากการคา้ ยาเสพติด ดงั น้นั เพ่ือตอ้ งการอนุรักษท์ รัพยากรสัตว์
ป่ าและพชื ป่ าในโลก เพอื่ ประโยชนแ์ ห่งมวล มนุษยช์ าติของอนุชนรุ่นน้ี และอนุชน
รุ่นต่อไป โดยสร้างเครือข่ายทว่ั โลกในการควบคุมการคา้ ระหวา่ งประเทศ ท้งั พนั ธุ์
ไมแ้ ละสตั วป์ ่ า ตลอดจนผลิตภณั ฑ์

จุดประสงค์ของอนุสัญญาไซเตส
คือ การอนุรักษท์ รัพยากรสัตวป์ ่ าและพืชป่ าในโลก

เพื่อประโยชน์แห่งมวลมนุษยช์ าติโดยเนน้ ทรัพยากรสัตวป์ ่ า
และพชื ป่ าที่ใกลจ้ ะสูญพนั ธุ์หรือมีการคุกคาม ทาํ ใหม้ ีปริมาณ
ร่ อยหรอจนอาจเป็ นเหตุให้สู ญพันธุ์ วิธี การอนุรักษ์
ของ CITES ก็คือ การสร้างเครือข่ายทวั่ โลกในการควบคุม
การคา้ ระหวา่ งประเทศ ( International Trade ) ท้งั สตั วป์ ่ า พืช
ป่ าและผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ควบคุมการค้าภายในประเทศ
สาํ หรับชนิดพนั ธุ์อื่นๆ (Native Species)

การคา้ สตั วป์ ่ า พืชป่ าและผลิตภณั ฑร์ ะหวา่ งประเทศ
จะถกู ควบคุมโดยระบบใบอนุญาต ( Permit ) ซ่ึงหมายถึงวา่
สตั วป์ ่ าและพชื ป่ าท่ี CITES ควบคุมตอ้ งมีใบอนุญาตในการ

1. นาํ เขา้ ( Import )
2. ส่งออก ( Export )
3. นาํ ผา่ น ( Transit )
4. ส่งกลบั ออกไป ( Re-export )

อนุสัญญาแรมซาร์
(Ramsar Convention)
อนุสัญญาแรมซาร์หรืออนุสัญญาว่าดว้ ย
พ้ื น ที่ ชุ่ ม น้ ํา เ กิ ด ข้ ึ น จ า ก ก า ร ที่ ป ร ะ เ ท ศ ต่ า ง ๆ ไ ด้
ตระหนักถึงความสําคัญของบริ เวณพ้ืนที่ชุ่ม
น้ํา (wetlands) ซ่ึงกําลังถูกคุกคามนําไปสู่การ
ประชุม เพื่อรับรองอนุสัญญาดงั กล่าวท่ีเมืองแรม
ซาร์ ประเทศอิหร่าน พ.ศ. 2514

จุดประสงค์ของ อนุสัญญาแรมซาร์
อนุสัญญาน้ีมีวตั ถุประสงค์หลักในการอนุรักษ์และ

ยบั ย้งั การสูญหายของพ้ืนท่ีชุ่มน้าํ ในโลกและสนับสนุนให้มี
การใชป้ ระโยชน์จากพ้ืนท่ีชุ่มน้าํ อยา่ งชาญฉลาด ประเทศที่เขา้
ร่ วมในข้อตกลงจะต้องคัดเ ลื อกพ้ืนท่ี ชุ่ มน้ ําท่ี มี ค วามสําคัญ
ระดบั ชาติหรือนานาชาติอย่างนอ้ ย 1 แห่ง บรรจุในทะเบียน
พ้ืนท่ีชุ่มน้าํ ท่ีมีความสําคญั ระหว่างประเทศ ซ่ึงพิจารณาจาก
เกณฑ์ท่ีกําหนดข้ึนในข้อตกลงของอนุสัญญากาํ หนดและ
ว า ง แ ผ น ใ น ก า ร ใ ช้ป ร ะ โ ย ช น์ จ า ก พ้ื น ที่ ชุ่ ม น้ ํา ทุ ก แ ห่ ง ใ น
ประเทศ ไมว่ า่ จะข้ึนทะเบียนหรือไม่กต็ าม

อนุสัญญาเวียนนาและ
พธี ีสารมอนทรีออล
อนุสญั ญาเวียนนา Vienna Convention
ต้งั ข้ึนเพื่อใหน้ านาประเทศร่วมกนั ดาํ เนินการป้ องกนั
ช้นั โอโซนในบรรยากาศมิใหถ้ ูกทาํ ลาย และร่วมกนั แกไ้ ข
ปัญหาสิ่งแวดลอ้ มที่เกิดจากรูโหว่ของช้ันโอโซน โดย
สนับสนุนให้เกิดการวิจัย และความร่ วมมือในการ
แลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างประเทศต่างๆ นอกจากน้ี
อนุสญั ญายงั ประกอบดว้ ยขอ้ ตกลงระหวา่ งประเทศท่ีจะลด
และเลิกการใชส้ ารเคมีท่ีก่อใหเ้ กิดการทาํ ลายช้นั โอโซนอีก
ดว้ ย

พธิ ีสารมอนทรีออลว่าด้วยสารทําลายช้ันบรรยากาศโอโซน
คือสนธิสญั ญาสากลที่ถกู กาํ หนดข้ึนเพื่อควบคุม, ยบั ย้งั ,

แ ล ะ ร ณ ร ง ค์ ใ ห้ ล ด ก า ร ผ ลิ ต แ ล ะ ก า ร ใ ช้ ส า ร ท ํา ล า ย ช้ ั น
บรรยากาศโอโซน เพื่อรักษาช้นั บรรยากาศโอโซนท่ีเริ่มจะ
สูญสลายไปเน่ืองจากสารเหลา่ น้ี

อนุสัญญาสหประชาชาตวิ ่าด้วยการ
เปลย่ี นแปลงภูมิอากาศ
(UNFCCC)

UNFCCCหรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าดว้ ยการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ เป็ นอนุสัญญา “กรอบการทํางาน” และ
จาํ เป็ นตอ้ งมีวิธีการทางกฎหมายในการสนับสนุน (เช่นพิธีสาร
ต่างๆ) เพื่อให้บรรลุเป้ าหมาย อนุสัญญาน้ีมีเป้ าหมายแบบไม่
ผูกมดั ซ่ึงเรียกร้องให้ประเทศอุตสาหกรรมลดการปล่อยก๊าซ
เรือนกระจกใหเ้ หลือเท่ากบั ระดบั พ.ศ. 2533 ภายในพ.ศ. 2543

ความเป็ นมาของอนุสัญญา UNFCCC
ในช่วงทศวรรษที่ 1980 การที่โลกตอ้ งเผชิญกบั
การเปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิอากาศท่ีรุนแรงมากข้ึนจากการ
เพิ่มข้ึนของปริมาณก๊าซเรือนกระจกเนื่องจากการดาํ เนิน
กิจกรรมของมนุษย์ จนเป็ นแรงผลกั ดนั ใหน้ านาประเทศ
หนั มาสนใจและตระหนกั ถึงผลกระทบและความเสียหาย
ในดา้ นต่างๆ ท่ีจะตามมา

จากจุดเร่ิมตน้ ดงั กลา่ ว จึงเกิดการประชุมระดบั นานาชาติ
ข้ึนเพื่อหาแนวทางยบั ย้งั การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและ
ป้ องกนั ผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนกบั มนุษย์ โดยได้มีการลงนาม
รับรองอนุสัญญาสหประชาชาติว่าดว้ ยการเปล่ียนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ (UNFCCC)เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 ณ
สาํ นกั งานใหญ่องคก์ ารสหประชาติ นครนิวยอร์ค

จุดประสงค์ของอนุสัญญา UNFCCC
“เพื่อให้ บรรลุถึงการรักษาระดับความเข้มข้นของก๊าซเรือน

กระจกในบรรยากาศใหค้ งท่ี อยใู่ นระดบั ที่ ปลอดภยั จากการแทรกแซงของ
มนุษย์ที่เป็ นอนั ตรายต่อระบบภูมิอากาศ การรักษาระดับดงั กล่าว ต้อง
ดาํ เนินการในระยะเวลาเพียงพอท่ีจะใหร้ ะบบนิเวศปรับตวั โดยไม่คุกคาม
ต่อการผลิตอาหารของ มนุษยแ์ ละการพฒั นาทางเศรษฐกิจเป็ นไปอย่าง
ยงั่ ยนื ”

หลกั การ
1. “หลกั การป้ องกนั ไวก้ ่อน”
2. “หลกั การความรับผดิ ชอบร่วมกนั ในระดบั ท่ีแตกต่าง”
3. “หลกั การสื่อสารดา้ นขอ้ มลู ข่าวสาร”
4. “หลกั การใหค้ วามช่วยเหลือกลุม่ ผดู้ อ้ ยกวา่ ”

จบการนําสนอ


Click to View FlipBook Version