The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเขียนลวดลายด้วยสี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by WASU BUNANAN, 2023-09-22 02:36:04

วิชาการเขียนลวดลายด้วยสี

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเขียนลวดลายด้วยสี

เอกสารประกอบการสอน รหัสวิชา 20400 – 2006 รายวิชา การเขียนลวดลายด้วยสี ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 2562 นาย วสุ บุญอนันต์ แผนกวิชา คหกรรมศาสตร์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเขียนลวดลายด้วยสี ประวัติความเป็นมาของการออกแบบลวดลาย การออกแบบลวดลายมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน พร้อมๆกับวิวัฒนาการของมนุษย์มาตั้งแต่ยุค ก่อนประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ การต่อสู้แก่งแย่งช่วงชิงพื้นที่ในการดำรชีวิต การล่าสัตว์เพื่อ หาอาหารประทังชีพ ตลอดจนความหวาดกลัวในสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ ทำให้เกิดการค้นหาสิ่งยึดเหนี่ยวที่จะ สร้างขวัญและกำลังใจให้เข้มแข็ง พร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ จึงก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะต่างๆขึ้นมา ก่อนที่มนุษย์จะมีพัฒนาการจน สามารถสร้างผลงาน ศิลปะได้หลากหลายขึ้นนั้น เชื่อกันว่าการสร้างลวดลายบน ร่างกาย ใบหน้าของมนุษย์นั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบ ลวดลายก่อนที่จะนำไปใช้พื้นผิวของวัสดุอื่นภายหลัง เพราะความ ต้องการใน การกระตุ้นจิตใจให้ฮึกเหิมสร้างความน่ากลัวและน่า เกรงขาม เป็นยุทธวิธีหนึ่งที่จะลดทอนขวัญกำลังใจของคู่ ต่อสู่ ใน ปัจจุบันก็ยังมีชนเผ่าพื้นเมืองบางกลุ่มในเอเชีย อาฟริกา ออสเตรเลีย อเมริกา และอินเดีย ออกแบบ ลวดลายบนร่างกาย เพื่อใช้ในพิธีกรรมตามความเชื่ออยู่ หลังจากนั้นจึงเกิดการขูดขีด เส้นสายต่างๆลงบนอาวุธ และเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ จนเกิดการออกแบบลวดลายเขียนสีบนผนังถ้ำและเพิง ผา จากการขุดค้นพบ ผลงานต่างๆ ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ทั่วโลก บ่งบอกให้รู้ถึงความสามารถในการ คิดค้น สร้างสรรค์ ผลงานศิลปะต่างๆ ขึ้นมาปลุกปลอบจิตใจ การขีดเขียนสีหรือการทำลวดลายบนพื้นหินจะถูก เรียกโดยรวมว่า ศิลปะถ้ำ (Cave art) หรือ ศิลปะบนหิน (Rock art) ศิลปะถ้ำ เริ่มมีการศึกษากันอย่างจิงจัง เมื่อมีการค้นพบภาพเขียนสีรูปวัวไบซัน (Bison) โดยนัก โบราณคดีสมัครเล่น ที่ถ้ำอัลตามิรา ในประเทศสเปนราวพ.ศ. 2422 ซึ่งเป็นภาพเขียนสีในยุคหินเก่าตอน ปลาย อายุประมาณ 10,000 ปีมาแล้ว จากนั้นมาการค้นหาภาพสีของมนุษย์โบราณจึงได้แพร่กระจายทั่วโลก ราว 30 ปีต่อมาใน พ.ศ. 2454 จึงมีการค้นพบภาพเขียนสีเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่แหล่งภาพเขียนสีเขาเขียน ใน อ่าวพังงา แต่ที่มักจะได้รับการกล่าวถึงกันมาก เพราะเป็นแหล่งเขียนสีที่ใหญ่ที่สุด มีชื่อเสียงมาก


ที่สุดในประเทศไทย คือ ที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2524 และเป็นศิลปะถ้ำแห่ง แรกในประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา ในภาคเหนือได้มีการค้นพบ ภาพเขียนสีในหลายจังหวัด เช่น พิษณุโลก เชียงใหม่ ลำปาง โดย เฉพาะที่จังหวัดลำปางมีการพบภาพเขียน สีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 แต่ได้รับการสำรวจอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2541 จากการสำรวจครั้งนี้ทำให้พบว่า ภาพเขียนสีที่แหล่งโบราณคดีประตูผา อำเภอแม่เมาะ จังหวัด ลำปาง มีภาพลวดลายต่างมากกว่า 1,872 ภาพ ซึ่งส่วนมากจะเป็นภาพมือที่ใช้หลากหลายวิธีในการ สร้างภาพ ภาพสัตว์ ภาพคน และ ภาพสัญลักษณ์ แต่ที่ แตกต่างจากแหล่งภาพเขียนสีอื่นๆที่ค้นพบใน ประเทศไทยก็คือ ทุกพื้นที่ที่มีภาพเขียนสีบริเวณเชิงผา พื้นดิน ส่วนล่างจะพบหลุมฝังศพทุกแห่ง ในหลุมศพจะ มีโครงกระดูก เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป มนุษย์มีวิวัฒนาการสูงขึ้น การออกแบบลวดลายต่างๆของมนุษย์ก็ เปลี่ยนแปลงไป ตามยุคสมัย ในบางยุคมีความเจริญรุ่งเรือง ในบางยุคก็ตกต่ำ แต่ในวงการประวัติศาสตร์ศิลป์ ได้ยก ย่องให้อียิปต์ กรีก และโรมันเป็นยุคที่มนุษย์มีพัฒนาการทางศิลปะถึงจุดสูงสุด เป็นต้นแบบให้กับศิลปะ ในยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน ลักษณะลวดลายของภาพเขียนสี ยุคก่อนประวัติศาสตร์ภาพเขียนสีที่พบในศิลปะถ้ำนั้น ปรากฏลวดลายที่แตกต่างกันไปตามแหล่ง ค้นพบ บางลวดลายจะมีความคมชัด สื่อความหมายง่ายๆสามารถบอกได้ว่าเป็นภาพอะไร แต่บางภาพต้อง ทำการศึกษาวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งโดยดูจากองค์ประกอบอื่นๆด้วย ลวดลายที่พบเหล่านี้แบ่งออกได้ 2 ลักษณะคือ 1. ลวดลายเหมือนจริง เป็นลวดลายที่พบเห็นมากที่สุด เช่น คน สัตว์ มือ เครื่องมือ เครื่องใช้ เรือ และพืชพันธ์ ต่างๆ 2. ลวดลายสัญลักษณ์ เป็นลวดลายที่ผู้สร้างงานต้องการสื่อความหมายหรือบอกให้รู้ถึงบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งไม่สามารถแปลความหมายได้ต้องทำการศึกษาค้นคว้ากันต่อไป เช่น ภาพ สามเหลี่ยม วงกลม หรือ ภาพ สี่เหลี่ยมมีเส้นทแยงมุม เป็นต้น


เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป มนุษย์มีวิวัฒนาการสูงขึ้นการออกแบบลวดลายต่างๆของมนุษย์ก็เปลี่ยนไป ตามยุคสมัย ในบางยุคมีความเจริญรุ่งเรือง ในบางยุคก็ตกต่ำ แต่ในวงการประวัติศาสตร์ศิลป์ได้ยกย่องให้ อียิปต์ กรีก และโรมันเป็นยุคที่มนุษย์มีพัฒนาการทางศิลปะถึงจุดสูงสุด เป็นต้นแบบให้กับศิลปะในยุคต่อมา จนถึงปัจจุบัน ความหมายของการออกแบบลวดลาย การออกแบบลวดลายในความหมายของภาษาไทยตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ไม่มีการกล่าวถึงและคำว่า การออกแบบ หรือ ออกแบบ ก็ไม่มีปรากฎ มีแต่คำว่า ลวดลาย ซึ่งหมายถึง ลายต่างๆที่เขียนหรือแกะสลัก, ฝีมือความสามารถที่แสดงให้ปรากฏ การออกแบบลวดลาย หมายถึง การออกแบบเพื่อใช้ในการตกแต่ง ประดับ พื้นที่ หรือวัสดุต่างๆให้มี ความสวยงามเหมาะสม กลมกลืนมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยลวดลาย เหล่านี้อาจจะมีความหมาย ชัดเจนหรือเป็นสัญลักษณ์ จะเห็นได้ว่า การออกแบบลวดลายไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาได้โดยอิสระ ต้องคำนึงถึง องค์ประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น สถานที่ พื้นที่ ขนาด วัสดุ สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดให้การ ออกแบบลวดลายอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ ชนิดของการออกแบบลวดลาย ผลงานการออกแบบลวดลายที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมา บ่งบอกถึง จินตนาการไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ซึ่งผลงานเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของงาน ของวัสดุ และของกรรมวิธีในการสร้างสรรค์ การออกแบบลวดลายแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ๆได้ 3 ชนิด คือ 1. การออกแบบลวดลายตกแต่งวัสดุ 2 มิติ2. การออกแบบลวดลายตกแต่งผลิตภัณฑ์ 3 มิติ3. การออกแบบลวดลายสถาปัตยกรรม


1.การออกแบบลวดลายตกแต่งวัสดุ 2 มิติ การออกแบบลวดลายตกแต่งวัสดุ 2 มิติ เป็นการออกแบบลวดลายลงบนวัสดุที่เป็นพื้นระนาบ มี ความกว้างกับความยาวเท่านั้น เช่น กระดาษ ไม้ผนัง ผ้า กระจก ซึ่งลักษณะของลวดลายที่ออกแบบลง บน วัสดุเหล่านี้ จะแตกต่างออกไปตามวัตถุประสงค์และกรรมวิธี เช่น 1.1การออกแบบลวดลายบนกระดาษ เป็นการ ออกแบบที่ต้องการบันทึกเหตุการณ์เรื่องราวและ ความรู้ต่างๆให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา การออกแบบลวดลายลักษณะนี้จึงมักจะใช้ประกอบกับการเขียนอักษร โดยการใช้ลวดลายเป็นสื่ออธิบายให้ทำความเข้าใจง่ายขึ้น การออกแบบลวดลายบนกระดาษสามารถ ทำได้ หลายวิธี เช่น การวาดภาพ การทำแม่พิมพ์จากไม้หรือ โลหะ การจารด้วยเหล็กแหลม การพิมพ์ด้วยแท่นพิมพ์ 1.2 การออกแบบลวดลายบนไม้ เป็นการ ออกแบบเพื่อประดับตกแต่งไม้ที่ใช้ประกอบสถาปัตยกรรมให้มีความสวยงาม มีเนื้อหา สาระมากขึ้นนอกจากนี้การเตรียมพื้นที่ ก่อนการออกแบบลวดลายลงไป ยังช่วยให้เนื้อไม้มีความทนทานยืด อายุการใช้งานให้นานขึ้น 1.3 การออกแบบลวดลายบนผนัง เป็นการออกแบบพื้นผิวระนาบที่มีความเก่าแก่ที่สุด ที่มีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่รอบตัวมนุษย์ พบเห็น ได้ทุกวัน เช่น ผนังถ้ำ เพิงผา ฝาบ้าน ผนังโบสถ์และวิหาร จึงง่ายและเหมาะสมในการออกแบบลวดลาย ลักษณะของลวดลายจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยโดยสอดคล้องกับความเชื่อ ศาสนาและ ความสามารถของผู้สร้างสรรค์ผลงาน 1.4 การออกแบบลวดลายบนผ้า เป็นการออกแบบลวดลายเพื่อตกแต่งวัสดุที่มีความเบาบาง อ่อนพลิ้ว ลักษณะของลวดลายจะ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า สำหรับใช้สอย หรือทำพระบฏสำหรับ


ตอบสนองความเชื่อ ความศรัทธาในศาสนา การออกแบบลวดลายผ้ามีหลายวิธีเช่น การย้อมผ้า การทอและ การวาดภาพระบายสี 1.5 การออกแบบลวดลายบนกระจก เป็นการออกแบบลาดลายบนวัสดุที่มีความมันและ เรียบ โดยการเขียนสีกัดด้วยกรดหรือพ่นด้วย ทราย ในสมัยโกธิก (Gothic) จะใช้วิธีประดับกระจกสีหน้าต่าง ของวิหาร ความสดใสของสีกระจกเมื่อแสงสว่าง ส่องผ่าน สร้างบรรยากาศให้เกิดความขลัง และศักสิทธิ์ 2.การออกแบบลวดลายตกแต่งผลิตภัณฑ์3 มิติ การออกแบบลวดลายตกแต่งผลิตภัณฑ์ 3 มิติ เป็นการออกแบบลวดลายบนรูปทรงที่มีความ ลึก และหนา ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการออกแบบลวดลายจึงต้องคำนึงถึงรูปทรงเหล่านี้ ประกอบด้วยเพื่อให้เกิดการสอดคล้อง สัมพันธ์กัน เช่น รูปทรงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมและรูปทรงอิสระ อื่นๆ รูปทรงต่างๆนี้อาจจะมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน ซึ่งแต่ละลักษณะของลวดลายจะมี เป้าหมายที่เหมือนกันคือ ต้องสร้างความสวยงามเหมาะสมให้กับรูปทรงนั้น ลวดลายบนแก้วเป็นชุดต่างๆ 3. การออกแบบลวดลายตกแต่งสถาปัตยกรรม การออกแบบลวดลายตกแต่งสถาปัตยกรรม เป็นการใช้ลวดลายตกแต่งพื้นที่ต่างๆของ สถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกให้มีความสวยงาม อลังการ น่าศรัทธา การตกแต่งสถาปัตยกรรม ใน ระยะแรกๆจะเน้นที่ศาสนสถาน เช่น วิหาร โบสถ์ ก่อนจะปรับเปลี่ยนมาใช้กับที่พักอาศัยโดยวิธีการที่ใช้จะ แตกต่างกันออกไปตามวัตถุประสงค์ ลักษณะของงานและพื้นที่ในการตกแต่งลวดลาย 3.1ประติมากรรม จะเป็นการนำเอากรรมวิธีต่างๆในการสร้างลวดลายทางประติมากรรมมา ประกอบเข้ากับรูปทรงสถาปัตยกรรม ช่วยเน้นความงามของสถาปัตยกรรมให้เด่นชัดขึ้น โดยทำให้ประโยชน์ใช้ สอยสูญเสียไป เช่น การแกะสลักลวดลายหัวเสาของอียิปต์กรีก และโรมัน การปั้นลวดลายตกแต่งซุ้มประตูโขง หน้าบันของอุโบสถและวิหารในศิลปะล้านนา หรือการแกะสลักบานประตู บานหน้าต่างของศาสนสถาน ต่างๆ


ลวดลายจากธรรมชาติเหล่านี้ประกอบด้วย 1.1 ลวดลายจากสิ่งที่มีชีวิต เช่น คน สัตว์ ถูกนำมาออกแบบเป็น ลวดลายในลักษณะที่เหมือน จริงบ้าง ถูกตัดทอน เพื่อลดความซับซ้อนลงบ้างหรือถูกเพิ่มเติมโดย ผสมผสานจิตนาการและความเชื่อให้ดู สูงส่ง น่าเชื่อถือเข้าไปบ้าง 1.2 ลวดลายจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่น ภูเขา ต้นไม้ ทะเล แม่น้ำ เป็นลวดลายนิยมนำมาใช้ในการ ออกแบบเพื่อ สร้างสีสันและบรรยากาศมากที่สุดชนิดหนึ่งอาจจะใช้สิ่งที่ไม่มีชีวิตเพียงอย่างเดียว หรือนำมา ประกอบเข้ากับ สิ่งมีชีวิตทำให้ลวดลายมีความสมดุลขึ้นและลวดลายชนิดนี้ถูกนำไปประยุกต์ ดัดแปลงสร้าง ความสวยงามได้อย่างเหมาะสมกลมกลืนกับขนบธรรมเนียบประเพณีของประเทศต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น หลายกระหนก ต่างๆ ของไทย 2. ลวดลายเลขาคณิต ลวดลายเลขาคณิต เป็นลวดลายที่เกิดจากการขูดขีดเส้นเป็นลวดลายง่ายๆ ก่อนจะนำมา ประกอบกันจนเกิดเป็น รูปร่างขึ้นมา ตามลักษณะของเลขาคณิตและถูกนำไปใช้ออกแบบเป็นลวดลายตกแต่ง ในผลงานทางศิลปะ แขนงต่างๆ ลวดลายเรขาคณิต ที่นำมาออกแบบจัดวางบนถุงกระดาษให้ดูแปลกตา


3. ลวดลายสัญลักษณ์ ลวดลายสัญลักษณ์ เป็นลวดลายที่เกิดจากการนำลวดลายจากธรรมชาติและลวดลายเลขา คณิต มากำหนดเป็นสัญลักษณ์ และให้ความหมายขึ้นมานอกเหนือจากการตกแต่งเพื่อความสวยงามเพียง อย่างเดียว โดยความหมายต่างๆ จะถูกซ้อนเร้นเป็นปริศนาเพื่อให้ผู้พบเห็นได้คิดและแปลความหมายออกมา ตามหลัก ของศาสนาในแต่ละลัทธิแต่ละนิกาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นมงคลแก่ชีวิตทั้งสิ้น เช่น อวยพรให้มีความสุข อายุยืน เจริญก้าวหน้าในอาชีพ ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทองหรือในบางศาสนาจะใช้สัญลักษณ์บอกเล่า เรื่องราวทางศาสนสา เช่น นกอินทรี เป็นสัญลักษณ์ของพระคริสต์ (กุลวดี มกราภิรมย์,2542,58) ปลา เป็นสัญลักษณ์ของพระคริศต์และการรับศีลล้างบาป เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์เป็นต้น 3.1. ลายไทย เกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนา จึงเป็นเหตุสำคัญให้ช่างหรือศิลปินประดิษฐ์ลายไทย โดยได้แนวคิดมาจาก ดอกบัว พวงมาลัย ควันธูป และเปลวเทียน แล้วนำมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นลวดลาย ต่างๆ เช่น ลายกนก ลายเปลวเพลิง ลายใบเทศ ลายพฤษชาติ ซึ่งเมื่อศึกษาถึงที่มาของลวดลายเหล่านั้น พบว่า บางส่วนมีการพัฒนาจากรูปดอกบัวหลากหลายชนิด อาทิ บัวหลวง บัวสัตตบงกช บัวสัตตบุษย์ และมีการ พัฒนาจากลักษณะการเคลื่อนไหวของเปลวไฟที่มีความพลิ้วไหว จึงนำมาสร้างสรรค์ให้เกิดลายไทยที่สวยงาม แม้ว่าศิลปะไทยจะได้รับอิทธิพลจากหลายประเทศ เช่น อินเดีย จีน ขอม เขมร แต่ช่างไทยก็สามารถนำไป พัฒนาลวดลายจนมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองที่มีความแตกต่างไปจากชาติตะวันตก คือ ศิลปะ ไทยแตกต่างไป จากศิลปะตะวันตกตรงที่ศิลปะตะวันตกนั้นเป็นแบบธรรมชาตินิยม แต่ศิลปะไทยจะดัดแปลง ธรรมชาติไปตาม คตินิยมที่คิดสร้างสรรค์จากปรัชญา (ความเชื่อในเรื่องสวรรค์นรก) ดังภาพพระแม่ธรณีบิด มวยผม


ลวดลายไทยบางอย่างก็ได้จากธรรมชาติ ต้นไม้ หรือสัตว์ และการได้รับอิทธิพลความเชื่อเกี่ยวกับศาสนา รวมถึงในด้านของไสย ศาสตร์ ทำให้ลายไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการรับใช้สถาบันพุทธศาสนา และรับใช้สถาบัน พระมหากษัริย์โดยนำไ ป ใช้ ประดับ ตกแต่งอาคารสถานหรือสถาปัตยกรรม เช่น โบสถ์ วิหาร ปราสาท พระราชวัง เครื่องนุ่งห่ม สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องประดับ ทางด้านบ้านเรือนและสิ่งของเครื่องใช้มีหลายรูปแบบและถูกนำไปใช้ในโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะลายไทยพื้นฐาน นอกจาก นำมา ประยุกต์ใช้งาน เกิดผลงานทางด้านการออกแบบสร้างสรรค์ในหลายสาขาต่างๆ แล้วยังเป็นการดำรงคุณค่า ทางศิลปะ วัฒนธรรมของไทยให้ปรากฏแก่ผู้พบเห็นทั้งชาวไทยด้วยกันและชาวต่างชาติการศึกษาการวาดเส้นลายไทยจะแยกเป็นสอง รูปแบบใหญ่ๆ คือ ลายไทย และจิตรกรรมไทย ซึ่งลายไทยที่เป็นลวดลายหลักสำคัญ ดังนี้ 1. ลายกระหนก เป็นลายพื้นฐานหนึ่งที่สำคัญของลายไทย มีพื้นฐานจากสามเหลี่ยมชายธง อาจมีตัว เดียว หรือ หลายตัวก็ได้ มักมีฐานมุมแหลมหันไปทางเดียวกัน โดยมีขนาดและสัดส่วนที่แตกต่างกันไป ลายกระหนกที่สำคัญ ได้แก่ กระหนกสามตัว กระหนกสามตัวเปลว 2. ลายกระจัง เป็นลายพื้นฐานประเภทหนึ่งที่สำคัญของลายไทย รูปทรงคล้ายสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ต้นแบบลายนี้ มาจากธรรมชาติ เช่น กระจังตาอ้อย ต้นอ้อย กระจังฟันปลา


3. ลายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ลวดลาย “ลายช่อ” ที่มีรูปทรงพุ่ม ได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้าวปั้นตีแต่งเป็น รูปคล้าย ดอกบัวตูมที่ใช้บวงสรวงบูชา นิยมนำไปใช้งานทางด้านที่เกี่ยวกับศาสนา 4. ลายประจำยาม ลวดลายที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสตะแคง มีลักษณะคล้ายดอกไม้ โดยดัดแปลงมาจากดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ เรียกว่า “ดอกสี่ทิศ” 5. ลายกาบ เป็นลายที่กำเนิดลาย “ช่อลาย” โครงสร้างของลายนี้มาจากพืชพันธุ์ในส่วนที่เป็นกาบหุ้ม ตรงโคนหรือข้อ เช่น กาบ ของต้นไผ่ กาบต้นกล้วย 6. ลายนกคาบและนาคขบ มีลักษณะเป็นหน้าของนกหน้านาคที่เอาปากคาบลายตัวอื่นเอาไว้หรือมีลายช่ออื่นๆ ออกทางปาก ตำแหน่งของลายนกคาบจะอยู่ตรงข้อต่อที่จะเชื่อมก้านกันและกัน


“ลายไทย” งานประดิษฐ์กรรมในเชิงศิลปะชั้นสูงและสืบเนื่องมาแต่ครั้งโบราณกาลของไทย งานศิลปะ ที่แสดง ถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยบ่งบอกถึงภูมิปัญญาของคนไทยหรือช่างไทย ใช้จินตนาการในเชิง สร้างสรรค์มี แบบอย่างเฉพาะตัว นับได้ว่าเป็นศิลปะและวัฒนธรรมอันมีค่าของชาติเป็นที่เชิดหน้าชูตา ได้รับคำ ชื่นชมจาก นานาประเทศว่า “ศิลปะลายไทยสวยงามไม่แพ้ชาติใดในโลก” แต่ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่นั้น มัก ไม่ค่อยมี โอกาสได้สัมผัสกับงานศิลปะไทยอย่างลึกซึ้ง อาจจะทำให้ศิลปะลายไทยค่อยๆ จางหายไป เพราะฉะนั้นเราควร รักษาและสืบสานศิลปะลายไทยไว้ให้อยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป การเขียนลวดลายด้วยสี การเขียนภาพระบายสีในงานพาณิชยศิลป์การเขียนภาพระบายสี หมายถึง การใช้สีหยด สลัด ระบายแต้มลงในภาพร่างบนพื้นระนาบ สร้างสรรค์ให้เกิดเป็นภาพระบายสีโดยเน้นความงาม ความประสาน สัมพันธ์กลมกลืนของสี แสง เงา และ บรรยากาศเหมือนจริงเป็นสำคัญขั้นตอนที่ละขั้น (Step by Step) ใน การเขียนภาพ ระบายสีภาพผลิตภัณฑ์สิ้น ค้าชนิดต่างๆ ขั้นที่ 1 ร่างภาพแล้วลงสีอ่อนเพื่อกำหนดแสงเงา ขั้นที่ 2 ลงสีแสงเงาระยะกลาง ขั้นที่ 3 ลงสีเงา เน้นรายละเอียด ความคมชัด และบรรยากาศของภาพ การเขียนลวดลายด้วยสีลงบนผ้า การเพ้นท์สีเพ้นท์ (Painting) คือ การสร้างผลงานด้วยวิธีระบายสี แต้ม ป้าย ทา เกลี่ย ปัด บีบ สบัด ให้สีปรากฎ เป็นลวดลาย ซึ่งอาจพบเห็นบนวัสดุต่าง ๆ เช่น แก้ว กระจก กระเบื้อง ผ้า ไม้ พลาสติก ซึง การเพ้นท์ลวยลายลงบนผ้ามีวิธี ดังต่อไปนี้ 1.การเพ้นท์ด้วยกรวยการเพ้นท์ด้วยกรวย คือ การเขียนลวดลายโดยการบีบสีให้เป็นลายเส้นต่างๆ เช่น เส้นตรง เส้น โค้ง เหมาะสำหรับงานชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ลากเส้นเป็นใบ กิ่ง เกสร วิธีการเพ้นท์ด้วยกรวย ใช้หัวแม่มือและนิ้วชี้จับรอยม้วนกรวยแล้วบีบเบาๆ สีก็จะออกมาทางปลายกรวยเป็น เส้นหรือตุ่มเล็กๆ 2.การเพ้นท์ด้วยพู่กัน การเพ้นท์ด้วยพู่กัน คือ การเพ้นท์งานชิ้นใหญ่ที่ไม่ต้องการความประณีตมากนัก ทำได้ รวดเร็ว และป้ายสีซ้ำๆ ได้ง่าย พู่กันที่ใช้มี 2 ลักษณะ คือ พู่กันแบนใช้เพ้นท์งานพื้นที่ใหญ่ๆ เช่น กลีบดอก ใบ พู่กัน กลมใช้ เพ้นท์งานที่มีลวดลายอ่อนไหว วิธีการเพ้นท์ด้วยพู่กัน ใช้พู่กันแตะสีป้ายลงบนกระดาษหรือวัสดุอื่นๆ โดยป้ายจากเส้นนอกเข้าหาด้านในตาม ลวดลายที่ต้องการ 3.การเพ้นท์ด้วยนิ้วมือการเพ้นท์ด้วยนิ้วมือ คือ การเพ้นท์สีโดยไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์อื่นๆ จะใช้นิ้วชี้และนิ้วก้อย (เลือกใช้ ตามความถนัด)นิวก้อยใช้เพ้นท์ดอกหรือใบ นิ้วชี้ใช้เพ้นท์ดอกและใบที่มีขนาดใหญ่ขึ้น วิธีการเพ้นท์ด้วยนิ้วมือ ใช้ปลายนิ้วแตะสีแล้วลากเบาๆโดยให้น้ำหนักที่ปลายเล็บแล้วกดกนิ้ว สะบัดปลาย นิ้วเบาๆ จะได้ลวดลายต่างๆ


4.การเพ้นท์ด้วยเกรียง การเพ้นท์ด้วยเกรียง คือ การเพ้นท์สีด้วยเครื่องมือคล้ายกับเกรียงของช่างปูนแต่มีขนาดเล็กกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีความ ชำนาญ ลักษณะงานออกมาจะเป็นภาพ 2 มิติ มีความนูน การเพ้นท์ด้วยเกรียงต้อง มีการฝึกฝนจากง่ายไปหายาก เช่น เพ้นท์ ดอกเดซี่ เพ้นท์ดอกดาวกระจาย และเพ้นท์ดอกกุหลาบตามลำดับ วิธีการเพ้นท์ด้วยเกรียง ใช้เกรียงส่วนปลายด้านหลังปาดสี แล้วกดปลายเกรียงลงในตำแหน่งปลายกลีบดอกแล้วลากเกรียงลง มายังจุดศุนย์กลางบริเวณกลางดอกหรือใบ


Click to View FlipBook Version