The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เนื้อหาวิชายการจัดอกไม้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by WASU BUNANAN, 2023-09-22 02:15:14

วิชา การจัดอกไม้

เนื้อหาวิชายการจัดอกไม้

Keywords: จัดดอกไม

เอกสารประกอบการสอน รหัสวิชา 20400 – 2006 รายวิชา การจัดดอกไม้ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 2562 นาย วสุ บุญอนันต์ แผนกวิชา คหกรรมศาสตร์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี


ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดดอกไม้ เพื่อเป็นแนวทางการศึกษาค้นคว้าหาข้ออ้างอิง เพื่อใช้ประกอบเป็นหลักฐานทางด้านประวัติผู้ ประดิษฐ์คิดนำดอกไม้สด มาใช้ในพิธีเป็นครั้งแรกหรือบุคคลแรก เพื่อไว้เป็นหลักฐานเรื่องราวให้ชนรุ่นหลัง ได้ ทราบประวัติความเป็นมารวมทั้งข้อสันนิษฐานว่าบรรพบุรุษได้นาดอกไม้ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติมาใช้ อย่างเป็นพิธีการ เช่น นำมาจัดบูชาพระรัตนตรัย นำมาจัดประดับตกแต่งสถานที่ในงานทั่วไปและในพิธีสำคัญ เพื่อให้มีความสดชื่นสวยงาม หรูหราและตื่นตา และเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันหลากหลายของดอกไม้ และได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ตามหลักฐานที่ได้ศึกษาค้นคว้า ในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงพระนิพนธ์ไว้ เมื่อปีชวด พ.ศ.2431 ได้ทรงบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย ได้กล่าว ถึงนางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้ตกแต่งโคมลอย เพื่อใช้ในพิธีสิบสองเดือนและพระราชพิธีการลอย พระประทีป ซึ่งได้ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สด ผลไม้แกะสลัก มาประดับตกแต่งโคมลอยให้มีความสวยงามยิ่ง และได้ทรงกล่าวไว้ว่า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ซึ่งเป็นพระสนมเอกแต่ครั้งพระเจ้าอรุณมหาราช คือ พระร่วงเจ้าเป็น พระเจ้าแผ่นดินสยามตั้งแต่อยู่ ณ เมืองสุโขทัย ในพระราชนิพนธ์ได้กล่าวว่า นางนพมาศได้เข้ารับราชการได้คิด อ่านทำกระทงดอกไม้พระเจ้าแผ่นดิน ประดิษฐ์เป็นรูปดอกบัว จากหลักฐานอ้างอิงได้กล่าวมา น่าจะเป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า นางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นสตรีไทยท่านแรกที่เป็นผู้ริเริ่มนาเอาดอกไม้สดมาใช้ในพิธีการตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นครั้งแรก และได้สืบทอด กันมาจนถึงปัจจุบันนี้ ข้อความในประวัติการร้อยลัย (จันทนา สุวรรณมาลี, 2529) ได้เขียนไว้ในหนังสือตอนหนึ่งว่า “บรรพบุรุษของไทยเรามีชื่อสียงในงานด้านศิลป์อย่างมากมาย โดยเฉพาะการนาดอกไม้สดมาประดิษฐ์เป็น พวงดอกไม้และนำมาประดิษฐ์ตกแต่งโคมลอย ได้สวยงามของนางนพมาศแล้ว” ยังมีหลักฐานได้กล่าวไว้ตอน หนึ่งว่า “ใน เดือนเมษายน มีพระราชพิธีสนามใหญ่ บรรดาเจ้าเมือง เศรษฐี คหบดี เข้าเฝ้าบังคมพระร่วงเจ้า เพื่อถวายเป็น เครื่องบรรณาการ พระสนมกานัลต่างๆ ก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ และในครั้งนั้นนาง นพมาศก็ร้อย ดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองชั้นเป็นระย้าสองชั้น งดงามใส่ลงในพานขันหมากเมี่ยงแล้ว ร้อยดอกไม้เป็น ตาข่ายคลุมขันอีกชั้นหนึ่ง ดูเป็นที่เจริญตาและถูกฤดูกาลเทศะอีก สมเด็จพระร่วงเจ้าทรง บัญญัติว่า ถ้าชาวไทย ทาการรับสนามใหญ่ มีอาวามงคลหรือลิลามงคล เป็นต้น ในการกรองดอกไม้เป็นรูป พานขันหมาก ดังนี้เรียกว่า พานขันหมาก” ในสมัยรัตนโกสินทร์เริ่มต้นรัชกาลสืบมา งานฝีมือด้านประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นที่ยอมรับในฝีมือและมี ชื่อเสียงมาก เป็นที่นิยมประดิษฐ์ จัดดอกไม้สดในงานต่างๆ ทั่วไป โดยเฉพาะในพระราชพิธีต่างๆ ในสมัย รัชกาลที่ 5ทรงมีพระราชนิยมการทาดอกไม้มากมาย จัดดอกไม้มากมาย จัดถวายให้ทรงใช้ในงานนั้นๆ เสมอ พระมเหสีเทวีทุกตาหนัก ใฝ่พระทัยในการจัดดอกไม้ไปตามๆกัน แต่ละพระองค์ต่างก็มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ ตามๆกัน สมเด็จพระศรีพัชรินทรา พระบรมราชินีนาถ (พระพันปีหลวง) ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯให้ฝึกอบรมข้าหลวงและครูโรงเรียนราชินีให้รู้จักทำดอกไม้แห้งแทนดอกไม้ สดด้วย ทรงส่งเสริมฟื้นฟูการทำดอกไม้เป็นอันมาก พระองค์เองก็ใช้เวลาว่างประดิษฐ์ดัดแปลงการทำดอกไม้ แบบเก่าๆ ให้แปลกพิสดารไปอีกมีพระนามเลื่องลือในการร้อยมาลัยมะลิเป็นมาลัยสีขาวกลม ซึ่งเป็นมาลัย


ธรรมดาไม่มีลวดลายและต่อมาได้พลิกแพลงมาเป็นมาลัยสลับสีเป็นมาลัยเกลียว ซึ่งมีความสวยงามและเป็น ลวดลายสีสัน หนังสือชุดมรดกไทย “สัญลักษณ์วันแม่ ชื่อมะลิ” (มณีรัตน์ จันทนะผะลิน, 2526)ได้เขียนประวัติ และ ที่มาได้นามาเป็นข้ออ้างอิงโดยได้กล่าวถึงประวัติเริ่มต้นของคนไทย ที่รู้จักการนำดอกไม้มาร้อยเป็น พวงมาลัย ไว้ตอนหนึ่งในหนังสือ พระราชพิธีสิบสองเดือน ดังนี้ “แต่โบราณสมัยก่อนกรุงสุโขทัย บรรพบุรุษ ของไทยได้คิด ประดิษฐ์ ใบไม้ เป็นแบบต่างๆ มากมายแต่ไม่ผู้ใดจดบันทึกไว้ในอนุชนรุ่นหลังได้ค้นคว้า จนถึง สมัยสมเด็จพระร่วงเจ้า มีนางนพมาศซึ่งเป็นพระสนมเอกในสมัยนั้น ได้จดบันทึกเรื่องราวของตนเองไว้ นางเอง เป็นหญิง นักปราชญ์ มีความรอบรู้ในพิธีการต่างๆ งานประดิษฐ์ งานฝีมือและอื่นๆ ตลอดจนมีความรู้ทาง หนังสือ ด้วย ความปรีชาสามารถของนางนพมาศ เราจึงได้มีโอกาสทราบว่า การจัดดอกไม้ของไทยมีจุดเริ่มต้น แต่สมัยนั้น เป็นต้นมา” การจัดดอกไม้คือ การนำทุกส่วนของต้นไม้ ตั้งแต่ดอกใบ ก้าน ลำต้น หน่อ เป็นต้น มาจัดแต่งให้ สวยงาม แต่ใหญ่เราใช้ใบและดอกเท่านั้น การจัดดอกไม้ให้สวยงามยิ่งขึ้น บางครั้งจะต้องนาสิ่งอื่นมาร่วมจัด ด้วย เช่น กระดาษ ริบบิ้น โบ ผ้า ตัวสัตว์ มาแต่งประดับ แต่สิ่งเหล่านั้นจะต้องถูกเคลือบด้วยน้ำยากันเปียก ก่อนนำมาใช้ การจัดดอกไม้จึงประกอบไปด้วยวัสดุ-อุปกรณ์ในการจัดดอกไม้ ผู้จัดดอกไม้จึงควรเรียนรู้ องค์ประกอบของการจัดดอกไม้


ทฤษฎีและองค์ประกอบศิลป์ องค์ประกอบที่สำคัญเพื่อใช้ในการจัดดอกไม้ดังนี้ เส้น (Line) เส้นให้ความรู้สึกได้หลายอย่างตามลักษณะของเส้น เส้นแนวตั้ง ให้ความรู้สึกมั่นคง จริงจัง เป็นสง่า เส้นแนวนอน ให้ความรู้สึกสงบ นิ่งเฉย ขรึม ผ่อนคลาย เส้นโค้ง ให้ความรู้สึกนุ่มนวล อ่อนหวาน เส้นทแยง ให้ความรู้สึกไม่มั่นคง รวดเร็วพร้อมปฏิบัติรูปทรง (From)หมายถึง รูปร่างที่ปรากฏให้ เห็นชัดเจนว่าเป็นรูปทรงอย่างไรแยกเป็นลักษณะที่เด่นชัด ดังนี้ รูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปทรงกลม รูปทรงสามเหลี่ยม รูปทรงสี่เหลี่ยม รูปทรงตัวอักษร เช่น S , L , T , U , I รูปทรงอิสระ แล้วแต่ผู้จัดจะจินตนาการเอง อาจใช้รูปทรงเลียนแบบ ธรรมชาติ เช่น ทรงน้ำพุ ทรงน้ำตก หรือแตกกระจายแบบพุ ความสมดุล ( Balance ) ความสมดุลนี้มีหน้าที่ใช้ในงานหลายอย่าง เราอาจแบ่งความสมดุลนี้เป็น 2 อย่างคือ ความสมดุลแท้ คือเมื่อเราจัดดอกไม้เสร็จแล้วลักษณะรูปทรงทั้งสองข้างจะต้องเท่ากัน นอกจากนี้ แล้ว ลักษณะอื่น ๆ เช่นน้ำหนักของสีและช่องไฟก็จะเท่ากันหรือเสมอกัน การจัดในลักษณะนี้จะพบในรูปแบบ เรขาคณิต มากกว่ารูปทรงอิสระ ความสมดุลไม่แท้ คือการจัดดอกไม้ให้มีลักษณะรูปทรงทั้งสองข้างแตกต่างกัน การจัดลักษณะนี้ สี รูปทรง รวมถึงช่องไฟและจังหวะก็แตกต่างกันด้วย มักจะเป็นการจัดแบบรูปทรงอิสระ และรูปทรงเรขาคณิตบางทรง เช่น ทรงสามเหลี่ยมมุมฉาก และทรงสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า สัดส่วน(Proportion) สัดส่วนในการจัดดอกไม้หมายถึงสัดส่วนที่เหมาะสมกับภาชนะหรือสถานที่ ตลอดจนการเลือกใช้ดอกไม้และใบไม้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกัน ถือว่าเป็นการจัดดอกไม้ที่สมบูรณ์สำหรับ หลักเกณฑ์ในการวัดสัดส่วนที่เป็นมาตรฐานและนิยมใช้กันทั่วไปคือ ภาชนะทรงสูง ใช้หลักให้ความสูงของดอกไม้เป็นหนึ่งเท่าครึ่งถึงสองเท่าของความสูงของภาชนะนั้น ภาชนะทรงเตี้ย ใช้ความกว้างของปากภาชนะบวกความสูงเป็นเกณฑ์ความสูงเป็นเกณฑ์ความสูง ของ ดอกไม้เท่าครึ่งถึงสองเท่า ความกลมกลืน (Harmony) หมายถึงความกลมกลืนกันในองค์ประกอบของศิลป์ที่มีอยู่ทั่ว ๆ ไป ได้แก่ สีเส้น ความสมดุล สัดส่วน จังหวะทั้งหมดนี้ต้องมีความกลมกลืนกัน จึงจะทำให้จัด ดอกไม้ได้สวยงาม ช่องว่าง (Space) เป็นศิลปะที่มีความสำคัญในการจัดดอกไม้ ถ้าปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป ก็จะดู ไม่งาม หรือถ้าเบียดกันแน่นมากเกินไปจะรู้สึกอึดอัด ทำให้เสียองค์ประกอบที่ดีทางศิลป์ไปได้ จึงต้องดูช่องว่าง หรือ ช่องไฟให้เหมาะสมด้วย


จังหวะ (Rhythm) ในการจัดดอกไม้ จังหวะคือการจัดวางดอกไม้ลงในภาชะหรือรูปทรงให้ได้ องค์ประกอบ ต่าง ๆ เช่น เส้น สี และรูปทรงในการจัดดอกไม้นั้นเป็นอย่างไร เช่น มีความรู้สึกต่อเนื่องของ ดอกไม้ หรือ การกระจายของดอกไม้ เป็นต้น แม่สี คือ สีที่นำมาผสมกันแล้วทำให้เกิดสีใหม่ ที่มีลักษณะแตกต่างไปจากสีเดิม แม่สี มือยู่ 2 ชนิด คือ 1. แม่สีของแสง เกิดจากการหักเหของแสงผ่านแท่งแก้วปริซึม มี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำ เงิน อยู่ในรูปของแสงรังสี ซึ่งเป็นพลังงานชนิดเดียวที่มีสีคุณสมบัติของแสงสามารถนำมาใช้ ในการถ่ายภาพ ภาพโทรทัศน์ การจัดแสงสีในการแสดงต่าง ๆ เป็นต้น (ดูเรื่อง แสงสี) 2. แม่สีวัตถุธาตุ เป็นสีที่ได้มาจากธรรมชาติ และจากการสังเคราะห์โดย กระบวน ทางเคมี มี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน แม่สีวัตถุธาตุเป็นแม่สีที่นำมาใช้งานกันอย่างกว้างขวาง ใน วงการศิลปะ วงการ อุตสาหกรรม ฯลฯ แม่สีวัตถุธาตุ เมื่อนำมาผสมกันตามหลักเกณฑ์ จะทำให้เกิด วงจรสี ซึ่งเป็นวงสีธรรมชาติ เกิดจากการผสมกันของแม่สีวัตถุธาตุ เป็นสีหลักที่ใช้งานกันทั่วไป ใน วงจรสี จะแสดงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ วงจรสี (Colour Circle) สีขั้นที่ 1 คือ แม่สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีขั้นที่ 2 คือ สีที่เกิดจากสีขั้นที่ 1 หรือแม่สีผสมกันในอัตราส่วนที่เท่ากัน จะทำให้เกิดสีใหม่ 3 สี ได้แก่ สีแดง ผสมกับสีเหลือง ได้สี ส้ม สีแดง ผสมกับสีน้ำเงิน ได้สีม่วง สีเหลือง ผสมกับสีน้ำเงิน ได้สีเขียว


สีขั้นที่ 3 คือ สีที่เกิดจากสีขั้นที่ 1 ผสมกับสีขั้นที่ 2 ในอัตราส่วนที่เท่ากัน จะ 7 สี และ สีเย็น 7 สี ซึ่งแบ่ง ที่สีม่วงกับสีเหลือง ซึ่งเป็นได้ทั้งสองวรรณะ สีตรงข้าม หรือสีตัดกัน หรือสีคู่ปฏิปักษ์ เป็นสีที่มีค่าความเข้มของสีตัดกันอย่าง รุนแรง ในทางปฏิบัติไม่นิยม นำมาใช้ร่วมกัน เพราะจะทำให้แต่ละสีไม่สดใส เท่าที่ควร การนำสีตรงข้ามกันมาใช้ร่วมกัน อาจกระทำได้ดังนี้ 1. มีพื้นที่ของสีหนึ่งมาก อีกสีหนึ่งน้อย 2. ผสมสีอื่นๆ ลงไปสีสีใดสีหนึ่ง หรือทั้งสองสี 3. ผสมสีตรงข้ามลงไปในสีทั้งสองสี 3. ผสมสีตรงข้ามลงไปในสีทั้งสองสีสีกลาง คือ สีที่เข้าได้กับสีทุกสี สีกลางในวงจรสี มี 2 สี คือ สี น้าตาล กับ สีเทา สีน้ำตาล เกิดจากสีตรงข้ามกันในวงจรสีผสมกัน ในอัตราส่วนที่เท่ากัน สีน้ำตาลมีคุณสมบัติ สำคัญ คือ ใช้ผสมกับสีอื่นแล้วจะทำให้สีนั้น ๆ เข้มขึ้นโดยไม่เปลี่ยน แปลงค่าสี ถ้าผสมมาก ๆ เข้าก็จะ กลายเป็นสีน้ำตาล สีเทา เกิดจากสีทุกสี ๆ สีในวงจรสีผสมกัน ในอัตราส่วนเท่ากัน สีเทา มีคุณสมบัติที่สำคัญ คือ ใช้ผสมกับสีอื่น ๆ แล้วจะท าให้ มืด หม่น ใช้ในส่วนที่เป็นเงา ซึ่งมีน้ำหนัก อ่อนแก่ในระดับต่าง ๆ ถ้าผสม มาก ๆ เข้าจะกลายเป็นสีเทา ได้สีอื่น ๆอีก 6 สี คือ สีแดง ผสมกับสีส้ม ได้สี ส้มแดง สีแดง ผสมกับสีม่วง ได้สี ม่วงแดง สีเหลือง ผสมกับสีเขียว ได้สีเขียวเหลือง สีน้ำเงิน ผสมกับสีเขียว ได้สีเขียวน้ำเงิน สีน้ำเงิน ผสมกับสี ม่วง ได้สีม่วงน้ำเงิน สีเหลือง ผสมกับสีส้ม ได้สีส้มเหลือง วรรณะของสีคือสีที่ให้ความรู้สึกร้อน-เย็น ในวงจรสี จะมีสีร้อน


ความหมายของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ดอกไม้เป็นสื่อแสดงความรู้สึกของผู้ให้ต่อผู้รับ ดอกไม้มีความสวยงาม มีเสน่ห์ บอกถึงความหมายอยู่ ในตัวของดอกไม้เอง ดังนั้น การจัดดอกไม้จึงควรใช้ดอกไม้ให้เหมาะสมกันโอกาส ดอกบัว (Lotus)ดอกบัวจัดเป็นราชินีแห่งไม้น้า ดอกบัวเกิด ในน้า เติบโตในน้า แน่น้าไม่เกติดดอกบัว เปรียบกับผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ติดอยู่ในตระกูล ในหมู่คณะ ในลาภยศ สรรเสริญ สุข และในปัจจัยเครื่องบริโภค ทั้งหลาย ตลอดจนไม่ติดอยู่ในกิเลส ทั้งมวล ความหมายของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ดอกกุหลาบ (Rose)ดอกกุหลาบจัดเป็นราชินีแห่งดอกไม้บนบก ดอก กุหลาบใช้แทนความรักที่เด็ด เดี่ยว ทรนง หนามกุหลาบ หมายถึง อุปสรรคขัดขวางซึ่งผู้มีความรักจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคทั้งมวล เพื่อให้ได้ ดอกกุหลาบที่งดงามนั้นมาไว้ในครอบครองด้วยความภาคภูมิ สีของดอก กุหลาบแต่ละสีให้ความหมายที่ แตกต่างกันไป ซึ่งผู้มอบให้ควรจะได้เลือกใช้สีเหมาะสมกับโอกาส


ดอกกุหลาบสีแดง หมายถึง ความรักที่บริสุทธิ์ เปรียบเสมือนเลือด เนื้อที่อยู่ในกายของผู้มอบให้ ต่อผู้ ที่ตนรัก จึงนิยมใช้ในโอกาส ครบรอบวันแต่งงาน วันแห่งความรัก ซึ่งกันและกัน ดอกกุหลาบสีเหลือง หมายถึง ความรักที่ห่วงหาอาทรซึ่งกัน และกัน แสดงถึงความปรารถนาดี ต้องการให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุขสดชื่น จึงนิยมใช้เยี่ยมเยียนผู้ช่วย ดอกกุหลาบสีขาว หมายถึง ความรักที่ซื่อ สดใส สะอาด บริสุทธิ์ นิยมใช้เพื่อแสดงความรักที่จริงใจ ของตนเอง เช่น ผู้ใต้บังคับบัญชามอบให้เจ้านาย ศิษย์มอบให้ครูบาอาจารย์ ลูก มอบให้พ่อแม่


ดอกมะลิ (Jasmine)หมายถึง ความบริสุทธิ์และสูงส่ง เหมาะ สาหรับผู้ที่ควรบูชาหรือใช้บูชาสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่น่านับถือ ดอกซ่อนกลิ่น(Tuberose)ดอกซ่อนกลิ่นเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่น หอมรุนแรง และเป็นดอกไม้ที่คนไทยใน สมัยโบราณนิยมใช้จัด หน้าศพ เนื่องจากสมัยก่อน ยังไม่มีการฉีดยาศพกัน ดังนั้น เพื่อ เป็นการอาพรางกลิ่น จึงจ าเป็นต้องเสาะหาดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม รุนแรงมากๆมาจัด เพื่อซุกซ่อนกลิ่นอันไม่พึงปรารถนา ดอกเบญมาศ (Chrysanthemum)ดอกเบญมาศเป็นดอกไม้ที่มีสีสันสดใส และมีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะสาหรับนาไป ใช้ในงานที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ เช่น การนาไป ตกแต่งรถบุพชาติ หรือ ประดับหน้างานพิธีการต่างๆ


ดอกคาร์เนชั่น (Carnation)จัดเป็นดอกไม้ที่มีสีคราสสิคซึ่งเป็น สีที่ชาวต่างประเทศชื่นชอบ ดังนั้นจึง เห็นได้ว่า ช่อดอกไม้มือถือ และเข็มกลัดติดเสื้อจะนิยมใช้ดอกคาร์เนชั่นกันมาก ดอกเยอบีร่า (Yerbira)ดอกเยอบีร่าเป็นดอกไม้ที่มีสัญลักษณ์ชูช่อโด เด่น ปราดเปรียวและสง่างาม แต่ มีสีสันอ่อนหวาน เปรียบเสมือนสาว งามที่มีความมั่นใจในตัวเอง ดอกเยอบีร่า จึงมักนามาใช้ประดับใน สถานที่ ที่มีบรรยากาศเป็นแบบสมัยใหม่และสง่างาม หรืออาจนามา ประดับผมเจ้าสาว หรือมวยผมของหญิงสาวในชุด ราตรี ดอกแกลดิโอลัส (Gladiolus)ดอกแกลดิโอลัสเป็นสัญลักษณ์ของ ความลุ่มหลง ถ้าได้รับดอกแกลดิ โอลัส จากใคร แสดงว่า เขาคนนั้นต้องการ สารภาพว่ากาลังหลงใหลคลั่งไคล้คุณอยู่ อย่างจริงจัง


ดอกทานตะวัน (Sunflower)ดอกทานตะวันเป็นดอกไม้แทน ความ หยิ่งทะนง ไม่นิยมมอบดอกไม้นี้ ให้แก่กัน ดอกการ์ดิเนีย (Gardenia)ดอกการ์ดิเนียหรือดอกพุดฝรั่ง เป็น ดอกไม้แห่งความโชคดีมีชัย หาก ต้องการแสดงความปราถนาดีหรือ อยากอวยพรให้ผู้ใดประสบโชคดี ก็ควร มอบดอกไม้นี้ให้แก่เขา ดอกทิวลิป (Tulip) หมายถึง ความสง่างาม เหมาะสาหรับมอบ ให้กับผู้ที่อยู่ในฐานะแห่งการยกย่อ


ลักษณะของดอกไม้และลักษณะของดอกไม้ การที่คนเราจะจัดดอกไม้ได้อย่างสวยงามนั้น ควรจะศึกษาเรื่องของลักษณะของดอกไม้ แต่ละแบบ สามารถแบ่งได้เป็น 4 ชนิดด้วยกัน คือ ดอกไม้เป็นช่อเป็นแนว (Line Flower) คือ ดอกไม้ซึ่งเป็นดอกหรือกลุ่มช่อดอก ที่เรียงขึ้นไปตาม ความยาว ของก้านดอก มักจะมีรูปทรงที่ดูเป็นเส้นแนว เช่น ดอกประทุมมา แกลดิออลัส ลิ้นมังกร ฯลฯ ดอกแกลดิโอลัส ( GLADIOUS ) ลีมูรัส ( EREMURUS ) ดอกสร้อยทอง ( SOLIDAGO ) ดอกไลอาทรีส ( LIATRIS )


ดอกไม้กลีบซ้อน (Mass Flowers) คือดอกไม้ดอกเดี่ยวมีกลีบดอกมากและดูมีน้าหนัก ดอกไม้ ประเภทนี้สามารถจัดวางเพื่อสร้างความสมดุลให้น้าหนักสายตา และเมื่อนามาจับกลุ่มรวมกันก็จะเป็นจุดอ่อน ของการจัด ได้เช่น ดอกเบญจมาศชนิดกลีบลา และชนิดกลีบซ้อน ดอกเบญจมาศ ( Chrysanthemum ) ดอกรักเร่ ( DAHLIA ) ดอกบานชื่น Zinnia


ดอกไม้ที่มีรูปทรงเด่นชัด (Form Flowers) คือ ดอกไม้พวกนี้มักมีกลีบไม้มาก แต่เห็นรูปทรงได้ ชัดเจน เช่น ลิลลี่ ทิวลิป กุหลาบ คาร์เนชั่น ดอกกระเจียว เบิร์ดออฟพาราไดซ์ กล้วยไม้คัทรียา หน้าวัว เป็นต้น และด้วยลักษณะ ดอกเด่นของฟอร์มฟลาวเวอร์ จึงมักจะถูกวางให้เป็นจุดเด่นของการจัด ดอกหน้าวัว ดอกลิลลี่ ดอกแคทรียา


ดอกไม้แต่งเติม (Filler Flowers ) คือดอกไม้กลีบที่มีรูปลักษณะเป็นดอกเล็กๆ แระรายเป็นกลุ่มช่อ เช่น ยิบ โซฟิลล่า แอสเตอร์ คัตเตอร์ เดซี่ สแตติส แคสเปียร์ฯลฯ ใช้สาหรับแต่งเติมในการจัดเพื่อเพิ่ม รายละเอียดใน การจัด แต่หากใช้มากเกินไปจะทาให้ดูรกรุงรัง ดอกสแตติส ดอกเดซี่ ลักษณะใบไม้ ใบไม้ที่ใช้ในการจัดดอกไม้ถือได้ว่าเป็นส่วนสาคัญเช่นกันจะช่วยเสริมแต่งแจกันดอกไม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ใบไม้ที่ นามาใช้ในการจัดดอกไม้ ซึ่งมีอยู่กลายชนิดด้วยกัน เช่น กิ่งหลิว ทางหมาก ใบซานาดู ใบหมากผู้หมาก เมีย ใบ เฟิร์นมะขาม ใบโปร่งฟ้า ใบหลิวสีทอง ใบทางหมาก ใบเฟิร์นมะขาม ใบซานาดู


การเลือกดอกไม้ใบไม้ได้ลักษณะที่ดี การเลือกดอกไม้ใบไม้ได้ลักษณะที่ดีเหมาะสมกับแบบการจัดและประโยชน์ใช้สอยเป็นการลดภาระ การเตรียม และการดูแลรักษาที่ต้องพิถีพิถันมาก ช่วยให้ช่วยประหยัดเวลา แรงงาน และเงิน กล่าวโดยสรุปว่า การเลือกซื้อดอกไม้ ใบไม้ต้องดูให้ดอกไม้ใบไม้มีลักษณะของดอกสดและแข็งแรง หลักการเลือกซื้อดอกไม้สด ดอกไม้ที่เราได้ซื้อมาใช้กันนั้นจะตัดจากต้นในเวลาเช้า และนามาแช่น้าให้อิ่มตัว บางชนิด จะต้องเพิ่มความ ยืดหยุ่นขณะขนส่ง โดยการทำให้สลดลง หลังจากนั้นจะนามามัดรวมเป็นกาหุ้มห่อด้วย กระดาษหรือพลาสติก และสุดท้ายคือการนาจัดส่งตลาดเพื่อกระจายสู่ร้านค้าย่อยต่อไป จะเห็นได้ว่ากว่าดอกไม้จะมาถึงมือของผู้จัดจริงๆนั้น จะผ่านมาหลายขั้นตอนจึงมักจะเกิดความบอบ ช้า ฉะนั้น เราจึงจาเป็นต้องทาความเข้าใจถึงสภาพดอกไม้ว่าถ้าเราต้องการซื้อดอกไม้เราจะต้องสังเกตจาก อะไรบ้าง ก้าน จะต้องไม่เน่า โดยก้านจะต้องไม่ผ่านการแช่น้า มาเป็นเวลานาน จนกระทั่งมีกลิ่นเหม็น ใบ จะต้องไม่เหี่ยวช้าและเน่า จะต้องมีความแข็งแรงตามสภาพของใบไม้ชนิด นั้นๆ กระเปาะดอก จะต้องไม่ลีบและแห้ง เมื่อใช้มือบีบดูจะรู้สึกว่ากระเปาะจะแข็ง กลีบดอก จะต้องไม่ช้า ไม่เหี่ยว และเน่า โดยทั่วไปดอกไม้ที่เราจะเลือกซื้อนั้นจะต้องเลือกที่ความสดให้มากที่สุดฉะนั้นจะต้องมีความรู้สึกและ ความเข้าใจในสภาพของดอกไม้แต่ละชนิด ซึ่งย่อมจะต้องมีความแตกต่างกันออกไป นอกจากนั้นควรดูเหตุผล อื่นๆ มาใช้เป็นองค์ประกอบในการเลือกซื้อด้วย เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ แหล่งเพาะปลูก และความเหมาะสม กับสภาพการใช้งาน เป็นต้น


การดูแลรักษาดอกไม้สด ปัจจุบันดอกไม้เป็นสิ่งสาคัญต่อการจัดงานต่างๆ เป็นอย่างมาก ฉะนั้นควร มีความรู้เกี่ยวกับการดูแล ดอกไม้ให้มีความสด และสมบูรณ์มากที่สุดก่อนที่เราจะนาเอามาใช้จัดตกแต่งให้สวยงามต่อไป 1. Cleaning คือการดูแลก่อนการแช่น้า จะต้องทาความสะอาดก้านบริเวณช่วงล่างที่จะต้องแช่ลง ในถังน้าโดย การปลิดใบช่วงล่างของช่อออกให้หมด ซึ่งใบไม้เหล่านี้เมื่ออัดกันแน่นๆ จะทาให้เกิดก๊าซเอทธิลีน ที่ มีผลทาให้ก้านดอกไม้และน้าที่แช่ดอกไม้เกิดการเน่าเสียได้ง่าย 2. Cutting under water คือการตัดก้านดอกไม้ด้วยมีดมีคมๆ ใต้น้า นะไปแช่ในถังน้าที่จัดเตรียม ไว้ให้ ส่วน น้าที่ใช้แช่ดอกไม้นี้จะมีปริมาณ และลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ - ถ้าต้องการให้บานเร็ว ให้แช่น้าอุ่น และมีปริมาณน้ามาก เช่น ดอกลิลลี่ ดอกกุหลาบ ดอกยิป โซฟิลลา เป็นต้น - ถ้าต้องการให้บานช้า ให้แช่น้าธรรมดาและมีปริมาณน้าน้อย - ถ้าต้องการให้บานสมบูรณ์ และมี ก้านที่แข็งแรงมากๆ ควรแช่น้าอุ่นที่ผสมอาหารดอกไม้ในปริมาณ 0.5 ช้อนชาต่อน้า 5 ลิตร แบบประเมินผลการนำเสนอผลงาน 3. Conditioning out of refrigeration คือ เมื่อเราแช่ดอกไม้ในถังน้ำเรียบร้อยแล้ว ควรนำถัง ดอกไม้วางไว้ในบริเวณที่มี อุณหภูมิปรกติประมาณ 1-3 ชั่วโมง เพื่อให้ดอกไม้มีการปรับสภาพตัวเองเสียก่อน จากนั้นจึงนำเอาไปแช่ในตู้เย็นสำหรับแช่ดอกไม้


การพื้นตัวของดอกไม้ ดอกไม้หรือใบไม้ที่จัดส่งมาตามร้านค้าต่างๆ ที่จะนาไปใช้งานต่อไป ต้องผ่านการบรรจุหีบห่อ ที่มักจะ ขาดน้า เพื่อเพิ่มความสะดวกในการขนส่ง เมื่อต้องการจะใช้งานต้องช่วยให้ดอกไม้ฟื้นตัวเร็ว และมีการ เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ต่อไป 1. กล้วยไม้ช่อชนิดต่างๆ จะต้องตัดก้านและนาไปแช่น้าทั้งช่อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นให้ นาขึ้นไป แช่ในน้าปรกติ แต่ถ้าดอกของกล้วยไม้แช่อยู่ในน้านานจนเกินไป จะทาให้กลีบดอกมีสภาพช้าน้าซึ่งจะ ลด ปริมาณความทนลงมาก 2. ดอกบัว ในสมัยก่อนมีการช่วยให้ดอกบัวฟื้นตัวเร็วด้วยกรรมวิธีต่างๆ มากมายหลายวิธีด้วยกันแต่ ในปัจจุบัน ปริมาณการใช้ดอกบัวมีเพิ่มมากขึ้น แต่ดอกบัวเป็นดอกที่ค่อนข้างเหี่ยวเร็ว และจะดูดน้าขึ้นไปเลี้ยง ดอกได้ค่อนข้างช้า ฉะนั้นเมื่อซื้อดอกบัวมาแล้ว ให้ตัดก้านแช่ในน้ำเย็นหรือน้ำที่ผสมน้ำแข็ง แต่จะต้องใช้น้ำ ปริมาณ มากๆ หลังจากนั้นให้ใช้พลาสติกคลุมดอกบัวไว้ให้มิดชิด เพื่อป้องกันลมที่จะมากระทบดอกทาให้เกิด การดำเร็ว กว่าปกติบางท่านอาจใช้ผ้าคลุมดอกบัวแทนพลาสติก แต่การคลุมด้วยผ้ามีผลทำให้ความชื้นจาก ดอกบัว และ จากน้าที่แช่ดอกบัวระเหยไปอย่างรวดเร็ว ทาให้ดอกบัวไม่เกิดความสดชื่นเท่าที่ควร เราควรแช่ ดอกบัวให้อิ่มน้า โดนใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงจึงจะจาดอกบัวไปพับในแบบต่างๆ แต่ถ้าดอกบัวยังไม่อิ่มน้ำ แล้วนำไปพับ จะ ทำให้กลีบดอกบัวดำเร็ว กว่าปรกติและเมื่อพับแล้วให้นามาจัดลงในภาชนะได้น้ำสารส้มจะ ช่วยล้างยางที่เกิด จากการพับกลีบดอกบัวทำให้ดอกบัวดำช้ากว่าปกติเมื่อจัดดอกบัวเสร็จแล้วเรียบแล้ว แต่ยัง ไม่นำไปใช้งาน ให้ใช้พลาสติกคลุมกันลม และเก็บความชื้นของดอกบัว ทำให้มีความสด


3. ดอกคริสซานติมัม หรือที่คนไทยเรียกว่า "มัม" เมื่อเปิดห่อออกให้ปลิดใบช่วงล่างออก แต่ถ้า เนื่องจาก ดอกไม้ชนิดนี้จะมีใบที่เหี่ยวเร็วมาก ถ้าต้องการให้ดอกไม้ชนิดนี้อยู่ทน จะต้องปลิดใบออกให้หมดทั้ง ช่อ หลังจากนั้นให้ตัดก้านด้วยมีดคมๆ แต่คริสซานมัมเป็นดอกไม้ที่จัดอยู่ในประเภทก้านแข็ง จึงทาให้ดูดน้ำได้ ยาก จากต้องทุบปลายก้านให้แตกเล็กน้อย ล้างบริเวณที่ทุบให้สะอาด หลังจากนั้นให้เอาน้าเทราดหรือพรมทั้ง ช่อ และนาไปแช่น้ำในถังน้าที่มีปริมาณน้ำไม่มากนัก เพราะถ้าน้ำมากจะทาให้ก้านเน่าเร็ว ควรใช้น้าปริมาณ น้อย แต่ตัดก้านเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ ซึ่งจะทาให้ดอกคริสซานมัมสามารถเจริญเติบโตไดอย่างสมบูรณ์ที่สุด 4. ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้ที่ต้องการน้าปริมารมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่นๆ จะต้องปลิดใบและหนาม บริเวณช่วง ล่างของก้านออก เอาน้าราดบริเวณใบ ส่วนบริเวณดอกไม้ไม่ควรราดหรือพรมน้ำ เพราะน้าจะทำ ให้ดอก กุหลาบบานเร็วกว่าปรกติ และที่สาคัญคนไทยไม่ค่อยนิยมดอกกุหลาบที่บาน หลังจากนั้นให้ตัดก้านใน น้ำด้วย มีดคมๆนำไปแช่น้ำที่ผสมอาหารดอกไม้ไว้เรียบร้อยแล้ว 5. ดอกเยอร์บีร่า เป็นดอกไม้ประเภทก้านอ่อนจะสามารถดูดน้ำได้ปริมาณมาก เมื่อเราตัดก้านแช่น้ำ ก็จะดูดน้ำ มากจนเกินไป ทาให้ก้านแตกและเน่าได้ง่ายฉะนั้นเมื่อซื้อดอกเยอร์บีร่ามา จะสังเกตได้ว่า สวนที่ ปลูกจะใช้วิธีถอนมาขาย ไม่ได้ใช้วิธีตัดมาขาย เมื่อเราได้รับมาไม่ต้องตัดก้าน และข้อสาคัญไม่ควรสเปรย์น้าที่ บริเวณดอก ของเยอร์บีร่า เพราะความชื้นจะทาให้เกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย


\ 6.ดอกยิปโซฟิลลา เป็นดอกไม้จาพวกไม้เล็กๆฝอยๆ เมื่อซื้อมาให้กระจายออกมาจากกัน โดยการคว่า ช่อลง ค่อยๆจับช่อเขย่าให้แยกจากกัน ปลิดใบออกให้หมด จับมารวมช่อกันใหม่อีกครั้ง ห่อด้วยกระดาษหรือ พลาสติก ตัดก้านและแช่ในน้าอุ่น เพื่อช่วยให้ดอกยิปโซฟิลลาบานได้อย่างสมบูรณ์ ข้อสาคัญที่ควรรู้คือห้ามนา ดอกยิป โซฟิลลาไปแช่รวมกับดอกไม้ตระกูลคริสซานมัม เพราะคริสซานมัมจะมีสารไซยาไนที่มีผลทาให้ ดอกยิปโซฟิล ลาแห้งเร็วกว่าปกติ นอกจากนั้นจะต้องไม่ฉีดน้ำที่บริเวณดอก เพราะดอกยิปโซฟิลลาจะดูดน้าไว้ ทำให้ดอกช้ำน้ำและดำเร็วกว่าปกติ


รูปแบบการจัดดอกไม้ นิยมจัด 7 รูปแบบ คือ รูปทรงแนวดิ่ง ทรงกลม ทรงสามเหลี่ยมมุมฉาก ทรงสามเหลี่ยมด้านเท่า ทรงพระจันทร์คว่า ทรงพระจันทร์เสี้ยว ทรงตัวเอส 1. รูปทรงแนวดิ่ง หรือการจัดดอกไม้สดทรงตรง เป็นการจัดดอกไม้ในรูปทรงกระบอกหรือทสูงตั้ง ตรง เป็นการจัดดอกไม้สดขั้นพื้นฐานรูปทรงเรขาคณิต มีรูปทรงเป็นทรงตรง โดยเลือกใช้ภาชนะที่ รูปทรงสอดคล้อง กับทรงตรง ได้แก่ ภาชนะทรงสูงที่ปากแคบกว่าส่วนสูง หรือภาชนะทรง เตี้ย และมีขั้นตอนวิธีการปักที่ไม่ ยุ่งยากหรือซับซ้อน ดอกไม้ที่นำมาจัดควรจะเป็นดอกไม้ขนาดเล็กและใช้ใบไม้มาเป็นส่วนประกอบในการจัด ซึ่งมีดอกไม้จำนวนน้อยก็สามารถจัดแจกันดอกไม้ ได้อย่าง สวยงาม การจัดดอกไม้รูปทรงตรงเหมาะสำหรับจัด วางในห้องที่มีพื้นที่จำกัดหรือในพื้นที่แคบ เป็น การจัดดอกไม้ที่มีความเป็นเอกภาพ เป็นการฝึกทักษะในการ เริ่มจัดดอกไม้และหลักในการทำงานที่ ผู้เรียนนำไปใช้ในการปฏิบัติการจัดดอกไม้สดทรงตรงได้อย่างถูกต้อง และนำไปเป็นแนวทางในการ ประกอบอาชีพได้ 2. การจัดดอกไม้ทรงกลม การจัดวางดอกไม้ให้เป็นรูปแบบทรงกลม มีลักษณะเหมือนดอกไม้ปักพุ่ง ออกมาจากจุดเดียวกันและอยู่ใน กรอบสมมุติที่เป็นรูปทรงกลมรอบด้านส่วนใหญ่การจัดดอกไม้แน่นเต็ม เป็นที่ นิยมของนักจัดดอกไม้เนิ่นนาน เป็นศตวรรษมาแล้ว การจัดแบบทรงกลมที่แท้จริงตามกฎเกณฑ์เดิมมากที่สุด ดอกไม้ทั้งหมดอยู่ในกรอบสมมุติ รูปทรงกลมทั้งสองด้านของดีไซน์มีน้ำหนักเท่ากัน การจัดแบบทรงกลมนี้ เมื่อจัดในภาชนะทรงแบน ภาชนะ มักจะถูกดอกไม้ปิดบังหมด การจัดทรงกลมเป็นการจัดที่ใช้ดอกไม้มากที่สุดแบบหนึ่ง\


3. การจัดดอกไม้ทรงสามเหลี่ยมด้านเท่า (SYMMETRICAL TRIANGLE) เมื่อการจัดทรง สามเหลี่ยมทั้งด้านขวาและซ้ายของพื้นที่ดูมีน้ำหนักเท่ากันจากเส้นสมมุติที่อยู่ตรง จุดกลางฐานสูงขึ้นไป โดยที่ ดอกไม้ทั้งสองด้านไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน หรือยู่ในระดับต่ำแหน่งเดียวกัน ทั้งหมด การจัดเช่นนั้นเรียกว่า สามเหลี่ยมด้านเท่า รูปทรงที่เป็นพื้นฐานจริงของทรงสามเหลี่ยมด้านเท่านั้น ด้านทั้งสามของเส้นสามเหลี่ยม สมมุติเป็นกรอบของรูปทรงจะมีความยาวเท่ากัน แต่ในการปฏิบัติจริงส่วนฐานมักจะสั้นกว่าสองด้านข้าง ในรูป เป็นการจัดทรงสามเหลี่ยมด้านเท่าซึ่งทั้งสามด้านเท่ากันตามหลักทฤษฎีดั้งเดิม วัดจาก เส้นสมมุติซึ่งเป็นเส้นตั้ง จากจุดศูนย์กลางด้านฐานขึ้นไปด้านบนสุด และน้ำหนักดอกไม้ทั้งสองข้างที่สายตา มองเห็นมีน้ำหนักเท่ากัน 4. การจัดดอกไม้ทรงสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า(ASYMMETRICAL TRIANGLE) การจัดแบบทรง สามเหลี่ยมที่ด้านทั้งสองไม่เท่ากัน เป็นทรงที่ได้รับความนิยมมากเพราะมองดูสบายตาไม่เป็นพิธีการจนเกินไป การจัดทรงนี้แยกได้เป็นสองแบบคือ - แบบสามเหลี่ยมมุมฉาก โดยจัดให้ด้านที่ยาวที่สุดของสามเหลี่ยมตั้งฉากกับภาชนะ - แบบสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า ซึ่งมีมุมด้านทั้งสามไม่เท่ากัน ในภาพเป็นการจัดแบบสามเหลี่ยมด้าน ไม่เท่า


5. รูปพัด (FAN-SHAPE) ดอกไม้ที่จัดเป็นรูปพัดนั้นก็คือทรงครึ่งวงกลมนั่นเอง ดอกไม้ที่ใช้ได้ดีในการ จัดทรงนี้คือ ดอกไม้ลักษณะเป็นเส้นแนวเช่น แกลดิโอลัส ลิ้นมังกร ลิอาทรีส สต๊อก กล้วยไม้ช่อ เป็นต้น โดยใช้ จัดเป็น รัศมีพุ่งจากจุดศูนย์กลางดังลักษณะโครงสร้างของพัด และใช้ดอกไม้อื่นที่มักจะเป็นดอกไม้กลม ๆ เช่น คาร์เนชั่น หรือกุหลาบ ฯลฯ เติมด้านในระหว่างช่องไฟของดอกที่เป็นเส้นแนว การจัดทรงรูปพัดเป็นลักษณะการ จัดที่สองด้านเท่ากัน ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นพิธีการ ดอกกล้วยไม้ และใบในภาพคือเส้นแนวที่เป็นหลักของรูปทรงในการจัดดอกบัว เติมช่องไฟ ระหว่างเส้นแนวของดอกกล้วยไม้ ทำให้พื้นที่ว่างสมบูรณ์ขึ้น รูปทรงนี้นิยมใช้ในงานพิธีต่าง ๆ เช่น การ ตกแต่งโบสถ์ งานแต่งงาน และงานศพ 6. การจัดดอกไม้รูปทรงตัวเอส ( S ) การจัดดอกไม้รูปทรงตัวเอส( S ) นักจัดดอกไม้น ารูปทรงตัว เอส( S )มาใช้ในการจัดดอกไม้โดยเรียกชื่อการจัดดอกไม้ทรงโค้งนี้ว่าโค้งฮาการ์ดตามชื่อของวิคเทรผู้ค้นพบ ชาวอังกฤษ เขาแนะน าให้ชาวโลกศิลปะรู้ว่าเส้นแนวตัว S คือเส้นแนวแห่งความสวยงามซึ่งการจัดดอกไม้ทรง นี้เป็นทรงพื้นฐานที่มีลักษณะการจัดที่มีการดัดแปลงอาศัยหลักของการออกแบบรูปทรงไว้ตามจินตนาการ เพื่อให้เกิดชิ้นงานที่อ่อนช้อยสวยงาม


7. การจัดดอกไม้รูปทรงพระจันทร์เสี้ยว การจัดดอกไม้รูปทรงพระจันทร์เสี้ยวเป็นรูปทรงที่แสดงให้ เห็นถึงความอ่อนช้อยของ ศิลปะในการจัดดอกไม้ซึ่งสามารถก าหนดรูปทรงได้ตามจินตนาการเป็นพื้นฐานใน การออกแบบ การจัดดอกไม้ในขั้นต่อๆไปสามารถจัดได้ทั้งพระจันทร์เสี้ยวหงายและพระจันทร์เสี้ยวแบบคว่ำ


Click to View FlipBook Version