The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nirut04102527, 2020-05-01 09:05:36

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาศิลปวัฒนธรรมไทย

แผนวิชาศิลปวัฒนธรรมไทย

1 แผนการจัดการเรียนรู้
1
วชิ า ศิลปวัฒนธรรมไทย
11 รหสั วชิ า 20700-1002
1

111 1

จัดทาโดย
นายนิรตุ เหลอื งอร่าม
วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาเพชรบุรี
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบฐานสมรรถนะ

หลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี พทุ ธศกั ราช 2562
ประเภทวิชาอตุ สาหกรรมท่องเทยี่ ว

สาขาวชิ าการทอ่ งเทย่ี ว สาขางานการทอ่ งเท่ียว
รหัส 20700-1002 วิชาศิลปวัฒนธรรมไทย

จดั ทาโดย
นายนิรุต เหลืองอร่าม
วิทยาลยั อาชวี ศึกษาเพชรบรุ ี

คานา

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาศิลปวัฒนธรรมไทย รหัสวิชา 20700-1002 แบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 6
หน่วย ตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรฐานรายวิชา และคาอธิบายรายวิชา โดยแผนการจัดการเรียนรู้ วิชา
ศิลปวัฒนธรรมไทย มีเอกสารประกอบการเรยี นครบทกุ หนว่ ยการเรียนรู้ ใบความรู้

ขอขอบคณุ คณะอาจารย์ และ ผู้เขียนตาราทุกทา่ นท่ีทาให้ข้าพเจ้า จดั ทาเอกสารประกอบ
การเรียนได้สาเร็จลุล่วงด้วยดี

ลงชอ่ื ......................................
(นายนริ ุต เหลอื งอรา่ ม)

สารบัญ

แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยท่ี 1 หน้า
แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยท่ี 2 1
แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยท่ี 3 9
แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยท่ี 4 15
แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยท่ี 5 23
แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยที่ 6 30
35

ลักษณะรายวิชา
หลกั สตู ร......ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ พุทธศักราช 2556..................................................................................
ประเภทวชิ า.อุตสาหกรรมท่องเท่ียว......สาขาวิชา..การท่องเท่ียว................สาขาวิชา...การท่องเท่ียว...........
รหัส......2700..-...1002............ช่อื วชิ า...ศลิ ปวฒั นธรรมไทย.........................................................................
ทฤษฎ.ี .........3..........ช่วั โมง/สปั ดาห์ ปฏบิ ัติ.....................ช่วั โมง/สัปดาห์ จานวน...........3..............หนว่ ยกิต

จุดประสงคร์ ายวชิ า
1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั วฒั นธรรม

ไทย ศิลปกรรมไทย วถิ ีชีวติ ของคนไทย
2. ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ ก่ยี วกับศลิ ปวัฒนธรรมไทยในการปฏบิ ตั ิงานบริการท่องเทย่ี ว
3. ปฏบิ ัติงานบริการทอ่ งเท่ียวบนพ้ืนฐานการสง่ เสริมและอนรุ กั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมไทย

สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับวิวัฒนาการของวัฒนธรรมไทย
2.แนะนาคา่ นิยม วถิ ีชีวิต และจรยิ ธรรม
3.แนะนาขนบธรรมเนียมประเพณี
4.แนะนาความรู้เกีย่ วกับศลิ ปกรรม
5.สามารถบรรยายนอกสถานที่
6.แนะนาศลิ ปะสมบตั ิไทย

คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏบิ ัตเิ ก่ียวกบั วิวัฒนาการของวัฒนธรรมไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต ค่านิยมและวิถีชีวิตความ

เป็นอยู่ของคนไทย ความรเู้ กี่ยวกับศลิ ปกรรมไทย การศึกษานอกสถานท่ี

หน่วยการเรยี นรู้ เวลาเรียน (ชม.)
ทฤษฏี ปฏิบัติ รวม
หนว่ ย หนว่ ยการเรยี นรู้
ที่ 66
10 10
1. ววิ ัฒนาการของวฒั นธรรมไทย 88
2. ค่านยิ ม วิถชี ีวติ และจริยธรรม 99
3. ขนบธรรมเนยี มประเพณี 10 10
4. ความรเู้ กีย่ วกับศลิ ปกรรม 88
5. ศึกษานอกสถานท่ี
6. ศิลปะสมบัติไทย

รวม 51 51

กาหนดการสอน

หน่วย ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้/รายการสอน สมรรถนะประจาหน่วย สัปดาห์ ช่วั โมง
ที่ ที่ ท่ี
แสดงความรู้เกยี่ วกับวิวัฒนาการของ
1 ววิ ัฒนาการของวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมไทย 1-3 6
แสดงความรู้เกยี่ วกับค่านิยม วิถีชวี ิต และ
2 ค่านิยม วิถชี ีวิต และจริยธรรม จรยิ ธรรม 3 - 6 10

3 ขนบธรรมเนยี มประเพณี แสดงความรเู้ กี่ยวกบั ขนบธรรมเนยี ม 7-9 8
4 ความร้เู กี่ยวกับศิลปกรรม ประเพณี 9 - 12 9
5 ศึกษานอกสถานท่ี แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความร้เู กี่ยวกบั 12 -15 10
ศลิ ปกรรม
แสดงความรู้เกีย่ วกับการศึกษานอกสถานที่

6 ศลิ ปะสมบตั ิไทย แสดงความรเู้ ก่ียวกบั ศลิ ปะสมบัตไิ ทย 16 -17 8

ตารางวเิ คราะห์หลกั สูตร

รหสั .........20700-1002...........วิชา......................ศลิ ปวฒั นธรรมไทย........................

ชัน้ ..........ปวช. 1..............สาขาวิชา / กล่มุ วชิ า / แผนกวิชา..............การท่องเท่ียว........................

พฤติกรรม พทุ ธนิสัย จานวน
คาบรวม

ความ ู้ร ชั่วโมง
ความเ ้ขาใจ
ช่ือหน่วย การนามาใ ้ช
แบบทดสอบก่อนเรียน การวิเคราะ ์ห
1. ววิ ฒั นาการของวัฒนธรรมไทย การ ัสงเคราะ ์ห
1.1ใบมอบหมายงาน การประเ ิมน ่คา
1.2แบบทดสอบหลังเรยี น ทักษะพิ ัสย
2. คา่ นยิ ม วิถีชีวติ และจริยธรรม ิจตพิ ัสย
2.1ใบมอบหมายงาน รวม
2.2แบบทดสอบหลงั เรียน ลาดับความสาคัญ
3. ขนบธรรมเนยี มประเพณี
3.1ใบมอบหมายงาน (2) (2) (1) (4) (9) 6 1
3.2แบบทดสอบหลังเรยี น 11 6
4. ความรูเ้ กีย่ วกับศลิ ปกรรม 1 11 2 10
4.1ใบมอบหมายงาน (3) (3) (4) 2 8
1 12 9
2 22 (2) (3) (15) 3
(2) (2) (2)
1 11 11
1 11 12
(4) (2) (3)
2 11 (2) (3) (11) 5

11
12

(2) (3) (14) 4

11

4.2แบบทดสอบหลังเรียน 2 12 12 10
5. ศกึ ษานอกสถานที่ (6) (7) (2)
5.1ใบมอบหมายงาน 3 41 (1) (3) (19) 2 8
5.2แบบทดสอบหลงั เรยี น 3 31 2
6. ศลิ ปะสมบัติไทย (2) (2) (2) 1
6.1ใบมอบหมายงาน 1 11 12 54
6.2แบบทดสอบหลงั เรยี น 1 11
สอบปลายภาค (10) (10) (2) (4) (12) 5

รวม 29 28 14 12
12
ลาดบั ความสาคัญ 1 24
(20) 1
9 20 100

53

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยท.ี่ ....1.........

หลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี พุทธศักราช 2556.................... สอนครง้ั ที่..1........

รหัสวิชา....2700-1002.................ชื่อวิชา..ศิลปวัฒนธรรมไทย................ท-ป-น.............

ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้......ววิ ฒั นาการของวฒั นธรรมไทย...........................ทฤษฏ.ี .....6......ชม. ปฏบิ ัติ..........ชม.

1. สาระสาคญั
ในการศึกษาเรือ่ งของสงั คมมนุษย์ วฒั นธรรมเป็นส่ิงที่มบี ทบาทสาคญั ในการท่ีต้องศึกษา เพราะวัฒนธรรม

เปน็ สญั ลกั ษณ์ของสังคม ท่ีบ่งบอกถึงความเจริญและความเส่ือม ตลอดจนวิวัฒนาการความเป็นมาของมนุษย์ในแต่

ละสังคม วัฒนธรรมเป็นเคร่ืองแสดงถึงเอกลักษณ์ของชาติ และเป็นส่ิงท่ีก่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
วฒั นธรรมเป็นเครอ่ื งกลอ่ มเกลาจติ ใจของมนษุ ย์ การอยรู่ ่วมกนั ของมนษุ ย์ จาเป็นต้องอาศัยเอกภาพของวัฒนธรรม
ประเทศใดมีวฒั นธรรมอนั ดีงาม ย่อมสง่ ผลตอ่ ความเจรญิ และความสงบสุขของคนในสงั คมประเทศนนั้ ดว้ ย

2. สมรรถนะประจาหน่วย
1. แสดงความรูเ้ กย่ี วกบั ความหมายของวฒั นธรรม
2. บอกลกั ษณะของวัฒนธรรม
3. ระบอุ งคป์ ระกอบของวฒั นธรรม

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1 มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับความหมายของวฒั นธรรม
2. ระบุองคป์ ระกอบของวัฒนธรรม
3. จดั ประเภทของวฒั นธรรม
4. ยกตวั อย่างวิธกี ารของมนุษย์กับการสร้างวฒั นธรรม
5. เกิดจิตสานึกตอ่ การอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมไทย

4. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของวฒั นธรรม
2. ประเภทของวัฒนธรรม
3. วธิ ีการของมนษุ ย์กบั การสร้างวฒั นธรรม
4. ความเปน็ มาของวัฒนธรรมไทย
5. ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมในสงั คม
6. ความสาคัญของวฒั นธรรมทม่ี ีต่อชวี ติ มนษุ ย์
7. เอกลกั ษณข์ องวฒั นธรรมไทย
8. การอนุรกั ษว์ ฒั นธรรม

5. กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ สนใจปญั หา (Motivation)
1. อธิบายความหมายของวัฒนธรรมและลักษณะวฒั นธรรมทพ่ี งึ ควรปฎบิ ัติ
2. อธบิ ายถึงลักษณะที่สาคญั ของวฒั นธรรม
ข้ันเน้ือหา(Information)
1. ถาม-ตอบเกยี่ วกับข้อดีของการมวี ัฒนธรรมในประเทศไทย
2. ให้นกั เรียนอธิบายถงึ ความแตกตา่ งระหว่างประเภทของวฒั นธรรมทางวตั ถุและไม่ใชว่ ตั ถุ
3. ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนบอกถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมของประเทศไทยและต่างประเทศ
4. ถาม-ตอบ นักเรยี นเกย่ี วกับความเปน็ มาของวฒั นธรรมไทย
5. แบง่ กลุ่ม กลุ่ม 4-5 คนรว่ มกันวิเคราะห์ถึงความสาคัญของวฒั นธรรมทีม่ ีต่อชวี ิตมนุษย์
6. ให้นักเรยี นบอกถงึ เหตผุ ลที่ทาไมมนุษย์เราจงึ ต้องช่วยกันรกั ษาวฒั นธรรมอย่างยัง่ ยืน พรอ้ มอธบิ าย

ข้ันพยายาม (Application)
1. แบบถาม – ตอบจานวน 10 ขอ้ รวม 5 คะแนน
2. แบบประเมนิ ช้ินงานรวม 5 คะแนน

ข้ันสาเร็จผล (Progress)
1.ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรุปถึงความรแู้ ละความเปน็ มาของวัฒนธรรมไทย
2.ครแู ละนักเรยี นสรปุ ถงึ เอกลักษณ์ของวฒั นธรรมไทย
3.สรปุ ถงึ ประโยชนใ์ นการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมไทย

6. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
หนงั สือศิลปวัฒนธรรมไทย สานักพมิ พ์วังอักษร

7. หลักฐานการเรยี นรู้

7.1 หลักฐานความรู้

ใบความรู้
7.2 หลักฐานการปฏิบตั ิงาน
ใบมอบหมายงาน
8. การวดั และประเมินผล
8.1 วิธกี าร
แบบถาม – ตอบจานวน 10 ขอ้ รวม 5 คะแนน
แบบประเมนิ ช้ินงานรวม 5 คะแนน
แบบประเมินพฤติกรรม

8.2 เคร่ืองมือ
แบบถาม – ตอบจานวน 10 ข้อ รวม 5 คะแนน
แบบประเมินชิน้ งานรวม 5 คะแนน
แบบประเมินพฤติกรรม
8.3 เกณฑ์
แบบถาม – ตอบ 5 คะแนน ผา่ นเกณฑ์ 50 % ขึ้นไป
แบบประเมนิ ชิ้นงานรวม 4 คะแนน ผา่ นเกณฑ์ 50 % ข้ึนไป
แบบประเมินพฤติกรรม 4 คะแนน ผา่ นเกณฑ์ 50 % ข้ึนไป
9. บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้

9.1 ข้อสรปุ หลงั การจดั การเรียนรู้
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

9.2 ปัญหาทพ่ี บ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
9.3 แนวทางแก้ปัญหา
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่.ี ....2.........

หลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ พุทธศักราช 2556.................... สอนคร้งั ท่.ี .1........

รหัสวิชา....2700-1002.................ชื่อวชิ า..ศิลปวฒั นธรรมไทย................ท-ป-น.............
ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู.้ ....................คา่ นยิ ม วิถชี ีวิต และจริยธรรม............ทฤษฏ.ี ...10........ชม. ปฏิบัต.ิ .........ชม.

1. สาระสาคญั
ค่านิยม เป็นแบบฉบับของความคิดที่ฝังแน่นสาหรับยึดถือ และปฏิบัติสาหรับคนในสังคม ทั้งเป็นตัว

กาหนด พฤติกรรม และเป็นวิถีของการจัดรูปความประพฤติสาหรับคนในสังคมอีกด้วย เช่น ความขยันหมั่นเพียร
ความจงรกั ภักดี

โดยสรปุ จะเห็นวา่ พระพุทธเจา้ ทรงวางหลักสาหรับตัดสินใจว่า ส่ิงใดควรประพฤติ สิ่งใดไม่ควรประพฤติ
ไว้ 3 ประการ คือ 1. ให้พิจารณาด้วยปัญญาของตนจนทราบชัด 2. ให้อาศัยทรรศนะของท่านผู้รู้เป็นเครื่องตัดสิน
3. ใหพ้ ิจารณา ดูผลวา่ ถา้ นาไปปฏบิ ัติแล้วจะเป็นคณุ หรือโทษ จะใหค้ วามสุขหรือความทุกข์

2. สมรรถนะประจาหน่วย
1.สามารถอธบิ ายพื้นฐานของสังคมไทย
2.บอกคณุ ธรรมท่ีจาเป็นในการพฒั นาบคุ ลิกภาพ
3.ยกตัวอยา่ งการแทรกซมึ วฒั นธรรม

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สามารถอธบิ ายพน้ื ฐานของสงั คมไทย

2. สามารถบอกคุณธรรมท่จี าเป็นในการพฒั นาบุคลิกภาพ

3. สามารถยกตวั อย่างการแทรกซมึ วฒั นธรรม
4. สามารถเข้าใจคุณธรรมทที่ กุ คนควรศึกษาแลน้อมนามาปฏบิ ตั ิ
5. สามารถบอกวิธีการปลกู ฝังค่านยิ ม
6. สามารถเปรยี บเทียบค่านยิ มของเอเชียกับคา่ นยิ มและจรยิ ธรรม
4. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของวฒั นธรรม

2. ประเภทของวัฒนธรรม
3. วธิ ีการของมนุษย์กับการสร้างวัฒนธรรม
4. ความเปน็ มาของวฒั นธรรมไทย
5. ความแตกต่างทางวัฒนธรรมในสังคม
6. ความสาคัญของวัฒนธรรมทม่ี ตี ่อชวี ติ มนษุ ย์
7. เอกลักษณข์ องวฒั นธรรมไทย
8. การอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรม

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขัน้ สนใจปญั หา (Motivation)

1. อธบิ ายพื้นฐานของสังคมไทย
2. บอกถงึ ความแตกต่างของคา่ นิยมกับความนิยม
3. ถาม-ตอบนักเรียนเกยี่ วกับความแตกตา่ งระหว่างค่านิยมของสงั คมเมอื งและสงั คมชนบท

ขน้ั เน้อื หา(Information)
1. สมุ่ ถามนกั เรียนแตล่ ะคนถงึ ค่านิยมท้องถิน่ ของนักเรียนท่ีพึงควรปฏิบัติ
2. ถาม-ตอบ นกั เรียนเก่ยี วกับลักษณะพ้ืนฐานของการใชช้ วี ติ ในสังคมไทย
3. ให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุม่ 4-5 คนร่วมกนั วเิ คราะห์ถงึ ความแตกต่างระหวา่ งคา่ นยิ มของ
สังคมในเมืองและสังคมชนบท พร้อมออกมาอภปิ รายหน้าช้นั เรยี น
4. ให้นกั เรียนบอกถึงค่านิยมท่ีพึงประสงค์ 9 ประการ พร้อมอธิบายทีละข้อ

ขัน้ พยายาม (Application)
1. แบบถาม – ตอบจานวน 8 ข้อ รวม 7 คะแนน
2. แบบประเมนิ ชิ้นงานรวม 5 คะแนน

ข้ันสาเร็จผล (Progress)
1.ครแู ละนักเรียนช่วยกันสรุปถึงพ้นื ฐานของสงั คมไทย
2.ครูและนักเรียนสรุปถึงความแตกตา่ งของค่านิยมกบั ความนยิ ม
3.สรุปถึงความแตกตา่ งระหวา่ งค่านิยมของสังคมเมืองและสังคมชนบท

6. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
หนังสอื ศิลปวัฒนธรรมไทย สานกั พมิ พว์ งั อักษร

7. หลักฐานการเรียนรู้

7.1 หลักฐานความรู้

ใบความรู้
7.2 หลกั ฐานการปฏบิ ัตงิ าน
ใบมอบหมายงาน
8. การวดั และประเมนิ ผล

8.1 เครอ่ื งมือประเมิน
แบบถาม – ตอบจานวน 8 ขอ้ รวม 7 คะแนน
แบบประเมินช้นิ งานรวม 6 คะแนน
แบบประเมินพฤตกิ รรม

8.2 เครอ่ื งมือ
แบบถาม – ตอบจานวน 8 ข้อ รวม 7 คะแนน
แบบประเมินชนิ้ งานรวม 6 คะแนน
แบบประเมนิ พฤติกรรม
8.3 เกณฑ์
แบบถาม – ตอบ 7 คะแนน ผา่ นเกณฑ์ 50 % ข้นึ ไป

แบบประเมินช้ินงานรวม 6 คะแนน ผา่ นเกณฑ์ 50 % ขน้ึ ไป

แบบประเมินพฤติกรรม 3 คะแนน ผ่านเกณฑ์ 50 % ข้นึ ไป
9. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้

9.1 ข้อสรุปหลงั การจัดการเรยี นรู้
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

9.2 ปัญหาทพ่ี บ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
9.3 แนวทางแก้ปญั หา
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยที่.....3.........

หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพ พทุ ธศักราช 2556.................... สอนครัง้ ท่.ี .1........

รหัสวิชา....2700-1002.................ช่ือวิชา..ศิลปวฒั นธรรมไทย................ท-ป-น.............
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้......ขนบธรรมเนียมประเพณี...........................ทฤษฏ.ี ....8.......ชม. ปฏบิ ตั .ิ .........ชม.

1. สาระสาคัญ
ขนบธรรมเนยี มประเพณี แมจ้ ะอยูใ่ นสภาวะแห่งความไม่เที่ยง ย่อมผันแปรไปบ้างตามกาลสมัยที่ผ่านไปๆ

แต่การศึกษาและรักษาไว้ก็เป็นหน้าท่ีของชาวไทยทุกคน ท้ังใครๆ ก็ไม่ควรเมินเฉย ยอมปล่อยให้ผันแปรเร็วกว่า

เวลาสมควร เปรยี บเทียบเหมือนต้นข้าวในคราวน้าน้อย อันเจ้าของนาไมน่ ่งิ ทอดหุ่ยเสีย ยังขะมักเขม้นก้ันทานบกัน

น้า เมือ่ พยายามสุดความสามารถแล้ว นา้ ยงั ไม่พอ แมต้ น้ ข้าวจะตาย ชาวนาก็เปน็ ผู้อนั ใครๆ ไม่พงึ ติเตยี น

ประเพณีเปน็ สงิ่ ท่ีมนุษย์สรา้ งข้ึน เพื่อสวสั ดิภาพของมนุษย์เอง ชวี ติ สงั คมจะไม่สงบเรยี บร้อยถ้าไม่มี
ประเพณี หนนุ หลัง ทานองเดียวกนั กบั การเล่นกีฬาซ่ึงตอ้ งเล่นตามกตกิ า แต่อย่างไรกต็ าม ประเพณขี องสังคมก็
มใิ ช่เปน็ สงิ่ ทค่ี งทแ่ี น่ นอนตายตวั หรือเปล่ยี นแปลงไม่ได้ ตรงกันข้ามประเพณเี กิดขน้ึ ได้และสลายตัวไดเ้ ชน่ เดียวกัน
เมื่อสภาพแวดล้อมของสังคมเปล่ยี นแปลงไป ความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติกว้างขวางข้ึน การประดิษฐ์คิดคน้ ทาง
วทิ ยาศาสตร์กวา้ งขวางขึ้น มีการคน้ พบ ทรัพยากรใหม่ๆ มีการติดต่อกบั สงั คมอน่ื ซงึ่ มแี บบอยา่ ง หรอื วธิ ีการ
แตกต่างออกไป ความรู้สกึ นึกคิด ความต้องการ และโอกาสที่จะทาใหช้ ีวติ สขุ สบาย อาจจะตอ้ งเปล่ยี นแปลงไปตาม
สภาพแวดลอ้ มทีเ่ ปล่ยี นแปลงไป การปรบั ปรงุ เพ่ือใหเ้ หมาะสมกับสภาพสังคม ทาให้ประเพณีเปลยี่ นแปลงได้

2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายของขนบธรรมเนยี มประเพณี
2. ยกตัวอยา่ งของประเพณีไทยท้ัง 4 ภูมภิ าคได้
3. อธบิ ายประเพณขี องชุมชนแต่ละภมู ภิ าคของไทย

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกับขนบธรรมเนยี มประเพณี
2. จาแนกประเภทของประเพณีในแต่ละภาค
3. จาแนกขนบธรรมเนียมประเพณีไทย กับ ขนบธรรมเนยี มของตา่ งประเทศ
4. จาแนกพระราชพิธแี ละรัฐพิธี
5. เกดิ จติ สานึกต่อการอนรุ กั ษ์ขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทย

4. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของขนบธรรมเนียมประเพณี
2. ประเภทของประเพณี
3. ขนบธรรมเนยี มประเพณี

4. พระราชพธิ ีและรฐั พิธี
5. ประเพณีของชุมชนแต่ละภูมภิ าคของไทย

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน

1. ถาม-ตอบเก่ยี วกับความหมายของคาว่าขนบธรรมเนยี มตามทนี่ กั เรียนเขา้ ใจ
2. ครูอธบิ ายถงึ ความหมายขนบธรรมเนียมประเพณี
3. ให้นักเรยี นลองคดิ และยกตวั อย่างถึงขนบธรรมเนยี มประเพณีไทยมาภาคละ 2 สถานท่ี รวม 4 ภาค

ขั้นกจิ กรรม
4. สุ่มถามนักเรียนเก่ยี วกับความเข้าใจของตนระหว่างคาว่าพระราชพิธี และรฐั พธิ ี
5. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ 4-5 คน ยกตัวอยา่ งถงึ พระราชพิธแี ละรฐั พิธี
6. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 6 คน รว่ มกันจดั ทารายงานเกยี่ วกบั ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยโดย

สมุ่ จากการจบั ฉลาก เลือกมากลุ่มละ 1 ภาค พรอ้ มให้นักเรียนชว่ ยกันหาข้อมลู และรายละเอียดของ
ประเพณีทอ้ งถน่ิ มาภาคละ 3-5 ประเพณี
7. ใหน้ กั เรียนอธบิ ายถึงข้ันตอนประเพณีในชมุ ชน ซง่ึ มปี ระเพณเี นือ่ งในการเกิด ประเพณีการบวช
ประเพณกี ารแตง่ งาน และประเพณีการทาศพ
ขน้ั สรุป
8. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปถงึ ประเพณีทีส่ าคัญของแต่ละภาค
9. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ และวเิ คราะห์ถงึ ความสาคัญของขนบธรรมเนยี มประเพณีไทยซึ่งมีมาตง้ั
แต่สมยั อดตี และส่งผลให้เปน็ สิ่งดึงดูดใจ ตลอดจนสามารถเผยแพร่ขนบธรรมเนยี มประเพณีไปสู่

สายตานักทอ่ งเทย่ี วท่วั โลก
6. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

หนงั สอื ศิลปวฒั นธรรมไทย สานกั พิมพว์ ังอักษร
7. หลกั ฐานการเรยี นรู้

7.1 หลักฐานความรู้

ใบความรู้
7.2 หลักฐานการปฏบิ ตั ิงาน
ใบมอบหมายงาน
8. การวัดและประเมินผล

8.1 วิธีการ

แบบถาม – ตอบจานวน 10 ขอ้ รวม 5 คะแนน
แบบประเมนิ ช้ินงานรวม 4 คะแนน
แบบประเมนิ พฤตกิ รรม

8.2 เคร่ืองมือ
แบบถาม – ตอบจานวน 10 ข้อ รวม 5 คะแนน

แบบประเมนิ ช้ินงานรวม 4 คะแนน
แบบประเมนิ พฤตกิ รรม
8.3 เกณฑ์
แบบถาม – ตอบ 5 คะแนน ผ่านเกณฑ์ 50 % ขน้ึ ไป

แบบประเมินชิ้นงานรวม 4 คะแนน ผา่ นเกณฑ์ 50 % ข้ึนไป

9. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้

9.1 ข้อสรุปหลังการจดั การเรียนรู้
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

9.2 ปัญหาที่พบ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
9.3 แนวทางแก้ปญั หา
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยที่.....4.........

หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556.................... สอนคร้ังที.่ .1........

รหัสวิชา....2700-1002.................ชือ่ วชิ า..ศิลปวัฒนธรรมไทย................ท-ป-น.............

ชื่อหนว่ ยการเรียนรู.้ .....ความรเู้ ก่ยี วกับศิลปกรรม.............................ทฤษฏ.ี ......9.....ชม. ปฏิบตั ิ..........ชม.

1. สาระสาคัญ
ศิลปกรรมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการในความ

เช่ือทางศาสนา ประโยชน์ใช้สอย และเพ่ือความสวยงาม ศิลปกรรมจึงสะท้อน ความคิด ความเช่ือ รวมถึง
พฤติกรรมและชีวิตความเปน็ อยู่ของมนษุ ย์

ศลิ ปกรรมเปน็ งานสรา้ งสรรค์ของมนุษยท์ ม่ี ลี ักษณะทางความงาม ความสะท้อนอารมณ์ และเนอ้ื หาสาระที่
สามารถโน้มน้าวจิตใจผู้ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง หรือได้อ่าน ให้หวั่นไหวโอนเอียงไปตามเจตนารมณ์ของผู้สร้างสรรค์
น้นั ๆสาหรับประเทศไทย ซ่ึงเปน็ ดินแดนทีม่ ีมนุษยอ์ าศยั มานานหลายหมนื่ ปี มมี นุษยห์ ลายกลุ่มหลายเช้ือชาติได้เข้า
มาต้ังรกรากถ่ินฐานอยู่อาศัย มีการติดต่อซ้ือขายกับประเทศเพ่ือนบ้านใกล้เคียง และห่างไกลสืบต่อกันมาช้านาน
เป็นเหตุให้เกิดการผสมผสานทางด้านเช้ือชาติ และศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มชนต่างๆ และถ่ายทอดสืบต่อกันมา
จนถึงปัจจบุ ัน

2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจความหมายของ ศิลปะ
2. ระบุคณุ ลกั ษณะของศิลปกรรมได้
3. จาแนกประเภทของศิลปกรรมได้

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. ความหมายของศลิ ปะ
2. คุณลกั ษณะของศลิ ปกรรม
3. ประโยชน์ของการสรา้ งศลิ ปกรรม
4. ประเภทของศลิ ปกรรม

4. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของวฒั นธรรม
2. ประเภทของวัฒนธรรม
3. วิธกี ารของมนุษย์กบั การสร้างวัฒนธรรม
4. ความเป็นมาของวัฒนธรรมไทย
5. ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมในสังคม
6. ความสาคัญของวฒั นธรรมท่ีมีต่อชีวติ มนษุ ย์
7. เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย
8. การอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรม

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. อธบิ ายความหมายคาว่า ศลิ ปะ

2. สรุปความหมายโดยรวมของคาวา่ ศิลปะ จากนักทฤษฎีท่ีให้ไว้
3. ถาม-ตอบนักเรยี นเกี่ยวกับประโยชน์ของการใช้ศลิ ปะในชีวติ ประจาวัน

ขน้ั กิจกรรม
4. สุ่มถามนักเรยี นถึงสาเหตุทท่ี าใหม้ นุษย์สรา้ งสรรค์ศิลปะ
5. ถาม-ตอบ นักเรียนเกยี่ วกับประโยชนข์ องการสร้างสรรค์ศลิ ปกรรมที่มีอิทธิพลต่อชีวติ มนุษย์

โดยอธิบายและยกตวั อยา่ งเปน็ ขอ้ ๆ
6. ใหน้ ักเรียนบอกถึงประเภทของศลิ ปกรรมว่าสามารถแบ่งได้เปน็ กป่ี ระเภท พร้อมอธิบาย

และยกตัวอยา่ ง
7. ให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่มออกเปน็ 6 กลุ่ม จดั ทารายงานเก่ียวกับศิลปกรรม 6 แขนง เช่น จิตรกรรม

ประตมิ ากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ดรุ ยิ างคศิลป์ นาฏกรรม โดยยกตัวอย่างถึงรายละเอยี ด
และจัดหารปู ภาพประกอบ 3-4 รปู พร้อมออกมาอภปิ รายหน้าชั้นเรียน

ขนั้ สรปุ
8. ครแู ละนักเรียนช่วยกนั สรุปถงึ ประโยชน์ของศิลปะ
9. ช่วยกันสรุปถงึ ความรู้ของการศลิ ปกรรม 6 ประเภท

6. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
หนงั สือศลิ ปวัฒนธรรมไทย สานักพิมพว์ งั อักษร

7. หลกั ฐานการเรยี นรู้

7.1 หลักฐานความรู้

ใบความรู้
7.2 หลักฐานการปฏิบตั ิงาน
ใบมอบหมายงาน
8. การวัดและประเมินผล

8.1 วธิ ีการ

แบบถาม – ตอบจานวน 10 ข้อ รวม 5 คะแนน
แบบประเมนิ ช้ินงานรวม 5 คะแนน
แบบประเมินพฤติกรรม

8.2 เคร่ืองมอื
แบบถาม – ตอบจานวน 10 ข้อ รวม 5 คะแนน
แบบประเมินช้นิ งานรวม 5 คะแนน
แบบประเมนิ พฤติกรรม
8.3 เกณฑ์
แบบถาม – ตอบ 5 คะแนน ผ่านเกณฑ์ 50 % ขนึ้ ไป
แบบประเมนิ ชน้ิ งานรวม 4 คะแนน ผา่ นเกณฑ์ 50 % ขนึ้ ไป
แบบประเมินพฤติกรรม 4 คะแนน ผ่านเกณฑ์ 50 % ข้ึนไป
9. บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้

9.1 ข้อสรุปหลงั การจัดการเรยี นรู้
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

9.2 ปัญหาทพ่ี บ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
9.3 แนวทางแก้ปญั หา
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยท่ี.....5.........

หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี พุทธศักราช 2556.................... สอนครง้ั ท.ี่ .1........

รหัสวชิ า....2700-1002.................ชอ่ื วิชา..ศิลปวฒั นธรรมไทย................ท-ป-น.............

ช่ือหนว่ ยการเรยี นร้.ู .....ศกึ ษานอกสถานท่ี..............................................ทฤษฏี....10........ชม. ปฏิบตั .ิ .........ชม.

1. สาระสาคญั
ในการศกึ ษาเร่ืองของสังคมมนษุ ย์ วฒั นธรรมเปน็ สิง่ ทมี่ ีบทบาทสาคญั ในการท่ีต้องศึกษา เพราะวัฒนธรรม

เป็นสญั ลักษณ์ของสังคม ทบ่ี ง่ บอกถงึ ความเจรญิ และความเสื่อม ตลอดจนวิวัฒนาการความเป็นมาของมนุษย์ในแต่

ละสังคม วัฒนธรรมเป็นเคร่ืองแสดงถึงเอกลักษณ์ของชาติ และเป็นส่ิงที่ก่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

วัฒนธรรมเป็นเครอ่ื งกลอ่ มเกลาจติ ใจของมนษุ ย์ การอยูร่ ่วมกันของมนษุ ย์ จาเป็นต้องอาศัยเอกภาพของวัฒนธรรม

ประเทศใดมีวัฒนธรรมอันดีงาม ย่อมสง่ ผลตอ่ ความเจริญ และความสงบสุขของคนในสงั คมประเทศนนั้ ดว้ ย

2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1.อธิบายความหมายของวฒั นธรรม
2.บอกลักษณะของวฒั นธรรม
3.ระบุองค์ประกอบของวัฒนธรรม

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1 สามารถอธบิ ายความหมายของวฒั นธรรม
2. สามารถบอกลักษณะของวัฒนธรรม
3. สามารถระบุองค์ประกอบของวฒั นธรรม
4.สามารถจัดประเภทของวฒั นธรรม
5.สามารถยกตัวอย่างวิธกี ารของมนุษย์กับการสรา้ งวฒั นธรรม

4. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของวัฒนธรรม
2. ประเภทของวฒั นธรรม
3. วธิ กี ารของมนษุ ย์กบั การสร้างวฒั นธรรม
4. ความเปน็ มาของวฒั นธรรมไทย
5. ความแตกต่างทางวฒั นธรรมในสังคม
6. ความสาคัญของวัฒนธรรมทม่ี ตี ่อชวี ติ มนุษย์
7. เอกลกั ษณ์ของวฒั นธรรมไทย
8. การอนุรักษ์วัฒนธรรม

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรียน

1. อธบิ ายความหมายคาว่า ศลิ ปะ

2. สรุปความหมายโดยรวมของคาวา่ ศิลปะ จากนักทฤษฎีทใี่ ห้ไว้

3. ถาม-ตอบนกั เรียนเกยี่ วกับประโยชน์ของการใช้ศลิ ปะในชีวติ ประจาวนั

ข้นั กจิ กรรม
4. สมุ่ ถามนกั เรียนถึงสาเหตุทีท่ าใหม้ นุษยส์ รา้ งสรรค์ศลิ ปะ
5. ถาม-ตอบ นักเรียนเก่ียวกับประโยชน์ของการสรา้ งสรรคศ์ ิลปกรรมทีม่ ีอิทธพิ ลต่อชวี ิตมนษุ ย์

โดยอธิบายและยกตัวอย่างเปน็ ขอ้ ๆ
6. ให้นกั เรยี นบอกถึงประเภทของศลิ ปกรรมวา่ สามารถแบ่งได้เป็นกี่ประเภท พรอ้ มอธิบาย

และยกตวั อย่าง
7. ให้นกั เรียนแบง่ กล่มุ ออกเป็น 6 กล่มุ จดั ทารายงานเกีย่ วกับศิลปกรรม 6 แขนง เช่น จติ รกรรม

ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ดุริยางคศิลป์ นาฏกรรม โดยยกตวั อย่างถึงรายละเอียด
และจดั หารูปภาพประกอบ 3-4 รูป พร้อมออกมาอภิปรายหนา้ ชั้นเรยี น

ข้ันสรปุ
8. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรุปถึงประโยชนข์ องศลิ ปะ
9. ชว่ ยกันสรุปถึงความรู้ของการศิลปกรรม 6 ประเภท

6. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
หนังสือศิลปวฒั นธรรมไทย สานกั พมิ พ์วังอักษร

7. หลกั ฐานการเรียนรู้

7.1 หลักฐานความรู้

ใบความรู้
7.2 หลักฐานการปฏิบตั งิ าน
ใบมอบหมายงาน
8. การวดั และประเมนิ ผล

8.1 วิธกี าร
แบบถาม – ตอบจานวน 10 ขอ้ รวม 7 คะแนน
แบบประเมินชน้ิ งานรวม 7 คะแนน
แบบประเมินพฤติกรรม

8.2 เครอื่ งมอื
แบบถาม – ตอบจานวน 10 ขอ้ รวม 7 คะแนน
แบบประเมินชน้ิ งานรวม 7 คะแนน
แบบประเมินพฤติกรรม
8.3 เกณฑ์
แบบถาม – ตอบ 7 คะแนน ผา่ นเกณฑ์ 50 % ข้ึนไป

แบบประเมนิ ชิน้ งานรวม 7 คะแนน ผา่ นเกณฑ์ 50 % ข้ึนไป
แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์ 50 % ขนึ้ ไป
9. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้

9.1 ข้อสรปุ หลงั การจดั การเรยี นรู้
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

9.2 ปัญหาท่พี บ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
9.3 แนวทางแก้ปัญหา
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่.ี ....6.........

หลักสตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ พทุ ธศักราช 2556.................... สอนครัง้ ที.่ .1........

รหสั วิชา....2700-1002.................ชือ่ วิชา..ศลิ ปวฒั นธรรมไทย................ท-ป-น.............

ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู.้ ...............ศลิ ปะสมบัติไทย..........................................ทฤษฏ.ี .....8......ชม. ปฏบิ ตั ิ..........ชม.

1. สาระสาคญั
ศิลปะพื้นบ้าน หมายถึง ศิลปหัตถกรรมซึ่งเกิดจากผีมือช่างของคนในท้องถิ่น ที่มีการถ่ายทอด

กันในครอบครัว ทาขึ้นเพ่ือใช้สอยในชีวิตประจาวัน เรียกอีกอย่างหน่ึงว่าศิลปหัตถกรรม ศิลปะพ้ืนบ้านที่
ปรากฏในท้องถ่ินต่างๆ ของประเทศไทย แยกได้เป็นประเภทใหญ่ๆ คือ เคร่ืองป้ันดินเผา เครื่องจักสาน
เครื่องโลหะ สถาปัตยกรรมพนื้ บา้ น ประติมากรรม จิตรกรรม การแกะสลัก การทอผ้าและการเย็บปักถักร้อย
งานเคร่ืองกระดาษ และการละเล่นพื้นบ้าน “ช่างหมู่สิบ” เป็นชื่อกรมที่รวมหมู่ช่างที่มีความชานาญในด้าน
ต่างๆ คาว่า “สิบ” เพ้ียนมาจาก “สิปป” ซ่ึงแปลว่า “ศิลป” ฉะน้ัน ช่างสิบหมู่จึงหมายถึงช่างผู้มีฝีมือของ
หลวงทกุ ชนิด เชน่ ชา่ งเขยี น ชา่ งแกะสลกั ชา่ งป้นั ชา่ งทอง เป็นตน้

2. สมรรถนะประจาหน่วย
1. บอกศิลปะพ้นื บ้านได้
2. บอกการกาเนิดศิลปะพืน้ บ้านได้
3. บอกถึงประเภทของศลิ ปะพ้นื บา้ นได้

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. มีความรูค้ วามเขา้ ใจในศิลปะพน้ื บ้าน
2. สามารถอธิบายการกาเนดิ ศลิ ปะพ้ืนบา้ น
3. สามารถบอกถึงประเภทของศลิ ปะพืน้ บ้าน

4. สาระการเรียนรู้
1. ศลิ ปะพ้นื บา้ น
2. การกาเนดิ ศิลปะพ้นื บ้าน
3. ประเภทของศลิ ปะพืน้ บ้าน
4. การอนรุ ักษว์ ฒั นธรรม

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรียน

1. อธบิ ายถงึ ความหมายของศลิ ปะพื้นบา้ น
2. ถาม-ตอบเกี่ยวกับศลิ ปะพ้ืนบา้ นทอ่ี ยใู่ นทอ้ งถน่ิ ของนักเรยี น
3. บอกถึงข้อดีของศิลปะพ้ืนบา้ นและการอนุรกั ษ์

ขนั้ กิจกรรม
4. สมุ่ ถามนักเรียนถึงศิลปะพื้นบา้ นท้ัง 4 ภาค
5. ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันอธิบายถงึ การกาเนิดศลิ ปะพ้นื บ้าน
6. ให้นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ 4-5 คนร่วมกนั วเิ คราะห์ถงึ ประเภทของศิลปะพื้นบ้านทป่ี รากฏ
ตามท้องถิ่นต่างๆ ได้แก่ เคร่ืองเคลอื บดนิ เผา งานเครื่องจกั สาน งานสถาปัตยกรรมพื้นบา้ น งาน
ประตมิ ากรรม และงานจติ รกรรม
7. ให้นักเรียนบอกถึงการละเล่นพน้ื บา้ นของไทย 4 ภาค พรอ้ มภาพประกอบ
ขัน้ สรปุ
1. ครแู ละนกั เรียนช่วยกนั สรปุ ถึงประเภทของศลิ ปะพืน้ บ้าน
2. ครูและนักเรียนช่วยกนั สรุปถงึ ศลิ ปะพ้นื บ้านที่มีอยูใ่ นทอ้ งถ่ิน
6. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
หนงั สือศลิ ปวัฒนธรรมไทย สานกั พมิ พ์วังอักษร
7. หลกั ฐานการเรยี นรู้

7.1 หลักฐานความรู้

ใบความรู้
7.2 หลกั ฐานการปฏิบัติงาน
ใบมอบหมายงาน
8. การวัดและประเมนิ ผล

8.1 วิธกี าร
แบบถาม – ตอบจานวน 10 ข้อ รวม 6 คะแนน
แบบประเมินช้ินงานรวม 6 คะแนน
แบบประเมินพฤติกรรม
8.2 เครอื่ งมือ
แบบถาม – ตอบจานวน 10 ข้อ รวม 6 คะแนน
แบบประเมนิ ชิ้นงานรวม 6 คะแนน
แบบประเมนิ พฤติกรรม
8.3 เกณฑ์
แบบถาม – ตอบ 6 คะแนน ผ่านเกณฑ์ 50 % ขนึ้ ไป
แบบประเมนิ ชิน้ งานรวม 6 คะแนน ผ่านเกณฑ์ 50 % ขน้ึ ไป
แบบประเมนิ พฤติกรรม 4 คะแนน ผ่านเกณฑ์ 50 % ขึน้ ไป

9. บันทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้

9.1 ข้อสรุปหลงั การจัดการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

9.2 ปัญหาทพ่ี บ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
9.3 แนวทางแก้ปัญหา
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version