ก บทสรุปผู้บริหาร การด าเนินงานการจัดท าคู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอบางระจัน สังกัดส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยจังหวัดสิงห์บุรี เป็นการจัดท าขึ้นเพื่อให้การด าเนินงานดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเป็นไปอย่างมีระบบ มี ประสิทธิภาพ และเพื่อให้สถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องมีการท างานร่วมกัน โดยผ่านกระบวนการท างานที่ชัดเจนมีร่องรอยหลักฐาน การปฏิบัติงานสามารถ ตรวจสอบและประเมินผลได้ เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การ ป้องกัน การแก้ปัญหา และส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เป็นแนวทางในการด าเนินงานขับเคลื่อน ระบบช่วยเหลือผู้เรียนให้กับครู กศน.อ าเภอบางระจัน ทั้ง 8 ต าบล โดยระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของ สถานศึกษา เป็นกระบวนการด าเนินดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างมีขั้นตอน พร้อมด้วยวิธีการและเครื่องมือ การ ท างานที่ชัดเจน มีครูแนะแนวเป็นบุคลากรหลักในการด าเนินการดังกล่าว มีการประสานความร่วมมืออย่าง ใกล้ชิดกับครูที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลภายนอก รวมทั้งการสนับสนุนส่งเสริมจากสถานศึกษา ระบบดูแล ช่วยเหลือผู้เรียนของสถานศึกษา หมายรวมถึง การส่งเสริม การป้องกัน และการแก้ไขปัญหา มีวิธีการและ เครื่องมือส าหรับ ครูแนะแนวและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการด าเนินงานพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่ พึ่งประสงค์และปลอดภัยจากจากปัญหาสังคมที่วุ่นวายในปัจจุบันได้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอบางระจัน สังกัดส านักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสิงห์บุรี มีกระบวนการ และขั้นตอนของระบบดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน ประกอบด้วยองค์ประกอบส าคัญ 6 ประการ คือ 1. การรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2. การคัดกรองผู้เรียน 3. การป้องกันและแก้ไขปัญหา 4. การพัฒนาและส่งเสริมผู้เรียน 5. การส่งต่อผู้เรียน 6. สารสนเทศ ในการจัดท าคู่มือระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอบางระจัน สังกัดส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสิงห์บุรี เล่มนี้ มุ่งให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียน สถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยข้องดังนี้ ดังนี้ 1. ผู้เรียนได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและตรงตามสภาพปัญหา 2. สัมพันธภาพระหว่างครูกับผู้เรียนเป็นไปด้วยดีและอบอุ่น
ข 3. ผู้เรียนรู้จักตนเองสามารถควบคุมตนเองได้มีการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ซึ่งจะเป็นรากฐานในการพัฒนาความเก่ง (IO) คุณธรรมจริยธรรม และความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะอุปสรรค (AQ) 4. ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุขและได้รับการส่งเสริมพัฒนาเต็มตามศักยภาพอย่างรอบ ด้าน 5. ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเข้มแข็งจริงจังด้วยความเสียสละ เอาใจใส่ (นาวสาวปรารถนา ชีโพธิ์) ผู้อ านวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอบางระจัน
ค ค าน า ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 จะพบว่า การศึกษาในปัจจุบันให้ความส าคัญกับการพัฒนาผู้เรียน โดยยึดผู้เรียนเป็นส าคัญ มุ่งหวังให้ผู้เรียนมีพัฒนาการ แบบองค์รวม กล่าวคือให้เป็น คนเก่ง ดี มีความสุข อีกทั้งสภาพสังคมที่มีความเป็นสากลและสลับชับซ้อนมาก ขึ้น ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน จึงมีเหตุการณ์ที่เป็น ปัญหาเข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้เรียนของเราอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมและคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของผู้เรียน ความปลอดภัยในชีวิต ปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยรอบข้างจึงจ าเป็นต้องมีผู้ขี้แนะให้ ค าแนะน า ให้ความรัก ความไว้วางใจ และความเข้าใจแก่ผู้เรียน เพื่อให้เยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพและเป็น คนดีมีพฤติกรรมที่ดี อยู่ในสังคมอย่างปลอดภัยและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข จากเหตุผลดังกล่าวข้องต้น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอบางระจัน จึงก าหนดให้มีการด าเนินงานเกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการเน้นบทบาทของครูแนะ แนวอย่างเด่นซัดมากขึ้น คู่มีอระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของสถานศึกษาเล่มนี้ เป็นแนวทางในการดูแล ช่วยเหลือผู้เรียนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อป้องกัน แก้ปัญหา และส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็น ระบบ คณะผู้จัดท า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่น าไปใช้ไม่มากก็น้อย ถ้าข้อความ หรือเนื้อหาในคู่มือฉบับนี้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์อย่างไร คณะผู้จัดท าขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอบางระจัน
สารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร ก ค าน า ข สารบัญ ค 1. หลักการและเหตุผลการจัดระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 1 2. ความหมาย ความส าคัญ และคุณค่า ระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 3 3. วัตถุประสงค์ของระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 4 4. ประโยชน์และคุณค่าของระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 4 5. กระบวนการและขั้นตอนของระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 5 5.1 การรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล 5 5.2 การคัดกรองผู้เรียน 7 5.3 การป้องกันและแก้ไขปัญหา 7 5.4 การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน 8 5.5 การส่งต่อผู้เรียน 10 5.6 สารสนเทศ 10 6. แผนภูมิแสดงโครงสร้างการปฏิบัติงานของระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 11 7. บทบาทหน้าที่ในการปฏิบัติงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 12 7.1 คณะกรรมการระดับอ าเภอ 12 7.2 คณะกรรมการระดับต าบล 12 7.3 คณะกรรมการภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมการเรียนรู้ 13 8. บทบาทหน้าที่ของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และ ครู กศน.ต าบล 13 8.1 ครูแนะแนว 13 8.2 ครู กศน.ต าบล 13 8.3 หัวหน้างานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 14 8.4 ผู้แทนองค์กรนักศึกษา 15
สารบัญ (ต่อ) ภาคผนวก 1. ใบสมัครขึ้นทะเบียนเป็นผู้เรียน 2. แผนการลงทะเบียนระดับประถมศึกษา 3. แผนการลงทะเบียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 4. แผนการลงทะเบียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 5. แบบวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล 6. แบบบันทึกสุขภาพนักศึกษา (รายบุคคล) กศน.อ าเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 7. แบบบันทึกเยี่ยมบ้านนักศึกษา 8. แบบติดตามผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน บรรณานุกรม ผู้จัดท า
1 ระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของสถานศึกษา 1. หลักการและเหตุผลการจัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เยาวชนในยุคปัจจุบันจ านวนไม่น้อย ได้รับผลกระทบจากปัญหาและสภาพแวดล้อม ที่ไม่สร้างสรรค์ใน สังคมท าให้มีพฤติกรรมแตกต่างไปจากเด็กและเยาวชนในอดีต แม้ว่าผู้ปกครองครูและคนท างานด้านเด็กและ เยาวชน จะใช้ความรักความปรารถาตีอย่างมากมายเพียงใดก็ตามก็ไม่เป็นผล ไม่สามารถพิทักษ์ปกป้องและ คุ้มครองเด็กและเยาวซนให้ปลอดภัยหรือมีพฤติกรรมตามที่สังคมคาดหวังไว้ได้ จากการประมวลสถิติข้อมูล สถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนของหน่วยงานต่าง ๆ พบว่าเด็กและเยาวชนทั้งที่เป็นผู้เรียนในระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอื่น ๆ ส่วนหนึ่งมักมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ดังนี้ 1) ตกเป็นทาสของเกมคอมพิวเตอร์จนถึงขั้นหมกหมุ่นและเรียนรู้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจากเกมจน ไปสู่การประพฤติที่ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ตนเองและสังคม 2) นิยมประลองความเร็วโดยการแข่งรถมอเตอร์ไซค์มีพฤติกรรมการใช้รถจักรยานยนต์ ที่ผิดกฎหมาย เป็นนักซิ่งวัยใสและเป็นสก๊อย 3) ใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหาและข้อขัดแย้งทะเลาะวิวาทจับกลุ่มรวมตัวกันสร้างความ ปั่นป่วนในชุมชน ไปจนถึงการยกพวกตีกัน 4) มีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้นเป็นพ่อแม่ตั้งแต่อายุยังน้อยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันตนเองขาดความ รับผิดชอบ 5) เข้าถึงสารเสพติดและอบายมุขต่าง ๆ ได้ง่ายเริ่มจากการใช้บุหรี่ เหล้า ยาบ้า ยาไอซ์ยาเลิฟและ สารอันตราย เที่ยวกลางคืน ครบคนไม่ดีเล่นการพนัน ซึ่งปัจุบันมีการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่าง เห็นได้ชัด 6) ขาดหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจไม่เห็นความส าคัญของหลักศาสนาค่านิยมความเป็นไทยความสัมพันธ์ กับคนในครอบครัวค่อนข้างเปราะบาง ติดเพื่อน ติดสื่อ และให้ความส าคัญกับวัตถุมากกว่าความมีคุณธรรม นอกจากนี้เด็กและเยาวชนยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสังคม อาทิ ติดการพนันนิยมเสี่ยงโชคการมั่ว สุมในหอพักไม่ชอบไปสถานศึกษา หนีเรียนท าร้ายรังแกกันเอง หมกมุ่นกับสื่อที่ไม่สร้างสรรค์ นิยมบริโภค อาหารกรุบกรอบ อาหารที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ เครียดซึมเศร้ามองโลกในแง่ร้ายไม่สนใจต่อปัญหาสังคม อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ท าให้เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ
2 1.1 ปัจจัยเสี่ยงจากสภาพครอบครัว ครอบครัวเป็นสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อบุคลิกภาพและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนอย่างเห็นได้ ชัด เกิดมาจากการเลี้ยงดูด้วยวิธีการที่ไม่ส่งเหมาะสม ครอบครัวส่งเสริมให้แสดงออกในทางที่ไม่ถูกต้อง ปล่อย ปละละเลย ให้เด็กเรียนรู้การใช้ความรุนแรงจากสมาชิกในครอบครัว ครอบครัวแตกแยกผู้ปกครองบีบบังคับ กดดันและคาดหวังในตัวเด็กเกินกว่าความเป็นจริงไม่มีบรรยากาศที่สร้างความรักความอบอุ่น ความสมัคร สมานสามัคคีเติบโตในท่ามกลางความสับสนไม่มีความหวังขาดการอบรมบ่มนิสัย และไม่มีจุดหมายปลายทาง ในชีวิต 1.2 ปัจจัยเสี่ยงจากสถานศึกษา สถานศึกษาเป็นบ้านหลังที่สองของเด็ก เป็นสถานที่พัฒนาศักยภาพ ความรู้ความสามารถ ของเด็ก และเยาวชนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า แต่สถานศึกษาจ านวนไม่น้อยยังขาดความพร้อมที่จะท าให้เด็ก และเยาวชนเป็นคนที่สมบูรณ์ตามความมุ่งหวังของสังคม จากการติดตาม พบว่าสถานศึกษาขาดการดูแลเอาใจ ใส่ผู้เรียนอย่างจริงจังที่เหมาะสมต่อการพิทักษ์ ปกป้อง คุ้มครองและให้การดูแลช่วยเหลือผู้เรียนได้อย่างเท่า เทียมทั่วถึง ถูกต้อง และเป็นธรรม การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยไม่ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ให้ ความส าคัญกฎระเบียบมากกว่าชีวิตจิตใจของผู้เรียน พัฒนาผู้เรียนโดยไม่ค านึงถึงองค์รวม ตลอดจนการจัดการ กลับปัญหาของผู้เรียนโดยขาดการมีส่วนร่วม และยังเลือกใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาพฤติกรรมผู้เรียน 1.3 ปัจจัยเสี่ยงจากชุมขนและสังคม ความส้มเหลวในชีวิตของเด็กและเยาวชนเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจและต้นทุนทางความรู้สึกของ ผู้ปกครองอย่างประเมินค่าไม่ได้สังคมไทยยังละเลยต่อการจัดระเบียบแบบแผนของสังคม ชุมชนอ่อนแอขาด สัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิกในสังคมต่างคนต่างอยู่เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ปล่อยให้มีการแสวงหา ผลประโยชน์จากเด็กและเยาวชน และขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่สร้างสรรค์ละเลยต่อปัญหาของเด็กและ เยาวชนไม่ให้ความส าคัญต่อท่าทีของเด็กและเยาวซน มองเด็กและเยาวซนที่ประสบปัญหาด้วยทัศนะและท่าที ที่ตอกย้ าซ้ าเดิม 1.4 ปัจจัยเสี่ยงจากเพื่อน เพื่อนเป็นปัจจัยที่ส าคัญในชีวิตของเด็กและเยาวชน อาจท าให้เด็กและเยาวชนจ านวนไม่น้อยก้าว พลาดคบเพื่อนที่มีนิสัยเกเร เช่น เป็นอันรพาลเสเพลมา การคบเพื่อนที่มีพฤติกรรมโน้มเอียงไปในทางก้าวร้ามั่ว สุ่มเสี่ยงเบี่ยงเบน หรือการได้รับแรงบีบคั้นกดดันข่มขู่การไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน ซึ่งสภาพการณ์ ดังกล่าวล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนทั้งสิ้น
3 1.5 ปัจจัยเสี่ยงจากบุคลิกภาพหรือตัวผู้เรียน เด็กและเยาวชนแต่ละคนมีภาวะด้านพัฒนาการแตกต่างกันมีบุคลิกภาพภายใน และภายนอกตาม สภาพความเป็นตัวตนที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น มีข้อจ ากัดเกี่ยวกับพัฒนาการทางสมองและการรับรู้ไม่มีความ ตระหนักในคุณค่าความส าคัญของตนเองขาดทักษะในการคิดบกพร่องทางการเรียนรู้ปฏิเสธค่านิยมหรือศาสนา ที่คนส่วนใหญ่นับถือไม่มีทักษะในการสื่อสารปฏิเสธไม่เป็น ควบคุมอารมณ์และความเครียดไม่ได้รวมทั้งการมี ปัญหาด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิตด้วยสภาพและปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนดังได้กล่าวถึงข้างต้น ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอบางระจัน จึงเห็นความส าคัญของระบบดูแลช่วยเหลือ ผู้เรียนซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากกรมสุขภาพจิตและกรมสามัญศึกษา ในอดีตจนถึงปัจจุบันจะเป็นเครื่องมืออีก ชิ้นหนึ่งที่จะช่วยให้สถานศึกษาได้ใช้เป็นกลไกในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนได้อย่างดีเยี่ยม 2. ความหมายความส าคัญและคุณค่าระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เป็นกระบวนการด าเนินงานดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างมีขั้นตอน พร้อม ด้วยวิธีการและเครื่องมือการท างานที่ชัดเจนโดยมีครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลักในการด าเนินการดังกล่าว และ มีการประสานความร่วมมืออย่างใกลัชิตกับครูที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลภายนอก รวมทั้งการสนับสนุน ส่งเสริม จากสถานศึกษา การดูแลช่วยเหลือผู้เรียน หมายรวมถึง การส่งเสริม การป้องกัน และการแก้ไขปัญหา โดยมี วิธีการและเครื่องมือ ส าหรับครูที่ปรึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการด าเนินงานพัฒนาผู้เรียนให้มี คุณลักษณะที่พึงประสงค์และปลอดภัยจากจากปัญหาสังคมที่วุ่นวายในปัจจุบันได้ โดยการมีส่วนร่วมของ บุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและนอกสถานศึกษาอันได้แก่คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้บริหาร และครูทุกคนมีวิธีการและเครื่องมือที่ชัดเจนมีมาตรฐาน และมีหลักฐานการท างานที่ตรวจสอบ ได้ การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพทั้งต้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถมีคุณธรรม จริยธรรมและมีวิถีชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวังโดยผ่านกระบวนการทางการศึกษานั้น นอกจากจะ ด าเนินการด้วยการส่งเสริมสนับสนุนผู้เรียนแล้ว การป้องกันและการช่วยเหลือแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดกับผู้เรียน ก็เป็นสิ่งส าคัญเนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วในทุกมิติทางต้านการสื่อสารเทคโนโลยีปัญหา เศรษฐกิจ ปัญหาการระบาดของสารเสพติด ปัญหาครอบครัว ปัญหาการแข่งขันทุกรูปแบบ ก่อให้เกิดความ ทุกข์ความวิตกกังวล และความเครียด ซึ่งล้วนแต่เป็นผลเสียต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายของทุกคนจน น าไปสู่การเกิดปัญหาทางสังคม ด้วยความตระหนักถึงความส าคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียนให้มี ความสมบูรณ์พร้อมทางด้านร่างกาย สติปัญญา ความรู้ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนให้มีให้มี ความสมบูรณ์อย่างเป็นองค์รวมทั้งต้านร่างกาย สติปัญญา ความรู้ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรมตลอดจน
4 ให้มีทักษะในการด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขจัดท าระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนขึ้นตั้งแต่ ปี 2543 ซึ่งประสบผลส าเร็จเป็นอย่างดี ในสถานศึกษาด าเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ดังนั้นทุก สถานศึกษา ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบในการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตผู้เรียน จึงควรน าระบบดูแล ช่วยเหลือผู้เรียนมาประยุกต์ใช้ และพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละสถานศึกษา ระบบดูแลช่วยเหลือ ผู้เรียน คือ การส่งเสริม พัฒนาการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึ่ง ประสงค์มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีทักษะในการด ารงชีวิต ให้รอดพ้นจากสภาวะวิกฤตต่าง ๆ ได้ อย่างปลอดภัย 3. วัตถุประสงค์ของระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 1) เพื่อให้การด าเนินงานการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเป็นไปอย่างมีระบบมีประสิทธิภาพ 2) เพื่อให้สถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการท างานร่วมกันโดยผ่านกระบวนการท างานที่ชัดเจนมีร่องรอยหลักฐานการปฏิบัติงานสามารถตรวจสอบ และประเมินผลได้ 4. ประโยชน์และคุณค่าของระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 1) ผู้เรียนได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและตรงตามสภาพปัญหา 2) สัมพันธภาพระหว่างครูกับผู้เรียนเป็นไปด้วยดีและอบอุ่น 3) ผู้เรียนรู้จักตนเองควบคุมตนเองได้มีการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ซึ่งจะเป็น รากฐานในการพัฒนาความเก่ง (IO) คุณธรรมจริยธรรม (MQ) และความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะอุปสรรค (AQ) 4) ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุขและได้รับการส่งเสริมพัฒนาเต็มตามศักยภาพอย่าง รอบด้าน 5) ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเข้มแข็งจริงจังด้วยความเสียสละ เอาใจใส่
5 5. กระบวนการและขั้นตอนของระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเป็นกระบวนการเตรียมการด าเนินงานดูแลช่วยเหลือผู้เรียน อย่างเป็น ระบบมีขั้นตอนมีครูแนะแนวเป็นบุคลากรหลักในการดูแลผู้เรียน โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้อง การด าเนินงานทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาอันได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้บริหาร และครูทุกคน มีวิธีการและเครื่องมือที่ชัดเจนมีมาตรฐานคุณภาพและมีหลักฐานการท างานที่ ตรวจสอบได้กระบวนการและขั้นตอนของระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนมีองค์ประกอบส าคัญ 6 ประการ ดังนี้ 1. การรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2. การคัดกรองผู้เรียน 3. การป้องกันและการแก้ไขปัญหา 4. การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน 5. การส่งต่อผู้เรียน 6. สารสนเทศ 1. การรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล ด้วยความหลากหลายของผู้เรียนแต่ละคนซึ่งมีพื้นฐานความเป็นมาของชีวิตที่แตกต่างกันผ่านการหล่อ หลอมให้เกิดพฤติกรรมในหลายลักษณะ ทั้งด้านบวกและด้านลบ ดังนั้นการรู้ข้อมูลที่จ าเป็นเกี่ยวกับตัวผู้เรียน จึงเป็นสิ่งส าคัญที่จะช่วยให้ครูอาจารย์มีความเข้าใจผู้เรียนมากขึ้นสามารถวิเคราะห์ โดยใช้กระบวนการ กระบวนการวิเคราะห์ปัญหา หลักการ Why Why Analysis เป็นเครื่องมือที่ใช้การค้นหาสาเหตุของปัญหา คิดค้นโดยซาคิชิ โตโยดะ (Sakishi Toyoda) ผู้ก่อตั้งบริษัทโตโยต้าและบิดาการปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมของ ญี่ปุ่น ตามแผนภูมิดังนี้
6 เพื่อการคัดกรองผู้เรียนและน าไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาส่งเสริมการป้องกัน และแก้ไขปัญหาของ ผู้เรียนได้อย่างถูกทาง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ได้จากเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย ตามหลักวิซาการ มิใช่การใช้ความรู้สึกหรือการคาดเดาโดยเฉราะในการแก้ไขปัญหาผู้เรียน ซึ่งจะท าให้ไม่เกิดข้อผิดพลาคต่อการ ช่วยเหลือผู้เรียน เครื่องมือที่ใช้ในการการรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล ประกอบด้วย 1) ประวัติผู้เรียนรายบุคคล 2) แบบตรวจสุขภาพ 3) แบบเก็บข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล 4) แบบวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล 5) รายงานการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษา 6) ตารางสอบรายบุคคล (ระหว่างภาค และ ปลายภาคเรียน)
7 2. การคัดกรองผู้เรียน การคัดกรองผู้เรียนเป็นการพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียน เพื่อการจัดกลุ่มผู้เรียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งในการหาวิธีการที่เหมาะสม ที่สามารถน ามาใช้ในระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้ตรงกับสภาพปัญหา ความต้องการได้ อย่างถูกต้องแม่นย า และมีความรวดเร็ว ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ได้มีการแบ่งผู้เรียนเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ 5.2.1 กลุ่มปกติ คือ ผู้เรียนที่ได้รับการวิเคราะห์เป็นข้อ ๆ ตามเกณฑ์การคัดกรองของ สถานศึกษาอยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มปกติซึ่งควรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและการส่งเสริมพัฒนา 5.2.2 กลุ่มเสี่ยง คือ ผู้เรียนที่อยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์การคัดกรองซึ่งของ สถานศึกษาต้องให้การป้องกันและแก้ไขตามกรณี 5.2.3 กลุ่มมีปัญหา คือ ผู้เรียนที่จัดอยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มมีปัญหาตามเกณฑ์การคัดกรองของ สถานศึกษา ซึ่งสถานศึกษาต้องช่วยเหลือและแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน 5.2.4 กลุ่มพิเศษ คือ ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษมีความเป็นอัจฉริยะแสดงออกซี่ง ความสามารถอันโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้านอย่างเป็นที่ประจักษ์เมื่อเทียบกับผู้มีอายุในระดับ เดียวกันสภาพแวดล้อมเดียวกัน ซึ่งสถานศึกษาต้องให้การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถตาม ศักยภาพและความสามารถพิเศษนั้นจนถึงขั้นสูงสุด เครื่องมือที่ใช้ในการการคัดกรองผู้เรียน ประกอบด้วย 1) แบบคัดกรองผู้เรียน 2) โครงการเยี่ยม / แบบเยี่ยมบ้านผู้เรียน 3) ภาพกิจกรรม 3. การป้องกันและแก้ไขปัญหา ในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนครูควรให้ความเอาใจใส่กับผู้เรียนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่ส าหรับ ผู้เรียนกลุ่มเสี่ยง /มีปัญหาจ าเป็นอย่างมากที่ต้องให้ความดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดและหาวิธีการช่วยเหลือทั้ง การป้องกันและการแก้ไขปัญหา โดยไม่ปล่อยปละละเลยผู้เรียนจนกลายเป็นปัญหาของสังคมการสร้าง ภูมิคุ้มกันการป้องกันและแก้ไขปัญหาของผู้เรียนจึงเป็นภาระงานที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าอย่างมาก ในการพัฒนา ให้ผู้เรียนเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป การป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับผู้เรียนนั้นมีหลาย เทคนิควิธีการ แต่สิ่งที่ครูที่ปรึกษาจ าเป็นต้องด าเนินการมีอย่างน้อย 2 ประการ คือ
8 1) แนะแนวและให้ค าปรึกษาแนะน า 2) จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม กิจกรรม ส่งเสริมให้ความรู้เรื่องยาเสพติด กิจกรรมลูกเสือ กิจกรรมค่ายวิชาการ กิจกรรมค่ายทักษะชีวิต กิจกรรม เสริมแรงและการให้ก าลังใจ และกิจกรรมอื่นและกิจกรรมอื่น ๆ ตามกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียน 4. การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน เป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้เรียนกลุ่มปกติหรือเสี่ยง/มี ปัญหากลุ่มความสามารถพิศษให้มีคุณภาพมากขึ้นได้พัฒนาเต็มศักยภาพ มีความภูมิใจในตนเองในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยป้องกัน ให้ผู้เรียนที่อยู่ในกลุ่มปกติและกลุ่มพิเศษกลายเป็นผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงและเป็นการช่วยให้ ผู้เรียนกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหากลับมาเป็นผู้เรียนกลุ่มปกติและมีคุณภาพตามมาตรฐานที่สถานศึกษาหรือชุมชน คาดหวังต่อไป การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนมีหลายวิธีที่สถานศึกษาสามารถพิจารณาด าเนินการ แต่มีกิจกรรมหลักที่ สามารถด าเนินการได้ คือ การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การเยี่ยมบ้าน การจัดอบรม สัมมนา การติดตามผู้เรียนที่จบหลักสูตร ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ประกอบด้วย Application Meet Zoom Line Facebook และ อื่น ๆ ตามแผนภูมิการปฏิบัติงานดังนี้
9 ผังงานแนวทางปฏิบัติที่มีด้านการส่งเสริมการเรียนการสอนรูปแบบห้องเรียนออนไลน์ ศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการของผู้เรียน ครูรวบรวมและศึกษาตามบทบาทหน้าที่และภารกิจ วิเคราะห์ความ สอดคล้องที่เกี่ยวข้อง น าข้อมูลจากการวิเคราะห์มาก าหนดกรอบการด าเนินงาน จัดกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ การจัดท าสื่อการสอน ,การติดตามผู้เรียน ประเมินผล นิเทศติดตาม สรุปผลการด าเนินงาน และจัดท ารูปเล่มรายงาน น าข้อเสนอแนะต่าง ๆ มาให้กลุ่มปรับปรุงแก้ไข เพื่อวางแผน ปรับปรุงเนื้อหา และออกแบบกิจกรรมของหลักให้สอดคล้องกับ สภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายต่อไป
10 5. การส่งต่อผู้เรียน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของผู้เรียน โดยครูแนะแนวอาจมีกรณีที่บางปัญหามีความยากต่อการ ช่วยเหลือหรือช่วยเหลือแล้วผู้เรียนมีพฤติกรรมไม่ตีขึ้น ก็ควรด าเนินการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญต่อไป เพื่อให้ ปัญหาของผู้เรียนได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกทาง และรวดเร็วขึ้น หากปล่อยให้เป็นบทบาทของครูแนะแนว หรือครูคนใดคนหนึ่งเพียงล าพัง ความยุ่งยากของปัญหาอาจมีมากขึ้นหรือลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่โต จน ยากต่อการแก้ไข ซึ่งครูแนะแนวสามารถด าเนินการได้ตั้งแต่กระบวนการรู้จักผู้เรียน เป็นรายบุคคลหรือการคัด กรองผู้เรียนก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาของผู้เรียนในแต่ละกรณีซึ่งการส่งต่อแบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1) การส่งต่อภายใน ครูแนะแนวของสถานศึกษาส่งต่อไปยังครูที่สามารถให้การช่วยเหลือ ผู้เรียนได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหา 2) การส่งต่อภายนอก ครูแนะแนวของสถานศึกษาหรือเป็นผู้ด าเนินการ ส่งต่อไปยัง ผู้เชี่ยวชาญภายนอกหากพิจารณาเห็นว่าเป็นกรณีปัญหาที่มีความยากเกินกว่าศักยภาพของสถานศึกษาที่จะ ดูแลช่วยเหลือได้ 6. สารสนเทศ การจัดท าข้อมูลสารสนเทศ เป็นกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน เพื่อใช้ดูแล ช่วยเหลือป้องกัน และแก้ไขปัญหาของผู้เรียน ให้อยู่ในรูปสารสนเทศที่เป็นประโยชน์สูงสุด และการจัดเก็บ รักษาไว้อย่างเป็นระบบ โดยข้อมูลสารสนเทศและเครื่องมือที่ใช้ในระบบดูแลช่วยเหลือ ประกอบด้วย แบบเก็บ ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล แบบบันทึกการตรวจสุขภาพนักศึกษา แบบบันทึกการคัดกรองผู้เรียน และแบบบันทึก การเยี่ยมบ้านผู้เรียน เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของสื่อเอกสาร และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อน าข้อมูล สารสนเทศที่ได้มาใช้ประกอบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน และการแนะแนวการศึกษา
11 6. แผนภูมิแสดงโครงสร้างการปฏิบัติงานของระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 1. รู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2. คัดกรองผู้เรียน กลุ่มพิเศษ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา 4. ส่งเสริมและพัฒนา 3. ป้องกันและแก้ไขปัญหา พฤติกรรมดีขึ้น หรือไม่ดีขึ้น 6. ข้อมูลระบบสารสนเทศ - แบบฟอร์มเอกสารต่าง ๆ - ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ด้านข้อมูล สารสนเทศปักหมุดบ้านนักศึกษา กศน. 5. ส่งต่อผู้เรียน - ภายใน : ครูแนะแนวประจ าสถานศึกษา - ภายนอก : หน่วยงานหรือองค์กรที่มี ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
12 7. บทบาทหน้าที่ในการปฏิบัติงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ในการด าเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน จึงต้องมีผู้รับผิดชอบด าเนินงานตามบทบาท หน้าที่ตามขั้นตอนและกระบวนการที่ถูกต้องอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะช่วยให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการดูแล ช่วยเหลือตามเจตนารมณ์ของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สังกัดส านักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสิงห์บุรี บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการในระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 7.1 คณะกรรมการระดับอ าเภอ คณะกรรมการระดับอ าเภอ ประกอบด้วย ครูทุกคนเป็นกรรมการ หัวหน้างานพื้นฐาน เป็นกรรมการ และเลขานุการ คณะกรรมการระดับอ าเภอ มีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 1) ปฏิบัติงานในฐานะบุคลากรหลักในการด าเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 2) ประสานงานระหว่างคณะกรรมการระดับอ าเภอ คณะกรรมการต าบลและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 3) จัดท าเครื่องมืออุปกรณ์ที่จ าเป็นในการพัฒนาด าเนินงานและรับผิดชอบในการขี้แจง ความรู้ความเข้าใจ แก่ผู้ปฏิบัติงาน 4) จัดการประชุมคณะกรรมการทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อแสวงหาแนวทางในการดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน 5) สรุปรายงานผลการด าเนินงานและด าเนินการอื่นใดเพื่อให้ระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 7.2 คณะกรรมการระดับต าบล คณะกรรมการระดับต าบล ประกอบด้วย ข้าราชการ และครูอาสาสมัครการศึกษานอกสถานศึกษาที่ รับผิดชอบโซน เป็นประธานกรรมการ มีคณะกรรมการตามต าแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ได้แก่ ครู กศน.ต าบล เป็น กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการระดับต าบล มีบทบาทหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1) ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องและด าเนินการประชุมชี้แจง 2) บันทึกหลักฐานการปฏิบัติงานประเมินผลและจัดท ารายงาน 3) ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของครูแนะแนวและผู้เรียนเพื่อประโยชน์ต่อการ ช่วยเหลือผู้เรียน ประชุมคณะกรรมการอย่างต่อเนื่องสม่ าเสมอ
13 4) ด าเนินการดูแลให้ความช่วยเหลือผู้เรียนตามขั้นตอนและกระบวนการของระบบการดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน 7.3 คณะกรรมการภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมการเรียนรู้ คณะกรรมการภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมการเรียนรู้ ประกอบด้วย ภาคีเครือข่าย องค์กรนักศึกษา อาสาสมัคร กศน. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล ต ารวจ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้น าชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ฯลฯ มีบทบาทหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1) การส่งเสริมการพัฒนาความรู้ให้กับนักศึกษา 2) การช่วยเหลือและร่วมกันดูแลแก้ไขปัญหาผู้เรียน 3) การส่งต่อผู้เรียนด้านการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น 4) ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต 5) การส่งต่อผู้เรียนให้มีความรู้ด้านการพัฒนาอาชีพและประกอบอาชีพ 8. บทบาทหน้าที่ของบุคลากร และครู กศน.ต าบล 8.1 ครูแนะแนว 1) ติดตาม ก ากับการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของครูกศน.ต าบล 2) ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 3) จัดประชุมครูในระดับเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 4) จัดประชุมกลุ่มเพื่อปรึกษาปัญหารายกรณี 5) บันทึกหลักฐานการปฏิบัติงานและจัดท ารายงานประเมินผลรายงานผู้บริหารประสาน 8.2 ครู กศน.ต าบล 1) การรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยการรวบรวมข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล จัดท าข้อมูลให้ เป็นระบบและเป็นปัจจุบัน 2) การคัดกรองผู้เรียน วิเคราะห์ข้อมูลจ าแนกจากการจัดกลุ่มผู้เรียน เช่น กลุ่มเด็ก มี ความสามารถพิเศษ ปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหาต้องการการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน 3) การส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน โดยจัดกิจกรรม โครงการ โครงงาน ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ให้รู้จักตนเองรักและเห็นคุณค่าในตนเองมีทักษะในการด ารงชีวิต 4) การป้องกันและแก้ไขปัญหา ดูแลช่วยเหลือให้ค าปรึกษากรณีปัญหาที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม
14 5) การส่งต่อผู้เรียน กรณีมีปัญหาของผู้เรียนซับซ้อน ให้ส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีทักษะ ความสามารถตรงกับลักษณะปัญหา 6) ข้อมูลระบบสารสนเทศ เช่น แบบฟอร์มเอกสารต่าง ๆ ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ด้าน ข้อมูลสารสนเทศปักหมุดบ้านนักศึกษา กศน. 7) พัฒนาตนเองต้านองค์ความรู้ทางจิตวิทยาการแนะแนวและการให้ค าปรึกษา 8) ร่วมประชุมกลุ่มปรึกษาปัญหารายกรณี 9) บันทึกหลักฐานการปฏิบัติงานและประเมินผล รายงานส่งต่อผู้บริหาร 8.3 หัวหน้างานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1) นิเทศเพื่อสนับสนุนและเป็นแกนหลักแก่ ครูกศน.ต าบล และผู้เกี่ยวข้องทุกคนการให้ ความรู้เทศนิควิธีการ และกระบวนการตามหลักจิตวิทยาและการแนะแนว เพื่อใช้ในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ในประเด็นส าคัญ เช่น เทคนิค วิธีการ และเครื่องมือ เพื่อการรู้จักและเข้าใจผู้เรียนรวมทั้งการคัดกรองจัดกลุ่ม ผู้เรียน การให้ค าปรึกษาเบื้องต้น โดนการใช้แบบทดสอบ การสังเกต การสัมภาษณ์เสนอแนะแนวทางการจัด กิจกรรม การประชุม และการจัดกิจกรรมส าหรับผู้เรียนทุกกลุ่มคัดกรอง ให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ ธรรมชาติและลักษณะของผู้เรียนกลุ่มพิเศษประเภทต่าง ๆ และเสนอแนวทางในการดูแลช่วยเหลือส่งเสริมและ การพัฒนาผู้เรียน 2) ให้ค าปรึกษาแก่ผู้เรียน (ในกรณีที่ ครูกศน.ต าบล ไม่สามารถแก้ไขหรือยากต่อการ ช่วยเหลือ) และผู้ขอรับบริการทั่วไป 3) ประสาน กับผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถานศึกษา เป็นระบบกับ "เครือข่าย" ในการ ด าเนินงานแนะแนวและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 4) ส่งเสริม สนับสนุน และจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 5) ให้บริการต่าง ๆ หรือจัดท าโครงการ กิจกรรมกลุ่มต่าง ๆ ให้กับผู้เรียน ซึ่งเป็นการ สนับสนุนระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 6) ร่วมประชุมกลุ่มปรึกษาปัญหารายกรณี 7) ในกรณีที่ผู้เรียนมีปัญหายากต่อการช่วยเหลือของครู ให้ส่งต่อผู้เชี่ยวชาญภายนอกและ ติดตามผลการช่วยเหลือนั้น 8) บันทึกหลักฐานการปฏิบัติงานและประเมินผลรายงานส่งผู้บริหาร
15 8.4 ผู้แทนองค์กรนักศึกษา 1) เรียนรู้และท าความเข้าใจกรอบแนวคิดของระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 2) ประสานงานในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหาและความต้องการจ าเป็นของ ผู้เรียน 3) ส่วนร่วมในการก าหนดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม 4) เป็นแกนน าในการดูแลช่วยเหลือเพื่อนผู้เรียนให้ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้และ เสริมสร้างทักษะการด ารงชีวิตอย่างเต็มตามศักยภาพ
ภาคผนวก 1. ใบสมัครขึ้นทะเบียนเป็นผู้เรียน 2. แผนการลงทะเบียนระดับประถมศึกษา 3. แผนการลงทะเบียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 4. แผนการลงทะเบียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 5. แบบวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล 6. แบบบันทึกสุขภาพนักศึกษา (รายบุคคล) กศน.อ าเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 7. แบบบันทึกเยี่ยมบ้านนักศึกษา 8. แบบติดตามผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
บรรณานุกรม กรรณสพร ผ่องมาส. (2561). การศึกษาการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของสถานศึกษา สังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดตราด จันทบุรี และระยอง. วิทยานิพนธ์ ไทยรัฐ วงษ์ทอง. (2563). การศึกษาปัญหาและแนวทางการด าเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือ ผู้เรียนของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). บุรีรัมย์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏ บุรีรัมย์ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอบางระจัน. (2563). แผนปฏิบัติการ ประจ าปี 2563. สิงห์บุรี : ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอบางระจัน. สุวิจักขณ์ สายช่วย. 2563. คู่มือการด าเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 12. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. ttp://www.esbuy.net/_filesschool00000883/document/00000883 0 20160223- 184625. pof ระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนสืบค้นวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 กลุ่มงานการศึกษานอกระบบ งานการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2564. คู่มือระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน. ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเพชรบูรณ์.
คณะท างาน คณะที่ปรึกษา พ.อ.ท.นิพนธ์ เพ็ชรใส รองผู้อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัดสิงห์บุรี รักษาการในต าแหน่ง ผู้อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัดสิงห์บุรี นางสาวปรารถนา ชีโพธิ์ ผู้อ านวยการ กศน.อ าเภอบางระจัน นางสาวปภินดา วรรณวัฒนเมธา ครูช านาญการพิเศษ คณะท างาน นางสาววิจิตรา กองแก้ว ครูผู้ช่วย นายทวีชัย มีลักษณี เจ้าพนักงานห้องสมุดช านาญการ นางชุติมา เจริญสอน ครูอาสาสมัครการศึกษานอกสถานศึกษา นางนุชจริน กันอ่ า ครูอาสาสมัครการศึกษานอกสถานศึกษา นายรังสรรค์ บุญมาแคน ครู กศน.ต าบลไม้ดัด นางสุวพร วรรณทอง ครู กศน.ต าบลสระแจง นางสาวสมฤดี สังขาว ครู กศน.ต าบลพักทัน นายสุทัศน์ โกสุมา ครู กศน.ต าบลบ้านจ่า นางสยุมพร เอี่ยมสะอาด ครู กศน.ต าบลสิงห์ นางชัญญา โคกฤทธิ์ ครู กศน.ต าบลเชิงกลัด นางสาวปริญญารัตน์ แสงสว่าง ครู กศน.ต าบลแม่ลา นางสาวโชติมา มณีนารถ บรรณารักษ์ นายกาหลง ไผ่กอ พนักงานบริการ บ.2 ผู้พิมพ์ / รูปเล่ม นางสาววิจิตรา กองแก้ว ครูผู้ช่วย นางสุวพร วรรณทอง ครู กศน.ต าบลสระแจง นายสุทัศน์ โกสุมา ครู กศน.ต าบลบ้านจ่า บรรณาธิการ นางสาวปภินดา วรรณวัฒนเมธา ครูช านาญการพิเศษ นางสาววิจิตรา กองแก้ว ครูผู้ช่วย นางสาวปริญญารัตน์ แสงสว่าง ครู กศน.ต าบลแม่ลา