The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สิ่งที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับ ตำแหน่ง ทำเลที่ตั้ง การกระจาย ขอบเขต ความหนาแน่นของข้อมูล และปรากฏการณ์ต่าง ๆ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by benznnc2525, 2021-11-23 05:59:38

เครื่องมือทางภูมิศาสตร์

สิ่งที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับ ตำแหน่ง ทำเลที่ตั้ง การกระจาย ขอบเขต ความหนาแน่นของข้อมูล และปรากฏการณ์ต่าง ๆ

น า ง ส า ว ณั ฐ ณิ ช า ม า โ ค ต ร์
ร หั ส นิ สิ ต 6 2 1 0 5 0 1 0 0 6 2

สิ่งที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับ ตำแหน่ง ทำเลที่ตั้ง
การกระจาย ขอบเขต ความหนาแน่นของข้อมูล และปรากฏการณ์ต่าง ๆ

ETC-
GEOGRAPHY

เ ค รื่ อ ง มื อ ท า ง ภู มิ ศ า ส ต ร์

น า ง ส า ว ณั ฐ ณิ ช า ม า โ ค ต ร์
ร หั ส นิ สิ ต 6 2 1 0 5 0 1 0 0 6 2

ETC-
GEOGRAPHY

เ ค รื่ อ ง มื อ ท า ง ภู มิ ศ า ส ต ร์

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ED381 (B04)
สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้
จัดทำได้ฝึกการศึกษาค้นคว้า และนำสิ่งที่ได้ศึกษาค้นคว้ามาสร้างเป็นชิ้น
งานเก็บไว้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนทั้งนี้ ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
นี้มีเนื้อหาประกอบด้วยความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือทางภูมิศาสตร์

ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เนื่องมา
จากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ รวมทั้งเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิต
ประจำวันได้ ผู้จัดทำต้องขอขอบคุณอาจารย์ ผศ.ดร.แจ่มจันทร์ ศรีอรุณ
รัศมี ผู้ให้ความรู้ และแนวทางการศึกษา หวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่ม
นี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน หากมีข้อเสนอแนะ
ประการใด ผู้จัดทำขอรับไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง

ณัฐณิชา มาโคตร์
ผู้จัดทำ

สารบัญ หน้า

ความหมาย 4
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ประเภทให้ข้อมูล 5
ความสำคัญ 21
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ประเภทใช้หาข้อมูล 22

เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ หมายถึง สิ่งที่ใช้ศึกษาข้อมูล
ทางภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับตําแหน่ง ทําเล ที่ตั้ง การกระจาย

ขอบเขต ความหนาแน่น และปรากฏการณ์ ต่าง ๆ
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลทางภูมิศาสตร์

แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ

(4)

ภาพจากดาวเทียม

แผนภาพ ภาพถ่ายทางอากาศ

ลูกโลก ประเภทให้ข้อมูล แผนที่

ข้อมูลสถิติ อินเตอร์เน็ต
กราฟและแผนภูมิ

(5)

ภาพถ่ายทางอากาศ

(Aerial Photography)

ภาพถ่ายทางอากาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

เป็นรูปภาพแสดงภูมิประเทศที่ปรากฏบนพื้นผิวโลก ถ่ายโดยใช้กล้องถ่ายรูปติด
ไว้กับเครื่องบิน แต่กล้องมีขนาดใหญ่ เลนศ์ยาว และใช้ฟิล์มขนาดใหญ่กว่ากล้องปกติ
นอกจากนี้สามารถดูเป็นภาพสามมิติ หรือทรวดทรงของผิวโลกได้

ส่วนหน่วยงานที่จัดทำภาพถ่ายทางอากาศ คือ กรมแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม
(6)

ภาพถ่ายทางอากาศแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1. ภาพถ่ายทางอากาศแนวดิ่ง เป็นภาพที่ถ่ายในแนวตั้งฉากกับผิวโลกและไม่เห็นแนวขอบฟ้า
(นิยมนำมาใช้ทำแผนที่ เพราะมีมาตราส่วนในรูปค่อนข้างดี)

2. ภาพถ่ายทางอากาศแนวเฉียง เป็นภาพถ่ายที่เกิดจากการกำหนดแกนกล้องในลักษณะเฉียง
แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

ภาพถ่ายทางอากาศแนวเฉียงสูง บริเวณรัฐแคลิฟอร์เนีย

1. ภาพถ่ายทางอากาศแนวเฉียงสูง ลักษณะภาพถ่ายจะเห็นแนวขอบฟ้าเป็นแนวกว้างใหญ่

ภาพถ่ายทางอากาศแนวเฉียงต่ำ บริเวณรัฐแคลิฟอร์เนีย

2. ภาพถ่ายทางอากาศแนวเฉียงต่ำ ลักษณะภาพถ่ายจะไม่เห็นแนวขอบฟ้า
(7)

การนำไปไปใช้ประโยชน์

มีหน่วยราชการอื่น ๆ นำภาพถ่ายทางอากาศไปใช้ประโยชน์ทางด้านวิชาการและการพัฒนา
ความเจริญของบ้านเมือง ดังนี้

1. การสำรวจและทำแผนที่ภูมิประเทศ
2. การใช้ในกิจการทหารและความมั่นคงของประเทศ
3. การสำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4. การสำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การใช้ที่ดิน
5. การวางผังเมืองและการสำรวจแหล่งโบราณคดี
6. การสำรวจและการติดตามด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคงของชาติ

การศึกษาข้อมูลจากรูปถ่ายทางอากาศ ทำได้ 2 วิธี คือ ศึกษาด้วยตาเปล่า และ
ศึกษาด้วยกล้องสามมิติ เนื่องจากรูปถ่ายทางอากาศไม่มีคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น
จึงควรศึกษาควบคู่กับแผนที่ด้วยจะทำให้เข้าใจง่าย

(8)

ภาพจากดาวเทียม

(Satellite Imagery)

ภาพจากดาวเทียม วิกฤตไฟป่าครั้งประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย

1.ภาพจากดาวเทียม (Satellite Imagery) ให้ประโยชน์อย่างมากในการศึกษาข้อมูลเพื่อสำรวจแหล่ง
ทรัพยากรธรรมชาติ

2.การทำงานรับภาพของดาวเทียม เรียกว่า กระบวนการรีโมทเซนซิง (Remote Sensing) โดย
ดาวเทียมจะเก็บข้อมูลของวัตถุหรือพื้นที่เป้าหมายบนพื้นผิวโลก จากรังสีที่สะท้อนขึ้นไปจากผิวโลก
หรือจากอุณหภูมิของวัตถุนั้น ๆ บนพื้นผิวโลกจากนั้นดาวเทียมจะส่งข้อมูลเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
มายังสถานีภาคพื้นดิน ซึ่งจะบันทึกเป็นข้อมูลเชิงตัวเลขในแถบบันทึกข้อมูล เพื่อนำไปประมวลผลโดย
คอมพิวเตอร์ และนำเสนอเป็นแผ่นฟิล์ม

3.ภาพจากดาวเทียวให้ประโยชน์ในการศึกษาทางภูมิศาสตร์ คือ นำมาใช้จัดทำแผนที่แสดงภูมิประเทศ
ของพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งจะให้รายละเอียดของตำแหน่งต่าง ๆ บนพื้นโลกชัดเจนยิ่งขึ้น

(9)



แผนที่

(Map)

แผนที่เป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่งโดยการย่อข้อมูลต่าง ๆ ที่
ปรากฏบนพื้นโลกให้มีขนาดเล็กลงตามมาตราส่วน และแสดงข้อมูลดังกล่าวด้วยสัญลักษณ์ลงบน
วัสดุต่าง ๆ เช่น กระดาษ ผ้า แผ่นพลาสติก ฯลฯ

ข้อมูลที่แสดงในแผนที่ มี 2 ลักษณะ คือ

1.ข้อมูลด้านกายภาพ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ภูเขา ชายฝั่งทะเล
เกาะ และป่าไม้

2.ข้อมูลด้านวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ถนน เขื่อน ที่ว่าการอำเภอ โรงเรียน
สถานีอนามัย ฯลฯ

(11)

องค์ประกอบของแผนที่

สิ่งที่ปรากฎอยู่บนแผนที่ เพื่อให้ผู้ใช้แผนที่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับแผนที่นั้น ประกอบด้วย 4
หลัก คือ

1.ขอบระวาง (บอกค่าพิกัด๓ุมิศาสตร์)
2. มาตราส่วน
3. สัญลักษณ์
4. ทิศ

(11)

สัญลักษณ์แผนที่

สีเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนรายละเอียดหรือข้อมูลต่างๆ ของแผนที่ สีที่ใช้เป็นมาตรฐาน มี 6 สี ดังนี้
•สีแดง ใช้แสดง ถนนและเส้นทางคมนาคม
•สีเขียว ใช้แสดง บริเวณพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ราบ
•สีน้ำเงิน ใช้แสดง บริเวณที่เป็นน้ำ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง มหาสมุทร
•สีน้ำตาล ใช้แสดง ที่สูงและเทือกเขา
•สีดำ ใช้แสดง สถานที่ที่มนุษย์สร้าง
•สีเหลือง ใช้แสดง ที่ราบสูง

(11)

มาตราส่วน ( map scale ) เป็นอัตราส่วนระหว่างระยะทางที่ย่อส่วนมาลงในแผนที่กับระยะทาง
จริงในภูมิประเทศ มี 3 ลักษณะ ได้แก่
1. มาตราส่วนแบบเศษส่วน แสดงด้วยอัตราส่วน 1 50,000 หรือ 1/50,000 หรือ 1:5,000
หมายความว่า ระยะทาง 1 ส่วนในแผนที่เท่ากับระยะทาง 50,000 ส่วนบนพื้นผิวโลก
2. มาตราส่วนคำพูด เช่นถ้ามาตราส่วนแบบเศษส่วนกำหนดว่า 1:5,000 มาตราส่วนคำพูดคือ 1
เซนติเมตร เท่ากับ 0.5 กิโลเมตร หรือ 2 เซนติเมตร เท่ากับ 1 กิโลเมตร
3.มาตราส่วนเส้น หรือมาตราส่วนรูปแท่ง คือ มาตราส่วนที่แสดงด้วยเส้นหรือรูปแท่งที่มีเลขกำกับ
ไว้ เพื่อบอกความยาวบนแผนที่แทนระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก
พิกัดภูมิศาสตร์ คือ ค่าละติจูด และลองจิจูด

ประโยชน์ของแผนที่
•ใช้ในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ต่างๆ
•ใช้ในการวางแผน เช่น การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่
•ใช้ในการเดินทางและสำรวจ

(11)

ชนิดของแผนที่

1. แผนที่ทั่วไป เป็นแผนที่ที่แสดงลักษณะโดยทั่วไปได้แก่แผนที่แสดงลักษณะภูมิภาคต่างๆ โดยจะ
แสดงด้วยสี เพื่อให้เห็นความแตกต่างของลักษณะแผ่นดิน

2. แผนที่อ้างอิง เป็นแผนที่ที่ใช้เป็นหลักในการทำแผนที่ชนิดอื่น ๆ แผนที่อ้างอิงที่สำคัญ ได้แก่
แผนที่ภูมิประเทศ คือ แผนที่ที่ใช้แสดงลักษณะภูมิประเทศบนพื้นผิวโลก เช่น ที่ราบ ที่ราบสูง
เนินเขา แม่น้ำ เกาะ ถนน เมือง และแผนที่ชุด คือ แผนที่หลายเเผ่นที่มีมาตราส่วนและรูปแบบ
เป็นอย่างเดียวกัน และครอบคลุมพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยเฉพาะ

(12)

3. แผนที่เฉพาะเรื่อง เป็นแผนที่ที่แสดงลักษณะเฉพาะตามจุดมุ่งหมาย เช่น แผนที่ แสดงป่าไม้
แผนที่ แสดงเส้นทางคมนาคม แผนที่แสดงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น
สามารถแบ่งได้ดังนี้

3.1 แผนที่รัฐกิจ (political map) คือแผนที่แสดงอาณาเขตทางการปกครอง เช่น เขต
จังหวัดหรือประเทศ แผนที่ชนิดนี้จะต้องแสดงอาณาเขตติดต่อกับดินเเดนของประเทศหรือรัฐอื่น
พร้อมทั้งแสดงที่ตั้งชื่อเมืองหลวง เมืองท่า หรือเมืองสำคัญอื่น ๆ

(13)

3.2 แผนที่ภูมิอากาศ (climatic map) เป็นแผนที่สำหรับแสดงข้อมูลด้านภูมิอากาศโดย
เฉพาะ เช่น แผนที่เขตภูมิอากาศของโลก แผนที่ปริมาณฝนเฉลี่ยของประเทศไทย แผนที่ปริมาณ
ฝนเฉลี่ยของโลก แผนที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลก

(14)

3.3 แผนที่ธรณีวิทยา (geologic map) เป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อเเสดงอายุ ประเภท
และการกระจายตัวของหินเปลือกโลก การตกตะกอนทับถมของสารต่าง ๆที่ผิวโลกรวมทั้งแสดง
รอยเลื่อนที่ปรากฎบนผิวโลก และลักษณะทางธรณีวิทยาอื่น ๆ

(15)

3.4 แผนที่การถือครองที่ดิน (cadastral map) เป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อเเสดงอาณาเขต
ที่ดินใน พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เช่น ในเขตตำบล อำเภอ หรือจังหวัด โดยแบ่งออกเป็นแปลงๆ และ
แต่ละเเปลงต่างก็แสดงสิทธิการครอบครองโดยการเเสดงการเป็นเจ้าของ

(16)

3.5 แผนที่พืชพรรณธรรมชาติ (natural vegetation map) เป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อ
เเสดงประเภทของพืชพรรณธรรมชาติและการกระจายตัวของพืชพรรณชนิดนั้น ๆ ที่ปรากฎบน
โลก ภูมิภาคหรือประเทศต่างๆ

(17)

3.6 แผนที่ท่องเที่ยว (tourist map) เป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำสถานที่นั้นเพื่อ
อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งและสถานที่ที่จำเป็น
และเกี่ยวข้องสำหรับการท่องเที่ยว เช่น เส้นทางการคมนาคมทั้งทางบก เรือ อากาศ ทีพัก ร้าน
อาหาร ภัตตาคาร สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ชายหาด น้ำตก เกาะ แก่ง ภูเขา
อุทยาน เป็นต้น

(18)

อินเทอร์เน็ต

(Internet)

1. อินเทอร์เน็ต (Internet) หรือ ไซเบอร์สเปซ (Cyber Space) คือ ระบบการสื่อสารด้วยเครือ
ข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้งานทั่วโลกเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสาร และความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างสะดวกและรวดเร็ว จนทำให้โลกในปัจจุบันเข้าสู่ยุค
“การสื่อสารไร้พรมแดน”

2. บริการในอินเทอร์เน็ต (World Wild Web : WWW)
จะให้บริการข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งตัวอักษร รูปภาพ
เสียง หรือภาพยนตร์ ข้อมูลเหล่านี้ เรียกว่า “เว็บเพ็จ”
(Web Page) มีการเชื่อมโยงถึงกันทั่วโลกคล้ายใยแมงมุม

(19)

ลูกโลกจำลอง

(terrestrial globe)

ลูกโลกจำลองเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อ
จำลองลักษณะของโลก แสดงที่ตั้งอาณาเขต พรมแดน
ของประเทศต่างๆและลูกโลกจำลองยังสามารถใช้เป็น
สื่อในการเรียนการสอนเกี่ยวกับโลกได้เป็นอย่างดี

องค์ประกอบหลักของลูกโลกจะประกอบไปด้วย
1. เส้นเมริเดียนหรือเส้นแวง เป็นเส้นสมมติที่ลากจากขั้วโลกเหนือไปจดขั้ว
โลกใต้ ซึ่งกำหนดค่าเป็น 0 องศา ที่เมืองกรีนิช ประเทศอังกฤษ
2. เส้นขนาน หรือเส้นรุ้ง เป็นเส้นสมมติที่ลากจากทิศตะวันตกไปทิศตะวัน
ออก ทุกเส้นจะขนานกับเส้นศูนย์สูตร ซึ่งมีค่ามุมเท่ากับ 0 องศา

ลูกโลกจำลองมักแสดงรายละเอียดดังนี้ คือลูกโลกแสดงลักษณะผิวโลก
โดยแบ่งผิวโลกออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน

1.ส่วนที่เป็นพื้นน้ำ ซึ่งได้แก่น้ำทะเลเป็นส่วนใหญ่ จะแสดงด้วย
สีน้ำเงินอ่อน

2.ส่วนที่เป็นแผ่นดินซึ่งได้แก่ทวีปและเกาะขนาดต่างกัน ส่วนที่เป็น
แผ่นดิน ลูกโลกจำลองจะแสดงลักษณะภูมิอากาศ พืชพรรณ
ธรรมชาติ เขตประเทศ หรือชื่อเมืองหลวงหลักบนผิวโลก

(20)

เครื่องมือทางภูมิศาสตร์มีความสําคัญต่อการศึกษาโลกและ
ปรากฏการณ์บนโลกอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้มองเห็นภาพของโลกได้อย่าง
ชัดเจน เนื่องจากโลกมีพื้นที่กว้างขวาง ทําให้มีความหลากหลายทาง
สภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในแต่ละบริเวณ

การทําความเข้าใจจึงต้องใช้เครื่องมือช่วย

(21)

กล้องสามมิติแบบพกพา

กล้องวัดระดับ เทปวัดระยะทาง

กล้องสามมิติ ประเภทใช้หาข้อมูล เข็มทิศ

เครื่องย่อขยายแผนที่ เครื่องมือวัดพื้นที่

เครื่องมือวัดลักษณะอากาศแบบต่าง ๆ

เช่น เทอร์โมมิเตอร์ บาโรมิเตอร์ และเครื่องวัดน้ำฝน

(22)

เข็มทิศ

(Compass)

เข็มทิศ เป็นเครื่องมือบอกทิศอย่างง่าย ๆ โดยจะทำปฏิกิริยากับแม่เหล็ก
โลกและแสดงค่าของมุมบนหน้าปัด

วิธีใช้เข็มทิศ คือ วางเข็มทิศในแนวระนาบ ปรับหมุนหน้าปัดให้เข็มบอก
ค่าบนหน้าปัดอยู่ในตำแหน่งที่หันไปทางทิศเหนือแม่เหล็กโลกต่อจากนั้นจึงนำ
เข็มทิศหันเข้าหาตำแหน่งที่ต้องการวัดมุม เช่น เสาธงโรงเรียน เข็มทิศก็จะบอก
ให้ทราบว่าเสาธงของโรงเรียนอยู่ในทิศใด และทำมุมกี่องศากับทิศเหนือแม่
เหล็กโลก

(23)

เครื่องมือวัดพื้นที่

(Planimeter)

เครื่องมือวัดพื้นที่ มีลักษณะคล้ายไม้บรรทัดทำด้วยโลหะยาว
ประมาณ 1 ฟุต ใช้สำหรับวัดพื้นที่ในแผนที่ โดยเครื่องจะคำนวณให้ทราบ
ค่าของพื้นที่และแสดงค่าบนหน้าปัด

(24)

เทปวัดระยะทาง

(measuring tape)

เทปวัดระยะทางใช้สำหรับวัดระยะทางของพื้นที่ เมื่อลงไปสำรวจหรือเก็บ
ข้อมูลภาคสนาม เทปวัดระยะทางมี 3 ชนิด ได้แก่ เทปที่ทำด้วยผ้า เทปที่
ทำด้วยโลหะ และเทปที่ทำด้วยโซ่

(25)

เครื่องย่อขยายแผนที่

(Pantograph)

เครื่องย่อขยายแผนที่ (Pantograph) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้จัดทำแผนที่อย่าง
หนึ่ง เพื่อย่อหรือขยายแผนที่ให้ได้ขนาดหรือมาตราส่วนตามที่ต้องการ โดยทั่วไปนิยม
ใช้แบบโต๊ะไฟ ซึ่งมีแท่นวางแผนที่ต้นฉบับและมีไฟส่องอยู่ใต้กระจก ทำให้เห็นแผนที่
ต้นฉบับปรากฏเป็นเงาบนกระจกอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผู้จัดทำแผนที่ดังกล่าว จะต้อง
ลอกลายเพื่อย่อหรือขยายแผนที่ด้วยมือของตนเอง

(26)

กล้องสามมิติ

(Stereoscope)

กล้องสามมิติ (Stereoscope)เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ดูรูปถ่ายทาง
อากาศ เพื่อพิจารณาความสูงต่ำของ ลักษณะภูมิประเทศ ในพื้นที่นั้น ๆ

(27)

กล้องวัดระดับ

(Telescope)

กล้องวัดระดับ (Telescope)เป็นอุปกรณ์วัดระดับความสูงจากพื้นดิน เพื่อ
สำรวจพื้นที่สร้างถนน โดยจะช่วยกำหนดระดับแนวถนนได้ตามที่ต้องการ

(28)

กล้องสามมิติแบบพกพา

(poket stereoscope)

กล้องสามมิติแบบพกพา สามารถนำติดตัวไปใช้ได้ง่าย แต่ดูภาพได้
บริเวณแคบๆ

(29)

เครื่องมือวัดลักษณะอากาศแบบต่าง ๆ

ทอร์โมมิเตอร์ (Thermometer) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัดอุณหภูมิของอากาศ โดย
ทั่วไปนิยมใช้แบบหลอดแก้วที่บรรจุปรอทหรือแอลกอฮอล์ไว้ภายใน ค่าของอุณหภูมิมี
2 ระบบ ดังนี้

- ระบบเซลเซียส (0 – 100 องศา C)
- ระบบฟาเรนไฮต์ (32 – 212 องศา F)

(30)

เครื่องมือวัดลักษณะอากาศแบบต่าง ๆ

บาโรมิเตอร์ (Barometer) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัดความกดอากาศ มี 2 ชนิด คือ
- แบบปรอท ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญ 2 อย่าง คือ หลอดแก้วและอ่างแก้วที่
บรรจุปรอท
- แบบแอนิรอยด์ (Aneroid) เป็นแบบตลับโลหะขนาดเล็ก ที่หน้าปัดจะมีเข็มแสดงค่า
ความกดอากาศไว้

(31)

เครื่องมือวัดลักษณะอากาศแบบต่าง ๆ

เครื่องวัดน้ำฝน (Rain Gauge) ทำด้วยโลหะทรงกระบอกซ้อนกัน 2 ชั้น
(32)

เครื่องมือวัดลักษณะอากาศแบบต่าง ๆ

แอโรแวน (Aerovane) เป็นอุปกรณ์สำหรับวัดทิศทางและความเร็วของลม แยกตาม
ลักษณะการใช้งานได้ 2 ชนิด ดังนี้
- แอนนิโมมิเตอร์ (Anemometer) ใช้วัดความเร็วของลม
- วินแวน (Wind Vane) ใช้วัดทิศทางของลม มีสัญลักษณ์เป็นรูปไก่หรือลูกศร

(33)

เครื่องมือวัดลักษณะอากาศแบบต่าง ๆ

ไฮโกรมิเตอร์ (Hygrometer)ใช้วัดความชื้นของอากาศโดยมีเส้นผมเป็นอุปกรณ์สำคัญ ถ้า
อากาศมีความชื้นสูงจะทำให้เส้นผมยืดตัว แต่ถ้ามีความชื้นน้อยเส้นผมจะหดตัว ทั้งนี้หน้า
ปัดจะแสดงค่าความชื้นบนกระดาษกราฟให้เห็น

(34)

เครื่องมือวัดลักษณะอากาศแบบต่าง ๆ

ไซโครมิเตอร์ (Psychrometer) เป็นอุปกรณ์ใช้วัดความชื้นของอากาศอีกแบบหนึ่ง
ประกอบด้วยเทอร์โมมิเตอร์ 2 อัน คือ เทอร์โมมิเตอร์ปรอท (เทอร์โมมิเตอร์ตุ้มแห้ง)
และเทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้ผ้ามัสลินหล่อน้ำให้เปียกอยู่ตลอดเวลา (เทอร์โมมิเตอร์ตุ้มเปียก)

(35)

THANK
YOU

อ้างอิง

ทีมงานทรูปลูกปัญญา. (2564). เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ (ออนไลน์)
โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ ฯ. (2564). เครื่องมือในการศึกษาภูมิศาสตร์ (ออนไลน์)


Click to View FlipBook Version