The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nas_ NTC, 2020-10-20 08:28:46

ebook อภิสรา 12

ebook อภิสรา 12

บทท่1ี 2

การควบคมุ และการตอบสนองของพชื

นางสาวอภสิ รา สายสวุ รรณ ม.5/2 เลขท่4ี 2

การเคลอื่ นไหวเขา้ หาแรงโนม้ ถว่ งของโลก(gravitropism)

รากของพืชจะเจรญิ ไปในทิศเดียวกบั แรงโนม้ ถ่วงของโลก เมื่อพืชมลี าต้นและ
รากทอดนอนไปตามพนื้ ออกซนิ จะลาเลียงไปทางดา้ นลา่ งมากกวา่ ทางด้านบน

ในราก

การเคลอ่ื นไหวแบบนวิ เทชนั (nutation movement)

เป็นการเคลอ่ื นไหวของการหมุนแกว่งของยอดพืชขณะทม่ี ีการเจริญเติบโต จะ
เกิดทีป่ ลายยอด

อันเนอ่ื งมาจากปลายยอดมีการแบ่งเซลล์สองด้านของลาตน้ ไม่เท่ากันจะเห็นได้
ชัดเจนเม่อื พชื พันหลัก

การตอบสนองตอ่ การสมั ผสั (thigmotropism)

การตอบสนองตอ่ การสัมผสั ของพืชมีหลายรปู แบบ เช่น ใบไมยราบเม่อื ถกู
สมั ผสั ใบจะหุบ เน่ืองจากทโี่ คนของใบมีดตอ่ มรับสัมผสั เม่อื ถูกกระต้นุ จะส่ง
ความรูส้ ึกไปยงั ใบ ทาให้ใบหบุ ได้หรอื ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเม่ือแมลงตกลง

ไปฝาใบจะปิดทนั ที

การตอบสนองตอ่ สารเคมี (chemotropism)

เป็นการตอบสนองของพืชโดยการเจริญเข้าหาหรอื หนี จากสารเคมบี างอยา่ ง
ทเี่ ป็นส่งิ เรา้ เชน่ การงอกของหลอดละอองเรณไู ปยังรังไข่ของพชื โดยมี
สารเคมบี างอย่างเป็นส่ิงเรา้

การตอบสนองตอ่ นา้ (hydrotropism)

การตอบสนองของพืชตอ่ ปรมิ าณน้า สังเกตได้จากพืชทเ่ี จริญเติบโตในบรเิ วณท่ี
แหง้ แล้ง เช่น พืชในทะเลทรายซึง่ บรเิ วณทะเลทรายในแตล่ ะปจี ะมฝี นตก
เฉล่ยี น้อยกวา่ 250มลิ ลเิ มตรต่อปี ดงั น้ันพืชท่ขี นึ้ ในทะเลทรายจะต้องมีการ
ปรบั ตวั เพอ่ื ตอบสนองต่อปรมิ าณน้าที่มนี อ้ ย โดยจะมีพชื บางชนดิ ลดขนาดของ
ใบหรอื เปลย่ี นให้อยู่ในรปู ของหนามเพ่ือลดการสูญเสียน้า

การเบนเนอ่ื งจากแสง(phototropism)

เปน็ การเบนของพชื โดยมแี สงซ่ึงเป็นสงิ่ เร้าภายนอกมกั พบได้กับพืช
ท่ีปลกู ในร่ม ซึง่ สามารถจาแนกไดส้ องประเภทคือ
1.การเบนเขา้ หาแสง 2.การเบนออกจากแสง

การพกั ตวั ของเมลด็ (seed dormancy)

หมายถึง สภาพท่เี อมบริโอในเมลด็ สามารถคงสภาพและมชี วี ติ อยู่ไดโ้ ดยไมเ่ กดิ การงอก
ระยะพกั ตวั ของเมล็ดเนื่องมาจากสาเหตใุ ดสาเหตหุ น่งึ หรอื หลายสาเหตรุ วมกนั

กรดแอบไซซกิ (abscisic acid)

เปน็ ฮอร์โมนพชื ทพี่ บมากในใบที่แก่จัด ตา เมลด็ ในผลทกุ ระยะ และบริเวณหมวกราก
สภาวะขาดนา้ กระตุ้นใหพ้ ืชสร้างกรดแอบไซซิคไดม้ ากข้ึน

จบิ เบอเรลลนิ (gibberellin)

เปน็ ฮอรโ์ มนพชื ทมี่ ีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ ควบคมุ การเจริญเตบิ โตและมอี ิทธิพลต่อ
กระบวนการทางพัฒนาการรวมทัง้ การยดื ของขอ้ การงอก การพกั ตวั การออกดอก
การแสดงเพศ

ความเครยี ด(sress)

ความเครยี ดในความหมายทเ่ี กยี่ วข้องกับพชื เป็นสภาวะความเครียดทเ่ี กิดจากปัจจัยภายนอก ไดแ้ ก่
สภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมตอ่ การเจริญเตบิ โต สง่ ผลใหพ้ ืชมกี ารเจริญเติบโตทผ่ี ดิ ปกตไิ ปจาก

เดมิ โดยสภาวะแวดล้อมนนั้ ประกอบด้วยสง่ิ ทไี่ ม่มชี วี ิต

ไซโทไคนนิ (cytokinin)

เปน็ กลุม่ ของสารควบคุมการเจรญิ เติบโตท่ีมบี ทบาทสาคญั ในการ
ควบคุม การแบ่งเซลล์ การขยายตัวและการเปลีย่ นแปลงของเซลล์พืช

มผี ลต่อการข่มของตายอด
การเจริญของตาขา้ ง และการชราของใบ

แนสตกิ มฟู เมนต์ (nastic movement)

เปน็ การตอบสนองของพชื ทท่ี ิศทางของการเคลอ่ื นไหวของพืชไม่ถกู
กาหนด โดยทิศทางของปจั จัยภายนอกที่มากระตนุ้

บราสซโิ นสเตอรอยด์ (brassinosteroid)

เปน็ สารกลุม่ สเตยี รอยด์ท่ีออกฤทธติ์ ่อการเจริญเตบิ โตของพชื ได้
หลากหลาย พบครั้งแรกในละอองเรณูของพืชตระกลู ผกั กาด ในปัจจุบัน

พบสารกลุม่ น้แี ลว้ มากกวา่ 60 ชนิด นอกจากนัน้ BR ยงั มีโครงสร้าง
คลา้ ยฮอรโ์ มนทีค่ วบคมุ การลอกคราบของแมลง

พลั ไวนสั (pulvinus)

กล่มุ เซลลท์ ี่มีขนาดใหญ่ ผนงั เซลลบ์ าง มคี วามไวสูงตอ่ สงิ่ เรา้ ทีม่ า
กระตนุ้

อยู่บริเวณโคนกา้ นใบของพชื บางชนิด เช่นต้นไมยราบ

ออกซนิ (auxin)

เรยี กย่อว่า IAA เป็นฮอร์โมนทพ่ี ืชสร้างจากกลุ่มเซลลเ์ นื้อเยอื่ เจริญ
บริเวณยอดอ่อนและรากอ่อนแลว้ แพร่ไปยังเซลลอ์ ื่น


Click to View FlipBook Version