Economics
เศรษฐศาสตร์
เศรษฐศาสตร์
เปนวชิ าทางสังคมศาสตร์ ทีศึกษาเกียวกบั การเลือกใช้
ทรพั ยากรทมี ีจํากดั มาใช้ในการผลติ สนิ ค้าและบริการ
เพอื สนองความตอ้ งการของมนษุ ยท์ มี ีไม่จํากัด
<ทรพั ยากรทมี ีอยู่ ความตอ้ งการมนษุ ย์
ความขาดแคลน
การตดั สนิ ใจเลอื ก
คา่ เสียโอกาส
ปญหาพืนฐานทางเศรษฐกจิ
ผลิตอะไร (What)
ผลิตอย่างไร (How)
ผลติ เพอื ใคร (for Whom)
นกั เศรษฐศาสตรค์ นสาํ คญั
Alfred Marshall
นิยาม "เศรษฐศาสตร์ คือ การศึกษามนษุ ย์
ในดา้ นการดาํ เนินธุรกจิ ของชวี ิตตามปกติ"
Lionel Robbins
นิยาม "เศรษฐศาสตร์เปนศาสตรท์ ศี กึ ษาพฤติกรรม
มนษุ ย์เกีวกับการใชท้ รพั ยากร อันมจี าํ กัดและใช้
ไดห้ ลายอย่าง เพือบรรลุจดุ หมายทตี ้องการ"
Paul A. Samuelson
นิยาม "เศรษฐศาสตร์ คอื การศึกษาเกยี วกบั คน
และสงั คมทเี ลือกใช้ทรัพยากรอันมจี าํ กัด ในการ
ผลิตสนิ ค้าตา่ งๆและกระจายสนิ คา้ นนั ระหว่าง
บุคคลและกลุ่มคนตา่ งๆ ทังในปจจบุ ันและอนาคต"
บดิ าของเศรษฐศาสตร์
Adam Smith
เปนผู้แต่งหนังสือเศรษฐศาสตรก์ ารเมือง คอื “An Inquiry into
the Nature and Causes of the Wealth of Nations” เพอื มุ่ง
ตอบปญหาทวี า่ จะทาํ อยา่ งไรประเทศจงึ จะมีความมังคงั โดยสมิท
เสนอวา่ มอื ทมี องไม่เห็น เปนสิงทีเชือมโยงส่วนต่างๆของสังคมเขา้
ดว้ ยกนั อนั จะนําพามาซงึ ความมงั คงั แก่สงั คมโดยรวม
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
เศรษฐศาสตรจ์ ลุ ภาค (microeconomic)
ศกึ ษาพฤติกรรมทางเศรษฐกจิ ในส่วนย่อย ระดับบุคคลหรอื
องคก์ รธรุ กิจ
เศรษฐศาสตรม์ หภาค (macroeconomic)
ศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกจิ ในสว่ นรวมหรอื ระดบั ประเทศ
เช่น รายได้ประชาชาติ กากรลงทนุ การจ้างงาน การว่างงาน
การพัฒนาเศรษฐกิจ การเงิน-การคลัง ภาวะเงินเฟอ-เงิดฝด
หน่วยเศรษฐกจิ
หน่วย หนา้ ที เปาหมาย
ครวั เรอื น เปนเจ้าของปจจยั การผลติ ความพึงพอใจ
เปนผบู้ ริโภค สงู สุด
ธุรกจิ กาํ ไรสูงสดุ
เปนผูผ้ ลิต
รัฐบาล จาํ หน่ายสินคา้ และบรกิ าร ความเปนธรรม
ของรายได้
เปนผ้ผู ลติ ผบู้ รโิ ภค
เจ้าของปจจัยการผลติ
ควบคุมทรพั ยากร
ดแู ลกจิ กรรมทางเศรษฐกิจ
ความสัมพนั ธข์ องหน่วยเศรษฐกจิ
ผลตอบแทนปจจัยการผลติ
ปจจัยการผลติ
1
หน่วยครัวเรือน 2 หน่วยธุรกจิ
สนิ คา้ /บรกิ าร
คา่ ใช้จ่ายสินค้า/บริการ
ปจจยั การผลิตและผลตอบแทน
ปจจัยการผลิต ผลตอบแทน
ทีดิน คา่ เช่า
ทนุ ดอกเบีย
แรงงาน คา่ จา้ ง
ผปู้ ระกอบการ กาํ ไร
ผลตอบแทนทคี าดหวงั ของแตล่ ะปจจยั การผลิต
เรียกว่า รายได้บคุ คล
เงินทนุ ไมน่ ับเปนทุนในปจจัยการผลิตแตใ่ ช้เปน
ตวั กลางในการแลกเปลียนใหไ้ ดม้ าซงึ สนิ ค้าทุน
ประเภทของการผลติ
แปรรูป นําเข้าเปลือกมาสเี ปนขา้ วสาร
นํ าไม้มาแปรรูปเปนเฟอร์นิเจอร์
เปลยี นสถานที สง่ ขา้ วสารจากโรงสไี ปยงั ร้านค้า
เลือนเวลา นําผลไมส้ ดมาตากแห้ง
ถนอมอาหารไว้บริโภคนอกฤดู
เปลยี นกรรมสิทธิ นายหนา้ ซือขายทีดนิ
นายหนา้ ซอื ขายหนุ้
ใหบ้ ริการ ครู แพทย์ นกั รอ้ ง บรกิ ารขนสง่
ขันตอนการผลิต
ขันปฐมภูมิ
ขนั เกษตรกรรม เชน่ ปลกู ผัก เลียงสัตว์ ประมง ทําสวน
ขนั ทตุ ยิ ภมู ิ
ขนั แปรรปู นําสนิ คา้ เกษตรมาแปรรปู เชน่
ข้าวเปลอื กเปนข้าวสาร
ขันตติยภูมิ
ขนั ขนสง่ และบริการ เชน่ การขนสง่ สนิ คา้
บรกิ ารพยาบาล การธนาคาร
องค์ประกอบหลกั ของเศรษฐกิจ
=ระบบ +หน่วยเศรษฐกิจ กิจกรรมทาง
เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ
หน่วยครวั เรอื น บรโิ ภค
หน่วยธุรกจิ ผลิต
หน่วยรัฐบาล แลกเปลียน
ระบบเศรษฐกจิ
ระบบทุนนิยม
เอกชน มกี รรมสิทธใิ นทรพั ยส์ นิ ประกอบกิจกรรมทาง
เศรษฐกจิ ได้เตม็ ที
รฐั เกียวขอ้ งนอ้ ยทสี ุด
แก้ไขปญหาพืนฐานทางเศรษฐกจิ โดยใช้ กลไกราคา
ขอ้ ดี ขอ้ เสยี
กาํ ไรเปนแรงจงู ใจในการ การกระจายรายไดไ้ ม่
ผลติ เท่าเทียมกนั และไมท่ วั ถึง
ผู้ผลติ แตล่ ะรายตอ้ ง ใชท้ รพั ยากรอย่างสิน
แข่งขนั กันขายสนิ ค้า จึง เปลือง และอาจนําไปสู่
ตอ้ งปรับปรุงเทคนิคการ การผูกขาด
ผลติ อยู่เสมอ
ผ้บู รโิ ภคมีโอกาสเลือก
สินค้าทีเปนธรรมมากขึน
ระบบสังคมนิยม (องั กฤษ นอรเ์ วย์ สวเี ดน ฟนแลนด)์
รัฐ ดาํ เนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเปนสว่ นใหญ่
เอกชนมกี รรมสิทธใิ นทรัพย์สินบางประเภทเท่านัน
กลไกราคามีบทบาทนอ้ ย ใชก้ ารวางแผนจากส่วนกลาง
ขอ้ ดี ขอ้ เสีย
ลดปญหาความเลือมลาํ ทรัพยากรถูกใชอ้ ยา่ ง
ในการกระจายรายได้ ไม่มีประสิทธิภาพ
รฐั มสี วัสดกิ ารใหแ้ ก่ โอกาสขยายการผลติ
ประชาชน หรือพัฒนาคุณภาพ
สนิ ค้ามีนอ้ ย
ระบบผสม (ไทย สหรัฐอเมริกา ญปี นุ )
เอกชน + รฐั
เอกชน ดาํ เนินกิจกรรมทางเศรษฐกจิ เปนสว่ นใหญ่
รัฐ มบี ทบาทการผลิตบางประเภทเทา่ นัน
ใชก้ ลไกราคา และ แผนชีนํา จากภาครัฐ
ข้อดี ขอ้ เสยี
การกระจายรายได้ การมีกรรมสทิ ธใิ น
เปนไปอย่างทัวถงึ ทรพั ยส์ ินและการมกี ําไร
ผ้บู รโิ ภคมโี อกาสเลือก อาจกอ่ ให้เกดิ ช่องวา่ ง
ซอื สินค้าไดม้ ากพอ ทางฐานะและรายได้
สมควร กลไกทีรัฐเข้าแทรกแซง
อาจกอ่ ให้เกิดปญหา
ระบบคอมมวิ นิสต์ (จนี เกาหลีเหนือ ควิ บา)
รฐั ดําเนินกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ แตเ่ พยี งผู้เดียว
เอกชนมหี นา้ ทที าํ ตามคําสังรัฐเท่านนั
ใชก้ ารวางแผนจากส่วนกลาง
ขอ้ ดี ขอ้ เสีย
ลดปญหาความเลือมลาํ สินค้าและบรกิ ารมีนอ้ ย
ได้ 100% เพราะมีผูผ้ ลติ รายเดียว
ทรัพยากรถกู ควบคุมการ ประชาชนไมม่ ีสทิ ธิ
ใช้อย่างเขม้ งวด เสรภี าพในทางเศรษฐกิจ
เลย
ตลาดในระบบเศรษฐกจิ
ตลาดแข่งขนั สมบูรณ์
ลักษณะของสินค้าเหมือนกนั ทุกประการ
ผ้ซู ือและผูข้ ายมีจํานวนมาก
ผู้ผลติ รายใหมเ่ ข้าแข่งขนั ได้ง่ายมาก
กําหนดราคาไดย้ ากมาก (กลไกราคามีผล 100%)
สามารถเข้าหรือออกจากธรุ กิจได้โดยเสรี
ตวั อยา่ ง
ตลาดนํามนั ตลาดหุ้น ตลาดเกษตร
ตลาดแขง่ ขันไม่สมบูรณ์
ตลาดผกู ขาด
ไม่มสี นิ คา้ อืนทดแทนได้
มผี ขู้ ายเพียงรายเดียว
ผู้ผลิตรายใหม่เขา้ แข่งขนั ไมไ่ ด้
กาํ หนดราคาได้ทังหมด
ตัวอยา่ ง
ธุรกจิ ขนสง่ ไฟฟา ปะปา ทางด่วน
ตลาดผู้ขายนอ้ ยราย
ลกั ษณะสินคา้ แตกต่างกนั เลก็ นอ้ ย
แตใ่ ชแ้ ทนกนั ได้
มีผ้ขู ายจํานวนนอ้ ย
ผู้ผลติ รายใหมเ่ ข้าแข่งขันได้ยาก
กาํ หนดราคาไดบ้ ้าง
ตวั อย่าง
สัญญาณมือถอื หนังสือพิมพ์ นําอดั ลม
ตลาดกงึ แข่งขนั กงึ ผกู ขาด
ลกั ษณะสนิ ค้าแตกต่างทยี หี อ้ แตใ่ ช้
แทนกนั ได้
มีผู้ขายจํานวนมาก
ผ้ผู ลติ รายใหม่เข้าแข่งขันได้ง่าย
กลไกราคาทํางานไดเ้ กือบ 100 %
ตวั อย่าง
ยาสฟี น เสือผ้า อาหาร รองเท้า สบู่
อุปสงค์ อุปทาน P = Price
D = Demand
อปุ สงค์ (Demand)
คือ ปรมิ าณความตอ้ งการซอื สนิ ค้าและบริการของ
ผูบ้ รโิ ภค
กฎของอุปสงค์ P D : P D (ตรงข้ามกัน)
ปจจยั กาํ หนดอุปสงค์ :
ราคาสนิ คา้ ทซี อื
รายไดข้ องผู้บรโิ ภค
รสนิยมของผูบ้ ริโภค
จํานวนประชากร
การเปลียนแปลงของฤดูกาล
ราคาของสินคา้ ชนิดอืนทเี กยี วข้อง
การคาดคะเนราคาสินคา้ ของผบู้ รโิ ภค
อนื ๆ เชน่ การโฆษณา
อปุ ทาน (Supply) P = Price
S = Supply
คือ ปรมิ าณความตอ้ งการขายสนิ ค้าและบรกิ ารของ
ผู้ผลติ
กฎของอปุ ทาน P S : P S (ทางเดยี วกัน)
ปจจัยกําหนดอุปทาน :
ราคาสินคา้ ทผี ลติ
ราคาปจจยั การผลติ
จาํ นวนผผู้ ลติ หรือผขู้ าย
กรรมวิธกี ารผลติ เทคโนโลยีการผลิต
การคาดคะเนราคาสินค้าของผูบ้ รโิ ภค
อนื ๆ เช่น สภาพดนิ ฟาอากาศ เงินอุดหนนุ จากรัฐ
ภาวะดุลยภาพ
ภาวะทีราคามคี วามเหมาะสม ทําให้ปรมิ าณความต้องการซอื
เท่ากับปรมิ าณความต้องการขาย (อุปสงค์ = อุปทาน)
สินคา้ จะขายหมดพอดี (ไมเ่ หลือ ไมข่ าด)
ราคาสินค้า 10 20 30 40 50
อปุ สงค์ 50 40 30 20 10
อุปทาน 10 20 30 40 50
ราคาดุลยภาพ = 30 บาท
กราฟแสดงกลไกราคา
ราคา Supply
Demand
a
E = จดุ ดลุ ยภาพ
b
ปรมิ าณ
ภาวะดลุ ยภาพ (E) : เปนระดบั ราคาทผี ู้ซอื และผขู้ าย
พงึ พอใจทงั คู่เรยี กว่า ราคาดลุ ยภาพ (D = S)
ทาํ ใหส้ ินค้าขายหมดพอดี
บริเวณเหนือจุดดุลยภาพ (a) : ราคาขายสินค้าสงู กวา่
ราคาดลุ ยภาพ » ผขู้ ายอยากขาย ผซู้ ือไมอ่ ยากซอื
เพราะแพง » เกดิ อปุ ทานสว่ นเกินหรอื
ภาวะสินคา้ ลน้ ตลาด
บรเิ วณใต้จดุ ดลุ ยภาพ (b) : ราคาขายสินคา้ ตํากว่า
ราคาดลุ ยภาพ » ผู้ซอื อยากซอื เพราะของถูก ผู้ขายไม่
อยากขาย » เกิด อุปสงคส์ ว่ นเกินหรอื
ภาวะสินค้าขาดตลาด
การแทรกแซงกลไกราคาของรัฐบาล
การกําหนดคา่ จา้ งขันตาํ
อุปทานแรงงานมีแนวโนม้ เพิมขนึ
(ลกู จา้ งตอ้ งการจะทํางานมากขนึ )
อปุ สงคแ์ รงงานมีแนวโนม้ ลดลง
(นายจ้างจะจา้ งแรงงานนอ้ ยลง)
อุปทานสนิ คา้ มีแนวโนม้ ลดลง (ผขู้ ายจะขายของนอ้ ยลง)
อุปสงค์สินคา้ มีแนวโนม้ ลดลง (ผซู้ ือจะซอื ของนอ้ ยลง
เพราะราคาของแพงขนึ )
การกาํ หนดราคาสนิ คา้
การกําหนดราคาขนั ตํา
รฐั บาลเขา้ มากําหนดราคาขนั ตาํ (ประกันราคา
พยงุ ราคา) ใหส้ งู กว่าราคาดลุ ยภาพ
เพือชว่ ยเหลอื ผู้ผลติ เช่น เกษตรกร ใหข้ าย
สินค้าไดใ้ นราคาทสี งู ขนึ
การกาํ หนดราคาขนั ตาํ ณ ราคาประกัน ทําให้เกิด
อปุ ทานส่วนเกนิ หรือสนิ ค้าลน้ ตลาด
การกาํ หนดราคาขันสงู
รัฐบาลเข้ามากําหนดราคาขันสูง (เพดานราคา)
ใหต้ าํ กวา่ ราคาดุลยภาพ
เพอื ช่วยเหลอื ผู้บริโภค ให้ซือสนิ คา้ ไดใ้ นราคาที
ถกู ลง
การกาํ หนดราคาขนั สงู อาจทาํ ให้เกดิ อปุ สงค์ส่วน
เกินหรือสินค้าขาดแคลน
ปญหาทีจะเกิดตามมาคอื ตลาดมืด มกี ารลกั ลอบ
ซือราคากนั ในราคาทสี ูงกว่าราคาควบคุม