48 ความร ู ้ เพม ิ่เตม ิ ท าไมสร้างตุ๊กตาจีน ค ุ ณร ู ้ หร ื อไม่ คนจีนคิดท าตุ๊กตาจีนเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งสถานที่ เพื่อเป็นอนุสรณ์(纪念馆) ที่ ระลึก อุทิศส่วนกุศล ตามประเพณีจีนดั้งเดิมนิยมใช้ตุ๊กตาจีนเป็นเครื่องบูชาที่แสดงสถานภาพหรือ อ านาจวาสน (功德) ของผู้ตายและใช้เป็นผู้รับใช้ผู้ตายในปรโลก (下一个世界) เป็นเครื่องปกป้อง คุ้มครองสุสาน (墓地) ไม่ให้สิ่งชั่วร้าย หรือภูตผีปีศาจ(恶魔) มารบกวนท าร้ายดวงวิญญาณในสุสาน และตามสถานที่ส าคัญของรัฐบาล ศาสนสถาน ศาลเจ้า ร้านค้า บ้านเรือนจะมีตุ๊กตาหินประดับไว้ เพื่อให้คุ้มครองป้องกันสิ่งอัปมงคล (不吉利的) ต่าง ๆ ตุ๊กตาหินเป็นประดิษฐกรรม (制造) ที่เกิด จากความศรัทธาด้วยฝีมือที่งดงามวัสดุที่ทนทาน จึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่รูปแบบหนึ่ง ของจีนที่สืบทอดมาจนทุกวันนี้ ภาพประกอบที่ 4 ตุ๊กตาจีนสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้
49 แบบทดสอบระหว่างเรียน ให้ผู้เรียนเลือกคา ตอบที่ถูกต้องทสีุ่ดเพียงข้อเดียว 1. รูปใดคือตุ๊กตาขุนนาง (ความเข้าใจ) ก. ข. ค. ง. 2. สมัยใดมีตุ๊กตาจีนเข้ามาในประเทศไทยมากที่สุด (ความรู้ความจา ) ก. สมัยรัชกาลที่ 1 ข. สมัยรัชกาลที่ 2 ค. สมัยรัชกาลที่ 3 ง. สมัยรัชกาลที่ 4 3. ข้อใดไม่ใช่สินค้าส่งออกจากเมืองไทย (การวิเคราะห์) ก. งาช้าง ข. เครื่องชา ค. ไม้แดง ง. ดินประสิว 4. จีนเริ่มนิยมรับคนตะวันตกมาท างานสมัยใด (ความรู้ความจา ) ก. สมัยราชวงศ์ถัง ข. สมัยราชวงศ์ซ่ง ค. สมัยราชวงศ์ชิง ง. สมัยราชวงศ์หยวน 5. รูปนี้เป็นตุ๊กตาจีนประเภทใด (ความรู้ความจา ) ก. รูปฝรั่ง ข. รูปนักบวช ค. รูปขุนนาง ง. รูปบุคคลทั่วไป 6. เรื่องใดเป็นความโดดเด่นของความสัมพันธ์ไทย-จีนในสมัย รัชกาลที่ 3 (ความรู้ความจา ) ก. ศาสนา ข. การเมือง ค. การค้าขาย ง. เทคโนโลยี 7. ถ้าคุณเป็นคนสมัยรัชกาลที่ 3 นั่งเรือไปเมืองจีนจะเห็นสินค้าใด บนเรือ (การวิเคราะห์) ก. ผ้าไหม ข. ไม้แดง ค. จาน ง. เก้าอี้ไม้ลายมังกร 8. ข้อใดไม่ใช่เหตุผลที่นิยมใช้ตุ๊กตาจีนมาเป็นเครื่องอับเฉา (ความเข้าใจ) ก. หาซื้อง่าย ข. มีน ้าหนัก ค. ที่เมืองไทยขายดี ง. ถวายรัชกาลที่ 3 9. ข้อใดเป็นสิ่งอัปมงคล (ความเข้าใจ) ก.จามชามแตก ข. เทียนหอม ค. ตาข่ายดักฝัน ง. ปี่เซียะ 10. ตุ๊กตาจีนแต่เดิมนิยมใช้ในสถานที่ใด (ความรู้ความจา ) ก. ร้านค้า ข. สุสาน ค. บ้านเรือน ง. ศาลเจ้า สแกนเพื่อทา แบบทดสอบ
50 บรรณานุกรม Shaoyun Xiao, และ China Guangzhou Foreign Language Institute. (2001). พจนานุกรมไทย-จีน = Thai Chinese dictionary. Beijing Commercial Press. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร. (2559). คู่มือนา เทยี่ววดัโพธิ.์สืบค้นจาก http://watpho.com/th/book/detail/318 คณะสงฆ์วัดพระเชตุพน. (2548). ต๊กุตาศลิาจีนวดัโพธิ. ์กรุงเทพฯ : คณะสงฆ์วัดพระเชตุพน. บัณฑิต ลิ่วชัยชาญ, ณัฐพงศ์ ศิริวัฒนพิเชษฐ์, และ วารุณี โอสถารมย์. (2558). ประวัติศาสตร์วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม (พ.ศ. 2325-2411). กรุงเทพฯ: คณะสงฆ์วัดพระเชตุพน. วัชรี วัชรสินธุ์. (2551). วัดพระเชตุพน มชัฌมิประเทศอนัวิเศษในชมพูทวีป.กรุงเทพฯ: มติชน. อรวรรณ ทรัพย์พลอย, และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร. (2559). วดัโพธิ์มรดกความทรงจา แห่งโลก (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง. สารบัญภาพประกอบ ภาพประกอบ รูปภาพ ทมี่าของรูปภาพ ภาพประกอบที่ 1 ต๊กุตาจีนวดัโพธิ์ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 2 เรือส าเภาสมัยรัชกาลที่3 สืบค้นจาก https://today.line.me/th/v2/article/pjvMNl ภาพประกอบที่ 3 ตุ๊กตารูปฝร่งัวดัโพธิ์ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 4 ตุ๊กตาจีนสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ สืบค้นจาก https://www.sohu.com/a/280123977_440940
บทที่ 6 มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย จุดประสงคก ์ ารเรยีนรู้ของบทนี้ 1. ผู้เรียนบอกความส าคัญของจารก ึ วดัโพธิ์ได้ 2. ผู้เรียนยกตัวอย่างหมวดหม่ขูองจารก ึ วดัโพธิ์ได้
52 บทที่ 6 มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย Q. จารึกคืออะไร A. จารึกคือเอกสารโบราณประเภทหนึ่งที่บันทึก ลายลักษณ์อักษรลงบนวัตถุชนิดต่าง ๆ ที่มีความ แข็งแรงและคงทนถาวร เช่น ศิลา ไม้ ดินเผา ทองค า เงิน และโลหะเป็ นต้น จารึกเป็นแหล่งข้อมูลบันทึก เรื่องราวในอดีต เนื้อหาส าคัญที่บันทึกในจารึกตาม เหตุการณ์ในสมัยนั้นเป็ นหลักฐานบ่งบอกความ เคลื่อนไหวของอารยธรรมและค่านิยมแห่งสังคมใน สมัยต่างๆ ผู้สร้างจารึกส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้น ปกครอง หัวหน้าหมู่คณะ ได้แก่ กษัตริย์เจ้าเมือง หัวหน้าหมู่บ้าน บุคคลสา คัญในท้องถิ่น เป็ นต้น อาคารของวัดโพธิ์มีแผ่นศิลาประดับตามผนังและเสาเกือบทุกหลัง มี รูปทรงแตกต่างกัน แผ่นเหล่านี้เรียกว่า “ศิลาจารึก” ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดก ความทรงจ าแห่งโลก จารึกวัดโพธิ์เป็นมรดกภูมิปัญญาไทยท่ีมีความสา คัญ บันทึกวิชาความรู้ที่หลากหลาย ภาพประกอบที่ 1 ศิลาจารกึวดัโพธิ์ ศิลา ศิลาจารึก (น.) มรดกความทรงจ าแห่งโลก (น.) อักษร (น.) อารยธรรม (น.) ค่านิยม (น.) เจ้าเมือง (น.) 岩石 石碑 世界记忆遗产 字母 文明 价值观 城主
53 Q. ท าไมวัดโพธ ิ์ได้รับการยกย่องว่าเป็ นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ทัศนศึกษา <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< แผนกทัศนศึกษาวัดโพธิ์ มีพระวิทยากรพร้อมบรรยายให้ ความรู้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนผู้สนใจเกี่ยวกับ ประวตัิวดัโพธิ์ สรรพศาสตร์(น.) สรรพศิลป์ (น.) จิตรกรรม (น.) สถาปัตยกรรม (น.) วรรณกรรม (น.) ประติมากรรม (น.) นักปราชญ์(น.) ราชบัณฑิต (น.) กวีนิพนธ์(น.) พระราชประสงค์(น.) 各种学术 各种艺术 壁画 建筑学 文学 雕塑(佛像) 学者 皇家研究机构 诗歌 (皇室) 目标、意图 ภาพประกอบที่ 2 ทัศนศึกษา A. วัดโพธิ์เป็ นแหล่งสรรพศาสตร์และสรรพศิลป์ แห่งภูมิปัญญาไทย เป็นที่รวบรวมวิทยาการทุกด้าน ทั้ง ด้านจิตรกรรม สถาปั ตยกรรม วรรณกรรมและ ประติมากรรม มีสิ่งส าคัญอีกประการหนึ่งคือรัชกาลที่3 โปรด ฯ ให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตสาขาต่าง ๆ ช่วยกัน รวบรวมตรวจสอบต าราสรรพวิทยาความรู้ต่าง ๆ เช่น ต ารากวีนิพนธ์ต าราแพทย์แผนโบราณ ต ารายาแก้โรค ต่าง ๆ เป็นต้น ให้เลือกสรรแต่ฉบับที่ดีและเห็นว่า ถูกต้องแน่นอนแล้วมาจารึกลงแผ่นศิลาประดับไว้ตาม ผนังพระอุโบสถ พระวิหาร ระเบียงคดและศาลาราย ท่ัว เขตพุทธาวาสของวัดโพธิ์ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้ วัดโพธิ์เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ของประชาชนทุกคน เผยแพร่วิทยาการของประเทศในวงกว้างให้คนท่ัวไปมี โอกาสมาศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง วัดโพธิ์จึงเป็ น “มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย”
54 Q. จาร ึ กวดัโพธพิเศษอย่างไร ิ์ A . จารึกวัดโพธิ์เป็ นมรดกความทรงจ าแห่ง โลกที่มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่น คือ เป็น แหล่งศิลาจารึกมากกว่า 1,440 รายการที่ไม่ได้ เก็บไว้อย่างมิดชิด แต่เป็นจารึกทปี่ระดับตามผนัง และเสาอาคาร ซึ่งเป็นสถานทเี่ปิดโล่งให้คนท่ัวไป สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้อย่างอิสระ ไม่ได้เป็ น เอกสารแห่งความทรงจ าที่เก็บไว้ในหอจดหมาย เหตุหรือในพิพิธภัณฑ์ โรคมะเร็ง (น.) โรคเรื้อน (น.) โรคฝี(น.) หอจดหมายเหตุ(น.) พิพิธภัณฑ์(น.) พ่อขุนรามค าแหง (น.) ปฏิรูปการบริหารการปกครอง (ก./น.) 癌症 麻风 天花 档案馆 博物馆 兰甘亨国王 政治改革 จารึกในศาลาราย <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< จารึกในศาลาราย เป็นความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ต าราการ นวดไทย จารึกเกี่ยวกับจุดต่างๆ บนร่างกายมนุษย์และต ารายา ที่ส าคัญ เช่น กลุ่มรักษาโรคมะเร็ง โรคเรื้อน โรคฝีเป็นต้น จารึก ตา ราการแพทยแ์ผนไทยวัดโพธิ์เป็นวิชาการแพทยท์่ีเป็นความรู้ สืบทอดมาแต่โบราณ ศิลาจารึกของพ่อขุน รามค าแหงหลักที่ 1 เ อ ก ส า ร พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 5) ทรงปฏิรูปการบริหารการปกครอง ประเทศสยาม พ.ศ. 2411-2453 จารกึวดัโพธิ์1440รายการ Tip: มรดกความทรงจ าแห่งโลกของไทย 3 รายการ ภาพประกอบที่ 3 จารึกในศาลาราย 2554
55 ชาดก (น.) (佛)本经 โคลง (น.) 十四行诗 ฉันท์(น.) 泰国诗歌 สุภาษิตพระร่วง (น.) 泰国谚语 เวชศาสตร์(น.) 病理 ท าเนียบ (น.) 章程 สมณศกัดิ์(น.) 秩, 等级, 级别 แห่พระกฐิน (กิริยาวลี) 供奉迦郗那衣游行 Q. จาร ึ กวัดโพธ ิ์มอ ี ะไรบ ้ าง จารึกวัดโพธิ์ท่ีไดร้บัการขึน้ทะเบียนเป็นมรดกความทรงจา แห่ง โลก จ านวน 1,440 แผ่น (ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน) มีความส าคัญและ ครอบคลุมครบถ้วนภูมิปัญญาไทย แบ่งได้เป็น 6 หมวด ได้แก่ หมวดพระพุทธศาสนา จ านวน 310 แผ่น เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ชาดกและพระพุทธเจ้า จ านวน 608 ต ารายา เช่น แผน เส้น และโคลงภาพฤษีดัดตน จ านวน 341 แผ่น เกี่ยวกับโคลง ฉันท์สุภาษิตพระร่วง และนิทาน จ านวน 124 แผ่นมี 3 เรื่อง ได้แก่ ท าเนียบ หัวเมื อง และ ผู้ครองเมือง ท าเนียบ สมณศกัดิ์และโคลงภาพคนต่างภาษา จ านวน 21 แผ่น มี 2 เรื่อง ได้แก่ ประวัติการ บูรณปฏิสังขรณ์แต่ละอาคาร และจารึกชื่อเฉพาะ ต่างๆ ได้แก่ วิหารทิศ พระมหาเจดีย์ และสถูป จ านวน 36 แผ่น มี 1 เรื่อง ได้แก่ ริ้วกระบวนแห่พระกฐินทางบก หมวดเวชศาสตร์ หมวดวรรณคดี และสุภาษิต หมวดท าเนียบ หมวดประวัติ หมวดประเพณี A.
56 Q. เสน่ห์ของวัดโพธ ิ์ม ี อะไรบ ้ างในสถานทแ ี่หง่น ี้ รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้น าเอาองค์ความรู้ สรรพวิชาต่างๆ มาจารึกลงบนแผ่นหินอ่อน ประดับไว้ ตามผนัง และเสาภายในวัดโพธิ์จ านวน 1,440 ชิ้น จารึกเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรง จ าแห่งโลกจากองค์การยูเนสโก วัดโพธิ์จึงกลายเป็น แหล่งความรู้ขนาดใหญ่และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก ของไทยส าหรับทุกชนชั้น
57 ความร ู ้ เพม ิ่เตม ิ สมัยก่อนคนไทยเรียนหนังสือทไี่หน ค ุ ณร ู ้ หร ื อไม่ โรงเรียนสมัยก่อน สมัยก่อนประเทศไทยแบ่งส านักเรียนออกเป็น 2 แห่ง ได้แก่ วัด เปิดสอนนักเรียนของ ลูกหลานขุนนางและราษฎรทั่วไป และส านักราชบัณฑิต (皇室教育机构) เปิดสอนเฉพาะเจ้านาย และลูกหลานข้าราชการ (公务员) โรงเรียนในสมัยก่อนไม่มีสถานที่ส าหรับใช้เป็นที่เรียนโดยเฉพาะ การศึกษาทั่วไปคือเปิดสอนในวัด และสถานที่ที่ใช้ในการสอนก็คือ กุฏิ(僧舍) ของพระภายในวัด ดังนั้นคนที่ไปเรียนหนังสือคือเด็กผู้ชายเท่านั้น ราษฎรนิยมพาบุตรหลานไปฝากกับพระเพื่อเรียน หนังสือ พระก็จะรับเด็กที่ผู้ปกครองมาฝากเป็นลูกศิษย์เพื่ออบรม(培养)ในทางศาสนา สอน หนังสือภาษาไทย ภาษาบาลี(巴利语)เมื่อเด็กผู้ชายเติบโตขึ้นอายุครบ 20 ปีก็จะต้องบวช (出家)เป็นพระภิกษุ ภาพประกอบที่ 4 งานบวช
58 แบบทดสอบระหว่างเรียน ให้ผู้เรียนเลือกคา ตอบที่ถูกต้องทสีุ่ดเพียงข้อเดียว 1. จารกึวดัโพธิ์บนัทกึดว้ยวตัถชุนิดใด (ความเข้าใจ) ก. ไม้ ข. ดินเผา ค. ศิลา ง. เงิน 2. เหตใุดจึงยกย่องวดัโพธิ์เป็นมหาวิทยาลยัแห่งแรกของไทย (ความเข้าใจ) ก. วดัโพธิ์อย่ใูกลพ้ระบรมมหาราชวงั ข. วดัโพธิ์เป็นพระอารามหลวงและเป็นวัดประจ ารัชกาลที่ 1 ค. วดัโพธิ์เป็นวดั ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีพื้นที่กว้างใหญ่ ง. วดัโพธิ์เป็นแหลง่รวมวิทยาการทุกด้านที่เปิดให้ทุกคนเข้าศึกษา 3.จารกึวดัโพธิ์สรา้งในสมยัใด (ความรู้ความจา ) ก. รัชกาลที่ 1 ข. รัชกาลที่ 2 ค. รัชกาลที่ 3 ง. รัชกาลที่ 4 4. จารกึวดัโพธิ์ไดข้ึน้ทะเบียนเป็นมรดกความทรงจา แห่งโลกปีอะไร (ความรู้ความจา ) ก. ปี พ.ศ.2546 ข. ปี พ.ศ.2552 ค. ปี พ.ศ.2554 ง. ปี พ.ศ.2556 5. เรื่องใดจารึกในศาลาราย (ความรู้ความจา ) ก. เรื่องชาดก ข. เรื่องสุภาษิต ค. เรื่องการแพทย์แผนไทย ง. ประวัติการบูรณปฏิสังขรณ์ 6. ข้อใดกล่าวถูกต้อง (ความรู้ความจา ) ก. จารกึวดัโพธิ์เก็บไวท้่ีเปิดโลง่ ข. จารกึวดัโพธิ์เก็บไวอ้ย่างมิดชิด ค. จารกึวดัโพธิ์เก็บไวท้่ีพิพิธภณัฑ์ ง.จารกึวดัโพธิ์เก็บไวท้่ีหอจดหมายเหตุ 7. จารึกโคลงภาพฤษีดัดตนอยู่หมวดใด (การวิเคราะห์) ก. หมวดประเพณี ข. หมวดท าเนียบ ค. หมวดเวชศาสตร์ ง. หมวดพระพุทธศาสนา 8. ข้อใดไม่อยู่ในหมวดวรรณคดีและสุภาษิต (ความรู้ความจา ) ก. โคลง ข. ฉันท์ ค. ชาดก ง. สุภาษิตพระร่วง 9. สถานที่ใดในวัดใช้ส าหรับการเรียนหนังสือในสมัยก่อน (ความเข้าใจ) ก. กุฏิพระ ข. พระอุโบสถ ค. พระวิหาร ง. พระมณฑป 10. เด็กชายชาวไทยจะต้องบวชเป็นพระภิกษุเมื่อใด (ความรู้ความจา ) ก. อายุครบ 14 ปี ข.อายุครบ16 ปี ค.อายุครบ 18 ปี ง.อายุครบ 20 ปี สแกนเพื่อทา แบบทดสอบ
59 บรรณานุกรม Shaoyun Xiao, และ China Guangzhou Foreign Language Institute. (2001). พจนานุกรมไทย-จีน = Thai Chinese dictionary. Beijing Commercial Press. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร. (2559). คู่มือนา เทยี่ววดัโพธิ.์สืบค้นจาก http://watpho.com/th/book/detail/318 บัณฑิต ลิ่วชัยชาญ, ณัฐพงศ์ ศิริวัฒนพิเชษฐ์, และ วารุณี โอสถารมย์. (2558). ประวัติศาสตร์วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม (พ.ศ. 2325-2411). กรุงเทพฯ: คณะสงฆ์วัดพระเชตุพน. ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. สืบค้นจาก https://dictionary.orst.go.th/index.php วัชรี วัชรสินธุ์. (2551). วัดพระเชตุพน มชัฌมิประเทศอนัวิเศษในชมพูทวีป.กรุงเทพฯ: มติชน. อรวรรณ ทรัพย์พลอย, และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร. (2559). วดัโพธิ์มรดกความทรงจา แห่งโลก (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง. สารบัญภาพประกอบ ภาพประกอบ รูปภาพ ทมี่าของรูปภาพ ภาพประกอบที่ 1 ศิลาจารกึวดัโพธิ์ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 2 ทัศนศึกษา ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 3 จารึกในศาลาราย ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 4 งานบวช สืบค้นจาก ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมพระพุทธศาสนา https://www.paaktai.com/news/detail/5691
บทที่ 7 จุดก ำเนิดของกำรนวด จุดประสงคก ์ ารเรยีนรู้ของบทนี้ 1. ผู้เรียนอธิบายความเป็นมาของการนวดวดัโพธิ์ได้ 2. ผู้เรียนอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างท่าฤษีดัดตนกับนวดไทยได้ 3. ผู้เรียนบอกชื่อท่านวดแบบไทยได้ 4. ผู้เรียนเปรียบเทียบลักษณะนวดไทยและทุยหนาได้
61 บทที่ 7 จุดก ำเนิดของกำรนวด Q. ทา ไมนวดไทยเป็ นมรดกภ ู ม ิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านการด ู แลส ุ ขภาพ A. วัดโพธิ์จัดงาน “ฉลองนวดไทย มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม” ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ได้เผยแพร่ความรู้และ ภูมิปัญญาด้านสุขภาพของประเทศไทย ภูมิปัญญาด้านการ นวดไทยเป็นศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์ดั้งเดิม เป็น การรักษาทางเลือกควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ ที่ใช้มือ หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในการปรับพลังและโครงสร้าง ของร่างกายโดยไม่ใช้ยา ตอบโจทย์เชิงสุขภาพ จุดที่กดมี ค าอธิบายทางการแพทย์เป็นจุดเริ่มต้นกล้ามเนื้อ เป็ นจุด ศูนยร์วมปลายประสาท กดแล้วคลายกล้ามเนื้อ เพื่อบ าบัด ความเจ็บป่วยที่เกิดจากลมในเส้นติดขัด โดยไม่เกิด ผลข้างเคียงเหมือนการใช้ยาและช่วยผ่อนคลายจิตใจ ถ้าเป็นเรื่องของการนวดแผนไทยโบราณ ต้องที่วัดโพธิ์! การนวดที่วัดโพธิ์เป็นต้นต ารับ มีทั้งนวดธรรมดาและนวดสมุนไพร การท า กายภาพแบบฤษีดัดตน ปัจจุบันการนวดได้รับความนิยมสูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือ ต่างชาตินวดไทยต้องมีอะไรดีแน่ จึงยืนหยัดยืนยงและได้รับความนิยมมาจนทุกวันนี้ ต้นต ารับ (น.) [ต้น-ต า-หฺรับ] สมุนไพร (น.) ยืนหยัดยืนยง (ก.) ประคบร้อน (ก./ว.) สรรพคุณ (น.) 正宗 草药 持久 热敷 功效 ภาพประกอบที่ 2 งานฉลองนวดไทย ภาพประกอบที่ 1 สมุนไพรในลูกประคบ ประคบร้อนสมุนไพร <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< การประคบร้อนสมุนไพรเป็นวิธีหนึ่งในการบ าบัดรักษาของการแพทย์ แผนไทย สามารถใช้ควบคู่กับนวดไทย ช่วยลดอาการปวด ลดการเกร็งตัว ของกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ยาสมุนไพรที่ใช้ใน ลูกประคบส่วนใหญ่มีสรรพคุณในการแก้เคล็ดขัดยอกฟกช ้า ท าให้เส้นเอ็น หย่อนเช่น หัวไพล ขมิ้น ตะไคร้ผิวมะกรูด และน ้ามันหอมระเหย เป็นต้น เคล็ดขัดยอกฟกช ้า (ก.) เส้นเอ็น (น.) หัวไพล (น.) ขมิ้น (น.) ตะไคร้ (น.) 扭伤淤青 肌腱 红球姜 姜黄 柠檬草 ผิวมะกรูด (น.) น ้ามันหอมระเหย (น.) การรักษาทางเลือก (น.) ตอบโจทย์ (ก./น.) บ าบัด (ก.) 箭叶橙皮 精油 替代治疗 满足 符合 治疗
62 Q. ท าไมต้นต ารับนวดไทยอยท ู่ว ี่ดัโพธ ิ์ ศาลารายคู่หน้าพระมหาเจดีย์(ศาลานวด) <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< ศาลาคู่นี้อยู่ระหว่างพระมหาเจดีย์4 รัชกาลกับพระอุโบสถ ศาลารายหลังเหนือ (ศาลาหมอนวด) จารึกต ารานวดแผน โบราณ มีจิตรกรรมลายเส้นบอกต าแหน่งนวดจ านวน 32แผ่น A. หลังสมัยกรุงศรีอยุธยามาถึงกรุงธนบุรีมีสงครามเกิดขึน้ต าราการแพทย์รวมทั้งตา ราการนวดไทย ถูกเผาท าลายเป็นจ านวนมาก สมัยรัชกาลที่3 โปรดเกล้าฯ ให้จารึกนวดไทยและฤษีดัดตนไว้รวบรวม ความรู้ทางการแพทย์แผนไทยไว้ทวี่ัดโพธิ์มีการบันทึกความรู้และปั้นหุ่นฤษีดัดตนเป็ นจ านวนมากเก็บรักษา ไว้เพื่อให้ประชาชนได้มาศึกษาหาความรู้การนวดไทยจึงมีจุดก าเนิดที่นี่“จารึกวัดโพธิ์” ซึ่งมีทั้งสิ้น 1,440 ชิน้ได้รับการขึน้ทะเบียนเป็นมรดกความทรงจา แห่งโลกโดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง สหประชาชาติ(UNESCO) “联合国教科文组织” ในจา นวนนั้น มี60 ที่ชิน้จารึกเกี่ยวกับการนวดไทยไว้เป็น หลักฐานองค์ความรู้ที่แสดงให้เห็นว่าต ารับการนวดวัดโพธิ์มีความครบถ้วนและสมบูรณ์อย่างมากใน ปัจจุบัน จนได้รับการขึน้ทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมทจี่ับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ“非物质文 化遗产” จาก UNESCO ปี2562 ปัจจุบันภายในวัดโพธิ์ยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ วัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์) สืบมาให้บริการและสอนด้านการนวดไทยแก่ผู้สนใจ กล่าวได้ว่า องคค์วามรู้ด้าน การนวดตา รับวัดโพธิ์ได้ถ่ายทอดจนถึงปัจจุบัน ภาพประกอบที่ 3 ศาลานวด ภาพประกอบที่ 4 จารึกในศาลานวด ภาพประกอบที่ 5 จุดบริการนวดในวดัโพธิ์
63 เขาฤษีดัดตน เขาฤษีดัดตน คือสวนสุขภาพแห่งหนึ่งของวดัโพธิในปัจจุบัน์ >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> รูปปั้นฤษีดัดตน เป็นท่าตรงตามหลักโยคะ ของโยคีอินเดียเป็น การออกก าลังกายที่ใช้ศิลปะ เพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรง A. ท่าฤษีดัดตนนั้นเป็นท่าออกก าลังกายของฤษี หรือนักบวชสมัยโบราณ เมื่อพวกฤษีน่ังสมาธิอยู่ในป่า เป็ นเวลานาน เกิดอาการเมื่อยขบ และเมื่อทดลอง ขยับเขยือ้นร่างกายด้วยกิริยาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ นการยืด ข้อพับ และเกร็งตัวดัดตน ด้วยท่าทางต่างๆ แล้ว ท าให้ อาการเจ็บปวดเหล่านั้นบรรเทาหรือหายไป จึงได้สรุป ประสบการณ์บอกเล่าสืบต่อกันมา ในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้มีการรวบรวมวิชาการแพทย์แผนไทยกันอย่างจริงจัง ได้มีการปั้นรูปฤษีดัดตนไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา วิชาออกกา ลังกายฤษีดัดตนนี้จึงได้สืบทอดต่อมาจนถึง ทุกวันนี้แต่น่าเสียดายในปัจจุบันรูปปั้นฤษีดัดตนได้สูญ หายไปเป็ นจ านวนมาก เหลืออยู่ไม่มาก เพียง 24 ชิ้น เท่านั้น การนวดแผนไทยโบราณที่ปฏิบัติกันอยู่ทุกวันนี้ มี 2 วิธี คือการนวดตามแบบท่าฤษีดัดตนและการนวด โดยใช้ลูกประคบสมุนไพร Q. ร ู ปภาพดังต่อไปน ี เ้ก ี่ยวข ้ องกับนวดไทยอย่างไร ฤษี(น.) ดัดตน (ก.) นั่งสมาธิ(ก./น.) เมื่อยขบ (ก.) ขยับเขยื้อน (ว.) ข้อพับ (น.) เกร็งตัว การแพทย์แผนไทย (น.) ลูกประคบ (น.) 隐士 锻炼、做操、活动身体 打坐 酸疼 活动 关节 紧张、身体紧绷 泰国传统医学 热敷球 ภาพประกอบที่ 6 เขาฤษีดัดตน
64 Q. นวดไทยมีลักษณะอย่างไรบ้าง A. นวดไทย หรือ นวดแผนไทย เป็ นการนวด ชนิดหนึ่งตามแบบฉบับไทย โดยจะใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น มือ เท้า แขน ศอก เข่า และเท้า ในการนวด โดยจะเน้นลักษณะการกด การคลึง การบีบ การดัด การดึง และการประคบ รู้จักกัน โดยท่ัวไปในชื่อ “นวดแผนโบราณ” เป็ นการใช้ ศาสตร์บ าบัดและรักษาโรคแขนงหนึ่งของ การแพทย์แผนไทย การนวดไทยยังสามารถนวด เพื่อบา บัด เพื่อรักษาอาการต่างๆ ได้อีกด้วย ท่านวดที่ได้ยินบ่อย ๆ ท่านั่ง ท่านอนหงาย ท่านอนตะแคง ท่านอนคว ่า นอนคว ่า (ก./ว.) นอนหงาย (ก./ว.) นอนตะแคง (ก./ว.) กด (ก.) คลึง (ก.) บีบ (ก.) ดัด (ก./ว.) 俯卧 仰卧 侧卧 按 捏 揉 扳 (弯、直)
65 Q. เสน่ห์ของวัดโพธ ิ์ม ี อะไรบ ้ างในสถานทแ ี่หง่น ี้ วัดโพธิ์เป็นจุดกา เนิดต้นต ารับศาสตร์การนวด แผนไทยแบบโบราณ จนนวดวัดโพธิ์เป็นท่ียอมรบัจาก ทั่วโลก และที่ส าคัญ “นวดไทย” ได้รับการประกาศ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ ม ว ล ม นุษ ย ช า ติThe Intangible Cultural Heritage (ICH) ประจ าปี2562
66 ค ุ ณร ู ้ หร ื อไม่ ความร ู ้ เพม ิ่เตม ิ นวดแผนจีนบ าบัด โรค นวดทุยหนา (推拿) การนวดแผนจีน หรือ ทุยหนา เป็นหนึ่งในศาสตร์ของการรักษาที่สามารถบ าบัดโรคบางชนิด ที่เกิดจากภาวะหยิน (阴) และหยาง (阳) ภายในร่างกายขาดความสมดุล เช่น อาการเจ็บกระดูกสันหลัง อาการเหนื่อยอ่อน ปวดหัว นอนไม่หลับ ใจสั่น แน่นหน้าอก ความดันสูง โดยมีข้อดีตรงที่ปลอดภัยและไม่มี ผ ล ข้า ง เ คี ย ง ใ ด ๆ ทุย ห น า เ ป็ น ก า ร น ว ด โ ด ย ใ ช้ฝ่ า มือ ก ร ะตุ้น เ ส้น ป ระ สา ท เ ส้น ล ม ป ราณ ส่งสัญญาณไปยังสมอง เพื่อให้สมองสั่งงานให้บริเวณที่เจ็บปวดท างานได้เป็นปกติทั้งยังช่วยผ่อนคลาย กล้ามเนื้อและความตึงเครียดได้ดี
67 แบบทดสอบระหว่างเรียน ให้ผู้เรียนเลือกคา ตอบที่ถูกต้องทสีุ่ดเพียงข้อเดียว 1. สมุนไพรชนิดใดเมื่อทาแล้วจะท าให้ผิวมีสีเหลือง (ความเข้าใจ) ก. หัวไพล ข. ขมิ้น ค. ตะไคร้ ง. มะกรูด 2. ในบรรดาจารกึวดัโพธิ์ท่ีไดข้ึน้ทะเบียนเป็นมรดกความทรงจา แห่งโลกนั้นมีจารึกที่เกี่ยวกับการนวดแผนไทยกี่ชิ้น (ความรู้ความจา ) ก. 30ชิ้น ข. 32 ชิ้น ค. 60 ชิ้น ง. 62 ชิ้น 3. รูปปั้นฤษีดัดตนในปัจจุบันสร้างในสมัยใด (ความรู้ความจา ) ก. รัชกาลที่ 1 ข. รัชกาลที่ 2 ค. รัชกาลที่ 3 ง. รัชกาลที่ 4 4. ปัจจุบันรูปปั้นฤษีดัดตนเหลือจ านวนเท่าใด (ความรู้ความจา ) ก. 20 ข. 22 ค. 24 ง. 26 5. ข้อใดกล่าวถูกต้องเรื่องเขาฤษีดัดตนในปัจจุบัน (ความเข้าใจ) ก. เป็นสวนดอกไม้ ข. เป็นสวนสัตว์ ค. เป็นสวนสมุนไพร ง. เป็นสวนหิน 6. การนวดแผนไทยมี 2 วิธีคือ (ความรู้ความจา ) ก.นวดประคบร้อนและฝังเข็ม ข. นวดทุยหนาและประคบร้อน ค. นวดตามแบบท่าฤษีดัดตนและประคบร้อน ง. นวดตามแบบท่าฤษีดัดตนและนวดทุยหนา 7. ท่าฤษีดัดตนดั้งเดิมเพื่อบ าบัดอะไร (ความรู้ความจา ) ก. แก้นอนไม่หลับ ข. แก้ความดันโลหิตสูง ค. แก้แน่นหน้าอก ง.แก้ปวดเมื่อย 8. ท่านอนตามรูปภาพนี้เรียกว่าอะไร (ความรู้ความจา ) ก. ท่านั่ง ข. ท่านอนหงาย ค. ท่านอนคว ่า ง. ท่านอนตะแคง 9. ข้อใดกล่าวถูกต้อง (การวิเคราะห์) ก. นวดไทยกับนวดทุยหนามีท่านวดดัดตนเหมือนกัน ข. นวดไทยกับนวดทุยหนาใช้ส่วนต่างๆ ร่างกายเหมือนกัน ค. นวดไทยกับนวดทุยหนาเป็นการนวดตามจุดฝังเข็ม เหมือนกัน ง. นวดไทยกับนวดทุยหนาเป็นวิธีการรักษาสุขภาพโดยไม่ใช้ ยาเหมือนกัน 10. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของนวดทุยหนาที่ต่างจากนวดไทย (ความเข้าใจ) ก. การใช้เท้า ข. การดัดตน ค. การใช้ฝ่ามือ ง. การใช้เข่า สแกนเพื่อทา แบบทดสอบ
68 บรรณานุกรม Shaoyun Xiao, และ China Guangzhou Foreign Language Institute. (2001). พจนานุกรมไทย-จีน = Thai Chinese dictionary. Beijing Commercial Press. การท่องเท่ียวแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร. (2559). ค่มูือนา เท่ียววดัโพธิ์. สืบคน้จาก http://watpho.com/th/book/detail/318 นานพ ประภาษานนท์.(2549).นวดไทยสมัผสับา บดัเพอื่สขุภาพ.กรุงเทพฯ:เรือนบุญ. บัณฑิต ลิ่วชัยชาญ, ณัฐพงศ์ ศิริวัฒนพิเชษฐ์, และ วารุณี โอสถารมย์. (2558). ประวัติศาสตร์วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม (พ.ศ. 2325-2411). กรุงเทพฯ: คณะสงฆ์วัดพระเชตุพน. พิศิษฐ เบญจมงคลวารี, และ ภัทรวัต เบญจมงคลวารี. (2545). นวดไทยเพื่อสุขภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: หมอชาวบ้าน. ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. สืบค้นจาก https://dictionary.orst.go.th/index.php วนิดา สถิตานนท์. (2523). พระบาทสมเดจ็พระน่งัเกลา้เจา้อยู่หวั. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ. อรวรรณ ทรัพย์พลอย, และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร. (2559). วดัโพธิม์รดกความทรงจา แห่งโลก (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
69 สารบัญภาพประกอบ ภาพประกอบ รูปภาพ ทมี่าของรูปภาพ ภาพประกอบที่ 1 สมุนไพรยในลูกประคบ ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 2 งานฉลองนวดไท ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 3 ศาลานวด ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 4 จารึกในศาลานวด ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 5 จดุปรกิารนวดในวดัโพธิ์ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 6 เขาฤษีดัดตน ถ่ายโดยผู้วิจัย
บทที่ 8 ตามหายก ั ษว ์ ด ัโพธิ์ จุดประสงคก ์ ารเรยีนรู้ของบทนี้ 1. ผู้เรียนบอกความเชื่อเรื่องยักษ์ไทยได้ 2. ผู้เรียนเลา่เร่อ ื งตา นานยกัษว์ดัโพธิ์ได้ 3. ผู้เรียนอธิบายลักษณะยักษ์ไทยได้
70 บทที่ 8 ตามหายก ั ษว ์ ด ัโพธิ์ Q. ความเชื่อเร ื่องยักษ์มาจากไหน A. เมื่อได้ยินค าว่า ยักษ์คนส่วนใหญ่คิดถึงภาพที่น่ากลัว และโหดเหีย้ม ซึ่งเป็นความเชื่อฝังใจว่าเป็ นลักษณะนิสัยของ ยักษ์ คนไทยรู้จักยักษ์และสามารถยกมาเปรียบเทียบได้เป็ น เพราะอิทธิพลของวรรณคดีไทยเรื่อง รามเกียรต์ิที่เอา หลากหลายเผ่าพันธุ์ยักษ์เข้ามาบรรจุไว้ในเนื้อหา ทั้งความ ประหลาดในรูปร่างและความน่ากลัวในนิสัยจนท าให้คนไทย รู้จักและคุ้นเคยกับยักษ์เป็ นอย่างดี คนไทยมักน ายักษ์มาเปรียบกับลักษณะนิสัยหรือท่าทางของคนที่ดุร้ายโมโห ยักษ์ที่พบเห็นในวัด เชื่อกันว่าเป็นยักษ์ที่มีอิทธิฤทธิ์สูง มีโอกาสได้ฟังค าสั่งสอนจาก พระพุทธเจ้าและกลับใจเพื่อมารับใช้พระพุทธศาสนา จึงมียักษ์ถือกระบองเฝ้าประตู ท าหน้าที่ช่วยขับไล่ภูตผี ความชั่วร้ายต่าง ๆ และปกป้องพระพุทธศาสนสถาน ภาพประกอบที่ 1 ภาพเขียนจติรกรรมฝาผนงัรามเกียรติ์ ยักษ์(น.) ลักษณะนิสัย (น.) อิทธิฤทธิ์(น.) รามเกียรติ์(น.) เค้า (น.) 巨人 性格特点 法力 拉玛坚 梗概 รามเกียรติ์ <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< รามเกียรติ์เป็นวรรณคดีเอกของไทย แม้จะมีเค้ามาจากวรรณคดี อินเดียคือมหากาพย์รามายณะ แต่ได้สร้างสรรค์ใหม่ให้เข้ากับประเพณี และวิถีชีวิตของไทย เรื่องรามเกียรติ์ของไทยมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ ฉบับสมัยรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1 ถือเป็นฉบับที่มีความโดดเด่นมีเนื้อหา ครบถ้วนสม บูรณ์ที่ สุด กระ ทรวง วัฒ นธ รรม ได้ประ กาศ ยกย่อง บทละครเรื่องรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1 เป็นวรรณคดีแห่งชาติ ภาพประกอบที่ 2 ตัวละครในรามเกียรติ์ทศกัณฐ์ มหากาพย์รามายณะ (น.) สร้างสรรค์(ก.) พระราชนิพนธ์(น.) โหดเหี้ยม (ว.) ประหลาด (ว.) 罗摩衍那史诗 创作 (皇家)著作 残暴 奇怪的
71 Q. ยักษว ์ัดโพธต ิ์วัจร ิ งอยท ู่ ไี่หน ประวัติการสร้างยักษ์เกิดขึน้ในสมัยรัชกาลที่3 โปรดเกล้าฯ ให้ รื้อยักษ์เดิมเฝ้าประจ าประตูทั้ง 4 ประตูออก แล้วน าล่ันถันหรือตุ๊กตา ศิลาจีนมาแทน ขณะเดียวกัน ได้โปรดเกล้าฯ ให้หล่อรูปยักษข์นาดเล็ก สูงประมาณ 175 เซนติเมตร จ านวน 8 ตน ตั้งไว้ทที่างเข้าหอไตรจตุรมุข (พระมณฑป) ตรงซุ้มประตูทั้ง 4 ด้าน ด้านละ 1 คู่เพื่อให้ท าหน้าที่ รักษาหอพระไตรปิ ฎก เมื่อครั้งทา ระเบียงพระมหาเจดียใ์นสมัยรัชกาล ที่4 ได้รือ้ซุ้มประตูออกไป 2 ซุ้ม ปัจจุบันจึงปรากฏรูปยักษอ์ยู่เพียง 2 คู่ คือ แสงอาทิตย์กับมัยราพณ์ อยู่ที่ประตูทิศตะวันตกเฉียงใต้ และพญาขรกับสัทธาสูร อยู่ทปี่ระตูทศิตะวันตกเฉียงเหนือ พระมณฑป รัชกาลที่ 3 <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< ในรัชกาลที่ 3 ได้รื้อหอไตรหลังเก่าที่เป็นเครื่องไม้ลงแล้ว สร้างใหม่เป็นปราสาทจตุรมุขทรงยอดมงกุฎ ประดับ ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบ กระเบื้องพิมพ์ลาย รื้อ(ก.) หอไตร (พระมณฑป) (น.) ปราสาท (น.) จตุรมุข (น.) [จะ-ตุ-ระ-มุก] ยอดมงกุฎ (น.) 拆除 藏经阁 城堡 四方 皇冠状顶 ภาพประกอบที่ 3 พระมณฑป A. เมื่อพูดถึงวัดโพธิ์สิ่งที่คนไทยนึกถึงคือ ยักษ์วัดโพธิ์ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าใจผิด ว่ายักษว์ัดโพธิ์คือรูปปั้นตุ๊กตาจีนหน้าตาขึงขังที่ปรากฏตาม สื่อต่าง ๆ แต่ทจี่ริงแล้วไม่ใช่ ยักษว์ัดโพธิ์ตัวจริงอยู่ทบริเวณ ี่ ซุ้มประตูพระมณฑป ปัจจุบันยักษ์วัดโพธิ์เหลืออยู่ 4 ตน ซึ่งเป็นยักษจ์ากเรื่องรามเกียรติ์ แสงอาทิตย์ มัยราพณ์ พญาขร สัทธาสูร ภาพประกอบที่ 4 ยกัษ์ประจา วดัโพธิ์ ภาพประกอบที่ 5 ตุ๊กตาจีน ขึงขัง (ว.) ปรากฏ (ก.) ซุ้มประตู(น.) เซนติเมตร (น.) 健壮 出现 拱门 厘米
72 ยักษ์วัดแจ้ง (วัดอรุณฯ 郑王庙) <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< ยักษ์วัดแจ้งสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 Q. ต านานยักษ์วดัโพธ ิ์เป็ นอย่างไร A . มีต านานเล่าว่า ยักษว์ัดโพธิ์ทา หน้าที่ดูแลวัดโพธิ์ และยักษ์ วัดแจ้งท าหน้าที่ดูแลวัดแจ้งหรือวัดอรุณฯ ฝ่ังตรงข้ามแม่น ้า เจ้าพระยา ทัง้ 2 ตน เป็นเพื่อนรักกัน วันหนึ่งยักษว์ัดโพธิ์ไม่มีเงนิ จึง ข้ามแม่น ้าเจ้าพระยาไปขอยืมเงินจากยักษว์ัดแจ้ง และได้นัดวันที่จะ น าเงินไปส่งคืน แต่ถึงเวลาก าหนดส่งเงินคืน ยักษว์ัดโพธิ์กลับไม่ยอม จ่าย ยักษ์วัดแจ้งรอแล้วรอเล่าจนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจข้ามแม่น ้า เจ้าพระยามาทวงเงินคืน แต่ยักษว์ัดโพธิ์ไม่ยอมให้ในทสีุ่ดยักษท์ ัง้ 2 ตน จึงเกิดการทะเลาะถึงขั้นต่อสู้กัน เพราะรูปร่างที่ใหญ่โตมหึมา และมีก าลังมหาศาลของยักษท์ ั้ง 2 ตน เมื่อต่อสู้กันจึงทา ให้ต้นไม้ใน บริเวณนั้นถูกยักษท์ ั้งสองเหยียบย่ าจนล้มตายหมด หลังจากที่เลิก ต่อสู้กันแล้วบริเวณที่ทั้งสองแข่งกา ลังกันนั้น จึงราบเรียบกลายเป็ น ทโล่งเตียนไปหมด ี่ไม่มีอะไรเหลือ ต านาน (น.) มหึมา (ว.) มหาศาล (ว.) เหยียบย ่า (ก.) พระอิศวร (น.) เดือดร้อน (ก.) สาป (น.) ฤทธิ์(น.) [ริด] ท่าเตียน (น.) 典故 巨大 巨大,大量 践踏 湿婆 麻烦 诅咒 法力 卧佛寺旁边的码头 ภาพประกอบที่ 6 ยักษ์วัดแจ้ง VS เมื่อพระอิศวร (พระศิวะ) ได้ทราบเรื่องเนื่องจากมนุษยแ์ละสัตวท์ ั้งหลายในบริเวณนั้นเดือดร้อน จึงได้ลงโทษโดยการสาปให้ยักษท์ ั้ง 2 กลายเป็ นหิน แล้วให้ยักษว์ัดโพธิ์ทา หน้าที่ยืนเฝ้าหน้าพระอุโบสถ และให้ยักษว์ัดแจ้งท าหน้าที่ยืนเฝ้าพระวิหารวัดแจ้งเรื่อยมา ส่วนฤทธิ์จากการสู้รบของยักษ์ทั้งคู่ที่ท า ชุมชนละแวกนั้นราบเรียบ ท าให้ชาวบ้านพากันเรียกว่า "ท่าเตียน" เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้เพราะ เตียน หมายถึง พืน้ทโี่ล่งและราบเรียบ
73 เขี้ยวยาวกาง ตาโปน ใบหูหนาใหญ่ กระบองถือเป็นเอกลักษณ์ ที่ส าคัญของยักษ์ ปากหนา ฟันยื่น ลักษณะของยักษ์ <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< ลักษณะของยักษ์ตามความเชื่อที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาคือ มีความ อัปลักษณ์ทั้งปากหนา ฟันยื่น ตาโปน เขี้ยวยาวกาง ใบหูหนาใหญ่ร่างกาย ใหญ่โต มือถึงกระบอง ภาพพจน์ของยักษ์ในความรู้สึกของคนทั่วไปดูเป็นสิ่ง ดุร้าย น่ากลัว แต่เมื่อน ามาจัดสร้างขึ้นประดับตามวัดด้วยจินตนาการของ ช่างไทยและศิลปกรรมไทยกลับมีความงดงามประทับใจ จนเป็นสัญลักษณ์ ที่ส าคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย อัปลักษณ์(ว.) [อับ-ปะ-ลัก] ปากหนา (น./ว.) ฟันยื่น (น./ว.) ตาโปน (น./ว.) เขี้ยวยาวกาง (น./ว.) ใบหูหนาใหญ่ (น./ว.) กระบอง (น.) ภาพพจน์(น.) 丑陋的、邪恶的 嘴皮厚 牙外凸 眼球外翻 长獠牙 耳朵厚大 棍 形象 ภาพประกอบที่ 7 ยักษ์ทศกัณฐ์
74 Q. เสน่ห์ของวัดโพธ ิ์ม ี อะไรบ ้ างในสถานทแ ี่หง่น ี้ ตา นานยักษ์วัดโพธิ์เป็นอีกเสน่หช์วนเท่ียววัด ยักษ์ วัดโพธิ์มีความพิเศษต่างจากยักษ์ท่ัวไป คือ ยักษ์วัดโพธิ์ ตัวไม่โตอย่างทีค่ิด ขนาดความสูงประมาณ 175 เซนติเมตร เท่านั้น ยักษ์ทั้ง 4 ตนยืนเฝ้าประตูพระมณฑปอยู่ในตู้กระจก
75 ความร ู ้ เพม ิ่เตม ิ ท าไมใช้ส ิ งโตหน ิ เฝ้ าประต ู ค ุ ณร ู ้ หร ื อไม่ สิงโตหนิเฝ้าประตูของจีน 中国守门石狮子 ในความเชื่อของชาวจีน สิงโตเป็น “สัตว์มงคล” ได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชาแห่งสรรพสัตว์(动物之王)” เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและยังใช้ใน ความหมายของการคุ้มครอง ปกป้องขวางกั้นสิ่งชั่วร้าย ดังนั้นเมื่อชาวจีนต้องการ สร้างพระราชวัง คฤหาสน์(大厦) หรือบ้านเรือน จึงนิยมน าก้อนหินมาแกะสลัก เป็นสิงโตในรูปแบบต่างๆ แล้วน ามาวางไว้หน้าประตูใช้ขับไล่ภูตผีปีศาจและสิ่ง อัปมงคล นอกจากนี้สิงโตหินยังบ่งบอกถึงอา นาจราชศักดิ์ของฐานะของเจ้าของ สถานที่ เช่นบริษัทห้างร้านและส านักงานหลายแห่งที่ตั้งสิงโตคู่หน้าส านักงาน เพื่อ เสริมพลังแห่งอ านาจ ภาพประกอบที่ 8 สิงโตจีนจัตุรัสเทียนอันเหมิน ภาพประกอบที่ 9 สิงโตจีนหน้าบ้าน
76 แบบทดสอบระหว่างเรียน ให้ผู้เรียนเลือกคา ตอบที่ถูกต้องทสีุ่ดเพียงข้อเดียว 1. รามเกียรติฉบับ์ใดได้รับการประกาศยกย่องใครเป็น วรรณคดีแห่งชาติ(ความรู้ความจา ) ก. ฉบับสมัยอยุธยา ข. ฉบับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ค. ฉบับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ง. ฉบับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 2. ยกัษว์ดัโพธิ์ปัจจุบันสร้างขึ้นเมื่อใด (ความรู้ความจา ) ก. สมัยรัชกาลที่ 1 ข. สมัยรัชกาลที่2 ค. สมัยรัชกาลที่3 ง. สมัยรัชกาลที่4 3. ปัจจบุนัยกัษว์ดัโพธิ์อย่ทู่ีใด (ความรู้ความจา ) ก. หน้าพระอุโบสถ ข. หน้าหอไตรจตุรมุข ค. หน้าซุ้มประตูทางเข้าวัด ง. หน้าพระวิหารพระนอน 4. ยักษ์สีแดงมีชื่อว่าอะไร (ความรู้ความจา ) ก. มัยราพณ์ ข. พญาขร ค. แสงอาทิตย์ ง. สัทธาสูร 5. จากต านานยักษ์เหตใุดยกัษว์ดัโพธิ์กบัยกัษว์ดัแจง้จึงสกู้นั (ความเข้าใจ) ก. แย่งชิงพื้นที่วัด ข. แย่งชิงท่าเตียน ค. ยกัษว์ดัโพธิ์ไปทวงเงินจากยักษ์วัดแจ้ง ง. ยกัษ์วดัแจง้ไปทวงเงินจากยกัษว์ดัโพธิ์ 6. จากต านานยักษ์เหตุใดจึงเรียกบริเวณยักษ์สู้รบกันว่า “ท่าเตียน” (การวิเคราะห์) ก. เพราะบริเวณนี้ติดแม่น ้า ข. เพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่ร่องคู ค. เพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่ลุ่มดอน ง. เพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่เรียบเสมอกัน 7. อาวุธใดเป็นเอกลักษณ์ที่ส าคัญของยักษ์ไทย (ความรู้ความจา ) ก. ดาบ ข. กระบอง ค. ง้าว ง. ธนู 8.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะยักษ์(ความรู้ความจา ) ก. ตาโปน ข. ฟันยื่น ค. ปากหนา ง.ใบหูบางใหญ่ 9. ข้อใดเป็นราชาแห่งสรรพสัตว์(ความเข้าใจ) ก. ปี่เซียะ ข. เสือ ค. สิงโต ง. ช้าง 10. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของสัญลักษณ์สิงโตหินจีน (ความเข้าใจ) ก. อ านาจ ข. สิริมงคล ค. ความโชคดี ง. ความโหดเหี้ยม สแกนเพื่อทา แบบทดสอบ
77 บรรณานุกรม Shaoyun Xiao, และ China Guangzhou Foreign Language Institute. (2001). พจนานุกรมไทย-จีน = Thai Chinese dictionary. Beijing Commercial Press. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร. (2559). คู่มือนา เทยี่ววดัโพธิ.์สืบค้นจาก http://watpho.com/th/book/detail/318 ดิษฎิกษ์. (2554). เรื่องโบราณตา นานยกัษ์. กรุงเทพฯ: income. ทองต่อ กล้วยไม้. (2536). วัดอรุณราชวราราม (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: บริษัท ต้นอ้อ จ ากัด. บัณฑิต ลิ่วชัยชาญ, ณัฐพงศ์ ศิริวัฒนพิเชษฐ์, และ วารุณี โอสถารมย์. (2558). ประวัติศาสตร์วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม (พ.ศ. 2325-2411). กรุงเทพฯ: คณะสงฆ์วัดพระเชตุพน. ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. สืบค้นจาก https://dictionary.orst.go.th/index.php รื่นฤทัย สัจจพันธุ์. (2559). นามานกุรมรามเกียรติ์(พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: แสงดาว. วัชรี วัชรสินธุ์. (2551). วัดพระเชตุพน มชัฌมิประเทศอนัวิเศษในชมพูทวีป. กรุงเทพฯ: มติชน. วิญญู บุญยงค์. (2542). ยกัษ์ในรามเกียรติ. กรุงเทพฯ: 2020 เวิลด์ มีเดีย. ์ อรวรรณ ทรัพย์พลอย, และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร. (2559). วดัโพธิ์มรดกความทรงจา แห่งโลก (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
78 สารบัญภาพประกอบ ภาพประกอบ รูปภาพ ทมี่าของรูปภาพ ภาพประกอบที่ 1 ภาพเขียนจิตรกรรม ฝาผนงัรามเกียรติ์ ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 2 ตัวละครในรามเกียรติ์ ทศกัณฐ์ ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 3 พระมณฑป ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 4 ยกัษป์ระจา วดัโพธิ์ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 5 ตุ๊กตาจีน ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 6 ยักษ์วัดแจ้ง ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 7 ยักษ์ทศกัณฐ์ ถ่ายโดยผู้วิจัย ภาพประกอบที่ 8 สิงโตจีนจัตุรัสเทียนอัน เหมิน สืบค้นจาก https://kknews.cc/zhsg/history/6e5mjpq.html ภาพประกอบที่ 9 สิงโตจีนหน้าบ้าน สืบค้นจาก https://kknews.cc/zhsg/geomantic/j4xrm46.html
79 แบบทดสอบหลังเรียน ให้ผู้เรียนเลือกคำ ตอบที่ถูกต้องทสีุ่ดเพียงข้อเดียว 1. รัชกาลที่ 1 บูรณปฏิสงัขรณว์ดัโพธิ์ในช่วงเวลาใด (ควำมรู้ควำมจำ ก. ปี พ.ศ. 2332 - ปี พ.ศ. 2336 ข. ปี พ.ศ. 2332 - ปี พ.ศ. 2344 ค. ปี พ.ศ. 2336 - ปี พ.ศ. 2344 ง. ปี พ.ศ. 2375 - ปี พ.ศ. 2391 2. ข้อใดเป็นอาคารที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. พระวิหารคด ข. พระอุโบสถ ค. วิหารพระพุทธไสยาส ง. พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว 3. สถานที่ดังต่อไปนี้ข้อใดอยู่ในเขตสังฆาวาส (กำรวิเครำะห์) ก. พระอุโบสถ ข. หอระฆัง ค. พระมณฑป ง. กุฏิพระสงฆ์ 4. สภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มดอน ร่องคูหมายถึง (ควำมเข้ำใจ) ก. เป็นภูเขา ข. เป็นเกาะ ค. เป็นป่ าไม้ ง. เป็นที่ขรุขระ 5. ในสมยัใดวดัโพธิ์ไดร้บัการบรูณปฏิสงัขรณ์7 ปี 5 เดือน (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ข. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ค. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ง. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 6. พระพุทธเทวปฏิมากรสัมพันธ์กับข้อใด (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. พระมณฑป ข. พระอุโบสถ ค. พระวิหารคดทิศเหนือ ง. พระมหาเจดีย์ 7. ข้อใดเป็นลักษณะพิเศษของช่อฟ้า (กำรวิเครำะห์) ก. เป็นเครื่องบนที่อยู่สูงสุดในงานสถาปัตยกรรมไทย ข. มีลักษณะแบบทรงนาคในงานสถาปัตยกรรมไทย ค. มีลักษณะขนปีกของครุฑในงานสถาปัตยกรรมไทย ง. เป็นส่วนปลายสุดของปั้นลมในงานสถาปัตยกรรมไทย 8. วัดราชโอรสารามราชวรวิหารเป็นวัดประจ ารัชกาลใด (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. รัชกาลที่ 1 ข. รัชกาลที่2 ค. รัชกาลที่3 ง. รัชกาลที่4 9. ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกบัพระอโุบสถวดัโพธิ์ (กำรวิเครำะห์) ก. พระอุโบสถสร้างตามแบบศิลปะอยุธยาตอนต้น ข. พระอุโบสถเป็นสถานที่ประดิษฐานพระนอน ค. พระอุโบสถเป็นสถานที่ที่ท าสังฆกรรมทางพุทธศาสนา ง. พระอุโบสถพระนอนวดัโพธิ์แสดงถึงความเช่ือเรื่องจกัรวาล ทางพุทธศาสนา 10. ข้อใดไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตบริเวณพระอุโบสถ (ควำมเข้ำใจ) ก. พระระเบียง ข. พระมณฑป ค. พระเจดีย์ราย ง. พระวิหารคด สแกนเพื่อทำ แบบทดสอบ
80 16. พระนอนวดัโพธิ์สัมพันธ์กับรัชกาลใด (ควำมเข้ำใจ) ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ข. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ค. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ง. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 17. ส่วนใดของพระพุทธไสยาสน์เรียกว่าพระหนุ (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. คาง ข. เท้า ค. หน้า ง. ไรผม 18. พระพุทธรูปองค์ใดขอเรื่องความรักได้ (กำรวิเครำะห์) ก. พระพุทธไสยาสน์ ข. พระพุทธเทวปฏิมากร ค. พระพุทธรูปปางถวายเนตร ง. พระพุทธรูปปางป่ าเลไลยก์ 19. พระพุทธรูปปางปรินิพพานเป็นพระพุทธรูปประจ าวันใด (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. วันพุธ ข. วันอังคาร ค. วันจันทร์ ง. วันพฤหัสบดี 20. ภาพมงคล 108 ประการอยู่ส่วนใดของพระพุทธไสยาสน์ (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. พระหนุ ข. พระบาท ค. พระพักตร์ ง. พระกาย 11. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของเจดีย์(ควำมเข้ำใจ) ก. เจดีย์ย่อมุม ข. เจดีย์ปราสาท ค. เจดีย์ประจ ามุม ง. เจดีย์พระปรางค์ 12. เจดีย์ประเภทใดในวดัโพธิ์มีจา นวน 20 องค์ (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. พระเจดีย์ราย ข. พระมหาเจดีย์ ค. พระเจดีย์ปรางค์ ง. พระเจดีย์หมู่ห้า 13. พระมหาเจดีย์ใดสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 (กำรวิเครำะห์) ก. พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน ข. พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร ค. พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร ง. พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย 14. วดัโพธิ์มีเจดียป์ระเภทใดบ้างที่มีจ านวนเท่ากัน (ควำมเข้ำใจ) ก. พระเจดีย์ราย กับ พระเจดีย์ปรางค์ ข. พระเจดีย์ราย กับ พระเจดีย์หมู่ห้า ค. พระเจดีย์ปรางค์ กับ พระเจดีย์หมู่ห้า ง. พระเจดีย์ปรางค์ กับ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล 15. สวนป่ าเจดีย์วัดหลิงหยานสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยใด (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. สมัยราชวงศ์ถัง ข. สมัยราชวงศ์ชิง ค. สมัยราชวงศ์ซ่ง ง. สมัยราชวงศ์หมิง
81 21. รูปใดคือตุ๊กตาจีนนักบวช(ควำมเข้ำใจ) ก. ข. ค. ง. 22. เหตุใดในสมัยรัชกาลที่ 3 มีตุ๊กตาจีนเข้ามาใน ประเทศไทยมากที่สุด (กำรวิเครำะห์) ก. ความสัมพันธ์ไทย-จีนด้านศาสนา ข. ความสัมพันธ์ไทย-จีนด้านการเมือง ค. ความสัมพันธ์ไทย-จีนด้านการค้าขาย ง. ความสัมพันธ์ไทย-จีนด้านเทคโนโลยี 23. การขนส่งสิ่งใดไม่ต้องใช้ตุ๊กตาจีนถ่วงเรือ (กำรวิเครำะห์) ก. ผ้าแพร ข. เครื่องชา ค. เครื่องถ้วย ง. ข้าวหอมมะลิ 24. ถ้าคุณเป็นคนสมัยรัชกาลที่ 3 นั่งเรือมาจากเมืองจีน จะเห็นสินค้าใดบนเรือ (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. งาช้าง ข. ไม้แดง ค. ดินประสิว ง. จานลายดอกไม้ 25. รูปนี้เป็นตุ๊กตาจีนประเภทใด (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. รูปฝรั่ง ข. รูปนักบวช ค. รูปขุนนาง ง. รูปบุคคลทั่วไป 26. จารกึวดัโพธิ์สร้างขึ้นในสมัยใด (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ข. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ค. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ง. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 27. จารึกเรื่องการแพทย์แผนไทยอยู่ที่ใด (ควำมเข้ำใจ) ก. ศาลาราย ข. ศาลาการเปรียญ ค. พระระเบียงชั้นใน ง. พระระเบียงชั้นนอก 28.ข้อใดอยู่ในหมวดเวชศาสตร์ (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. ชาดก ข. ฉันท์ ค. เรือกระบวนแห่พระกฐิน ง. โคลงภาพฤษีดัดตน 29. ฉันท์อยู่ในจารึกหมวดใด (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. หมวดประเพณี ข. หมวดท าเนียบ ค. หมวดเวชศาสตร์ ง. หมวดวรรณคดีและสุภาษิต 30. ถา้คณุตอ้งการดจูารกึวดัโพธิ์คณุตอ้งไปที่จุดใด (ควำมเข้ำใจ) ก. หอไตรวดัโพธิ์ข. หอจดหมายเหตุ ค. ผนงัเสาวดัโพธิ์ง. พิพิธภณัฑว์ดัโพธิ์
82 31. สวนสมุนไพรวดัโพธิในปัจจุบัน์เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร (ควำมเข้ำใจ) ก. เขามอ ข. ศาลาราย ค. สวนมิสกวัน ง. เขาฤษีดัดตน 32. ฤษีนิยมบ าเพ็ญที่ใด (ควำมเข้ำใจ) ก. ในป่ า ข. ในวัด ค. ในบ้าน ง. ในโบสถ์ 33. ข้อใดไม่ใช่สมุนไพรที่ใส่ในลูกประคบ (กำรวิเครำะห์) ก.ขมิ้น ข. ตะไคร้ ค. หัวหอม ง. มะกรูด 34. รูปปั้นฤษีดัดตนในปัจจุบันสร้างในสมัยใด (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ข.พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ค. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ง. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 35. ท่าใดคือท่านอนคว ่า (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. ข. ค. ง. 36. ยักษ์แสงอาทิตย์มีสีอะไร (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. สีฟ้า ข. สีชมพู ค. สีแดง ง. สีเขียว 37. ปัจจุบันยกัษว์ดัโพธิ์มีทงั้หมดกี่ตน (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. 2 ตน ข. 4 ตน ค. 6 ตน ง.8 ตน 38. ความเชื่อเรื่องยักษ์ของไทยส่วนใหญ่มาจากไหน (ควำมรู้ควำมจำ ) ก. สิงโตจีน ข. รามเกียรติ์ ค. ตุ๊กตาจีน ง. มหากาพย์รามายณะ 39. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของยักษ์ได้ถูกต้อง (กำรวิเครำะห์) ก. ตาเล็กกลม ข. จมูกยาว ค. ใบหูบางใหญ่ ง. เขี้ยวยาว 40. รูปใดคือกระบอง (ควำมเข้ำใจ) ก. ข. ค. ง.