The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติของสัตว์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jakis2za, 2020-10-28 23:06:00

ประวัติของสัตว์

ประวัติของสัตว์

Keywords: ประวัติของสัตว์

จดั ทำโดย

ด.ญ. พรนภา ถาอุทก ม.2/1 เลขที่23

เรื่อง

ประวตั ขิ องสตั ว์

คำนำ

•หนงั สอื เล่มน้ีจัดทำข้ึนเพ่ือให้ควำมรู้
เกีย่ วกับประวตั ิของสตั วแ์ ตล่ ะชนิด

สำรบญั

1. สล๊อต
2. โคอำล่ำ
3. เมน่ แคระ
4. กระรอก
5. แฮม สเตอร์
6. แกสบี้

ประวตั ิของสลอต

สลอตมขี นาดตัวเทา่ กับสุนขั ขนาดกลาง โดยมีขนาดตวั 23 นิว้
หนักประมาณ 4 กิโลกรมั ลา้ ตัวปกคลุมด้วยขนสีเทาแกมน้าตาล
เข้มหรือนา้ ตาลอ่อน ภายในรา่ งกายมมี ัดกลา้ มเนื้อเพยี ง 25%
เท่านั้น ด้วยเหตนุ ้ีในหน้าหนาวพวกมนั จงึ ไม่สามารถทนต่อความ
หนาวได้มากนัก แมจ้ ะเป็นสัตว์ทด่ี ูอ่อนแอแตก่ รงเลบ็ ของ สลอต
กลบั แขง็ แรงมาก เพราะมคี วามยาว 3-4 นว้ิ จงึ ทา้ ใหส้ ามารถห้อย
ตัวอยบู่ นต้นไมไ้ ดแ้ บบสบาย ๆ แตจ่ ะเป็นอุปสรรคเมื่อพวกมนั ลงมา
ท่พี ื้นดนิ เลยท้าให้กลายเปน็ สตั วท์ เ่ี คล่ือนทชี่ ้าทส่ี ุดในโลก โดยใน 1
ช่ัวโมงมนั จะเคลือ่ นทีไ่ ด้แค่ 4.82 เมตรเท่านนั้ สลอต จะชอบหอ้ ย
ตวั อยบู่ นต้นไมส้ งู ๆ และทา้ กิจกรรมทุกอยา่ งบนตน้ ไม้ ไม่ว่าจะกนิ
นอน ผสมพนั ธุ์ หรอื แม้กระท่ังเมือ่ พวกมันตายก็ยงั จะห้อยโหนอยู่
บนต้นไม้อยู่ พวกมันจะลงมาเมื่อตอ้ งขบั ถา่ ยและเม่อื ตอ้ งลงไปใน
นา้ เทา่ น้นั นอกจากน้ี สลอต เป็นสัตว์ท่ีไม่ค่อยเข้าสังคม เพราะพวก
มนั ใช้เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการนอน โดยจะใช้เวลานอน 15-
20 ชวั่ โมงตอ่ วัน นอกจากนย้ี งั มีพฤตกิ รรมการเข้าสังคมทแี่ ปลก
ประหลาด เพราะการเข้าสงั คมของตัว สลอต นนั้ คือการทีพ่ วกมนั
นอนอยู่บนต้นไมต้ ้นเดียวกันเทา่ นนั้ เอง

ประวตั ิของโคอำลำ่

เป็นสตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนมมกี ระเปา๋ หนา้ ทอ้ ง จาพวกพอสซมั (ไมใ่ ชห่ ม)ี
ตวั เมยี จะมกี ระเปา๋ หนา้ ทอ้ ง สาหรบั ใหล้ กู ออ่ นอาศยั อยู่ จากการท่มี ี
ลโหคนักอึ่งษาณเลนาะ่อื "รงปูหจรราา่ือกงพห"หนบมา้หตตี ลา้นกั คไฐมลา"้ า้นโคยเปอสน็าตั ฟลวอาใ์ นสนตซบั รลิเะปอกน็ ลาู ซยหานุกมาดี นทึกกาดวใหาา่ บส้ 2รว่ 0รนพลใม์ห้าชีญนวี ปน่ติ มียิอามกีแวลชา่ นว้ ดิ"หในมี
ออสเตรเลยี ตอนใต้ เป็นโคอาลาขนาดยกั ษ[์ 4] โคอาลาทีอ่ ยทู่ างตอนใต้
จะมีขนาดใหญก่ วา่ ทอ่ี น่ื โดยตวั ผสู้ งู ประมาณ 30.8 น้ิว หรือ 78
เลซานทตอี่ เิ มยตทู่ รางใตนอขณนใะตท้ ตตี่ วัวั ผเมมู้ ยี นี สา้ งูหปนรกั ะเมฉาลณยี่ 2286นปวิ้ อหนดรอื์ ห7ร2อื เ1ซ1นกตโิ เิลมกตรรมั โคอา
ในขณะนา้ หนกั เฉลยี่ ของตวั เมยี อยทู่ ี่ 17.4 ปอนด์ หรอื 7.9 กิโลกรมั โค
อาลาทอ่ี ยทู่ างตอนเหนอื ตัวผมู้ นี า้ หนกั เฉลยี่ 14.3 ปอนด์ หรอื 6.5
อกกิโโิยลลทู่ กการรงมมััตอโใคนนอขใตณา้มละขีานนแา้ รทหกหี่นเนกักาเิดฉเหมลมนี ย่ี อืา้ ขหนอนขงกันตเแพวั กเยี ะมงยีบ0อร.ิเย5วทู่ ณก่ี ิโ1หล1ลก.2งั รจมัปะอมเทนขี ่านดนท์ หนั้ ห่ี รนโอืคาแอ5ลา.1ละยาทาว่ี
กว่าบรเิ วณทอ้ ง โคอาลาทอี่ ยทู่ างตอนเหนอื มขี นทส่ี นั้ กวา่ โคอาลามขี น
หนาทส่ี ดุ เมอื่ เทยี บกับสตั วม์ กี ระเปา๋ หนา้ ทอ้ งอืน่ ๆ ขนมสี เี ทา ถึง นา้ ตาล
บปรนเิเวหณลอืหมูงลี แกัลษะณมสี ะขเี ปาน็วปบยุรเิ วแณละคมาขีงนหสนขี า้ าอวกทยี่ แาลวะกดวา้ า่ นบหรนเิ วา้ ขณอองน่ืแขน–ขา ขน

ประวตั ิของเมน่ แคระ

เม่นแคระ หรอื ช่อื ไทยอื่นๆ ทเ่ี คยไดย้ ินคนเรียกขำนถึงสตั วช์ นดิ นี้กนั เช่น"เมน่ จว๋ิ " ,"
เมน่ สี " ,"ทุเรยี นเดนิ ได"้ ,"เงำะหนำม" ชือ่ เหล่ำน้ีลว้ นเกิดจำกลกั ษณะจุดเดน่ ของสตั ว์
ตัวน้ที ัง้ น้ันดว้ ยลำตวั ท่ีปกคลุมไปดว้ ยหนำมทัว่ ทง้ั ตวั หรือพฤติกรรมเพ่อื ปอ้ งกนั
ตัวเองจำกศตั รู ด้วยกำรขดตัวมว้ นกลมจนมองไมเ่ หน็ ขำ หรอื หนำ้ ตำ นอกจำก
หนำมรอบตัวเมน่ แคระถือว่ำเปน็ สตั ว์เล้ียงลูกด้วยนมขนำดเล็ก โตเตม็ ท่ีมขี นำด
ใกลเ้ คยี งกับหนูแกสปี้ หำกนิ ตำมพืน้ ดินอำหำรหลักคอื พวกแมลง หนอน สัตว์เลก็ ๆท่ี
อยู่ตำมพ้ืนดนิ ออกหำกินในตอนกลำงคนื และพักผ่อน หลบซอ่ นตัวเองจำกศตั รูใน
ตอนกลำงวันมีจดุ เด่นคอื ผวิ หนังดำ้ นบนจะปกคลุมด้วยหนำมแข็งๆทว่ั ทัง้ ตัว โดย
หนำมจะมีโทนสีท่ีแตกตำ่ งกันออกไปในแตล่ ะตัว สว่ นผิวหนงั ด้ำนลำ่ งสว่ นท้องของ
ลำตัวน้นั จะปกคลมุ ดว้ ยขนออ่ น มลี กั ษณะหยำบนิดหนอ่ ย ไมแ่ ขง็ เปน็ หนำมเหมอื น
ด้ำนบนสำหรับถน่ิ กำเนดิ จดุ เร่ิมตน้ ของสัตวช์ นิดน้ี มำจำกทวีปแอฟริกำ และมกี ำร
นำมำเลยี้ งเป็นสตั ว์เลี้ยง และ มีกำรพัฒนำสำยพันธ์กุ นั ในแถบยโุ รป อเมรกิ ำ จนทำ
ใหไ้ ดล้ ักษณะเม่นทแี่ ตกตำ่ งกันมำกมำย ทั้งในด้ำนของสหี นำมและลกั ษณะ
ภำยนอกอืน่ ๆ จนมีกำรตั้งช่อื และกำหนดลักษณะมำตรฐำนสีชอ่ื กนั ขน้ึ มำสำหรับ
ประเทศไทยน้นั เมน่ แคระไดถ้ กู นำเขำ้ มำเพอื่ เลี้ยงเป็นสตั ว์เล้ียงตำมบ้ำนเรือน
เช่นเดียวกัน ซง่ึ กถ็ ือวำ่ เป็นสัตวเ์ ลี้ยงที่มีจดุ เดน่ ของตัวเอง เลี้ยงง่ำย ดแู ลกง็ ำ่ ย อกี ทงั้
พืน้ ที่ ทใ่ี ชใ้ นกำรเลย้ี งกน็ อ้ ย และเร่อื งของอำหำรกำรกนิ ท่ีตอ้ งจดั เตรยี มใหเ้ ขำ กไ็ ม่
ย่งุ ยำกมำกนกั โดยเรำสำมำรถใหอ้ ำหำรแมวท่ีมีขำยอยู่ตำมทอ้ งตลำดท่ัวไปได้ แล้ว
อำจจะเสริมดว้ ยหนอนนก(อำหำรสุดโปรดของเมน่ แคระ) หรอื ผลไม้ที่มีรสหวำน

ประวตั ิของกระรอก

กระรอกเปน็ สตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนำ้ นม มีขนำดลำ้ ตวั เลก็ ขนปุยปกคลมุ ทวั่ ทง้ั รำ่ ยกำยอนั
ไนมด้อี วแ้ยงกๆศ่ขกย์ อร่องะยมรนัอ2กดตววนง้งศไตม์ำค,้กือกลมรPะโtรตอeมกroีหบนำิmง,เyปชiพิnน็ พมaeง้ัวคงฟไ์ ดสู แ้จำ้ ดัหกอร่ กบัยรกใู่ ะนำรรปอเรลกะยี้บเภงนิ กทแรสะลตั ระวอวฟ์ กงนัศทแง์ั้ Sทสะอcวงiงuชศนrก์iดิ nรนaะนั้ รeกอไ็กม่
มอี ะไรแตกตำ่ งกนั มำกครบั กระรอกตน้ ไม้ เป็นกระรอกทม่ี กั พบเหน็ ไดบ้ อ่ ยๆและคนุ้ เคย
กันเปน็ อยำ่ งดี มีหำงยำวเปน็ พวงสวยงำม มีกรงเลบ็ แหลมคมมำกๆ และมใี บหใู หญก่ วำ่
ชนิดอนื่ ๆ บำงชนดิ มปี อยขนทหี่ ู สว่ นกระรอกบนิ นน้ั จะมีพงั ผดื ขำ้ งลำ้ ตวั ส้ำหรบั กำงเพอื่
ร่อนจำกจดุ หนงึ่ ไปยงั อกี จดุ หนงึ่ มักเปน็ กำรหำกนิ ในตอนกลำงคนื มีตำสะทอ้ นแสงไฟ
กระรอกดนิ มักจะมรี ปู รำ่ งสน้ั และลำ้่ สนั กวำ่ กระรอกตน้ ไมท้ วั่ ไปเลก็ นอ้ ย มขี ำหนำ้
แขง็ แรงใชส้ ำ้ หรับกำรขดุ ดนิ หำงของกระรอกดนิ นน้ั จะสนั้ กวำ่ หำงของกระรอกตน้ ไม้
และไมฟ่ เู ปน็ พวงนกั และเชน่ เดยี วกบั สตั วฟ์ นั กดั แทะชนดิ อนื่ ๆ กระรอกจะมนี ว้ิ เทำ้ หลงั
ขำ้ งละ 5 นว้ิ และ นิ้วเทำ้ หนำ้ ขำ้ งละ 4 นวิ้ ตรงสว่ นทนี่ ำ่ จะเปน็ นวิ้ โปง้ จะกลำยเปน็ ปมุ่
นนู ๆ ซงึ่ ถกู พฒั นำใหเ้ หมำะสำ้ หรบั จบั อำหำรมำแทะกระรอกมขี นำดใหญเ่ ลก็ ตำ่ ง ๆ กนั
ไปตำมสำยพนั ธ์ุ และสำมำรถแบง่ ตำมขนำดได้ 3 กลุ่มคอื ขนำดใหญ่ เช่น พญำ
กระรอก ซึ่งมขี นำดใหญท่ ส่ี ดุ ในเมอื งไทยพบอยเู่ พยี ง 2 ชนิด คือ พญำกระรอกและ
พญำกระรอกเหลอื ง ซึ่งไดถ้ กู ขน้ึ บญั ชเี ปน็ สตั วป์ ำ่ คมุ้ ครอง ขนำดกลำง เชน่ กระรอก
หลำกสี กระจอ้ น และ ขนำดเลก็ เช่น กระเลน็ (กระถกิ ) ซึ่งเปน็ กระรอกทเี่ ลก็ ทส่ี ดุ ทพ่ี บ
ในประเทศไทย

ประวัตขิ องแฮมเตอร์

ตำมธรรมชำตแิ ฮมสเตอรจ์ ะอำศัยอยู่ในโพรงใต้ดิน และจะใชเ้ วลำในช่วง
ตอนกลำงวนั ในกำรนอนหลบั พกั ผ่อนและในตอน กลำงคืนจะออกหำกนิ ท่ี
เป็นเช่นน้กี เ็ น่อื งจำกภูมปิ ระเทศและภมู อิ ำกำศในประเทศซเี รยี ที่มลี กั ษณะ
เปน็ ดินแดนทะเลทรำย ในตอนกลำงวันจะมอี ณุ หภมู สิ งู มำก ซ่ึงผดิ กบั
ตอนกลำงคืนอุณหภูมิจะตำ่ ลง ด้วยลักษณะทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพำะตวั
ขสองิ่ ทงเี่อจย้ำูร่แอฮบมๆสตเตวั มอรันแ์ ถคำ้รเะรคำอืดมแู ขีลนเอำำดใตจัวใสเล่ม็กันนอำ่ ยรำ่ักงแดตี เ่คลอ่ี้ยนงดขพู้ำงวจกะมขันร้ี ดะแ้วยวงกบั
ควำมรกั กส็ ำมำรถสร้ำงควำมผกู พันกับเจำ้ ตวั นอ้ ยพวกนไี้ ด้ เพรำะมนั รูจ้ กั
ตอบสนองในทำงทด่ี ตี อ่ ผู้เลยี้ ง และหำกเรำเล่นกับเจำ้ ตวั นอ้ ยบ่อยๆ พวก
มนั กจ็ ะคุ้นเคยกบั เรำมำกขึ้นด้วยเหตุนเี้ องทีท่ ำใหเ้ จำ้ ตัวนอ้ ยเปน็ เพ่ือนท่ี
แสนดสี ำหรบั เรำได้ในยำมท่เี รำเหงำ เพรำะมันจะเล่นซนจนเรำเพลินตำ
สบำยใจเจ้ำตัวน้อยมกั ชอบอยตู่ วั เดียว และจะต่อสู้อยำ่ งไม่คิดชิวิต เมอื่ มี
ตัวอ่นื ทีแ่ ปลกหน้ำผำ่ นเขำ้ มำในอำณำเขตของมนั ส่วนเจ้ำตัวน้อยตัวผู้
และตวั เมียจะยอมคืนดกี ันในชว่ งฤดูผสมพนั ธุ์เท่ำนั้น มีนิสัยชอบนอนใน
ตอนกลำงวนั และตื่นในตอนกลำงคืนเพ่อื ออกไปหำอำหำรมำกกั ตนุ เอำไว้
อำหำรทเ่ี จำ้ ตัวนอ้ ยกนิ จะเป็นพวกเมลด็ พืช ธญั พชื และพวกผลไมต้ ำ่ งๆ
พวกมันเป็นสตั ว์อนำมัย รกั ควำมสะอำด มนั มักจะทำควำมสะอำดตวั เอง
เสมอๆ เจ้ำตัวนอ้ ยพวกน้ีจะอำศัยอยใู่ นโพลงใตด้ ิน ซงึ่ ในโพลงของพวกมัน
จะถูกแบ่งออกเปน็ ห้องต่ำงๆ ไดแ้ ก่ หอ้ งน้ำ ห้องเก็บอำหำร และหอ้ งเลยี้ ง
ลูกอ่อน ซง่ึ เจำ้ ตวั น้อยพวกนจี้ ะดูและทอ่ี ยขู่ องมันใหส้ ะอำดอยู่เสมอๆ

ประวัติของหนแู กส๊ บี้

จุดเรมิ่ ตน้ ของหนแู กสบ้นี น้ั ไดม้ กี ารขดุ คน้ พบซากฟอสซลิ สัตวฟ์ ันแทะในยคุ พาเลโอซนิ ี่ ประมาณ 57 ล้านปี
ในยุคนนั้ สัตวฟ์ นั แทะได้ววิ ัฒนาการรปู ต่างต่างๆมากมาย จนถึงยคุ 20 ล้านปี กอ่ นยคุ ไมโอซนิ ี ตอนกลาง
พบว่าตน้ ตระกูลของหนแู กสบพี้ บในประเทศอเมรกิ าใต้ หลงั จากนั้นเปน็ ต้นมาหนูแกสบี้ไดม้ กี ารพฒั นาเรอ่ื งมา
จากมหี ลากหลายสายพันธใุ์ นอดตี หนูแกสบ้ีอาศยั อยใู่ นปา่ และในถา้ จงึ เรยี กหนูแกสบี้เหลา่ นวี้ า่ “เควี่ปา่ ” (Wild
cavies) ได้พบหนแู กสบ้ีชนิดนอี้ าศยั อยรู่ วมกนั เปน็ กลมุ่ และเป็นเพอื่ นกบั มนษุ ยม์ านานแล้ว ประมาณ 10,000 ปี
ได้พบหลกั ฐานวา่ เควี่ปา่ ได้มกี ารววิ ัฒนาการจากสัตวป์ า่ มาเปน็ สตั วเ์ ลย้ี งนบั เปน็ เวลาหลายพันปโี ดยผพู้ บเหน็ คน
แรกคอื ชนชาตลิ ะตินอเมรกิ าในเขตประเทศอเมรกิ าตอนใตแ้ ละได้นา้ เควมี่ าทา้ อาหารและประมาณ 5000 ปี
กอ่ นครสิ ตกาลชาวอนิ คาไดน้ า้ เควี่มาเปน็ สตั ว์เลย้ี ง ใชเ้ นือ้ มาประกอบอาหารและนา้ ไปเปน็ เครอ่ื งไหว้ในพธิ ที าง
ศาสนาในปจั จบุ นั ยงั มกี ารนา้ เควมี่ าเป็น้ สตั วเ์ ลยี้ งและใชเ้ นื้อเปน็ อาหารและนา้ ไปใชเ้ ปน็ เคอื่ งไวใ้ นพธิ ที างศาสนา
อยจู่ ะพบมากในทวปี อเมรกิ าใตล้ มิ า่ เปรู ลาปาซ


Click to View FlipBook Version