อลหม่านปานคลา้ ย
คำนำ
หนงั สือเร่ืองส้ัน เรื่อง อลหมา่ นปานคลา้ ย เล่มน้ี เป็นส่วน
หน่ึงในการสร้างหนงั สืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ซ่ึงคณะผจู้ ดั ทา
ไดร้ ับมอบหมายให้จดั ทาเรื่องส้ันน้ีข้ึนตามความสนใจโดยบูรณา
การกบั วิชาภาษาไทย เน้ือหาในเล่มน้ีจะประกอบไปดว้ ยเน้ือหาท่ี
น่าสนใจและน่าติดตาม รวมไปถึงมีขอ้ คิดแฝงอีกดว้ ย
คณะผูจ้ ดั ทาขอขอบพระคุณ คุณครูดิสกร นินนาทโยธิน
ท่ีให้คาปรึกษา คาแนะนา ตลอดจนหนังสือเร่ืองส้ันเล่มน้ีสาเร็จ
ลุล่วงไปดว้ ยดี หากมีขอ้ ผิดพลาดประการใดก็ขออภยั มา ณ ที่น้ี
ดว้ ย
คณะผจู้ ดั ทา
น้องมะเหม่ียว เด็กสาวจากอาเภออมก๋ อย จังหวัด
เชียงใหม่ เธอเป็นคนท่ีมีจิตใจดีและใสซ่ือ เชื่อคนง่าย หูเบาบา้ งใน
บางครา เธอมุ่งมนั่ ต้งั ใจทาอะไรอยา่ งจริงจงั ไมเ่ คยย่อทอ้ ลกั ษณะ
เด่นของเธอคือ มีปานรูปหวั ใจที่ใจกลางหนา้ ผาก
เธอเดินทางเขา้ มาในเมืองกรุงเพื่อตามหาฝาแฝดท่ีพลดั
พรากจากกนั มาเกือบ ๒๐ ปี ถามว่าทาไมตอ้ งตามหาน่ะเหรอ….
เมื่อสัปดาห์ก่อนแม่พามะเหม่ียวไปหาหมอดู เอาจริง ๆ บา้ นเราก็
เป็นสายมูเหมือนกนั นะเนี่ย จึงทาให้มะเหมี่ยวไดร้ ู้วา่ เธอไม่ใช่ลูก
คนเดียวของแม่ แม่ของเธอมีแฝดพี่อีก ๑ คน จากน้ันไม่นานแม่
ของมะเหม่ียวก็ได้ลม้ ป่ วยลง มันทาให้มะเหม่ียวจึงกลับไปหา
หมอดูอีกคร้ัง แลว้ หมอดูก็ไดท้ กั เธอวา่ ควรรีบไปตามหาแฝดพ่ีท่ี
พลดั พรากจากกัน เพื่อเสริมดวงของแม่ให้ดีข้ึนและจะทาให้แม่
หายเป็ นปกติ ซ่ึงก่อนที่แม่จะล้มป่ วยลงแม่ได้ให้ดูรูปภาพของ
พ่ีสาวฝาแฝดพร้อมกบั ที่อยู่ของพี่สาว เธอจึงนึกข้ึนได้และรีบวิ่ง
ตรงไปยงั กลอ่ งเก่า ๆ กลอ่ งหน่ึง ซ่ึงในน้นั เก็บรูปแฝดพี่ของเธอไว้
เธอไม่รอชา้ รีบหยิบรูปน้นั ข้ึนมาและส่ิงท่ีทาใหเ้ ธอเอะใจคือ แฝด
พ่ีของเธอก็มีปานรูปดาวตรงกลางหน้าผาก เช่นเดียวกบั เธอที่มี
ปานกลางหนา้ ผากเป็นรูปหวั ใจ
3
มะเหมี่ยวไม่รอชา้ รีบบอกกับแม่ว่า “แม่เจา้ น้องไปตาม
หาป้ี เน้อเจา้ ถา้ น้องเจอป้ี แลว้ น้องจะฟ่ังปิ๊ กมาพร้อมกะป้ี เน้อเจา้
แม่อดทนไวก้ ่อนเน้อ” แม่ก็ตอบกลบั เธอไปวา่ “บ่ตอ้ งห่วงแม่ แม่
ยงั ไหว ลูกไปตามหาป้ี ห้ือปะเตอะ “ แมพ่ ูดอยา่ งน้ีแลว้ มะเหม่ียวก็
ไม่รอช้า เธอไดร้ ีบไปจองตวั๋ รถไฟ เพื่อเตรียมตวั ออกเดินทางใน
วนั รุ่งข้นึ
มะเหม่ียวได้เดินทางโดยการข้ึนรถไฟโบก้ีท่ี ๗ เวลา
๕.๔๕ น. เธอข้ึนมาอย่างทุลกั ทุเล เพราะเธอเป็ นเด็กสาวท่ีไม่เคย
เดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว และน่ียงั เป็นการข้ึนรถไฟตวั คน
เดียวคร้ังแรกของเธออีกด้วย เรื่องที่น่าต่ืนเต้นคือเธอได้ค้นพบ
เส้นทางธรรมชาติที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทุกอย่างต่างจากที่เธอ
เคยพบเห็นมาอย่างสิ้นเชิง มีท้งั วิวแม่น้า ป่ าไม้ ทาให้เธอต่ืนตาไป
ตลอดท้งั ทางรถไฟ และแลว้ เวลาก็ผ่านไป ๑๑ ชั่วโมง ตอนน้ีก็
เป็นเวลา ๑๗.๔๕ น. นี่ใกลท้ ี่ฟ้าจะมืดแลว้ สินะ
กา้ วแรกท่ีเธอเหยียบลงพ้ืนดินเมืองหลวง เธอได้พบว่า
เธอทารูปแฝดพ่ีของเธอตกลงไปยงั รางรถไฟ จากน้นั เธอก็รู้สึกถึง
ความหายนะที่กาลงั จะเกิดข้ึน เพราะดา้ นหลงั รูปของแฝดพี่มีที่อยู่
ของเธอเขียนไว้ ดังน้ันตอนน้ีเธอจึงไม่รู้ว่าต้องเริ่ มตามหา
4
อย่างไร เธอมองไปรอบตวั มีผคู้ นมากมายท่ีกระตือรือร้น เดินกนั
อยา่ งแข็งขนั ว่องไว ชนเธอบา้ ง แต่ก็กลบั เดินไปอย่างไม่มีอะไร
เกิดข้ึน เราก็ไดแ้ ต่คิดในใจแค่คาวา่ “สุมาเต๊อะ” มนั คงจะยากมาก
ใช่ไหมสาหรับคนเมืองกรุง ละที่เขาบอกเมืองหลวงเป็นเมืองแห่ง
ความเร่งรี บคงจะเป็ นเรื่ องจริ งสินะ
แต่ว่าตอนน้ีก็เร่ิมมืดแลว้ มะเหม่ียวว่าตอ้ งรีบหาห้องพกั
ก่อนดีกวา่ เธอเห็นป้ายตา่ ง ๆ มากมาย ลองเดินไปทางนูน้ ที ทางน้ี
ที หลงบา้ ง ไม่มีทางออกบ้าง แต่เธอก็ค่อย ๆ เดินมาเร่ือย ๆ จน
สามารถออกจากเขาวงกตน้ีได้ พร้อมกับอุทานข้ึนมาว่า “ไค่
เหน่ยบะเฮย้ ” ทาไมเส้นทางเมืองหลวงมนั ถึงไดไ้ กลขนาดน้ี พอ
เดินออกมาไดไ้ มไ่ กลก็เห็นป้ายท่ีทาใหเ้ ธอดีใจเพราะมนั คอื หอพกั
ราคาถูกเพียงคืนละ ๑๙๙ บาท มนั ทาให้เธอไม่สามารถหุบยิ้มกบั
ราคาแสนถกู ของหอพกั ได้
เธอรีบวิ่งตรงเขา้ ไปเพื่อสอบถามขอ้ มูลกบั พนักงาน แต่
กลบั สะดุดหินเล็กนอ้ ยก่อนที่จะเดินเขา้ ไป แต่ดีท่ียงั ไม่ถึงกลบั ลม้
แต่เกิดความเขินอายเล็กน้อย เธอยิ้มกลบเกลื่อนความเขินเมื่อครู่
หลงั จากท่ีสอบถามพนักงานแลว้ เธอถึงข้นั ตกใจว่า คืนละ ๑๙๙
บาท แต่ตอ้ งนอนรวมกบั คนอีก ๔ คน เราก็คิดกงั วลใจคนท่ีมาอยู่
5
ดว้ ยกบั เรา เขาจะเป็นคนดีไหม เขาจะทาอะไรไม่ดีกบั เรารึป่ าว ได้
แต่บ่นพึมพาไปคนเดียว แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก เธอจึงไดย้ อมเสีย
เงิน ๑๙๙ บาทของเธอไป พอเธอไดเ้ ขา้ ไปพกั เธอบิดกลอนประตู
พร้อมกบั คิดในใจ “ป้าดโทะฮกขนาด” เธอเห็นผหู้ ญิง ๓ คนกาลงั
เลน่ การพนนั พร้อมกบั ดื่มเคร่ืองด่ืมมึนเมา และสภาพหอ้ งที่เธอรับ
ไม่ได้ มีท้งั ขยะและเส้ือผา้ กองอยู่ที่พ้ืนเต็มไปหมด เธอไดแ้ ต่เขา้
ไปและทกั ทายดว้ ยคาว่า “สวสั ดีค่ะ” ดว้ ยน้าเสียงท่ีเกรงกลวั และ
ไม่สบายใจ เธอไดก้ ้าวขา้ วเขา้ ไปในห้องพร้อมกบั นากระเป๋ าไป
วางไวบ้ นเตียงของเธอ แตผ่ หู้ ญิงท้งั ๓ คนที่นงั่ เลน่ การพนนั กนั อยู่
น้นั ก็ไม่ไดส้ นใจเธอแมแ้ ต่นอ้ ย จากน้นั เธอก็รีบเขา้ นอนเพ่ือให้ถึง
วนั รุ่งข้นึ โดยเร็ว
พอวนั รุ่งข้ึนมีผูห้ ญิงหน่ึงใน ๓ คน มาทกั กบั เธอว่า เธอ
หนา้ เหมือนคนคนหน่ึงท่ีฉันเคยเจอเม่ือไม่นาน มะเหมี่ยวถึงกบั ดี
ใจจนพูดไม่ออก เพราะเธอคิดวา่ คนท่ีเขาพบน้นั จะตอ้ งเป็นพ่ีสาว
ฝาแฝดของเธออย่างแน่นอน เธอจึงรีบร้อนที่จะถามว่าเขาเคยเจอ
คนที่หน้าเหมือนเธอท่ีไหน และคาตอบที่เธอได้มาก็คือ เขาคือ
พนักงานเสิร์ฟอาหารท่ีร้านอาหารแห่งหน่ึง ณ ตึกใหญ่ใจกลาง
เมือง เธอร้อนรนรีบนั่งแท็กซี่ไปยงั ท่ีดงั กล่าว โดยท่ีไม่รู้เลยวา่ ค่า
มิเตอร์ไปถึงเท่าใดแลว้ พอถึงที่หมายเธอก็ตอ้ งตะลึงกับราคาอีก
6
คร้ัง เมื่อแท็กซ่ีบอกวา่ ราคา ๓๕๖ บาท เธอถึงกบั ร้องว่า “แปงหา
ป้อเตอะ” เธอคิดไม่ถึงเลยว่าการนั่งแท็กซี่จะเสียเงินมากขนาดน้ี
เพราะถา้ เป็นที่เชียงใหม่ นงั่ รถแดงแพงสุดเลยก็แค่ ๓๐ บาท แตม่ า
ท่ีเมืองหลวงกลบั เสียเงินเกือบ ๔๐๐ บาท เธออ้าอ้ึงแต่ก็ทาอะไร
ไมไ่ ดเ้ ช่นเคย เธอจึงยอมเสียเงินจานวนน้ีไป
เม่ือถึงจุดหมายก็ตอ้ งต่ืนตากบั ความยิ่งใหญ่อลงั การของ
ตึกแห่งน้ี เธอไดถ้ ามยามหน้าตึกว่า “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่า
หอ้ งอาหารอยู่ทางไหนเหรอคะ” ยามก็ไดต้ อบกลบั ไปว่า อยู่ช้นั ท่ี
๘ เธอจึงไม่รอชา้ รีบมุ่งหนา้ ไปที่ลิฟท์ จากน้นั ลิฟทก์ ็เคลื่อนข้นึ ไป
พอจะถึงช้ันที่ ๘ ลิฟ ท์ดันนิ่ งไม่ยอมเปิ ดออก เธอท้ังทุบ
ประตู ตะโกน “มีใครไดย้ ินม้ยั คะ ฉนั ติดอยู่ในลิฟท์ ช่วยดว้ ยค่ะ”
เม่ือเวลาผ่านไป ๕ นาที ลิฟท์ก็เปิ ดออก แลว้ เธอก็ได้เดินออกมา
พร้อมเดินสวนกบั คน ๆ นึงท่ีเธอเห็นเพียงเงาแต่ รู้สึกไดว้ ่ารู้จกั กนั
มาเนิ่นนาน เธอรีบกดลิฟท์ตามลงไปแต่ปรากฎวา่ ตามไม่ทนั แต่
เธอก็ไม่ยอ่ ทอ้ กลบั ไปยงั ห้องอาหารเพ่ือถามรายละเอียดเกี่ยวกบั
คนท่ีเธอเพ่ิงจะเดินสวนไป แต่เธอกลับหมดหวังอีกคร้ังเม่ือ
หอ้ งอาหารเขียนป้าย “ปิ ด” เธอจึงลงลิฟทม์ าดว้ ยหนา้ ตาท่ีน่าอาลยั
อาวรณ์ ภายในสีหนา้ ที่บ่งบอกอะไรหลาย ๆ อยา่ ง ท้งั เศร้า เสียใจ
7
หมดหวัง และเธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องทาอย่างไรต่อไป เธอเลย
ตดั สินใจเดินทางไปเร่ือย ๆ โดยที่ไมม่ ีจุดมุง่ หมาย
เธอไดล้ ว้ งลงไปในกระเป๋ ากางเกงของเธอพบว่าเหลือ
เงินเพียง ๕๐๐ บาท เธอจึงคิดว่าถา้ เป็ นแบบน้ีต่อไปน้ันจะทาให้
เธอไม่สามารถใชช้ ีวิตต่อในเมืองกรุงได้ ดงั น้นั เธอจึงเลือกไปที่จะ
หางานทาเพื่อดารงชีวิตให้รอด เธอกลบั ไปยงั ท่ีพกั ของเธอเพื่อ
ลองค้นหางานทางานกรุงเทพ เธอก็ได้ดีใจอีกคร้ังเม่ือเห็นว่า
ร้านอาหารที่เธอไปตามหาพ่ีสาวฝาแฝดของเธอน้ันเปิ ดรับสมคั ร
พนกั งานอยู่ เธอไม่รอชา้ รีบเขา้ นอนเพื่อใหถ้ ึงพรุ่งน้ีเชา้ เร็ว ๆ
พอวนั รุ่งข้ึนเธอก็รีบอาบน้า แต่งตัว เตรียมท่ีจะไปยงั
ร้านอาหารดงั กล่าว แต่คร้ังน้ีเธอไม่ข้ึนแท็กซี่แลว้ เธอเปลี่ยนจาก
แท็กซี่เป็ นรถไฟฟ้าซ่ึงเธอไดเ้ สียค่าเดินทางเพียง ๖๐ บาท แต่เอา
จริง ๆ การข้ึนรถไฟฟ้ายากกว่าการข้ึนรถแดงมาก ต้องมานั่งดู
เส้นทางเอาซะปวดตาไปหมดเลย พอถึงท่ีหมายก็ไม่รอช้า รีบไป
ยงั ห้องอาหารเพ่ือไปขอสมคั รงาน พร้อมกับมีคนพูดกับเธอว่า
“อา้ ว ลาออกไปเมื่อวานแลว้ ไม่ใช่เหรอ” เธอถึงข้นั ตะลึงเมื่อไดย้ นิ
คาน้ันออกมา พร้อมกบั ตอบไปว่า “อ๋อ ยงั ไม่เคยมาสมคั รงานเลย
นะคะ คนที่ลาออกไปอาจจะเป็ นพี่สาวฝาแฝดของฉันน่ะเจา้ เอย้
8
ค่ะ” แลว้ ถามต่อไปอีกวา่ ที่น่ียงั รับพนกั งานเพ่ิมอีกม้ยั คะ และสิ่ง
ท่ีผูจ้ ดั การพูดน้ันทาให้ฉันยิ้มไดอ้ ีกคร้ังเม่ือเขาไดพ้ ูดว่า “ก็ต้งั แต่
เม่ือวานท่ีชมพู่ลาออกไปกข็ าดพนกั งานดีเด่นไปเลย เธอทางานได้
ดีมาก มีความรับผิดชอบสูง เป็นท่ีรักของเพ่ือน ๆ ทุกคน” เธอคิด
ในใจพี่สาวฝาแฝดเราเป็นคนดีขนาดน้ีเลยเหรอเน่ีย และผจู้ ดั การก็
ไดพ้ ูดข้ึนมาอีกคร้ัง “ถา้ ไม่ติดปัญหาอะไรเร่ิมงานวนั น้ีเลยม้ยั จ๊ะ
ทางานท่ีน่ีเร่ิมตน้ ชว่ั โมงละ ๗๐ บาทนะ”
ฉนั ต้งั คาถามข้ึนมาอีกคร้ัง ถา้ คนไทยทางานวนั ละ ๘
ชว่ั โมง เราก็จะไดเ้ งิน ๕๖๐ ต่อวนั ฉันไม่รอช้าตอบตกลง พร้อม
ทางานวนั น้ีเลยค่ะ มีเสียงจากขา้ งหลงั วา่ “ลอ็ กเกอร์อยทู่ างนูน้ นะ
ชุดต่าง ๆ ก็อยู่ในน้ัน รีบเปล่ียนแลว้ มาทางานไดล้ ะ” ฉันเดินไป
ตามทางที่เขาบอก พบกบั ลอ็ กเกอร์ท่ีมีป้ายช่ือพร้อมรูปที่ติดไวบ้ น
ตู้ท่ีเป็ นรูปเดียวกับท่ีแม่ให้ไว้ โดยเขียนว่า ชมพู่ เธอได้ไปถาม
พนกั งานคนหน่ึงเก่ียวกบั ประวตั ิของชมพู่ และไดค้ าตอบกลบั มา
ว่า ชมพู่เป็ นคนท่ีดีมาก ๆ ขยนั แต่ว่าเธอเป็ นหน้ีเพราะพ่อติดการ
พนนั เธอตอ้ งทางานหาเงินมาใชแ้ ทนพ่อของเธอ และสาเหตุที่เธอ
ลาออกไปน้นั ก็คือ เจา้ หน้ีจะตามมาทวงหน้ีท่ีพ่อเธอก่อไว้ เธอเลย
ตอ้ งหนีไปท่ีอื่นสักพกั พอไดฟ้ ังเร่ืองท้งั หมดแลว้ เธอก็รู้สึก หดหู่
และสงสารพี่สาวฝาแฝดของเธอมาก ๆ แต่ทนั ใดน้ันไดย้ ินเสียง
9
คนเรียกชื่อ “ชมพู่” เธอจึงรีบหันไปดูและวิ่งตามไปทนั ที แต่น่า
เสียดายท่ี คนคนน้นั ไม่ใช่ชมพู่ที่เธอคิดไว้ เธอก็ไดแ้ ต่ผิดหวงั คร้ัง
และเดินกลบั ไปยงั ล็อกเกอร์แต่พบวา่ รูปและป้ายช่ือดนั หายไปเสีย
แลว้ ถามใคร ๆ ก็ไมม่ ีใครรู้
เอาเถอะวนั น้ีต้องเป็ นวนั ท่ีดีสิ วนั ทางานแรกต้องย้ิมให้
สดใสเขา้ ไว้ เห้อ…ฝื นยิ้มท้งั น้าตารึป่ าวนะ พอไดส้ ติกลบั มาเธอก็
เริ่มท่ีจะทางานโดยท่ีอยา่ งแรกคือการเสิร์ฟอาหาร เธอไดไ้ ปเสิร์ฟ
ที่โต๊ะ ๑๑ โดยเจ้าของโต๊ะก็ทาหน้าเคร่งเครียด เหมือนไปโมโห
กบั ใครมา แต่มะเหมี่ยวก็ไม่ไดส้ นใจอะไรเขา้ ไปเสิร์ฟดว้ ยหนา้ ตา
ที่ย้ิมแยม้ แจ่มใส แต่ทนั ใดน้ันลูกคา้ ก็พูดกับเธอข้ึนมาว่า “ทาไม
อาหารไม่ร้อนเลย” มะเหมี่ยวตอบไดเ้ พียงว่า “ไม่ทราบค่ะ ก็เพิ่ง
เอามาจากในครัวเลยนะคะ” ลูกคา้ ก็เถียงกลบั ไป “เพ่ิงเอามาแลว้
มนั จะไม่ร้อนไดอ้ ยา่ งไร มนั ตอ้ งร้อนสิ” พร้อมกบั เทอาหารลงพ้ืน
ต่อหนา้ เธอ ทาให้เธอหยดุ น่ิงไปชว่ั ขณะ แต่พอไดส้ ติมะเหม่ียวก็
ทาได้เพียง กล่าวแต่คาว่า “ขอโทษจริง ๆ นะคะคุณลูกค้า” แต่
มะเหม่ียวยงั โชคดีอยทู่ ่ีเพื่อนร่วมงานของเธอมาช่วยเธอไว้ เธอได้
แต่คิดทบทวนว่าเธอทาอะไรผิด เธอคิดแล้วคิดอีก เธอก็ไม่
สามารถรู้ตน้ เหตุของปัญหาที่เกิดข้ึนได้ เธอทอ้ แทม้ าก ไม่รู้จะทา
10
อย่างไรต่อไป ในสมองเธอตอนน้ีมีเพียงแต่อยากหาพ่ีชมพู่ให้เร็ว
ที่สุด และรีบกลบั บา้ นไปหาแม่
และเธอก็ต้งั ใจทางานต่อไปเร่ือย ๆ จนครบเวลางาน เธอ
พึมพาในใจว่า “อะหยงั อยู่ในเมืองมนั เหน่ยขนาดน้ีวะ” พร้อมกบั
ถอนหายใจยาว ๆ หลาย ๆ คร้ัง แต่ถึงแมเ้ ธอจะทอ้ เพียงใดแต่ใจ
เธอเป็นดงั เหลก็ กลา้ ท่ีไม่ยอมถอย “เอาวะ มาขนาดน้ีแลว้ ต่อไปให้
สุด ๆ เลยละกัน” สีหน้าของเธอกลบั มาดีข้ึน ค่อย ๆ กลับมาย้ิม
และค่อย ๆ เดินออกจากท่ีทางานกลับไปยงั ท่ีพัก เธอกลับไป
พร้อมกับเงินกอ้ นแรกจากการทางานวนั แรกในเมืองหลวง เป็ น
จานวนเงิน ๕๖๐ บาท เห้อ….. ๕๖๐ บาท เอาวะ อยา่ งนอ้ ยก็ดีกวา่
ไม่มีเงินติดตวั เลย จากน้ันเธอได้โน้มตวั ลงนอน พลิกด้านซ้ายที
ดา้ นขวาที แต่ทามนั กลบั ทาให้เธอนอนไม่หลบั และมวั แต่คิดเร่ือง
ท่ีเกิดข้ึนในวนั น้ี เหมือนภาพมนั หวนกลบั มาให้เธอคิด และไม่
สามารถสละความคิดออกไปไดเ้ สียที คิดไปคิดมาพอมองนาฬิกา
เท่าน้ันแหละ ๖โมงเชา้ แลว้ เธอสะดุง้ ลุกจากที่นอน พร้อมกบั พูด
วา่ “ห๊ะ!!!! นี่เฮาบ่ไดน้ อนท้งั คืนเลยกะเนี่ย” เธอรีบลุกไปอาบน้า
พร้อมกับตบหน้าตวั เองเบา ๆ เพื่อปลุกให้ร่างกายตื่นพร้อมท่ีจะ
ไปทางานในตอนเช้า แต่ก็ไม่เป็ นผลข้ึนเลย เธอมีหน้าตาที่ง่วง
ตลอดเวลา มองไกล ๆ นึกวา่ เธอกาลงั หลบั ตาเดินอยู่ ตาท้งั ๒ ขา้ ง
11
เธอเกือบจะชิดกนั จนจะมองไม่เห็นอะไรอยแู่ ลว้ เธอเอามือมาถ่าง
ตาไวเ้ ผอ่ื ไม่ใหม้ นั ปิ ด
จากน้นั เธอก็เตรียมตวั ท่ีจะข้ึนรถไฟฟ้าถึงแมว้ ่าเธอจะเคย
ข้นึ มาแลว้ แต่เธอก็ยงั คงสับสนกบั เส้นทางท่ีไม่คุน้ ชินอยู่ดี พอเธอ
กาลงั จะกา้ วขาข้ึนไปยงั รถไฟฟ้าทนั ใดน้นั เธอก็เห็นผหู้ ญิงร่างคุน้
ท่ีคลา้ ยกบั เธอไม่มีผิดเดินสวนลงมา เธอได้อ้าอ้ึงและเดินข้ึนไป
พอรู้ตวั อีกทีเธอก็ข้ึนมาอยู่บนรถแลว้ และไดแ้ ต่ตะโกนบอกว่า
“เปิ ดประตูก่อนค่ะ” คนทุกคนบนรถไฟฟ้าไดแ้ ต่หัวเราะเยาะเธอ
และเธอไดย้ นิ เสียงมาไกล ๆ วา่
“ยัยบ้ื อ มันเปิ ดได้ท่ี ไหนกันห ล่ะ ตะโกน ไปก็ไม่มี
ประโยชน์ เหอะ!!สงสยั จะเป็นบา้ นนอกเขา้ กรุงสินะ”
เธอไดย้ นิ ทุกคาพูดแต่กลบั ตอบโตอ้ ะไรไม่ได้ อยู่ดี ๆ ก็มี
น้าใส ๆไหลออกมาจากตาของเธอ เธอรีบนามือขา้ งขวาของเธอมา
ปัดมนั ออก ไม่ให้ใครเห็นว่าเธอกาลงั อ่อนแออยู่ เห้อ…เกือบแลว้
เชียว เกือบจะไดเ้ จอพี่ชมพู่แลว้ ถา้ เราไม่มวั แต่อ้าอ้ึงอย่ปู ่ าน้ีเราคง
ไดเ้ จอกบั พแี่ ละคงไดก้ ลบั ไปหาแมแ่ ลว้ แหละ
พอประตูเปิ ดก็มีคนมาเดินชนเธอ และมองค้อนใส่เธอ
เธอสันนิษฐานว่าคนคนน้ีแหละตอ้ งเป็ นคนท่ีพูดประโยคเมื่อก้ี
12
ข้ึนมาแน่ ๆ แต่เธอก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรแถมยงั กล่าวออกไป
“ขอโทษคะ่ ”
พอกลบั มานึกในใจ เราไม่ไดผ้ ิดนี่นา แต่ช่างมนั เถอะ คา
วา่ ขอโทษจากปากเรา มนั ไม่ไดพ้ ูดยากขนาดน้นั ใคร ๆ ก็พดู คาคา
น้ีได้ คนที่ไม่พูดเท่าน้ันแหละท่ีเป็ นคนแปลก เห้อ….เลิก ๆๆๆ
เลิกคิดมากได้แลว้ รีบไปทางานเถอะจะสายแลว้ เธอเดินไปได้
เพียง ๓กา้ ว แต่เธอกลบั หนา้ มืดจนทรุดลงไปตรงพ้ืน เวลาผ่านไป
สักพกั เธอฟ้ื นข้ึนมาที่ห้องพยาบาลของสถานี ซ่ึงภายในห้องเธอ
ไม่เจอใครเลย เธอถึงข้นั งง วา่ เธอมาอย่ทู ่ีนี่ไดอ้ ยา่ งไร ใครเป็นคน
พามา เธอมองรอบ ๆ แต่ไม่พบใครจริง ๆ เธอจึงเขียนจดหมาย
ขอบคุณโดยมีขอ้ ความวา่ “ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยฉันเอาไว้ ถา้
ไม่ไดค้ ุณฉันไม่รู้ตอนน้ีจะเป็นอยา่ งไรแลว้ ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ
นะคะ” และไดท้ ิ้งเบอร์โทรของเธอเอาไว้ “ถา้ คุณไดเ้ ห็นจดหมาย
ฉบบั น้ีแลว้ รบกวนติดต่อฉันดว้ ยนะคะ ฉันอยากตอบแทนจริง ๆ
ค่ะ” และวางจดหมายไวบ้ นเตียงนอน ก่อนท่ีเธอจะดูนาฬิกาและ
เห็นว่าตอนน้ีเป็ นเวลา ๑๒.๐๐ น. แลว้ ทางานสายแลว้ ๆ เธอเลย
รีบว่ิงเขา้ ไปที่ห้องอาหารก่อนจะเอ่ยคาว่า “ขอโทษจริง ๆ นะคะ
เป็นความผิดมะเหมี่ยวเองคะ่ ” แต่ผจู้ ดั การก็ไม่ไดว้ า่ อะไรเธอ และ
13
บอก “รีบไปทางานเถอะไป” เธอไดแ้ ต่อ้าอ้ึงและตอบรับเพียงคา
วา่ “คะ่ ”
เธอรีบไปเปลี่ยนชุดและทางานต่อไปเร่ือย ๆ จนครบเวลา
และเธอไดเ้ ดินไปบอกกบั ผูจ้ ดั การวา่ “วนั น้ีมะเหม่ียวทางานแค่ ๕
ชวั่ โมง ท้งั หมด ๓๕๐ บาทค่ะ” แต่ผูจ้ ดั การกลบั ยื่นเงินมา ๕๖๐
บาทเหมือนเดิม เธอถามกลบั ไป “ทาไมเป็ น ๕๖๐ บาทเหรอคะ
วนั น้ีทางานแค่ ๕ ชว่ั โมงเอง” ผจู้ ดั การตอบกลบั มาเพียง “เอาเถอะ
รับไปเถอะ รีบกลบั บา้ นซะนะ พกั ผอ่ นให้เพียงพอดว้ ย” เธอยนื งง
และตอบกลบั วา่ “ค่ะ ขอบคณุ คะ่ ” และค่อย ๆ เดินออกไป
ระหว่างทางมีเสียงโทรศพั ทด์ งั ข้ึน เป็ นเบอร์แปลกที่เธอ
ไม่เคยพบเห็น เธอจึงตดั สินใจกดรับและมนั ทาให้เธอยิม้ จนแกม้
ปริ เม่ือเสียงท่ีไดย้ ินเสียงคลา้ ยราวกบั เสียงของเธอ และคาแรกที่
เธอไดย้ ินคือ “มะเหมี่ยวใช่ม้ยั ” เธอรับตอบรับ และเธอก็ตอ้ งดีใจ
ที่อีกคนขานรับเธอออกมาว่า “เราคือชมพู่” เธอยิม้ พร้อมกบั น้าใส
ๆไหลออกตาของเธอท้งั ๒ ขา้ ง เธอปล้ืมปร่ิมจนพูดอะไรไม่ออก
และอีกฝ่ ายก็บอกกบั เธออีกคร้ังวา่ พรุ่งน้ีเราไปเจอกนั ที่ที่ทางาน
ของเราตอน ๘ โมงเช้านะ พร้อมกับสายท่ีตดั ไป มะเหม่ียวดีใจ
มาก จนทาอะไรไมถ่ ูกไดแ้ ตค่ ดิ วา่ เมื่อไหร่จะถึงวนั พรุ่งน้ีเสียที
14
เช้าวนั รุ่งข้ึน เธอรีบตื่นจากที่นอนและอาบน้าแต่งตวั เพ่ือ
จะพบพี่สาวฝาแฝดที่พลดั พราก และน่ังรถไฟฟ้าไปยงั ท่ีทางาน
ดว้ ยใบหนา้ ท่ียมิ้ แยม้ ตลอดท้งั ทาง พร้อมไปถึงต้งั แต่เวลา ๗.๓๐น.
แตเ่ ธอก็ยงั คงนง่ั รอตอ่ ไปจนถึงเวลานดั หมาย เวลาผา่ นไปเร็วอยา่ ง
กบั โกหกพอถึงเวลา ๘ โมง เธอก็ไดเ้ ห็นหนา้ พีส่ าวฝาแฝดของเธอ
เป็ นคร้ังแรก ราวกบั เธอกาลงั ส่องกระจกอยู่ เธอไดพ้ ูดกบั ตวั เอง
“น่ีเราไม่ไดฝ้ ันไปใช่ม้ยั ” เธอรีบสวมกอดแฝดพ่ีของเธอพร้อมกบั
น้าตาท้งั ๒ ขา้ งของเธอไหลออกมาเรากอดกนั อยูส่ ักพกั จนพ่ีสาว
ฝาแฝดของเธอเอ่ยข้ึนมาว่า “พอได้แล้วหายใจไม่ออกแล้ว” มี
คาถามลา้ นแปดอยใู่ นหัวแตเ่ ธอพูดออกมาไม่ไดส้ ักคา เธอเอ่ยถาม
“เป็นไงบา้ ง” “กวา่ จะเจอกนั ” “โคตรอยากเจอเลย” พ่ีของเธอบอก
กลบั ไป “ใจเย็นก่อนค่อย ๆ พูด” หลงั จากน้ันพวกเราพูดกนั ยาว
จนลืมไปเลยว่าส่ิงสุดทา้ ยที่ตอ้ งทาคือพาพี่กลบั ไปหาแม่ให้เร็ว
ที่สุด จากน้ันพวกเขาท้ัง ๒ คนก็รีบไปจองตวั ภายในเยน็ วนั น้ัน
และเดินทางกลบั ไปยงั อมก๋อยโดยเร็ว เวลาผ่านไปเร็วมาก พวก
เรา ๒คนคยุ กนั ไม่หยุดไมห่ ยอ่ น คยุ กนั จนไม่มีเรื่องจะพูดแลว้ พอ
รู้ตวั อีกท่ีก็พบว่ารถไฟจอดอยู่ที่สถานีเชียงใหม่แลว้ เราท้งั ๒ ย้ิม
ใหก้ นั และเดินลงรถไปดว้ ยความตื่นเตน้ จากน้นั ไม่นานพวกเราก็
15
นั่งรถประจาทางไปยงั บา้ นเกิดของมะเหม่ียว นาทีประทับใจก็
เกิดข้ึน
แม่ออกมายืนรับเราท้งั ๒ คนอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกบั ว่ิงเขา้ มา
กอดพวกเราท้งั ๒ คน และคาคาเดียวที่แมพ่ ดู ออกมาคอื “แมค่ ิดถึง
ลูก ๆ ท้งั ๒ มาก ๆ เลยนะ” จากน้ันแม่พาพ่ีไปเก็บกระเป๋ า และ
ทากบั ขา้ วให้กิน พวกเราน่ังคุยกนั อีกคร้ัง จนทาให้ฉันได้รู้ความ
จริงว่า แม่ไม่ไดป้ ่ วย และ แม่หมอท่ีแม่ไปหาไม่ใช่แม่หมอจริง
เป็ นแค่เพ่ือนแม่ท่ีแกลง้ มาหลอกฉันให้ฉันออกตามหาพ่ี แม่และ
เพื่อนของแม่รวมหวั กนั หลอกฉัน ฉันอ้ึงและพูดอะไรไม่ออก มนั
มีหลายความรู้สึกในเวลาเดียว ฉนั คิดในใจ “มนั อาจจะดีแลว้ ก็ได้
ท่ีเป็ นแบบน้ี แต่ทาไมแม่ไม่ห่วงความรู้สึกฉันเลย ฉันต้องเจอ
อะไรบา้ งในการตามหาพ่ี มนั ยากลาบากขนาดไหน แต่มนั อาจจะ
คุม้ แลว้ ก็ได”้ ฉนั คิดเร่ืองน้ีอยู่นานจนในท่ีสุดฉนั ไดพ้ ูดตรง ๆ กบั
แม่และแฝดพี่ของฉัน “แม่คะ แม่คิดถึงความรู้สึกของหนูบ้าง
ไหม” แม่ไม่ลงั เลและรีบตอบกลบั ไป “คิดสิ ที่แม่ทาแบบน้ีเพราะ
แม่อยากให้ลูกไดเ้ จอกบั ประสบการณ์ใหม่ ๆ แม่ไม่เคยอยากเห็น
ลูกลาบาก” ฉันทาได้แค่กอดแม่ บอกกับเขาว่า “ถึงมันจะเป็ น
ประสบการณ์ใหม่ แต่มันก็เป็ นความทรงจาดี ๆ ที่ทาให้เราได้
เรียนรู้ และตอ้ งรู้จกั การรับมือกบั ส่ิงต่าง ๆ ” และเรื่องทุกอย่างก็
16
ถูกคลี่ปมออกไปดว้ ยดี สามแม่ลูกคุยกนั อยา่ งสนิทสนมและพูดคุย
แลกเปล่ียนความรู้สึกกนั ท้งั สามมีความสุขมาก ทุกคนพูดในสิ่งท่ี
ตวั เองคิด มีอะไรก็พูดออกมา มนั ทาให้เหมือนมีคนที่รับฟังและ
ทุกคาพูดทาให้รู้สึกว่า ไม่เคยมีใครทอดทิ้งเราโดยเฉพาะคนใน
ครอบครัว
17
สมาชิกกลุ่ม
๑.นางสาวชลนั ภรณ์ ถากวา้ ง เลขท่ี ๘
๒.นางสาวจรรยพร สุ่นทอง เลขที่ ๙
๓.นางสาวณิชารีย์ พรมดา เลขที่ ๒๐
๔.นางสาวนภสร จนั ทร์ตา เลขท่ี ๒๗
๕.นางสาวนภสั นนั ท์ ไชยอมั พรจิตร เลขท่ี ๒๘
๖.นางสาวโรจนรัตน์ วงศก์ ระจ่าง เลขท่ี ๒๙
๗.นางสาวภทั รพร เมืองธรรม เลขท่ี ๓๑
๘.นางสาวอสมา หลอดทอง เลขท่ี ๓๓
๙.นางสาวภณั ฑิรา แกว้ กาบคา เลขที่ ๓๘
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๖/๙