รายงาน จังหวัดเลย จัดทำโดย นางสาวกุลนันทน์ ทองดี นักศึกษาชั้น ปวช.๒ นำเสนอ `นายธนกฤต วงตาขี่ รายงานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ วิทยาลัยเทคนิคนครพนม
ก คำนำ รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา…….ระดับชั้น ปวช.๒ เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ใน รายงานเรื่อง จังหวัดเลยและได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่อง นี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ นางสาวกุลนันทน์ ทองดี วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
ข สารบัญ เรื่อง หน้า ประวัติศาสตร์ 1 อำเภอในจังหวัดเลยทั้ง 14 อำเภอ 2 การปกครองส่วนท้องถิ่น 3 กลุ่มเชื้อชาติประชากร 3 - 4 ภาษาของคนจังหวัดเลย 4 ภูมิศาสตร์ 5 ที่ตั้งและอาณาเขต 5 ลักษณะภูมิประเทศ 5 ลักษณะภูมิอากาศ 5 - 6 สัญลักษณ์ประจำจังหวัด 6 หน่วยการปกครอง 7 แผ่นที่ 8 การขนส่ง 9 ทางหลวงแผ่นดิน 9 -10 ถนน 10 แหล่งท่องเที่ยว 10 -11 สวนสาธารณะ/สวนพฤกษศาสตร์ 11 แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ 11 -12 พระตำหนักที่สำคัญ 12 สนามกีฬา 12 ประเพณีผีตาโขน 12 -13 การศึกษา 13 -14 พระภิกษุ/บุคคลที่มีชื่อเสียง 14 นักแสดง/บุคคลมีชื่อเสียง 14 -15 บรรณานุกรม 16
ค
1 ประวัติศาสตร์ ก่อตั้งโดยชนเผ่าไทยที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษที่ก่อตั้งอาณาจักรโยนกเชียงแสน โดยพ่อขุนบาง กลางหาวและพ่อขุนผาเมือง (เชื่อถือกันว่าเป็นเชื้อสายราชวงศ์สิงหนวัติ) ได้มีผู้คนอพยพจากอาณาจักรโยนก เชียงแสนที่ล่มสลายแล้ว ผ่านดินแดนล้านช้าง ข้ามลำน้ำเหืองขึ้นไปทางฝั่งขวาของลำน้ำหมันถึงบริเวณที่ราบ พ่อขุนผาเมืองได้ตั้งบ้านด่านขวา (ปัจจุบันอยู่ในบริเวณชายเนินนาด่านขวา ซึ่งมีซากวัดเก่าอยู่ในแปลงนาของ เอกชน ระหว่างหมู่บ้านหัวแหลมกับหมู่บ้านนาเบี้ย อำเภอด่านซ้าย) ส่วนพ่อขุนบางกลางหาวได้แบ่งไพร่พล ข้ามลำน้ำหมันไปทางฝั่งซ้าย สร้างบ้านด่านซ้าย ต่อมาจึงได้อพยพเลื่อนขึ้นไปตามลำน้ำไปสร้างบ้านหนองคู และได้นำนามหมู่บ้านด่านซ้าย มาขนานนามหมู่บ้านหนองคูใหม่ เป็น "เมืองด่านซ้าย" อพยพไปอยู่ที่เมืองบาง ยางในที่สุด โดยมีพ่อขุนผาเมืองอพยพผู้คนติดตามไปตั้งเมืองราด (เชื่อว่าเป็นเมืองศรีเทพ อยู่ในท้องที่อำเภอ ศรีเทพและอำเภอวิเชียรบุรีจังหวัดเพชรบูรณ์) และตั้งเมืองด่านซ้าย เป็นเมืองหน้าด่านทางตะวันออกของ เมืองบางยาง นอกจากนี้แล้ว ยังมีชาวโยนกอีกกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาตั้งบ้านเรือนระหว่างชายแดนตอนใต้ของอาณา เขต ล้านนา ต่อแดนล้านช้างอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะอพยพหนีภัยสงครามข้ามลำน้ำเหืองมาตั้งเมือง เซไลขึ้น (สันนิษฐานว่าอยู่ในท้องที่หมู่บ้านทรายขาว ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง) จากหลักฐานในสมุดข่อย ที่มีการค้นพบ เมืองเซไลอยู่ด้วยความสงบร่มเย็นมาจนกระทั่งถึงสมัยเจ้าเมืองคนที่ 5 เกิดทุพภิกขภัย ข้าวยาก หมากแพง ฝนฟ้าไม่ตก จึงได้พาผู้คนอพยพไปตามลำแม่น้ำเซไลถึงบริเวณที่ราบระหว่างปากลำห้วยไหลตกแม่ เซไล จึงได้ตั้งบ้านเรือนขึ้นขนานนามว่า "บ้านแห่" (บ้านแฮ่) ส่วนลำห้วยให้ชื่อว่า "ห้วยหมาน" ในปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพิจารณาเห็นว่า หมู่บ้านแฮ่ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่ง ห้วยน้ำหมาน และอยู่ใกล้กับแม่น้ำเลย มีผู้คนเพิ่มมากขึ้น สมควรจะได้ตั้งเป็นเมือง เพื่อประโยชน์ในการ ปกครองอย่างใกล้ชิด จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็นเมืองเรียกชื่อตามนามของแม่น้ำเลย ว่า เมืองเลย ขึ้นต่อเมืองเพชรบูรณ์อีกทีหนึ่ง ต่อมา พ.ศ. 2440 ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะ ปกครองพื้นที่ ร.ศ. 116 แบ่งการปกครองเมืองเลยออกเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่ (เดิม ตำบลอาฮีเป็นอำเภอ แต่ถูกลดบทบาทลงเป็นตำบลเพราะอยู่ใกล้กับแม่น้ำเหือง เป็นผลมาจากการเสียดินแดน ให้ลาวโดยประเทศฝรั่งเศส) อำเภอนากอก (ปัจจุบันอยู่ในประเทศลาว) อำเภอที่ตั้งเมืองคือ อำเภอกุดป่อง ต่อมา พ.ศ. 2442-2449 ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเลยเป็น บริเวณลำน้ำเลย พ.ศ. 2449-2450 เปลี่ยนชื่อบริเวณลำ น้ำเลยเป็นบริเวณลำน้ำเหือง และใน พ.ศ. 2450 ได้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2450 ยกเลิกบริเวณลำน้ำเหือง ให้คงเหลือไว้เฉพาะ "เมืองเลย" โดยให้เปลี่ยนชื่ออำเภอกุดป่อง เป็น "อำเภอเมืองเลย" ในปี พ.ศ. 2445 กรมมหาดไทย นำใบบอกพระยาสุริยวงษา เจ้าเมืองหล่มศัก กราบบังคมทูลว่ามีตรา พระราชสีห์โปรดเกล้าฯ ขึ้นไปว่า เมืองเลย เมืองแก่นท้าว เมืองขึ้นเมืองเพชรบูรณ ร้องกล่าวโทษเมืองเพชร
2 บูรณ จึงโปรดให้เมืองหล่มศักดูแลเมืองเลย เมืองแก่นท้าว ไปจนกว่าคดีจะแล้วเสร็จ ในกรณีนี้พระยาสุริยวงษา เห็นว่าพระศรีสงคราม เจ้าเมืองเลย ชราภาพ อายุ 80 ปี เกรงจะรับราชการต่อไปไม่ได้ จึงได้ขอพระราชทาน เลื่อนขึ้นเป็นจางวางกำกับดูแลราชการ และได้ขอพระราชทานท้าววรบุตร ว่าที่อุปฮาด เป็นพระศรีสงครามเจ้า เมืองเลย รับราชการฉลองพระเดชพระคุณต่อไป ที่ตั้งและอาณาเขต จังหวัดเลยตั้งอยู่ทางตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 11,424.612 ตารางกิโลเมตร หรือ 7,140,382 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 6.77 ของพื้นที่ในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ มีระยะทางจากกรุงเทพมหานคร 540 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงไชยบุรีและแขวงเวียงจันทน์ประเทศลาว โดยมีแม่น้ำโขงและแม่น้ำ เหืองไหลกั้นพรมแดนระหว่างกัน • ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองบัวลำภู • ทิศใต้ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดเพชรบูรณ์ • ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพิษณุโลก อำเภอในจังหวัดเลยทั้ง 14 อำเภอ 1) เมืองเลย 2) นาด้วง 3) เชียงคาน 4) ปากชม 5) ด้านซ้าย 6) นาแห้ว 7) ภูเรือ 8) ท่าลี่ 9) วังสะพุง 10) ภูกระดึง 11) ภูหลวง 12) ผาขาว 13) เอราวัณ
3 14) หนองหิน การปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเลยมีทั้งหมด 101 แห่ง ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วน จังหวัด 1 แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย, เทศบาลเมือง 2 แห่ง คือ เทศบาลเมืองเลย และเทศบาล เมืองวังสะพุง, เทศบาลตำบล 27 แห่ง, และองค์การบริหารส่วนตำบล 101 แห่ง กลุ่มเชื้อชาติประชากร ชาวไทเลย ไทเลย เป็นชื่อเรียกคนเมืองเลย ในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า คนเมืองเลยคือกลุ่มชนที่อพยพจาก ชายแดนตอนเหนืออาณาจักรสุโขทัย ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากไทหลวงพระบาง เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเซไล (บ้านทรายขาว อำเภอวังสะพุง ปัจจุบัน) ในปีพ.ศ. 2396 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่บ้าน แห่ (บ้านแฮ่ปัจจุบัน) ได้ตั้งบ้านเรือนเรียกว่าเมืองเลย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมืองเลยก็รวมตัวกันเป็นเมือง ใหญ่ โดยการรวมตัวของ อำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่ ซึ่งขึ้นกับมณฑลอุดร อำเภอด่านซ้าย ซึ่งขึ้นกับมณฑล พิษณุโลก เมืองเชียงคาน ซึ่งขึ้นกับเมืองพิชัย อำเภอต่าง ๆ เหล่านี้จึงโอนขึ้นกับเมืองเลยทั้งหมดตั้งแต่ พ.ศ. 2450 เป็นต้นมา ชาวไทเลยจะมีนิสัยใจคอเหมือนกับชนเชื้อชาติโบราณซึ่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากดั้งเดิม มีสำเนียง พูดที่แปลกและนิ่มนวล พูดสุภาพและไม่ค่อยพูดเสียงดัง กิริยามารยาทดีงาม อารมณ์เยือกเย็นไม่วู่วาม มีนิสัย รักความสงบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักถิ่นที่อยู่ไม่ค่อยอพยพไปอยู่ที่อื่น ส่วนทางด้านวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบ ทอดต่อกันมา ได้แก่ “ฮีตสิบสอง–คองสิบสี่” คือการทำบุญตามประเพณีทั้งสิบสองเดือนของแต่ละปี บ้านชาวไทเลยเป็นเรือนหลังใหญ่ ยกพื้นสูงมีระเบียงหรือชานยื่นออกมาหน้าเรือน มีเรือนครัวซึ่งส่วน ใหญ่จะสร้างแยกต่างหากโดยมีชานต่อเชื่อมติดกัน สำหรับหลังคาของเรือนนอนมุงด้วยหญ้าคาหรือไม้แป้นเก็ด ฝาเรือน พื้นเรือนนิยมทำด้วยไม้แผ่นเรียกว่า ไม้แป้น ส่วนเสาจะใช้ไม้เนื้อแข็งเป็นต้นๆ หรืออิฐก่อเป็นเสาใหญ่ มีบันไดไม้พาดไว้สำหรับขึ้นลง ส่วนเรือนครัวมุงด้วยหญ้าคา ฝาและพื้น จะนิยมทำด้วยฟากไม้ไผ่สับแผ่ออกเป็น แผ่น และเสาจะทำด้วยไม้เนื้อแข็งเช่นกัน จังหวัดเลย มีคนพื้นเมืองที่มีเชื้อชาติไทย ซึ่งเรียกตัวเองว่า ไทเลย เป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ ก็มีคนเชื้อชาติจีน ชาวเขา ไทดำ ไทพวน ชาวไทดำ ชาวไทดำหรือไทยทรงดำอพยพมาจากแคว้นพวน ในประเทศลาวปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านั้นอยู่ที่แคว้น สิบสองจุไท ซึ่งเป็นบ้านเกิดเดิมของชาวไทดำ ในอดีตแคว้นสิบสองจุไทเป็นเขตอาณาจักรสยาม ปัจจุบันอยู่ใน ประเทศเวียดนาม เมื่อปีพ.ศ. 2417 เมื่อพวกฮ่อยกกำลังมาตีเมืองเชียงขวาง ซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญในแคว้น พวน จึงได้เริ่มอพยพลงมาตามเส้นทางเรื่อยๆ จนได้มาพักที่บ้านน้ำก้อใหญ่ ตำบลน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก จังหวัด
4 เพชรบูรณ์ต่อมามีชาวไทยดำกลุ่มหนึ่ง ได้เดินทางข้ามแม่น้ำโขง ไปยังบ้านน้ำกุ่ม แขวงเวียงจันทน์ แต่ในขณะ นั้นเขตเวียงจันทน์มีปัญหาการเจรจากับฝรั่งเศส ไทดำจึงข้ามแม่น้ำโขงกลับมาตั้งหมู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขา แก้ว อำเภอเชียงคาน ซึ่งเป็นถิ่นฐานดั้งเดิม และถาวรจนถึงปัจจุบัน ที่หมู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน เมื่อปีพ.ศ. 2438 มี 15 ครัวเรือน ปัจจุบันชาวไทดำ มีจำนวน 825 ครัวเรือน มีอาชีพส่วน ใหญ่ทางการเกษตรกรรม ชาวไทพวน ชาวไทพวน ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านบุฮมและบ้านกลาง อำเภอเชียงคาน จากถิ่นฐานเดิมที่ เมืองเตาไห หลวงพระบาง ประเทศลาว เมื่อครั้งพวกจีนฮ่อ กลา เวียง รุกรานเมืองเตาไห ชาวไทใต้ ชาวไทใต้อพยพมาจากภาคอีสานเข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดเลย ส่วนใหญ่มาจากจังหวัด กาฬสินธุ์จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดยโสธร เมื่อ พ.ศ. 2506 จะพบชาวไทใต้จำนวนมากที่อำเภอ เอราวัณ และอำเภอนาด้วง ภาษาพูด แตกต่างจากภาษาไทเลย เพราะได้สืบทอดมาจากถิ่นเดิมของตน เช่น ภาษาไทยอีสาน ภาษาถิ่นอุบล ภาษาไทยโคราช ภาษาของคนจังหวัดเลย มีสำเนียงภาษาแตกต่างจากภาษาพูดของคนในจังหวัดภาคอีสานอื่น ๆ เพราะกลุ่มคนที่อาศัยปัจจุบันนี้ มีประวัติการอพยพเคลื่อนย้ายจากเมืองหลวงพระบางแห่งอาณาจักรล้านช้างต่อมาต้นพุทธศตวรรษที่ 23 ชาว หลวงพระบางและชาวเมืองบริเวณใกล้เคียงที่อพยพมาเมืองเลยได้นำวัฒนธรรมด้านภาษาอีสานถิ่นอื่นเข้ามา ด้วย โดยภาษาเลยนั้นจัดอยู่ในกลุ่มหลวงพระบางอันประกอบด้วยภาษาเมืองแก่นท้าว ภาษาอำเภอด่านซ้าย และภาษาอำเภอเมืองเลย ดังนั้นสำเนียงพูดของชาวไทเลยจึงมีลักษณะการพูดเหมือนชาวหลวงพระบาง แต่ บางพยางค์ออกเป็นเสียงสูงคล้ายสำเนียงพูดของชาวปักษ์ใต้ ฟังดูไพเราะนุ่มนวลจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคน เมือง ส่วนคนในวังสะพุงจะพูดเสียงห้วนกว่าชาวเลยถิ่นอื่น
5 ภูมิศาสตร์ ที่ตั้งและอาณาเขต จังหวัดเลยตั้งอยู่ทางตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 11,424.612 ตารางกิโลเมตร ห รือ 7,140,382 ไร่ ห รือป ระม าณ ร้อยละ 6.77 ของพื้ น ที่ ใน ภ าค ตะวันออกเฉียงเหนือ มีระยะทางจากกรุงเทพมหานคร 540 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงไชยบุรีและแขวงเวียงจันทน์ประเทศลาว โดยมีแม่น้ำโขงและแม่น้ำ เหืองไหลกั้นพรมแดนระหว่างกัน • ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองบัวลำภู • ทิศใต้ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดเพชรบูรณ์ • ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพิษณุโลก ลักษณะภูมิประเทศ จังหวัดเลยตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงโคราช หรือที่เรียกกันว่า แอ่งสกลนคร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ เป็นทิวเขาในแนวทางทิศเหนือใต้ และจะมีพื้นที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาที่ไม่ใหญ่มากนัก สลับกันอยู่ในแนว เทือกเขา จังหวัดเลยมีภูเขาสูงกระจัดกระจาย โดยเฉพาะทางตะวันตกและทางด้านใต้ของจังหวัด ทั้งนี้ยังมี แหล่งน้ำสำคัญคือแม่น้ำโขงในบริเวณตอนบนของจังหวัด ลักษณะภูมิอากาศ จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่าหนาวที่สุดของประเทศ เคยมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -1.3 องศา เซลเซียส (2 มกราคม พ.ศ. 2517) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 43.5 องศาเซลเซียส (25 เมษายน พ.ศ. 2517)
6 อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 25.5-26.5 องศาเซลเซียส และจะมีอุณหภูมิที่หนาวจัดในช่วงระหว่าง เดือนธันวาคม-มกราคม โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 5.5 องศาเซลเซียส (พ.ศ. 2557) สัญลักษณ์ประจำจังหวัด • ต้นไม้ประจำจังหวัด: สนสามใบ (Pinus kesiya) • คำขวัญประจำจังหวัด: เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู ถิ่นที่อยู่อริย สงฆ์ มั่นคงความสะอาด • ลักษณะรูปร่างของจังหวัดเลย: ลักษณะรูปร่างของจังหวัดเลยมีรูปร่างคล้ายกับ "ศีรษะของ ลูกไดโนเสาร์พันธุ์ไทรเซอราทอปส์ที่ไม่มีเขา หน่วยการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค จังหวัดเลยแบ่งการปกครองออกเป็น 14 อำเภอ 90 ตำบล 840 หมู่บ้าน
7 อำเภอในจังหวัดเลย แผ่นที่
8
9 การขนส่ง จังหวัดเลยอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 540 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัด เลยได้ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทาง • การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพมหานคร สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ 1. ใช้ถนนพหลโยธิน ผ่านจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงอำเภอหล่มสัก ต่อด้วยทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 21 (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 203 เดิม) ผ่านอำเภอหล่มเก่า อำเภอภูเรือ เข้าสู่จังหวัดเลย 2. ใช้ถนนพหลโยธิน จนถึงจังหวัดสระบุรีแล้วแยกใช้ถนนมิตรภาพ จนถึงอำเภอ สีคิ้ว แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอ จัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ อำเภอภูเขียว อำเภอชุมแพ อำเภอภู กระดึง อำเภอหนองหิน อำเภอวังสะพุง จนถึงจังหวัดเลย • การเดินทางโดยทางเครื่องบิน โดยลงที่ท่าอากาศยานเลย มีสายการบิน นกแอร์และไทยแอร์ เอเชีย จาก ท่าอากาศยานดอนเมือง - ท่าอากาศยานเลย และ ท่าอากาศยานเลย - ท่าอากาศ ยานดอนเมือง สายการบินไทยสมายล์ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ท่าอากาศยานเลย และ ท่าอากาศเลย - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้บริการทุกวัน • การเดินทางโดยรถโดยสาร รถโดยสารจากกรุงเทพมหานคร สายกรุงเทพฯ-เมืองเลย (สาย 29 และ 938) มีผู้ประกอบการหลายราย เช่น บริษัท ขนส่ง จำกัด(สาย 29) แอร์เมืองเลย (สาย 29),ขอนแก่นทัวร์ (สาย 938),ชุมแพทัวร์(สาย 29),ภูกระดึงทัวร์,ศิขรินทร์ทัวร์ และสาย 14 กรุงเทพ - ภูเรือ ของ บริษัท เพชรประเสริฐ จำกัด และมีรถโดยสารระหว่างภาค สาย 808 นครราชสีมา-เชียงคาน และสาย 824 เลย-พัทยา-ระยอง ของบริษัทนครชัยขนส่ง สาย 636 เชียงใหม่-อุดรธานี ของบริษัทจักรพงษ์ทัวร์และอ.ศึกษาทัวร์ สาย 661 เชียงราย-นครพนม ของบริษัทสมบัติทัวร์ และจักรพงษ์ทัวร์ และมีสายอุดรธานี-พิษณุโลก ของนครไทยแอร์ • การเดินทางโดยรถไฟ จังหวัดเลยไม่มีเส้นทางรถไฟ ต้องเดินทางมาลงที่อุดรธานีแล้วต่อรถ โดยสารมาจังหวัดเลย ทางหลวงแผ่นดิน • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (ถนนสีคิ้ว–เชียงคาน, ถนนมลิวรรณ) • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 210 • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 211
10 • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2195 • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2014 • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2113 • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2114 • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2138 (ถนนเลย–นาด้วง) ทางถนน (จังหวัดเลยไปกรุงเทพฯ) จังหวัดเลยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 543 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 21 (ถนนสระบุรี-หล่มสัก ) ถึงจังหวัดสระบุรีตรงแยกพุแค แยกซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านจังหวัดอยุธยา(วังน้อย)มาถึงกรุงเทพมหานคร แหล่งท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ/วนอุทยาน/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จังหวัดเลยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติทั้งภูเขาและป่าไม้มากมาย จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่ง ทะเลภูเขา เป็น1ใน5จังหวัด(5จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ;จังหวัด นครราชสีมา-แม่น้ำมูล-ลำมูลบน-ลำตะคอง,จังหวัดชัยภูมิ-แม่น้ำชี-ลำน้ำพรหม-ลำน้ำเชิญ,จังหวัดเลย-แม่น้ำ เลย-ลำน้ำพอง-แม่น้ำเหือง,จังหวัดอุดรธานี-แม่น้ำสงคราม-แม่น้ำปาว-ลำน้ำห้วยหลวงและจังหวัดสกลนครแม่น้ำสงคราม-ลำน้ำพุง-ลำน้ำก่ำ) ที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอุทยาน/วน อุทยาน/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญดังนี้ 1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ที่ทำการอุทยานฯตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง 2. อุทยานแห่งชาติภูเรือ ที่ทำการอุทยานฯตั้งอยูที่ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ 3. อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (ชื่อเดิมคืออุทยานแห่งชาตินาแห้ว) ที่ทำการอุทยานฯตั้งอยู่ที่ อำเภอนาแห้ว 4. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าที่ทำการอุทยานฯตั้งอยุ่ที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก (พิษณุโลก-เพชรบูรณ์-เลย)ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 5. อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ที่ทำการอุทยานฯตั้งอยู่ที่ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น(ขอนแก่น-เลย) 6. อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม ที่ทำการอุทยานฯตั้งอยู่ที่บ้านสว่าง ตำบลนายูง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี(อุดรธานี-เลย-หนองคาย) 7. วนอุทยานถ้ำแสงธรรมพรหมมาวาส ที่ทำการวนอุทยานฯตั้งอยู่ที่ตำบลเจริญ อำเภอปากชม 8. วนอุทยานน้ำตกห้วยเลา ที่ทำการวนอุทยานฯตั้งอยู่ที่ตำบลแก่งศรีภูมิ อำเภอภูหลวง 9. วนอุทยานผางาม ที่ทำการวนอุทยานฯตั้งอยู่ที่อำเภอหนองหิน
11 10. วนอุทยานภูบ่อบิด ที่ทำการวนอุทยานฯตั้งอยู่ที่ตำบลนาอาน อำเภอเมือง 11. วนอุทยานภูผาล้อม ที่ทำการวนอุทยานฯตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง 12. วนอุทยานหริรักษ์ที่ทำการวนอุทยานฯตั้งอยูที่ตำบลกกทอง อำเภอเมือง 13. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯตั้งอยู่ที่ตำบลสานตม อำเภอภู เรือ จังหวัดเลย 14. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯตั้งอยู่ที่อำเภอวังสะพุง สวนสาธารณะ/สวนพฤกษศาสตร์ 1. สวนพฤกษศาสตร์สวนรุกขชาติ100ปี กรมป่าไม้ ปากปวน 2. สวนพฤกษศาสตร์สวนรุกขชาติภูข้าว จังหวัดเลย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ภาพเมืองเชียงคาน • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง • สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ อำเภอภูเรือ • สวนหินผางาม อำเภอหนองหิน • วนอุทยานน้ำตกห้วยเลา อำเภอภูหลวง • เมืองเก่าเชียงคาน อำเภอเชียงคาน
12 • แก่งคุดคู้อำเภอเชียงคาน • หมู่บ้านไททรงดำ อำเภอเชียงคาน • ศูนย์ศิลป์สิรินธร โรงเรียนศรีสงครามวิทยา อำเภอวังสะพุง • สวนรุกขชาติ100 ปี (กรมป่าไม้) อำเภอวังสะพุง • ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย • ห้วยกระทิง อำเภอเมืองเลย • พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย • วัดพระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย • วัดเนรมิตรวิปัสสนา อำเภอด่านซ้าย • ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย • พระธาตุสัจจะ อำเภอท่าลี่ พระตำหนักที่สำคัญ • พระตำหนักภูหลวง สนามกีฬา • ศูนย์กีฬาครบวงจร มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย อำเภอเมืองเลย ประเพณีและเทศกาลรื่นเริง ประเพณีผีตาโขน • งานฤดูหนาววังสะพุง • งานประเพณีผีตาโขน (อำเภอด่านซ้าย) • งานนมัสการพระธาตุศรีสองรัก(อำเภอด่านซ้าย)
13 • งานดอกฝ้ายบาน มะขามหวานเมืองเลย • งานแสดงไม้ดอกเมืองหนาว (อำเภอภูเรือ) • งานออกพรรษาเชียงคาน • งานแห่ผีขนน้ำ • งานบุญบั้งไฟล้าน (อำเภอเอราวัณ) • งานประเพณีสงกรานต์ไทยลาว (อำเภอท่าลี่) • งานแห่ต้นดอกไม้บุญเดือนหกบ้านอาฮี • งานแก้วมังกร(ตำบลร่องจิกอำเภอภูเรือ) • งานประเพณีพญาช้างนางผมหอม (อำเภอภูหลวง) การศึกษา อุดมศึกษา • มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย • มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย • มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านช้าง โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา • โรงเรียนศรีจันทร์วิทยา วัดศรีสุทธาวาส ต.กุดป่อง อ.เมือง • โรงเรียนวัดศรีภูเรือ วัดศรีภูเรือ ต.หนองบัว อ.ภูเรือ • โรงเรียนโกวิทวิทยา วัดจันทรังษีต.วังสะพุง อ.วังสะพุง • โรงเรียนวัดวังสะพุงพัฒนาราม วัดวังสพุงพัฒนาราม ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง • โรงเรียนธรรมนิเทศก์วิทยา วัดเอราวัณพัฒนาราม ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ • โรงเรียนวัดศรีวิชัยวนาราม วัดศรีวิชัยวนาราม ต.กุดป่อง อ.เมือง • โรงเรียนวัดศรีสุวรรณวนารามวิทยา วัดศรีสุวรรณวนาราม ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง • โรงเรียนวัดศรีภูกระดึง วัดศรีภูกระดึงพัฒนาราม ต.ภูกระดึง อ.ภูกระดึง • โรงเรียนวัดสันติวนารามวิทยา วัดสันติวนาราม ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน
14 • โรงเรียนวัดศรีบุญเรืองปริยัติศึกษา วัดศรีบุญเรือง ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย • โรงเรียนวัดลาดปู่ทรงธรรมวิทยา วัดลาดปู่ทรงธรรม ต.ท่าลี่ อ.ท่าลี่ • โรงเรียนปริยัติสามัญวัดโพนชัย วัดโพนชัย ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย • โรงเรียนวัดศรีบุญเรืองวิทยา วัดศรีบุญเรือง ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง • โรงเรียนวัดถิ่นฐานรังสิตวิทยา วัดถิ่นฐานรังสิต ต.ภูกระดึง อ.ภูกระดึง • โรงเรียนวัดขามชุมวิทยาสรรพ์ วัดขามชุม ต.หนองหิน อ.หนองหิน พระภิกษุ/บุคคลมีชื่อเสียง พระเถระ/ภิกษุสามเณร • พระครูวารีศรีสวัสดิ์อินทร (หลวงปู่ถิน) พระอริยสงฆ์ • หลวงปู่ญาท่านบุดดา สุธมฺมา พระอริยสงฆ์ • พระครูสันทัดคณานุการ(หลวงปู่จัน)พระอริยสงฆ์ • พระครูโอภาสสิริคุณ เกจิอาจารย์ • หลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระอริยสงฆ์ • หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ พระอริยสงฆ์ • พระธรรมวราลังการ พระอริยสงฆ์ • หลวงปู่คำดี ปภาโส พระอริยสงฆ์ • หลวงปู่หลุย จนทสาโร พระอริยสงฆ์ • พระราชญาณวิสุทธิโสภณ พระอริยสงฆ์ • หลวงพ่อขันตี ญาณวโร พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ • พระครูวิสุทธิ์โพธิสาร มหาเถระชั้นผู้ใหญ่ • หลวงปู่ดาด สิริปุญโญ พระอริยสงฆ์ ศิษย์เอกหลวงปู่ชอบ ฐานสโม • พระอาจารย์พิชัยภูษิต ธมฺมวิชโยนักเทศน์นักบรรยาย นักแสดง/บุคคลมีชื่อเสียง • ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย • อัสนี โชติกุล นักร้อง, นักดนตรี • วสันต์ โชติกุล นักร้อง, นักดนตรี • ครูสังคม ทองมีครูสอนศิลปะ
15 • มีศักดิ์ ปักษ์ชัยภูมิอดีตนักจักรยานทีมไทย • รุ้งลาวัลย์ โทนะหงษา (หนูหิ่น) นักแสดง • ยุทธเลิศ สิปปภาค (ต้อม) ผู้กำกับภาพยนตร์ • ประจวบ บัวระภา อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย • ศาสตราจารย์ ดร. สุรพล นิติไกรพจน์อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ • ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม • พิยะดา หาชัยภูมิ(หมอเอิ้น) นักแต่งเพลง • เชิดชัย สุวรรณนัง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย • กิตติพงษ์ เสนานุช ดีเจโน๊ต นักจัดรายการวิทยุ • อภิวัฒน์ ชินอักษร (ป๊อบ) นักร้อง-แร็ปเปอร์ • เบนซ์ เมืองเลย นักร้อง • กระต่าย พรรณิภา นักร้องเพลงลูกทุ่ง • วรรณปิยะ ออมสินนพกุล นักแสดง • ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล นักแสดง
16 บรรณานุกรม 1. กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร. สำนักงานจังหวัดเลย. "ข้อมูลจังหวัดเลย: สภาพ ทั่วไป สิ่งแวดล้อม และการวิเคราะห์." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก: http://www.loei.go.th/data/POP40.DOC [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553. 2. ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตาม หลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_64.pdf 2564. สืบค้น 7 กุมภาพันธ์ 2565. 3. ↑ บอกหัวเมืองขอตั้งตำแหน่ง ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 5 หน้า 123