โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โทร: 056-219888 ต่อ 21305-6 ( หน่วยงานเคมีบาบัด ) ในวันและเวลาราชการ:8.00–16.00น. การปฏิบัติบั ติตัว สำ หรับรัผู้ป่ผู้วป่ยที่ได้รับรัยา เคมีบำมีบำบัดบัสูตสูร: แพคลิแทกเซล อาการผิดปกติที่ต้องรีบรีมาพบแพทย์ Paclitaxel มีปัญหาเกี่ยวกับการรักษาปรึกษาเรา แน่นหน้าอก/ หายใจเร็ว/ ใจสั่น/ หน้า บวม/ ปากบวม ลิ้นบวม/ เหงื่อออก มากผิดปกติ ผิวหนังมีผื่น/ลมพิษ/คัน/แดงผิด ปกติ หัวใจเต้นผิดปกติ อาเจียน/ ท้องเสีย อย่างรุนแรง มีไข้ *** หากมีอาการผิดปกติให้ ไปพบ แพทย์โรงพยาบาลใกล้บ้านได้ และให้ โทรมาแจ้งที่หน่วยเคมีบำ บัด โรง พยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ว่ารักษาตัว อยู่และแจ้งถึงอาการผิดปกติทิ่เกิดขึ้น “อาการข้างเคียงทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เกิด ขึ้นในผู้ป่วยบางรายและ เกิดมากน้อยแตก ต่างกันไป ผู้ป่วยอาจไม่มี อาการข้างเคียง ดังกล่าว เลยก็ได้ การให้ยาเคมีบำ บัดไม่น่า กลัวอย่างที่คิด และสามารถ ป้องกันหรือ บรรเทาอาการข้างเคียงต่างๆ ได้” ตัวอย่าย่งรายการอาหารสําสํหรับรัผู้ป่ผู้วป่ยที่ได้รับรัยาเคมีบํมีาบํบัดบั ( อาหาธรรมดา) พลังงาน 1,800 - 2,000 กิโลแคลอรี่ต่รี่ต่อวันวั
เคมีบำมีบำบัดบัคืออะไร เคมีบําบัด คือ การรักษาด้วยการใช้ยาเคมี เพื่อควบคุม หรือทำ ลายเซลล์มะเร็งไม่ให้มี การกระจายหรือลุกลามมากขึ้น การบริหาร ยาเคมีบำ บัด สามารถทำ ได้หลายวิธี เช่นใน รูปแบบ ของ ยาฉีด ยารับประทาน เป็นต้น กดการทำ งานของไขกระดูก/ อ่อนเพลีย/ มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ผมร่วง/ บางลง อาจมีอาการแพ้ยา (15-30%) ชา/ เจ็บแปล๊บตามปลายมือหรือปลายเท้า (42-70%) คลื่นไส้/ อาเจียน/ เบื่ออาหาร (52%) ปวดกล้ามเนื้อ/ ปวดตามข้อ (50-60 %) ท้องเสีย (38%) กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (17-35%) บวมน้ำ (21%) อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการได้ ร้บยาเคมีบำ บัด พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน, รับประทาน อาหารให้ ครบ 5 หมู่ดื่มน้ำ มากๆ 2-3 ลิตร หรือ 8-12 แก้วต่อวัน งด!!! รับประทานของหมักดอง อาหารสุกๆ ดิบๆ ยาต้ม ยาหม้อ ยาจีน และสมุนไพรทุกชนิด สังเกตุอาการร้อนวูบวาบ แน่นหน้าอก อาการหายใจ ลําบากเหงื่อออกมากผิดปกติ ให้รีบแจ้งพยาบาลทันที สังเกตุผิวหนังบริเวณที่ฉีดยา ถ้ารู้สึกปวด บวม แดง หรือ สงสัยว่ามีการารั่วซึม ออกนอกหลอดเลือด ต้องแจ้งแพทย์หรือ พยาบาลทันที ผู้ป่วยทุกรายท้ังชายและหญิงควรคุมกําเนิดและ ป้องกัน ไม่ให้มีการต้ังครรภ์ในระหว่างรับการรักษา ด้วยยาเคมีบําบัด เพราะยาเคมีบําบัดอาจส่งผลทําให้ ทารกมีความ ผิดปกติหรือพิการได้ หากสงสัยตั้ง ครรภ์ให้แจ้งแพทย์ทันที การดูแลตนเองทั่วไปในช่วงที่ได้รับยา เคมีบำ บัด การปฏิบัตตัวเมื่อเกิดอาการข้างเคียง ต่างๆ 1. ภูมิต้านทานต่ํา จากการที่เม็ดเลือดขาวลดลง ทําให้ เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ภูมิต้านทานจะต่ําที่สุดหลังจาก ได้รับ ยาเคมีบําบัดไปแล้ว 7-14 วัน # ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย ปากและฟันฟั # ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร และหลังจากเข้าห้องน้ำ ทุกครั้ง # หลีกเลี่ยงการพบปะบุคคลที่เป็นไข้หวัด หัด อีสุกอีใส วัณโรค รวมทั้งโรคติดเชื้ออื่นๆ หลีกเลี่ยงการไปในชุมชนที่แออัด หากจำ เป็นต้องไป ให้ ใส่หน้ากากอนามัยด้วยทุกคร้ัง # รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ได้แก่ นม เนื้อสัตว์ ไข่ที่ปรุงสุกและสะอาด *** *** สังเกตุการติดเชื้อ เช่น มีไข้สูง เจ็บคอ ปัสสาวะแสบขัด ให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ก่อนนัด หรือ ไปตรวจที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน 2.การแพ้และการเกิดปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อยาอย่าง รุนแรง อาจพบขณะเริ่มได้รับยาประมาณ 30 นาที แรก หากเกิดอาการร้อนวูบวาบ แน่นหน้าอก หาย ใจลําบาก เหงื่อออกมากผิดปกติ ให้รีบแจ้งพยาบาล ทันที 3.เกล็ดเลือดต่ํา ทำ ให้เลือดออกง่ายแต่หยุดยาก เฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุถ้ามีบาดแผลให้กด บาดแผลเป็นป็เวลานานอย่างน้อย 5 นาที เฝ้าระวังเลือดออกตามไรฟันฟั ใช้แปรงสีฟันฟัขนอ่อน นุ่ม ระวังไม่ให้มีอาการท้องผูก ***หากเลือดไหลไม่หยุดใหรีบไปพบแพทย์โรงพยาบาล ใกล้บ้าน 4.คลื่นไส้/ อาเจียน อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่หลังได้รับยาเคมี บำ บัดและอาจมีอาการนานได้ถึง 48 ชั่วโมงหรือนานเป็นป็ สัปดาห์ รับประทานอาหารครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยคร้ัง หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด มันจัดกลิ่นฉุน ควรดื่มน้ำ อุ่น น้ำ ขิง น้ำ ส้ม น้ำ มะนาว น้ำ ผลไม้ หรือรับประทานผลไม้รสเปรี้ยว บ้วนปากด้วยน้ำ อุ่นหรือน้ำ เกลือเจือจางหลังอาเจียน หรือหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ใช้เทคนิคผ่อนคลาย เพื่อลดความวิตกกังวลต่างๆ รับประทานยาแก้อาเจียนที่แพทย์จ่ายให้ในช่วง 3-7 วัน แรกหลังจากได้ร้บยาเคมีบำ บัด 5.ปวดกล้ามเนื้อ/ ปวดตามข้อ มักเกิดอาการประมาณ 3-5 วัน หลังได้รับยาเคมีบำ บัด และอาการจะค่อยๆ ลดลง หากมีอาการ ปวดมากสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ตาม แพทย์สั่ง 6.ผมร่วง/ บางลง ควรใช้หวีซี่ห่างๆ หวีผม เวลาหวีอย่ากระตุก ให้หวีเบาๆ ไม่ควรย้อมหรือดัดผมเพราะอาจทำ ให้ผมร่วงมากขึ้น ให้ใช้แชมพูสระผมชนิดอ่อน 7.ชามือ/ชาเท้า อาจมีอาการชา/เจ็บแปล๊บๆ ตามปลายมือ/ ปลายเท้า ถ้านิ้วมือมีอาการชา ระมัด ระวังเวลาใช้ของมีคมของ แหลมและการสัมผัสของร้อน ถ้าเป็นป็ ไปได้ควรสวมรองเท้าที่เป็นป็ยาง เพื่อป้อป้งกันของ แหลมทิ่มตา ควรบริหารมือและเท้าอย่างสม่ำ เสมอ