คู่มือการดูแลตนเอง
และอุปกรณ์ บริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน
How to take care of yourself and chemotherapy infuser
for Home chemotherapy Patients
Home Chemotherapy
การบริหารยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำส่ วนกลางที่บ้าน
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
Thammasat University Hospital
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ : 02-926-9652 (หน่ วยงาน)
063-974-8200 (พยาบาลผู้ประสานโครงการ)
คำนำ
โครงการบริหารยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำส่วนกลางที่บ้าน จัดทำ
ร่วมกันโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับยาเคมีบำบัด
ตรงตามรอบการรักษา เพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ป่วย ลดเวลาและค่าใช้
จ่าย ในการนอนโรงพยาบาล หวังให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยคำนึ งถึง
ความปลอดภัยในการบริหารยาและคงประสิ ทธิภาพของการรักษา
ผู้จัดทำโครงการจึงจัดทำคู่มือการดูแลตนเองและเครื่องมือ Elastomeric
pump สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลไว้ศึกษาหาความรู้ในการดูแลตนเองและ
อุปกรณ์บริหารยา ขั้นตอนการเข้ารับบริการ รวมถึงคำแนะนำในการดูแล
ตนเองและการบริหารจัดการเมื่อเกิดปัญหาที่บ้าน เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแล
มีความมั่นใจ เกิดความปลอดภัยสูงสุด ภายใต้การดูแลของทีมสหสาขา
วิชาชีพ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือเล่มนี้ จะช่วยให้ท่านมีความมั่นใจในการดูแล
ตนเองและสามารถปรับตัวได้ดีในการเข้ารับบริการและเข้าร่วมโครงการนี้
คณะผู้จัดทำ
ความเป็นมา
เนื่ องจากอุบัติการณ์โรคมะเร็งมีอัตราเพิ่มขึ้น และจำนวนผู้ป่วยที่มารับ
การรักษาในโรงพยาบาลมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่โรงพยาบาลมีข้อจำกัด
ของสถานที่ และจำนวนเตียงบริการผู้ป่วยในมีจำกัด ทำให้การรักษาพยาบาล
ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดแบบผู้ป่วยในล่าช้า ไม่สามารถเข้ารับการรักษา
ได้ตรงตามเวลาที่กำหนด ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ของการรักษาลดลง ผู้ป่วย
และญาติเกิดความวิตกกังวลถึงความไม่แน่ นอนของการรักษา ซึ่งส่งผล
กระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ การนอนรักษาในโรงพยาบาล
ทำให้เกิดภาระต่อผู้ป่วย ครอบครัว และสังคม ผู้ป่วยต้องหยุดงาน สูญเสีย
รายได้ อีกทั้งยังเพิ่มค่าใช้จ่ายในด้านการเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหารสำหรับ
ญาติที่ติดตามมาดูแล และค่าใช้จ่ายอื่นๆในระหว่างการนอนรักษาแบบผู้ป่วยใน
ที่โรงพยาบาล
จากเหตุผลข้างต้น โครงการ Home Chemotherapy จึงหวังผลเพื่อเพิ่ม
ความสะดวกสบายแก่ท่าน โดยคำนึ งถึงความปลอดภัยในการบริหารยาและ
คงประสิทธิภาพของการรักษา ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล
นอกจากนี้ การบริหารยาเคมีบำบัดที่บ้านช่วยส่งเสริมให้ผู้ป่วยและญาติใช้ชีวิต
ประจำวันใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด บางท่านสามารถไปทำงานได้ในขณะรับ
ยาเคมีบำบัด
คณะผู้จัดทำ
ข้อมูลผู้ป่วย
ชื่อ-สกุล นาย/นาง/น.ส. ........................ นามสกุล..................................
HN ..................................................
ที่อยู่ เลขที่ ........... อาคาร ............................. หมู่ .......... ซอย ...............
ถนน ................................ ตำบล/แขวง .........................................
อำเภอ/เขต .............................. จังหวัด ..........................................
รหัสไปรษณีย์ ....................
โรคประจำตัว ..........................................................................................
ประวัติการแพ้ยา .....................................................................................
ประวัติการแพ้อาหาร ...............................................................................
ยาที่ใช้ประจำ ...........................................................................................
ชื่อผู้ใกล้ชิดที่ติดต่อได้สะดวก ....................................................................
โทรศัพท์ติดต่อกรณีฉุกเฉิน ....................................................................
ชื่อแพทย์เจ้าของไข้ ...................................................................................
ข้อมูลการบริหารยา
ครั้งที่ วัน/เวลา วัน/เวลา ยา/ขนาด ขนาด วัน/เวลา วัน/เวลา
เริ่มยา ที่ยาหมด ยาที่ให้ อุปกรณ์ นั ดถอด นั ดครั้ง
(mg) บริหาร อุปกรณ์ ถัดไป
บริหารยา
ยา
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
ข้อมูลการบริหารยา
ครั้งที่ วัน/เวลา วัน/เวลา ยา/ขนาด ขนาด วัน/เวลา วัน/เวลา
เริ่มยา ที่ยาหมด ยาที่ให้ อุปกรณ์ นั ดถอด นั ดครั้ง
(mg) บริหาร อุปกรณ์ ถัดไป
บริหารยา
ยา
ข้อมูลการบริหารยา
ครั้งที่ วัน/เวลา วัน/เวลา ยา/ขนาด ขนาด วัน/เวลา วัน/เวลา
เริ่มยา ที่ยาหมด ยาที่ให้ อุปกรณ์ นั ดถอด นั ดครั้ง
(mg) บริหาร อุปกรณ์ ถัดไป
บริหารยา
ยา
บันทึกอาการข้างเคียง/ปัญหาที่พบ
วันที่ เวลา อาการ/ปัญหาที่พบ การจัดการปัญหาที่พบ
บันทึกอาการข้างเคียง/ปัญหาที่พบ
วันที่ เวลา อาการ/ปัญหาที่พบ การจัดการปัญหาที่พบ
บันทึกอาการข้างเคียง/ปัญหาที่พบ
วันที่ เวลา อาการ/ปัญหาที่พบ การจัดการปัญหาที่พบ
แบบประเมินอาการตนเองเมื่อได้รับยาเคมีบำบัดที่บ้าน
อาการข้าง ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 ระดับ 4 ระดับ 5
เคียง
ไข้ ถ้ามีไข้ > 37.8 องศาเซลเซียส ให้รีบมาโรงพยาบาล
คลื่นไส้ ไม่มี คลื่นไส้ บ้าง คลื่นไส้ บ้าง คลื่นไส้ มากจนไม่สามารถทานได้เลย
อาการ แต่ทานได้ ทานได้น้ อย จำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอด
เลือดดำ
ลง
อาเจียน ไม่มี อาเจียน 1 อาเจียน 2-5 อาเจียน 6-10 อาเจียน > 10
อาการ ครั้ง/วัน ครั้ง/วัน ครั้ง/วัน ครั้ง/วัน
ท้องเสี ย ไม่มี ถ่ายเหลว ถ่ายเหลว 4-6 ถ่ายเหลว > 7 ถ่ายเหลว > 10
อาการ เพิ่มมากขึ้น ครั้ง/วัน ครั้ง/วัน หรือ ครั้ง/วัน หรือมี
กลั้นอุจจาระ
แต่ < 4 เลือดปน
ครั้ง/วัน ไม่ได้
อ่อนเพลีย ไม่มี อ่อนเพลีย อ่อนเพลีย อ่อนเพลียมาก อ่อนเพลียมาก
อาการ เล็กน้ อย ทำ ปานกลาง ขึ้น ทำกิจวัตร ต้องนอนตลอด
กิจกรรมได้ ทำกิจวัตร ไม่สามารถทำ
ลำบากขึ้น ได้น้ อยลง กิจวัตรประจำวัน
ปกติ
ได้
อักเสบใน ไม่มี มีแผลแดง มีแผลอักเสบ เจ็บแผลใน แผลอักเสบ
ช่องปาก อาการ เจ็บเล็กน้ อย บวมแดง ปากมากขึ้น มี รุนแรง มีเลือด
เจ็บมากขึ้น เลือดออก ทาน ออก ทานอาหาร
อาหารได้น้ อย
ทานอาหารได้ ไม่ได้เลย
ลง
ชาปลาย ไม่มี มีอาการชา มีอาการชา มีอาการชา/ มีอาการชามาก
มือปลาย อาการ เล็กน้ อย มากขึ้น แต่ยัง เหน็ บชามาก สูญเสี ยความรู้สึ ก
ทำกิจกรรมได้ ขึ้น รบกวน
เท้า การทำกิจวัตร ทำกิจวัตรไม่ได้
ปกติ เลย
ประจำวัน
อาการข้างเคียงเล็กน้ อย สามารถสังเกตอาการตนเองที่บ้านได้
อาการข้างเคียงปานกลาง แนะนำให้ติดต่อพยาบาลผู้ประสานโครงการ
เพื่อประเมินอาการและให้คำแนะนำเพิ่มเติม
อาการข้างเคียงรุนแรง แนะนำให้ติดต่อพยาบาลผู้ประสานงาน
เพื่อนั ดหมายพบแพทย์ที่โรงพยาบาล/ไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน
เกณฑ์การเข้าโครงการบริหารยาเคมีบำบัด
ทางหลอดเลือดดำส่ วนกลางที่บ้าน
ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ ใหญ่และ ผู้ป่วยต้องใส่ สายสวน
ทวารหนั ก ระยะที่ 3 และ 4 หลอดเลือดดำส่ วนกลาง
ได้รับยาเคมีบำบัด ได้แก่ พอร์ต (Port A)
5-Fluorouracil (5-FU)
หรือเรียกว่ายา ไฟว์-เอฟ-ยู
ผู้ป่วยและญาติยินดี ผู้ป่วยมีที่พักอาศัย
และมีความพร้อม ไม่ห่างไกลจากโรงพยาบาล
ในการดูแลตนเองและอุปกรณ์ สามารถเดินทางได้สะดวก
การให้ยาเคมีบำบัดที่บ้านได้ หรือมีสถานพยาบาลใกล้บ้าน
ที่สามารถดูแลอุปกรณ์
การบริหารยาเคมีบำบัดที่บ้านได้
ประโยชน์ ของการบริหารยาเคมีบำบัด
ทางหลอดเลือดดำส่ วนกลางที่บ้าน
ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ผู้ป่วยได้รับยาตรงตามรอบการรักษา
ประหยัดค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล
สามารถนอนหลับได้ตามปกติ ไม่มีอุปกรณ์รบกวน
ผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆได้
โดยเก็บอุปกรณ์ ยาอยู่ในเสื้ อผ้าหรือกระเป๋าคาด
ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ แต่หลีกเลี่ยงผิวหนั ง
บริเวณที่แทงเข็มพอร์ต
ขั้นตอนการรับบริการ
ขั้นตอนการรับบริการครั้งแรก
1 ผู้ป่วยเข้าพบแพทย์ เพื่อรับการอธิบายเกี่ยวกับการรักษา
พยาบาลผู้ประสานโครงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตน
2 ขณะบริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน ประเมินความพร้อมในการดูแลของ
ผู้ป่วยและญาติ การดูแลอุปกรณ์บริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน
3 ผู้ป่วยและญาติตัดสินใจเข้าโครงการ
4 นั ดหมายวันใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง (Port A)
*กรณี ผู้ป่วยมีพอร์ตแล้วสามารถเข้าโครงการได้ทันทีเมื่อมีความพร้อม
5 ให้ยาแบบผู้ป่วยในโดยใช้อุปกรณ์บริหารยาที่บ้าน (Easy pump) 1-
3 ครั้ง หรือจนกว่าผู้ป่วยจะมั่นใจว่าสามารถดูแลได้เองที่บ้าน
6 พยาบาลผู้ประสานโครงการประเมินความพร้อมในการดูแล
ของผู้ป่วยและญาติ
7 พยาบาลผู้ประสานโครงการประเมินความต้องการของผู้ป่วยและ
ญาติเรื่องการเยี่ยมดูแลที่บ้าน/ถอดอุปกรณ์ บริหารยาที่บ้าน
ขั้นตอนการรับบริการ
ขั้นตอนการรับบริการครั้งหลัง
1 ผู้ป่วยเข้าพบแพทย์ เพื่อรับการอธิบายเกี่ยวกับการรักษา
พยาบาลผู้ประสานโครงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตน
2 ขณะบริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน ประเมินความพร้อมในการดูแลของ
ผู้ป่วยและญาติ การดูแลอุปกรณ์บริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน
3 ให้ยาแบบผู้ป่วยนอกที่ Home chemo unit และต่อยา 5-FU
ในอุปกรณ์บริหารยาที่บ้าน (Easy pump) ให้ผู้ป่วยนำกลับบ้าน
พยาบาลผู้ประสานโครงการให้คำแนะนำ/ทบทวนการดูแลตนเอง
4 และอุปกรณ์บริหารยาขณะบริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน พร้อมทั้ง
นั ดหมายวันถอดอุปกรณ์
5 พยาบาลผู้ประสานโครงการโทรศัพท์ติดตามวันละหนึ่ งครั้ง เพื่อ
ประเมินอาการและปัญหาการบริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน
6 เมื่อยาเคมีบำบัดหมด ผู้ป่วยมาถอดอุปกรณ์และรับการดูแล
สายสวนหลอดเลือดดำส่ วนกลาง(ฉี ดยาละลายลิ่มเลือดเฮพาริน)
ที่ Home chemo unit ตามนั ด
หรือ
พยาบาลหน่ วยดูแลต่อเนื่ องไปถอดอุปกรณ์บริหารยาเคมีบำบัด
ที่บ้าน กรณีติดต่อประสานงานไว้ล่วงหน้ า
ขั้นตอนการรับบริการ
เมื่อมีปัญหาขณะบริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน
โทรเบอร์ 063-974-8200 สายด่วน
เพื่อขอคำแนะนำเมื่อมีปัญหาการบริหารยาที่บ้าน
พยาบาลผู้ประสานงานประเมินความรุนแรง
ของอาการ/ปัญหา
HOME CHEMO UNIT EMERGENCY ROOM
ปัญหาไม่รุนแรง/ไม่เร่งด่วน ปัญหารุนแรง/เร่งด่วน
ให้คำแนะนำการจัดการ ให้คำแนะนำการจัดการ
อาการหรือปัญหา และ/หรือ อาการและประสานงานผู้ป่วย
นั ดผู้ป่วยมาพบที่หอผู้ป่วย มาโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์
เคมีบำบัดฯ ชั้น 5 ที่หน่ วยตรวจอายุรกรรม
อาคารกิตติวัฒนา ระยะ 3 หรือห้องฉุกเฉิ น
อุปกรณ์ บริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน
อุปกรณ์การบริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน (Elastomeric infusion pump/
Easy pump) หรือบอลลูนปั๊ ม ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อให้แพทย์ และพยาบาล
สามารถบริหารยาให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่ องและถูกต้อง สามารถใช้ได้ทั้ง
ที่โรงพยาบาลและที่บ้าน ซึ่งอุปกรณ์นี้ สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องต่อกับไฟฟ้า
หรือแบตเตอรี่ ส่งผลให้ผู้ป่วยและญาติสะดวกสบายและดูแลง่าย อัตราการ
ไหลของยาจะถูกกำหนดจากการใช้แรงดันของเยื่อบุซิลิโคนด้านในของ
อุปกรณ์ และมีตัวกำหนดการไหล โดยความดันที่ใช้ในการไหลของยาจะ
สามารถต้านแรงดันกลับของเลือดภายในสายสวนหลอดเลือดดำส่ วนกลาง
ของผู้ป่วยได้ อุปกรณ์ถูกออกแบบให้ทำงานที่อุณหภูมิห้อง 23 +/- 2°C ซึ่ง
ตัวกำหนดอัตราการไหลจะถูกสอบเทียบที่อุณหภูมิ 31 °C เวลาใช้งานควรให้
ตัวจำกัดการไหลสัมผัสกับผิวหนั งตลอดเวลา เพื่อให้อัตราการไหลคงที่
อุปกรณ์การบริหารยาเคมีบำบัดที่บ้านมีหลากหลายชนิ ดขึ้นกับบริษัทที่ผลิต
แต่มีกลไกการทำงานที่ไม่แตกต่างกัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการบริหารยาใน
โครงการนี้ มีชื่อว่า อีซี่ปัมพ์
m2l/hr
ส่ วนประกอบอุปกรณ์ บริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน
อีซี่ปัมพ์ ประกอบด้วย กระเปาะและสายให้ยาเคมีบำบัด กระเปาะให้ยาเคมีบำบัด
มี 2 ชั้นคือ เปลือกหุ้มด้านนอกแบบอ่อนนุ่ ม และ เยื่อบุซิลิโคนเเบบยืดหยุ่นได้ด้าน
ใน โดยเภสัชกรจะบรรจุยาเคมีบำบัดในเยื่อบุซิลิโคนชั้นใน ผู้ป่วยจะสังเกตได้ว่ายา
หมดหรือไม่จากการสังเกต และการคลำที่กระเปาะยา หากยาหมดกระเปาะยาด้าน
นอกจะแฟบและเยื้อบุซิลิโคนด้านในต้องแฟบแนบกับแกน คลำได้แกนแข็ง กรณียา
ใกล้หมดจะคลำกระเปาะได้หยุ่นๆนุ่ มๆ
1. Comfort cap ฝาครอบ
1 23 2. Closing cone (offilling port) ฝาปิด
บริเวณสำหรับบรรจุ สารละลาย
3. Filling port พอร์ตสำหรับบรรจุ
4 สารละลาย
4. Outer shell เปลือกหุ้มด้านนอกแบบ
อ่อนนุ่ ม
5 5. Elastomeric membrane เยื่อบุซิลิโคน
เเบบยืดหยุ่นได้
6. Flow restrictor ตัวกำหนดอัตราการ
ไหล
7. Closing cone (of patient
connector) ฝาปิดส่วนที่ต่อ เข้ากับผู้ป่วย
8. Clamp คลิปหนี บสำหรับล็อคสาย
สารละลาย
9. Tubing สายให้สารละลาย
10. Air eliminating and particle filter
ตัวกรองอากาศ และ อนุภาคขนาด 0.2
8 ไมครอน
7
10 6
9
m2l/hr
PORT A Catheter (พอร์ท)
พอร์ท คืออะไร
พอร์ทเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ฝังใต้ผิวหนั ง สำหรับบริหารยา สารน้ำ หรือ
เลือด นอกจากนี้ สามารถดูดเลือดจากพอร์ทเพื่อส่งตรวจได้เช่นกัน ลักษณะของ
พอร์ทประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ
1.ตัวพอร์ท ที่มีลักษณะคล้ายกระเปาะภายในกลวง อาจมีหนึ่ งหรือสองกระเปาะ
ขึ้นกับการใช้งาน
2.สายพอร์ท เพื่อต่อเข้าสู่เส้นเลือดดำใหญ่ที่อยู่บริเวณใกล้หัวใจ
พอร์ททำด้วยวัสดุทนทานและไม่ระคายเคืองต่ออวัยวะของมนุษย์ วัสดุที่นำมาใช้
ได้แก่ พลาสติก สแตนเลส ไททาเนี ยม และโพลีซัลโฟน เป็นต้น ขนาดของพอร์ทที่
ฝังขึ้นกับรูปร่างของผู้ป่วย
อุปกรณ์ชนิ ดหนึ่ งที่จำเป็นต้องใช้ควบคู่กับพอร์ทคือเข็มชนิ ดพิเศษที่มีความแตก
ต่างกับเข็มทั่วไป คือ จะมีลักษณะโค้งงอบริเวณส่วนปลาย เพื่อลดการทำลายผนั ง
ซิลิโคน ทำให้ไม่เกิดการรั่วซึมของยาหรือสารน้ำออกมาเมื่อมีการแทงเข็มหลายครั้ง
การผ่าตัดฝังพอร์ท
การผ่าตัดฝังพอร์ทจะทำโดยศัลยแพทย์ โดยส่วนใหญ่
ตำแหน่ งที่ฝังจะอยู่บริเวณหน้ าอกด้านขวา แต่บางรายแพทย์
อาจจะพิจารณาฝังบริเวณขาหนี บหรือแขนขึ้นอยู่กับความ
จำเป็น การฝังพอร์ทจะฉีดยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาทำไม่นาน
สามารถกลับบ้านได้เลย ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
หลังทำผู้ป่วยต้องหมั่นสั งเกตแผลว่ามีเลือดออกจนเปียก
ชุ่มผ้าก็อซหรือไม่ ระวังไม่ให้ผิวหนั งที่ฝังพอร์ทสัมผัสน้ำ
งดการออกกำลังกายหักโหม
หลังฝังพอร์ทแล้วสามารถใช้ได้ทันที แต่ไม่นิ ยม
เนื่ องจากแผลยังมีอาการบวมและปวดบริเวณตำแหน่ งที่ฝัง
โดยทั่วไปนิ ยมใช้งานหลังฝังพอร์ทนานหนึ่ งสัปดาห์
การใช้งานพอร์ท
การใช้งานพอร์ท ต้องมีการแทงเข็ม
ผ่านชั้นผิวหนั งและปักเข็มลงตรงกลางแป้น
พอร์ท โดยพยาบาลและแพทย์ผู้ผ่านการอบรม
โดยเฉพาะเป็นผู้ทำ
ข้อดีและข้อเสี ยของการใช้พอร์ท ผู้ป่วยที่ควรใส่ พอร์ท
ข้อดี เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อายุมาก และ
เนื่ องจากตัวพอร์ทและสายถูกฝังอยู่ หรือผู้ป่วยที่ให้ยาเคมีบำบัด สารอาหาร
ชั้นใต้ผิวหนั ง ทำให้การดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก หรือสารน้ำเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้
ไม่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียภาพลักษณ์ สามารถ เส้นเลือดแข็ง เปราะ ขาดความยืดหยุ่น
ให้ยา สารน้ำ เลือดได้ทั้งแบบเป็นระยะๆ และแตกหักง่าย
และแบบต่อเนื่ อง บางชนิ ดสามารถใช้ฉีด
สารทึบรังสีในการทำ CT scan ได้ จะเลิกใช้พอร์ทเมื่อใด
ข้อเสี ย ถึงแม้พอร์ทจะเป็นสิ่ งแปลกปลอมที่
อาจมีโอกาสติดเชื้อเฉพาะที่ตำแหน่ ง ฝังอยู่ในร่างกาย แต่ทำด้วยวัสดุที่ใช้ใน
ฝังพอร์ทและอาจติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ทางการแพทย์ จึงไม่ก่อให้เกิดการต่อ
ถ้าเข็มเลื่อนออกจากตัวพอร์ท อาจมีการ ต้านหรือระคายเคืองต่อเนื้ อเยื่อ ดังนั้ น
รั่วซึมของยา สารน้ำหรือยาเกิดการคั่งที่ พอร์ทจึงฝังได้นานหลายปี แพทย์จะ
ชั้นใต้ผิวหนั งอาจทำให้เนื้ อเยื่อบริเวณนั้ น พิจารณาเอาพอร์ทออกเมื่อไม่เห็นความ
ถูกทำลาย อาจเกิดเนื้ อตายได้ จำเป็นที่ต้องใช้งานต่อไปแล้ว
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้ นเมื่อใช้พอร์ท
1.ปัญหาที่อาจเกิดหลังฝังพอร์ทใหม่ๆ คือ มีอาการปวด บวม แดง อักเสบ หรือติด
เชื้อหลังผ่าตัดได้
2.ปัญหาที่อาจเกิดตามมาภายหลัง คือ มีการอุดตันของลิ่มเลือด หรือการตกตะกอน
ของยาบางชนิ ดที่ผสมกัน สายหักงอ หรือแตกหักได้เมื่อถูกกระแทกแรงๆบริเวณ
สายพอร์ท
ดังนั้ นผู้ป่วยควรระวังในการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงหรือเหวี่ยงแขนช่วงบนอย่าง
รุนแรงและรวดเร็ว การกระตุกแรงๆ และการยกของหนั ก นอกจากนี้ ยังอาจเกิดการ
ติดเชื้อได้จากการบริหารยา สารน้ำและเลือด ซึ่งพบได้น้ อย
การดูแลพอร์ท
เนื่ องจากพอร์ทเป็นอุปกรณ์ที่ฝังใต้ผิวหนั ง ดังนั้ นต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ โดย
การล้างพอร์ทด้วยยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (ยาเฮพาริน)ในสายพอร์ทและ
หลอดเลือดดำ ผู้ป่วยต้องล้างพอร์ททุก 4-6 สัปดาห์ หรือหลังใช้งานทุกครั้ง
ดังนั้ นเมื่อการรักษาสิ้นสุดลง จะต้องทำการนั ดหมายกับแพทย์ พยาบาลเพื่อทำกการ
ล้างพอร์ทอย่างต่อเนื่ องทุก 4-6 สัปดาห์
การดูแลตนเองในการบริหารยาเคมีบำบัด
ทางหลอดเลือดดำส่ วนกลางที่บ้าน
การดูแลตนเองหลังได้รับยาเคมีบำบัด
การดูแลอุปกรณ์บริหารยา Easy pump
การดูแลเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของยาเคมีบำบัด
การดูแลตนเองหลังได้รับยาเคมีบำบัด
รับประทานอาหารปรุงสุก สะอาด ทำสดใหม่ ไม่ค้างคืน รับประทานอาหาร
ให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ เน้ นโปรตีน และผักผลไม้ ช่วยเสริมสร้าง
กล้ามเนื้ อ และมีกากใยช่วยเรื่องการขับถ่าย
ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้ อยวันละ 2 ลิตร ขึ้นไป
อาหารที่ควรงดรับประทานได้แก่ อาหารหมักดอง ผักสด ผลไม้สดเปลือก
บาง อาหารรสจัด อาหารที่มีกลิ่นฉุน อาหารที่มีผลต่อโรคประจำตัว
ควรรับประทานอาหารที่ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดจนเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่ได้
รับยา Oxaliplatin (อ๊อกซาลิพลาติน) ร่วมด้วย ควรหลีกเลี่ยงความเย็นช่วง
ที่รับยาและหลังรับยาอย่างน้ อย 3-5 วัน
การรับประทานยาบำรุงต่างๆหลังได้รับยาเคมีบำบัด
การพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
นอนหลับ 6-8 ชั่วโมง/วัน
การออกกำลังกาย สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับสภาพ
ร่างกายหลังได้รับยาเคมีบำบัด
การทำงานขณะหรือหลังได้รับยาเคมีบำบัด หากไม่มี
อาการอ่อนเพลีย สามารถทำงานได้ตามปกติ
การรักษาความสะอาดร่างกายและช่องปาก โดยการอาบน้ำอย่างน้ อย
วันละ 2 ครั้ง และแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
การป้องกันการติดเชื้อ ควรหลีกเลี่ยงการออกไปในที่ชุมชนหรือมีคน
แออัด หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดต่อทางเดินหายใจต่างๆ เช่น ไข้หวัด
ไอจาม วัณโรค เป็นต้น หากมีความจำเป็นให้สวมใส่หน้ ากากอนามัยทุก
ครั้ง ล้างมือบ่อยๆ
ชำระล้างอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกหลังการขับถ่ายทุกครั้ง เพื่อลดจำนวน
เชื้อแบคทีเรีย
การดูแลตนเองหลังได้รับยาเคมีบำบัด
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดหลังได้รับยาเคมีบำบัดและการดูแลตนเอง
เมื่อมีอาการ
ภาวะกดไขกระดูก ทำให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดต่างๆได้ลดลง เกิดใน
7-14 วันหลังได้รับยาและจะค่อยๆดีขึ้นประมาณ 14-21 วันหลังได้รับยา
เม็ดเลือดแดงต่ำ ทำให้เกิดภาวะซีด มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่ อยง่าย
ควรรับประทานยาบำรุงเลือดตามที่แพทย์สั่ง อาหารที่เสริมธาตุเหล็ก
เนื้ อสัตว์ เครื่องใน ผักใบเขียวเข้ม
เกล็ดเลือดต่ำ มีอาการเลือดออกง่ายหยุดยาก เลือดออกตามไรฟัน
เลือดกำเดาไหล อุจจาระปนเลือดสด อุจจาระสีดำ มีจุดจ้ำเลือดตาม
ร่างกาย
เม็ดเลือดขาวต่ำ เสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย ป้องกันการติดเชื้อ หลีก
เลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ วัณโรค หรือ
อื่นๆ
อาการคลื่นไส้ อาเจียน หลังได้รับยา แนะนำการรับประทานอาหาร
อ่อน ย่อยง่าย ลดมัน แบ่งมื้ออาหารเพิ่มมากขึ้น ระหว่างวัน
รับประทานน้ อยแต่บ่อยครั้ง
เจ็บปากเจ็บคอแผลในช่องปาก แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนนุ่ ม
รักษาความสะอาดช่องปากอยู่สม่ำเสมอ แปรงฟันหลังรับประทาน
อาหารและก่อนนอน เลือกใช้แปรงขนอ่อนนุ่ ม ยาสีฟันรสอ่อนบ้วน
ปากด้วยน้ำเกลือแทนน้ำยาบ้วนปาก เนื่ องน้ำยามีรสเผ็ดร้อน อาจเกิด
การระคายเคืองมากขึ้น หากมีอาการเจ็บมากจนมีผลกระทบต่อการ
รับประทานอาหาร แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาชากลั้วปาก่อนมื้ออาหาร
การดูแลตนเองหลังได้รับยาเคมีบำบัด
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดหลังได้รับยาเคมีบำบัดและการดูแลตนเอง
เมื่อมีอาการ
ท้องเสีย รับประทานอาหารปรุงสุก สะอาด หลีกเลี่ยงการรับประทาน
อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ งดดื่มนม หรือนมเปรี้ยว โยเกิร์ต
ระหว่างที่มีอาการถ่ายเหลว หากมากว่า 3 ครั้ง ควรมาพบแพทย์
ท้องผูก อาการไม่ถ่ายอุจจาระนานติดต่อกัน 3 วันเป็นต้นไปหรืออุจา
ระแห้ง แข็ง ถ่ายลำบาก ควรรับประทานอาหารที่เพิ่มกากใยสูง ได้แก่
ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ดื่มน้ำมากๆ 2-3 ลิตร/วัน หรือน้ำลูกพรุน น้ำส้ม
เป็นต้น และไม่ควรสวนทวารด้วยตนเอง
ผิวหนังและเล็บเปลี่ยนสี ผิวหยาบ แห้ง สีผิวเข้มขึ้น ดูแลโดยการทา
ครีมกันแดด สวมเสื้อแขนยาว กางร่ม หรือสวมแว่นกันแดดเมื่อออก
กลางแจ้ง ผิวหนั งที่เป็นรอยไหม้ตามเส้นเลือดที่ได้รับยา 5-FU ดูแล
ทายา hydrocortisone และปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้น อาการจะ
ทุเลาลง และดีขึ้นเมื่อจบการรักษา
อาการชาปลายมือปลายเท้า อาการนี้ มักเป็นอยู่นาน แต่สามารถหาย
ได้ การบรรเทาอาการบีบนวดเพื่อการไหลเวียนเลือดดีขึ้น อาการชา
จากยา Oxaliplatin หลีกเลี่ยงการสัมผัสของเย็น เนื่ องจากความเย็น
จะกระตุ้นอาการชาในแบบลักษณะเจ็บแปลบ การดื่มน้ำอุ่น หรือ
ประคบอุ่นสามารถบรรเทาอาการได้
การดูแลตนเองหลังได้รับยาเคมีบำบัด
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดหลังได้รับยา
เคมีบำบัดและการดูแลตนเองเมื่อมีอาการ
ความสามารถในการมีเพศสั มพันธ์และ
การมีบุตรลดลง
เพศหญิงอาจมีช่องคลอดแห้ง ทำให้มี
เพศสั มพันธ์ได้ยากหรือเจ็บขณะมีเพศ
สัมพันธ์ควรใช้เจลหล่อลื่นช่วย ยาเคมี
บำบัดอาจมีผลต่อรังไข่ ทำให้ประจำ
เดือนมาผิดปกติ
เพศชาย อาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อ
การผลิตอสุจิ อาจทำให้มีลูกยาก
ระหว่างการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ควร
คุมกำเนิ ดทั้งเพศชายและหญิง
ผู้ป่วยที่วางแผนการมีบุตรควรปรึกษา
แพทย์ก่อนเริ่มยาเคมีบำบัด เพื่อขอคำ
แนะนำในการฝากไข่ไว้ในธนาคาร หรือ
วิธีอื่นๆ
การดูแลอุปกรณ์บริหารยา Easy pump
ระวังข้อต่อต่างๆของสายให้ยาเคมีบำบัดหลุด ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์
เหล่านี้ ต้องหยุดให้ยาทันที โดยการปิดแคลมป์ และให้ติดต่อพยาบาล
ผู้ประสานงาน
ไม่นอนทับหรือนำอุปกรณ์ ใดมาทับกระเปาะและสายให้ยาเคมีบำบัด
อัตราการไหลขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ : อุปกรณ์ถูกออกแบบให้ทำงานที่
อุณหภูมิห้อง 23°C ± 2°C ซึ่งตัวกำหนดการไหลจะถูกสอบเทียบที่อุณภูมิ
31 °C เวลาการใช้งานควรให้ตัวจำกัดการไหลสัมผัสกับผิวหนั งของ
ผู้ป่วยตลอดเวลา เพื่อให้มีอัตราการไหลคงที่ และมีอุณหภูมิใกล้เคียง
31°C โดยหากอุณหภูมิเพื่มขึ้น หรือลดลงทุกๆ 1°C จะส่งผลให้อัตราการ
ไหลเปลี่ยนแปลง ไม่คงที่ เพิ่มขึ้นหรือลดลงประมาณ 2.5% กล่าวคือ ถ้า
อุณหภูมิสูงขึ้น จะส่งผลให้อัตราการไหลเพิ่มขึ้น
ไม่ประคบร้อน หรือประคบเย็นบริเวณกระเปาะและสายให้ยาเคมีบำบัด
สังเกตขนาดกระเปาะให้ยา โดยสังเกตความตึงของกระเปาะให้ยา ขนาด
ของกระเปาะยาจะค่อยๆลดลงตามระยะเวลา หากยาหมดกระเปาะ ยาจะ
แฟบแนบกับแกนด้านใน คลำได้แกนแข็ง กรณีที่ครบระยะเวลาให้ยา
แล้วยายังไม่หมด ให้โทรสายด่วนติดต่อพยาบาลประสานงาน
ควรเก็บรักษากระเปาะยาภายใต้เสื้อผ้าหรือในกระเป๋า และควรวาง
กระเปาะยาในระดับเดียวกับร่างกายขณะนอนหลับ และไม่ต่ำกว่าระดับ
เอวขณะนั่ งหรือยืน
ระวังของมีคมอย่าให้มาทิ่มแทงกระเปาะให้ยาเคมีบำบัด
โทรขอคำปรึกษาที่เบอร์สายด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อพบปัญหา เช่น
สายให้ยาหลุด ยาเคมีบำบัดรั่วไหลออกนอกสาย มีอาการปวดแสบร้อน
ที่ผิวหนั ง ผิวหนั งมีผื่นแดง อาการไข้ หรือาการผิดปกติอื่น
การดูแลเพื่อป้องกัน
การฟุ้งกระจายของยาเคมีบำบัด
เนื่ องจากยาเคมีบำบัดเป็นยาที่มีความเสี่ยงสูง ท่านและ
ครอบครัวต้องระมัดระวังการสั มผัสสารคัดหลั่งที่ขับออก
จากร่างกายผู้ป่วย เนื่ องจากยาเคมีบำบัดบางส่วนปนเปื้ อน
ออกมากับสารคัดหลั่งด้วยเช่นกัน เช่น เหงื่อ ปัสสาวะ
อุจจาระ เป็นต้น ดังนั้ นจึงควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้
หลังจากขับถ่ายในห้องน้ำ ควรล้างมือด้วยน้ำสะอาดและ
ควรปิดฝาชักโครกและกด สบู่ทุกครั้งเมื่อสั มผัสสารคัด
ชักโครก 2 ครั้ง หากเป็นส้วม
แบบนั่ งยอง ให้ราดน้ำ 2 ครั้ง หลั่งจากร่างกายผู้ป่วย
เช่นเดียวกัน ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
เมื่อมีเพศสั มพันธ์
แยกซักผ้าของผู้ป่วยจากคนอื่นๆ
ในครอบครัว 2 วันหลังจากได้รับ หากมียาเคมีบำบัดรั่ว
ออกมาสัมผัสกับผิวหนั ง
ยาเคมีบำบัดครบ ให้ล้างทันทีด้วยน้ำสะอาด
และสบู่ และหากผิวหนั งมี
หากมียาเคมีบำบัดสั มผัสตาให้รีบล้างตา ผื่นแดงและมีการระคาย
ด้วยน้ำสะอาดเป็นเวลานาน 10-15 นาที เคืองบริเวณที่สั มผัส
และให้ติดต่อเบอร์โทรสายด่วน เพื่อพบ ให้รีบติดต่อที่เบอร์โทร
แพทย์ทันที สายด่วน
ข้อควรปฏิบัติ
เมื่อสายให้ยาหลุดหรือยาเคมีบำบัดรั่วไหล
ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดทางสายสวนหลอดเลือดดำที่บ้าน จะได้รับชุด
mini spill kit คนละหนึ่ งชุดสำหรับใช้ในกรณีเกิดการรั่วหลุดของยาเคมีบำบัด
ที่บ้าน โดยก่อนกลับบ้านหลังได้รับยาเคมีบำบัด พยาบาลจะให้ข้อมูลในการ
ดูแลกรณีที่ยาเคมีบำบัดรั่วไหล เนื่ องจากยาเคมีบำบัดถือว่าเป็นยาที่มีความ
เสี่ยงสูงอาจทำให้เกิดอันตรายหากมีการสัมผัสยาโดยตรง โดยมีขั้นตอนดังนี้
สายให้ยาเคมีบำบัดหลุดหรือยาเคมีบำบัดรั่วไหล
แคลมป์สายให้ยาและที่เข็มพอร์ต
ผู้ทำความสะอาดต้องใส่หน้ ากาก ถุงมือ
ใช้กระดาษทิชชูซับหรือใช้น้ำสะอาดล้าง
ใช้ผงซักฟอกหรือสบู่ล้างทำความ
สะอาดบริเวณที่ปนเปื้ อน
เก็บขยะที่ปนเปื้ อนทั้งหมดใส่ถุงซิปล็อค
สีม่วง ปิดปากถุงให้สนิ ท
นำขยะส่ งคืนที่โรงพยาบาลเพื่อกำจัด
อย่างถูกวิธี
ความผิดปกติและอาการแสดงสำคัญ
ที่ควรมาพบแพทย์ก่อนนั ด
หากพบความผิดปกติและอาการแสดงดัง
ต่อไปนี้ ให้ท่านรีบติดต่อพยาบาลประสานงาน
โครงการทันทีเพื่อประสานกับทีมดูแลพร้อม
ทั้งให้รีบมาโรงพยาบาล
อ่อนเพลียมาก ต้องนอนตลอดเวลา ผิวหนั งบริเวณเข็มพอร์ต บวม
แดง รู้สึกปวด แสบ ร้อน
มีอาการหน้ ามืด ใจสั่น หอบเหนื่ อย
มีผื่นหรือตุ่มน้ำขึ้นตามตัว มีอาการปวดท้องรุนแรง
ข้อต่อสายให้ยาเคมีบำบัด ซึมลง ชัก หรือมีอาการเกร็ง
หรือเข็มแทงพอร์ตเลื่อนหลุด
มีไข้ อุณหภูมิ > 37.8 °C
ท้องเสีย ถ่ายเหลว > 4 ครั้ง/วัน คลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง
กระเปาะยามีขนาดคงเดิม ไม่ลดลง จนไม่สามารถรับประทาน
อาหารได้
มีน้ำรั่วซึมออกมาจากสายหรือกระเปาะยา
การปฏิบัติตัวเมื่อยาเคมีบำบัดหมด
พยาบาลผู้ประสานโครงการจะวางแผนในการถอดอุปกรณ์
ร่วมกับผู้ป่วยในวันที่รับบริการ เมื่อนำกลับบ้าน ท่านจะได้รับคำ
แนะนำพร้อมทั้งระบุวัน-เวลาที่ยาควรจะหมด และนั ดหมายถอด
อุปกรณ์ ซึ่งมีการปฏิบัติตัวดังนี้
ท่านจะได้รับการนั ดหมาย วัน เวลาที่จะถอดอุปกรณ์จากพยาบาลทุกครั้ง
พร้อมบัตรนั ด
กรณีถอดอุปกรณ์ที่ Home chemo Unit
1.ในวันนั ดให้ท่านออกสิทธิ์ที่เวชระเบียน บริเวณอาคาร ม.ร.ว.สุวพรรณ สนิ ทวงศ์
2.ยื่นบัตรนั ดที่หอผู้ป่วยเคมีบำบัดและศูนย์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิ ดเม็ดเลือด
อาคารกิตติวัฒนา ชั้น 5 ตั้งแต่เวลา 8.00 – 24.00 น.
3.กรณียาหมดก่อนนั ด สามารถมาถอดก่อนเวลานั ดได้
4.หากมีข้อขัดข้องใด กรุณาติดต่อพยาบาลประสานงานโครงการ
ในเวลาราชการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-16.00 น.
ติดต่อเบอร์ 02-926-9652 (หอผู้ป่วยเคมีบำบัด ฯ)
กรณีเร่งด่วนหรือนอกเวลาราชการ ติดต่อเบอร์
063-974-8200 (พยาบาลประสานงานโครงการ)
Line official (HC.TUH) : @599jirmf
กรณี พยาบาลหน่ วยดูแลต่อเนื่ องบริการถอดอุปกรณ์ ที่บ้าน
เกณฑ์ในการให้บริการถอดอุปกรณ์ บริหารยาเคมีบำบัดที่บ้าน
1. ผู้ป่วยต้องอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
2.ให้บริการเฉพาะช่วงเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-16.00 น.
3. พยาบาลเยี่ยมบ้านจะพิจารณาการให้บริการตามความเหมาะสม
ขั้นตอนในการรับบริการ
1. แจ้งความประสงค์ในการรับบริการกับพยาบาลประสานงาน/
พยาบาลเคมีบำบัด
2. เขียนแผนที่บ้านในแบบฟอร์มการเยี่ยมบ้าน
3.พยาบาลเยี่ยมบ้านตามวันเวลาที่นั ดหมาย ขณะเยี่ยมบ้านควรมีญาติ
หรือผู้ดูแลอยู่ด้วย
Scan me
LINE official HC.TUH