คู่มือการดูแลผู้ป่วย อัมพาตครึ่งซีก ด้วยความปรารถนาดีจาก กลุ่มงานกายภาพบำ บัด โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช โทร. 0-36785440-50 ต่อ 1215
การฟื้น ฟื้ ฟูสมรรถภาพ ในด้านต่าง ๆ จุดประสงค์ เพื่อป้อ ป้ งกันแผลกดทับบริเวณปุ่มปุ่ กระดูก ต่าง ๆ ของร่างกายและลดภาวะคั่ง คั่ ค้างของ เสมหะในปอด การจัดท่าทางให้ผู้ป่ว ป่ ยควรเปลี่ยน ท่าทุก ๆ 2 ชั่วโมง 1. การจัดท่าผู้ป่วยบนเตียง หลักการในการจัดท่าทาง ควรจัดให้อยู่ในท่าที่ตรงข้ามกับลักษณะการ เกร็งของกล้ามเนื้อแขนขา (ดังตัวอย่างในรูปผู้ป่ว ป่ ยเป็น ป็ อัมพาตข้างขวา) รูปที่ 1 : ท่านอนหงาย จัดศีรษะให้ผู้ป่วยวางบนหมอน กางข้อศอกออกและข้อไหล่หมุนเข้าโดยมีหมอนรอง แขนไว้ ให้ผู้ป่วยกำ ผ้าขนหนูม้วนเป็นรูปทรงกระบอก ขนาดพอดีกับมือผู้ป่วย และใช้หมอนผ้ารองบริเวณใต้ เข่าทั้ง 2 ข้างของผู้ป่วย
ท่าหมุนข้อไหล่ขวา ท่าหมุนข้อไหล่ออก ท่าข้อศอกเหยียดตรง รูปที่ 2 : การจัดแขนขาและมือข้างที่เป็นอัมพาต ท่านอนหงายโดยจัดข้อไหล่หรือข้อศอกในแบบต่าง ๆ ให้หมุนเข้า หมุนออก หรือข้อศอกเหยียดตรงโดยใช้ หมอนรองแขน ข้อศอกและให้ผู้ป่วยกำ ผ้าขนหนูม้วน เป็นรูปทรงกระบอก ดังรูป
นอนตะแคงทั้งตัว ลำ ตัวตรง หมอนหนุนศีรษะ และเท้า ใช้หมอนรองขาที่อยู่ข้างบนเพื่อป้องกันเท้าบิด และรองแขนที่อยู่ด้ยู่ ด้ านบนไม่ให้ไหล่ตกลงมา รูปที่ 3 : ท่านอนตะแคงทับข้างดี / อัมพาต รูปที่ 4 : ท่านอนคว่ำ สำ หรับผู้ป่วยที่ไม่มีปัญหาด้าน การหายใจผิดปกติ ผู้ป่วยสูงอายุ ความดันไม่คงที่ และสามารถนอนคว่ำ ได้ ควรจัดให้มีท่านอนคว่ำ อย่าง น้อย 30 นาที วันละ 2 - 3 ครั้ง โดยใช้หมอนรองไว้ เหนือข้อเท้า ส้นเท้า หัวไหล่ มีผ้ารองรับทั้งสองข้าง แขนและข้อศอกเหยียดออกข้างลำ ตัว
2. การบริหารข้อต่อ การบริหารข้อต่อ เพื่อป้อ ป้ งกันข้อติด กล้ามเนื้อหดเกร็ง กระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหว ในรูปแบบที่ปกติ ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถออกกำ ลัง กาย โดยการยกแขนขาได้ ควรออกกำ ลังกาย โดยการช่วยผู้ป่วยในการยกแขน-ขาให้ผู้ป่ว ป่ ย ก่อน ต่อเมื่อผู้ป่ว ป่ ยสามารถที่จะมีแรงยกเองได้ บ้าง จึงให้ผู้ป่ว ป่ ยพยายามที่จะช่วยในการออก กำ ลังกายด้วยจนผู้ป่ว ป่ ยสามารถออกกำ ลังกาย แขน-ขาได้เองในที่สุด การบริหารข้อต่อต่างๆ ในร่างกายควรทำ 15-20 ครั้งต่อท่าและสามารถ ออกกำ ลังกายได้ดังตัวอย่างในรูป รูปที่ 5 : ทำ บริหารข้อไหล่ ยกแขนขึ้น-ลง ผู้ที่ให้การ ออกกำ ลังกายแก่ผู้ป่วยใช้มือจับที่ข้ ที่ ข้ อมือ และข้อศอก ของผู้ป่วย และยกแขนขึ้น ลงตรง ๆ ข้อควรระวัง ควรทำ ช้า ๆ และนุ่มนวล เพราะภายหลังจากที่ผู้ป่วย เป็นอัมพาตกล้ามเนื้อมักจะอ่อนแรง และมีข้อไหล่ หลวม
รูปที่ 7 : ท่างอศอก -เหยียดศอก ผู้ให้การออกกำ ลัง กาย แก่ผู้ป่วยใช้มือจับที่บริเวณข้อมือและต้นแขนของ ผู้ป่วย และให้งอและเหยียดข้อศอก ท่าบิดมือไปด้านนิ้วหัวแม่มือ ท่าบิดมือไปด้านนิ้วก้อย ท่ากระดกข้อมือขึ้น ท่ากระดกข้อมือลง รูปที่ 8 : ท่าบริหารข้อมือ ผู้ให้การออกกำ ลังกายแก่ ผู้ป่วยใช้มือจับที่ข้อมือ และบริเวณกระดูกนิ้วมือของ ผู้ป่วยดังรูป ให้การกระดกข้อมือขึ้น-ลง บิดมือไปด้าน นิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อย
รูปที่ 9 : ท่าคว่ำ - หงายมือ ผู้ให้การออกกำ ลังกาย แก่ผู้ป่วยใช้มือจับที่ต้นเขนใกล้บริเวณข้อศอกและอีก มือจับที่บริเวณฝ่ามือข้อผู้ป่วย จับมือผู้ป่วยพลิกคว่ำ และหงายมือ รูปที่ 10 : ท่างอนิ้ว-เหยียดนิ้ว จับมือผู้ป่วยโดยมือ หนึ่งจับที่บริเวณนิ้วหัวแม่มือของผู้ป่วย และอีกมือจับ บริเวณนิ้วทั้ง 4 ของผู้ป่วยโดยให้งอนิ้วหัวแม่มือเข้า มาในฝ่ามือพร้อมกับเหยียดนิ้วทั้ง 4 ออก และให้สลับ กับการเหยียดนิ้วหัวแม่มือออก พร้อมกับงอนิ้วทั้ง 4 เข้ามาในลักษณะกำ มือ
รูปที่ 11 : ท่างอขา-เหยียดขา ผู้ให้การรักษา ใช้มือจับที่ บริเวณข้อเท้า และข้อเข่าของผู้ป่วยโดยงอเข่าผู้ป่วย และเหยียดขาผู้ป่วยออกมาในลักษณะตรงๆ รูปที่ 12 : ท่ากางขา-หุบขา ผู้ให้การรักษา ใช้มือจับที่ บริเวณข้อเข่า และข้อเท้าผู้ป่วยออกแรงในทิศกางขา ผู้ป่วยและหุบขาผู้ป่วย รูปที่ 13 : ท่หมุนขาเข้า-ออก มือผู้ให้การรักษา จับที่ บริเวณข้อเข่า และข้อเท้าของผู้ป่วยออกแรงหมุนขา ผู้ป่วยในทิศหมุนขาเข้าออก ดังรูป
รูปที่ 14 : ท่ากระดกปลายเท้าขึ้น - ลง รูปที่ 15 : ท่าหมุนปลายเท้าเชัา-ออก มือผู้ให้การรักษา จับที่ส้นเท้า และข้อเท้าของผู้ป่วยออกแรงดันส้นเท้า ผู้ป่วยในทิศทางกระดกปลายเท้าขึ้นและลง (รูปที่ 14) และหมุนปลายเท้าเข้าและออกดัง (รูปที่ 15)
3. การฝึกการเคลื่อนไหวตนเองและการฝึก ฝึ นั่ง เพื่อช่วยให้ระบบการทำ งานของหัวใจ ระบบการหายใจ รวมทั้งความดันโลหิต มีการ ทำ งานอย่างปกติ ป้อ ป้ งกันภาวะแทรกซ้อนของ เสมหะที่คั่งค้างในปอด การเคลื่อนไหวบนเตียง ได้แก่ การพลิกตะแคงตัว ควรฝึกให้สามารถ พลิกตะแคงตัวได้ทั้งสองข้างและการฝึกนั่งควร เริ่มตั้งแต่เวลาน้อย ๆ เช่น 5 นาที และผู้ป่ว ป่ ย ควรนั่งได้อย่างปกติ 30 นาที ต่อการลุก 1 ครั้ง แต่ไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง รูปที่ 16 : การพลิกตะแคงตัวมาด้านที่เป็นอัมพาต โดยงอขาข้างดีช่วยและใช้มือข้างดีเหนี่ยวขอบเตียง พลิกตะแคงตัว
การใช้เชือกผูกขาข้างที่เป็นอัมพาต เพื่อช่วยงอเข่าใน การพลิกตะแคงตัวไปด้านดี การประสานมือยกขึ้นเทวี่ยงเพื่อพลิกตะแดงตัว รูปที่ 17 : รูปแสดงขั้นตอนการพลิกตะแคงตัวไปด้าน ที่ดี
การฝึกนั่ง ภายหลังการพลิกตะแคงตัวได้ ซึ่งควรพลิกตะแคงตัวได้ทั้งด้านอัมพาต และ ทางด้านดีขั้นตอนต่อไปผู้ป่ว ป่ ย ควรเริ่มการฝึก นั่งโดยใช้ขาข้างดีเกี่ยวขาช้างที่เป็น ป็ อัมพาต เกี่ยวให้ขาห้อยลงข้างเตียงพร้อมกับยันตัวลุก ขึ้น รูปที่ 18 : การลุกนั่งข้างเตียง เมื่อลุกนั่งได้แล้วควรวางฝ่าเท้าให้มีการลง น้ำ หนักที่ขาสองข้างและยึดลำ ตัวให้ตั้งตรงและ ฝึกถ่ายน้ำ หนักตัวที่สะโพกข้างช้ายและขวา
ผู้ป่ว ป่ ยอัมพาตครึ่งซีก จะเคลื่อนย้ายตัว จากข้างดีเสมอการฝึกการเคลื่อนย้ายตัวจาก เตียงลงรถเข็น (ตามลำ คับขั้นตอนดังรูป) 4. การฝึกการเคลื่อนย้ายตัว 1. จัดรถเข็นให้หันไปทางปลายเตียง 2.ยันตัวลุกยืนโดยลงน้ำ หนักที่ขา ข้างดี
3. ค่อย ๆ หมุนตัวหันหลังแล้วหย่อน ตัวลงนั่งบนรถเข็น รูปที่ 19 : รูปแสดงการย้ายตัวจากเตียงลงรถข็น การฝึกการเคลื่อนย้ายตัวจากรถเข็นลงเตียง (ตามลำ ดับขั้นตอนดังรูป) 1. จัดรถเข็นให้หันไปทาง ปลายเตียง 2. ยันตัวลุกยืนโดยลงน้ำ หนักที่ขาข้างดี
3. ค่อย ๆ หมุนตัวหัน หลัง 4. ค่อย ๆ หย่อนกันลง นั่งบนเตียง รูปที่ 20 : รูปแสดงการย้ายตัวจากรถเข็นลงเตียง ควรฝึกการทรงตัวในท่ายืนก่อน โดย พยายามให้ผู้ป่ว ป่ ยลงน้ำ หนักบนขาที่ป็น ป็ อัมพาต และพยายามเกร็งตัวเหยียดเข่าไม่ให้เข่าทรุด การฝึกผู้ป่ว ป่ ยผ่านหน้ากระจก จะช่วยให้ผู้ป่ว ป่ ย เห็นท่าทางของตนเอง เมื่อยืนทรงตัวได้ดีแล้ว จึงหัดเดิน ผู้ป่ว ป่ ยอาจฝึกเดินโดยเกาะราวข้าง เตียงหรือใช้ไม้สามขา(Tripod cane) หรือสี่ ขา(Quad cane) เมื่อเดินได้ดี จึงเปลี่ยนเป็น ป็ ไม้เท้าขาเดียว (Single cane) อาจเลือกใช้ได้ ในบางราย นอกจากฝึกเดินในทางราบแล้ว ควรฝึกในทางขรุขระ เดินขึ้นลงบันได โดยใช้ ขาดีขึ้นก่อนในขณะขึ้นบันได และลงบันไดให้ใช้ ขาข้างอัมพาตลงก่อนการฝึกยืนเพื่อให้ผู้ป่ว ป่ ย ทราบลักษณะท่าทางการยืนที่ถูกต้องจึงควรฝึก ที่หน้ากระจก 5. การฝึกยืนและเดิน
รูปที่ 21 : การฝึกยืน การฝึกยืนโดยใช้ไม้ท้า ไม้เท้าสำ หรับผู้ป่ว ป่ ย อัมพาตครึ่งซีก อาจมีทั้งไม้เท้าสามขา ทั้งไม้เท้า ขาเดียว โดยมีข้อบ่งชี้ในการเลือกใช้ ดังนี้
ไม้เท้าสามขาเหมาะสมกับผู้ป่ว ป่ ยที่ยังมีการ ทรงท่าในท่ายืน ยังไม่ดีนัก แต่ขาข้างอัมพาตมี แรงพอที่จะควบคุมการเคลื่อนไหวได้บ้าง ไม้เท้า ขาเดียว เหมาะสมสำ หรับผู้ป่ว ป่ ยที่มีการทรงตัวดี มีกำ ลังขาของทั้ง 2 ข้างค่อนข้างดี หลักในการใช้ไม้เท้าสำ หรับหัดเดิน ใช้มือข้างดีถือไม้เท้า ความสูงของไม้เท้าต้องสูงพอดีกับระดับข้อ สะโพกของผู้ป่ว ป่ ย ข้อศอกที่ถือไม้เท้าต้องงอเล็กน้อย ยกไม้เท้าไปก่อนขาไม่ควรไกลมากและต้อง ออกแรงกดไม้เท้าเพื่อป้อ ป้ งกันการหกล้ม เมื่อยกไม้เท้าไปแล้วให้ใช้ขาข้างที่เป็น ป็ อัมพาตก้าวไปแต่ไม่เกินแนวของไม้เท้ ข้าง ดีตาม ไม่เกินแนวไม้เท้าเช่นกัน 1. 2. 3. 4. 5.
เอกสารอ้างอิง กิ่งแก้ว ปาจรีย์. การฟื้น ฟื้ ฟูสมรรถภาพผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง. คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล. 2547 การที่ผู้ที่ป่ผู้ วป่ยจะฟื้นตัวตัเร็ว ร็ หรือรืช้าช้นั้นนั้มักมัจะขึ้นขึ้กับกัอาการที่เที่ป็น ป็ เช่นช่มีอมีาการ ไม่รุม่น รุ แรง ไม่มีม่ โมีรคแทรกซ้อซ้น และมีกมีารรักรัษาอย่าย่งถูก ถู ต้อต้งต่อต่เนื่อนื่ง ทำ กายภาพบำ บัดบัอย่าย่งสม่ำ เสมอ มีสุมีสุ ขภาพจิตจิดี มีกำมีกำลังลัใจที่เที่ข้มข้แข็ง ข็ กินกิอาหารถูก ถู ส่วน ย่อย่มหลีกลีพ้นพ้อัมอัพฤกษ์ อัมอัพาตอย่าย่งแน่นน่อน