อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 49 ธรรมะแนวปฏิบัติ1 พระภาวนาธรรมาภิรัช 2 1 เทศน์ในงานสวดพระอภิธรรมหลวงปู่ทอง สิริมังคโล ณ วัดพระธาตุศรีจอมทอง (ในคลิปไม่ได้ระบุวันเดือนปี) ถอดเทป เรียบเรียงโดย...พรพรรณ สุจริตวณิช 2 วัดร่ำเปิง จ.เชียงใหม่
50 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 ธรรมชาติของกาย– ใจ รูปคือธรรมชาติที่มีความผันแปรเสื่อมสลาย ไม่ว่าใครก็ต้องตกอยู่ใน สภาพเดียวกันทั้งสิ้น และรูปเป็นธรรมชาติที่ไม่รู้อารมณ์ร่างกายเหมือนหุ่นยนต์ ที่ไม่รู้อารมณ์แต่มีความเสื่อมไป สิ้นไป ถึงเราจะบริโภคอาหารบำรุงร่างกาย อย่างดีแค่ไหนก็ตาม ส่วนใจเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ได้คือ รู้สึก (เวทนา) รู้จำ (สัญญา) รู้สิ่งที่ปรุงแต่งจิต (สังขาร) รู้แจ้งในอารมณ์ (วิญญาณ) วิญญาณมี6 ทาง คือ ทางตา เรียกว่าจักขุวิญญาณ ทางหู เรียกว่า โสตวิญญาณ ทางจมูก เรียกว่า ฆานวิญญาณ ทางลิ้น เรียกว่า ชิวหาวิญญาณ ทางกาย เรียกว่า กายวิญญาณ และทางใจ เรียกว่า มโนวิญญาณ สติ– วิปัสสนา สติเกิดขึ้นกับจิตขณะใด ใจเป็นบุญเสมอ เพราะเมื่อมีสติจะสามารถ ข่มอารมณ์ได้ด้วยการปล่อยวาง วิปัสสนา คือการรู้แจ้งจนก้าวข้ามความยึดมั่นต่าง ๆ เราต้องมาสร้างบุญกุศล แต่แม้เรามาสร้างบุญ เราก็ไม่สามารถต่อรอง กับมัจจุราชได้ การปฏิบัติบูชา คือ การปลูกฝังเรือนใจ ด้วยการปฏิบัติเพื่อเป็นที่พึ่งแก่ ตัวเอง บำเพ็ญเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 51 การก�ำหนดสติ อินทรีย์สังวร คือ ความมีสติที่เป็นไปในทวารทั้ง 6 คือ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ โดยการกำหนด เห็นหนอ ยินหนอ กลิ่นหนอ เย็นหนอ ร้อนหนอ อ ่อนแข็ง ตึง ไหว ให้กำหนดตามความจริง เมื่อเรามีสติระลึกรู้ จะมีอานิสงส์ให้เราระงับดับความอยาก ความปรารถนาได้ ภาษาเมืองว่า “ตาหัน ตัณหา” เมื่อตาเห็นรูป ถ้าเราไม ่มีสติระลึกรู้ มันจะเกิดความชอบ ไม่ชอบ ซึ่งเป็นโลภะ โทสะ โมหะ แต่ถ้าเรากำหนดทัน มันจะแปรเป็นกุศล อาทิถ้าเรามีสติกำหนดเห็นหนอได้ความชอบ ไม่ชอบ ไม่เกิดก็เป็น กุศล แต่ถ้าเราเกิดชอบ ไม่ชอบ ก็เป็นอกุศล ถ้ามีเสียงมากระทบหูเรากำหนด ได้ยินหนอได้ความชอบ ไม่ชอบ ไม่เกิดก็เป็นกุศล แต่ถ้าเกิดชอบ ไม่ชอบก็เป็น อกุศล เป็นความจริงที่เราพิสูจน์ได้ว่า ถ้าเราเห็น เราได้ยิน แล้วเกิดกิเลส มันก็ร้อน มันก็ทุกข์ถ้าไม่เกิด มันก็สุขก็เย็น มันอยู่ที่ว่าเราจะบริหารทวารทั้ง6 (ตา หูจมูก ลิ้น กาย ใจ) อย่างไร? ทุกสิ่งสามารถเป็นทั้งบุญ บาปได้มันอยู่ ที่ว่า เราจะมีสติในการกระทบสัมผัสไหม ปล่อยวางได้ไหม รูป - นาม มันไม่ใช่หญิง ไม่ใช่ชาย แต่มันเป็นตัวธรรมะ ต้องรู้ รูป - นามตามความเป็นจริง
52 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 วิธีตรวจสอบตัวเอง เมื่อเราปฏิบัติธรรมไปแล้ว ให้ลองตรวจสอบตัวเอง 1. กิเลสตัวเองเบาบางลงไหม 2. ความเห็นแก่ตัวลดลงไหม 3. ความเสียสละ แบ่งปันมากขึ้นไหม 4. สติสัมปชัญญะ มีเพิ่มมากน้อยแค่ไหน 5. โทสะลดลงเบาบางลงไหม 6. มีความเพียร ความอดทน มากแค่ไหน เรานิ่งได้ทนได้แค่ไหน คุณสมบัติของพระโสดาบัน 1. มีความเลื่อมใสแน่วแน่ในพระพุทธเจ้า 2. มีความเลื่อมใสแน่วแน่ในพระธรรม 3. มีความเลื่อมใสแน่วแน่ในพระสงฆ์ 4. มีศีลอันเป็นที่ชื่นชมพอใจของพระอริยะ พระโสดาบันจะไม่ต้องตกนรก หรือไม่ต้องตกในอบายภูมิทั้ง 4 (นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน) แบบทดสอบลูกศิษย์ การจากไปอย่างปุบปับของหลวงปู่ (ทอง) เช้าก็ยังให้โอวาท สายก็ให้ โอวาท ก่อนเพลท่านก็ยังให้โอวาท แต่หลังจากนั้นอีกแค่2ชั่วโมงครูบาอาจารย์ ก็ละสังขาร นี่เป็นสิ่งที่หลาย ๆ ท่านทำใจไม่ได้เราก็ต้องปล่อยวาง
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 53 เราต้องยืนหยัดต่อสู้โดยไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทรของครูบาอาจารย์แต่เราก็ยัง มีคำสอนของท่านอีกมากมาย ไว้เป็นที่พึ่งที่ระลึก เราต้องทดสอบบารมีของเรา ลองพึ่งตัวเองดูซิว่า เราจะรักษาศาสนา สำนัก และตัวเองได้ไหม เราต้องนำธรรมะมาใช้ว่าแม้แต่ครูบาอาจารย์ที่มรณภาพไป ก็เป็นเรื่อง ธรรมดาของสังขารโลกเราต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้นี่แหละจะทำให้เราเป็นบุญ กุศลทันทีทำให้เราปลอดภัยคือ พ้นจากภัยกิเลส ความสวัสดีของเรา คือ ไม่มี กิเลสเข้ามาครอบง�ำจิตใจ โดยอาศัยการมีสติการปล่อยวาง โดยอ�ำนาจของ ปัญญา ที่จะเป็นเหตุให้เราเข้าถึงธรรมะ ที่พวกเรามานึกถึงความดีของครูบา อาจารย์กตัญญูกตเวทีในครูบาอาจารย์เราก็มาทำหน้าที่ของเราเพื่อบูชาคุณครู บาอาจารย์แต่ความดีทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เป็นความดีของเราทั้งสิ้น โดยอาศัยงาน ของครูบาอาจารย์เป็นที่ตั้ง บุญกุศล ทาน ศีล ภาวนานี้ มันก็จะเป็นกุศลเกื้อกูลเรา ให้เจริญในมรรคาสัมมาปฏิบัติ เพื่อความดับทุกข์ เพื่อมรรค ผล นิพพาน เป็นที่สุด
54 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 ธรรมะวจนะ รวบรวมโดย...พรพรรณ สุจริตวณิช
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 55 พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า... “มาร1 ย่อมครอบงำบุคคลผู้พิจารณาเห็นความงาม2 ไม่สำรวมอินทรีย์ไม่รู้จักประมาณในการบริโภค เกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อน เหมือนพายุพัดต้นไม้ที่ไม่มั่นคงให้หักโค่นลงได้ฉะนั้น มารย่อมไม่ครอบง�ำบุคคลผู้ไม่พิจารณาเห็นความงาม ส�ำรวมอินทรีย์ดีแล้ว รู้จักประมาณในการบริโภค มีศรัทธา และปรารภความเพียร เหมือนพายุพัดโค่นภูเขาศิลาไม่ได้ฉะนั้น” ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (25/7-8/26) 1 มารในที่นี้หมายถึง กิเลสมาร (ขุ.ธ.อ. 1/66) 2 พิจารณาเห็นความงาม ในที่นี้หมายถึงอยู่อย่างปล่อยใจไปในอิฏฐารมณ์เช่น ยึดถือว่าเล็บงาม นิ้วงาม เท้างาม เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. 1/65)
56 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า... “เราจักอดกลั้นถ้อยคำล่วงเกิน เหมือนพญาช้างในสงคราม อดทนต่อลูกศรที่ตกจากแล่ง เพราะคนจำนวนมากเป็นผู้ทุศีล คนทั้งหลายนำสัตว์พาหนะที่ฝึกแล้วไปสู่ที่ประชุม พระราชาย่อมทรงราชพาหนะที่ฝึกแล้ว ในหมู่มนุษย์คนที่อดกลั้นถ้อยค�ำล่วงเกินได้ ชื่อว่าเป็นผู้ฝึกตนได้แล้ว เป็นผู้ประเสริฐที่สุด ม้าอัศดร ม้าอาชาไนย ม้าสินธพ ช้างใหญ่ ที่ได้รับการฝึกหัดแล้ว เป็นสัตว์ประเสริฐ แต่คนที่ฝึกตนได้แล้ว3 ประเสริฐกว่าสัตว์พาหนะเหล่านั้น4 ” ขุททกนิกาย ธรรมบท (25/320-322/133) 3 ฝึกตนได้แล้ว หมายถึง ฝึกตนได้ด้วยอริยมรรค 4 (โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค และอรหัตตมรรค) (ขุ.ธ.อ. 7/125) 4 ขุ.ม. แปล 29/90/282 ขุ.จู(แปล) 30/18/117-118
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 57 พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ผู้ใดไม่มีมายา ไม่มีมานะ สิ้นโลภะแล้ว ไม่มีการยึดถือว่าของเรา ไม่มีความหวัง5 ละความโกรธได้มีจิตสงบเย็นยิ่งนัก ผู้นั้นชื่อว่า พราหมณ์สมณะ ภิกษุ6 ” ขุททกนิกาย อุทาน (25/26/221) พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “การฝึก7 จิตที่ควบคุมได้ยาก เปลี่ยนแปลงง่าย8 ชอบใฝ่หาแต่อารมณ์ที่ปรารถนา จัดว่าเป็นความดี เพราะจิตที่ฝึกแล้ว ย่อมนำสุข9 มาให้ ผู้มีปัญญาควรรักษาจิต ที่เห็นได้ยากยิ่ง ละเอียดยิ่ง ชอบใฝ่หาแต่อารมณ์ที่ปรารถนา เพราะจิตที่คุ้มครองแล้ว ย่อมนำสุขมาให้” ขุททกนิกาย ธรรมบท (25/35-36/36) 5 ไม่มีความหวัง หมายถึง ไม่มีความหวังที่จะเกิดในภพต่อ ๆ ไป (ขุ.อุ.อ.26/205) 6 คำว่า “พราหมณ์สมณะ ภิกษุ” ตามหลักการพระพุทธศาสนามีความหมายดังนี้พราหมณ์หมายถึง ผู้ลอยบาปได้สมณะ หมายถึง ผู้สงบระงับบาปได้ภิกษุ หมายถึง ผู้ทำลายกิเลสได้(ขุ.ธ.อ.5/68) 7 การฝึก ในที่นี้หมายถึง การฝึกด้วยอริยมรรค 4 คือ โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค และอรหัตตมรรค (ขุ.ธ.อ.2/118) 8 เปลี่ยนแปลงง่าย หมายถึง เกิดดับเร็ว (ขุ.ธ.อ.2/118) 9 สุข ในที่นี้หมายถึงสุขที่เกิดจากอริยมรรคอริยผลและสุขนี้เกิดจากการบรรลุนิพพานอันเป็นประโยชน์ สูงสุด (ขุ.ธ.อ.2/118)
58 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 ธรรมะคีตาของท่านมิลาเรปะ (พระลามะชาวทิเบต) 10 โปรดฟังคำเหล่านี้มิตรสหายทั้งหลาย เมื่อคุณยังเยาว์และมีก�ำลังแข็งขัน คุณไม่คิดถึงความชราที่กำลังมาเยือน แต่ชรานั้น มันเคลื่อนใกล้เข้ามา ๆ อย่างช้า ๆ และแน่นอน เหมือนดังเมล็ดพืชที่กำลังงอกอยู่ใต้ดิน เมื่อคุณยังแข็งแรง และมีอนามัยดี คุณไม่คิดถึงโรคาพยาธิที่กำลังมาเยือน แต่โรคานั้น มันมาอย่างฉับพลันทันใด เหมือนหนึ่งฟ้าแลบก็ปานกัน 10 แปลจากธรรมคีตาฉบับภาษาอังกฤษ (Songs of Milarepa) โดย ผศ.รุ่งเรือง บุญโญรส
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 59 เมื่อหมกมุ่นอยู่ในโลกียสมบัติ คุณไม่คิดเลยว่า ความตายกำลังคืบคลานเข้ามา แต่แล้วมันถลามารวดเร็วดังฟ้าร้อง ที่แตกลั่นระรัวรอบศีรษะของคุณ ความเจ็บไข้ความชรา และความตาย มันพบกันเสมอ เหมือนดังมือและปาก พญายม ซุ่มรอหาเหยื่อของท่านอยู่ และพร้อมที่จะต้อนรับผู้เคราะห์ร้ายเสมอ เมื่อความวิบัติได้บังเกิดแก่เขาแล้ว นกกระจอกบินไปเป็นหมู่เป็นแถว ชีวิต มรณะ และภาวะบารโด11 ก็เป็นเช่นนั้น ตามติดกันและกัน แขกผู้มาเยี่ยมสามท่านนี้ไม่เคยห่างเหจากคุณเลย คิดดังนี้แล้ว คุณไม่กลัวหรือ บาปกรรมของคุณ? เหมือนธนูแข็งแรง ที่ซุ่มคอยจะเจาะทะลุคุณ การได้เกิดในนรก เป็นเปรต หรืออสุรกาย ที่กำลังคอยจับจองตัวคุณอยู่ หากคุณตกลงสู่กับดักของมัน ยากยิ่งหนอที่คุณจะหลุดพ้นออกมาได้ 11 ภาวะบารโด คือภาวะที่กึ่งกลางระหว่างการตายและการเกิดใหม่ ตามความเชื่อทางพุทธศาสนา ฝ่ายทิเบต ภาวะนี้สำคัญมาก บุคคลจะไปเกิดใหม่ดีชั่วอย่างไร ขึ้นอยู่กับภาวะนี้บารโด คำนี้ตรงกับ คำว่า สัมภเวสีซึ่งพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทยังโต้แย้งอยู่ ไม่ยอมรับว่ามีเพราะถือว่า การไปเกิดอีก เป็นการไปเกิดทันทีไม่มีภาวะอื่นใดแทรกเข้ามาเป็นทางผ่าน
60 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 คุณไม่กลัวความล�ำบากยากเข็ญ ที่เคยประสบในอดีตหรือ? แน่ซิคุณจะรู้สึกเจ็บปวดมาก หากเคราะห์ร้ายนั้นจู่โจมคุณ ความทุกข์ยากของชีวิต ตามติดกันมาไม่ขาดสาย เหมือนดังคลื่นในทะเลที่ตามติด ๆ กันมาไม่หยุด คลื่นลูกหนึ่ง ยังไม่ทันผ่านพ้นสลายไป อีกลูกหนึ่ง ก็ไล่ตามหลังมา จนกว่าคุณจะหลุดพ้น ความทุกข์ความสุข ก็มา ๆ ไป ๆ ไม่มีกฎเกณฑ์ เหมือนกับคนสัญจรไปมา ที่คุณพบปะในถนนหนทาง ความสนุกส�ำราญ ก็ไม่แน่นอน เหมือนอาบน้ำอยู่กลางแดด และมีอยู่ชั่วประเดี๋ยว เหมือนพายุหิมะ ซึ่งมาโดยไม่เตือนล่วงหน้า เมื่อระลึกถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว ไฉนจึงไม่ปฏิบัติธรรม ?
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 61 วิปัสสนาธรรมค�ำกาพย์1 ญาณ 16 (โสฬสญาณสังเขป) 1 คำอธิบายในเชิงอรรถและรูปภาพทั้งหมดเป็นการใส่เพิ่มเติมในการพิมพ์ครั้งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น ไม่มีในต้นฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
62 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 ไหว้ครู มหากรุณิโก พุทฺโธ โย นาโถ สพฺพปาณินํ อตฺถกาโม หิเตสีจ, สิรสา ตํ นมามิหํ ฯ สฺวากฺขาโต โย วโร ธมฺโม สตฺตานํ มคฺคโชตโก ปทาลโก จ โมหสฺส, สิรสา ตํ นมามิหํ ฯ พุทฺธสฺส สาวโก สงฺโฆ อริโย ธมฺมการโก ทายาโท พุทฺธธมฺมสฺส, สิรสา ตํ นมามิหํ ฯ โย โข อาจริโย มยฺหํ กมฺมฏฺฐานสฺส ทายโก อโหสิเมตฺตวา นิจฺจํ, สิรสา ตํ นมามิหํ ฯ อิทาเนว ปวกฺขามิ กมฺมฏฺฐานสฺส ภาวนํ กิเลสานํ ปหานาย, ตํ เม สุณาถ สาธโว ฯ สิทธิกิจฺจํ สิทฺธิกมฺมํ สิทฺธิการิยตถาคโต สิทฺธิลาโภ ชโย นิจฺจํ สพฺพสิทฺธีภวนฺตุเม-ติฯ
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 63 กาพย์ฉบัง 16 ยอกรก้มเกล้าอัญชลี องค์พระชินสีห์ สัมพุทธภควันต์ ไหว้พระพุทธธรรมอัน มหัศจรรย์ คุณครอบภพไตรไพศาล ไหว้อริยสงฆ์ทรงญาณ ธรรมสมาทาน สืบพระพุทธศาสนา อีกอาจารย์วิปัสสนา มีคุณเมตตา กราบคารวะสดุดี จักรจนาธรรมกวี กำหนดวิธี วิปัสสนากรรมฐาน ตามนัยะ “โสฬสญาณ” ชำระสันดาน ประหานกิเลสภัย มุ่งค่าภาวนามัย ชาวพุทธเผ่าไทย ปฏิบัติสู่สัจธรรม ผลได้ไหว้ครูผู้นำ ก่อนกอปรกิจกรรม เกิดญาณปรีชายิ่งพลัน รู้อรรถสัทธรรมสำคัญ มืดในใจบรร- เทาทั้งนิวรณ์กังวล อาจคงสัตถุมงคล คู่ไทยมณฑล มรรคผลนิพพานเจริญ เทอญ ฯ
64 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 กาพย์สุรางคนางค์28 1. ผู้จะปฏิบัติ ธรรมะต้องตัด ปลิโพธ1 ห่วงใย ให้เสร็จเด็ดขาด ปราศจากอาลัย จึงจักลุได้ มรรคผลนิพพานฯ 2. อย่าห่วงบ้านช่อง ญาติพี่น้อง พวกพ้องวงศ์วาน สัตว์เลี้ยงข้าวของ เงินทองพัสถาน อาชีพการงาน ตลอดการศึกษาฯ 3. การกินการนอน การหลับพักผ่อน ตลอดจนเจรจา ให้มีแต่น้อย อย่าคอยแสวงหา เพื่อนฝูงสนทนา ปฏิบัติเสียไป 4. ต้องเชื่อฟังครู โยคีทุกผู้ ทิ้งครูไม่ได้ คอยสอบอารมณ์ ปรับข่มปลอบใจ เมื่อจิตหวั่นไหว เตลิดเปิดเปิง ฯ 1 ปลิโพธ แปลว่า เครื่องผูกพันหรือหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ใจติดข้อง เป็นห่วงกังวล มี10 อย่าง 1. ความกังวลเกี่ยวกับที่อยู่2. ความกังวลเกี่ยวกับตระกูล 3. ความกังวลเกี่ยวกับลาภ 4. ความ กังวลเกี่ยวกับหมู่คณะ 5. ความกังวลเกี่ยวกับงาน 6. ความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางไกล 7. ความกังวลเกี่ยวกับญาติ8. ความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บไข้ของตนเอง 9. ความกังวล เกี่ยวกับการศึกษาเล่าเรียน 10. ความกังวลเกี่ยวกับฤทธิ์
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 65 5. ครูนั้นต้องรู้ หลักวิชาครู รู้ทันชั้นเชิง โยคีมายา มักพากระเจิง ครูดีอย่าเหลิง ลูกศิษย์ตอแหล ฯ 6. สอบสภาวะ ธรรมทุกขณะ คุ้มครองดูแล ถูกผิดศิษย์เล่า เอาใจใส่แก้ สภาวะแท้ ญาณศิษย์เกิดมีฯ 7. ผู้ปฏิบัติ ต้องใจซื่อสัตย์ ต่อครูอยู่ดี เล่าความตามจริง ชายหญิงโยคี ครูเราเท่านี้ เป็นที่อาศัย ฯ 8. ต้องมีวิริยะ อดทนมานะ ไม่พรั่นหวั่นไหว เลือดเนื้อเหลือนิด ฤๅคิดอาลัย ขอแต่ให้ได้ บรรลุมรรคผล ฯ 9. แรกปฏิบัติธรรม จิตต้องน้อมนำ รักษาศีลตน แล้วแผ่เมตตา มหากุศล สัตว์ทั่วสากล อย่าเบียดเบียนกัน ฯ
66 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 10. แล้วเดินจงกรม ช้าช้านิยม มือไพล่หลังพลัน เริ่มขวาย่างหนอ สติจ่อจับทัน ปลายเท้าสำคัญ อย่าให้เคลื่อนคลา ฯ 11. ให้ได้ปัจจุบัน ภาวนา ขวา นั้น ให้ยกเท้า ขวา ภาวนาว่า ย่าง เท้าย่างออกมา ต่อ หนอ ภาวนา เท้าเหยียบทันทีฯ 12. ในขณะยืนรอ ภาวนา ยืนหนอ ยืนหนอ พอดี และเมื่อกลับหลัง ทุกครั้งต้องมี กลับหนอ ขณะที่ หมุนเท้ากลับมา ฯ
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 67 13. ตาเห็นได้ยิน ถูกต้อง, ได้กลิ่น รู้รสโอชา เห็นหนอ ยินหนอ ถูกหนอ ภาวนา กลิ่นหนอ ต้องว่า ตลอดทั้ง รสหนอ ฯ 14. ในระหว่างเดิน หรือนั่งเพลิดเพลิน ใจคิดติดต่อ คิดนั่นคิดนี่ สติมีไม่พอ อย่าพักย่อท้อ คิดหนอ ภาวนา ฯ 15. ถ้าเกิดอยากได้ ธรรมะใดใด ของพระศาสดา ว่า อยากได้หนอ เกิดข้อกังขา ในแนววิปัสสนา ว่า สงสัยหนอ ฯ 16. ถ้าเกิดโกรธขึ้ง โกรธหนอ รำพึง กำหนดจดจ่อ ถ้าเกิดฟุ้งซ่าน พลุ่งพล่านใจคอ คุ้มสติให้พอ ฟุ้งหนอ ว่าไว้ฯ 17. เมื่อง่วงขึ้นมา ท่านให้ภาวนา ง่วงหนอ ในใจ ถ้าเกิดเวทนา ก็อย่าหลงใหล กำหนดทิ้งไป อย่าได้ยึดถือ ฯ
68 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 18. เกิดสบายเกิดสุข ปวดเจ็บเป็นทุกข์ คันไม้คันมือ กำหนดทุกข้อ เติมหนอ นั่นคือ ว่า สุขหนอ หรือ ปวดหนอ คันหนอ ฯ 19. การเดินจงกรม เพื่อความเหมาะสม ชั่วโมงเดียวพอ แล้วค่อยบรรจง นั่งลงอย่ารอ บริกรรมติดต่อ นั่งหนอ ภาวนา ฯ 20. ให้นั่งขัดสมาธิ อย่าขาดสติ จิตแน่วหลับตา เพ่งอยู่ที่ท้อง จ้องพิจารณา แน่วแน่จนกว่า เห็นท้อง ยุบ – พอง ฯ 21. ชั่วโมงผ่านไป ยังหาเห็นไม่ จักต้องเพียรลอง เดินจงกรมใหม่ นั่งใหม่จนมอง พอง-ยุบ ของท้อง เห็นแน่แก่ใจ ฯ
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 69 22. ในระยะพอง ภาวนาสอดคล้อง พองหนอ ว่าไป ระยะยุบต่อ ยุบหนอ โดยนัย บริกรรมไว้ พองหนอ ยุบหนอ ฯ 23. จะท�ำอะไร ทุกอย่างท่านให้ กำหนดติดต่อ เดินนอนนั่งยืน คู้ยื่นเหยียดงอ กินเคี้ยวต้องขอ ให้พร่ำภาวนา ฯ 24. เมื่อมีสติ ก็มีสมาธิ ก่อเกิดปัญญา ก�ำหนดให้ทัน ปัจจุบันเวลา นี่คือ “มหา สติปัฏฐาน” ฯ 25. เมื่อได้ปัจจุบัน กำหนดตามทัน เกิดปัญญาญาณ คือในชั้นแรก จะแยกสังขาร รูปนามชำนาญ แน่แท้แก่ใจ ฯ 26. ก�ำหนดยุบพอง ได้อย่างถูกต้อง ชัดเจนแจ่มใส อะไรเป็นรูป สรุปรู้ได้ นามเป็นเช่นไร จะรู้พิศดาร ฯ
70 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 27. พองก็เห็นชัด ยุบเห็นถนัด ชัดเจนทุกสถาน คือ “นามะรูปปะ- ริจเฉทะญาณ”2 ปัญญาบันดาล ในขั้นปฐม ฯ 28. เมื่อท�ำติดต่อ สมาธิมากพอ โดยเดินจงกรม ภาวนากำหนด อิริยาบถผสม ปัญญาอุดม จะเกิดขึ้นมา ฯ 29. เห็นชัดปัจจัย นามรูปทั่วไป ปราศข้อกังขา รูปก่อเกิดนาม เห็นตามปัญญา นามนั้นก็พา เกิดรูปโดยนัย ฯ 30. จิตรู้ยุบพอง กำหนดแคล่วคล่อง ยุบพองตามไป บางครั้งคอยจ้อง ยุบพองอยู่ไหน ญาณนี้“ปัจจัย - ปริคคะหะญาณ”3 ฯ 2 คำอธิบายญาณ 16 จากหนังสือ “พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม” โดย... พระเทพเวที ญาณกำหนด จำแนกรู้นามและรูป คือรู้ว่าสิ่งทั้งหลายมีแต่รูปธรรมและนามธรรม และกำหนด แยกได้ว่า อะไรเป็นรูปธรรม อะไรเป็นนามธรรม 3 ญาณกำหนดรู้ปัจจัยของนามและรูป คือรู้ว่า รูปธรรม และนามธรรมทั้งหลายเกิดจากเหตุปัจจัย และเป็นปัจจัยแก่กัน อาศัยกัน
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 71 31. มาถึงตอนนี้ เพิ่ม ย่าง ให้มี สมาธิมาตรฐาน ย่างหนอ เหยียบหนอ ทำพอประมาณ สองอย่างเดินนาน หนึ่งชั่วโมงพอ ฯ 32. ยกเท้าขึ้นมา ทันทีภาวนา พร้อมกับ ยกหนอ เริ่มย่างวางเหยียบ เหยียบชิดติดต่อ ขณะเหยียบอย่ารอ ว่า หนอ พอดีฯ 33. ขณะนั่งภาวนา เห็นหมอกควันมา เห็นแสงเห็นสี เห็นภาพนิมิต หลายชนิดมากมี คนสัตว์เปรตผี แม่น้ำภูเขา ฯ
72 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 34. อย่าได้ชื่นชม กิเลสทับถม ทำให้มัวเมา กำหนด เห็นหนอ เห็นหนอ จักเพลา อย่ายึดถือเอา ก็จักหายไป ฯ 35. ถ้าเกิดหัวโต หน้าท้องพองโย้ หายุบเข้าไม่ ร่างกายวิปริต อย่าคิดหวั่นไหว รู้หนอ ว่าไว้ จักหายทันตา ฯ 36. ถ้าน�้ำตาไหล เพราะเกิดเลื่อมใส ในพระศาสนา ว่าร้องไห้หนอ หัวร่อออกมา ก็ให้ภาวนา กำหนดทุกครั้ง ฯ 37. นี้ลักษณาการ “สัมมะสะนะญาณ”4 ควรจะระวัง เห็นพระไตรลักษณ์ ประจักษ์จริงจัง อนิจจังทุกขัง อีกทั้งอนัตตา ฯ 38. อันพองยุบนี้ จะเห็นเร็วถี่ บางทียิ่งช้า แล้วก็เสื่อมหาย ตอนปลายยากหา มันเกิดขึ้นมา แล้วเสื่อมหายไป ฯ 4 ญาณกำหนดรู้ด้วยพิจารณาเห็นนามและรูปโดยไตรลักษณ์คือ ยกรูปธรรมและนามธรรม ทั้งหลาย ขึ้นพิจารณา โดยเห็นตามลักษณะที่เป็นของไม่เที่ยงเป็นทุกข์มิใช่ตัวตน
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 73 39. นั่นคืออนิจจัง ไม่รู้จีรัง ยั่งยืนอย่างไร ทุกขัง ยังรู้ ทนอยู่ไม่ได้ บังคับได้ไฉน อนัตตะสังขาร ฯ 40. เมื่อพ้นญาณนี้ จักเข้าญาณสี่ “อุทยัพพะญาณ”5 รูปนามเกิดแปร เที่ยงแท้อันตรธาน ดับไปไม่นาน จักกลับคืนมา ฯ 41. เกิดคนกายพร้อม มดไรไต่ตอม ตามหน้าตามตา เกิดเสียวแปลบปลาบ วูบวาบแขนขา ขนลุกซู่ซ่า กายาสั่นรัว ฯ 42. เจ็บปวดรวดร้าว เย็นซ่านสะท้านหนาว ตัวเบาลอยตัว สุขอย่างวิเศษ เป็นกิเลสเหตุชั่ว อย่าได้เมามัว กำหนดรู้ทัน ฯ 43. พองยุบเกิดมา แต่ในไม่ช้า จักหายไปพลัน จงอย่าตกใจ หายไปช่างมัน แน่วสติมั่น รู้หนอ ทันทีฯ 5 ญาณอันตามเห็นความเกิดและความดับ คือพิจารณาความเกิดขึ้นและความดับไปแห่งเบญจขันธ์จน เห็นชัดเจนว่า สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ครั้นแล้วต้องดับไป ล้วนเกิดขึ้นแล้วดับไปทั้งหมด
74 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 44. ถึงญาณนี้ไซร้ เป็นอันหวังได้ ถ้าปฏิบัติดี จักลุมรรคผล ดลตามวิถี จะช้าเร็วนี้ อยู่ที่วาสนา ฯ 45. ต่อนี้เดินตาม ย่างระยะสาม แยกยกเท้าขวา กำหนด ยกหนอ ย่างต่อออกมา ย่างหนอ ภาวนา ยามเหยียบ เหยียบหนอ ฯ 46. ตอนนี้ยุบพอง ไม่ใคร่แคล่วคล่อง จ้องจิตคิดท้อ เกิดแล้วดับไป ทำให้ใจคอ ย่อหย่อนอ่อนข้อ ไม่สู้ตั้งใจ ฯ
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 75 47. เห็นพองยุบแผ่ว รวมกันเข้าแล้ว แตกสลายไป ลุถึง “ภังคาญาณ”6 สังขารรักใคร่ ไม่มีอะไร นอกจากแตกทำลาย 48. นั่งท�ำต่อไป จะนึกเสียวใจ เห็นพองยุบหาย คิดเกิดหวาดหวั่น พรึงพรั่นอันตราย นี่คือ เครื่องหมาย ว่าถึง “ภยญาณ”7 ฯ 49. ครั้นแล้วจักเห็น ว่าการบำเพ็ญ ทำกรรมฐาน ไม่มีอะไร ทำไปป่วยการ ไม่เห็นเป็นงาน ที่จักให้ผล ฯ 50. นั่นคือล่วงผ่าน “อาทีนวญาณ”8 ญาณซึ่งพึงยล เห็นโทษรูปนาม เกิดความทุกข์ทน เบื่อสังขารตน กระวนกระวาย ฯ 6 ญาณอันตามเห็นความสลาย คือเมื่อเห็นความเกิดดับเช่นนั้นแล้ว คำนึงเด่นชัดในส่วนความดับ อันเป็นจุดจบสิ้น ก็เห็นว่า สังขารทั้งปวงล้วนจะต้องสลายไปทั้งหมด 7 ญาณอันมองเห็นสังขารปรากฏเป็นของน่ากลัว คือเมื่อพิจารณาเห็นความแตกสลายอันมีอยู่ทั่วไป แก่ทุกสิ่งทุกอย่างเช่นนี้แล้ว สังขารทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นไปในภพใดคติใด ก็ปรากฏเป็นของน่ากลัว เพราะล้วนแต่จะต้องสลายไปไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น 8 ญาณอันคำนึงเห็นโทษ คือเมื่อพิจารณาเห็นสังขารทั้งปวงซึ่งล้วนต้องแตกสลายไป เป็นผลน่ากลัว ไม ่ปลอดภัยทั้งสิ้นแล้ว ย่อมคำนึงเห็นสังขารทั้งปวงนั้นว ่าเป็นโทษ เป็นสิ่งที่มีความบกพร ่อง จะต้องระคนอยู่ด้วยทุกข์
76 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 51. แลต่อจากนี้ พองยุบที่มี กำหนดได้ง่าย แต่ว่าจิตแล้ง เหี่ยวแห้งเหลือหลาย รู้สึกเบื่อหน่าย เปลี่ยวเปล่าเศร้าใจ ฯ 52. เห็นว่าชีวิต ที่เคยชอบชิด พึงจิตพิสมัย ไม่มีแก่นสาร สำคัญอย่างไร มีแต่จะให้ ทนทุกข์ทรมาน ฯ 53. นั่นคือปัญญา เข้าขั้นแรงกล้า “นิพพิทาญาณ”9 ดวงจิตคิดคล้าย เบื่อหน่ายสังขาร นามรูปสะคราญ คิดขยะแขยง ฯ 54. เกิดเบื่อก็ขอ ให้ว่า เบื่อหนอ ใจคอเข็มแข็ง แห้งแล้งนักหนา ภาวนา แห้งแล้ง เปล่าเปลี่ยวเหี่ยวแห้ง ต้องกำหนดตาม ฯ 9 ญาณอันคำนึงเห็นด้วยความหน่าย คือเมื่อพิจารณาเห็นสังขารว่าเป็นโทษเช่นนั้นแล้ว ย่อมเกิด ความหน่าย ไม่เพลิดเพลินติดใจ
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 77 55. ผ่านญาณนี้ไป เพิ่มย่างขึ้นใหม่ เหมือนกับย่างสาม แต่ยกส้นเพิ่ม ประเดิมพองาม ขณะยกพยายาม ว่า ยกส้นหนอ ฯ 56. เมื่อท�ำท�ำไป รู้สึกจิตใจ ให้ระทดท้อ ลุกนั่งอย่างใด ไม่สบายใจคอ จิตใจแห้งฝ่อ ไม่อยากจะทำ ฯ 57. คิดไปคิดมา เลิกทำดีกว่า ทรมานทรกรรม คิดกลับบ้านช่อง เข้าของเก็บงำ เห็นแล้วน่าขำ จะกลับท่าเดียว ฯ 58. มาถึงตอนนี้ ทำใจให้ดี มีสติยึดเหนี่ยว ฟุ้งหนอ ภาวนา เป็นยาขนานเดียว แก้อารมณ์เปลี่ยว ให้เสื่อมหายไป ฯ 59. นั่นคือ “มุญจิตุ กัมมยตาญาณ”10 ลุ ปราศข้อสงสัย ใคร่พ้นสังขาร เพราะญาณแจ้งใจ เห็นโทษเห็นภัย ไม่มีแก่นสาร ฯ 10 ญาณอันคำนึงด้วยใคร่จะพ้นไปเสีย คือ เบื่อหน่ายสังขารทั้งหลายแล้วย่อมปรารถนาที่จะพ้นไปเสีย จากสังขารเหล่านั้น
78 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 60. ต่อจากนี้ไป ญาณจะเกิดใหม่ “ปฏิสังขาญาณ”11 วนพิจารณ์ใน ไตรลักษณ์ทวนทาน หาทางพ้นผ่าน สังขารทั้งหลาย ฯ 61. อาจเกิดทุกข์ทน มากมายเหลือล้น กระวนกระวาย อกเหมือนจะแยก พังแตกทำลาย ใจเหมือนจะสลาย ขาดจากร่างไป ฯ 62. อาจเกิดเจ็บปวด รวดร้าวยิ่งยวด สุดจะทนไหว คิดว่าตายแน่ แต่ไม่เป็นไร เจ็บปวดอย่างใด ท่านให้ภาวนา ฯ 63. ปวดหนอ เจ็บหนอ อย่าได้ย่อท้อ พอญาณแก่กล้า - ขึ้น จักเสื่อมหาย ไม่มีเกิดมา รู้ทุกข์สัจจา ปัญญาแตกฉาน 11 ญาณอันคำนึงพิจารณาหาทาง คือ เมื่อต้องการจะพ้นไปเสีย จึงกลับหันไปยกเอาสังขารทั้งหลาย ขึ้นมาพิจารณา กำหนดด้วยไตรลักษณ์เพื่อมองหาอุบายที่จะปลดเปลื้องออกไป
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 79 64. ตอนนี้ย่างใหม่ ระยะห้าเพิ่มให้ เหมาะสมแก่ญาณ ยกส้น, ยก, ย่าง ย่าง อย่างเคยผ่าน ลง, ถูก สองประการ ผิดแปลกออกไป ฯ 65. หลังจากย่างหนอ ลงหนอ ย่างต่อ เท้าลดทันใด อย่าให้ถูกพื้น พอยืนอยู่ได้ วางเท้าถูกไซร้ ถูกหนอ ทันทีฯ 66. ก�ำหนดท�ำไป แคล่วคล่องว่องไว ทุกข์ไม่ย่ำยี อารมณ์เฉยอยู่ ไม่รู้เปรมปรีด์ เสียใจไม่มี สงบจิตใจ ฯ 67. พองยุบที่มี อาจช้าหรือถี่ แต่เบาลงไป สุขุมละเอียด ละเมียดละมัย บางทีเร็วไว จนตามไม่ทัน ฯ 68. ถ้าเป็นเช่นว่า รู้หนอ ภาวนา จะมาทันกัน ละเอียดเกินไป จับไม่ได้นั้น หายหนอ นึกพลัน เห็นมิทันนาน ฯ
80 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 69. นั่นคือผ่านมา ลุถึง “สังขา- รุเปกขาญาณ”12 ญาณพิจารณา ดูบรรดาสังขาร โดยอุปาทาน เป็นอุเบกขา ฯ 70. มาถึงญาณนี้ ถ้าหากอินทรีย์ อันมีองค์ห้า ได้แก่สมาธิ สติปัญญา วิริยะ สัทธา ไม่เสมอกัน ฯ 71. ญาณจะทรงอยู่ หรือตกไปสู่ ญาณต่ำนานวัน จะต้องอุตสาหะ วิริยะบากบั่น ให้อินทรีย์นั้น แก่กล้าทุกประการ ฯ 12 ญาณอันเป็นไปโดยความเป็นกลางต่อสังขารคือเมื่อพิจารณาสังขารต่อไปย่อมเกิดความรู้เห็นสภาวะ ของสังขารตามความเป็นจริงว่ามีความเป็นอยู่เป็นไปของมันอย่างนี้เป็นธรรมดา จึงวางใจเป็นกลางได้ ไม่ยินดียินร้ายในสังขารทั้งหลาย มองเห็นแต่นิพพานเป็นสันติบท ญาณจึงแล่นมุ่งไปยังนิพพาน เลิกละความเกี่ยวเกาะกับสังขารเสียได้
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 81 72. ตอนนี้ต้องให้ เพิ่มย่างขึ้นใหม่ เป็น หก สถาน เหมือนย่าง ห้า หมด เพิ่ม กด ส้นนาน พร้อมนึกอุทาน กดหนอ ภาวนา ฯ 73. แต่ถูกนั้นเล่า ถูกแต่ปลายเท้า นอกนั้นเหมือน ห้า เดินหกระยะทั่ว หนึ่งชั่วโมงนาฬิกา แล้วจงตั้งหน้า นั่งสมาธิต่อไป ฯ 74. เมื่ออินทรีย์ห้า ทุกอันแก่กล้า แน่แน่วแล้วไซร้ ใจเหมือนหนึ่งดับ หายวับทันใด เห็นประจักษ์ใน ดวงจิตของตน ฯ 75. นั่นคือได้ผ่าน “อนุโลมญาณ”13 “โคตรภู”14 พึงยล “มรรคญาณ15 ผลญาณ”16 สู่ฐานมรรคผล เกือบในบัดดล ผ่านติดต่อกัน ฯ 13 ญาณอันเป็นไปโดยอนุโลมแก่การหยั่งรู้อริยสัจจ์คือเมื่อวางใจเป็นกลางต่อสังขารทั้งหลาย ไม่พะวง และญาณแล่นมุ่งตรงไปสู่นิพพานแล้ว ญาณอันคล้อยต่อการตรัสรู้อริยสัจจ์ย่อมเกิดขึ้นในลำดับถัดไป 14 ญาณครอบโคตร คือ ความหยั่งรู้ที่เป็นหัวต่อแห่งการข้ามพ้นจากภาวะปุถุชนเข้าสู่อริยบุคคล 15 ญาณในอริยมรรค คือ ความหยั่งรู้ที่ให้สำเร็จภาวะอริยบุคคลแต่ละขั้น 16 ญาณในอริยผล คือ ความหยั่งรู้ที่เป็นผลสำเร็จของพระอริยบุคคลชั้นนั้น ๆ
82 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 76. ตอนถึงมรรคญาณ กิเลสถูกประหาร ในส่วนสำคัญ ผลญาณตามติด ผลจิตติดพัน อารมณ์ยึดมั่น ในพระนิพพาน ฯ 77. และในบัดดล จะรู้สึกตน ทบทวนพิจารณ์ ถึงญาณอดิเรก “ปัจจเวกขณญาณ”17 หวลคิดอดีตกาล ที่เพิ่งล่วงมา ฯ 78. นั่นแล้ว พึงจ�ำ ผู้ปฏิบัติธรรม บรรลุ“โสดา ปัตติมรรค ปัตติผล” ยากนักจักหา ท่านให้เรียกว่า “พระโสดาบัน” ฯ 79. เมื่อท�ำต่อไป อธิษฐานให้ เกิดดับมากครัน จิตจะเกิดดับ นับไม่ใคร่ทัน ทั้งนี้เป็นขั้น พิสูจน์มรรคผล 80. อธิษฐานให้จิต สู่ความดับสนิท ไม่รู้สึกตน ถ้าสมาธิดี ไม่มีกังวล ก็จักได้ดล “ผลสมาบัติญาณ”18 ฯ 17 ญาณหยั่งรู้ด้วยการพิจารณาทบทวน คือสำรวจรู้มรรคผลกิเลสที่ละแล้วกิเลสที่เหลืออยู่และนิพพาน เว้นแต่ว่าพระอรหันต์ไม่มีการพิจารณากิเลสที่เหลืออยู่ ในญาณ 16 นี้14 อย่าง (ข้อ 1-13 และ16) เป็นโลกียญาณ 2 อย่าง (ข้อ 14-15) เป็นโลกุตตรญาณ 18 ปัญญาในผลจิตขณะเข้าสมาบัติ
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 83 81. เมื่อเข้าสมาบัติ ตัวแข็งแจ้งชัด ประสาทหยุดงาน หมดความรู้สึก คิดนึกทุกสถาน อารมณ์พระนิพพาน บรมสุขสันติฯ 82. จะเข้าเท่าใด ย่อมจักเข้าได้ อยู่นานเท่านั้น แต่เข้าได้ยาก อย่างมากหนึ่งวัน เข้าเร็วช้ากัน แล้วแต่ชำนาญ ฯ 83. พระโสดาบัน กิเลสสำคัญ ย่อมถูกประหาร ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ยืดเหนี่ยวสังขาร ของตนของท่าน ถือผิดคลองธรรม ฯ 84. เชื่อในพระพุทธ พระธรรมพิสุทธิ์ พระสงฆ์เลิศล้ำ ไม่มีริษยา ศีลห้าครอบงำ ดวงจิตประจำ จวบจนชีพสลาย ฯ 85. เป็นพระอริยะ ไม่มีวันจะ ตกไปอบาย นรกไม่ไปเห็น ไม่เป็นอสุรกาย ผีเปรตร่างร้าย หรือเดรัจฉาน ฯ
84 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 86. เมื่อมีศรัทธา บารมีแก่กล้า ขออธิษฐาน ปฏิบัติพระธรรม เลิศล้ำพิศดาร ขั้นสูงโอฬาร สืบต่อต่อไป ฯ 87. เดินจงกรมตาม ย่างหนึ่งถึงสาม ตามที่กล่าวไว้ แล้วนั่งภาวนา เคยมาอย่างไร ทำอย่างนั้นให้ เกิดปัญญาญาณ ฯ 88. ญาณจะเกิดมี นับแต่ญาณสี่ ตามลำดับกาล จนญาณท้ายสุด ถึงจุดประหาร กิเลสมูลฐาน บรรเทาเบาลง ฯ 89. ญาณที่ผ่านไป ปรากฏกับใจ อย่างน่าพิศวง รวดเร็วแจ้งชัด เร่งรัดลุตรง มรรคผลยิ่งยง ชั้นสองพึงยล ฯ 90. อธิบายตามหลัก สกทาคามิมรรค สกทาคามิผล เป็นสกทาคามี กิเลสนี้พิกล พิการในตน มีสองประการ ฯ
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 85 91. หนึ่งโกรธเบาลง สองความลุ่มหลง ในกามทุกสถาน รูปรสกลิ่นเสียง หล่อเลี้ยงดวงมาน สัมผัสบันดาล เบาลงเช่นกัน ฯ 92. ถ้าสมาธินิ่ง แก่กล้าอย่างยิ่ง ยากมีเทียมทัน ปฏิบัติต่อไป จิตใจตั้งมั่น ก็จะมีวัน บรรลุชั้นสาม ฯ 93. หมดซึ่งความโกรธ มลทินหินโทษ ความหลงในกาม เป็น อนาคามี ไม่มีวู่วาม ดวงจิตดีงาม เหลือจักพรรณนา ฯ 94. ถ้าท�ำต่อไป ปัญหายิ่งใหญ่ เรืองแรงแข็งกล้า จักลุมรรคผล เลิศล้นเหลือตรา มีสมัญญา ว่า พระอรหันต์ฯ 95. ท่านหมดกิเลส ทุกข์ทุกประเภท ไม่มีพัวพัน จิตบริสุทธิ์แน่ พบแต่เกษมสันต์ สุขีนิรันดร์ ตลอดอวสาน ฯ
86 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 96. ครั้นเมื่อดับขันธ์ จากชาติปัจจุบัน ก็เข้านิพพาน ไม่ต้องเวียนว่าย ในวัฏสงสาร ทุกข์ทุกประการ ดับสูญสิ้นไป ฯ 97. นิพพานบริสุทธิ์ พวกเราชาวพุทธ มุ่งมากอยากได้ แต่ถ้าไม่ยึด ประพฤติธรรมไซร้ จะได้อะไร นอกจากปณิธาน ฯ 98. เราต้องปฏิบัติ ธรรมะวิปัส- สนากรรมฐาน วันหนึ่งจักถึง ซึ่งพระนิพพาน พ้นทุกข์ทรมาน สิ้นเวรสิ้นกรรม ฯ 99. ขอพุทธบริษัท ผู้ที่ปฏิบัติ พระพุทธธรรม สมหมายได้ดล มรรคผลเลิศล้ำ วาสนาน้อมนำ ถึงพระนิพพาน ฯ 100. ฉันแต่งในคุก19 ตอนเสวยทุกข์ ถูกรุกรังควาน ใส่ไคล้ให้โหด โทษวัฏสงสาร โอกาสเบาภาร เข้ากรรมฐานภายใน ฯ 19 ท่านโดนข้อหาคอมมูนิสต์ในปีพ.ศ.2505 แต่ต่อมาศาลทหารสามารถพิสูจน์ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าว เป็นเท็จ จึงได้ตัดสินยกฟ้องเมื่อ ปีพ.ศ.2509 และได้คืนสู่สมณศักดิ์เดิมตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2518
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 87 101. คฤหัสถ์นอกคุก เขาชื่นสนุก โลกีย์วิสัย ประมาทเหลิงตัว ทำชั่วเกินไป จักประสบภัย สะดุ้งสยอง 102. เวรเราระงับ เหตุเพราะได้รับ ธรรมะครรลอง สามัญญผล ฉันสนใจปอง ชาวพุทธพี่น้อง จงอนุโมทนา ฯ 103. แผ่มหัคต์กุศล ผลปฏิบัติ ถวายกษัตรา ทั้งราชวงศ์ ผู้ทรงบุญญา- ธิการรักษา ประเทศเขตไทย ฯ 104. ทั้งเทพาอารักษ์ ผู้มเหสักข์ คุ้มครองผองภัย ให้สยามมินทร์ แผ่นดินอยู่ได้ เอกราชไว้ แต่โบราณมา ฯ 105. ขออ�ำนวยพร ผู้เอื้ออาทร เข้าใจปัญหา ปัดเป่าเอาภาร พ้นการอาญา ได้เป็นหลวงตา ในวงสงฆ์ไทย ฯ
88 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 106. พรยี่สิบฐาน อายุยืนนาน มีทรัพย์โภไคย สิริพรรณพริ้ง ยศยิ่ง พิสมัย พลานามัย สุขกายใจตน 107. หมดทุกข์หมดโรค ภัยเข็ญ,เวร,โศก, ศัตรู, ผจญ อุปัททวะ เสนียดกังวล อันตราย หายพ้น ดลสิทธิชัย 108. ลาภผลล้นหลาม ประสบโชคงาม ชีพสำเร็จได้ รุ่งเรืองการงาน สำราญบานใจ พรจริงยิ่งใหญ่ สรุปไว้สวัสดีฯ เต อตฺถลทฺธา สุขิตา วิรุฬฺหา พุทฺธสาสเน อโรค สุขิตา โหนตุ สห สพฺเพ ญาตีภิ อาสภเถร
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 89 โพชฌังคปริตร1 1 อานุภาพของโพชฌังคปริตร ทำให้ผู้ฟังสามารถหายจากความเจ็บป่วย (อาพาธ) ได้
90 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 มีประวัติว่าสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเวฬุวัน กรุงราชคฤห์ พระมหากัสสปเถระอาพาธหนักที่ถ้ำปิปผลิคูหา พระพุทธเจ้าได้เสด็จเยี่ยม และทรงแสดงโพชฌงค์7 เมื่อพระเถระได้สดับโพชฌงค์เหล่านี้ได้เกิดปิติว่า โพชฌงค์7 เคยปรากฏแก่เราในขณะรู้แจ้งสัจธรรม หลังออกบวชแล้ว 7 วัน คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นทางพ้นทุกข์โดยแท้ครั้นดำริเช่นนี้ พระเถระได้ เกิดปิติอิ่มเอิบใจ ทำให้เลือดในกายและรูปธรรมอื่น ๆ ผ่องใส โรคของพระเถระ จึงอันตรธานไปเหมือนหยาดน้ำกลิ้งลงจากใบบัว นอกจากนั้น พระพุทธเจ้ายังตรัสโพชฌงค์7 แก่พระมหาโมคคัลลาน เถระผู้อาพาธที่ภูเขาคิชฌกูฏอีกด้วยครั้นพระเถระสดับโพชฌงค์นี้แล้วก็หายจาก อาพาธนั้นทันที อนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเวฬุวันนั้น ทรงพระประชวรหนัก จึงรับสั่งให้พระจุนทเถระสาธยายโพชฌงค์7ครั้นทรงสดับแล้ว พระองค์ทรงหาย จากพระประชวรนั้น (สํ.มหา. 19/195-197/71-74) โพชฌังคปริตร คือ พระปริตรกล่าวถึงโพชฌงค์ คือองค์แห่งการรู้แจ้ง แล้วอ้างสัจวาจานั้น มาพิทักษ์คุ้มครองให้มีความสวัสดี
อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 91 โพชฌังคปริตร โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา วิริยัมปิติปัสสัทธิ- โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร สะมาธุเปกขะโพชฌังคา สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา ภาวิตา พะหุลีกะตา สังวัตตันติอะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา. เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิเต โหตุสัพพะทา ฯ โพชฌงค์ 7 ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ ปิติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ สติ ความระลึกได้ วิริยะ ความเพียร ปัสสัทธิ ความสงบ สมาธิ ความตั้งใจมั่น อุเบกขา ความวางเฉย ปีติ ความอิ่มใจ ธรรมวิจยะ ความใคร่ครวญ ในธรรม อันพระมุนีเจ้าผู้เห็นธรรมทั้งปวง ตรัสไว้ชอบแล้ว อันบุคคลมาเจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อนิพพาน และเพื่อความตรัสรู้.ด้วย การกล่าวคำสัตย์นี้ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ.
92 อริยธรรมฉบับพิเศษ เล่ม 2 เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ. เต จะ ตัง อะภินันทิตวา โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ. เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิเต โหตุสัพพะทา ฯ ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระกัสสปะ เป็นไข้ถึงทุกขเวทนาแล้ว ทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ประการ ท ่านทั้งสองก็เพลิดเพลินภาษิตนั้น หายจากโรคในขณะนั้น. ด้วยการกล่าว คำสัตย์นี้ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ. เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปิฬิโต จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิฐานะโส เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิเต โหตุสัพพะทา ฯ ครั้งหนึ่ง แม้พระธรรมราชา อันความประชวรเบียดเบียนแล้ว รับสั่ง ให้พระจุนทเถระแสดงโพชฌงค์นั้นโดยยินดีก็ทรงบันเทิงพระหทัย หายความ ประชวรไปโดยฐานะด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ. ปะหีนะ เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิมะเหสินัง มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง. เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิเต โหตุสัพพะทา. ก็อาพาธทั้งหลายนั้น อันพระผู้แสวงคุณอันใหญ่ทั้ง 3 องค์1 ละได้แล้ว ถึงความไม ่บังเกิดเป็นธรรมดา ดุจกิเลสอันมรรคกำจัดแล้ว. ด้วยการกล่าว คำสัตย์นี้ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ. 1 พระอริยบุคคลทั้ง ๓ คือ ๑) พระมหากัสสปะ ๒) พระมหาโมคคัลลานะ ๓) พระผู้มีพระภาคเจ้า
1 คุณนฤมล สุจริตวณิช 10,000 2 พระภาวนาธรรมาภิรัช 5,000 3 คุณวิเชียร วัฒนากุลชัย - คุณพรพรรณ ต่อพรไพบูลย์ - คุณนิราภัทร วัฒนากุลชัย - คุณไคฉิอิชิฮารา 4,444 4 คุณเดชา สาริกุล 3,200 5 พระมงคล สุมังคโล 3,000 6 ศ.คลินิก ทพ.วิรัช พัฒนาภรณ์ และครอบครัว 3,000 7 คุณอังคณา กิตติไชยากร 2,000 8 คุณทิพย์กานดา คันธวงศ์ 2,000 9 คุณพรพรรณ สุจริตวณิช 1,680 10 คุณอัจฉรา สุจริตวณิช 1,500 11 คุณสถาพร เดชพุทธวัจน์ 1,175 13 คุณวันทนา อาโรร่า - ภญ.ดร.นันทกา - รศ.พญ.จิราภรณ์โกรานา 1,000 14 คุณสุริวรรณ อินทจักร์ 1,000 15 คุณแม่สุธาทิพย์สุจริตวณิช 1,000 16 คุณภูเบศ - ภญ.พรศรี - ทพ.เกษมสันต์ - ภญ.จินดาหรา สุจริตวณิช 1,000 17 อ.อุดม ตรีชั้น 1,000 18 Xinyao Li 1,000 19 อ.กชกร วารินศิริรักษ์ และครอบครัว 1,000 20 รศ.เพ็ญศรีภู่อุทัย 1,000 21 พญ.กาญจนา เชี่ยวชาญวิทย์ 1,000 รายนามผู้บริจาคพิมพ์หนังสือ อริยธรรมฉบับพิเศษเล่มที่ 2 “การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง” 22 รศ.ดร.ตรีทิพย์รัตนวรชัย และครอบครัว 1,000 23 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (โอนวันที่ 8 ก.พ. 2566) 1,000 24 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (โอนวันที่ 8 ก.พ. 2566) 1,000 25 คุณอาภัสรา สุจริตวณิช และครอบครัว 1,000 26 คุณนารี- คุณจันทนันท์ - คุณมัณฑนา พฤกษ์ไพบูลย์ - คุณณัฐชยารัตน์โชติสวัสดิ์ 1,000 27 คุณพรทิพย์ชื่นกมลทิพย์ - คุณมีนา จำเรียง 1,000 28 คุณแม่สุพร เพ็งทรัพย์ 1,000 29 คุณรื่นฤดีจิรเจริญยิ่ง 1,000 30 คุณอุบล จงภัทรากุล - คุณประภา รัตนพันธ์ 1,000 31 คุณศิริเนตร เจนวัฒนวิทย์ 1,000 32 คุณอดิสรณ์ลำคงคา 1,000 33 คุณทศพร วรวิทย์สัตถญาณ 1,000 34 คุณณชนาถ ไชยเทพ 999 35 คุณปริชัย ศตสุข และครอบครัว 999 36 คุณอรอนงค์สุริยะภานุมาศ 800 37 คุณอรนุช เกียรติภิญโญชัย 800 38 คุณสิริภรณ์หันพงศ์กิตติกูล 639 39 คุณอัจฉรินทร์จันทร์หอม 600 40 คุณพรรณปพร ศรีสุมานันท์ 514 41 คุณณัฏฐนาถ ไตรภพ 500 42 คุณอำนวย สุเทพ 500
43 คุณอัมพร เดชพุทธวัจน์ 500 44 คุณจริยาพร ฤกษ์วรชัย 500 45 คุณแม่สะสม -คุณณิชาภาจันทร์งาม 500 46 คุณศิริวัฑฒก์สุพรรณ 500 47 อ.พญ. ปรางค์มาลีลือชารัศมี 500 48 คุณพรทวีฤทธิบุตร 500 49 คุณวารุณีกิตติชัยวัฒนกุล 500 50 คุณสิริลักษณ์พัฒนลีลาวงศ์ และครอบครัว 500 51 คุณสุพัชรินทร์ชาญช่างเหล็ก 500 52 คุณวนาพิศ เชิดเหรัญ - คุณแม่สิริพร จงภัทรากุล และครอบครัว 500 53 คุณศรัณยา พรหมโชติชัย 500 54 คุณปณิชา-คุณณุวภา พรหมโชคชัย 500 55 คุณวิลสา สินสิริและครอบครัว 500 56 คุณศิริพรรณวดีบัวอินทร์ 500 57 คุณกุลเชษฐ์เล็กประยูร และครอบครัว 500 58 คุณเกศิณี-คุณอนันต์ศรีสันติโรจน์ - คุณกัญญมน เอกอรุณรุ่ง - คุณธนานันต์ศรีสันติโรจน์ 500 59 คุณกัญญมน เอกอรุณรุ่ง 500 60 คุณญาดา อารัมภีรและครอบครัว 500 61 คุณชุติมา รอดอยู่สุข ฟิลิซิโอ้ และครอบครัว 500 62 คุณบุญศรีสุธรรมานุวัฒน์ 500 63 คุณยายคำพอง 500 64 ดร.กรศิริธัมมาวุฒิคุณ 500 65 คุณสุกัญญา ฉันทาภรณ์ 410 66 คุณปราโมทย์เมืองวุฒานันท์ 400 67 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (โอนวันที่ 14 ม.ค. 2566) 400 68 คุณคันธิยา วงศ์จันทา และครอบครัว 400 69 คุณนพกร ปัญญาวัฒชิโล 360 70 คุณกิตติพงศ์ขวัญเซ่ง 360 71 คุณราตรีสุวรรณศรี และครอบครัว 360 72 คุณมณฑกานต์นาคเทศ 320 73 คุณนรีรัตน์มาลีรุ่งอนันต์ 300 74 คุณอนุพงษ์แสงกระจ่าง 300 75 คุณธัญลักษณ์ห่วงทอง 300 76 พระกฤษณะภพ ฐานวุฑโฒ และญาติมิตร 300 77 คุณมาลีพานิชเจริญ 300 78 คุณจิตรา ก่ออมรทรัพย์ และครอบครัว 300 79 ร้านนทีเป็ดย่าง 300 80 คุณสมบัติสยาม 300 81 คุณประภาพรรณ ชัยศิริ 300 82 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (โอนวันที่ 19 ม.ค. 66) 300 83 พระสรวีย์ปริวโร 300 84 คุณรักรำ กรรฉิม 200 85 คุณอัณณ์ชญา หล้ายอด 200 86 คุณนฤมล แสนหลวง 200 87 อ.พญ.อานันท์ชนก ศฤงคารินกุล 200 88 คุณมาลินีสิทธิปัญญา 200 89 คุณจินตนา อินตาคำ 200 90 คุณศศนันท์ยมะคุปต์ และครอบครัว 200 91 คุณทิพย์สุคนธ์เปรมปรีด์ และครอบครัว 200 92 คุณอัจฉรา มั่นสุพิศ และครอบครัว 200 93 คุณจุฑามาศ ขวัญเปรม 200 94 คุณอรอุมา เทพรัตน์ 200 95 คุณขนิษฐา ยอดธรรมา 200 96 คุณผุสดีนุ่มดี 200 97 คุณน้ำทิพย์แสงศรีจันทร์ 200 98 คุณวรารัตน์ม่วงสมัย 200 99 คุณจุฑารัตน์กำจัด 200 100 คุณวนิดา งามศิลป์ 200
101 คุณเมตตา วิถุนัด และครอบครัว 200 102 คุณสุรีย์เจียมจักร์ 200 103 คุณนงนุช สุริยะสาร 200 104 คุณสอาด ทัดสอน 200 105 คุณอรุณรัตน์สีนวล 200 106 คุณผิงอัน 200 107 คุณปรานีอิโซเบ 200 108 คุณพิกุล ขันคำนันต๊ะ 199 109 คุณกนกรัตน์กลางณรงค์ 160 110 คุณราตรีสุภโรจนีย์ 160 111 คุณปัญญา ป้อมภู่ 150 112 คุณปรานีพฤกษะวัน 150 113 คุณศราวุธ ศรีสุหร่าย 150 114 คุณบัวจันทร์นวลแยง 150 115 คุณสุพรรษา ทาดีและครอบครัว 120 116 คุณธัญญารัตน์สายวงศ์ 120 117 คุณประภาพร หงันเปี่ยม และครอบครัว 120 118 คุณอำนวย จิตต์ปลื้ม 120 119 คุณรัฐธีร์ชลเกตุจันทร์ก้อน 120 120 คุณภาวิดา เชิญถนอมวงศ์ 120 121 คุณวิณัฐฐา คันธารักษ์ 120 122 คุณพรวิภา มุนตะทุม 120 123 คุณนุชนภา หลักธงชัย 120 124 คุณชูศักดิ์เด่นยุกต์ 109 125 คุณอุษา ศรีกร่ ำ 100 126 คุณไพรินทร์จันทร์เหม 100 127 คุณวรพงษ์รอดประเสริฐ 100 128 คุณกันต์พงษ์ตันตยานุสรณ์ 100 129 คุณสุชาติศุภผล- คุณอทิตา นุกูลกิจ 100 130 คุณลดาวัลย์อินทะโก 100 131 คุณปารียา เลิศวุฒิไกร 100 132 คุณชานุวัฒน์หล้ายอด 100 133 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (โอนวันที่ 12 ม.ค. 66) 100 134 คุณศิรประภา วรพัฒน์ 100 135 คุณหวน เสียงตรง 100 136 คุณนงนุช เสียงตรง 100 137 คุณเชียงชัย เสียงตรง 100 138 คุณพิชญาภัค เสียงตรง 100 139 คุณพิชญาภา เสียงตรง 100 140 คุณมาโนช สมาธิมงคล 100 141 คุณโชติกานต์สมาธิมงคล 100 142 คุณเสฏฐวุฒิสมาธิมงคล 100 143 คุณสุทธินันท์สมาธิมงคล 100 144 คุณอดิศร คุ้มได้อยู่ 100 145 คุณชัชวาลย์หิรัญ 100 146 ด.ช.ชยันตีสาริกุล 100 147 ด.ญ.วิสาขา สาริกุล 100 148 ด.ช.พิพัฒน์มงคล สาริกุล 100 149 คุณวิลาวัลย์บุตรแสน 100 150 คุณปฐมพงศ์เซ็งทอง 100 151 คุณศรีรัตนา ฟักจันทร์ 100 152 คุณวนัชพร สาริกา 100 153 คุณธีรยุทธ ถาวรเจริญสกุล 100 154 คุณถาวร พานิชไวศวรรณ 100 155 หลวงพ่ออรุณ จารุวังโส 100 156 คุณแม่มะลิจันตาเรือง 100 157 คุณจุฑามาศ เพียววงศ์ 100 158 พระอาจารย์นพดล วัดสายคำโห้จ.พิจิตร 100 159 คุณวีรยุทธ - คุณบังอร มาลา 100 160 คุณพิญญาลักษณ์ศาสนสุพิน 100 161 คุณบุญเรียม บุบผาชาติ 80 162 คุณลำพึง บุบผาชาติ 80 163 คุณอภิญญา วรรณมา 80 164 คุณอุบล คงบัณฑิตย์ 80 165 คุณชนก คชสาร 80 166 คุณภทรฤน โคตรุโพธิ์ 80 167 คุณเสน่ห์เพ็ชชะ 80 168 คุณมยุรีต้นแพง 80 169 คุณสุดใจ - คุณสุภาพ แขไข 80 170 คุณนริศรา ศรีเกษม 80
รายรับ>>> ผู้บริจาค 216 ท่าน รวมยอดรายรับ 96,545 บาท รายจ่าย>>> ค่าพิมพ์หนังสือ 2,600 เล่ม 85,800 บาท ค่าพิมพ์ต้นฉบับบางส่วน 680 บาท ค่าส่งหนังสือ 10,065 บาท รวมยอดรายจ่าย 96,545 บาท 171 คุณวีระวรรณ วรแสน 80 172 คุณนนลนีย์เกียรติก้องนนท์ 80 173 คุณจีรภัทร คงด้วง 80 174 คุณพิเชษฐ์ปราสาด 80 175 คุณทิพย์วสุ ทรัพย์น้อย 80 176 คุณปวริศา โพธิ์ศรีทอง 80 177 คุณแสงอรุณ ศิริพาณิชย์ 80 178 ผู้ไม่ประสงค์ออกนามรายย่อย (โอนหลายครั้ง) 63 179 คุณอรุณลักษณ์ส่งศรี 50 180 คุณรุ่งนภา โพธิ์กร่าง 50 181 คุณดาวประกาย พุกเกลี้ยง 50 182 คุณสุนทร สาริกุล 50 183 คุณเจนจิรา จันทร์คูหา 50 184 คุณทิตยา ผมงาม 50 185 คุณสุกัญญา สาริกุล 50 186 คุณศุภชัย มาทะ 50 187 คุณสมทิศ ใยยอง 50 188 คุณอริศรา มาทะ 50 189 คุณจตุพร มาทะ 50 190 คุณจักรพรรดิ์บุญยืน 50 191 คุณศุภกิจ มาทะ 50 192 คุณยงยุทธ บุญยืน 50 193 คุณคุณากร สาริกุล 50 194 คุณสมปอง นะรมรัมย์ 50 195 คุณหล้า พรมแสน 50 196 คุณสมบูรณ์-คุณนิชการต์เสาร์แก้ว 50 197 คุณกาบแก้ว ตรีเนตร 50 198 คุณปรีดา คล้ายประยูร 50 199 คุณอิงอร คล้ายประยูร 50 200 คุณพี่แอ๊ด - คุณพี่ติ๊ก 50 201 คุณป้าแมว 50 202 คุณกรชนก ถาวรเจริญสกุล 50 203 คุณไก่ (เมืองลาว) 50 204 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (โอนวันที่ 6 มี.ค. 66) 49 205 คุณลำพูล ศรีไพศาล 40 206 คุณฐิติมา แซ่โล 40 207 คุณวิภาวรรณ แขไข 40 208 คุณอภิวัฒน์ศุกรินทร์ 40 209 คุณอังคณา โชติพงศ์พุฒิ 40 210 คุณพรทิพย์ชวนชอบ 40 211 คุณบุษบา เชื้อคำเพ็ง 40 212 คุณนิวัฒน์แก้วกันดี 40 213 คุณรพีมหาคุณากร 40 214 คุณหรินทร์บุญมา 40 215 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (โอนวันที่ 3 มี.ค. 66) 35 216 น้องนักเรียน 20
คณะผูดำเนินงานมูลนิธิกลุมศรัทธาธรรม พระครูธรรมาภิรม ที่ปรึกษามูลนิธิ ฯ พระครูภาวนาสมณวัตร วิ. ที่ปรึกษา (ประจาก สิริวณฺโณ) พระอาจารยชาลส นิโรโธ ที่ปรึกษา ศ.นพ.จําลอง ดิษยวณิช ที่ปรึกษา ผศ.รุงเรือง บุญโญรส ที่ปรึกษา ดร.วสันต จอมภักดี ที่ปรึกษา ดร.ประมวล เพ็งจันทร ที่ปรึกษา ดร.สงเสริม แสงทอง ที่ปรึกษา พระธนบดี โสตถิโก ที่ปรึกษา (ปรเมธากุล) พระครูธรรมาภิรม ที่ปรึกษามูลนิธิ ฯ พระครูภาวนาสมณวัตร วิ. ที่ปรึกษา (ประจาก สิริวณฺโณ) พระอาจารยชาลส นิโรโธ ที่ปรึกษา ศ.นพ.จําลอง ดิษยวณิช ที่ปรึกษา ผศ.รุงเรือง บุญโญรส ที่ปรึกษา ดร.วสันต จอมภักดี ที่ปรึกษา ดร.ประมวล เพ็งจันทร ที่ปรึกษา ดร.สงเสริม แสงทอง ที่ปรึกษา พระธนบดี โสตถิโก ที่ปรึกษา (ปรเมธากุล) พระภาวนาธรรมาภิรัช ประธานกรรมการมูลนิธิ น.ส.พรพรรณ สุจริตวณิช รองประธานกรรมการ และเลขานุการมูลนิธิ นางวันทนา อาโรรา กรรมการ และเหรัญญิกมูลนิธิ ดร.ภูวรา สายบัว กรรมการมูลนิธิ นางจริยาพร ฤกษวรชัย กรรมการมูลนิธิ นางพิมวัลย ศิริศรีสุดากุล กรรมการมูลนิธิ นางสุริวรรณ อินทจักร กรรมการมูลนิธิ นางธนกร กรุดพันธ กรรมการมูลนิธิ น.ส.สถาพร เดชพุทธวัจน กรรมการมูลนิธิ คุณศรีเพ็ญ สิงหแกว กรรมการมูลนิธิ พระประสิทธิ์ ปรักกโม กรรมการมูลนิธิ พระภาวนาธรรมาภิรัช ประธานกรรมการมูลนิธิ น.ส.พรพรรณ สุจริตวณิช รองประธานกรรมการ และเลขานุการมูลนิธิ นางวันทนา อาโรรา กรรมการ และเหรัญญิกมูลนิธิ ดร.ภูวรา สายบัว กรรมการมูลนิธิ นางจริยาพร ฤกษวรชัย กรรมการมูลนิธิ นางพิมวัลย ศิริศรีสุดากุล กรรมการมูลนิธิ นางสุริวรรณ อินทจักร กรรมการมูลนิธิ นางธนกร กรุดพันธ กรรมการมูลนิธิ น.ส.สถาพร เดชพุทธวัจน กรรมการมูลนิธิ คุณศรีเพ็ญ สิงหแกว กรรมการมูลนิธิ พระประสิทธิ์ ปรักกโม กรรมการมูลนิธิ คณะที่ปร�กษา คณะกรรมการ
โครงการปฏิบัติธรรมนำสุขครั้งที่ 10 ณ ศูนยอุทยานธรรม อ.สันปาตอง จ.เชียงใหม ของมูลนิธิกลุมศรัทธาธรรม กิจกรรมเผยแผ่ธรรม อริยธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 2 อริยธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 2มูลนิธิกลุ่มศรัทธาธรรม โครงการธรรมะสัญจร โรงเร�ยนวัดเชตุพนศึกษา ชั้น ม.1-ม.6 จำนวนราว 255 รูป กิจกรรมเผยแผ่ธรรม