The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Parisa Chaikul, 2020-10-31 00:22:20

FINAL

FINAL

ขอสอบปลายภาค
รายวชิ าการเขยี นรายงานในงานอาชพี

นําเสนอ
อาจารยสรายทุ ธ มาลา

จัดทําโดย
นางสาวปาริษา ชายกลุ
รหัสนักศกึ ษา 6349010019
รายวชิ าการเขยี นรายงาน
รหัสวชิ า 21-4000-1103 แผนกเทคโนโลยสี าร

สรเทศ
ภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2563 สถาบันการ

อาชวี ศกึ ษาภาคใต 2

คำชี้แจง ขอ สอบจะถูกปด เมอื่ ครบกำหนดเวลา 90 นาที

จงแสดงความคิดเห็นในเร่อื งท่กี ำหนดให ทำไมจงึ มคี วามสำคญั ตอการศกึ ษา แตละหัวขอ
ใหมีแหลงอางอิงสนับสนนุ ความคิดเหน็

1.รายงาน

ตอบ ผลงานการเรยี บเรยี งจากการศกึ ษาคนควา ในเร่ืองใดเรื่องหน่ึงตามท่ผี สู อนกำหนดให
หรือผูเรียนเลือกเรื่องเองตามความสนใจ รายงานอาจทา เปนรายบุคลหรือเปนกลุม กได
ขึ้นอยูกับขอ ตกลงระหวางผูสอนและผูเรียน สวนความยาวของรายงานขึ้นอยูกับขอบเขต
ของเรื่องและเวลาที่กำหนดในการศึกษาคนควา ซึ่งปกิจะกำหนด ระยะเวลาศึกษาคนควา
และเรียบเรียงต่ำกวา 1 ภาคเรียน รายงานจงึ มีความสำคัญตอการศกึ ษาในหลายๆดา น และ
ทุกระดบั ของการศกึ ษา ดังน้ี

1. เพื่อใหนักศึกษารูจักการคนควาหาความรูวิชาตางๆ ที่ตนสนใจไดอยางกวา งขวาง
และลงลกึ ในเนอ้ื หาไดอยางชดั เจน มีโอกาสจากการคนควาเจอสิ่งใหมๆ ทีต่ นสนใจได
มากย่ิงขน้ึ

2. เพื่อใหนักศึกษาฝกทักษะดานการอานและสรางนิสัยรักการอานและการคน ควา
สามารถสรปุ ความความสำคัญของเนื้อเรื่องหรือจับใจความของเร่ืองที่อา นได

3. เพื่อใหนักศึกษาสงเสริมใหมีความคิดริเริ่ม รูจักคิดอยางมีระเบียบ มีเหตุผล และ
สามารถรวบรวมความรู ความคิด นำมาเรียบเรียงใหเปนระเบียบได สามารถสื่อ
ความหมายโดยการเขียนไดอยางมีประสิทธิภาพรูขั้นตอน รูรูปแบบของการเขียน
รายงานแลวนำเอาหลักการและแบบแผนในการเขียนรายงานไปปรับใชใ นการเขยี น
งานทางวิชาการอืน่ ๆ ได

4. เพื่อใหนักศึกษาใหสามารถวิเคราะหเร่ืองราวตางๆ ได โดยรูจักใชวจิ ารณญาณของ
ตนเอง ตลอดจนสามารถแสดงความคิดเห็นอยางมีเหตุผลโดยมีหลักฐานอางอิงถึง
แหลงทม่ี าทมี่ ีความนาเช่ือถือได

5. เพื่อใหนักศึกษาฝกทักษะดานการเขียน สามารถเรียบเรียงขอมูลที่ไดมาใหเปน
เรื่องราวอยางมีระเบยี บดวยสำนวน และใชภาษาทีถ่ ูกตอง

6. เพื่อใหนักศึกษารูจักแหลงขอมูลตางๆ และเกิดทักษะรูวิธีการคนควารวบรวมขอมลู
จากแหลงขอ มลู น้ันๆ ไดอยา งถูกวิธี

7. เพื่อเปนสวนหนึ่งในการประเมินผลวามีความรูความเขาใจในปญหาที่ไดศึกษามา
มากนอ ยเพียงใด

แ ห ล  ง ที่ ม า : https://sites.google.com/a/surinpakdee.ac.th/kar-suxsar-
laea-karna-senx-i20202/hnwy-thi-1/kar-kheiyn-rayngan-thang-wichakar

2.ภาคนพิ นธ

ตอบ ภาคนิพนธ (Tem Paper) คือผลงานการเรียบเรียงจากการศึกษาคน ควาในเรือ่ งใดเรื่อง
หนึ่งเชนเดียวกับรายงาน แตมีความกวางขวางและลึกซึ้งกวารายงาน ปกิจะกำหนด
ระยะเวลาในการศึกษาคนควาและเรียบเรียง 1 ภาคเรยี น ภาคนิพนธจึงมีความสำคัญตอ
การศึกษาในหลายๆดาน ดังนี้

1. ทำใหทราบถงึ ปญหาและที่มา เน่ืองมาจากสาเหตอุ ะไรเพื่อใหเหน็ ถึงความสำคญั ของ
การวิจัยในเรอ่ื งนี้

2. ทำใหทราบถึงความมุงหมายและวัตถุประสงคของการวิจัยวาตองการคนหา
ขอเท็จจรงิ ในเร่ืองใดบา ง ควรระบเุ ปน ขอ ๆ ใหช ัดเจน และจดั ลำดบั ความสำคญั

3. ทำใหว ิจัยมีสมมตฐิ าน เปนการตอบคำถามลวงหนาจากวตั ถุประสงคของการวิจัยท่ี
ไดตั้งไว โดยการอางอิงหลักการ ทฤษฎีที่เกี่ยวของกับเรื่องราวที่ไดศึกษามากอน
การตอบคำถามลวงหนานี้จะชวยใหผูทำวิจัยมีแนวทางในการปฏิบัติงานไดดีและ
สามารถออกแบบไดอ ยางเหมาะสม

4. ทำใหการวิจัยมีการประมวลความคิดรวบยอดของงานวิจัยที่แสดงความเกี่ยวของ
ระหวางตัวแปรที่ศึกษา ดังนั้นหลกั สำคัญในการเขียนกรอบแนวคิด คือ จะตองอิง
แนวคิด หลกั การหรอื ทฤษฎีที่นำมาใชเ ปนกรอบการทำวิจัย และแสดงความสัมพันธ
ระหวางตัวแปรที่ศึกษา พิจารณาไดจากเนื้อหาของตัวแปรอิสระหรือตัวแปรที่ใช
ควบคุม และตัวแปรตาม ความสอดคลองกัน แสดงความสัมพันธระหวางตวั แปรท่ี
สอดคลอ งกับความสนใจของผูวจิ ัย

5. เปนการบอกใหทราบวาความรูที่ไดจากการวิจัย สามารถนำไปใชประโยชนอยางไร
บา ง อาจจะเปนประโยชนในการแกปญหาที่กำลังเผชิญในการปฏิบัติงาน หรือสราง
องคความรใู นสาขาวิชาท่ีวิจัย

6. เปนการระบุวาการวิจัยนั้นจะ ครอบคลุมเนื้อหาอะไร ประชากรที่ตองการอางอิง
ผลการวิจัย ระยะเวลาการเก็บรวบรวมขอมลู และตัวแปรทว่ี ิจัย

7. ทำใหรูจักแหลงอางอิงที่ทำการคนหาเพื่อนำมาเปนสวนเอกสารที่ประกอบเปน
เอกสารท่ีเกี่ยวของของงานวิจัยทีท่ ำ

แหลงที่มา :
http://www.chumphon.mju.ac.th/wtms_documentDownload.aspx?id=
ODUxMA==

3.รายงานวิจยั

ตอบ รายงานวิจัย คือ การนำเสนอผลงานที่ไดศึกษาคนความาแลวอยางเปนระบบมา
นำเสนอเพ่อื เปด โอกาสใหผ อู ื่นไดทราบ รายงานการวจิ ัยเปนเคร่อื งมือทผ่ี ูวิจยั ส่ือสารกับผูอาน
ท่ีสนใจเรอ่ื งนั้น ๆ รวมถึง บคุ คลและหนว ยงานท่จี ะนำผลการวิจัยไปใชประโยชน ทัง้ ยังเปน
หลกั ฐานทางวชิ าการเพือ่ เผยแพรผลการวิจัยไปสูสังคมอีกดวย รายงานวิจัยจึงมีความสำคัญ
ตอการศึกษาในหลายๆดา น ดังน้ี

1. มีผลทําใหชนชาตินั้น ๆ มคี วามเจริญรุงเรืองและพัฒนาและเปนชนชาติที่มีความเข
มแข็งในทกุ ๆ ดาน

2. ทําใหเรามีชีวิตอยูไดมีความสุขและสะดวกสบาย เชน มีไฟฟา มีทีวีมีภาพยนตร
เครื่องบิน อาหาร มียารักษาโรค มีคอมพิวเตอรชวยทํางาน มีไฟฟา โทรศัพทมีสิ่ง
อํานวยความสะดวกตาง ๆ มากมาย รอบ ๆ ตัวเรา จึงทำใหมีแนวความคิดใหมท่ี
เปน นวตั กรรมจากการศกึ ษาใหเ กิดส่ิงอำนวยความสะดวกใหมๆ ขึน้ อีกมากมาย

แหลง ที่มา : http://www.sara-
dd.com/index.php?option=com_content&view=article&id=47:-
research-thesis&catid=34:-thesis-research&Itemid=76

4.วิทยานพิ นธ

ตอบ วิทยานพิ นธเปนเอกสารท่เี ขียนโดยนกั วจิ ยั นักศกึ ษา หรอื นักวิชาการ พรรณนาข้ันตอน
วิธีการ และผลการศึกษาวิจัยที่คนควาวิจัยมาได โดยเขียนอยางเปนระบบ มีแบบแผน
สำหรับนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วิทยานิพนธเปนเอกสารบังคับในการจบการศึกษา
สำหรับนักวิจัยหรือนักวิชาการจะใชเปนเอกสารในการเลื่อนตำแหนงทางวิชาการ
วทิ ยานพิ นธจึงมีความสำคญั ตอ การศึกษาในหลายๆดา น ดังน้ี

1. สามารถกำหนดวัตถุประสงคของการวิจัย อาจเริ่มตนจากการแยกแยะปญหาวิจัย
ออกเปน ประเด็นยอย ๆ ท่ีตองการจะศึกษาหาคำตอบ จากนัน้ จึงนำประเด็นยอยมา
เขยี นน้ีเปน วัตถุประสงคท ม่ี ีความเฉพาะเจาะจง

2. สามารถกำหนดเปาหมายที่ชัดเจนวาตอ งการจะศึกษาวิจัยในประเด็นใดบาง เพราะ
ในหัวเรื่องเดียวกันน้ี นักวิจัยแตละคนอาจจะมีมุมมองที่แตกตางกัน หรือมี

วตั ถุประสงคใ นการวิจัยท่ีแตกตางกนั ได ในการ กำหนดประเด็นยอยเพื่อนำไปสู
การเขียนวตั ถปุ ระสงคการวิจัยนัน้

แหลงท่ีมา : https://sites.google.com/site/comfatu/khwam-sakhay-khxng-
withyaniphnth

5.บทความวชิ าการ

ตอบ บทความวิชาการ คือ งานเขียนขนาดสันซ่ึงมการีกำหนดประเด นที่ชัดเจนโดยผเขียน
เรียบเรียงจากผลงานทางวิชาการของตนเองหรือของผูอื่นในลักษณะที่เปนการวิเคราะห
วิจารณหรือเสนอแนวความคดิ ใหม ๆ จากพื้นฐานทางวิืชาการนัน้ ๆ บทความทางวชิ าการที่
เผยแพรโดยทัว่ ไป บทความวชิ าการจงึ มคี วามสำคัญตอ การศึกษาในหลายๆดาน ดังน้ี

1. ทำใหมีประเด็น หรือแนวคิดที่ชัดเจน มีเนื้อหาสาระทางวชาการิที่ถกตองสมบูรณ
และทนั สมัย

2. ทำใหมีการวิเคราะหป ระเด็นตามหลักวิชาการมีการสรุปประเด็น มีการสังเคราะห
ความรจู ากแหลงตา ง ๆ และเสนอความรหู รือวิธีการทเ่ี ปนประโยชน

3. สอดแทรกความคิดริเริมหรือความรูใหม ูที่เปนประโยชน็ หรือแสดงทัศนะทางวชา
การของผเู ขียนอยา ง ชัดเจนและเทย่ี งตรง

4. มีการคนควาอางอิงจากแหลงอางอิงที่เชีื้อถือไดทันสมัย ครอบคลุม และมีการ
อางอิงอยา งเปน ระบบ ถูกตองตามแบบแผน

5. มีการนำเสนอขอมูลท่ีเขาใจงายและเปนระบบใชศัพทและภาษาทางวิชาการอยาง
เหมาะสม

แหลง ท่ีมา : http://www.dss.go.th/images/st-article/sti_9_2549_how-to-write-
article.pdf


Click to View FlipBook Version