The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตระกาลศิลป์กวีไทย (2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nongjit.l, 2022-02-27 03:48:30

ตระกาลศิลป์กวีไทย (2)

ตระกาลศิลป์กวีไทย (2)

ตระการศิลป์กวีไทย

“เส้นศิลป์”
นางสาวสิดาพร ชัยศิริ

รวมรวมเป็นหนึ่ง ตระการตาไปด้วยบทกวี





คำนำ

หนังสือ “ตระการศิลป์กวีไทย” เป็นหนังสือที่ได้รวบรวมงานบทประพันธ์ ตลอดระยะเวลาใน
การเรียนชั้นปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๔ (ทศศ.๖๔๑) รายวิชากวีนิพนธ์ไทยของนางสาวสิดาพร ชัยศิริ
ภายใต้นามปากกา “เส้นศิลป์”

บทประพันธ์ดังกล่าว ได้แต่งผ่านการเรียนรู้จากห้องเรียน และประสบการณ์ที่ได้พบเจอมา แล้ว
ได้จัดทำประพัน์ออกมาเป็นถ้อยความ เล่าในรูปแบบการประพันธ์ประเภทต่าง ๆ

งานประพันธ์ในหนังสือเล่มนี้ได้รับคำแนะนำและการประเมินจากอาจารย์รุ่งรัตน์ ทองสกุล ผู้ซึ่ง
ให้ความรู้ในการประพันธ์ชิ้นงานเหล่านี้ขึ้นมา ต้องขอขอบพรระคุณอาจารย์รุ่งรัตน์ ทองสกุลเป็นอย่าง
ยิ่งในการให้คำปรึกษา จนชิ้นงานนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด

“เส้นศิลป์”
นางสาวสิดาพร ชัยศิริ ทศศ.๖๔๑

๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕



สารบัญ

คำนำ...............................................................................................................................................................ก
สารบัญ.........................................................................................................................................................ข
กลอนแนะนำตัวเอง.............................................................................................................….............๑
กลอนสุภาพ.............................................................................................................................................๒
นิราศ....................................................................................................................................................…๓-๕
กลอนเปล่า...............................................................................................................................................๖
โคลงสี่สุภาพ...........................................................................................................................................๗
กาพย์ยานี ๑๑...........................................................................................................................................๘
กาพย์ฉบัง ๑๖..........................................................................................................................................๙
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘........................................................................................................................๑๐
ร่าย.................................................................................................................................................................๑๑
ฉันท์..............................................................................................................................................................๑๒
เพลงตันหยง………………………………………………………………………………..…………………….……………….๑๓
เพลงสอนน้อง.............................................................................................................................๑๔-๑๕
บทครูในดวงใจ…………………………………………………………………………..…………………….………๑๖-๑๗



กลอนแนะนำตัวเอง

ตัวฉันนี้มีนามว่าสิดาพร ยังละอ่อนเล่นสนุกทุกวันหนา
อันรอยยิ้มพริ้งเพราแลงามตา ชอบกินชาทุกชนิดไม่ผิดไป

(เส้นศิลป์)
นางสาวสิดาพร ชัยศิริ ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๒



กลอนสุภาพ



เรื่อง เสียงเสนาะเพราะพริ้งเพรา

เสียงดนตรีบรรเลงกล่อมดวงจิต ชื่นชีวิตสุขฤทัยเป็นหนักหนา
เสียงแว่วหวานละมุนหูคู่ชีวา ตระการตาด้วยสังคีตในแดนไทย
ทั่วทั้งโลกขนานนามความหวานใส
อันชีวีสุขสันต์มิเศร้าโศก เสียงก้องไกลทั่วหล้านภาเอย
ไวโอลินพริ้งเพราเพราะจับใจ

(เส้นศิลป์)
นางสาวสิดาพร ชัยศิริ ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๒



นิราศ

นิราศเรื่อง ต่างถิ่นกลิ่นภูเก็ต

ออกผจญเจอผู้คนเป็นหมู่มาก โอ้แม่จ๋าลูกยาต้องจำจาก
ได้มาพบประสบสาวกลุ่มหนึ่ง อีกหลายหลากสิ่งงามตาพาชอบใจ
หญิงทั้งห้ามีที่น่าสนใจ เป็นต้องทึ่งความน่ารักแลสดใส
เริ่มจากฉันสาวนราพาสนุก เริ่มจากใครคนแรกมาฟังกัน
มีนามว่า ซาซา เขารู้กัน ไร้เรื่องทุกข์หรรษาน่าสุขสันต์
เดินทางมาด้วยรถไฟขบวนหนึ่ง ตัวเธอนั้นพูดภาษามลายู
แสนลำบากเมื่อยล้าใครจะรู้ เสียงอื้ออึงดังสนั่นลั่นในหู
ตระกาลตาสวยสะดุดเมืองแห่งนี้ จนเช้าตรู่พบเมืองหลวงแห่งภาคใต้
ถึงยามบ่ายได้เวลาเดินทางไป ชิมของดีลิ้มรสเมืองหาดใหญ่
เริ่มเบื่อหน่ายหลับใหลไปสองยาม อีกยาวไกลกว่าจะถึงยังปลายทาง
มองออกไปเจอทะเลผ่านหน้าต่าง แล้วได้ข้ามสะพานรักถิ่นถลาง
ลงจากรถต่อด้วยวินถึงที่พัก แสนกว้างขวางถึงแล้วหนาเกาะแสงสี
หลากสไตล์หลายภาษาต่างถิ่นที่ พบเพื่อนใหม่น่ารักพาสุขี
ถัดมานั้นหญิงสาวแสนอบอุ่น ล้วนแล้วมีเป้าหมายสิ่งเดียวกัน
จากลันตาหมู่เกาะแสนผูกพัน หวานละมุนด้วยวาจาชวนให้ฝัน
ฉันคนนี้มีนามว่าศิริกัญญา ทุกคืนวันรอเวลาได้ร่ำเรียน
และยึดมั่นศึกษาด้วยพากเพียร สวยโสภาช่ำชองเรื่องอ่านเขียน
ถึงเวลาออกเดินทางอย่างบากบั่น คิดมุ่งหวังไม่เปลี่ยนใจมั่นคง
เก็บกระเป๋าออกเดินทางยามเที่ยงตรง ตามทางฝันด้วยใจที่ประสงค์
มากผู้คนมาส่งยังเรือแพ



ได้มาถึงเมืองสวยในหุบเขา พบปะเหล่าเด็กน้อยผู้เฒ่าแก่

ล้วนรู้รักปลูกฝังแหล่งหินแร่ ไม่มีแม้เปลี่ยนผันแต่ช้านาน

ใกล้ถึงถิ่นภูเก็ตเริ่มตื่นตา เห็นภูผามากมีที่พ้นผ่าน

เพียงพริบตามาถึงสายสะพาน คู่ตำนานเล่าขานมานานนม

ถึงที่หมายเดินทางเข้าที่พัก เจอมิตรหมายน่ารักแสนสุขสม

อันไมตรียิ่งใหญ่น่าชื่นชม พร้อมระดมกำลังช่วยเหลือกัน

อีกหนึ่งสาวจากถิ่นชนบท ทางเคี้ยวคดแสนยากลำบากบั่น

เธอมีจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน รู้จักพลันมีนามว่าสิดาพร

เป็นหญิงสาวยิ้มสวยอีกคนหนึ่ง พร้อมคำนึงมารยาทและคำสอน

ร่างดูบางแช่มช้อยอรชร หน้าละอ่อนอาภางามตาจริง

เดินทางมาอ่าวลึกแสนคึกคัก ลาพ่อแม่ที่รักทุกสรรพสิ่ง

ต้องจำจากลาไกลด้วยใจนิ่ง หวังอย่างยิ่งจักสำเร็จทุกประการ

นั่งรถทัวร์สุดแสนความวุ่นวาย แต่สบายด้วยที่นั่งใช้โดยสาร

เอนเอียงเบาะอิงหลับอีกยาวนาน จวบจนถึงสะพานรักอันเลื่องลือ

ได้มาถึงยังภูเก็ตที่มุ่งหวัง สุดปวดหลังสิ่งของที่ต้องถือ

เจอสหายคนใหม่ที่รู้ชื่อ เธอเลื่องลือความเฮฮาน่าสนใจ

ชวนเพื่อนผองท่องไปทั่วไทยถิ่น เที่ยวแดนดินอัศจรรย์แห่งเมืองใต้

พาล่องเรืออันสุดกว้างทะเลใส ผจญภัยสุดหวาดเสียวล้วนความสุข

ศศิธรความหมายคือดวงจันทร์ ความใฝ่ฝันต้องเที่ยวยามเมื่อทุกข์

ได้ปลดปล่อยธรรมชาติอันแสนสุข ล้วนสนุกทั้งทะเลแลภูเขา

รวมป่าตองหาดสุรินทร์หรือที่ไหน ชวนกันไปเที่ยวรอบเกาะพร้อมพาเม้าท์

จัดปาตี้เฮฮาเพื่อนคอยเฝ้า พร้อมหมู่เหล่าเพื่อนพ้องแสนสุขกาย



ธรรมชาติสร้างสรรค์ตระการใจ ช่างกว้างใหญ่เห็นก้อนเมฆเปรียบปุยฝ้าย
พาบำบัดจิตใจช่วยผ่อนคลาย ยามรุ่งสายอาทิตย์ตกสวยเรียบนิ่ง
ขึ้นภูเขามีถ้ำตามธรรมชาติ สูดอากาศริมชายฝั่งของหยงหลิง
เป็นชายหาดมีทั้งสัตว์และทุกสิ่ง ได้พักพิงที่สุดของอันดามัน
อีกตัวฉันนามว่าณัฐติยาภรณ์ งามสะออนทุกสิ่งที่สร้างสรรค์
ชอบทำทานทำบุญช่วยเหลือพลัน ใครทุกข์ยากบากบั่นช่วยเร็วไว
ฉันเดินทางมาจากถิ่นกระบี่ แหล่งมากมีด้วยทะเลซัดคลื่นใส
ถึงเวลาออกจากบ้านอีกยาวไกล เดินทางไปถิ่นที่แสนสำคัญ
จำจากมายังเมืองเกาะภูเก็ต หวังสำเร็จการศึกษาดั่งเคยฝัน
จุดมุ่งหมายเหล่านี้ย่อมเหมือนกัน ทุกคืนวันตั้งใจให้เป็นจริง
ไม่คาดคิดได้ประสบพบเพื่อนพ้อง เหมือนพี่น้องเกื้อกูลกันทุกสิ่ง
พากันเที่ยวชมดูไม่หยุดนิ่ง. งามตาจริงแห่งภูเก็ตย่านเมืองเก่า
เห็นถนนทอดยาวเข้าพานหิน. เหล่าของกินมากเหลือทุกวันเสาร์
พากันวิ่งเล่นสเก็ตในหมู่เรา ไม่เงียบเหงายังมุ่งหน้าสู่กะหลิม
ถิ่นเขาว่าขึ้นชื่อเรื่องจิ้มจุ่ม เนื้อแสนนุ่มละมุนชวนให้ลิ้ม
อีกหลายหลากอาหารช่างน่าชิม พากันอิ่มความสุขทุกข์หมดไป
ถึงเที่ยวเตร่ยังไม่ลืมเรื่องหน้าที่ สิ่งที่มีการเรียนรู้เอาใจใส่
อีกสังคมของชีวิตมหาลัย ชวนกันไปหาความรู้สู่การเรียน

สมาชิกในกลุ่ม
๑.นางสาวณัฐติยาภรณ์ สินภาษา ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๑๐
๒.นางสาวศศิธร สุเหร็น ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๒๙
๓.นางสาวศิริกัญญา เสียมใหม ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๐
๔.นางสาวสิดาพร ชัยศิริ ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๒
๕.นางสาวนูร์ซาซา สามะ ทศศ.๖๔๒ เลขที่ ๑๖



กลอนเปล่า

เรื่อง นี่หรือคือรัก

แต่ปางก่อนเหงาเดียวดายไร้ความรัก
ได้แต่นั่งจมปลักกับความเหงา
ได้แต่นั่งมองความรักคนอื่นเขา

ได้แต่นั่งหน้าเศร้าอยากมีคนคอยให้รัก
และแล้วในวันนี้ก็มาถึง

วันที่ฉันเลิกรำพึงหาความรัก
เพราะมีเธอคนอบอุ่นเหมือนเช่นกับที่พัก

ทำให้ใจที่ไร้รักนั้นผลิบาน

(เส้นศิลป์)
นางสาวสิดาพร ชัยศิริ ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๒



โคลงสี่สุภาพ

เรื่อง ณ รักนิรันดร์กาล

คนเคยรักชิดใกล้ ใจน้อย นักแล
ครวญใคร่อย่าได้คอย ปกป้อง
มอบรักยิ่งเปรียบพลอย เคียงคู่ ลือนาน
ใจพี่มอบแก่น้อง บ่สิ้นแปรผัน
จบสิ้น รักแฮ
ครั้นเพลาผ่านพ้น กลิ่นน้อง
ใจพี่หวนถวิล อยู่คู่
ยิ้มงามยิ่งโฉมฉิน รักนี้นิรันดร์กาล
ในจิตพี่ร่ำร้อง

(เส้นศิลป์)
นางสาวสิดาพร ชัยศิริ ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๒



กาพย์ยานี ๑๑

ปักษาในป่าดง
พนาแสนอุดม อันสายลมชวนอ่อนไหว
หลายหลากผกาไทย แสนล้ำค่านานาพันธ์
วิหคนกปักษา ดูงามตาแสนสีสัน
อย่างเช่นนกเงือกนั้น อนุรักษ์สมานใจ
รูปร่างดูแปลกตา อีกคุณค่ามีมากไซร้
มีปากแหลมกว่าใคร เสียงก้องไกลทั่วพนา
แต่แล้วใกล้สูญพันธ์ นกเงือกนั้นสำคัญหนา
สิบสามเดือนกุมภา วันมีค่ารักเงือกไทย


เส้นศิลป์
๐๗/๐๑/๖๕
น.ส.สิดาพร ชัยศิริ ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๒



กาพย์ฉบัง ๑๖

เรื่อง ยอสะดุ้งกุ้งกระโดด

บรรดากุ้งปลาน้อยใหญ่ แหวกว่ายสุขใจ
แล่นไปตามสายนที ลิ้มรสสุขี
จัดเป็นกับแกล้มชั้นดี เห็นแล้วสุขสันต์
วิถีชาวบ้านรู้กัน เป็นของคู่ใจ
จัดเตรียมยอมายกพลัน อีกใช้ดีครัน
ร่วมกันยกยอต่อไป
แข็งแรงด้วยขาไม้ไผ่
ถือไปดักปลากุ้งกัน
สืบทอดยาวนานผ่านวัน
สิ่งนั้นเรียกยกยอไง

เส้นศิลป์
๐๗/๐๑/๖๕
น.ส.สิดาพร ชัยศิริ ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๒

๑๐

กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘

ไม่ว่าใครก็ป้องกัน

บนโลกใบนี้ ผู้คนมากมี ต่างเพศต่างวัย
เด็กน้อยตัวเล็ก อีกเด็กตัวใหญ่ น่ารักกว่าใคร สดใสงดงาม

แต่แล้วโลกเรา พบความเหี่ยวเฉา ภัยร้ายคุกคาม
ต่างคนต่างอยู่ หดหู่ทุกยาม สุดท้ายความงาม อาจมลายไป

เด็กหรือชรา มิเป็นปัญหา สวมแมสเร็วไว
ช่วยกันสอดส่อง ป้องกันเข้าไว้ ตัวเล็กตัวใหญ่ ปลอดภัยทุกคน

เส้นศิลป์
๐๗/๐๑/๖๕
น.ส.สิดาพร ชัยศิริ ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๒

๑๑

ร่ายสุภาพ

กล่าวถึงบุคคลสำคัญ

อาลักษณ์กวีไทย หลายสมัยยังเชิดชู ครูกวีเชี่ยวชำนาญ
ชื่อนั้นท่านสุนทร คู่คำกลอนมากมี ทุกกวีน่าสนใจ
ลูกหลานได้เรียนรู้ สิ่งท่านภู่ฝากไว้ เด็กไทยจักรู้กัน
ผู้สรรค์สร้างสิ่งรู้ ให้อยู่จวบวันนี้ หมั่นน้อมรำลึก ลือนาม

(เส้นศิลป์)
๐๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
นางสาวสิดาพร ชัยศิริ

๑๒

ฉันท์

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

#บุคคลสำคัญ




คิดค้นกวีไทย มนไว้บ่มีเปลี่ยน

ลำบากก็พากเพียร ระดะทั่ว ณ แดนไทย

ทุกบทประพันธ์งาม จะสยาม ฤ ถิ่นไหน

จารึกและจำไว้ ริประดิษฐ์ ธ สุนทร

ท่านภู่ระบือนาม เสนาะงามเพราะคำสอน

ดั่งเพชรมณีกลอน มลพลันมลายไป




(เส้นศิลป์)

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

๑๓

เพลงตันหยง

ดอกมนฑา
ตันหยง ตันหยง หยงไรละน้องหยงดองมนฑา
อยากพาพี่บ่าวลงลันตา สุขใจนักหนาได้ล่องแพ
โอ้ตัวน้องสาว วันน้ีไดพร้าวแหละปลาจากแห
สุขใจนักหนาได้่ล่องแพ อีกไดดู้แลพ่ีบ่าวนอ้ง




เส้นศิลป์
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
นางสาวสิดาพร ชัยศิริ เลขที่ ๓๒ ทศศ.๖๔๑

๑๔

เพลงสอนน้อง

เพลง รักติดไซเรน (ท่อนฮุก)

พี่อยากจะถามน้อง ๆ นั้นรู้เสียงอักษรไทยนั้นไหม
จำง่ายไม่ยาก มาดูกันว่ามันเป็นเช่นไร

ไตรยางค์อักษร มี ๓ ประเภทไง ง่ายมากเลย
ในหมู่แรกนั้น มารู้จักกันอักษรกลาง ๙ ตัวไง

หมู่ ๒ เสียงสูงมี ๑๑ ตัว จงจำให้ไว
อักษรที่เหลือเสียงต่ำนั้นไง
ไม่ยากเกิน ตั้งใจจำกัน



สาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง ไตรยางค์อักษร ๓ หมู่
ไตรยางค์ หรือ อักษรสามหมู่ คือ ระบบการจัดหมวดหมู่อักษรไทย เฉพาะรูปพยัญชนะตาม
ลักษณะการผันวรรณยุกต์ เนื่องจากพยัญชนะไทย เมื่อกำกับด้วยวรรณยุกต์หนึ่ง ๆ แล้ว จะ
มีเสียงวรรณยุกต์ที่แตกต่างกัน
ในภาษาไทยมีพยัญชนะไทยทั้งหมด ๔๔ ตัว แบ่งออกเป็น ๓ หมู่ มีระดับเสียงสูง กลาง ต่ำ
เรียกว่าไตรยางค์ ได้แก่
อักษรสูงมี ๑๑ ตัว คือ ผ ฝ ถ ฐ ข ฃ ส ศ ษ ห ฉ ท่องจำง่าย ๆ คือ ผีฝากถุงข้าวสารให้
ฉัน
อักษรกลางมี ๙ ตัว ได้แก่ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ ท่องจำง่าย ๆ คือ ไก่จิกเด็กตายบนปาก
โอ่ง
อักษรต่ำมี มี ๒๔ ตัว แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ อักษรคู่ อักษรเดี่ยว
อักษรคู่ คือ อักษรต่ำที่มีอักษรสูงเป็นคู่ มี 14 ตัวได้แก่ ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ
หลักการท่องจำ คือ พ่อค้าฟันทองซื้อช้างฮ่อ
อักษรเดี่ยว คือ พยัญชนะที่ไม่มีอักษรสูงเป็นคู่ มี 10 ตัว ได้แก่ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ
หลักการท่องจำ คือ งูใหญ่นอนอยู่ ณ ริมวัดโมฬีโลก

๑๕

อ้างอิง



เพลงรักติดไซเรน ของพาริสและแพรวา https://www.youtube.com/watch?
v=ILU9NbWn4t0

ทำนองกีต้าร์ https://www.youtube.com/watch?v=2tJJN2_LZnU
ที่มาเนื้อหา https://teen.mthai.com/education/172466.html

๑๖

บทครูในดวงใจ

โคลงสี่สุภาพ
จากบทประพันธ์ร้อยกรอง : สุภาษิต ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
ผู้แต่ง : พระยาอุปกิตศิลปสาร(นิ่ม กาญจนาชีวะ)
แต่งปี:ไม่ได้ระบุปี ที่ชัดเจน

มวลมนุษย์ผู้เปรื่อง ปรีชา เชี่ยวแฮ
เพราะใคร่ใฝ่ศึกษา สิ่งรู้
รู้กิจผดิชอบหา เหตุสอด ส่องนา
นี่แหละบุคคลผู้ เพียบด้วยความเจริญ

กลอนสุภาพ
ชื่อ : เป็นมนุษย์หรือเป็นคน
ผู้แต่ง : พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ)
แต่งปี : ไม่ได้ระบุ

เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูงมีดีที่แววขน

ถ้าใจต่ำเป็นได้แต่เพียงคน ย่อมเสียทีที่ตนไดเ้กิดมา

ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ ถ้ามีครบควรเรียกมนุสสา

เพราะทำถูกพูดถูกทุกเวลา เปรมปรีดาคืนวันสุขสันต์จริง

๑๗

ร่ายยาว จากเรื่อง : ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มัทรี ม.5
ผู้แต่ง : เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
แต่งปี: ในสมัยรัชกาลที่ ๑


จึงตรัสว่าโอ้โอ๋เวลาปานฉะนี้เอ่ยจะมิดึกดื่น จวนจะสิ้นคืนค่อนรุ่งไปเสียแล้วหรือกระไรไม่รู้เลย
พระพายรำเพยพัดมารี่เรื่อยอยู่เฉื่อยฉิว อกแม่นี้ให้อ่อนหิวสุดละห้อย
ทั้งดาวเดือนก็เคลื่อนคล้อยลงลับไม้ สุดที่แม่จะติดตามเจ้าไปในยามนี้



กาพย์ ชื่อ :กาพย์พระไชยสุริยา ผู้แต่ง : สุนทรภู่ แต่งปี:ไม่แน่นนอน อยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๒

เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ

พระแสงสำอางข้างเคียง

เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องซ้องเสียง

สำเนียงน่าฟังวังเวง

ฉันท์ วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ จากเรื่อง : มัทนะพาธา ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
แต่งปี:แต่งขึ้นในช่วงรัตนโกสินทร์ ปี พ.ศ. ๒๔๖๖

อ้าสองเทเวศร์ โปรดเกศข้าบาท
ทรงฟังซึ่งวาท ที่กราบทูลเชอญ
โปรดช่วยดลใจ ทรามวัยให้เพลิน
จนลืมขวยเขิน แล้วรีบเร็วมา

๑๕

“เส้นศิลป์”


Click to View FlipBook Version