เคสโทรศพั ท์ทูอนิ วัน
Spray Case 2 in 1
นายจักกรวี ตั ฌ์ หมีมา เลขที่ 7
นายชนสรณ์ ทองมานติ ย์ เลขท่ี 10
นายพงศกร พรวีรสุนทร เลขที่ 18
นางสาวนฤเนตร ชมุ นิกาย เลขท่ี 28
นางสาวจณิสตา ธรรมเจริญ เลขที่ 31
โครงงานนี้เปน็ ส่วนหน่งึ ของการศกึ ษาตามหลกั สูตรเทคโนโลยีบัณฑิต
สาขาวิชาเทคโนโลยีการโทรทัศนแ์ ละวทิ ยุกระจายเสยี ง
รายวิชาศิลปะการใช้ภาษาไทยเพอ่ื นำเสนอ
คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
ปีการศกึ ษา 2564
สเปรย์เคสทอู นิ วนั
Spray Case 2 in 1
นายจักกรวี ตั ฌ์ หมมี า รหสั นกั ศึกษา 64502160008-7
นายชนสรณ์ ทองมานติ ย์ รหสั นักศกึ ษา 64502160011-1
นายพงศกร พรวรี สุนทร รหสั นักศกึ ษา 64502160019-4
นางสาวนฤเนตร ชุมนกิ าย รหสั นกั ศกึ ษา 64502160029-3
นางสาวจณสิ ตา ธรรมเจริญ รหสั นกั ศกึ ษา 64502160035-0
โครงงานนี้เปน็ ส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลักสตู รเทคโนโลยีบณั ฑิต
สาขาวชิ าเทคโนโลยกี ารโทรทัศน์และวิทยกุ ระจายเสยี ง
รายวชิ าศลิ ปะการใช้ภาษาไทยเพื่อนำเสนอ
คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรงุ เทพ
ปกี ารศกึ ษา 2564
ก
กิตตกิ รรมประกาศ
โครงงาน Spray Case 2 in 1 สำเรจ็ ลลุ ่วงได้ดว้ ยความกรณุ าชว่ ยเหลอื แนะนำ ให้คำปรึกษา
ตรวจสอบแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ด้วยความเอาใจใส่อย่างดียิ่งจาก อาจารย์ยุทธนา นันทิวัธวิภา
อาจารยผ์ สู้ อนประจำรายวิชาศลิ ปะการใชภ้ าษาไทยเพื่อนำเสนอ 1111207 ผู้เขยี นกราบขอบพระคุณ
เป็นอยา่ งสงู
ขอกราบขอบพระคุณ คณุ พ่อ คณุ แม่ และผปู้ กครอง ทใี่ หค้ ำปรึกษาในเรอื่ งตา่ งๆ รวมทั้งเป็น
กำลังใจท่ดี ีเสมอมา
ขอบคุณห้องสมุดมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ที่เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการทำ
โครงงานไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ขอบคุณเพ่ือนๆ ทีช่ ่วยใหค้ ำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการเลือกคำ และเกี่ยวกับโครงงานชิ้นนี้
สุดท้ายนี้ผู้จัดทำหวังว่าโครงงาน Spray Case 2 in 1 จะเป็นประโยชน์และสามารถ
ตอบสนองกับการใช้ชีวิตประจำวันและสถานการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน
ปัจจบุ นั ได้
คณะผจู้ ดั ทำ
22 ตุลาคม 2564
สารบัญ ข
เร่ือง หน้า
กิตติกรรมประกาศ ก
สารบัญ ข
สารบัญตาราง ง
สารบญั ภาพ จ
บทที่ 1 บทนำ 1
1
1.1 ความเปน็ มาและความสำคญั 3
1.2 วตั ถุประสงค์ 3
1.3 กรอบแนวคดิ 4
1.4 วธิ กี ารดำเนนิ งาน 4
4
1.4.1 ศกึ ษาปัญหาและแนวทางแกไ้ ขปัญหา 5
1.4.2 ศกึ ษาเอกสารงานวิจัย 5
1.4.3 ผลติ ชนิ้ งาน 5
1.4.4 นำเสนอ 5
1.5 ขอบเขต 5
1.5.1 คณะผูจ้ ดั ทำ 5
1.5.2 ระยะเวลาการทำงาน 6
1.5.3 สถานท่ี 6
1.5.4 กลุ่มเป้าหมาย
1.6 ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะไดร้ บั 7
7
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยทเ่ี กยี่ วขอ้ ง 7
2.1 เอกสารทีเ่ กีย่ วขอ้ ง 9
2.1.1 ความรเู้ ร่ืองโรคโควดิ -19
2.1.2 แนวทางการป้องกนั โรคโควดิ -19
ค
สารบัญ (ตอ่ )
เรอื่ ง หนา้
2.1.2.1 แนวทางการปฏิบัติสำหรับกลุ่มเสี่ยง คำแนะนำสำหรับ 9
ผู้สูงอายุและผทู้ ีอ่ ยู่รว่ มกบั ผูส้ ูงอายุ
2.1.2.2 คำแนะนำสำหรบั ผทู้ มี่ โี รคประจำตวั 10
2.1.2.3 คำแนะนำสำหรบั กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี 11
2.1.2.4 คำแนะนำสำหรบั หญิงตั้งครรภ์หญิงหลังคลอด 11
2.1.2.5 คำแนะนำสำหรบั การดูแลทารกแรกเกิด 12
13
2.1.3 ความรู้เรือ่ งโทรศพั ท์มือถือ 14
2.1.4 ความรเู้ รื่องการใชส้ เปรย์แอลกอฮอล์ 16
2.1.5 ความรู้เกี่ยวกบั เคสโทรศัพท์ 18
2.1.6 ความรู้เกี่ยวกบั ซลิ โิ คน 18
2.2 งานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วข้อง
23
บทท่ี 3 วธิ ีการดำเนนิ งาน 23
3.1 ตารางแผนการดำเนินงาน วันท่ี 26 มิถนุ ายน ถงึ 21 ตลุ าคม 2564 24
3.2 วัสดุอปุ กรณแ์ บบจำลอง 25
3.3 แบบกราฟิกจำลอง Spray Case 2 in 1 25
3.3.1 สว่ นเคสโทรศพั ท์มือถือ 28
3.3.2 ส่วนของขาตัง้ โทรศัพท์มอื ถอื 30
3.3.3 ส่วนขวดสเปรยแ์ อลกอฮอล์ 32
3.3.4 สว่ นของเคสสเปรยแ์ อลกอฮอล์ 35
3.3.5 สว่ นของเคสสเปรย์แอลกอฮอล์กับขาตงั้ โทรศัพท์มอื ถอื 36
3.4 วธิ ดี ำเนินงานแบบจำลอง 36
3.4.1 ส่วนเคสโทรศพั ทม์ อื ถอื 37
3.4.2 สว่ นของขาตง้ั โทรศพั ท์มอื ถือ 39
3.4.3 ส่วนเคสสเปรย์แอลกอฮอล์ 40
3.4.4 ส่วนของขวดสเปรย์แอลกอฮอล์
บรรณานกุ รม
สารบญั ตาราง ง
ตารางที่ หน้า
ตารางท่ี 3.1 ตารางแผนการดำเนินงาน 23
จ
สารบญั ภาพ หนา้
14
ภาพที่ 16
2.1 สเปรยแ์ อลกอฮอล์พกพา 17
2.2 เคสโทรศพั ท์มอื ถือแบบยดื หยนุ่ 17
2.3 เคสโทรศพั ทม์ ือถือแบบแข็ง 25
2.4 เคสโทรศพั ทม์ ือถอื แบบหนัง 26
3.1 ภาพกราฟิกขนาดตามเคสโทรศพั ท์มอื ถอื 26
3.2 ภาพกราฟิกวาดเส้นตามลกั ษณะของเคสโทรศพั ท์มอื ถอื 26
3.3 ภาพกราฟิกตามลกั ษณะของเคสโทรศพั ท์มอื ถอื 27
3.4 ภาพกราฟิกตามทรงของเคสโทรศัพท์มอื ถอื 27
3.5 ภาพกราฟิกเคสโทรศพั ท์มอื ถอื แบบสมบรู ณ์ 28
3.6 ภาพกราฟิกดา้ นหนา้ และด้านหลังของเคสโทรศพั ท์มอื ถอื 28
3.7 ภาพกราฟิกขนาดของขาต้ังโทรศพั ท์มอื ถอื 29
3.8 ภาพกราฟิกวาดเสน้ ตามลกั ษณะของขาตัง้ โทรศัพท์มือถอื 29
3.9 ภาพกราฟิกตามทรงของขาตง้ั โทรศัพท์มอื ถอื 30
3.10 ภาพกราฟกิ ตง้ั โทรศพั ท์มอื ถอื แบบสมบูรณ์ 30
3.11 ภาพกราฟกิ ขาตัง้ โทรศพั ท์มอื ถอื ด้านท่ีตดิ กบั เคสสเปรย์แอลกอฮอล์ 31
3.12 ภาพกราฟกิ ขนาดของขวดสเปรย์แอลกอฮอล์ 31
3.13 ภาพกราฟกิ วาดเสน้ ตามลกั ษณะของขวดสเปรย์แอลกอฮอล์ 32
3.14 ภาพกราฟกิ ตามทรงของขวดสเปรยแ์ อลกอฮอล์ 32
3.15 ภาพกราฟกิ ขวดสเปรยแ์ อลกอฮอล์แบบสมบรู ณ์ 33
3.16 ภาพกราฟกิ ขนาดของเคสสเปรย์แอลกอฮอล์ 33
3.17 ภาพกราฟกิ วาดเส้นตามลกั ษณะของเคสสเปรย์แอลกอฮอล์ 34
3.18 ภาพกราฟกิ เคสสเปรย์แอลกอฮอล์แบบสมบรู ณ์ 34
3.19 ภาพกราฟกิ เคสสเปรย์แอลกอฮอล์ดา้ นหนา้ และดา้ นใน 35
3.20 ภาพกราฟกิ ทใ่ี ส่ขวดสเปรย์แอลกอฮอล์ 35
3.21 ภาพกราฟกิ เคสสเปรย์แอลกอฮอล์ลดา้ นหนา้ และดา้ นหลัง 36
3.22 ภาพกราฟกิ เคสสเปรย์ทูอินวนั แบบสมบูรณ์ 36
3.23 กระดาษลงั ทรงสเี่ หล่ียมขนาด 9.7 x 18 เซนตเิ มตร 37
3.24 กระดาษลงั ทพ่ี บั ทรงคลา้ ยเคสโทรศัพท์มือถือ
3.25 กระดาษลังทเี่ จาะรมู มุ ขวาเป็นทรงสเี่ หลีย่ มขนาด 2 x 3 เซนติเมตร
ฉ
สารบญั ภาพ (ตอ่ ) หนา้
37
ภาพที่ 38
3.26 กระดาษลังทรงส่ีเหล่ยี ม ขนาด 4 x 19 เซนติเมตร
3.27 กระดาษลังทรงส่ีเหล่ยี ม ขนาด 9 x 10.5 เซนตเิ มตร 38
และรา่ งเสน้ ขนาด 7 x 9 เซนติเมตร
3.28 ประกอบกระดาษลงั ท่เี ป็นสว่ นเคสโทรศัพท์มือถอื กับทรี่ องเคสสเปรย์ 39
แอลกอฮอล์ 39
3.29 กระดาษลังทรงสี่เหลีย่ ม ขนาด 12 x 12 เซนติเมตรท่ีตดั มุมออก 40
3.30 กระดาษลังทพี่ ับเป็นสเ่ี หลี่ยม 40
3.31 ประกอบเคสสเปรย์แอลกอฮอลก์ บั กับเคสโทรศพั ท์มอื ถือ 41
3.32 กระดาษลังทรงสเ่ี หลยี่ มขนาด 6 x 7 เซนตเิ มตรที่ระบายสี 41
3.33 ภาพดา้ นหนา้ ของสเปรย์เคสทูอินวนั 42
3.34 ภาพดา้ นขา้ งของสเปรย์เคสทูอินวัน
3.35 ภาพดา้ นหลังของสเปรย์เคสทอู นิ วนั
1
บทท่ี 1
บทนำ
1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา
ในปัจจุบันไดม้ กี ารเกิดโรคระบาดชนดิ หนงึ่ ท่ีเปน็ เชอ้ื ไวรสั สายพันธุใ์ หม่กระจายไปท่ัวโลก โรค
ระบาดชนิดนี้ มชี ่อื วา่ “โรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา2019” หรอื “โรคโควดิ -19” ซึง่ เปน็ โรคติดเช้ือท่ีระบบ
ทางเดินหายใจ มีสมมติฐานวา่ ไวรัสกลายพนั ธุ์อาจจะมีแหล่งเร่ิมต้นท่ีค้างคาวตดิ เชื้อผ่านสัตว์ตัวกลาง
และคนไปรับเชื้อมาแพร่ระหว่างคนสู่คน เริ่มพบผู้ป่วยครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 (ค.ศ.
2019) ที่เมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของประเทศจีน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่มีผู้คน
หนาแนน่ จึงเกดิ การระบาดใหญไ่ ดร้ วดเรว็ การปอ้ งกนั และการดแู ลรักษาเป็นไปอยา่ งฉุกเฉินด้วยความ
ไม่พร้อมมีผู้ป่วยหนักและตายมากเกินกว่าที่ควรจะเป็นจนประเทศจีนต้องปิดเมืองอู่ฮั่น และปิด
ประเทศในที่สุด ต่อมาประเทศจีนแถลงเมื่อ 31 ธันวาคม 2562 ว่าได้เกิดโรคระบาดนี้ในประเทศใน
ขณะนีป้ ระเทศจีนสามารถควบคุมการระบาดได้ แตโ่ ดยธรรมชาติของโรคตดิ เชื้อแลว้ จะยงั มีแหล่งของ
เชอ้ื นอ้ี ยู่ ผู้ตดิ เชือ้ รายแรกท่ีถูกตรวจพบนอกประเทศจีนเป็นคนจีนที่เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
ประเทศไทยเมื่อ 8 มกราคม 2563 และประเทศไทยแถลงการตรวจพบเมื่อ 13 มกราคม 2563
หลังจากนั้นมีผู้ป่วยหลายรายที่มาจากประเทศอื่นส่วนผู้ที่ติดเชื้อที่รับเชื้อในประเทศไทยรายแรก
มีการรายงานเมื่อ 31 มกราคม 2563 โดยรับเชื้อจากคนที่ติดเชื้อที่มาจากประเทศจีน (สยมพร ศิริ
นาวิน, 2563, หน้า 11-12)
ลักษณะทางแพร่ระบาดเชื้อไวรสั สู่กัน มี 3 ลักษณะ ได้แก่ การแพร่ระบาดโดยตรงผ่านละออง
สารคัดหลั่งในระยะใกล้กับผู้ติดเชื้อ เช่น จาม ไอ หรือพูดคุย เป็นต้น การแพร่ระบาดโดยการสัมผัส
ละอองสารคัดหลั่งที่เกาะอยู่ตามพื้นผิววัสดุ เมื่อสัมผัสโดนตัวหรือจับต้องใช้งานหลังจากนั้นนำไป
สัมผัสที่ปาก จมูก หรือดวงตา เป็นต้น และ การแพร่ระบาดโดยผ่านอากาศเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อม
แบบปดิ เปน็ เวลานานและมปี รมิ าณละอองของไวรสั เขม้ ข้นสูงกอ็ าจจะเกดิ การแพรเ่ ชอื้ ได้เชน่ กัน
การปฏิบตั ติ วั เพือ่ การปอ้ งกนั การตดิ เช้ือไวรสั โดยการล้างมอื ฆา่ เชือ้ บ่อยๆ โดยการใช้น้ำยาล้าง
มือและสเปรย์หรือเจลแอลกอฮอล์ การมีมารยาทในการไอหรือจาม และเมื่อออกไปภายนอกจะต้อง
สวมใส่หนา้ กากอนามยั ทุกคร้ัง พยายามหลีกเล่ียงสถานที่ผู้คนแออัด มกี ารเวน้ ระยะห่างจากผอู้ ื่นอย่าง
น้อย 1 เมตร ( คณะกรรมการสุขภาพแห่งมณฑลหยุนหนาน มหาวิทยาลัยการแพทย์คุนหมิง, 2563,
หน้า 3-18)
ในสถานการณ์เช่นนี้การดูแลตนเองเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องทำเป็นอย่างแรกเพื่อป้องกันและ
หลีกเลี่ยงโอกาสเสี่ยงการติดเชื้อไวรัส แต่อย่างไรก็ตามอาจมีความจำเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอก
2
อยา่ งหลกี เลี่ยงไม่ได้นอกจากการป้องกันไวรัสดว้ ยหน้ากากอนามัยกับสเปรย์หรือเจลแอลกอฮอล์แบบ
พกพา ถือเป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่เราขาดไม่ได้และจำเป็นต้องมีติดตัวเป็นอย่างยิ่ง นอกจาก
แอลกอฮอล์ในรูปแบบเจลที่นิยมใช้กันแล้วก็ยังมีผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่น ๆ ที่สามารถหยิบมาใช้งาน
เพื่อฆ่าเชื้อโรคได้อย่างสะดวกเหมือนกัน แอลกอฮอล์ในรูปแบบเจลล้างมือที่นิยมพกพากันมากที่สุด
เพราะความสะดวกในการใช้งานที่นอกจากจะพกพาไปไหนได้แลว้ ก็ยังทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค
ไดภ้ ายใน 20-30 วินาทีโดยไม่ตอ้ งลา้ งออกซำ้ อีกครั้ง ซง่ึ สะดวกและรวดเร็วกว่าการล้างด้วยน้ำและสบู่
หลายขั้นตอน แถมยังมีการเพิ่มสารให้ความชุ่มชื้นเข้าไปทำให้ผิวหนังไม่แห้งอีกด้วย แอลกอฮอล์ใน
รูปแบบสเปรย์สามารถใช้งานได้ครอบคลุมตั้งแต่การฉีดพ่นในบริเวณต่างๆ อย่างห้องน้ำสาธารณะ
ลูกบิดประตู หรือของใช้ต่างๆที่มีการสัมผัสร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรครวมถึงยังใช้
สำหรับฉีดพ่นมือแทนเจลแอลกอฮอล์ได้ด้วย แอลกอฮอล์ในรูปแบบแผ่นหรือสำลีที่ชุบแอลกอฮอล์มา
ให้พร้อมใช้งานเป็นการช่วยลดขั้นตอนและทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นเยอะ (kamonchanok.L,
ออนไลน,์ 2563; อ้างจาก รติคุณ ชูศริ ิ, 2564, หน้า 3)
อย่างไรก็ตามผู้คนก็ยังคงตอ้ งมีการพกของใช้อืน่ ๆในชีวิตประจำวันอยู่อกี มาก อาทิเช่น กระเป๋า
เงิน กุญแจรถ กุญแจบ้าน โทรศัพท์มือถือที่ในส่วนใหญ่จะมีการสวมใส่เคสโทรศัพท์มือถือเพื่อช่วย
ปอ้ งกันการกระแทกไวด้ ว้ ย หรอื ในบางครงั้ เราก็มกี ารซ้อื ของแล้วตอ้ งถอื ของเพ่มิ ขึ้นอกี ซึ่งจะลำบากใน
การถือสิ่งของหลายๆอย่างมาก และในช่วงที่มีการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
อยู่แบบนี้เราจึงต้องมีของที่ต้องพกพาเพื่อช่วยป้องกันเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น และนั้นก็คือการพกพาสเปรย์
หรือเจลแอลกอฮอล์กับหน้ากากอนามยั ติดตัวอยู่เสมอ แต่ถึงอย่างนั้นผู้คนก็เคยมีโอกาสบางครั้งท่จี ะ
พลาดลืมพกเอาสเปรย์หรือเจลแอลกอฮอล์ติดตัวมาด้วย เนื่องจากผู้คนยังมีของที่ต้องพกติดตัวอย่าง
อื่นอยู่อีกเยอะนั่นเอง จึงทำให้ผู้จัดทำมีแนวคิดที่จะผลิตสิ่งของที่นำมาจากสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
หรือพกพาบ่อยๆมารวมกันกับสเปรย์หรือเจลแอลกอฮอล์ และผลที่ผู้จัดทำคิดได้ออกมานั้นก็คือการ
นำเคสโทรศัพท์มือถือที่ติดอยู่กับโทรศัพท์มือถือที่ใช้อยู่เป็นประจำมาผสมรวมกันกับสเปรย์หรือเจล
แอลกอฮอล์ท่ีตดิ อยูด่ ้านหลงั ท่ยี งั สามารถปรับเปลีย่ นทำมาเป็นที่ขาต้ังวางโทรศพั ท์มอื ถือได้อกี
จากแนวคิดข้างต้นผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะผลิต spray case 2 in 1 คือเคสโทรศัพท์มือถือที่
สามารถพกสเปรย์แอลกอฮอล์ไปในตัว ซึ่งจะส่งผลให้ลดปริมาณในการพกพาสิ่งของ และเพื่อที่ผู้คน
จะไม่พลาดในการลืมพกพาสเปรย์หรือเจลแอลกอฮอล์ รวมไปถึงเป็นการเพิ่มประโยชน์ในการใช้งาน
ส่ิงของได้เพ่ิมขึน้
3
1.2 วัตถปุ ระสงค์
เพื่อผลิตเคสโทรศัพท์มือถือที่สามารถพกสเปรย์แอลกอฮอล์ไปในตัวเพื่อตอบสนองกับ
สถานการณ์การใชช้ ีวิตในชว่ งวิกฤตการแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโควดิ -19
1.3 กรอบแนวคิด
ประชุมกับเพอ่ื นในกลุ่มว่าจะทำโครงงานอะไร โดยการใช้วธิ คี ดิ แบบตาราง
นำเสนอแนวคดิ ใหอ้ าจารย์ผสู้ อนประจำวชิ า
4
ปรับปรงุ ข้อมูลท่ีผดิ พลาด แล้วนำเสนออาจารยผ์ ูส้ อนประจำวิชา
ดำเนินการผลิตเคสโทรศพั ท์มือถอื ทส่ี ามารถพกสเปรยแ์ อลกอฮอลไ์ ด้
นำผลงานทเ่ี สร็จแลว้ มาเสนออาจารยผ์ สู้ อนประจำวชิ า
1.4 วิธกี ารดำเนินงาน
1.4.1 ศกึ ษาปญั หาและแนวทางแกไ้ ขปัญหา
ปัญหา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด–19 ทำให้ผู้คนหันมาพก
สเปรย์แอลกอฮอล์ แต่ยังมีคนบางกลุ่มมีความหลงลืมทีจ่ ะพกสเปรย์แอลกอฮอล์เพราะการพกสเปรย์
แอลกอฮอลพ์ ง่ึ เข้ามามีบทบาทในการใช้ชวี ิตในปัจจุบัน
แนวทางการแก้ไขปัญหา เมื่อเปรียบเทียบกับการพกโทรศัพท์มือถือแล้ว โทรศัพท์มือถือมี
บทบาทท่ีสำคัญในการใชช้ ีวติ ไม่วา่ จะเป็นในเร่ืองของการทำงาน ติดตอ่ สอ่ื สาร การดเู วลา การค้นหา
ข้อมูล ทำให้ผู้คนไม่ลืมที่จะพกโทรศัพท์มือถือ ผู้จัดทำจึงได้ผลิตเคสโทรศัพท์มือถือที่สามารถพก
สเปรยแ์ อลกอฮอล์ ทำใหล้ ดปัญหาการหลงลมื การพกสเปรยแ์ อลกอฮอล์
1.4.2 ศึกษาเอกสารและงานวิจยั
ผู้จัดทำไดศ้ กึ ษาเอกสารและงานวิจัยต่างๆ เพือ่ มาเปน็ แนวทางในการผลิตเคสโทรศัพท์มือถือ
ที่สามารถพกสเปรยแ์ อลกอฮอลไ์ ด้
5
1.4.3 ผลิตช้ินงาน
เมื่อได้แนวคิดและวิธีการผลิต ผู้จัดทำได้ดำเนินการผลิตเคสโทรศัพท์มือถือที่สามารถพก
สเปรยแ์ อลกอฮอล์ได้
1.4.4 นำเสนอ
เมื่อผลิตเคสโทรศัพท์มือถือที่สามารถพกสเปรย์แอลกอฮอล์ได้แล้ว ผู้จัดทำได้ทำการเสนอ
ให้กับอาจารย์ผู้สอนประจำวชิ า
1.5 ขอบเขต หมมี า เลขที่ 7
1.5.1 คณะผู้จดั ทำ ทองมานิตย์ เลขที่ 10
1. นายจกั กรวี ตั ฌ์ พรวรี สุนทร เลขท่ี 18
2. นายชนสรณ์ ชุมนิกาย เลขท่ี 28
3. นายพงศกร ธรรมเจรญิ เลขที่ 31
4. นางสาวนฤเนตร
5. นางสาวจณิสตา
1.5.2 ระยะเวลาการทำงาน
วนั ที่ 26 มิถุนายน 2564 ถงึ วนั ท่ี 21 ตุลาคม 2564
1.5.3 สถานที่
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรงุ เทพ
6
1.5.4 กล่มุ เป้าหมาย
บคุ คลทวั่ ไป
1.6 ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะได้รบั
1.6.1 สามารถผลิตเคสโทรศัพท์มือถือและสเปรย์แอลกอฮอล์ สำหรบั ฆา่ เช้อื ในเคสเดยี ว
เคสไหนไมจ่ บจบท่เี คสเรา
1.6.2 สามารถแก้ปัญหาการลืมสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือก่อนจับโทรศัพท์มือถือ หรือ
รบั ประทานอาหารสามารถลา้ งได้ทนั ทกี อ่ นเลน่ โทรศพั ท์มือถอื
1.6.3 สามารถนำไปใช้กบั สถานการณ์ในปจั จบุ ันไดเ้ ป็นอยา่ งดี
7
บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
ในการผลิต spray case 2 in 1 ผู้จัดทำได้กำหนดเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ดงั น้ี
2.1 เอกสารทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
2.1.1 ความรู้เรอื่ งโรคโควดิ -19
2.1.2 แนวทางการปอ้ งกันโรคโควดิ -19
2.1.2.1 แนวทางการปฏิบัติสำหรับกลุ่มเสี่ยง คำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุ
และผ้ทู อี่ ยรู่ ว่ มกบั ผูส้ งู อายุ
2.1.2.2 คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว
2.1.2.3 คำแนะนำสำหรับกลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี
2.1.2.4 คำแนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์หญิงหลังคลอด
2.1.2.5 คำแนะนำสำหรับการดูแลทารกแรกเกิด
2.1.3 ความรู้เร่อื งโทรศพั ท์มือถือ
2.1.4 ความรู้เรอ่ื งการใชส้ เปรย์แอลกอฮอล์
2.1.5 ความรูเ้ กย่ี วกบั เคสโทรศัพท์
2.1.6 ความรเู้ ก่ียวกบั ซลิ ิโคน
2.2 งานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วข้อง
2.1 เอกสารที่เก่ียวข้อง
2.1.1 ความร้เู ร่ืองโรคโควดิ -19
การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 (Covid-19) ได้เริ่มต้นเมื่อปลายปี พ.ศ. 2562
และลุกลามไปทั่วโลก สร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจของ
8
ประชากร และเมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 มีการระบาดใหญ่ (pandemic) ซึ่งเป็นการติดเช้ือ
ท่ัวโลกอย่างรวดเร็ว ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563 (กรม
ควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข,2563) จากสถิตเิ มือ่ วนั ท่ี 15 เมษายน พ.ศ. 2563 ประชากรท่ัวโลก
มีผู้ติดเชื้อ 1,982,939 คน และตาย126,761 คน โดย 5 ลำดับแรกของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสู งสุด
ประเทศสหรัฐอเมริกา (609,516 คน) เป็นอนั ดับหน่ึง ตามด้วยสเปน (174,060 คน) อติ าลี (162,488
คน) เยอรมัน (132,362 คน) และฝรั่งเศส (131,362 คน)และเมื่อพิจารณา 5 ลำดับแรกของประเทศ
ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (26,057 คน)อิตาลี (21,067 คน)สเปน (18,255
คน) ฝรั่งเศส (15,750 คน)และสหราชอาณาจักร (12,129 คน) ตามลำดับ (Dong, Du, & Gardner,
2020, อา้ งจาก ณัฎฐวรรณ คำแสน, 2564 , หนา้ 34)
สำหรับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบแรกในประเทศไทย พบผู้ป่วยต้องสงสัยราย
แรกเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563 เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 74 ปี ซึ่งเดินทางมาถึง
กรุงเทพมหานครโดยเท่ยี วบนิ จากนครอู่ฮ่นั เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจนี และ
ณ วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2563 พบอัตราการติดเชื้อในประเทศ ไทย จำนวน 2,369 คน มีผู้เสียชีวิต
30 คน ผู้ป่วยรายใหม่111 คน ในกรุงเทพและจังหวัดนนทบุรี 1,250 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
101 คน ภาคเหนือ 86 คน ภาคกลาง 332 คน และภาคใต้ 409 คน (กรมควบคุมโรค กระทรวง
สาธารณสขุ , 2563ก) และจากสถิติ เม่ือวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2563 ประเทศไทยมีการระบาดและมี
จำนวนผู้ตดิ เช้อื โควดิ -19 จำนวน 2,826 คน จำนวนผู้รกั ษาหาย 2,352 คน คิดเปน็ ร้อยละ 83.2 ร้อย
ละของการรกั ษาหายอยู่ในลำดับท่ี 2 ของโลกรอง จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจนี (กรมควบคุม
โรค กระทรวงสาธารณสุข, 2563) ส่วนการระบาดรอบที่ 2 ในประเทศไทยนั้น เริ่มช่วงปลายเดือน
ธันวาคม พ.ศ. 2563 โดยพบ หญิงไทย อายุ 67 ปี อาชพี ค้าขายทตี่ ลาดกลางกุ้ง ตำบลมหาชยั อำเภอ
เมือง จังหวัดสมุทรสาคร ติดเชื้อโดยไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งคาดว่าเป็นการติด
เชื้อจากแรงงานชาวเมียนมาในตลาดกุ้งซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแรงงานชาวเมียนมาอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น
โดยเจ้าหนา้ ท่สี าธารณสุขจังหวดั สมทุ รสาครได้ลงพ้ืนที่เพอื่ ทำการตรวจเชิงรุก (active case finding)
และพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหมท่ ี่ไม่มีอาการในกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาเป็นจำนวนมาก โดยการระบาด
รอบที่ 2 นี้มีความต่างจากการระบาดระลอกแรกในหลายด้าน เช่น จำนวนผู้ตดิ เชื้อมีจำนวนมากกว่า
มีการกระจายไปหลายจังหวัด ทำให้คาดว่าการระบาดรอบที่ 2 คงไม่หมดไปอย่างรวดเร็วเหมือนรอบ
แรก (สุรชัย โชคครรชิตไชย, 2563) แม้ระบบควบคุมโรคของประเทศไทย มีการแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อ
หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งมีการติดตามผู้ทีส่ ัมผัสเชื้อทุกราย และมีการตรวจเชื้อ
จากผู้ป่วยให้ได้อย่างรวดเร็ว แต่การระบาดในประเทศไทยก็ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง และส่งผล
กระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน เนื่องจาก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และ
การใช้เทคโนโลยี เหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อตัวบุคคลทั้งสิ้น เช่น ตกงาน หรือถูกเลิกจ้าง สมาชิก
9
ครอบครัวตอ้ งอยหู่ ่างกัน และมีการรกั ษาระยะหา่ งทางสังคม (social distancing) รวมถงึ สัมพันธภาพ
ในครอบครัวและชุมชนลดลง ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป เกิดปัญหาการขาดรายได้และชีวิตประจำวันท่ี
ต้องปรับเปลี่ยนไป (บัญชา เกิดมณี, สุรชัย ธรรมทวีธิกุล, ญานพินิจ วชิรสุรงค์, บดินทร์ชาติสุขบท,
และสมบัติ ทฆี ทรพั ย์, 2563, อ้างจาก ณฎั ฐวรรณ คำแสน, 2564 , หนา้ 35)
2.1.2 แนวทางการปอ้ งกันโรคโควดิ -19
แนวทางการดูแลสุขอนามยั ส่วนบุคคล เพื่อป้องกันและลดการแพร่เชื้อโควดิ -19 มีดังนี้ ออก
จากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้นหากออกนอกบ้านให้เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร
หลกี เลี่ยงการเข้าไปในพน้ื ท่ที ่ีมีคนหนาแนน่ แออัด หรอื พ้ืนทปี่ ดิ สวมหน้ากากอนามยั หรือหน้ากากผ้า
ตลอดเวลา เมื่ออยู่นอกบา้ น ใช้รถสาธารณะเมื่อจำเป็นเท่าน้ัน และหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน หากต้อง
ซ้อนมอเตอร์ไซควรนั่งหันข้าง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนรับประทาน
อาหาร หลงั ใชส้ ว้ ม หรอื หลงั จากไอ จาม หรอื หลงั สมั ผัสจุดเสยี่ งที่มผี ู้ใช้งานร่วมกนั ในทสี่ าธารณะ เช่น
กลอนหรือลูกบิดประตู ราวจับหรือราวบันได เป็นต้น หลีกเล่ียงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมกู
โดยไม่จำเป็นผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 70 ปี ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ
โรคความดันโลหิตสูง โรคปอด และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้เลี่ยงการออกนอกบ้าน เว้นแต่จำเป็น ให้
ออกนอกบ้านนอ้ ยทีส่ ุด ในระยะเวลาสน้ั ท่สี ดุ แยกของใชส้ ่วนตัว ไมค่ วรใชข้ องรว่ มกบั ผู้อื่น เลือกทาน
อาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ๆ ควรทานอาหารแยกสำรับ หรือหากทานอาหารร่วมกันให้ใช้ช้อนกลาง
ส่วนตัว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากเดินทางกลับจากประเทศหรือพื้นที่ที่มี
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ควรกักตัวเองที่บ้าน 14 วัน และปฏิบัติตามประกาศของ
กระทรวงสาธารณสุข หม่นั สังเกตอาการตนเอง หากมีอาการไอ เจบ็ คอ มนี ้ำมกู จมูกไม่ได้กล่ิน ลิ้นไม่
รบั รส ให้ไปรบั การตรวจรกั ษาทโี่ รงพยาบาลใกลบ้ า้ นทันที
2.1.2.1 แนวทางการปฏิบัติสำหรับกลุ่มเสี่ยง คำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่
ร่วมกับผู้สูงอายุ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง
ผู้สูงอายุถือเป็นประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่มีอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มวัยอื่น การอยู่รวมกัน
เปน็ ครอบครัวทม่ี ีสมาชิกในบ้านมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสย่ี ง อาจทำให้ผูส้ ูงอายตุ ิดเชื้อได้ ดังนั้น
ผู้สูงอายุและบุคคลในครอบครัวควรมีการปฏิบัติตน เพื่อการป้องกันการรับสัมผัสและแพร่กระจายเชื้อ
โรค ดังน้ี
10
วิธปี อ้ งกันโรคโควดิ -19
หมั่นสังเกตตนเอง ว่ามีอาการไข้ หรืออาการทางเดินหายใจหรือไม่ หากพบว่ามีอาการ
ดังกล่าวควรงดการใกลช้ ิดกบั ผสู้ งู อายุ
หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้สูงอายุโดยไม่จำเป็น หาวิธีการสร้างความสัมพันธ์อันดี โดยรักษา
ระยะหา่ งกับผู้สูงอายุ
ผทู้ ่ที ำหน้าทด่ี แู ลผ้สู ูงอายุ ตอ้ งสวมหน้ากากอนามยั ตลอดเวลา และลา้ งมือทกุ ครั้งก่อนให้การ
ดูแล
2.1.2.2 คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรค
หลอดเลือดหัวใจและสมองโรคระบบทางเดินหายใจ โดยผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน
โลหิตสงู โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคระบบทางเดนิ หายใจ หากมีการติดเช้อื โควิด 19 จะมี
ความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อหรือป่วย
รนุ แรง จงึ มคี ำแนะนำดงั นี้
คำแนะนำสำหรับผู้ปว่ ยที่มโี รคประจำตวั
ใหอ้ ยใู่ นที่พักอาศัย เว้นการคลกุ คลใี กลช้ ดิ กบั บุคคลท่ไี ม่ใช่ผ้ดู แู ล รกั ษาระยะห่างระหว่าง
บุคคล 1 - 2 เมตร
หากต้องออกนอกที่พักอาศัย ไปในพื้นที่ที่มีคนแออัด หรือโดยสารรถสาธารณะ ให้สวม
หนา้ กากอนามยั หรือหนา้ กากผ้าตลอดเวลา
งดใช้ของหรือเครือ่ งใชส้ ่วนตวั รว่ มกบั ผู้อ่นื
มีหมายเลขโทรศพั ท์ติดตอ่ ของสถานพยาบาลที่รักษาประจำ เพอื่ ปรึกษาปัญหาสขุ ภาพ
ติดต่อสถานพยาบาลที่รักษาประจำก่อนกำหนดนัด เพื่อรับทราบข้อปฏิบัติ เช่น ให้ญาติหรือ
ผอู้ ่นื ไปรับยาแทน ใหไ้ ปรบั ยาใกลบ้ ้าน หรือใหย้ ้ายไปตรวจทีส่ ถานพยาบาลอืน่
รับประทานยาสม่ำเสมอ และหมั่นตรวจสุขภาพตนเอง เช่น วัดความดันโลหิต หรือวัดระดับ
น้ำตาลในเลือดเองท่บี า้ น
หากมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ หรือรู้สึกมีไข้ ต้องงด
การให้การดูแล หรืออยู่ใกล้ชดิ ควรมอบหมายผู้อื่นทำหน้าทแ่ี ทน
11
ทำความสะอาดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้ประจำร่วมกันในบ้าน เช่น
เคร่อื งวดั ความดนั โลหิตดว้ ยแอลกอฮอล์
2.1.2.3 คำแนะนำสำหรับกลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เชอื้ โควิด -19 มอี ันตราย
ต่อเด็กเช่นเดยี วกับโรคตดิ เช้ือระบบทางเดนิ หายใจท่วั ไป เชน่ ไข้หวดั ใหญไ่ ข้หวดั ธรรมดา
คำแนะนำสำหรับผูป้ กครองกลมุ่ เด็กเลก็ ทีม่ อี ายตุ ำ่ กวา่ 5 ปี
ห้ามพาเดก็ ออกไปที่สาธารณะโดยไม่จำเปน็ ควรใหเ้ ดก็ เล่นในบ้าน
เว้นระยะห่างทางสงั คม (Social Distancing) ใกล้ชิดคนอื่นให้นอ้ ยทสี่ ุด
ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กไม่ควรออกไปนอกบ้าน ถ้าจำเป็นต้องออกไปเมื่อกลับมาถึงบ้าน ต้องอาบน้ำ
เปลี่ยนเสอื้ ผ้า ก่อนมาเลน่ กับเดก็
สอนเด็กล้างมือ ใส่หน้ากาก กินอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุก สะอาด และนอนพักผ่อนให้
เพียงพอ
หากเด็กติดเชือ้ โควิด-19 อาการของโรค เริ่มตั้งแต่มีอาการหวัดน้อยๆ จนถึงปอดอักเสบหรอื
ปอดบวม และหากมีโรคประจำตัว ก็จะมีอาการชัดเจนอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ถ้าเริ่มมีอาการต้องรีบไป
พบแพทย์ทนั ที
2.1.2.4 คำแนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์หญิงหลังคลอด ที่มีหน้าที่ดูแลเด็กเล็ก
เน่อื งจากเช้ือโควดิ -19 เป็นเชอื้ ไวรัสชนิดใหม่ ยังไม่มีขอ้ มูลว่าหญิงตง้ั ครรภ์มโี อกาสติดเชื้อมากกว่าคน
ทั่วไปหรอื ไม่
คำแนะนำสำหรับหญิงตง้ั ครรภห์ ญิงหลงั คลอด
การดูแลหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด กลุ่มปกติ โดยที่กลุ่มปกติคือ กลุ่มที่ไม่ติดเชื้อ ใช้
หลกั การป้องกันการแพร่ระบาดของเชือ้ อยา่ งเครง่ ครัด
หลกี เลี่ยงการสัมผสั หรืออย่ใู กลช้ ดิ ผูท้ ี่มีไข้ หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ หรือผู้ที่เดินทาง
มาจากพืน้ ท่เี สย่ี ง
หลีกเล่ยี งการอยสู่ ถานทีท่ ม่ี ีผ้คู นแออดั หรือรวมกลมุ่ กันจำนวนมาก
สวมหนา้ กากอนามัยหรือหนา้ กากผา้ ตลอดเวลาเมื่อออกนอกบา้ น
12
หากต้องอยูใ่ นสถานทสี่ าธารณะ ควรเว้นระยะห่างจากบคุ คลอ่นื อยา่ งน้อย 1-2 เมตร
หลีกเล่ยี งการใชม้ อื สมั ผัสบรเิ วณดวงตา ปาก และจมูก
รับประทานอาหารทีป่ รงุ สกุ ใหมเ่ สมอ
แยกภาชนะรบั ประทานอาหารและงดใชข้ องส่วนตวั ร่วมกับผ้อู ่ืน
ลา้ งมอื บอ่ ยๆ ดว้ ยสบหู่ รอื เจลแอลกอฮอล์ 70%
เฝ้าระวังอาการ โดยเฉพาะอาการไข้หรืออาการระบบทางเดินหายใจ หากมีอาการป่วย
เล็กนอ้ ย ควรพกั ผอ่ นอยู่ท่ีบา้ น
หากถึงกำหนดนัดฝากครรภ์ สามารถติดต่อขอคำแนะนำกบั แพทย์ที่ฝากครรภ์ เพื่อพิจารณา
ความจำเป็นในการไปตรวจตามนดั ถา้ มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจเหน่ือย ควรรีบไปพบแพทย์
การดูแลหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอดที่เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติ
เดนิ ทางมาจากพน้ื ท่เี สย่ี ง หรอื สมั ผัส ใกลช้ ดิ ผู้ปว่ ยโควดิ -19
คำแนะนำสำหรับหญงิ ตัง้ ครรภห์ ญงิ หลังคลอด กลุ่มเสยี่ งติดเชอ้ื โควดิ -19
แยกตนเองออกจากครอบครัวและสงั เกตอาการจนครบ 14 วัน งดการใช้สิ่งของร่วมกบั ผู้อื่น
งดออกไปในทีช่ มุ ชนโดยไม่จําเปน็ และอยู่ห่างจากผูอ้ ่ืน ในระยะ 1 - 2 เมตร
กรณีครบกำหนดนดั ฝากครรภ์ ตอ้ งแจ้งเจา้ หนา้ ทใ่ี ห้ทราบวา่ ตนเองอย่รู ะหว่างการเฝ้าระวัง
14 วัน เพื่อพิจารณาเลอ่ื นการฝากครรภ์ และปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
กรณีเจ็บครรภ์คลอด ต้องไปโรงพยาบาลทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่าตนเองอยาง
ระหวา่ งการเฝ้าระวงั 14 วัน
2.1.2.5 คำแนะนำสำหรับการดูแลทารกแรกเกิด กรณีแม่เป็นผู้ที่สงสัยติดเชื้อหรือ
ติดเชื้อโควิด-19 แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานการติดต่อผ่านทางรกหรือผ่านทางน้ำนม แต่ทารกที่เกิด
จากแมท่ ่ีติดเชอ้ื โควิด 19 จดั เป็นผมู้ ีความเสีย่ ง จะต้องมีการแยกตัวออกจากทารกอ่ืน และต้องสังเกต
อาการ เปน็ เวลา 14 วัน หรับแนวทางการเลยี้ งลกู ด้วยนมแม่ เมือ่ คำนึงถึงประโยชน์ของการเล้ยี งลกู
13
ดว้ ยนมแมแ่ ละยงั ไมม่ ีหลกั ฐานทางวชิ าการในการแพร่เช้อื ไวรัสผ่านทางน้ำนม ดงั นน้ั ทารกจึงสามารถ
กินนมแมไ่ ด้ โดยปฏบิ ตั ิตามแนวทางปอ้ งกันการตดิ เชอื้ อย่างเครง่ ครดั ดงั น้ี
คำแนะนำสำหรบั แม่ ในกรณสี งสยั ว่าจะติดเชอ้ื หรือติดเช้ือโควดิ -19
กรณแี ม่เปน็ ผ้ทู ี่สงสัยว่าจะติดเชือ้ หรอื ติดเชอ้ื โควิด 19 แล้ว แตอ่ าการไม่มาก สามารถกอดลกู
และให้นมจากเตา้ ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยูก่ ับการตัดสนิ ใจของแม่และครอบครวั ต้องปฏิบตั ติ ามแนวทางป้องกัน
การตดิ เชือ้ อย่างเคร่งครดั
กรณแี ม่ทีต่ ิดเช้อื โควิด 19 และมอี าการชดั เจน หากยังสามารถบบี นำ้ นมได้ ให้ใช้วิธีบีบน้ำนม
และให้ผู้ช่วยเป็นผู้ป้อนนมแก่ลูก หากไม่สามารถบีบน้ำนมเองได้ อาจพิจารณาใช้นมผงแทน
(กรมควบคมุ โรค, 2564 , หนา้ 1-6)
2.1.3 ความร้เู รื่องโทรศพั ทม์ อื ถอื
โทรศัพท์สื่อสารคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการสื่อสาร สองทางผ่านโทรศัพท์มือถือใช้
คลื่นวิทยุในการติดต่อกับเครือข่ายโทรศัพทม์ ือถือโดยผ่านสถานีฐานโดยเครือข่ายของโทรศัพท์มือถือ
แต่ละผู้ให้บริการจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายของโทรศัพท์บ้านและเครือข่ายโทรศัพท์มือถื อของผู้
ให้บริการอน่ื โทรศัพทม์ ือถือทม่ี คี วามสามารถเพม่ิ ขนึ้ ในลกั ษณะคอมพิวเตอรพ์ กพาจะถูกกลา่ วถึงในชอื่
สมาร์ทโฟน
โทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องแรกกผลิตและออกแสดงในปีพ.ศ. 2516 โดย มาร์ตินคูเปอร์
( Martin Cooper ) นักประดิษฐ์จากบริษัทโมโตโรลาเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนัก
ประมาณ 1.1 กิโลกรัม ปัจจุบันจำนวนใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ.2543 ท่ี
จำนวน 12.4 ลา้ นคน มาเป็น 4,600 ล้านคน
ในปัจจุบันชุมสายโทรศัพท์ที่ติดตั้งใหม่ๆจะมีระบบเ SPC ทั้งหมด ระบบอื่นๆเลิกผลิตใน
ประเทศไทยกำลังเร่งติดต่อโทรศัพท์เพื่อให้พอใช้กับประชาชน ดังจะเห็นจากโครงการ 3 ล้านเลข
หมายในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 และโครงการอื่นๆต่อไป รวมทั้งวิทยุ
โทรศัพท์อีกด้วยเพื่อเสริมให้ระบบสื่อสารในประเทศไทยมีประสิทธิภาพเอื้ออำนวยต่อการพัฒนา
ประเทศใหเ้ จรญิ รุ่งเรืองต่อไป
14
วิวัฒนาการโทรศัพท์มือถือมีการพัฒนาเรื่อย ๆ สังเกตได้จาก รูปร่างขนาดใหญ่เป็นรูปร่าง
ขนาดเลก็ ภาพหนา้ จอขาว-ดำเป็นภาพหน้าจอสี ใช้สำหรบั พูดคยุ ระหว่าง 2 คนเป็นประชุมสายต้ังแต่
3 คนขึ้นไปได้ ใช้ฟังเพลงได้-ใช้ดูหนังได้ MP3 เป็นกล้องถ่ายรูป – เป็นกล้องถ่ายวิดีโอได้อัดเสียง
สนทนาใด้ ใช้เป็นเครื่องคิดเลข เป็นออแกไนเซอร์จดบันทึกข้อมูล และอีกหลายๆคุณสมบัติของ
โทรศพั ทม์ ือถอื
ปัจจุบันโทรศัพท์มอื ถือไดพ้ ัฒนาการมามากมายจะเห็นได้จากคณุ สมบัติอาทิ เช่น สามารถใช้
งานได้ทั้งโทรศัพท์และออแกไนซ์เซอร์ สามารถใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องชาร์จไฟ สามารถบันทึก
ข้อมูลต่างๆได้ดว้ ยหนว่ ยความจำมากมายหากไม่พอซือ้ เพ่ิมได้ ลองรับระบบการใช้งานแบบ wireless
Modemและ Business E-mail สามารถถ่ายโอนข้อมูลโดยใช้ Bluetoothและ USB ( ชูเกียรติ คำ
วงค์ษา, จักรภทั ร คำตั๋น, สมกมล เรอื นมูล, 2555, หน้า 2-3 )
2.1.4 ความรู้เร่อื งการใชส้ เปรยแ์ อลกอฮอล์
ภาพท่ี 2.1 สเปรย์แอลกอฮอล์พกพา
ท่ีมา : iamlalita, ออนไลน,์ 2564
จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ประชาชนตระหนักและ
ใหค้ วามสำคัญกบั การป้องกนั ตนเอง เจลลา้ งมือหรอื สเปรยท์ ่ีมีสว่ นผสมของแอลกอฮอล์เป็นผลิตภัณฑ์
ที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย กรมอนามัยจึงแนะนำการเลือกใช้และวิธีการการใช้แอลกอฮอล์ในการทำ
ความสะอาดและฆา่ เช้ือโรคบนผวิ หนงั และมีข้อควรระวงั ดงั นี้
15
ขอ้ แนะนำในการเลอื กใชแ้ ละเก็บรักษา
สำหรับประเทศไทย กำหนดให้แอลกอฮอล์ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโควิด 19 ต้องมี
ส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยา่ งน้อยร้อยละ 70 โดยปรมิ าตร
เลอื กใช้เจลแอลกอฮอลห์ รือสเปรย์แอลกอฮอลท์ ี่มีฉลากติดไว้ชดั เจน ไม่หมดอายุ เมอื่ เปดิ ใช้มี
กลิ่นเฉพาะของแอลกอฮอล์
ควรบีบเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ลงในฝ่ามือ แล้วลูบให้ทั่วฝ่ามือหลังมือและนิ้วมือ ทิ้งไว้
20-30 วนิ าทีจนแอลกอฮอล์ระเหยแหง้
เก็บรักษาเจลแอลกอฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์ ไว้ในอุณหภูมิปกติ โดยปิดฝาภาชนะให้สนิท
เพื่อป้องกันแอลกอฮอล์ระเหย
ข้อควรระวงั ในการเลอื กใชแ้ ละเก็บรกั ษา
ไมค่ วรสเปรย์แอลกอฮอล์บรเิ วณทม่ี ีเปลวไฟ เนือ่ งจากแอลกอฮอลส์ ามารถติดไฟได้
ไมค่ วรแบง่ แอลกอฮอลส์ ำหรับการฆ่าเช้อื ใสใ่ นขวดน้ำ เพราะอาจมผี ู้เข้าใจผดิ วา่ เป็นน้ำดมื่ ได้
ไม่ควรเก็บแอลกอฮอล์ไว้ในรถที่จอดตากแดด เพราะในรถอุณหภูมิสูงจะทำให้แอลกอฮอล์
ระเหยและประสทิ ธภิ าพลดลงจนไม่สามารถฆา่ เชื้อโรคได้
ไม่ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ในที่แคบจะทำให้เกิดการฟุ้งของสเปรย์อาจฟุ้งโดนใบหน้า เข้าตา
และหายใจเขา้ ไป จะทำใหเ้ กิดการระคายเคอื ง และแสบร้อนบริเวณดงั กล่าวได้
ไม่ควรใช้เจลหรือสเปรยแ์ อลกอฮอล์บริเวณผิวบอบบางเช่น ใบหน้า รอบดวงตา บริเวณที่ผวิ
อักเสบหรือมีบาดแผล เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคือง และแสบร้อนบริเวณดังกล่าวได้
(กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ , 2564 , หนา้ 1-2)
16
2.1.5 ความรเู้ กยี่ วกบั เคสโทรศัพท์
เคสโทรศัพท์ เป็นอุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และมีขายตาม
รา้ นและหอ้ งสรรพสินค้าท่วั ไป มีหลากหลายประเภทให้คณุ ได้เลอื กซอ้ื ตามสไตส์ของแตล่ ะคน
เคสโทรศัพท์ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ประเภทของเคสมือถือนั้นมีมากมาย ความ
แตกต่างอยูท่ ่ีวสั ดทุ ใ่ี ชส้ ามารถแยกประเภทได้ดังน้ี
ภาพท่ี 2.2 เคสโทรศพั ทม์ อื ถอื แบบยืดหยุน่
ทมี่ า : Priceza, ออนไลน,์ 2564
เคสโทรศัพท์มือถือแบบอ่อน ยืดหยุ่นได้ (Soft Case) เคสโทรศัพท์มือถือประเภทนี้ค่อนข้าง
เป็นทยมสูงมากๆ เพราะผลิตจากวัสดุประเภท ซิลิโคน และ TPU ซึ่งเคสมือถือรูปแบบนี้มีคนนิยมใช้
มากที่สุดเลยก็ว่าได้ ด้วยสาเหตุที่ว่าหาซื้อง่าย เป็นเคสราคาไม่สูง เคสราคาถูก มีความยืดหยุ่นที่สูง
มากๆ มลี วดลายที่โดดเดน่ สามารถสร้าง หรือ พมิ พ์ลวดลายลงบนเคสประเภทนี้ได้มากมาย แถมเคส
แบบ Soft Case รองรับแรงกระแทกได้ในระดับหนึ่งแต่ข้อเสียของมัน คือ ไม่ค่อยทน เมื่อใช้ไปเป็น
เวลานานอาจจะเสื่อม ฝุ่นเกาะง่ายกว่าเคสแบบอื่น นอกจากนี้แล้วอาจจะเปลี่ยนสีได้ เช่นสีขาว
อาจจะคล้ำดำขึ้น
17
ภาพที่ 2.3 เคสโทรศพั ทม์ อื ถือแบบแขง็
ท่ีมา : Priceza, ออนไลน,์ 2564
เคสโทรศัพท์มือถือแบบแข็ง (Hard Case) ทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกันไป อาจจะเป็น
พลาสติก หรือว่า Polycarbonate เคสแบบนี้ได้รับความนิยมรองมาจากแบบแรก ข้อดีก็คือ แข็งแรง
ทนทาน ไม่ค่อยเป็นรอยเท่าไหร่ ยึดเกาะกับตัวเครื่องได้ดี แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณภาพของเคส
โทรศพั ท์มอื ถอื แบบนไ้ี ม่ดี อาจจะทำใหต้ วั เคร่อื งเปน็ รอยไดง้ า่ ยๆ เชน่ กนั
ภาพท่ี 2.4 เคสโทรศพั ทม์ ือถอื แบบหนงั
ที่มา : Nooknick Yanika, ออนไลน,์ 2564
18
เคสโทรศัพท์มือถือแบบหนัง (Leather Case) เป็นเคสโทรศัพท์มือถือที่สามารถอัพเกรดให้
มือถือดดู ี หรูหรา มีสไตล์ได้อีกทางหน่ึง เนื่องจากทำจากหนงั สัตว์ หรือหนังสังเคราะห์ ซึ่งป้องกนั การ
ขีดข่วนได้เป็นอย่างดี แต่ความสามารถในการซึมซับแรงกระแทกอาจจะต่ำ แต่ถ้าทำตกขึ้นมา มือถือ
คุณอาจจะไม่รอดก็เป็นได้ นอกจากนี้ คนที่ใช้เคสโทรศัพท์มือถือประเภทหนัง นี้จะต้องมีการ
บำรุงรักษาเป็นอยา่ งดี เหมอื นเครอ่ื งหนงั ประเภทอืน่ ๆ อยา่ ง กระเปา๋ เขม็ ขัด นาฬิกาสายหนัง เป็นต้น
(เคสขายถกู .com [ ออนไลน์ ] , 2558)
2.1.6 ความร้เู กยี่ วกับซิลโิ คน
ซิลิโคน (Silicone) เป็นพอลิเมอร์ที่ประกอบด้วย ซิลิคอน คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน
และสารเคมีประเภทอื่น รูปแบบทั่วไปของซิลิโคน ได้แก่ ยางซิลิโคน น้ำมันซิลิโคน และ เรซินซิลิโคน
ซิลิโคน เป็นสารประกอบที่มีความหลากหลายในรูปร่างและการใช้งาน โดยทั่วไปจะใช้กับงานท่ี
ต้านทานความร้อน และงานที่ใช้เป็นวัสดุยืดหยุ่น ตัวอย่างการใช้งานของซิลิโคน เช่น กาว ยาแนว
เครื่องครัว ฉนวน และงานทางการแพทย์
ซิลิโคนเป็นวัสดุในการพิมพ์ยงั ค่อนข้างใหม่สำหรับเทคโนโลยีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกบั วสั ดุอื่นๆ
ที่มีอยู่ เนื่องจากซิลโิ คนไมร่ ้อนเหมือนเทอร์โมพลาสติกและโลหะ จึงเป็นวัสดุที่ยากตอ่ การพิมพ์ 3 มิติ
การพัฒนานี้ทำเกิดทางเลือกที่ยอดเยี่ยมมากในด้านการใช้งานที่สำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน
สขุ ภาพและการแพทย์ ซงึ่ ซิลโิ คนนน้ั สามารถใช้งานไดท้ างชวี ภาพและทนตอ่ การฉกี ขาด
ซลิ ิโคนไดเ้ ป็นวัสดทุ ส่ี ามารถพมิ พ์ได้จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เช่นเดียวเทอรโ์ มพลาสตกิ เซรามิก
และโลหะ เป็นที่น่ายินดีที่การฉดี ขึ้นรูปซิลิโคนสามารถออกแบบชิ้นส่วนต่างได้ตามท่ีกำหนด ซึ่งราคา
จะลดลงจากวธิ กี ารเดิม (sync lnnovation, ออนไลน,์ 2019)
2.2 งานวิจยั ทเ่ี ก่ียวข้อง
ศิริวรรณ ภู่สุวรรณ. (2552). ได้วิจัยเรื่อง “ความรู้และการมสี ว่ นร่วมในการป้องกันและควบคุม
โรคไข้หวัดนก” การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดนก และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้กับการมีส่วน
ร่วมของประชาชนในการปอ้ งกันและควบคุมโรคไข้หวดั นก อาสาสมัครเลือกมาจากประชาชนท่อี าศยั
อยู่ใน 8 หมู่บ้าน ในเขตตําบลไชยสถาน อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ผู้นํา
ชุมชน จํานวน 97 คน และประชาชนทั่วไป 332 คน (จาก 332 ครัวเรือน ๆ ละ 1 คน) เครื่องมือ
19
ที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลได้แก่แบบสอบถาม สถิติ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ ได้แก่ ค่าความถ่ี
ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย Mann-Whitney U Test, KruskalWallis H Test และไคสแควร์ ผลการศึกษา
พบว่า ผู้นําชุมชนและประชาชนส่วนใหญ่ มีความรู้ในเรื่องโรคไข้หวัดนก ในระดับมาก ผู้นําชุมชนมี
การมีสว่ นรว่ มในการป้องกันและควบคมุ โรคไขห้ วัดนกในระดับมาก และมากท่ีสุด ในขณะที่ประชาชน
ทั่วไปมีการมสี ่วนร่วมในระดับ ปานกลาง มากและมากที่สุด สําหรับความสมั พันธ์ระหว่างความรู้และ
การมีส่วนร่วมของผู้นําชุมชนและประชาชนในการป้อง กันและควบคุมโรคไข้หวัดนก พบว่ามี
ความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ จากการศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการเผยแพร่
ความรู้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อ เนื่อง และควรส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยการจัด
กจิ กรรมในทุกข้ันตอนเพอื่ เป็นการเฝา้ ระวัง ปอ้ งกันและควบคุมโรคไขห้ วัดนก
พฤทธิพล สุขป้อม. (2552). ได้วิจัยเรื่อง “การปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ 2009 ชนดิ เอ (เอชเอ็น1) ของบคุ ลากรดา้ นสุขภาพระดบั ตําบล 6 จงั หวัดเชยี งใหม่”
ผลการศึกษาพบว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุใหม่ 2009 ชนิดเอ (เอชเอ็น1) เป็นเชื้อไข้หวดั สาย
พันธุ์ใหม่ ติดต่อระหว่างคนสู่คนก่อให้เกิดผลกระทบจากการระบาดของโรค ทําให้เกิดการเจ็บป่วย
และการ เสียชีวิตของประชาชน สามารถป้องกันและควบคุมได้ ถ้าบุคลากรด้านสุขภาพ มีการ
ปฏิบัติการเฝ้า ระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ (เอชเอ็น1) การศึกษาครั้งนี้
วตั ถปุ ระสงค์เพื่อ ศึกษาการปฏิบัตใิ นการเฝา้ ระวงั โรคไขห้ วดั ใหญ่สายพนั ธ์ุใหม่ 2009 ชนดิ เอ (เอชเอน็
1) ของ บุคลากรด้านสุขภาพระดับตําบล จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรด้านสุขภาพที่
ปฏิบัติงานป้องกันควบคุมโรคในสถามือนามัย ศูนย์สุขภาพชุมชน จํานวน 270 คน คัดเลือกกลุ่ม
ตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) โดยกําหนดให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในงานป้องกัน
ควบคมุ โรค เครอื่ งมือที่ใช้ในการรวบรวมขอ้ มูล คือ แบบสอบถาม ซ่งึ ผศู้ กึ ษาสร้างข้นึ จากการ ทบทวน
วรรณกรรม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยใช้มาตรการในการเฝ้าระวังโรคของกระทรวง สาธารณสุข
แบบสอบถามได้รบั การตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา โดยผู้ทรงคณุ วฒุ ิ 3 ท่าน ได้ค่า ดัชนีความตรง
ตามเนื้อหาเท่ากับ 0.92 และหาค่าความเชื่อมั่น โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า ของครอนบาค ได้ค่า
ความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.82 นํามาวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษา พบว่ากลุ่ม
ตัวอย่าง ร้อยละ 78.1 มีการปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคอยู่ในระดับสูง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า
กลุ่มตัวอย่างมีการปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับสูง คือ ด้านการคัดกรองผู้ป่วย ด้าน
การให้ความรู้ด้านการเป็นแกนนําสาธารณสุข กระตุ้นให้เกิดความ ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และด้านการติดตามสถานการณ์ของโรค ร้อยละ 91, 1, 65.6, 73.3 และ 69.6 ตามลําดับ C NC ผล
การศึกษาครั้งนี้ ทําให้ได้ข้อมูลสําหรับการพัฒนาการปฏิบัติในการเฝ้าระวังโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ
ใหม่ 2009 ชนิดเอ (เอชเอ็น1) ของบุคลากรด้านสุขภาพระดับตําบลให้ สามารถดําเนินได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพตอ่ ไป
20
สาธิต ไผ่ประเสริฐ, รุจิรา พชรปกรณ์พงศ์ และสุนีย์ ไชยสุวรรณ. (2541). ได้วิจัย
เรื่อง “การศึกษารูปแบบการผสมผสานงานควบคุมป้องกันโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ จังหวัด
นครศรีธรรมราช” ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบองค์กรระดับจังหวัดเดิมในการป้องกันควบคุม
โรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อของจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น การดําเนินงานแยกออกจากกันโดยงาน
ควบคุมโรคไม่ติดต่อเป็นส่วนหนึ่งในงาน ส่งเสริมสุขภาพและรักษาพยาบาล งานควบคุมโรคติดต่อ
ทั่วไป งานควบคุมโรคเอดส์และกามโรค อยู่ใน งานควบคุมโรคติดต่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษา
รูปแบบการผสมผสานงานควบคุมป้องกันโรคติดต่อและ โรคไม่ติดต่อของจังหวัด โดยคงรูปแบบ
โครงสร้างการแบ่งงานเดิมไว้ แต่จัดตัง้ คณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการที่ปรึกษา คณะทํางาน
ผสมผสานงานควบคุมป้องกันโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ โดยรวม บุคลากรจากงานดังกล่าว และทํา
การวิจัยกึ่งทดลองในการดําเนนิ งานควบคุมป้องกันโรคที่เกิดจากพฤติกรรม 5 กลุ่มโรค ซึ่งเป็นปัญหา
สาธารณสุขที่สําคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน อุบัติเหตุ
โรคอุจจาระร่วงและโรคเอดส์ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ผู้บริหารระดับจังหวัด อําเภอ จํานวน 22 คน
ผู้ปฏิบัติงานระดับจังหวัด อําเภอ จํานวน 46 คน ผู้ปฏิบัติงานระดับตาํ บล จํานวน20 คน อาสาสมัคร
ทั่วไปในหมู่บ้าน จํานวน 1,131 คน และประชาชนอายุ 40 ปีขึ้นไป จํานวน 2,463 คน ในพื้นท่ี
เป้าหมาย การวิจยั ครั้งนี้ศึกษาในเร่ืองปัจจยั ด้านทรัพยากร ความคิดเหน็ ของกลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่ม ผล
การดําเนินงานและการคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง เก็บข้อมูลของเจ้าหน้าท่ี
โดย ใชแ้ บบสํารวจ แบบสอบถามและใชแ้ บบสัมภาษณ์ประชาชนกลุ่มตวั อย่างในพน้ื ที่ วเิ คราะห์ข้อมลู
ก่อน และหลังดําเนินการด้วยโปรแกรม spss โดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน,
Paired ttest, Student st - test และ Chi - square test กําหนดความเชื่อมั่นในระดับร้อยละ 95
( C = 0.05 ) เป็นเกณฑ์ที่ยอมรับหรือปฏิเสธสมมุติฐาน ผลการวิจัยพบว่าการตั้งคณะทํางาน
ผสมผสานงานควบคุมป้องกนั โรคติดต่อและโรคไม่ตดิ ต่อ ระดบั จงั หวัด ในรูปคณะทาํ งาน ในแง่การใช้
ทรัพยากร งบประมาณ หมวดค่าวัสดุครุภัณฑ์ ค่าเบี้ยเลี้ยง ที่พัก และเงินอุดหนุนหลังดําเนินการใช้
งบประมาณลดลง ส่วนค่ายานพาหนะหลังดําเนินการใช้งบ ประมาณมากกว่าก่อนดําเนินการอย่างมี
นัยสําคัญทางสถิติ ผู้บริหารระดับจังหวัด อําเภอ และผู้ปฏิบัติ งานระดับจังหวัด อําเภอ ตําบล ส่วน
ใหญ่มีความพึงพอใจรูปแบบการผสมผสานงานควบคุมป้องกันโรค ติดต่อและโรคไมต่ ิดตอ่ โดยเฉพาะ
กลุ่มผู้ปฏิบัติงานระดับจังหวัด อําเภอ หลังดําเนินการเห็นด้วยมากขึ้นกว่า ก่อนดําเนินการอย่างมี
นัยสําคัญทางสถิติ ประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย มีความรู้ และมีทัศนคติหลังดําเนิน การดีขึ้นมากกว่า
ก่อนดําเนินการอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ แต่คะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติลดลง และมีความพึง พอใจใน
การให้บริการของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยและอาสาสมัครสาธารณสุ ขประจําหมู่บ้านหลัง
ดําเนินการ มากกว่าก่อนดําเนินการอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน
สามารถคดั กรอง โรคเบาหวานและความดันโลหติ สูงไดใ้ กล้เคียงกับเจา้ หน้าทีส่ าธารณสุข
21
การปฏิบัติงานระดับอําเภอ ตําบล ส่วนใหญ่ผู้ปฏิบัติเป็นบุคคลคนเดียวกัน ดังนั้นรปู แบบของ องค์กร
ควรใช้องค์กรเดิม แต่ปรับปรุงระบบดําเนินงานทั้งการสนับสนุนทรัพยากร กระบวนการดําเนินงาน
การควบคุมกํากับ การประเมินผล ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ จะสามารถตอบสนองต่อ
วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการได้
วีรภัทร ภัทรกุล และประวิทย์ ประมาน. (2552). ได้วิจัยเรื่อง “การจัดการความรู้เพื่อ
แก้ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” การวิจัย
ครงั้ น้ี มวี ัตถุประสงคเ์ พื่อศึกษาสภาพและปัญหาพฤตกิ รรมเสีย่ งทางเพศของนักศกึ ษาระดบั อุดมศึกษา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และศึกษาแนวทางการจัดการความรู้เพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมเส่ียงทางเพศ
ของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยดำเนินการวิจัยกับนักศึกษาชั้นปีท่ี 1 ปี
การศึกษา 2551 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
สุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา และศูนย์วาสุกรี มี 3 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาสภาพและปัญหาด้านพฤติกรรม
เส่ียงทางเพศของนักศกึ ษา จากการศกึ ษาเอกสาร และการสอบถามข้อมูลพ้ืนฐานด้านพฤติกรรมเสี่ยง
ทางเพศของนักศึกษากับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 810 คน 2) ศึกษาแนวทางการจัดการความรู้เพ่ือ
แก้ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนกั ศึกษา จากการประชมุ เชิงปฏิบัติการอย่างมสี ่วนร่วมกับกลุ่ม
ตัวอย่าง จำนวน 60 คน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักศึกษา
กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 120 คน ผลการวิจัย พบว่า 1. ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีคู่รักแล้ว
เคยดื่มเครื่องดื่มท่ีมีแอลกอฮอล์เพราะเพื่อนชักชวน ไม่เคยไปเที่ยวสถานเริงรมย์ ไม่เคยใชส้ ารเสพตดิ
เคยดูสื่อที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศประเภทวีดิทัศน์/วีซีดีเพราะเพื่อนชักชวน และไม่เคยมีเพศสัมพันธ์
ส่วนกรณีที่เคยมีเพศสัมพันธ์ ส่วนใหญ่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกกับคู่รักเพราะอยากลอง มีเพศสัมพันธ์
กับคู่เพศสัมพันธ์เพียงคนเดียว มีเพศสัมพันธ์ที่ที่พัก มีการคุมกำเนิดทุกครั้งโดยใช้ถุงยางอนามัย ไม่
เคยเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่เคยตั้งครรภ์ และไม่เคยทำแท้ง 2. แนวทางการจัดการความรู้
เพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักศึกษา คือการศึกษาข้อมูลพ้ืนฐาน การประชุมเชิง
ปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อจัดการความรู้ให้ตรงกับความสนใจ
และความต้องการของนักศึกษา ส่งผลให้นักศึกษามีความรู้ ตระหนักถึงผลของการมีพฤติกรรมเสี่ยง
ทางเพศ และงดหรอื ลดพฤติกรรมเส่ยี งทางเพศ
พชิ ยาวัฒนะนุกูล วาสนาผิว และเปรมจนั ทรส์ ว่าง. (2559). ได้วิจัยเร่อื ง “พฤตกิ รรมและปัจจัย
การใช้สมาร์ทโฟนในกลุ่มวัยรุ่น” ผลการศึกษาพบว่า สมาร์ทโฟนมีความสําคัญมากในชีวิตประจําวัน
ในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น จากสถิติพบว่า วัยรุ่นเป็นกลุ่มที่ใช้สมาร์ทโฟนมากท่ีสุด
ของเอเชียและมีแนวโน้มที่จะใช้งานเพิ่ม มากขึ้นในยุคการเชื่อมต่อไร้ สาย โดยเฉพาะอย่างย่ิง
เม่ือสมารท์ โฟนมีฟังกช์ ันการ ทํางาน และฟงั ก์ชันประยกุ ต์ตา่ งๆ ท่ีชว่ ยอํานวยความ สะดวกในการทํา
กิจกรรมต่างๆ ซึ่งเติมเต็มกับการดําเนินชีวิตของวัยรุน่ ซึ่งถอื เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ และพกพา สมารท์
22
โฟนติดตัวอยู่ตลอดเวลา ในงานนี้ผู้เขียนศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยการใช้สมาร์ทโฟนของวัยรุ่น
เพื่อทําความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมและปัจจัยการใช้สมาร์ทโฟนของวัยรุ่น ผลการศึกษาพบว่า
พฤติกรรมการใช้ สมาร์ทโฟน นในกลุ่มวัยรุ่นแบ่งออกได้ 7 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการติดต่อสื่อสาร
(Communication), 2. ด้านความบันเทิง (Entertainment), 3. ด้านการสืบค้นข้อมูล (Data
Search), 4. ด้านเครือข่ายสังคม ออนไลน์ (Social network), 5. ด้านกรณีฉุกเฉิน (Emergency),
6. ด้านการศึกษา (Education) และ 7. ด้านการอํานวยความสะดวก (Facility) และจากผล
การทดสอบสมมติฐานทางสถิติ พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อ พฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของวัยรุ่น ได้แก่
เพศ ช่วงอายุ และระดับการศึกษา ซึ่งถือเป็นปัจจัยด้าน ประชากรศาสตร์ ( Demographic
Factors) จากผลการศึกษาสามารถนํามาใช้เป็นข้อมูลประกอบในการ พัฒนารูปแบบในการจัดการ
เรยี นการสอน เพื่อให้สอดคล้องกบั พฤตกิ รรมการใช้สมารท์ โฟนของผู้เรียน
อริสรา ไวยเจริญ. (2557). ได้วิจัยเรื่อง “รูปแบบการโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือที่มีผลต่อ
พฤตกิ รรมการตัดสนิ ใจซ้อื ของผู้บริโภคในเขตกรงุ เทพมหานคร” มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือศึกษารูปแบบการ
โฆษณาบนโทรศัพท์มือถือที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
และเพื่อเปรียบเทียบลักษณะประชากรกับรูปแบบการโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือที่มีผลต่อพฤติกรรม
การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ด้วยการเก็บ
แบบสอบถาม (Questionnaire) กับกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 400 คน ผลจาก
การศึกษา พบว่า รูปแบบการโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือท่ีแตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจ
ซื้อของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครแตกต่างกัน โดยรูปแบบการโฆษณาส่งผ่านทางไลน์ มีผลต่อ
พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อมากกว่าส่งผ่านทางเอสเอ็มเอส (SMS) โดยความคิดเห็นต่อข้อความท่ี
ส่งผ่านทางไลน์ (LINE) ทำให้เกิดการจดจำตราสินค้าได้เมื่อต้องการซื้อ ทำให้ทราบรายละเอียดของ
สินค้ามากขึ้น พร้อมสร้างความน่าเชื่อถือในสินค้านั้น ส่วนทางด้านลักษณะทางประชากร พบว่า
รูปแบบการโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือ มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อ โดยการโฆษณาส่งผ่านทาง
เอสเอ็มเอส (SMS) มีผลต่อผู้บริโภคที่มีช่วงอายุ 18-24 ปี และ 40 ปีขึ้นไป มากกว่าผู้บริโภคที่มีช่วง
อายุ 25-29 ปี ส่วนการโฆษณาส่งผ่านทางไลน์ (LINE) มีผลต่อผู้บริโภคที่มี 1) การศึกษาในระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย มากกวา่ ผู้ที่มกี ารศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ และระดับปริญญาตรี 2) ผู้ที่
มกี ารศกึ ษาในระดับอาชีวศึกษาหรืออนุปริญญามากกว่าผทู้ ่มี ีการศกึ ษาในระดบั ปริญญาตรี
23
บทที่ 3
วธิ ีดำเนนิ งาน
ในการผลิต spray case 2 in 1 ผ้จู ัดทำได้กำหนดวิธีดำเนนิ งาน ดังนี้
3.1 ตารางแผนการดำเนนิ งาน วันท่ี 26 มิถุนายน ถงึ 21 ตลุ าคม 2564
กจิ กรรม เดือนท่ี 1 เดือนท่ี 2 เดอื นท่ี 3 เดอื นที่ 4 เดอื นท่ี 5
ขั้นวางแผน
1.ประชุมสมาชกิ ในกลมุ่
2.เลือกหวั ข้อโครงงานและศกึ ษาขอ้ มลู
3.ปรกึ ษาอาจารย์
ข้ันการเตรียมการ
1.หาวัสดุอุปกรณท์ ีน่ ำมาสรา้ ง Spray Case 2 in 1
2.ศกึ ษาวธิ กี ารใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์
3.เตรียมการสรา้ งแบบกราฟกิ จำลอง Spray Case
2 in 1
4.เตรียมการสรา้ งแบบจำลองจากแบบกราฟกิ
ขั้นการดำเนินการ
1.สร้างแบบกราฟกิ จำลอง Spray Case 2 in 1
2.สร้างแบบจำลอง Spray Case 2 in 1
ตารางที่ 3.1 ตารางแผนการดำเนนิ งาน
แสดงแผนการดำเนินงาน
แสดงการดำเนนิ งานจริง
24
3.2 วัสดอุ ปุ กรณแ์ บบจำลอง
3.2.1 กระดาษลงั
3.2.1.1 ขนาด 9.7 x 18 เซนติเมตร
3.2.1.2 ขนาด 9 x 10.5 เซนติเมตร
3.2.1.3 ขนาด 4 x 19 เซนติเมตร
3.2.1.4 ขนาด 6 x 7 เซนตเิ มตร
3.2.1.5 ขนาด 12 x 12 เซนติเมตร
3.2.2 เทปกาว 1 ม้วน
3.2.3 ไม้บรรทดั 1 อัน
3.2.4 คตั เตอร์ 1 อนั
3.2.5 ดินสอ 1 แทง่
3.2.5 ปากกาดำ 1 แท่ง
3.2.6 ปากกาสตี า่ งๆ 1 แทง่
25
3.3 แบบกราฟกิ จำลอง Spray Case 2 in 1
3.3.1 สว่ นเคสโทรศัพทม์ อื ถือ
3.3.1.1 ภาพกราฟกิ ทรงสเี่ หลย่ี ม ขนาด 9.7 x 18 เซนติเมตร
ภาพท่ี 3.1 ภาพกราฟิกขนาดตามเคสโทรศัพท์มอื ถอื
ภาพที่ 3.2 ภาพกราฟกิ วาดเสน้ ตามลกั ษณะของเคสโทรศพั ท์มือถอื
26
ภาพที่ 3.3 ภาพกราฟิกตามลกั ษณะของเคสโทรศัพท์มือถือ
ภาพที่ 3.4 ภาพกราฟกิ ตามทรงของเคสโทรศพั ทม์ ือถือ
27
ภาพท่ี 3.5 ภาพกราฟกิ เคสโทรศพั ท์มือถือแบบสมบรู ณ์
ภาพที่ 3.6 ภาพกราฟกิ ด้านหนา้ และด้านหลังของเคสโทรศพั ท์มือถอื
28
3.3.2 ส่วนของขาต้ังโทรศัพท์มอื ถือ
3.3.2. กราฟกิ ทรงสีเ่ หล่ยี ม ขนาด 4 x 19 เซนตเิ มตร
ภาพท่ี 3.7 ภาพกราฟิกขนาดของขาตงั้ โทรศพั ทม์ ือถอื
ภาพท่ี 3.8 ภาพกราฟกิ วาดเส้นตามลกั ษณะของขาต้งั โทรศพั ท์มือถือ
29
ภาพท่ี 3.9 ภาพกราฟิกตามทรงของขาตง้ั โทรศพั ท์มอื ถือ
ภาพท่ี 3.10 ภาพกราฟกิ ขาตั้งโทรศพั ท์มอื ถือแบบสมบูรณ์
30
ภาพที่ 3.11 ภาพกราฟกิ ขาตง้ั โทรศพั ท์มือถอื ดา้ นทต่ี ิดกบั เคสสเปรยแ์ อลกอฮอล์
3.3.3 สว่ นของขวดสเปรยแ์ อลกอฮอล์
3.3.3.1 ภาพกราฟกิ ทรงส่เี หล่ยี มขนาด 6 x 9 เซนติเมตร
ภาพท่ี 3.12 ภาพกราฟกิ ขนาดของขวดสเปรย์แอลกอฮอล์
31
ภาพที่ 3.13 ภาพกราฟกิ วาดเส้นตามลกั ษณะของขวดสเปรย์แอลกอฮอล์
ภาพที่ 3.14 ภาพกราฟกิ ตามทรงของขวดสเปรย์แอลกอฮอล์
32
ภาพที่ 3.15 ภาพกราฟกิ ขวดสเปรยแ์ อลกอฮอลแ์ บบสมบูรณ์
3.3.4 สว่ นของเคสสเปรยแ์ อลกอฮอล์
3.3.4.1 ภาพกราฟิกสี่เหลีย่ ม ขนาด 12 x 12 เซนติเมตร
ภาพที่ 3.16 ภาพกราฟกิ ขนาดของเคสสเปรย์แอลกอฮอล์
33
ภาพท่ี 3.17 ภาพกราฟกิ วาดเส้นตามลักษณะของเคสสเปรย์แอลกอฮอล์
ภาพท่ี 3.18 ภาพกราฟกิ เคสสเปรย์แอลกอฮอลแ์ บบสมบรู ณ์
34
ภาพที่ 3.19 ภาพกราฟกิ เคสสเปรยแ์ อลกอฮอล์ด้านหน้าและดา้ นใน
ภาพที่ 3.20 ภาพกราฟกิ ทีใ่ ส่ขวดสเปรย์แอลกอฮอล์
35
3.3.5 ส่วนของเคสสเปรย์แอลกอฮอล์กับขาตั้งโทรศพั ท์มอื ถอื
3.3.5.1 ภาพกราฟกิ เคสสเปรยแ์ อลกอฮอล์แบบสมบูรณ์
ภาพท่ี 3.21 ภาพกราฟกิ เคสสเปรย์แอลกอฮอลด์ า้ นหนา้ และดา้ นหลัง
ภาพท่ี 3.22 ภาพกราฟกิ เคสสเปรย์ทูอินวันแบบสมบูรณ์
36
3.4 วิธดี ำเนนิ งานแบบจำลอง
3.4.1 สว่ นเคสโทรศพั ท์มอื ถือ
3.4.1.1 ตดั กระดาษลงั ทรงส่ีเหลย่ี ม ขนาด 9.7 x 18 เซนตเิ มตร และรา่ งเส้นตาม
ครอบเพอ่ื พบั ขนาด 8 x 17 เซนตเิ มตร
ภาพท่ี 3.23 กระดาษลังทรงสเ่ี หลีย่ มขนาด 9.7 x 18 เซนตเิ มตร
3.4.1.2 พับกระดาษลังตามลอยที่ไดร้ า่ งไว้ พร้อมตดิ เทปกาวใหต้ ดิ กันเป็นรูปเหมือน
กลอ่ งทรงสี่เหลย่ี ม
ภาพท่ี 3.24 กระดาษลังทพ่ี ับทรงคล้ายเคสโทรศพั ท์มอื ถือ
37
3.4.1.3 เจาะรมู ุมขวาเปน็ ทรงสเี่ หลย่ี ม ขนาด 2 x 3 เซนติเมตร เป็นช่องว่างของ
กล้อง
ภาพที่ 3.25 กระดาษลงั ที่เจาะรมู มุ ขวาเปน็ ทรงสเ่ี หลีย่ ม ขนาด 2 x 3 เซนตเิ มตร
3.4.2 ส่วนของขาตง้ั โทรศพั ท์มอื ถือ
3.4.2.1 ตัดกระดาษลงั ทรงส่ีเหลี่ยม ขนาด 4 x 19 เซนตเิ มตร จากนัน้ พบั เป็นทรง
สามเหล่ยี ม เพ่ือใชเ้ ปน็ ยดื ออกมาเปน็ ขาตง้ั
ภาพที่ 3.26 กระดาษลงั ทรงส่เี หลีย่ ม ขนาด 4 x 19 เซนตเิ มตร
38
3.4.2.2 ตดั กระดาษลังทรงสเี่ หล่ยี ม ขนาด 9 x 10.5 เซนติเมตร และรา่ งเส้นตาม
ครอบ ขนาด 7 x 9 เซนตเิ มตร และพับให้เป็นทรงกล่องสี่เหล่ยี ม เพ่อื ให้เป็นที่รองไวต้ ิดกับเคสสเปรย์
แอลกอฮอล์
ภาพท่ี 3.27 กระดาษลังทรงสเี่ หลีย่ ม ขนาด 9 x 10.5 เซนติเมตร
และรา่ งเสน้ ขนาด 7 x 9 เซนติเมตร
3.4.2.3 ตดิ ประกอบเชอื่ มกระดาษลังทเ่ี ป็นสว่ นเคสโทรศพั ท์มอื ถอื กับทร่ี องเคส
สเปรยแ์ อลกอฮอล์ โดยมสี ว่ นขาตัง้ ท่ียดื ออกมาอยตู่ รงกลางดว้ ยเทปกาว
ภาพท่ี 3.28 ประกอบกระดาษลงั ท่เี ปน็ ส่วนเคสโทรศัพท์มอื ถือกบั ทร่ี องเคสสเปรยแ์ อลกอฮอล์
39
3.4.3 สว่ นเคสสเปรย์แอลกอฮอล์
3.4.3.1 ตดั กระดาษลงั ทรงส่ีเหลย่ี ม ขนาด 12 x 12 เซนติเมตร และตดั มมุ ออกทง้ั
4 ด้านสีเ่ หลีย่ ม ขนาด 3 x 3 เซนติเมตร
ภาพที่ 3.29 กระดาษลังทรงส่เี หลย่ี ม ขนาด 12 x 12 เซนตเิ มตรทตี่ ัดมมุ ออก
3.4.3.2 พับเปน็ กล่องสีเ่ หลีย่ ม จากน้นั ติดเทปกาวตดิ เชอื่ มมมุ ที่พับเขา้ มา
ภาพที่ 3.30 กระดาษลังที่พบั เปน็ กลอ่ งสเี่ หล่ยี ม
40
3.4.3.3 ตดิ เชอื่ มประกอบเคสสเปรยแ์ อลกอฮอลก์ ับที่ลองทตี่ ดิ อยกู่ บั ขาตัง้
ภาพท่ี 3.31 ประกอบเคสสเปรยแ์ อลกอฮอล์กับกับเคสโทรศพั ท์มือถอื
3.4.4 สว่ นของขวดสเปรย์แอลกอฮอล์
3.4.4.1 ตัดกระดาษลงั ทรงสี่เหลยี่ ม ขนาด 6 x 7 เซนตเิ มตร และวาดรปู หวั หรือรูฉดี
สเปรยแ์ อลกอฮอล์ พรอ้ มตดั เส้นดว้ ยปากกาดำและระบายสีด้วยปากกาสตี ่างๆ ไว้ทด่ี า้ นบนกระดาษ
ลัง
ภาพท่ี 3.32 กระดาษลังทรงสเ่ี หล่ียม ขนาด 6 x 7 เซนติเมตรท่รี ะบายสี
41
ภาพที่ 3.33 ภาพดา้ นหนา้ ของสเปรยเ์ คสทูอนิ วัน
ภาพที่ 3.34 ภาพดา้ นขา้ งของสเปรย์เคสทอู ินวัน
42
ภาพที่ 3.35 ภาพดา้ นหลงั ของสเปรยเ์ คสทูอนิ วัน