The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการดำเนินงานถนนคนเดิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by คำสั่ง ปี 2566, 2024-03-12 00:28:36

ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์66

รายงานผลการดำเนินงานถนนคนเดิน

บันทึกข้อความ ส่วนราชการ โรงเรียนท่าบ่อ ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนอคาย ที่ วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๖ เรื่อง ขออนุญาตรายงานผลการดำเนินงานโครงการถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ ปี ๔ เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าบ่อ ข้าพเจ้านายสุทธิรัตน์ ตันเขียว ตำแหน่ง ครู ครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ขออนุญาตจัดโครงการถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ ปี ๔ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จำนวน ๒๙๔ คน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้แบบ Active Learning นักเรียน สามารถนำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ นักเรียนน้อมนำ พระราโชบายในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ด้านการศึกษามีงานทำมีอาชีพสู่การปฏิบัติ มาใช้ในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ ในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ ณ ลานประชาธิปไตย และอาคาร ๓ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณา ลงชื่อ...................................... ผู้รับผิดชอบโครงการ (นายสุทธิรัตน์ ตันเขียว) ตำแหน่ง ครู ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการโรงเรียนท่าบ่อฝ่ายบริหารวิชาการ ............................................................................................................................. ...................................... (นายสุริยา ห้าวหาญ) รองผู้อำนวยการโรงเรียนท่าบ่อฝ่ายบริหารวิชาการ ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียนท่าบ่อ ............................................................................................................................. ...................................... (นายวีรยุทธ ชานัย) ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าบ่อ


คำนำ โครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ ปี ๔” จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน นำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพื่อน้อมนำพระราโชบาย ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ด้านการศึกษา : มีงานทำ – มีอาชีพสู่การปฏิบัติมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นอกจากนั้นแล้วโครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ปี๔” เป็นกิจกรรมการเรียนรู้สู่การ ปฏิบัติ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา ส๓๐๑๓๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ซึ่งกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นวิธีการที่ทำให้ ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้และสามารถพัฒนาผู้เรียนในด้านร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคม อีกทั้งเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ขอขอบพระคุณ นายวีรยุทธ ชานัย ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าบ่อ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนท่าบ่อ ทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ปี ๔ ทำให้การดำเนินงาน บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนด กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ผู้จัดทำ


บทคัดย่อ ชื่อโครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ปี ๔” กิจกรรมการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ ผู้รับผิดชอบ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วันเวลาที่จัดโครงการ วันที่ ๒ เดือน มกราคม พ.ศ.๒๕๖๗ วัตถุประสงค์การดำเนินโครงการ ๑. เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ๒. เพื่อให้นักเรียนนำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ๓. เพื่อน้อมนำพระราโชบายในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ด้านการศึกษา : มีงานทำ–มีอาชีพสู่การปฏิบัติ มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีดำเนินการประเมินโครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ ปี ๔” กิจกรรมการเรียนรู้สู่การปฏิบัติดำเนินในวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๗ โดยผู้ตอบข้อมูลประเมินโครงการ คือนักเรียนโรงเรียนท่าบ่อ จำนวน ๒๙๔ คน เครื่องมือ ที่ใช้ประเมินโครงการคือ แบบแบบสอบถามประเมินโครงการ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลและนำมา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ( X ), ส่วนเบิ่งเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการประเมินโครงการ ผลการประเมินโครงการในแต่ละด้านดังนี้ ๑. ด้านการวางแผนจัดกิจกรรมตามโครงการ โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ๔.๒๓ และผลการ ประเมินอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมีค่า S.D. เท่ากับ ๐.๕๘ สำหรับผลการประเมินรายด้านปรากฏว่า เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุดดังนี้ครูผู้ดำเนินโครงการมีความพร้อมในการจัดกิจกรรม ( X = ๔.๗๓),(S.D.= ๐.๕๗) ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการจัดกิจกรรม ( X =๔.๔๐), (S.D.= ๐.๔๘) มีการวางแผน และการประชาสัมพันธ์โครงการ ( X =๔.๓๖),(S.D.= ๐.๔๑) มีการดำเนินการตามกิจกรรมของโครงการ ( X =๔.๓๓),(S.D.= ๐.๓๘) การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของครู บุคลากรและนักเรียนในโรงเรียน ( X = ๔.๒๘),(S.D.= ๐.๗๙) ความเหมาะสมของสถานที่ ที่จัดกิจกรรม ( X =๓.๒๕),(S.D.= ๐.๘๖) ๒. ด้านกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ๔.๓๑ และผล การประเมินอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมีค่า S.D. เท่ากับ ๐.๖๙ สำหรับผลการประเมินรายด้านปรากฏว่า เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุดดังนี้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง ( X =๔.๘๘),(S.D.= ๐.๗๖) สามารถจัดกิจกรรมได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ( X =๔.๘๔),(S.D.= ๐.๖๓) เกิดแนวทางการสร้าง อาชีพให้กับนักเรียน ( X =๔.๘๑),(S.D.= ๐.๗๑) นักเรียนสามารถนำความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์และ ประสบการณ์มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้( X =๔.๗๘),(S.D.= ๐.๗๗) นักเรียนเกิดความรักสมัคร สมานสามัคคีในหมู่คณะ ( X =๔.๗๓),(S.D.= ๐.๘๖) นักเรียนมีความตระหนักรู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์และพัฒนา สิ่งแวดล้อม ( X =๔.๒๓),(S.D.= ๐.๔๑)


ข้อเสนอแนะ อยากให้มีการจัดกิจกรรมหรือโครงการแบบนี้ขึ้นทุกๆปี สถานที่ในการจัดกิจกรรม โครงการมีความคับแคบมากเกินไป ควรที่จะมีการจัดระเบียบร้านค้าให้เป็นระเบียบ อยากให้จัดกิจกรรม บริเวณโดมเฉลิมพระเกียรติ เพิ่มเต้นท์ หรือที่กันแดดให้มีมากยิ่งขึ้น


บทที่ ๑ บทนำ ๑. ที่มาและความสำคัญ เศรษฐศาสตร์เป็นการศึกษาวิธีที่จะนำเอาทรัพยากรต่าง ๆ อันมีอยู่อย่างจำกัดไปทำการผลิตสินค้า และบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคอันมีอยู่อย่างมากมายและไม่จำกัดในฐานะที่มนุษย์มีบทบาท เป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต ในฐานะผู้บริโภคจะมีความต้องการสินค้าที่สามารถสนองความพอใจได้สูงสุด ในฐานะผู้ผลิตจะต้องใช้ความรู้ความสามารถจัดการกับปัจจัยการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่คน นอกจากนั้น คนทุกคนต้องมีส่วนในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองและของประเทศ ซึ่งสามารถ นำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ไปช่วยในการตัดสินใจกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมีกฎเกณฑ์ ช่วยให้เข้าใจ ปัญหาเศรษฐกิจของบ้านเมือง เข้าใจนโยบายของรัฐบาล เช่น นโยบายการลงทุน การแก้ไขภาวะการเงิน การ ช่วยเหลือสินค้าเกษตร เป็นต้น หากประชาชนมีความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์จะมีส่วนช่วยให้กิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้บรรลุผล เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมีคุณภาพชีวิต (Quality ofLife) ที่ดีขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคต พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๔ (๒๕๖๒) มาตรา ๖ กล่าวว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบรูณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มาตรา ๒๒ กล่าวว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตาม ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ จอร์น ดิวอี้ซึ่งกล่าวไว้ว่า การที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริงนั้น ต้องมาจากผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง “Learning by doing” การจัดโครงการ “ถนนคนเดินพาเพลิน เศรษฐศาสตร์” เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้นำเอาความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ ในรูปแบบของการดำเนินการขายสินค้า ซึ่งถือว่าเป็นการที่ช่วยในการสร้างทักษะทางสังคม ส่งเสริมการมี อาชีพของนักเรียนและการหารายได้ระหว่างเรียน อีกทั้งยังเป็นการน้อมนำพระราโชบายในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ด้านการศึกษา : มีงานทำ - มีอาชีพสู่การปฏิบัติ ดังนั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมโรงเรียนท่าบ่อ จึงมีความเห็นตรงกันว่า ควรจัด“ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์” ขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริงพระราโชบายใน หลวงรัชกาลที่ ๑๐ สู่การจัดการเรียนรู้จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น ๒. วัตถุประสงค์ของโครงการ ๑. เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ๒. เพื่อให้นักเรียนนำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทาง เศรษฐกิจ


๓. เพื่อน้อมนำพระราโชบายในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ด้านการศึกษา : มีงานทำ–มีอาชีพสู่การปฏิบัติ มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๓. ขอบเขตของการศึกษา ๓.๑ เป้าหมายของกิจกรรม ๓.๑.๑ ด้านปริมาณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนท่าบ่อ จำนวน ๒๙๔ คน ๓.๑.๒ เป้าหมายเชิงคุณภาพ ด้านผู้เรียน ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำทางด้านเศรษฐศาสตร์ไป ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันและสามารถขยายผลจาการเรียนรู้การปฏิบัติของตนไปสู่ผู้อื่นได้ ด้านบุคลากร กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาแลวัฒนธรรมโรงเรียนท่าบ่อ มีศักยภาพ ในการจัดการเรียนการสอนที่น่าสนใจและช่วยส่งเสริมในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้ สูงขึ้น ด้านกระบวนการ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาแลวัฒนธรรม โรงเรียนท่าบ่อ มีนวัตกรรมที่เหมาะสมใช้สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะด้านอาชีพ อย่างต่อเนื่อง ๓.๒ สถานที่ในการจัดกิจกรรม ดังนี้ โดมเฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนท่าบ่อ ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ๓.๓ ระยะเวลาที่ใช้ในจัดกิจกรรม วันที่ ๒ เดือน มกราคม พ.ศ.๒๕๖๗ ๔. ประโยชน์ที่ได้รับ ๑. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำทางด้านเศรษฐศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติตน ในชีวิตประจำวันและสามารถขยายผลจาการเรียนรู้การปฏิบัติของตนไปสู่ผู้อื่นได้ ๒. ครูพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ๓. สนองพระราโชบายในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ด้านการศึกษา : มีงานทำ–มีอาชีพสู่การปฏิบัติมาใช้ใน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้


บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง โครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ปี ๔” กิจกรรมการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ รายวิชา ประวัติศาสตร์ไทย ส ๓๐๑๓๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ มีเอกสารที่เกี่ยวข้องดังนี้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐) ๑. วิสัยทัศน์ วิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไว้ ดังนี้ มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึก ในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลเมืองโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้ และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษา การประกอบ อาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้ และ พัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ๒. หลักการ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีหลักการที่สำคัญ ดังนี้ ๒.๑ เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดมุ่งหมายและมาตรฐานการ เรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำหรับการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม บนพื้นฐานของ ความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล ๒.๒ เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชนที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษา อย่างเสมอภาคและมีคุณภาพ ๒.๓ เป็นหลักสูตรสถานศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจให้สังคมมีส่วนร่วมในการ จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น ๒.๔ เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลา และการ จัดการเรียนรู้ ๒.๕ เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ๒.๖ เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ ๓. จุดมุ่งหมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งพัฒนา ผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็น จุดมุ่งหมาย เพื่อให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานไว้ ดังนี้


๓.๑ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึ่งประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน ตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓.๒ มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต ๓.๓ มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย ๓.๔ มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการ ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๓.๕ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ซึ่งการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดนั้นจะช่วยให้ผู้เรียนเกิด สมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลเมือง โลกไว้ ดังน็ ๕.๑ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๕.๒ ซื่อสัตย์สุจริต ๕.๓ มีวินัย ๕.๔ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๕ อยู่อย่างพอเพียง ๕.๖ มุ่งมั่นในการทำงาน ๕.๗ รักความเป็นไทย ๕.๘ มีจิตสาธารณะ ๖. คุณภาพของผู้เรียน


การจัดการศึกษาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐานที่ มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ผู้เรียนจะมีคุณภาพ ดังนี้ ๖.๑ มีความรู้เกี่ยวกับความเป็นไปของโลกอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ๖.๒ เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม ปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือมี ค่านิยมอันพึงประสงค์ ซึ่งสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รวมทั้งมีศักยภาพเพื่อ การศึกษาต่อในชั้นสูงตามความประสงค์ได้ ๖.๓ มีความรู้เรื่องภูมิปัญญาไทย ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ประวัติศาสตร์ของชาติ ไทย ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๖.๔ มีนิสัยที่ดีในการบริโภค เลือกและตัดสินใจบริโภคได้อย่างเหมาะสม มีจิตสำนึก และมี ส่วนร่วมในการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทย และสิ่งแวดล้อม มีความรักท้องถิ่นและประเทศชาติ มุ่งทำ ประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามให้กับสังคม ๖.๕ มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ชี้นำตนเองได้ และสามารถ แสวงหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ในสังคมได้ตลอดชีวิต หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐) การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติและหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ผู้สอนต้องพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียน ดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ๒๕๕๑: ๒๕-๒๖) ๑. หลักการการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะ สำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดที่เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้โดยยึดประโยชน์ที่เกิดกับ ผู้เรียน ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพโดย คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองที่เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรม ๒. สาระการเรียนรู้ สาระที่เป็นองค์ความรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ประกอบด้วย ดังนี้ สาระที่ ๑: ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม สาระที่ ๒: หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม


สาระที่ ๓: เศรษฐศาสตร์ สาระที่ ๔: ประวัติศาสตร์ สาระที่ ๕: ภูมิศาสตร์ ๓. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์ และสาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ (สวก สพฐ. , ๒๕๕๑: ๒-๓) สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระ พุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ สุข มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดีและธำรงรักษา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและ ธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอย่างสันติสุข มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธาและธำรง รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สาระที่ ๓: เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจ หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและ ความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัย ทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์ และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่ เกิดขึ้น มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความ ภูมิใจและธำรงความเป็นไทย สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์


มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลก และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผล ต่อกันใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทาง ภูมิศาสตร์ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการ สร้างสรรค์วิถีการดำเนินชีวิต มีจิตสานึกและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนา ที่ยั่งยืน ๒. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่นำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตรและ กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติหรือ ลงมือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัยและกระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนและพัฒนา ทั้งนี้เพราะจะสามารถช่วยทำให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้นผู้สอนจึงจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจใน กระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ ๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญ ของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและ เทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผลเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มศักยภาพและบรรลุตาม มาตรฐานการเรียนรู้ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญ ๔. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมี บทบาท ดังนี้ ๔.๑ บทบาทของผู้สอน ๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการ จัดการเรียนรู้ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน ๒) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะ กระบวนการที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการและความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล และพัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย ๔) จัดบรรยายที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ ๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน


๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับ ธรรมชาติของวิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน ๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียนรวมทั้งปรับปรุง การจัดการเรียนการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของผู้เรียน ๑) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ตั้งคำถาม คิดหาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ๓) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน สถานการณ์ต่างๆ ๔) มีปฏิสัมพันธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู ๕) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม นอกจากจะใช้เป็น ทิศทางในการจัดทำหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตาม มาตรฐานแล้วยังใช้เป็นกรอบในการวัดและประเมินผลเพื่อตรวจสอบว่า ผู้เรียน มีพัฒนาการ มีความสามารถ และมีความสำเร็จทางการเรียนระดับใดเพื่อนำผลมาใช้ในการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรู้อย่าง เต็มศักยภาพ ซึ่งสถานศึกษาจะต้องมีผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ทั้งในระดับชั้น ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับชาติ รวมทั้งรับการประเมินจากภายนอกด้วย เนื่องจาก การเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรมและค่านิยมที่ดีงาม โดยมุ่งให้ ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติแสวงหาความรู้ มีการทำโครงการ โครงงาน เป็นผู้ผลิตงาน รวมทั้งมีการทำงานเป็น กลุ่มและการจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ด้วย ดังนั้น การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ดังกล่าวจะเน้น การประเมินผล จากสภาพจริง (Authentic Assessment) อันเป็นผลการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการค้นหา ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน รวมทั้งสามารถประเมินคุณลักษณะพึงประสงค์ที่เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน อันเป็น แนวทางที่พัฒนาผู้เรียนได้เต็มศักยภาพเพื่อบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดการวัดและประเมินจึงต้องใช้ วิธีการที่หลากหลายที่สอดคล้องและเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ ซึ่งกระบวนการเรียนรู้โดย การประเมินจาก สภาพจริงและจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องควบคู่ ผสมผสานไปกับกิจกรรม การเรียนรู้ของผู้เรียนโดยการ ประเมินจะครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะกระบวนการ ความประพฤติ หรือ พฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และผลงานจากโครงงานหรือแฟ้มสะสมงานที่สะท้อน การสั่งสมการเรียนรู้ของผู้เรียนมาอย่างต่อเนื่อง การวัด และประเมินผลจะต้องกระทำในหลายบริบท อันได้แก่ ครูผู้สอนเป็นผู้ประเมิน ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อน ประเมินเพื่อน รวมทั้งผู้ปกครองจะมีส่วนร่วมในการประเมินและแสดงความคิดเห็นและมีวิธีการวัดที่ทำได้หลาย วิธี เช่น


๕.๑ การทดสอบ เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบความรู้ ความคิดหรือ ความก้าวหน้าใน สาระการเรียนรู้และมีเครื่องมือการวัดหลายรูปแบบ เช่น แบบเลือกตอบ แบบเขียนตอบบรรยายความ แบบเติม คำสั้นๆ แบบถูกผิดและ แบบจับคู่ เป็นต้น ๕.๒ การสังเกต เป็นการประเมินพฤติกรรม อารมณ์ การมีปฏิสัมพันธ์ของนักเรียน ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานกลุ่ม ความร่วมมือในการทำงาน การวางแผน ความอดทน วิธีการแก้ปัญหา ความคล่องแคล่วในการทำงาน การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในระหว่างเรียนและการทำกิจกรรมต่างๆ ครูผู้สอนสามารถใช้การสังเกตได้ตลอดเวลา ซึ่งอาจจะมีการสังเกตอย่างเป็นทางการโดยกำหนดเวลาและบุคคล ที่สังเกตหรือการสังเกตอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นการสังเกตทั่วไป โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบของสิ่งที่ สังเกต กำหนดเกณฑ์และร่องรอยที่จะใช้เป็นแนวทางในการสังเกตด้วย และจัดทำเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) เป็นต้น ๕.๓ การสัมภาษณ์ เป็นการสนทนาซักถามพูดคุยเพื่อค้นหาข้อมูลที่ไม่อาจพบเห็นอย่าง ชัดเจนในสิ่งที่นักเรียนประพฤติปฏิบัติในการทำโครงการ โครงงาน การทำงานกลุ่ม กิจวัตรประจำวันหรือผู้ให้ ข้อมูลในการสัมภาษณ์อาจเป็นตัวนักเรียนเอง เพื่อนร่วมงาน รวมทั้งผู้ปกครองนักเรียนด้วย การสัมภาษณ์อาจ ทำอย่างเป็นทางการโดยกำหนดวัน เวลาและเรื่องที่สัมภาษณ์อย่างแน่นอนและการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็น ทางการ เป็นการพูดคุยไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะทำให้เกิดความสัมพันธภาพที่ดีและได้ข้อมูลที่ชัดเจนและ สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงโดยผู้สอนตั้งข้อคำถามไว้ล่วงหน้าเพื่อจะได้คุยได้ตรงประเด็น เป็นต้น ๕.๔ การประเมินภาคปฏิบัติที่เป็นการประเมินการกระทำการปฏิบัติงานเพื่อประเมินการ สร้างผลงานชิ้นงานให้สำเร็จ การสาธิตหรือ การแสดงออกถึงทักษะและความสามารถของนักเรียนได้ปรากฏใน งานที่ตนสร้างขึ้นและการประเมินภาคปฏิบัติจะต้องทำเครื่องมือประกอบการประเมินด้วย เช่น Rating Scale, Checklist, Scoring Rubric เป็นต้น ๕.๕ Scoring Rubric เป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบและประเด็นที่จะประเมิน เพื่ออธิบาย ลักษณะของคุณภาพงานหรือการกระทำเป็นระดับคุณภาพหรือประมาณหรือระดับความสามารถ เพื่อเป็น แนวทางในการประเมินและเป็นข้อมูลสำคัญแก่ครูผู้สอน ผู้ปกครองหรือผู้สนใจอื่นๆ ได้ทราบว่านักเรียนรู้อะไร ทำได้มากเพียงใด มีคุณภาพผลงานเป็นอย่างไรโดยผู้ประเมินให้คะแนนภาพรวมหรืออาจจำแนกองค์ประกอบก็ ได้ ๕.๖ การประเมินแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio Assessment) เป็นการประเมินความสามารถ ในการผลิตผลงาน การบูรณาการความรู้ รวบรวมผลงาน การคัดเลือกผลงานการสะท้อนความคิดเห็นต่อผลงาน ทั้งการประเมินผลและการประเมินแฟ้มสะสมผลงาน ซึ่งเป็น การประเมินการจัดการและความคิดสร้างสรรค์ จากหลักฐานแสดงความรู้ความสามารถในผลงานอันแสดงถึงสัมฤทธิ์ผลและศักยภาพของนักเรียนในสาระการ เรียนรู้ สรุปได้ว่า กระบวนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ที่ ได้มุ่งเน้นนักเรียนเป็นสำคัญโดยให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง รู้จักการเรียนรู้ การค้นคว้าจากแหล่ง เรียนรู้ต่างๆ และเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตทำให้นักเรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ ซึ่งต้องอาศัยวิธีสอนที่แตกต่างกันไป


และที่สำคัญมีเป้าหมายในการส่งเสริมศักยภาพการเป็นพลเมืองดีโดยหลอมรวมวิทยาการแขนงต่างๆ มาบูรณา การเพื่อมุ่งพัฒนาคนให้มีชีวิตที่สมบูรณ์ที่สามารถพึ่งตนเองในด้านการคิด การปฏิบัติและการตัดสินใจด้วยตนเอง และทำงานเป็นกลุ่มร่วมมือกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ที่สามารถพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมได้และใช้ความรู้มา สร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมและประเทศชาติ การจัดกิกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ศตวรรษที่ ๒๑เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารและการเปลี่ยนแปลง ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สารสนเทศทำให้การสื่อสารไร้พรมแดน การเข้าถึงแหล่งข้อมูลสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ผลกระทบจากยุค โลกาภิวัฒน์นี้ส่งผลให้ผู้เรียนจำเป็นจะต้องมีความสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องและเป็นผู้แสวงหา ความรู้อยู่ตลอดเวลา ประกอบกับปัจจุบันมีองค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้นมากมายทุกวินาทีทำให้เนื้อหาวิชามีมากเกิน กว่าที่จะเรียนรู้จากในห้องเรียนได้หมด ซึ่งการสอนแบบเดิมด้วยการ “พูด บอก เล่า” ไม่สามารถจะพัฒนาให้ ผู้เรียนให้นำความรู้ที่ได้จากการเรียนในชั้นเรียนไปปฏิบัติได้ดีดังนั้น อาจารย์จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยีและการเรียนรู้ของนักศึกษา จาก ผู้สอนคือผู้ถ่ายทอด ปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ชี้แนะวิธีการค้นคว้าหาความรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถแสวงหา ความรู้และประยุกต์ใช้ทักษะต่างๆ สร้างความเข้าใจด้วยตนเอง จนเกิดเป็นการเรียนรู้อย่างมี Active Learning๑เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบเน้นพัฒนากระบวนการเรียนรู้ส่งเสริมให้ผู้เรียน ประยุกต์ใช้ทักษะและเชื่อมโยงองค์ความรู้นำไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาหรือประกอบอาชีพในอนาคตหลักการ จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นการนำเอาวิธีการสอน เทคนิคการสอนที่หลากหลายมาใช้ ออกแบบแผนการสอนและกิจกรรมกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับ ผู้เรียนและผู้เรียนกับผู้สอน Active Learning จึงถือเป็นการจัดการเรียนการสอนประเภทหนึ่งที่ส่งเสริมให้ ผู้เรียนมีคุณลักษณะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริม studentengagement, enhance relevance, and improve motivation ของผู้เรียน หลักสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning คือ การส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ผู้เรียน มีส่วนร่วมในชั้นเรียน มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ด้วยเทคนิคหรือกิจกรรมต่างๆ ผู้สอนมีบทบาท อำนวยความสะดวกและจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง จนเกิดเป็นการเรียนรู้อย่างมี ความหมาย (Meaningful Learning) คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน๒ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในด้านการจัดการ เรียนการสอนกล่าวคือ จัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อผลิตบุคลากรด้าน สื่อสารมวลชนให้เป็นนักปฏิบัติเก่ง ดีมีคุณธรรม จริยธรรม รับผิดชอบต่อสังคมซึ่งการจัดการเรียนในรูปแบบ Active Learning มีความเหมาะสมต่อการสอนในรายวิชาของคณะฯ เป็นอย่างยิ่ง ๑.วิธีการที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ๑. การสร้างแรงจูงใจโดยให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติงานก่อน แล้วสอนทฤษฎีเพื่ออธิบายถึงหลักการ ๒. ฝึกให้มีการนำเสนอ และการยอมรับแนวคิดจากผู้อื่น ๓. การให้ลงมือปฏิบัติงานจริง ๔. การแบ่งกลุ่มทำงาน หรือการทำงานเป็นทีม


๕. การสอนโดยเน้นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับงานในสายอาชีพ ๖. การสร้างแรงจูงใจโดยการกำหนดโจทย์ที่น่าสนใจ ๗. การทำงานเป็นทีม ๘. การให้นักศึกษาได้ทดลองปฏิบัติงานจากระบบจำลองซึ่งเทียบเท่าระบบจริง ๙. การสร้างแรงจูงใจจากตัวอย่างงานที่น่าสนใจ ๑๐. การใช้หลักการ PRE-PRO-POST เป็นแนวทาง ในการสอน ๒. วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มีการจัดการเรียน การสอนด้วย Active Learning ในบางหน่วยการเรียนรู้หรือเฉพาะบท และ จัดการเรียนการสอนด้วย Active Learning ทั้งรายวิชา ซึ่งการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learningจะนำเอาวิธีการสอนหลากหลายวิธีมา ผสมผสาน โดยอาจารย์ผู้สอนจะวางแผนคัดเลือกเทคนิคการสอนที่เหมาะสมกับธรรมชาติรายวิชา วัตถุประสงค์ การเรียนรู้ลักษณะผู้เรียน รวมไปถึงออกแบบสัดส่วนของเทคนิคหลักเทคนิครองในการสอนแต่ละครั้ง ทั้งนี้ได้ จัดเป็นกลุ่มวิธีการสอนที่ใช้ออกเป็น ๔กลุ่ม ได้แก่ ๑ การจัดการเรียนรู้แบบเน้นประสบการณ์ (Experiential Learning),๒ การสอนแบบโครงงาน(Project Based Learning),๓ การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) และ ๔การสอนที่เน้นทักษะกระบวนการคิด(Thinking Based Learning) (ที่มา : http://www.mct.rmutt.ac.th/.สืบค้นเมื่อ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ )


บทที่ ๓ ขั้นตอนการดำเนินการ โครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ปี ๔” กิจกรรมการเรียนรู้สู่การ ปฏิบัติกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชา ประวัติศาสตร์ไทย ส ๓๐๑๓๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนท่าบ่อได้ดำเนินการจัด กิจกรรมโครงการ มีขั้นตอนดังนี้ ๑. สำรวจจำนวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ทั้งหมด ๒. ประชุมเพื่อวางแผนงาน กรอบแนวทางการดำเนินและกำหนดสถานที่ วันเวลาในการจัด กิจกรรมตามโครงการ ๓. จัดทำร่างและเขียนโครงการ ๔. จัดเอกสารแนบบันทึกเสนอ ประกอบด้วย ๔.๑ บันทึกข้อความขออนุญาตจัดโครงการ ๔.๒ กำหนดการโครงการ ๔.๓ คำกล่าวรายงานและคำกล่าวเปิด ๕. เสนอเอกสารผ่านกลุ่มงานวิชาการ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและอนุมัติ ๗. เสนอเอกสารโครงการและบันทึกข้อความเพื่อขออนุมัติจัดโครงการจากผู้อำนวยการโรงเรียน ๘. ดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์” กิจกรรมการเรียนรู้สู่ การปฏิบัติ ๙. ประเมินผลการจัดกิจกรรมโครงการ“ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์” กิจกรรมการเรียนรู้ สู่ การปฏิบัติ ๑๐. สรุปรายงานผล ๑๑. จัดทำรายงานสรุป ๕ บท รายงานผลต่อผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมแนบรูปภาพประกอบ


บทที่ ๔ ผลการดำเนินงาน การนำเสนอผลการประเมินโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการได้นำเสนอผลการประเมินโครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ปี ๔” กิจกรรมการเรียนรู้สู่การปฏิบัติจำนวน ๒ ตอน ดังนี้ ผลการประเมินโครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ปี ๔” กิจกรรมการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ หลังการดำเนินโครงการแสดงดัง ตารางต่างๆ คือ ตารางที่ ๑ ผลการประเมินโครงการด้านการวางแผนจัดกิจกรรมตามโครงการ ตารางที่ ๒ ผลการประเมินโครงการด้านกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการ การแปลความหมายค่าเฉลี่ยดังนี้(บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว, ๒๕๓๕ : ๒๓) ๔.๕๑ - ๕.๐๐ หมายถึง ประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด ๓.๕๑ - ๔.๕๐ หมายถึง ระดับมาก ๒.๕๑ - ๓.๕๐ หมายถึง ระดับปานกลาง ๑.๕๑ - ๒.๕๐ หมายถึง ระดับน้อย ๑.๐๐ - ๑.๕๐ หมายถึง ระดับน้อยที่สุด ผลการประเมินโครงการถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์” กิจกรรมการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ ตารางที่ ๑ ผลการประเมินโครงการด้านการวางแผนจัดกิจกรรมตามโครงการ ที่ รายการ X S.D. แปลผล ๑. ๒. ๓. ๔. ๕ ๖. มีการวางแผนและการประชาสัมพันธ์โครงการ ครูผู้ดำเนินโครงการมีความพร้อมในการจัด กิจกรรม ความเหมาะสมของสถานที่ ที่จัดกิจกรรม ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการจัดกิจกรรม การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของครูบุคลากรและ นักเรียนในโรงเรียน มีการดำเนินการตามกิจกรรมของโครงการ ๔.๓๖ ๔.๗๓ ๓.๒๕ ๔.๔๐ ๔.๒๘ ๔.๓๓ ๐.๔๑ ๐.๕๗ ๐.๘๖ ๐.๔๘ ๐.๗๙ ๐.๓๘ มากที่ มากที่สุด ปานกลาง มาก มาก มาก รวมเฉลี่ย ๔.๒๓ ๐.๕๘ มาก จากตารางที่ ๑ แสดงว่าผลการประเมินโครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ปี ๔” กิจกรรม การเรียนรู้สู่การปฏิบัติหลังการดำเนินด้านการวางแผนจัดกิจกรรมตามโครงการ โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ๔.๒๓ และผลการประเมินอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมีค่า S.D. เท่ากับ ๐.๕๘ สำหรับผลการ


ประเมินรายด้านปรากฏว่า เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุดดังนี้ ครูผู้ดำเนินโครงการมีความพร้อมในการ จัดกิจกรรม ( X = ๔.๗๓),(S.D.= ๐.๕๗) ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการจัดกิจกรรม ( X =๔.๔๐), (S.D.= ๐.๔๘) มีการวางแผนและการประชาสัมพันธ์โครงการ ( X =๔.๓๖),(S.D.= ๐.๔๑) มีการดำเนินการ ตามกิจกรรมของโครงการ ( X =๔.๓๓),(S.D.= ๐.๓๘) การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของครูบุคลากรและนักเรียน ในโรงเรียน ( X =๔.๒๘),(S.D.= ๐.๗๙) ความเหมาะสมของสถานที่ ที่จัดกิจกรรม ( X =๓.๒๕),(S.D.= ๐.๘๖) ตารางที่ ๒ ผลการประเมินโครงการด้านกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ที่ รายการ X S.D. แปลผล ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. นักเรียนเกิดความรัก สมัครสมานสามัคคีใน หมู่คณะ เกิดแนวทางการสร้างอาชีพให้กับนักเรียน นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง นักเรียนมีความตระหนัก รู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์ และพัฒนาสิ่งแวดล้อม นักเรียนสามารถนำความรู้ทางด้าน เศรษฐศาสตร์และประสบการณ์มาปรับใช้ใน การดำเนินชีวิตประจำวันได้ สามารถจัดกิจกรรมได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ของโครงการ ๔.๗๓ ๔.๘๑ ๔.๘๘ ๔.๒๓ ๔.๗๘ ๔.๘๔ ๐.๖๘ ๐.๗๑ ๐.๗๖ ๐.๔๑ ๐.๗๗ ๐.๖๓ มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด รวมเฉลี่ย ๔.๗๑ ๐.๖๙ มากที่สุด จากตารางที่ ๒ แสดงว่าผลการประเมินโครงการ “ถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ปี ๔” กิจกรรม การเรียนรู้สู่การปฏิบัติหลังการดำเนินโครงการด้านกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ๔.๓๑ และผลการประเมินอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมีค่า S.D. เท่ากับ ๐.๖๙ สำหรับ ผลการประเมินรายด้านปรากฏว่า เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุดดังนี้ นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติอย่าง แท้จริง ( X =๔.๘๘),(S.D.= ๐.๗๖) สามารถจัดกิจกรรมได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ( X = ๔.๘๔),(S.D.= ๐.๖๓) เกิดแนวทางการสร้างอาชีพให้กับนักเรียน ( X =๔.๘๑),(S.D.= ๐.๗๑) นักเรียนสามารถ นำความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์และประสบการณ์มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้( X =๔.๗๘), (S.D.= ๐.๗๗) นักเรียนเกิดความรักสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะ ( X =๔.๗๓),(S.D.= ๐.๘๖) นักเรียนมีความ ตระหนักรู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม( X =๔.๒๓),(S.D.= ๐.๔๑)


ข้อเสนอแนะ ๑. อยากให้มีการจัดกิจกรรมหรือโครงการแบบนี้ขึ้นทุก ๆ ปี ๒. สถานที่ในการจัดกิจกรรมโครงการมีความคับแคบมากเกินไป ๓. ควรที่จะมีการจัดระเบียบร้านค้าให้เป็นระเบียบ ๔. อยากให้จัดกิจกรรมบริเวณโดมเฉลิมพระเกียรติ ๕. เพิ่มเต้นท์หรือที่กันแดดให้มีมาก ๖. ควรจัดให้เป็นประเพณีเป็นประจำทุกปี เพื่อจะได้รายงานเรื่องการส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ทั้งนี้ควรมีแนวคิดหรือซอฟพาว์เวอร์ ผลักดันสินค้าหรือวัตถุดิบท้องถิ่น และจัดให้เข้ากับประเพณีไทย เช่น จัดในช่วงเทศกาลลอยกระทง เพื่อจะได้จัดกิจกรรม ๑ อย่าง เขียนรายงานได้หลาย ๆ อย่าง


บทที่ ๕ สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ ๑. เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ๒. เพื่อให้นักเรียนนำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทาง เศรษฐกิจ ๓. เพื่อน้อมนำพระราโชบายในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ด้านการศึกษา : มีงานทำ–มีอาชีพสู่การปฏิบัติ มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร คือ นักเรียนโรงเรียนท่อทุกคน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนโรงเรียนท่อ โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างตัวอย่างจำนวน ๒๙๔ คน การประเมินโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการได้ประเมินผลหลังการดำเนินโครงการโดยใช้แบบสอบถาม “ถนนคนเดินพา เพลินเศรษฐศาสตร์ ปี ๔” กิจกรรมการเรียนรู้สู่การปฏิบัติในด้านการวางแผนจัดกิจกรรมตามโครงการและ กิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการ การวิเคราะห์ผลการประเมินโครงการ วิเคราะห์การประเมินโครงการโดยใช้ X S.D. และเปรียบเทียบกับเกณฑ์เฉลี่ย สรุปผลการประเมินโครงการ ผลการประเมินโครงการหลังการดำเนินงานโดยรวมเฉลี่ยทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุดและมีคะแนน เฉลี่ยในแต่ละด้านดังนี้คือ ๑. ด้านการวางแผนจัดกิจกรรมตามโครงการ โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ๔.๒๓ และผลการ ประเมินอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมีค่า S.D. เท่ากับ ๐.๕๘ สำหรับผลการประเมินรายด้านปรากฏว่า เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุดดังนี้ครูผู้ดำเนินโครงการมีความพร้อมในการจัดกิจกรรม ( X = ๔.๗๓),(S.D.= ๐.๕๗) ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการจัดกิจกรรม ( X =๔.๔๐), (S.D.= ๐.๔๘) มีการวางแผน และการประชาสัมพันธ์โครงการ ( X =๔.๓๖),(S.D.= ๐.๔๑) มีการดำเนินการตามกิจกรรมของโครงการ ( X =๔.๓๓),(S.D.= ๐.๓๘) การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของครู บุคลากรและนักเรียนในโรงเรียน ( X = ๔.๒๘),(S.D.= ๐.๗๙) ความเหมาะสมของสถานที่ที่จัดกิจกรรม ( X =๓.๒๕),(S.D.= ๐.๘๖)


๒. ด้านกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีมีค่าเฉลี่ย ๔.๓๑ และ ผลการประเมินอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมีค่า S.D. เท่ากับ ๐.๖๙ สำหรับผลการประเมินรายด้านปรากฏว่า เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุดดังนี้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง ( X =๔.๘๘),(S.D.= ๐.๗๖) สามารถจัดกิจกรรมได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ( X =๔.๘๔),(S.D.= ๐.๖๓) เกิดแนวทางการสร้าง อาชีพให้กับนักเรียน ( X =๔.๘๑),(S.D.= ๐.๗๑) นักเรียนสามารถนำความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์และ ประสบการณ์มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้( X =๔.๗๘),(S.D.= ๐.๗๗) นักเรียนเกิดความรักสมัคร สมานสามัคคีในหมู่คณะ ( X =๔.๗๓),(S.D.= ๐.๘๖) นักเรียนมีความตระหนักรู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์และพัฒนา สิ่งแวดล้อม ( X =๔.๒๓),(S.D.= ๐.๔๑) ข้อเสนอแนะ อยากให้มีการจัดกิจกรรมหรือโครงการแบบนี้ขึ้นทุกๆปีสถานที่ในการจัดกิจกรรม โครงการมีความคับแคบมากเกินไป ควรที่จะมีการจัดระเบียบร้านค้าให้เป็นระเบียบ อยากให้จัดกิจกรรม บริเวณโดมเฉลิมพระเกียรติเพิ่มเต้นท์หรือที่กันแดดมากยิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะสำหรับนำผลการประเมินไปใช้ ๑. การจัดกิจกรรมแบบ Active Learning นั้นมีหลายลวิธีการซึ่งควรที่จะมีการปรับใช้ให้เหมาะสมกับ รายวิชาที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๒. บุคลากรที่ร่วมดำเนินการโครงการและงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการมีความสำคัญต่อการ ดำเนินโครงการมากที่สุด ๓. การวางแผนการดำเนินโครงการมีความสำคัญต่อการดำเนินโครงการให้ประสบความสำเร็จมาก ที่สุด ๔. การจัดกิจกรรมถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์นั้นเพื่อที่จะให้กิจกรรมไม่เร่งรัด และบรรลุ วัตถุประสงค์ของโครงการนั้นควรมีการเพิ่มระยะเวลาในการดำเนินหรือจัดโครงการเพิ่มขึ้นอีก


ภาคผนวก - คำสั่ง - ภาพกิจกรรม - แบบลงทะเบียน - แบบประเมิน


แบบลงเวลาผู้เข้าร่วมงาน โครงการถนนคนเดินพาเพลินเศรษฐศาสตร์ ปี 4 วันที่ 2 มกราคม 2567 ณ โดมเฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนท่าบ่อ ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 1 นางสาวจิตราภรณ์ รอดสุข 4/1 2 นางสาวชนัญธิดา คำปากดี 4/1 3 นางสาวธนภรณ์ ชัยศรี 4/1 4 นางสาวประทุมทิพย์ ดวงศรี 4/1 5 นางสาวสุพิชชา หงษาวงษ์ 4/1 6 นายกิตติศักดิ์ พลตระกรรม 4/1 7 นายไกรวิชญ์ สู่สุข 4/1 8 นายฐิติพงศ์ พันธผล 4/1 9 นายปุณณภพ ผิวคำ 4/1 10 นายศุภกร ชัยสาร 4/1 11 นายอัฐพล ปัดทุม 4/1 12 นางสาวสุธาสินี โตส้ม 4/1 13 นางสาวชลิดา ศรีรักษา 4/1 14 นายบัญญวัต ควรคำ 4/1 15 นางสาวบัญฑิตา ท้าวสูงเนิน 4/1 16 นางสาวศิริพร ธรรมวงศา 4/1 17 นางสาววรรณะริตา คชวงค์ 4/1 18 นางสาวจิราภรณ์ ชนะอรรถ 4/2 19 นางสาวณพิชญา วาณิช 4/2 20 นางสาวณัฐธิชา พลหาร 4/2 21 นางสาวณัฎฐพร เชี่ยววณิชกุล 4/2 22 นางสาวธนัญญา ศิริวัฒนกิจกูล 4/2 23 นางสาวธีรพร สัสดี 4/2 24 นางสาวปณิตา หลักปัญญา 4/2 25 นางสาวภัชรา วงศ์สุวรรณ 4/2 26 นางสาวรดา พลกระจาย 4/2 27 นางสาวเบญญาภา แสงสุข 4/2


ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 28 นางสาวยุพารัตน์ ศิริประภา 4/2 29 นางสาวจุฬาลักษณ์ ทองคำ 4/2 30 นางสาวฐิติมา อวนอ่อน 4/2 31 นางสาวสุชาวดี แสนสุริวงศ์ 4/2 32 นางสาวปาริฉัตร อุดม 4/2 33 นายเนติธร แสงศรีราช 4/2 34 นางสาวบุณยาพร ประสงค์ 4/2 35 นายกลวัชร อาจวงษา 4/3 36 นางสาวปวิณา ถิ่นปากมาง 4/4 37 นายอานุภาพ หล่าเพีย 4/4 38 นางสาวพิชญธิดา ผุดผ่อง 4/4 39 นายภาคีพิศุทธ์ พรมภิภักดิ์ 4/4 40 นางสาวธนัชชา คำใบ 4/4 41 นางสาวเมตตา ขวัญมนัสธรา 4/4 42 นางสาววิมลพรรณ จิตขวัญ 4/4 43 นายศุภกร หงษ์ศรีจันทร์ 4/4 44 นางสาวกนกอร อ่อนสิน 4/4 45 นางสาวจิรารัตน์ ราชน้อย 4/4 46 นางสาวดาราวรรณ เงินไหลนอง 4/4 47 นางสาวศุภัชญา วงศ์บุตรสง 4/4 48 นางสาวอลิษา ข้อยุ่น 4/4 49 นายปิยะ ปฏิพัทธ์รัตน์คีรี 4/4 50 นางสาวแพรรำภา เสนพันธุ์ 4/4 51 นายดนุพจน์ รันธิสร 4/4 52 นางสาวอริสา ทองประทับ 4/4 53 นายธีรภัทร กันเกษ 4/4 54 นางสาววรกานต์ แสงกล้า 4/5 55 นางสาวกฤติกา ราชป้องกัน 4/5 56 นางสาวจีราพัชร์ ผ่องแผ้ว 4/5 57 นางสาวณิชานันท์ ศรีระษา 4/5


ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 58 นางสาวธีราภรณ์ นามวงษา 4/5 59 นางสาวธารารัตน์ เจริญศรี 4/5 60 นางสาวบัวชมภู ยาท้าว 4/5 61 นางสาวฟาริดา เจ๊ะอูมา 4/5 62 นางสาวณัฐพร ขันตีตาง 4/5 63 นางสาวภัทรินทร์ทิพย์สุทธิ์ 4/5 64 นางสาวนิภาธร บุญวาส 4/5 65 นางสาวกิตติยา ละลุน 4/5 66 นางสาวสุดารัตน์ ครองผา 4/5 67 นายนิติพันธ์ หนันสุข 4/5 68 นางสาวการะเกด ทาเตโน 4/6 69 นางสาวนิภา ดุลแสง 4/6 70 นายอภิลักษณ์ นวลสม 4/6 71 นายจิณณธรรม พินิจมนตรี 4/6 72 นายพลชดนย์ นามสีอุ่น 4/6 73 นางสาวจุฑารัตน์ หาทอง 4/6 74 นางสาวญานิศา วังก้อน 4/6 75 นายจีรพัฒน์ ลอนลับ 4/6 76 นางสาวปภาวี พลเยี่ยม 4/6 77 นายอดุลยรัตน์ ทองดี 4/6 78 นางสาวนิสา ทองดี 4/6 79 นายธีรเทพ ชาดา 4/6 80 นายนครินทร์ ศรีสว่าง 4/6 81 นางสาวณิชากร คำภีระเกษ 4/7 82 นางสาวปุณณาสา ทายะพิทักษ์ 4/7 83 นางสาวพลอยแหวน สมสอาด 4/7 84 นางสาวพิมลวรรณ ศศิประภาพร 4/7 85 นางสาวเพชรนภา นินทะระ 4/7 86 นางสาวมนัสนันท์ เกตุพัด 4/7 87 นางสาวศิริภาพร สอนสมฤทธิ์ 4/7


ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 88 นายธันวา หอมสมบัติ 4/7 89 นายพีระพันธุ์ แสงสุริยะ 4/7 90 นายภานุวัฒน์ กองศรี 4/7 91 นางสาวจิตตรา หอมสมบัติ 4/7 92 นางสาวฮุยอิ้ง แสงศรีเรือง 4/7 93 นางสาวษศิณา ปักษีเลิศ 4/7 94 นายนที จันทร์ระลึก 4/7 95 นางสาววรัทยา ตั้งสุจิตร 4/7 96 นางสาวชนิภา ถิ่นสำราญ 4/7 97 นางสาวอภิญญา ไพศาล 4/7 98 นางสาวสุพัตรา เพ็ชรคุ้ม 4/7 99 นางสาวพิมพ์ชนก สารธรรมวินิต 4/7 100 นายประพัทธ์พงศ์ จวงโส 4/7 101 นายพีรพล แก้วมณี 4/7 102 นางสาวขณิตฐา โสดา 4/7 103 นางสาวกัญญารัตน์ ขจร 4/7 104 นางสาวผ่องโชค คำหอม 4/7 105 นางสาวอังครา จินดาประภาพร 4/7 106 นายคณาธิป ช้างคำ 4/7 107 นายอนุชิต อินดา 4/7 108 นายสิทธิศักดิ์ ชัยทองคำ 4/7 109 นางสาวธวัลรัตน์ รวยสูงเนิน 4/8 110 นางสาวพิกุลแก้ว วงษ์พิลา 4/8 111 นางสาวพัชรินทร์ ริยะบุตร 4/8 112 นายพงษ์ปกรณ์ น้ำโมง 4/8 113 นางสาวลดาวัลย์ โพธิจันทร์ 4/8 114 นางสาวสุภาวิตา แก้วกำ 4/8 115 นายโชคชัย บุญยะศรี 4/8 116 นางสาวกวินธิดา สระบัว 4/8 117 นางสาวพิยะดา วงษาไชย 4/8


ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 118 นายศรราม ทิพย์มงคล 4/8 119 นางสาวมิ่งไพลิน ประทุมชาติ 4/8 120 นายกิตติคุณ สมวงษา 4/8 121 นางสาวพิมชนก กำเนิดสิงห์ 4/8 122 นางสาวเบ็ญจรัตน์ พิมพ์วงค์ 4/8 123 นายธนากร ดุลสุข 4/8 124 นายธีรพล คำใบ 4/8 125 นางสาวจุฑารัตน์ จันทาชัยภูมิ 4/8 126 นางสาวสายป่าน พินิจ 4/8 127 นางสาวอรัญญา ชนะชัย 4/8 128 นายจิรพงศ์ คำผาย 4/8 129 นายศิรวิท ใจดี 4/8 130 นางสาวกัญญารัตน์ จันทรัตน์ 4/8 131 นางสาวบัณฑิตา แสงมะณี 4/8 132 นางสาวพุธิตา ธาตุหลวง 4/8 133 นางสาวรัตนาพร พูลทอง 4/8 134 นางสาวสุภาพร ยืดยาว 4/8 135 นางสาวกมลชนก นากองสี 4/8 136 นายธีรวุฒิ ผิวนวล 4/8 137 นายอันดามัน โกสังวิทย์ 4/8 138 นางสาวปาริฉัตร สาทอง 4/8 139 นางสาววรณภัทร ศรีหาราช 4/8 140 นางสาวอริเวีย สมอรี่ 4/8 141 นางสาวเดือนเพ็ญ อุดมชัย 4/8 142 นายจิรายุทธ คุณธรรม 4/8 143 นายวรกิจ บุญสาย 4/8 144 นายศรุต วีระ 4/8 145 นางสาวกันยารัตน์ มหาวงค์ 4/9 146 นางสาวนันทิดา วังสาไหว้ 4/9 147 นางสาวจิรัฐติกาล พรมศรี 4/9


ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 148 นางสาวปิยธิดา สัมพันธะ 4/9 149 นายธีรภัทร ชัยจันทา 4/9 150 นางสาวจิระนันท์ จันทาคีรี 4/9 152 นางสาวทับทิม ศรีแก้ว 4/9 153 นางสาวธีร์วรา ลิธรรมมา 4/9 154 นางสาวอาจารี อดทน 4/9 155 นายศุกลวัฒน์ จันใด 4/9 156 นางสาวสุกัญญา พุ่มมา 4/9 157 นายสรนันท์ พรมแพงดี 4/9 158 นางสาวแพรวา สุวรรณวงษ์ 4/9 159 นางสาวภัทรนันท์ อ่อนสุวรรณ 4/9 160 นางสาวมณลดาภรณ์ มณีรัตน์ 4/9 161 นางสาวกาญจน์นิภา จันทรเสนา 4/9 162 นางสาวชนิดาภา สมุทรเขต 4/9 163 นางสาวชยุตรา จอมเกาะ 4/9 164 นางสาวบุษกร หงษ์สีทอง 4/9 165 นางสาววิไลวรรณ พัฒนะสาง 4/9 166 นางสาวอินทิรา คำสุนันท์ 4/9 167 นางสาวอุมาพร ชะนะบุญ 4/9 168 นายจิรายุส สิงหาคุณ 4/9 169 นายทัพภูวไนย พินธะ 4/9 170 นางสาวพัชรีภรณ์ สีสวาท 4/10 171 นายยศพนธ์ จงสุขประดิษฐ์ 4/10 172 นางสาววีร์สุดา คชวงศ์ 4/10 173 นายกฤษณพล หาบุญมี 4/10 174 นายมฆวัน เนาวรัตน์ 4/10 175 นายชินภัทร เจริญสุข 4/10 176 นางสาวจิราวรรณ ทุมชะ 4/10 177 นางสาวชลธิชา ชาวชายโขง 4/10 178 นางสาวณัฐวรรณ ศรีพฤกษา 4/10


ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 179 นายกันต์ดนัย แก้วกัลยา 4/10 180 นายเกริกเกียรติ โรจนธรรม 4/10 181 นายจักรฤษณ์ โครตชมภู 4/10 182 นายณภัทร คำภูมี 4/10 183 นายธนวัฒน์ เฟื่องฟู 4/10 184 นายชินาธิป บุญเนาว์ 4/10 185 นายปรมินทร์ สายทอง 4/10 186 นายก้องภพ ประกอบพานิช 4/10 187 นายยศพล ลี้สุวรรณ 4/10 188 นายต่อศักดิ์ นันทะ 4/10 189 นายศรัณย์ วันวาศรี 4/11 190 นางสาวธิดาทิพย์ นามมั่น 4/11 191 นางสาวสุปรียา มณีรัตน์ 4/11 192 นายยุทธนา ทาหล้า 4/11 193 นายวสุธร อ่อนโก้ก 4/11 194 นางสาววลิสรา จินดาวงค์ 4/11 195 นางสาวศวัชญา ปัญญาวจี 4/11 196 นายอภิวรรษน์ จงรักษ์ 4/11 197 นางสาวจิรวดี มังษา 4/11 198 นางสาวปุญญพัฒน์ สีงาม 4/11 199 นางสาวพัชรภร ดวงดี 4/11 200 นางสาวอิศราภรณ์ สาเสี่ยน 4/11 201 นายธนกร ตะวงศา 4/11 202 นายปิยะวัฒน์ มะสันเทียะ 4/11 203 นายสืบตระกูล วงศ์บุดศรี 4/11 204 นายอภิวิชญ์ คำเจริญ 4/11 205 นางสาวจีรนันท์ เนตรหาญ 4/11 206 นางสาวมนต์จิรา ดวงจันทร์ 4/11 207 นายคุณวัฒน์ วงศ์โยธา 4/11 208 นายปฐพี คำจันทร์ 4/11


ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 209 นายมังกร นวนคำสิงห์ 4/11 210 นายอนพัช ศรีอ้วน 4/11 211 นางสาวธวาภรณ์ ใจปานแก่น 4/11 212 นายอมรินทร์ จันทร์เจริญ 4/11 213 นางสาวณัฐพร ทีสันเทียะ 4/11 214 นางสาววริศรา ปานิเสน 4/11 215 นายคีตภัทร ดุลสุข 4/11 216 นางสาวจิติญา เผ่าพันธ์ศร 4/11 217 นางสาวธัญญร์ตน์ มหัตกุล 4/11 218 นางสาวเมธาพร หาริกุล 4/11 219 นางสาวนภัสรา ช่วยเมือง 4/11 220 นายธวัชชัย จระกุล 4/11 221 นางสาวอารียา ศรีสวัสดิ์ 4/11 222 นางสาวกันตวรรณ ภูมิสิทธิพร 4/11 223 นางสาวโสระญา โสดาพิชิต 4/11 224 นางสาวเนตรนภา สุริยะเดช 4/11 225 นางสาวพัชราภา ชิน 4/11 226 นางสาววรินทร์ลดา พรมปัญญา 4/11 227 นายบดินทร์ ขันทชัย 4/11 228 นายภูเมธ พรมดวงศรี 4/11 229 นางสาวกัลญาณี ผาสุนทร 4/12 230 นายทวีชัย ชมบุญ 4/12 231 นางสาวจตุภรณ์ สิงหา 4/12 232 นางสาวกมลวรรณ มะมูลคำ 4/12 233 นางสาวจิราพรรณ โคตทดี 4/12 234 นางสาวฐมาพร นํ้าโมง 4/12 235 นางสาวธนพร อักษรเสือ 4/12 236 นางสาวภัทราพร อาจกมล 4/12 237 นางสาวศุภิสรา บัวทอง 4/12 238 นายธีระพัฒน์ สอนพงษ์ 4/12


ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 239 นายยุทธนา โททะลิน 4/12 240 นายศักดิ์กรินทร์ หล้าวงศา 4/12 241 นายอนุพงษ์ ซาไธสง 4/12 242 นางสาววรวิมล เอกไพฑูรย์ 4/12 243 นายณัฐพล เมืองมี 4/12 244 นายฉัตรดนัย บ้งทัด 4/12 245 นางสาวศศิวิมล สาตสิน 4/12 246 นายนาวิน เเก้วดวงศรี 4/12 247 นางสาวประภัสสร อุ่นแก้ว 4/12 248 นางสาวพรนภา วิเศษศรี 4/12 249 นายฐิติวุฒิ เจริญศรี 4/12 250 นางสาวพิญชญาภา กองปราบ 4/12 251 นายกิตติภพ รอยเเสวง 4/12 252 นายณกานต์พิทักษ์ ผิวบาง 4/12 253 นายทวิช อินตะระวะ 4/12 254 นางสาวณัฏฐณิชา คนดี 4/12 255 นางสาวสิงควรรณ คณะติ 4/12 256 นางสาวฐิตาภา น้อยยะ 4/12 257 นางสาวนิพาดา ศรีสวัสดิ์ 4/12 258 นางสาวพิชญาภา อาจกล้า 4/12 259 นางสาวสุพัตรา หมั่นสน 4/12 260 นายเจนวิทยา สามิติ 4/12 261 นายณัฐพัฒน์ อาสะโภ 4/12 262 นายธันวา บุษบา 4/12 263 นายกฤษฎา จันดา 4/13 264 นายนะโม ผามั่น 4/13 265 นายกันต์พิมุกต์ โพธิจักร์ 4/13 266 นายชุติเทพ บุญมี 4/13 267 นายอิทธิ บุญดี 4/13 268 นางสาวนภากมล ธิตะนนท์ 4/13


ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ห้อง ลายมือชื่อ หมายเหตุ เวลามา เวลากลับ 269 นางสาวสุรางคณา ปานทอง 4/13 270 นายทักษ์ดนัย บุญประสพ 4/13 271 นายทักษ์ดนัย บุญประสพ 4/13 272 นายพีรวิชญ์ แสงอินทร์ 4/13 273 นายเขมิสรา พุ่มจันทร์ 4/13 274 นางสาวชรัญธิชา โคตรชมภู 4/13 275 นางสาวนันทิยา คชวงศ์ 4/13 276 นางสาวนิ่มนวล จงรักษ์ 4/13 277 นางสาวรินรดา ช่วยคง 4/13 278 นางสาวไอรดา ดีมี 4/13 279 นายรวิภาส บุญทัน 4/13 280 นายสุกฤษฎิ์ กองคำ 4/13 281 นายอนุชา จันทะเสน 4/13 282 นางสาวศุภิสรา ธรรมนพรัตน์ 4/13 283 นายรณภูมิ ศรีอ้วน 4/13 284 นางสาวพัชรินทร์ คนพินิจ 4/13 285 นายสมตระกูล อิสิ 4/13 286 นายสิทธิพล ขาวชายโขง 4/13 287 นายอองดรีย์ นาวิน มณีรัตน์ 4/13 288 นางสาวสุพรรษา จารุไชย 4/13 289 นางสาวณัฐนรี ลุนศักดิ์ 4/13 290 นางสาวกรกนก ใจบุญ 4/13 291 นายรัฐภูมิ รุ่งเรือง 4/13 292 นายอชิตพล สืบมา 4/13 293 นายสุทธิภัทร โพธิ์จันทร์ 4/13 294 นางสาวชาลินี กองปราบ 4/13 295 นางสาวนิรดา ศรีสวัสดิ์ 4/13


แบบประเมินผลการร่วมงานถนนคนเดินของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนท่าบ่อ ณ โดมเฉลิมพระเกียรติ วันที่ 2 มกราคม 2567 วิชาประวัติศาสตร์ไทย หน่วยการเรียนรู้การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และประเพณีไทย กลุ่ม........................................ห้อง............................ หัวข้อ คะแนน การมีส่วนร่วมในกิจกรรม 5 คุณภาพของสินค้าในร้านสะอาด สด น่ารับประทาน 5 ความสะอาด - เก็บสถานที่ปราศจากเศษชยะทุกชิ้น - เก็บรวมรวมขยะใส่ถุงดำหรือถุงพลาสติก - มัดปากเรียบร้อยนำไปไว้ที่จุดทิ้งขยะที่ทางตลาดจัดให้ - เก็บโต๊ะทุกตัวที่นำมาใช้ และไว้ที่เดิมจากที่นำมา - หลังจากเก็บสถานที่แล้วให้ติดต่อผู้จัดตลาดพร้อมลงคะแนนในส่วนนี้ หลังจากที่ทำความสะอาดพื้นที่เสร็จแล้ว 5 รวม .............................................. ผู้ประเมิน นายสุทธิรัตน์ ตันเขียว ผู้สอน ผู้จัดงานถนนคนเดินเพลินเศรษฐศาสตร์


แบบประเมิน การค้นหาร้านค้าถูกสุขลักษณะ และร้านค้า ขวัญใจตลาดประจำปี 2566 ให้ผู้ประเมินระบุชื่อร้านลงในตารางที่มีการจัดร้านตามหัวข้อข้างหน้า ร้านค้าถูกใจ ขวัญใจตลาด ผู้ขายไม่สัมผัสกับอาหารจากมือ โดยตรง จัดร้านสวยงาม มีป้ายสดงราคาชัดเจน มีป้ายบอกต้นทุน กำไร การแต่งกายของผู้ประกอบการ หมวก ผ้ากันเปื้อน ผู้ขายมี่ใจรักบริการ ไม่วางวัตถุดิบกับพื้น รถชาดอร่อย สะอาด มีที่เก็บสินค้ามิดชิด ขายดี คนเข้าร้านเกือบตลอดเวลา มี กลยุทธ์ในการเรียกลูกค้า มีป้ายสดงราคาชัดเจน มีป้ายบอกต้นทุน กำไร ใช้บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติหรือย่อย สลายได้


Click to View FlipBook Version