The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานISเครื่องเทียนหอมยุง 22

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by saddeenamsai23, 2022-02-27 05:08:12

โครงงานISเครื่องเทียนหอมยุง 22

โครงงานISเครื่องเทียนหอมยุง 22

โครงงานIS เร่ือง เทยี นหอมไล่ยุง

จัดทาโดย
1.นางสาว กนกนภิ า เสนาชัย ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี5/6 เลขท่ี11
2.นางสาว กานต์ธีรา ทองเจริญ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี5/6 เลขท่ี14
3.นางสาว ปาริชาติ แสนโยธะกะ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี5/6 เลขท่ี18
4.นางสาว วรัชญา พนั นาภูมิ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่5/6 เลขท่ี/20

เสนอ
นางวนิดา บุญพิเชฐวงศ์
คุณครูทีป่ รึกษาการศึกษาคน้ ควา้

การศึกษาน้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวชิ า การส่ือสารและการนาเสนอ (IS2)
รหัสวิชา I30202

โรงเรียนสตรีราชินูทศิ ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2564สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษา
มธั ยมศึกษาอดุ รธานี

กิตตกิ รรมประกาศ
ในการทาโครงงานIS เรื่อง เทยี นหอมไลย่ งุ สาเร็จไดด้ ว้ ยความช่วยเหลอื
สนบั สนุนเป็นอยา่ งดีจากคุณครู วนิดา บุญพิเชฐวงศ์ ท่ีคอยให้คาปรึกษาเก่ียวกบั
โครงงานและให้คาปรึกษาแนะนาเป็นอยา่ งดี และยงั คอยช่วยเหลอื เร่ือง ระบบและ
อุปกรณท์ ่ใี ชใ้ นการทาโครงงาน
ขอขอบคณุ คณะครูโรงเรียนสตรีราชินูทศิ ที่ใหค้ วามสนบั สนุนทาใหโ้ ครงงาน
ประสบความสาเร็จขอขอบคณุ สมาชิกในกลุ่มทคี่ อยช่วยเหลือ ท้งั หาขอ้ มูล รวบรวม
ขอ้ มูล และวธิ ีการทาโครงงานน้ี คณะผจู้ ดั ทาโครงงานน้ี ขอขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ี

คณะผ้จู ดั ทา

ชื่อโครงการ : โครงงานเร่ืองเทียนหอมไลย่ งุ
ประเภทโครงาน : โครงงานวทิ ยาศาสตร์ประเภทส่ิงประดิษฐ์
คณะผ้จู ัดทา : นางสาว กนกนิภา เสนาชยั
นางสาว กานตธ์ ีรา ทองเจริญ
ระดับช้ัน : นางสาว ปาริชาติ แสนโยธะกะ
ครูทป่ี รึกษา : นางสาว วรชั ญา พนั นาภมู ิ
สถาบนั การศึกษา : ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 5/6
ปี การศึกษา : นาง วนิดา บญุ พเิ ชฐวงศ์
โรงเรียนสตรีราชินูทศิ
2564

บทคดั ย่อ

โครงงานเรื่องเทยี นหอมไลย่ งุ เป็นการนาตะไครท้ ี่เป็นสมนุ ไพรทม่ี อี ยทู่ วั่ ไป
ตามทอ้ งถิ่นซ่ึงมสี รรพคุณมากมาย สามารถนาตะไคร้มาแปรรูปเป็นเทยี นหอมเพ่อื
ไล่ยงุ ท่เี ป็นพาหะนาโรคตา่ งๆมาสู่ร่างกายเราไดค้ ณะผจู้ ดั ทาโครงงานมคี วามสนใจท่ี
จะทาผลิตภณั ฑเ์ ทยี นหอมไล่ยงุ ท่ีทาจากตะไคร้ในทอ้ งถิ่น

โดยมวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั ทาโครงงานข้นึ เพอ่ื เป็นการศกึ ษาสมุนไพรที่
สามารถใชป้ ้องกนั ยงุ ได้ เพอื่ เป็นการนาสมุนไพรมาประยกุ ตใ์ ช้ เพ่ือให้เกิดความ
สามคั คใี นหมูค่ ณะและเพอ่ื ให้เกิดความคิดจินตนาการอยา่ งสร้างสรรคแ์ ละระดม
ความคดิ ภายในกลมุ่

บทท1ี่

บทนา

1.1 ความเป็ นมาและความสาคัญ

ในปัจจบุ นั ประชาชนส่วนใหญม่ กั เป็นโรคไขเ้ ลือดออกไม่ว่าจะเป็นเดก็ หรือผใู้ หญ่

โรคไขเ้ ลอื ดออกเกิดจากยุงทเี่ ป็นพาหะนาโรคท่ีเป็นอนั ตรายต่อมนุษย์ จงึ ไดม้ ีผคู้ ดิ คน้ ส่ิงทช่ี ่วย
ในการกาจดั และป้องกนั ยงุ เชน่ ครีมทากนั ยงุ ยาฉีดกนั ยงุ ยาจุดกนั ยงุ เป็นตน้ จากการศกึ ษา
พบว่าสิ่งเหล่าน้ีอาจจะมสี ารเคมเี ป็นส่วนผสมอยู่ ซ่ึงอาจทาใหผ้ บู้ ริโภคเกดิ อาการแพไ้ ดใ้ น
เวลาตอ่ มา จงึ ไดน้ าตะไคร้มาเป็นส่วนผสมในเทยี นหอมเพ่ือไล่ยุง เพราะตะไคร้มีสารท่ี
ออกฟทธ์ิในการไล่ยงุ กลิ่นตะไคร้มาจากน้ามนั หอมระเหยทเ่ี รียกรวมๆวา่ Essential
oil ซ่ึงประกอบดว้ ยสารหลายตวั ยุงจงึ ไม่ชอบกลน่ิ ตะไคร้ ดงั น้นั คณะผจู้ ดั ทาจึงไดม้ องเห็น
ปัญหาเหล่าน้ีและไดห้ าวิธีการแกไ้ ขจึงไดม้ โี ครงงานเรื่องเทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ เพือ่ เป็น
การป้องกนั ยุงอนั นาไปสู่โรคภยั ได้ และยงั เป็นการแปรรูปจากพืชสมุนไพรธรรมดาที่มี
สรรพคุณมากมายใหก้ ลายเป็นผลิตภณั ฑ์เทยี นหอมไล่ยงุ เพื่อสามารถทาเป็นรายไดเ้ สริมให้แก่
ตนเองหรือครอบครัวไดค้ ณะผูจ้ ดั ทาจึงสนใจคดิ ทาโครงงานน้ีข้ึนมา จุดประสงค์

1. เพือ่ เป็นการศกึ ษาหาสมนุ ไพรทีส่ ามารถใชป้ ้องกนั ยงุ ได้

2. เพ่ือเป็นการนาสมุนไพร

3. เพอ่ื ทาเทยี นหอมตะไคร้ในการใชป้ ้องกนั ยงุ

4. ทาใหเ้ กิดความสามคั คีในหม่คู ณะ

5. เพอ่ื ใหเ้ กิดความคิดจินตนาการอยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละการระดมความคดิ

สมมติฐาน

1.ตะไครส้ ามารถไล่ยุงได้

2.เทียนหอมตะไครไ้ ลย่ ุงไม่ทาให้ผใู้ ชเ้ กิดอาการแพ้

3.เทียนหอมสมนุ ไพรทผ่ี ลติ ข้ึนไดน้ ่าจะมีกลน่ิ ของสมุนไพรซ่ึงไดแ้ ก่ตะไครห้ อมให้กลิน่
ที่หอมสดช่ืน

ขอบเขตการศึกษา

คณะผจู้ ดั ทาเหน็ วา่ ตอ้ งการท่ีจะศกึ ษาเฉพาะเทียนหอมทที่ าจากตะไครห้ อม

ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ

1.ทาให้ทราบไดถ้ งึ ความเหมาะสมของการนาสมุนไพรมาใชไ้ ลย่ ุงได้

2.สามารถนาวตั ถุดิบจากทอ้ งถน่ิ มาประยุกตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชน์มากข้ึน
1.5 ระยะเวลาในการดาเนนิ งาน

เดือนธนั วาคม พ.ศ.2564 ถงึ เดือน มกราคม พ.ศ.2565

1.6 แผนการปฏบิ ตั งิ าน
ตารางที่ 1 ระยะเวลาการปฏบิ ตั ิงาน

สัปดาห์ที่ ธนั วาคม มกราคม

เตรียมโครงงาน 1234 1 2 3 4
เสนอโครงงาน
ปฏบิ ตั ิงาน ●
จดั ทารูปเล่ม
ตรวจสอบ ●
นาเสนอผลงาน








1.7 ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รับ
1.7.1ใชไ้ ลย่ ุงและเพ่มิ ความหอมสร้างความผ่อนคลายได้
1.7.2 รู้วธิ ีการทาเทียนหอมไล่ยุงดว้ ยสมุนไพร่

บทที่ 2

เอกสารทีเ่ กยี่ วข้อง

การศึกษาเทยี นหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ เพ่อื ใชใ้ นการไล่ยุงของผใู้ ชใ้ นการไล่ยงุ ของผใู้ ช้ ใน
คร้งั น้ี ผูศ้ ึกษาไดค้ น้ ควา้ จากเอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง ในหวั ขอ้ ดงั ต่อไปน้ี

1. ประวตั ิของเทยี นหอม

2. สรรพคณุ ของสมุนไพร

3. เทยี นหอมในรูปแบบตา่ งๆ

4. วิธีการทาเทยี นหอมโดยทว่ั ไป

5. ประโยชนข์ องเทยี นหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ

ประวตั ขิ องเทยี นหอม

ในสมยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์ มนุษยย์ งั ไม่มกี ารรูจ้ กั ใชไ้ ฟ รู้จกั เพียงแต่ความมืดในเวลากลางคนื
และความสว่างในเวลากลางวนั ต่อมาเริ่มรู้จกั การใชไ้ มม้ าเสียดสีกนั ให้ไดค้ วามร้อน แลว้ เกิด
เป็ นเปลวไฟเกิดข้ึน

และเริ่มใชไ้ ฟมาหุงหาอาหาร ใหแ้ สงสว่าง และป้องกนั ภยั จากสตั วร์ า้ ยตา่ งๆ และววิ ฒั นาการ
กอ้ ไดเ้ ร่ิมพฒั นาการอยา่ งต่อเน่ือง เร่ิมมกี ารใชค้ บเพลงิ เพ่อื เป็นการให้แสง ส่องสวา่ ง มกี าร
ประยุกตน์ ามาใชเ้ ป็นการตดิ ตอ่ ส่ือสารในระยะไกล จะเหน็ ไดจ้ ากไฟในประภาคาร ท่มี กี าร
ติดตอ่ ส่ือสารระหว่างยามฝั่งกบั เรือ

และให้สัญญาณต่างๆระหว่างภเู ขาแตล่ ะลกู โดยมรี หสั ท่เี ขา้ ใจตามแตจ่ ะตกลงกนั ในสมยั น้นั
จะเห็นไดว้ ่ามนุษยไ์ ดม้ กี ารใชไ้ ฟเขา้ มาเก่ียวขอ้ งกบั ชีวิตประจาวนั และตอ่ มาในสมยั ศตวรรษ

ที่ 19 ไดม้ ีการนาเทียนเขา้ มาเกี่ยวขอ้ งกบั พิธีกรรมเป็นอยา่ งมาก เนื่องจากไฟ มีเป็นสญั ลกั ษณ์
ของการเผาผลาญ และความโชติชว่ งชชั วาลย์ และมนุษยบ์ างเผา่ ในสมยั น้นั นบั ถือใหเ้ ป็นเทพ
ไฟ มกี ารบวงสรวงและประกอบพิธีกรรมทาง ศาสนา หรือตามแตค่ วามเชื่อ จะเห็นไดจ้ าก พธิ ี
การแตง่ งาน ซ่ึงมีความหมายของการเร่ิมตน้ แสงแห่งเปลวเทียนจะนาทางไปสู่ความสวา่ งไสว
ในชีวติ คู่ ชาวอเมริกนั นิยมนาเทียนมาประดบั ประดาบนโตะ๊ อาหาร แสดงถงึ ฐานะ ความภมู ิ
ฐาน และมีรสนิยม และเพอื่ ใหเ้ กิดความสวา่ งไสว อีกท้งั แสงสว่างของเทยี น สามารถสรา้ ง
บรรยากาศ และดูสวยงามอกี ดว้ ย ในปัจจบุ นั ไดม้ กี ารประยุกตใ์ ห้นอกจากเทยี นมคี วาม
สวยงามแลว้

ยงั มกี ารนากล่ินหอม หรือน้ามนั หอมละเหยมาผสมเพอ่ื ใหไ้ ดก้ ลิน่ ตามตอ้ งการ และนอกจากน้ี
กลนิ่ น้ามนั หอมละเหยน้ี มีคุณสมบตั ิพิเศษซ่ึงแตกตา่ งกนั ออกไป เชน่ บางชนิดสามารถทจ่ี ะ
รกั ษาโรคได้ แกอ้ าการเครียด และทาใหร้ ่างกายผ่อนคลาย กลิน่ บางชนิด สามารถไลย่ ุงได้
น้ามนั หอมละเหยเหลา่ น้ีไดม้ าจากการสกดั จากพชื และสมนุ ไพรทางธรรมชาติ และบางชนิด
ไดม้ าจากการสงั เคราะห์ ซ่ึงในปัจจุบนั ไดร้ ับความนิยม ดว้ ยคุณลกั ษณะทีเ่ ป็นส่ิงที่ไดจ้ าก
ธรรมชาติ และชว่ ยรักษาสุภาพ ราคาไม่แพง เหมาะทจ่ี ะนาไปเป็นของขวญั ของท่รี ะลกึ ฝาก
คนทค่ี ณุ รัก เพอื่ แสดงความห่วงใยตอ่ สุขภาพของคนทค่ี ณุ รัก

ประวตั ิเทยี นหอมสมุนไพรไลย่ งุ ”//(2557).//[ออนไลน์].//เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://crafts.ohojunk.com

สรรพคณุ ของสมุนไพรไล่ยุง

มะกรูด ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Citrus hystri

ลกั ษณะ มะกรูดเป็นไมย้ ืนตน้ ขนาดเลก็ ใบหนาและมรี อยคอดตรงกลาง ดอกสีขาว ผวิ ของผล
มะกรูดขรุขระเป็นป่ ุมปมท้งั ลูก น้าในลกู มรี ส เปร้ียว มหี นามแหลมยาวตามลาตน้ และกิ่ง

ส่วนทีใ่ ช้ ผล

วธิ ีใช้ นาผวิ ของผลมะกรูดสดมาห่นั เป็นชิน้ เล็ก ๆ แลว้ นามาโขลกผสมกบั น้าโดยใชอ้ ตั ราส่วน
1 ต่อ 1 แลว้ กรองเอาแตส่ ่วนท่เี ป็นน้ามาใช้

ไพลเหลอื ง ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Zingiber cassumunar

ลกั ษณะ ไพลเหลอื งเป็นพืชหวั หัวเป็นแง่งโตตดิ กนั เป็นพืด ใบเล็กยาว ปลายแหลม

ส่วนท่ีใช้ หัว

วิธีใช้ นาหัวไพลเหลืองสดมาโขลกผสมกบั น้าในอตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้ กรองเอาแต่ ส่วนที่
เป็นน้ามาทาผวิ หนงั แต่มขี อ้ เสียคอื ทาให้ผิวหนงั ติดสีเหลอื งลา้ งออกยาก

สะระแหน่ ช่ือวิทยาศาสตร์ Mentha arveris

ลกั ษณะ สะระแหน่เป็นพชื เล้ีอยตามพ้ืนดิน ลาตน้ สีแดงเขม้ ใบกลมขนาด หัวแมม่ ือ ใบ
คอ่ นขา้ งหนา ริมใบหยกั โดยรอบและมกี ลนิ่ หอม

ส่วนทีใ่ ช้ ใบ

วิธีใช้ ขย้ีใบสะระแหน่สดทาถทู ีผ่ วิ หนงั โดยตรง

กระเทียม ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Allium sativum

ลกั ษณะ กระเทียมเป็นพืชหวั ประกอบดว้ ยกลีบเลก็ ๆ เกาะกนั โดยมเี ยื่อ บางๆ สีขาวหุ้มหวั ไว้
เป็นช้นั ๆ ใบยาว แขง็ และหนา ดอกเป็นชอ่ เลก็ ๆ สีขาวรวมกนั เป็นกระจุกอยูท่ ป่ี ลายกา้ นดอก
ส่วนทใ่ี ช้ หวั

วธิ ีใช้ นาหวั กระเทียมสดมาโขลกผสมกบั น้าในอตั ราส่วน 1 ตอ่ 1 แลว้ กรองเอาแตส่ ่วนท่เี ป็น
น้ามาทา

กะเพรา ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Ocimum sanotum

ลกั ษณะ กะเพราเป็นไมพ้ ุม่ เต้ยี ลาตน้ และใบมขี นปกคลุม ปลายใบแหลม ที่ นิยมปลกู ตามบา้ น
มี 2 ชนิด คอื กะเพราขาว ใบสีเขียว และ กะเพราแดง ใบมสี ีออกแดงเลอื ดหมู

ส่วนที่ใช้ ใบ

วิธีใช้ ขย้ใี บสดหลายๆ ใบวางไวใ้ กลต้ วั กลนิ่ น้ามนั กะเพราทร่ี ะเหยออก มาจากใบจะช่วยไลย่ ุง
ไม่ใหเ้ ขา้ มาใกล้ หรือจะขย้ใี บสดแลว้ ทาถูที่ ผวิ หนงั โดยตรงก็ได้ แตก่ ลิน่ น้ามนั กะเพราน้ี
ระเหยหมดไปค่อน ขา้ งเร็วจงึ ควรหมน่ั เปลยี่ นบ่อยคร้ัง

ว่านน้า ชื่อวิทยาศาสตร์ Acorus calamus

ลกั ษณะ ว่านน้าเป็นพชื ท่ขี ้ึนอยตู่ ามริมหนองน้าหรือบริเวณทีช่ ้ืนแฉะ เหงา้ เป็นเสน้ กลมหนา
สีขาวออกม่วง เจริญงอกงามตามยาวขนานกบั ผิวดิน รากเล็กเป็นฝอย ใบแตกจากเหงา้
ลกั ษณะเป็นเส้นตรง ปลายใบแหลม ผวิ ใบเรียบ เหน็ เส้นกลางใบชดั เจน ช่อดอกทรง กระบอก
สีเหลอื งออกเขยี ว

ส่วนทใี่ ช้ เหงา้

วธิ ีใช้ หัน่ เหงา้ สดเป็นชิ้นเลก็ ๆ แลว้ นามาโขลกผสมกบั น้าในอตั ราส่วน 1 ต่อ 1 กรองเอาแต่
ส่วนทเี่ ป็นน้ามา

แมงลกั ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Ocimum citratum

ลกั ษณะ แมงลกั เป็นพชื ลม้ ลุก สูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร ดอกสีขาว เป็นช่ออยปู่ ลายก่ิง

ส่วนที่ใช้ ใบ

วิธีใช้ ขย้ใี บสดทาถูท่ผี ิวหนงั

ตะไครห้ อม ช่ือวิทยาศาสตร์ Cymbopogon nardus

ลกั ษณะ ตะไคร้หอมข้นึ เป็นกอ ลกั ษณะคลา้ ยตะไครบ้ า้ นแต่ใบยาวกว่าและ ลาตน้ มสี ีแดง
ดอกเป็ นพวงช่อฝอย

ส่วนทีใ่ ช้ ตน้ และใบ

วธิ ีใช้ นาตน้ และใบสดมาโขลกผสมกบั น้า ใชอ้ ตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้ กรองเอาแตส่ ่วนทเ่ี ป็น
น้ามาใชท้ าผวิ หนงั หรือนาตน้ สด 4-5 ตน้ มา ทบุ แลว้ วางไวใ้ กลต้ วั กลนิ่ น้ามนั ตะไคร้หอมที่
ระเหยออกมาจะชว่ ย ไล่ยงุ ไม่ให้เขา้ มาใกล้

ตน้ ไมก้ นั ยุง (มอสซ่ี บสั เตอร์)

ตน้ ไมก้ นั ยงุ เป็นพนั ธุไ์ มท้ ี่ไดร้ บั การพฒั นาโดยวิธีการทางพนั ธุว์ ศิ วกรรม ระหว่างพนั ธุ์ไม้ 2
ตระกูล คือ อาฟริกนั เจอราเนียม (African Geranium) และตะไคร้หอม (Citronella) ตน้ ไมก้ นั
ยงุ จึงมีลกั ษณะคลา้ ยตน้ เจอราเนียม แตจ่ ะมกี ลนิ่ หอมออ่ นๆของตน้ ตะไครห้ อม เน่ืองจาก
น้ามนั ตะไครห้ อมมีคุณสมบตั ิในการไลย่ งุ (เป็น repellent) ตน้ ไมก้ นั ยุงน้ีจงึ สามารถไล่ยงุ ได้
เช่นกนั แต่ประสิทธิภาพจะข้นึ อยกู่ บั ขนาดของตน้ ไมแ้ ละพ้ืนท่ีท่ีใชง้ าน เชน่ ตน้ ไมก้ นั ยุง อายุ
ประมาณ 2 เดือน จะมีความสูงจากผิวดินประมาณ 6 น้ิว กล่นิ น้ามนั ทรี่ ะเหยออกมาจากตน้ ไม้
จะสามารถไลย่ ุงไดใ้ นพ้ืนท่ปี ระมาณ 100 ตารางฟุต เป็นตน้ อยา่ งไรกต็ าม ในตน้ ไมก้ นั ยงุ จะมี
สารอยสู่ องชนิด คือ สารทม่ี ีคณุ สมบตั เิ ป็นสารดึงดูดยงุ (attractant) และสารไล่ยุง (repellent)
ตน้ ไมก้ นั ยุงทย่ี งั เลก็ จะมีสารดึงดูดยงุ มากกวา่ สารไลย่ งุ ตอ่ เม่ือโตข้นึ สารดึงดดู ยงุ จะค่อยๆลด
ปริมาณลง จนสารไล่ยุงสามารถแสดงคณุ สมบตั ิไดเ้ ตม็ ท่ี

ลกั ษณะ เป็นไมพ้ ุม่ ใบแตกออกจากท้งั ตายอดและตาขา้ ง ขอบใบหยกั

ส่วนทีใ่ ช้ ใชท้ ้งั ตน้ โดยจะปลูกเป็นไมป้ ระดบั ในขณะเดียวกนั ก็จะช่วยไลย่ งุ ไม่ให้เขา้ มาใกล้

วธิ ีใช้ วางกระถางทป่ี ลูกตน้ ไมก้ นั ยงุ ไวใ้ นหอ้ ง สามารถไล่ยงุ ไดต้ ลอด 24 ชว่ั โมง แตต่ น้ ไมก้ ็
ตอ้ งการแสงแดดเพอ่ื การสังเคราะหแ์ สง จึง ควรนาตน้ ไมไ้ ปรบั แสงแดดอยา่ งนอ้ ยวนั ละ 4
ชว่ั โมงและรดน้าให้ ชุ่มในเวลาเชา้ หากแสงแดดไม่จดั ควรใหน้ ้าพอสมควรเพอื่ ป้องกนั มใิ ห้
รากเน่า

เทียนหอมในรูปแบบต่างๆ

เทียนหอมท่พี บทวั่ ๆไปในตลาด มีมากมายหลายแบบ นอกจากจะแยกตามสี ตามกลิน่
แลว้ เทียนหอมยงั สามารถแยกไดใ้ นรูปแบบตา่ งๆ ตามลกั ษณะของเทยี นหอม ตอ่ ไปน้ีจะเป็น
เทยี นหอมในรูปแบบต่างๆ ท่เี ป็นที่นิยมเป็นอนั ดบั ตน้ ๆ ของตา่ งประเทศ และในประเทศไทย
เอง

เทียนแท่ง เทียนรูปทรงเรียวยาวส่วนมากจะยาว 6-18 น้ิว เทียนหอมชนิดน้ีนิยมต้งั ไวบ้ นโต๊ะ
อาหาร ตอ้ งต้งั บนเชิงเทยี นเวลาจุด

เทยี นก้อนกลม เป็นเทียนทส่ี ามารถวางไดโ้ ดยไมใ่ ชเ้ ชิงเทียน เป็นทรงกลม ขนาดทนี่ ิยมคือ
ขนาดเส้นผ่านศนู ยก์ ลาง 3 น้ิว และมีความสูงต่างกนั ไปถึง 3,4,5,6 นิ้ว นอกจากเทียนรูปทรง
กลม เทยี นชนิดน้ีอาจมแี บบส่ีเหล่ียมได้

เทียนในแก้ว เป็นเทียนท่ีอยใู่ นภาชนะแกว้ ใสๆ เทยี นชนิดน้ีสามารถจดุ ท่ีไหนกไ็ ด้ และ
เคล่อื นยา้ ยจดั เก็บไดส้ ะดวก เทียนในแกว้ เป็นเทยี นทสี่ ามารถจดุ ไดน้ านทสี่ ุด เพราะไม่มี
น้าตาลเทยี นไหลมาเหมอื นเทียนชนิดอนื่ ๆ

เทยี นเจล เป็นเทียนชนิดโปร่งใส ทาจากน้ามนั สงั เคราะหจ์ ากไฮโดรคาร์บอน โดยทว่ั ไปเทยี น
เจลจะอยูใ่ นภาชนะใสๆ โดยทวั่ ไปเหน็ ในแกว้ ทรงต่างๆ

เทยี นสาหรบั สวดมนต์ เทยี นชนิดน้ีส่วนมากเป็นทรงกระบอกขนาดเล็ก ขนาดประมาณ 1.5
น้ิวสูง 2-2.5 น้ิว เป็นเทยี นสาหรบั ใชใ้ นโบสถ์ สวดมนต์ หรืออธิฐาน ใชจ้ ดุ ในถว้ ยหรือในแกว้

เทยี นทไี ลท์ เป็นเทยี นในถว้ ยอลูมเิ นียมขนาดเลก็ ส่วนมากมีขนาด 1.5 น้ิว สูงประมาณ 0.5 นิ้ว
นิยมใชจ้ ุดในโอกาสทว่ั ไป เพราะใชง้ า่ ย และสามารถจดุ ไดท้ ุกทเี่ ทียนลอยน้า เป็นเทยี น
ลกั ษณะทรงกลมแบนขนาดไมใ่ หญ่ มาก ส่วนมากมขี นาด 2-3 น้ิว ใชล้ อยน้าแลว้ จุด มีความ
สวยงามมากในเวลากลางคนื เทยี นทไี ลทร์ ูปทรงดอกไม้ เทียนทไี ลทช์ นิดหน่ึงมีรูปทรงเป็น
ดอกไมช้ นิดตา่ งๆ เป็นเทยี นหอมที่นิยมผลติ มากในประเทศไทย (Thailand Flower Tealight
Candle)

เทียนดอกไม้ เป็นเทียนหอมรูปทรงดอกไมส้ ่วนมากเป็นงาน handmade โดยจะข้ึนรูปและป้ัน
เทยี นเป็นรูปทรงดอกไมต้ ่างๆดว้ ยมือ โดยเทียนดอกไมส้ ามารถลอยน้าแลว้ จุดได้ (Flower
Floating Candle)

วิธิทาเทียนหอมโดยทวั่ ไป

อุปกรณ์

1. เทียน

2. ตาชงั่

3. น้าหอม 10 cc

4. ไสเ้ ทียนพร้อมฐาน

5. กาหลอมเทยี น

6. เตาแกซ๊

7. สีผสมอาหาร

วิธีทา

1. เตรียมไสเ้ ทยี นโดยนาไสเ้ ทียนไปชุบน้าเทยี นแลว้ ผ่ึงใหแ้ ขง็ นาไปใส่ในฐานต้งั เทยี น

ให้ไส้เทียนสูงกว่าภาชนะประมาณ1น้ิว ตดิ ฐานเทียนกบั ภาชนะดว้ ยกาวชา้ งหรือปื นยิงกาว

หรืออะไรกไ็ ดท้ ม่ี ีและนามาติดไดท้ ้ิงไวใ้ หก้ าวแหง้

2. เมื่อกาวแห้งติดแน่นดีแลว้ หาท่ลี ๊อคไสเ้ ทยี นใหต้ ้งั อยตู่ รงกลางและไมห่ ล่นลงไปใน

น้าเทียนเวลาเทเทียนร้อน

ผมใชไ้ มเ้ สียบลกู ชิน้ ผา่ คร่ึงไม่ให้ขาดแลว้ หนีบไสไ้ วแ้ ทนอุปกรณ์ท่เี ห็นอยู่

3. หลอมเทยี นตามส่วนผสมและปริมาณท่ตี อ้ งการ ถา้ ยงั ไม่เขา้ ใจให้ไปอ่านท่ี อุปกรณ์และ
เครื่องมือก่อน วธิ ีหาปริมาณเทียนที่ใชต้ ามงานโดยไมห่ ลอมเทยี นมากเกินไป มีวธิ ีตามน้ี ถา้
เป็นถว้ ยหรือโหลแกว้ ใส่น้าลงไปเทา่ ปริมาณที่จะเทเทียน นาน้าไปชง่ั หกั ออก10%เพราะเทยี น
เบากวา่ น้าประมาณ10%นาน้าหนกั ที่ไดไ้ ปชงั่ เทียนมาใชไ้ ดเ้ ลยครบั ถา้ ข้ีเกยี จหรือว่ายุง่ ยากก็
กะเอาแลว้ กนั เดี๋ยวจะเซง็ ซะก่อนท่ีจะทาข้นั ตอ่ ไป

4. เมอ่ื เทยี นหลอมจนใสแลว้ ใส่สีท่ีตอ้ งการลงไป สีเราสามารถใช้ สีเทยี นทเี่ ดก็ ใชร้ ะบายสี

ใส่ลงไปเพือ่ ให้สีไดเ้ พราะสีเทยี นกม็ าจากข้นั ตอนเดียวกบั การทาเทียนทว่ั ไป หรือจะใชส้ ีผงทา
เทียน

ทม่ี ขี าย หรือใชส้ ีทเี่ ป็นเกลด็ เทียนกไ็ ดค้ รับ เมื่อสีละลายดีแลว้ ใส่น้าหอมตามตอ้ งการท้งั
ปริมาณและกล่นิ

5. คอ่ ยๆเทลงในภาชนะท่ีเตรียมไว้ ระวงั เทียนร้อนนะครบั ปรับไส้เทยี นให้อยตู่ รงกลาง
ภาชนะ

เทน้าเทียนให้ไดค้ วามสูงตามตอ้ งการ

6. ท้ิงไวใ้ หเ้ ยน็ ไมค่ วรใส่ตเู้ ยน็ ควรปลอ่ ยใหเ้ ยน็ ลงเองเน้ือเทียนจะสวยกว่าประมาณ4ชว่ั โมง
ทกุ ชว่ั โมงควรเอาไมต้ ะเกียบแทงรอบๆไส้เพื่อไลอ่ ากาศ ไม่ใหเ้ ทียนเป็นโพรงดา้ นใน
เม่ือเทยี นเยน็ ลงเรียบรอ้ ยหลอมเทยี นทีเ่ หลอื ในกา เทเทียนลงกลบหลุมทเี่ กิดข้ึนอีกคร้ัง
วธิ ีการทาเทยี นหอม ”//(2557).//[ออนไลน]์ .//เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://www.legendnews.net
ประโยชน์ของเทียนหอมสมุนไพรไล่ยุง
1. ไลย่ งุ ภายในบา้ น
2. มีกลน่ิ หอม
3. ชว่ ยใหแ้ สงสวา่ ง
4. ป้องกนั การเป็นโรคไขเ้ ลือดออก
5. ต้งั ประดบั เพื่อความสวยงาม

บทท่ี 3
วิธกี ารดาเนินงาน

3.1 การดาเนนิ งาน ระยะเวลาท่ีดาเนินงาน ผ้รู ับผดิ ชอบ
4 ธันวาคม 2564 1 นางสาวกนกนภาเสนาชยั เลขท่ี 11
ตารางท่ี 1 การดาเนินงาน 7 ธนั วาคม 2564 2 นางสาวกานตธ์ ีราทองเจริญเลขที่ 14
3 นางสาวปาริชาตแิ สนโยธะกะเลขที่ 18
การดาเนินงาน 4 นางสาววรัชญาพระภูมิเลขที่ 20
1.กาหนดหวั ข้อโครงงาน
2.เสนอโครงงาน 8 ธันวาคม 2564
- หลกั การและเหตผุ ล 15 ธนั วาคม 2564
- วตั ถปุ ระสงค์ 4 ธนั วาคม 2564 –
- ขอบเขตของโครงงาน 31 ธันวาคม 2564
- ประโยชนท์ ่ีได้รบั
3.รวบรวมข้อมลู 20 ธนั วาคม 2564 –
4.วิเคราะห์ข้อมลู 28ธันวาคม 2564
5.ศึกษาค้นคว้าข้อมลู จากหนงั สอื 1 มกราคม 2564
โครงงานและอนิ เตอร์เน็ต เวป็ ไซต์
6.ศึกษาการใช้ไขถ่วั เหลอื ง
7ศกึ ษาการทาเทียนหอม
8.ทดลองทาครงั้ ท่ี1
9.สร้างสงิ่ ประดษิ ฐ์

10.นาเสนอโครงงานตอ่ ครูผ้สู อน

วสั ดุ
1. ไขถว่ั เหลือง
2. ใบตะไครต้ ากแห้ง
3. ไส้เทยี น
อปุ กรณ์
1.หมอ้
2.ทพั พี
3.แม่พิมพ์
4.มดี
5.เขยี ง
6.อปุ กรณ์ตกแตง่
7.ผ้าขาวบาง
วิธีการทดลอง
1 .นาใบตะไคร้ไปตากแดด

2. หน่ั ใบตะไคร้ตากแห้งเป็นชนิ ้ เลก็ ๆ

3. นาไปตะไคร้ตากแห้งไปต้มในนา้ เดอื ด
4. กรองนา้ ตะไคร้ด้วยผ้าขาวบาง

5. นาไขถ่วั เหลอื งใส่หม้อขนึ้ ตงั้ ความร้อนปานกลาง เคยี้ วไปจนละลายเป็ น
ของเหลว

6. ใส่นา้ ตะไคร้หอม

8. นาไขถ่วั เหลอื งละลายแล้วใส่แม่พมิ พ์และใส้เทียนลงไป
9. แกะเทยี นออกจากแม่พิมพ์และตกแต่งให้สวยงาม
10. ทากล่องบรรจภุ ณั ฑ์

บทท4ี่
ผลการศกึ ษาและอภปิ รายผลการศกึ ษา

ผลการศกึ ษา

จากการท่ีไดศ้ กึ ษาเรื่อง เทยี นหอมสมนุ ไพรไลย่ ุง หลงั จากทไ่ี ดศ้ กึ ษาหาขอ้ มูลไดค้ วามรู้
ดงั ต่อไปน้ี

ตอนท่ี 1 : สรุปความรู้ท่ไี ดร้ บั

จากการทีไ่ ดศ้ ึกษาเร่ือง เทยี นหอมสมุนไพรไลย่ งุ หลงั จากการหาขอ้ มลู กไ็ ดค้ วามรูต้ ่อไปน้ี

1. สรรพคณุ ของสมนุ ไพรไลย่ ุง

1.1 มะกรูดสามารถไล่ยงุ ได้

1.2 ตะไครช้ ่วยเพิ่มกลน่ิ ของเทียนหอมช่วยให้ไล่ยงุ ไดด้ ีข้นึ

1.3 มะกรูดนอกจากการใชป้ ระกอบอาหารแลว้ ยงั สามารถนามาไล่ยุงไดอ้ ีก

1.4 เปลือกสม้ สามารถนามาไล่ยงุ ได้

2 วธิ ีทาเทียน

2.1 เตรียมไส้เทียนโดยนาไส้เทยี นไปชุบน้าเทียนแลว้ ผ่ึงให้แขง็ นาไปใส่ในฐานต้งั เทยี นให้ไส้
เทียนสูงกว่าภาชนะประมาณ1นิ้ว ติดฐานเทียนกบั ภาชนะดว้ ยกาวชา้ งหรือปื นยงิ กาวหรืออะไร
ก็ไดท้ ่มี แี ละนามาตดิ ไดท้ ง้ิ ไวใ้ ห้กาวแห้ง

2.2 เมอ่ื กาวแหง้ ติดแน่นดีแลว้ หาทล่ี ๊อคไสเ้ ทยี นใหต้ ้งั อยตู่ รงกลางและไมห่ ลน่ ลงไปใน

น้าเทยี นเวลาเทเทียนรอ้ นผมใชไ้ มเ้ สียบลูกชิ้นผา่ คร่ึงไม่ใหข้ าดแลว้ หนีบไส้ไวแ้ ทนอุปกรณ์ที่
เหน็ อยู่

2.3 หลอมเทียนตามส่วนผสมและปริมาณทตี่ อ้ งการ ถา้ ยงั ไม่เขา้ ใจใหไ้ ปอ่านท่ี อุปกรณ์
และเคร่ืองมอื ก่อน วิธีหาปริมาณเทยี นทใี่ ชต้ ามงานโดยไมห่ ลอมเทียนมากเกินไป มวี ธิ ีตามน้ี

ถา้ เป็นถว้ ยหรือโหลแกว้ ใส่น้าลงไปเท่าปริมาณทีจ่ ะเทเทียน นาน้าไปชงั่ หกั ออก10%เพราะ
เทยี นเบากวา่ น้าประมาณ10%นาน้าหนกั ทีไ่ ดไ้ ปชง่ั เทียนมาใชไ้ ดเ้ ลยครับ ถา้ ข้เี กยี จหรือว่า
ยงุ่ ยากกก็ ะเอาแลว้ กนั เด๋ียวจะเซง็ ซะกอ่ นที่จะทาข้นั ต่อไป

2.4 เม่ือเทยี นหลอมจนใสแลว้ ใส่สีทต่ี อ้ งการลงไป สีเราสามารถใช้ สีเทียนท่เี ด็กใชร้ ะบายสี

ใส่ลงไปเพื่อใหส้ ีไดเ้ พราะสีเทียนกม็ าจากข้นั ตอนเดียวกบั การทาเทยี นทวั่ ไป หรือจะใชส้ ีผงทา
เทยี นทีม่ ขี าย หรือใชส้ ีทเี่ ป็นเกลด็ เทยี นก็ไดค้ รบั เมื่อสีละลายดีแลว้ ใส่น้าหอมตามตอ้ งการท้งั
ปริมาณและกลิ่น

2.5 ค่อยๆเทลงในภาชนะทีเ่ ตรียมไว้ ระวงั เทียนรอ้ นนะครับ ปรบั ไส้เทียนใหอ้ ยตู่ รงกลาง
ภาชนะเทน้าเทยี นใหไ้ ดค้ วามสูงตามตอ้ งการ

2.6 ทิง้ ไวใ้ ห้เยน็ ไมค่ วรใส่ตูเ้ ยน็ ควรปล่อยให้เยน็ ลงเองเน้ือเทยี นจะสวยกว่าประมาณ4ชวั่ โมง
ทุกชว่ั โมงควรเอาไมต้ ะเกียบแทงรอบๆไส้เพ่ือไล่อากาศ ไมใ่ หเ้ ทยี นเป็นโพรงดา้ นใน เมอื่
เทยี นเยน็ ลงเรียบร้อยหลอมเทยี นทเี่ หลือในกา เทเทยี นลงกลบหลุมทเี่ กิดข้ึนอกี คร้งั

บทท่ี 5

สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

การจดั ทาโครงการเทยี นเจลหอม คร้งั น้ี ซ่ึงมขี ้นั ตอนสรุป ไดด้ งั น้ี
1. ความม่งุ หมายของการศกึ ษาคน้ ควา้
2. สรุปผล
3. อภปิ รายผล
4. ขอ้ เสนอแนะ

5.1 ความม่งุ หมายของการศึกษาค้นคว้า

การจดั ทาโครงการคร้งั น้ีมีจุดมุ่งหมายดงั น้ี
1. เพอื่ ศกึ ษาคน้ ควา้ เร่ืองท่ีสนใจเก่ียวกบั เร่ืองการทาเทียนเจลหอมเพื่อสุขภาพ

2. เพอ่ื ศกึ ษาเทียนเจลหอมทม่ี สี ่วนประกอบของสมุนไพร

3. เพอ่ื ศกึ ษาระยะเวลา และ การใชง้ านเทียนเจลสมนุ ไพร

5.2 สรุปผล

จากผลการจดั ทาโครงการสรุปไดด้ งั

จากการทาเทียนเจลหอม ส่วนประกอบท่ีสาคญั ท่ีมีประสิทธิภาพในการเพิ่มความหอม
คือมะกรูด ตะไครแ้ ละมะนาว ตามลาดบั ส่วนระยะเวลาในการ มะกรูดจะมีประสิทธิภาพการ
ปล่อยกลิน่ ไดเ้ ร็วทีสุด ตะไคร้และมะนาวตามลาดบั นอกจากน้กี ารลดปริมาณลงของกลนิ่
มะกรูดจะปลอ่ ยกล่นิ ไดเ้ ร็วท่ีสุด ตะไคร้และมะนาวตามลาดบั

5.3 อภิปรายผล

ผลการการจดั ทาโครงการ มีประเดน็ ทีจ่ ะนามาอธิปรายผลไดด้ งั น้ี

1. ตะไครน้ ้นั ถือไดว้ า่ เป็นพชื สมุนไพรชนิดหน่ึงที่หาไดง้ า่ ยตามธรรมชาติ หรือในทอ้ งถน่ิ
ชุมชน ซ่ึงสรรพคุณของตะไครน้ ้นั ถือวา่ ใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ากทกุ ส่วยของตะไครเ้ ลย และหน่ึง
ในสรรพคณุ เหลา่ น้นั คือกลิ่นของตะไคร้เป็นกลนิ่ ท่ีไม่พึงประสงคข์ องยงุ ทาใหย้ ุงจะไมม่ าเขา้
ใกลใ้ นบริเวณทีม่ กี ล่ินตะไคร้

2.การทาโครงงานคร้ังน้ีทาใหร้ ูจ้ กั การนาพชื สมนุ ไพรท่หี าไดง้ า่ ยตามธรรมชาติ ทอ้ งถน่ิ มาใช้
ให้เกิดประโยชน์โดยสรา้ งสรรคผ์ ลติ ภณั ฑท์ ่ีสามารถสรา้ งรายได้ และอีกท้งั มขี ้นั ตอนการทาท่ี
ไมย่ งุ่ ยากซบั ซอ้ นอีกดว้ ย

5.4 ข้อเสนอแนะ

5.4.1ในการทดลองคร้งั ต่อไปควรมีการทาเทยี นสมุนไพรท่ีใช้

สมุนไพรชนิดอน่ื ท่ีสามารถใชไ้ ด้ เช่น กระเทียม สะระแหน เป็นตน้

5.4.2การจดั ตกแต่งควรมสี ่ิงตกแตง่ มากกว่าน้ี

5.4.3การทาเทยี นเจลมคี วามรอ้ นสูงควรมอี ุปกรณ์ป้องกนั ทีด่ ี

บรรณานุกรม

https://sites.google.com/site/khorngngantheiynhxm/bth-thi-2

https://sites.google.com/site/theiynhxmliyung/khorng-nganis-reuxng-theiyn-hxm-li-
yung/bth-thi-3-withi-kar-danein-kar

https://sites.google.com/site/khorngngantheiynhxm/bth-thi-4

https://sites.google.com/site/theiynhxmcel/bth-thi5srup-phl-xphi-praph-laea-khx-senx-naea

ประวตั ผิ ู้ศึกษา

ช่ือ-นามสกุล นางสาวกนกนิภา เสนาชยั

วนั เดือน ปี สถานท่ีเกิด 20 ตลุ าคม2547

เกิดที่ 33 ถนนเพาะนิยม ตาบลหมากแขง้ อาเภอเมือง

จงั หวดั อดุ รธานี

ประวตั ิการศกึ ษา ประถมศึกษา โรงเรียนหมากแขง็ อาเภอ ตาบลหมากแขง้

อาเภอ เมือง จงั หวดั อุดรธานี

มธั ยมศึกษาตอนตน้ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ตาบลบา้ นหมากแขง้

อาเภอเมือง จงั หวดั อดุ รธานี

มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย กาลงั ศกึ ษาอยูช่ ้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5/6

โรงเรียนสตรีราชินูทศิ ตาบลบา้ นหมากแขง้ อาเภอเมือง

จงั หวดั อุดรธานี

ช่ือ-นามสกลุ นางสาวกานตธ์ ีรา ทองเจริญ

วนั เดือน ปี สถานท่เี กิด 31 มนี าคม 2548

เกิดที่ 1550 ถนนทหาร อาเภอเมือง จงั หวดั อุดรธานี

ประวตั ิการศกึ ษา ประถมศกึ ษา โรงเรียนหมากแขง็ อาเภอ ตาบลหมากแขง้

อาเภอ เมอื ง จงั หวดั อุดรธานี

มธั ยมศึกษาตอนตน้ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ตาบลบา้ นหมากแขง้

อาเภอเมือง จงั หวดั อดุ รธานี

มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย กาลงั ศกึ ษาอยูช่ ้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท5่ี /6

โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ตาบลบา้ นหมากแขง้ อาเภอเมอื ง

จงั หวดั อุดรธานี

ช่ือ-นามสกุล นางสาวปาริชาติ แสนโยธะกะ
วนั เดือน ปี สถานท่เี กิด 22 กมุ ภาพนั ธ์ 2547
เกิดท่ี33 ถนนเพาะนิยม ตาบลหมากแขง้ อาเภอเมอื ง
ประวตั กิ ารศกึ ษา จงั หวดั อดุ รธานี
ประถมศกึ ษา โรงเรียนบา้ นนาแอง ตาบลนิคมสงเคราะห์
อาเภอเมือง จงั หวดั อุดรธานี
มธั ยมศึกษาตอนตน้ โรงเรียนสตรีราชินูทศิ ตาบลบา้ นหมากแขง้
อาเภอเมอื ง จงั หวดั อุดรธานี
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย กาลงั ศึกษาอยูช่ ้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 5/6
โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ตาบลบา้ นหมากแขง้ อาเภอเมือง
จงั หวดั อุดรธานี

ชื่อ-นามสกุล นางสาว วรชั ญา พนั นาภูมิ

วนั เดือน ปี สถานท่เี กิด 23 เมษายน 2548

เกิดที่ 33 ถนนเพาะนิยม ตาบลหมากแขง้ อาเภอเมอื ง

จงั หวดั อุดรธานี

ประวตั ิการศกึ ษา ประถมศกึ ษา โรงเรียนบา้ นเหลา่ ดอนแตง ตาบลนาขา่

อาเภอเมือง จงั หวดั อดุ รธานี

มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ตาบลหมาแขง้

อาเภอเมือง จงั หวดั อุดรธานี

มธั ยมศึกษาตอนปลาย กาลงั ศกึ ษาอยชู่ ้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 5/6

โรงเรียนสตรีราชินูทศิ ตาบลหมากแขง้ อาเภอเมอื ง

จงั หวดั อุดรธานี

ช่ือ-นามสกลุ นางสาววภิ าภรณ์ ถมสูงเนิน
วนั เดือน ปี สถานท่เี กิด 21 เมษายน 2547
เกิดที่ ถนนโพนิยม ตาบลหมากแขง้ อาเภอเมือง จงั หวดั อุดรธานี
ประวตั กิ ารศกึ ษา ประถมศึกษา โรงเรียนอนุบาลพบิ ูลยร์ ักษ์ ตาบลบา้ นแดง
อาเภอพิบลู ยร์ ักษ์ จงั หวดั อดุ รธานี
มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ โรงเรียนสตรีราชินูทศิ ตาบลบา้ นหมกแขง้
อาเภอเมอื ง จงั หวดั อดุ รธานี
มธั ยมศึกษาตอนปลาย กาลงั ศึกษาอยชู่ ้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5/6
โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ตาบลบา้ นหมากแขง้ อาเภอเมือง
จงั หวดั อดุ รธานี

ช่ือ-นามสกุล กญั ญาณฐั สิงหท์ อง
วนั เดือน ปี สถานที่เกิด 2 กนั ยายน 2547
เกิดท่ี 48 หมูท่ ี2่ แขวงกระทมุ่ ราย เขตหนองจอก
ประวตั ิการศกึ ษา จงั หวดั กรุงเทพมหานคร
ประถมศกึ ษา โรงเรียนชมุ ชนโนนสูง ตาบลโนนสูง อาเภอเมือง
จงั หวดั อุดรธานี
มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ โรงเรียนชุมชนโนนสูง ตาบลโนนสูง
อาเภอเมอื ง จงั หวดั อดุ รธานี
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มธั ยมศกึ ษาปี ท4ี่
โรงเรียนโนนสูงพทิ ยาคาร ตาบลโนนสูง อาเภอเมอื ง
จงั หวดั อดุ รธานี
กาลงั ศึกษาช้นั มธั ยมศึกษาปี ที5่ /6 โรงเรียนสตรีราชินูทศิ
ตาบลหมากแขง้ อาเภอเมอื ง จงั หวดั อุดรธานี

ช่ือเร่ือง 1 นางสาวกนกนภาเสนาชยั เลขที่ 11
ผ้ศู ึกษาค้นคว้า
2 นางสาวกานตธ์ ีราทองเจริญ เลขที่ 14
ระดบั การศึกษา
ครูท่ีปรึกษา 3 นางสาวปาริชาตแิ สนโยธะกะ เลขที่ 18
รายวิชา
ชื่อโรงเรียน 4 นางสาววรชั ญาพระภูมิ เลขที่ 20

ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่5ี /6

ครูวนิดา บญุ พิเชฐวงศ์

ส่ือสารและการนาเสนอ ( Independent Study : IS2 )

โรงเรียนสตรีราชินูทศิ ปี การศึกษาค้นคว้า 2564

บทคัดย่อ

โครงงานเร่ืองเทียนหอมไลย่ ุง เป็นการนาตะไคร้ทเ่ี ป็นสมุนไพรที่มีอยูท่ วั่ ไปตาม
ทอ้ งถ่ินซ่ึงมีสรรพคุณมากมาย สามารถนาตะไครม้ าแปรรูปเป็นเทยี นหอมเพ่อื ไล่ยุงที่เป็น
พาหะนาโรคตา่ งๆมาสู่ร่างกายเราไดค้ ณะผจู้ ดั ทาโครงงานมีความสนใจทีจ่ ะทาผลิตภณั ฑเ์ ทยี น
หอมไลย่ ุงทีท่ าจากตะไคร้ในทอ้ งถนิ่

โดยมวี ตั ถุประสงคใ์ นการจดั ทาโครงงานข้ึนเพอื่ เป็นการศกึ ษาสมนุ ไพรทสี่ ามารถใช้
ป้องกนั ยงุ ได้ เพอ่ื เป็นการนาสมุนไพรมาประยกุ ตใ์ ช้ เพือ่ ใหเ้ กิดความสามคั คีในหมู่คณะและ
เพอ่ื ให้เกิดความคิดจินตนาการอยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละระดมความคิดภายในกลุม่

ชุดคาถาม ระดบั ความพอใจ
นอ้ ย
ปานกลาง ดี ดีเยย่ี ม
1.ความสะดวก ●● ●● ● ●●●●
●●●●
2.ประหยดั เวลา ●●●●

3.ง่ายตอ่ การใช้ ●●●
งาน ●●●●

4.เสียงรบกวน
ขณะใชง้ าน

5.ความปลอดภยั

6.รักษา
ส่ิงแวดลอ้ ม


Click to View FlipBook Version