The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sabaitip-mai-in, 2022-06-16 05:04:18

การอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง

การอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง

การอ่านออกเสียง
ร้อยแกว้ และรอ้ ยกรอง

ความรพู้ ้ืนฐานในการอ่าน

การอ่านในใจ

อา่ นแบบกวาดสายตาทลี ะวลี หรือ การอา่ นออกเสียง

ข้อความส้ัน ๆ โดยไม่ใช้เสียง เพื่อจับ อ่านโดยการเปล่งเสียงตามตัวอักษร
ใจความสาคัญ
และสัญลักษณ์ต่างๆ แบบถูกต้องครบถ้วน

ทกุ คาเพื่อให้ผฟู้ ังเขา้ ใจ

สายตา เสยี ง

ฝึกกวาดสายตาไปตามขอ้ ความ ฝกึ การเปลง่ เสยี งใหด้ งั พอ
ทีอ่ ่านอยา่ งตั้งใจ เพ่อื ใหเ้ กดิ ประมาณ ใชน้ ้าเสียงที่น่าฟงั
และมีจงั หวะการอา่ นทดี่ ี
สมาธใิ นการอา่ น

บคุ ลิกภาพ องค์ประกอบ อารมณ์
การฝกึ อ่านออกเสียง
ปรับทา่ ทางขณะที่อ่านออกเสยี ง ทาความเขา้ ใจเนอื้ หากอ่ นอ่าน
ออกเสียง เพอ่ื สอ่ื อารมณ์
ใหเ้ หมาะสมกบั อิรยิ าบถ ในการอ่านได้อยา่ งเหมาะสม

เพ่ือช่วยใหเ้ กิดความมั่นใจ

การอา่ นออกเสยี งร้อยแกว้

ร้อยแกว้

งานเขียนประเภทความเรียง
เป็นคา หรือข้อความทเี่ รียบเรียงโดย
ไม่บังคับจานวนคาในวรรค หรือ
สมั ผสั คล้องจอง

การอา่ นออกเสียงร้อยแก้ว

หมายถึง การอ่านออกเสียงประเภทความเรียง โดยการ
เปล่งเสียงให้ถูกต้องตามอักขระวิธี น้าเสียง จังหวะเสียงให้
เป็นปกติเหมือนการพูด เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน เพื่อให้ผู้ฟัง
เกิดอารมณ์คลอ้ ยตามไปกบั เร่ืองทอ่ี ่าน

หลักการอ่านออกเสียงรอ้ ยแก้ว

การอ่านออกเสียงร้อยแก้วตอ้ งคานึงถงึ หลกั เกณฑก์ ารอ่านให้ถกู ตอ้ งตามอักขระวธิ ี ดงั นี้
1. อ่านออกเสียงถกู ตอ้ งตามอกั ขระวิธี คือ การออกเสียงตามหลกั เกณฑข์ องภาษาไทย เชน่

- อา่ นออกเสียงควบกลา้
คาที่มพี ยญั ชนะต้นควบกบั ร ล ว เรียงตดิ กนั ประสมดว้ ยสระเดยี วกนั อา่ นออก

เสยี งกลา้ เป็นพยางคเ์ ดยี วกัน เชน่ กร กล กว ขร ขล ขว คว คล คร ผล พร พล ตร

• คาควบแท้ กรีดกราย กลับกลอก ขวกั ไขว่
ไตรต่ รอง
ปลอก พรวน ครอบครวั ขรขุ ระ

•คาควบไม่แท้

คาทม่ี ี ทร แตอ่ อกเสยี งเป็น ซ เชน่ ทรวด ทราบ ทราย อนิ ทรีย์ ทรง ทราม

ออกเสียงเฉพาะพยญั ชนะตวั หนา้ ได้แก่ จ ซ ศ ส เช่น จรงิ ไซร้ เศรา้ สร้อย
เสรมิ ศรทั ธา

อ่านออกเสยี งอกั ษรนา

อักษรนา หมายถึง คาที่มีพยัญชนะ ๒ ตัวประสมอยู่ในสระเดียวกัน เวลาอ่านให้อ่านออก
เสยี งพยางค์หลงั ตามเสียงพยญั ชนะตัวที่นา

คาที่มีพยัญชนะต้นเป็น ห นาพยัญชนะตัวหลัง คือ ง ญ น ม ย ร ล ว ไม่ออกเสียงตัว ห
แตอ่ อกเสยี งพยัญชนะตัวหลงั ให้มเี สียงวรรณยุกต์ตามตวั ห เชน่

หญงิ หรูหรา
หวน่ั ไหว
หล่งั ไหล

คาท่ีมีพยัญชนะตัวหน้าเป็น อ นา ย ไม่ออกเสียง อ แต่เสียงวรรณยุกต์ของพยางค์ออกเสียง
ตามพยัญชนะ อ มี 4 คา ไดแ้ ก่ อยา่ อยู่ อยา่ ง อยาก

ตวั อยา่ งคาท่ีมอี ักษรนา

ตวาด จมูก อนาถ จรวด

ตลอด ฉลาด ถลา ฝรง่ั

เฉลยี ว สมอง สนอง สนุก

2. อา่ นตามความนยิ ม คือ การอา่ นทไ่ี ม่ไดเ้ ป็นไปตามกฎเกณฑ์ เนน้ ความไพเราะ และความนยิ ม

ทว่ั ไป เชน่

- ภรรยาอา่ นว่า พนั – ยา (ตามหลกั ) หรอื พัน – ระ – ยา (ตามความนยิ ม)

- สรรเสรญิ อ่านว่า สัน – เสนิ (ตามหลกั ) หรอื สัน – ระ – เสิน (ตามความนยิ ม)

- ศลี ธรรม อา่ นวา่ สนี – ทา (หมายถงึ ศีล และ ธรรม) หรือ สนี – ละ – ทา

(หมายถงึ ธรรมระดบั ศลี )

3. การอ่านตวั ย่อ ควรอา่ นคาเต็มของคาท่ถี กู ย่อไว้ เชน่

- รร. หมายถึง โรงเรียน เช่น รร.ปทมุ วไิ ล (โรงเรยี นปทมุ วิไล)

- ด.ญ. หมายถึง เด็กหญงิ ก ร ะ ท ร ว ง ก ล า โ ห ม ไ ด้ ง บ ป ร ะ ม า ณ จ า ก

- กห. หมทยถงึ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลงั ปรบั ปรุงกองทัพ 10 ลา้ นบาท

- กค. กระทรวงการคลงั เชน่ กห. ได้งบฯ จาก กค. ปรบั ปรงุ กองทพั 10 ลา้ นบาท อ่านวา่

4. การอ่านตัวเลขและเคร่ืองหมายตา่ ง ๆ มหี ลักการท่แี ตกตา่ งกนั ดงั นี้

ก า ร อ่ า น จ า น ว น เ ล ข ตั้ ง แ ต่ การอ่านตัวเลขที่มีจุดทศนิยม ตัวเลขหน้าจุด
2 หลักข้ึนไป ถ้าเลขตาแหน่งท้าย ทศนิยมอ่านแบบจานวนเต็ม ตัวเลขหลังจุด
เป็น 1 ให้อ่านออกเสียงว่า “เอ็ด” ทศนิยมให้อ่านแบบเรียงตัว เช่น
เช่น
- 1.234 อ่านวา่
- 11 อ่านวา่ สิบ – เอด็ หนึ่ง – จดุ – สอง – สาม – สี่
- 2501 อ่านวา่
สอง – พัน - ห้า – รอ้ ย - เอ็ด - 59.012 อา่ นวา่
หา้ – สบิ – เก้า – จดุ – ศนู ย์ – หน่ึง - สอง

การอา่ นตัวเลขบอกเวลา เชน่
- 23.00 น. อา่ นว่า ย่ี – สิบ –สาม- นา – ลิ – กา
- 6:30:45 อา่ นวา่ หก – นา – ลิ – กา – สาม – สิบ – นา – ที – ส่ี – สิบ – ห้า – วิ – นา - ที

การอ่านบา้ นเลขท่ี
* ถ้ามีตัวเลข 2 หลกั ให้อา่ นแบบจานวนเต็ม แตต่ วั เลขหลงั เครือ่ งหมาย / ให้อา่ นเรยี งตัว เช่น

- บ้านเลขที่ 56/392 อา่ นวา่ บ้าน – เลก – ท่ี – หา้ – สิบ – หก – ทับ – สาม – เก้า – สอง
* ถ้ามี 3 หลักข้ึนไปให้อ่านเรียงตัวหรือจานวนเต็มก็ได้ เต็ม แต่ตัวเลขหลังเครื่องหมาย / ให้อ่านเรียงตัว
เช่น

- บา้ นเลขท่ี 653/21 อา่ นวา่
บ้าน – เลก – ที่ – หก – ห้า – สาม – ทับ – สอง – หนึ่ง หรือ
บ้าน – เลก– ที่ – หก – ร้อย – หา้ – สิบ – สาม – ทบั - สอง – หน่ึง

การอ่านเครอื่ งหมายไปยานน้อย ใหอ้ ่านคาเตม็ ทย่ี ่อไว้ เช่น
- กรงุ เทพฯ อ่านว่า กรงุ เทพมหานคร
- โปรดเกล้าฯ อา่ นว่า โปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม
- ทูลเกล้าฯ อา่ นวา่ ทลู เกลา้ ทลู กระหม่อม

การอา่ นเครอ่ื งหมายไปยาลใหญ่
* เครื่องหมาย ฯลฯ อยูท่ ้ายขอ้ ความให้อา่ นวา่ ละ หรือ และอื่น ๆ เช่น

ฉนั มเี สอ้ื ผา้ กระเปา๋ เคร่อื งสาอาง ฯลฯ อา่ นว่า
- ฉนั มเี สอื้ ผ้า กระเปา๋ เคร่ืองสาอาง ละ
- ฉันมเี ส้อื ผา้ กระเป๋า เครื่องสาอางและอืน่ ๆ

* เครื่องหมาย ฯลฯ อยู่ตรงกลางขอ้ ความ ให้อ่านว่า ละถงึ เช่น
พยัญชนะไทย 44 ตัว มี ก ฯลฯ ฮ อ่านว่า พยญั ชนะไทย 44 ตวั มี ก ละถงึ ฮ

5. การอา่ นชอื่ เฉพาะ เช่น สถานที่ ถนน ตาบล ชื่อบุคคล ช่ือสกลุ ต้องอ่านตามความ
ตอ้ งการของผเู้ ป็นเจ้าของ เชน่

- จตุรพักตรพิมาน อ่านว่า จะ – ตุ – ระ – พกั – พิ – มาน (ชอ่ื อาเภอในจงั หวัด
รอ้ ยเอด็ )

- บ้านแพรก อา่ นว่า บ้าน – แพรก (ชอ่ื อาเภอในจงั หวดั ลพบุรี)
- กันตวจรมวล อา่ นว่า กนั – ตวด – ระ – มวน (ช่ืออาเภอในจงั หวดั สรุ นิ ทร์)
- จติ รลดารโหฐาน อา่ นวา่ จิด – ละ – ดา – ระ – โห – ถาน

- ราชบัณฑิตยสถาน อา่ นวา่ ราด – ชะ – บนั – ดดิ – ตะ – ยะ – สะ - ถาน

การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรอง

ร้อยกรอง

เป็นบทประพันธ์ท่ีแต่งตามลักษณะ
ข้อบังคับของฉันทลักษณ์ ร้อยกรอง
แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 6 ประเภท คือ
โคลง ฉนั ท์ กาพย์ กลอน รา่ ย ลลิ ติ

การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง

หมายถึง การอ่านบทร้อยกรองแต่ละประเภทให้ไพเราะ
ตามลลี าอารมณ์ ทานองฉันทลักษณ์ของรอ้ ยกรองประเภทน้ัน ๆ
โดยผู้อ่านต้องฝึกฝนทักษะการอ่าน ฝึกการใช้น้าเสียง เพ่ือให้
ผฟู้ งั เกดิ อารมณ์ จนิ ตนาการตามเรอื่ ง

หลกั การฝกึ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง

การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองให้ถกู ตอ้ ง ไพเราะ ควรคานงึ ถึงหลกั การอา่ น ดงั นี้

1. ฝกึ อ่านให้ถกู ตอ้ งตามทานองและลลี าของลกั ษณะคาประพนั ธ์
2. ฝึกอา่ นออกเสยี งอักขระ คาควบกลา้ ให้ถูกต้องชดั เจน
3. ฝกึ อ่านเอือ้ เสยี งสัมผัส เพื่อให้เกดิ ความไพเราะ เชน่

- ข้าขอเคารพอภวิ ันท์ คาว่า อภิวันท์ ตอ้ งอา่ นว่า อบ – พิ – วนั เพื่อเออื้ เสยี งให้สมั ผัส
กบั คาว่า เคารพ

- มิใชจ่ กั ลมื คณุ กรณุ า คาว่า กรุณา ต้องอา่ นวา่ กะ – รนุ – นา เพือ่ เอื้อเสียงให้สัมผสั
กับคาว่า คุณ

4. ฝึกอ่านให้เต็มเสียงและต่อเนื่อง ไม่ขาดเป็นห้วง ๆ ฝึกสอดแทรกอารมณ์ให้
เหมาะสมกบั เนื้อเร่อื ง

5. ฝึกอ่านเว้นวรรคตอนให้เหมาะสมกับเนื้อหา บางครั้งต้องอ่านรวบคา หรือผ่อน
เสยี งตามเนือ้ หา เช่น

- แขกเตา้ จบั เตา่ รา้ งร้อง ตอ้ งอา่ นว่า แขกเตา้ /จับเตา่ รา้ ง/รอ้ ง
หมายถึง นกแขกเต้าจบั ต้นเตา่ ร้างส่งเสียงร้อง

**ถา้ หากอ่านเวน้ วรรคตอนผดิ ความหมายจะผดิ ไปจากเดมิ **

6. ฝึกอ่านจากครูผู้สอนท่ีมีทักษะในการอ่านท่ีถูกต้อง หรือฝึกอ่านจากอุปกรณ์บันทึกเสียง
จะชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจศลิ ปะการออกเสียง เช่น การเอ้ือน การหลบเสียง การคร่ันเสียง การกระแทกเสียง
การทอดเสียง

- การเอ้ือน หมายถงึ การลากเสียงใหเ้ ข้ากับจงั หวะและไว้หางเสยี งเพอ่ื ความไพเราะ
- การหลบเสียง หมายถึง การปรับระดับเสียงท่ีสูงเกินไปหรือต่าเกินไปให้พอดีกับระดับ
เสยี งของตน
- การครั่นเสียง หมายถึง การทาเสยี งสะเทือน ให้สะดุด ฟังแล้วรสู้ ึกเศร้าสร้อย
- การกระแทกเสียง หมายถึง การกระชากเสียงให้ดังกว่าปกติ เพ่ือแสดงอารมณ์ของบท
อ่าน เช่น โกรธ ไม่พอใจ หรือต้องการเน้นเสียงให้เห็นถึงเน้ือความท่ีเป็นการแสดงความรวดเร็ว
ว่องไว รุนแรง
- การทอดเสยี ง หมายถึง การผอ่ นเสยี งคลายจังหวะให้ชา้ ลง

THANKS


Click to View FlipBook Version