The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดความรู้ไก่ดำภูพาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cchulawat, 2021-08-07 05:52:16

ชุดความรู้ไก่ดำภูพาน

ชุดความรู้ไก่ดำภูพาน

สารบญั หนา

บทนำ 1
ท่ีมาของไกดำภพู าน 1
ลักษณะพันธไุ กดำภพู าน 2
รูปแบบการเลี้ยง 3
อปุ กรณภ ายในโรงเรอื น 4
ความตองการอาหารของไกดำภูพาน 5
การใหอาหาร 5
การผสมพนั ธุ 6
การฟก ไข 6
การจดั การไกด ำภพู าน 7
การดแู ลสขุ ภาพไกด ำภูพาน 9
โรคท่ีสำคญั ในไกด ำภพู าน 10

สารบญั ๒

บทนำ หนา
ทม่ี าของไกด ำภูพาน
ลกั ษณะพนั ธุไ กดำภพู าน 1
รูปแบบการเลยี้ ง 1
อุปกรณภ ายในโรงเรอื น 2
ความตองการอาหารของไกด ำภพู าน 3
การใหอาหาร 4
การผสมพันธุ 5
การฟกไข 5
การจดั การไกดำภูพาน 6
การดูแลสขุ ภาพไกดำภพู าน 6
โรคทส่ี ำคัญในไกด ำภูพาน 7
9
10

ชุดความรู้ การเล้ียงไกด่ ำภพู าน



ไก่ดำภพู าน
(Phuphan Black bone Chicken )

1.บทนำ

ไกดำ (ชื่อภาษาอังกฤษ : Phuphan Black bone Chicken,ชื่อทางวิทยาศาสตร : Gallus gallus)
จัดถือไดวาเปนอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพ เหมาะสำหรับผูปวย คนชรา คนทองและ หลังคลอด หรือผูตองการ
บำรุงสุขภาพโดยเชื่อวาไกดำ ถาบริโภคสม่ำเสมอจะชวย สรางความแข็งแรงใหแกรางกาย ทำใหสมองแจมใส
กระชุมกระชวย เสริมสราง สมรรถภาพการทำงานของรางกาย จากความเชื่อนี้จึงทำใหไกดำเปนที่นิยมกัน
อยาง แพรหลายในปจจุบัน ทั้งการบริโภคเปนตัวหรือการทำเปนซุปไกสกัดที่มีจำหนาย โดยทั่วไป ดวยความ
นิยมในการบริโภคทำใหไกดำมีราคาที่สูงกวาไกพื้นเมืองหรือ ไกเนื้อทั่วไป ภายใตระบบการจัดการเลี้ยงใน
รูปแบบเดียวกนั
2.ที่มาของไกดำภูพาน

การเลี้ยงไกดำภูพานเริ่มขึ้น เมื่อพ.ศ.2545 จากการท่ีกรมปศุสัตวไดมีการนำไกดำจากสาธารณรัฐ
ประชาชนจีนเขามาเลี้ยงที่จังหวัดสกลนคร โดยริเริ่มเพาะพันธุในโครงการสงเสริมอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว
ในสมเดจ็ พระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ และ ไกดำไดสรางความสนใจ ใหแกเกษตรกรไดระยะหน่ึงแลว
จึงเงียบหายไป ตอมาคุณชูชีพ หาญสวัสดิ์ ครั้งเมื่อดำรงตำแหนงรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ
ไดมาเยี่ยมศูนยฯ ภูพานจึงมีแนวคิดหาสิ่งใหมๆ ใหเกษตรกรเลี้ยง เกษตรกร สามารถเลี้ยงงาย ตนทุนต่ำ
พอเพยี งในครอบครัวดังน้นั จงึ เล็งเห็นการเพาะเลี้ยงไกดำ เพราะไกดำขายไดร าคาดกี วา ไกพน้ื เมอื งธรรมดา

ชุดความรู้ การเล้ยี งไกด่ ำภพู าน



ศูนยศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยงานศึกษาและพัฒนาดานปศุสัตวได
เริ่มตนการพัฒนาไกดำโดยการนำไกดำ ๕ ตัวเปนไกลูกผสมมาผสมพันธุแบบ inbreed การศึกษาและพัฒนา
ไกดำภูพานใชระยะเวลาทั้งหมด ๓ ชั่วรุน จึงไดไกดำที่ตรงตามลักษณะที่ตองการ คือ ขนดำ หนังดำ แขงดำ
เนื้อเทาดำ และกระดูกเทาดำ น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่เพศผูมีน้ำหนัก ตัวอยูที่ ๓.๐๐ กิโลกรัม เพศเมีย ๑.๕๐
กิโลกรัม ใหไขจำนวน ๓ - ๔ ชุด/ป ชุดละ ๑๐-๑๕ ฟอง/ตัว สามารถฟกไขและเลี้ยงลูกดวยตัวเองได มีความ
ทนทานตอโรคและสภาพแวดลอมไดดี อีกทั้งและอุดมไปดวยคุณคาทางโภชนาการที่มีประโยชนตอรางกาย
ผูบริโภค โดยพบวามีสารสีดำ“เมลานิน” จำนวนมากในไกดำภูพาน ซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยพบวาสารเมลา
นิน เปนสารตานอนุมูนอิสระตัวหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติในการชะลอความชราของเซลลและออกฤทธิ์ในการตาน
เซลลมะเร็ง จึงทำใหผูที่บริโภคไกดำไดรับสารอาหารที่มากกวาไกทั่วไป และจัดเปนอาหารเพ่ือ
สุขภาพ เหมาะสำหรับบำรุงรางกาย หญิงมีครรภ เด็ก ผูปวยและผูสูงอายุ ซึ่งสอดคลองกับหลักโภชนาการ
ทางเลือก“โภชนศาสตรบ ำบัด” คอื การบรโิ ภคเพอ่ื การปองกนั และรกั ษาโรค

จากเหตุผลดังกลาวจึงทำใหไกดำภูพาน เปนไกกระดูกดำที่ไดรับความนิยมของประชาชนและ
เกษตรกรในการนำไปเลี้ยงเพื่อบริโภคและเพื่อจำหนายกดำภูพานมีคุณสมบัติโดดเดนกวาไกดำสายพันธุอื่น
ที่นำเขามาเลี้ยงในประเทศไทย และมีการปรับตัวเขากับสภาพการเลี้ยง การจัดการของเกษตรกรที่มีฐานะ
ยากจนไดเปนอยางดี เปนไกที่เลี้ยงงาย โตเร็ว ปลอยใหหากินอิสระได หากินเกง ฟกไขและเลี้ยงลูกไดเอง
เนื้อแนน รสชาติอรอยและมีประโยชนตอรางกาย จึงทำใหมีผูสนใจนำไปเลี้ยงและขยายพันธุเปนจำนวนมาก
ซึ่งหากเกษตรกรนำไปเลี้ยงไวในครอบครัว สามารถเลี้ยงไวเพื่อการบริโภค เปนแหลงอาหารโปรตีนภายใน
ครัวเรือนและสามารถจำหนายสรางรายไดพอสมควรใหเกษตรกรผูเลี้ยงและเปนการสรางความมั่นคงทาง
อาชพี และความมัน่ คงทางอาหารอกี ดวย
3.ลกั ษณะพนั ธุไ กดำภพู าน

ไกดำภูพานในปจ จบุ นั นั้น มีทงั้ หมด 3 สายพนั ธุ ไดแก ไกดำภูพาน 1 ,ไกดำภพู าน 2 และไกดำภูพาน
3 ทง้ั นป้ี จจบุ นั ศนู ยศกึ ษาและพฒั นาชมุ ชนสระบุรเี พาะเลีย้ งไกดำภูพาน 1 โดยมลี กั ษณะดังน้ี

ชดุ ความรู้ การเลีย้ งไกด่ ำภพู าน



เพศผู ขนสีดำ สรอ ยแดง ตาสีดำ หงอนกุหลาบหรอื หงอนถวั่ จะงอยปากดำ แขงดำ เลบ็ ดำ หนงั ดำ
เน้ือดำ และกระดูกดำ นำ้ หนักตวั เตม็ วัยเฉลี่ย 2.5 – 3.0 กิโลกรมั มคี วามสมบรู ณพนั ธุ แข็งแรงทนทานตอ
สภาพแวดลอ มไดด ี

เพศเมีย ขนสีดำ หงอนกุหลาบหรือหงอนถั่ว จะงอยปากดำ ตาสีดำ แขงดำ เล็บดำ หนังดำ
เนื้อดำ และกระดูกดำ น้ำหนักตัวเต็มวัยเฉลี่ย 1.5 -2.0 กิโลกรัม เริ่มออกไขเมื่ออายุ 21 – 22 สัปดาห
น้ำหนักไขฟองแรกเฉลี่ย 30 – 35 กรัม ใหไข 3 – 4 ชุด/ป ชุดละ 10 – 15 ฟอง/ตัว เปลือกไข สีน้ำตาล
มีความทนทานตอดรคระบาด สามารถฟก ไขแ ละเลยี้ งลูกไดเอง
4.รปู แบบการเลย้ี ง

ชดุ ความรู้ การเลยี้ งไกด่ ำภพู าน



รปู แบบการเล้ยี งไกด ำภพู าน ปจ จุบนั มรี ูปแบบการเลี้ยงทเี่ ปน นิยม อยู 3 แบบ ดังตอไปน้ี
๑. การเลีย้ งแบบปลอย เปนวธิ ที น่ี ิยมเลี้ยงกนั มาก ตามชนบท ซงึ่ ผูเ ลี้ยงจะ สรางเลาขนาดเล็กไว ใหไก
ไดหลับนอนเฉพาะกลางคืน และปลอยไกออกหากินอยาง อิสระ ในตอนเชา โดยเกษตรกรอาจใหขาวเปลือก
ปลายขาว หรือเมล็ดธัญพืชตางๆ ชวยใหไกเจริญเติบโตไดดีขึ้น การเลี้ยงแบบปลอยนี้จะชวยใหไกไดออกกำลัง
กาย มีสุขภาพที่แข็งแรง แตตองมั่นใจวาพื้นที่ ที่ปลอยจะไมมีไกพื้นเมือง อยูบริเวณ ใกลเคียง เพราะอาจมี
ปญหาในการผสมพันธุถาไกดำภูพานผสมกับไกพื้นเมือง อาจทำใหลูกที่ไดมีลักษณะไมตรงตามความตองการ
๒. การเลี้ยงแบบกึ่งขังกึ่งปลอย เปนการเลี้ยงที่พัฒนามาจากการเลี้ยงไกแบบ ปลอยมากักขังบางใน
บางชวง โดยการสรางเลาไกใหมีขนาดกวางขึ้น มีรั้วลอม กั้นกันไมใหไกออกไปหากินไกลๆ จัดหาน้ำและ
รางอาหารไวใหไ ก รูปแบบการเล้ียงน้ี ถอื ไดวา เปนวิธกี ารเลย้ี งที่ดแี ละเหมาะสมทีส่ ุด
๓. การเลี้ยงแบบขังเลา โดยเกษตรกรตองสรางเลาไกที่สามารถกันแดดกันลม และฝนไดควรมีรังไข
วางเปนจุด ตามมุมหรือฝาเลา พรอมจัดหาอาหารและน้ำ ใหไกไดกินตลอดเวลา การเลี้ยงแบบขังเลา สามารถ
ปองกันโรคระบาดไดด ี
ปจจุบัน ศูนยศึกษาและพัฒนาชุมชนสระบุรี โดยฐานเรียนรูคนรักษสุขภาพ ดำเนินการเลี้ยงไกดำ
ภูพานในรูปแบบที่ 2 การเลี้ยงแบบกึ่งขังกึ่งปลอย โดยมีโรงเรือนเลาไก ภายในมีเลาไกสำหรับอนุบาลไกขนาด
เล็ก แมไก และไกท ี่ปว ยเปนสดั สวนชัดเจน ตลอดจนพ้ืนทโ่ี รงเรือนเปน สองสวนหลกั นอกจากน้ีมีพ้ืนท่ีเช่ือมตอ
กบั แปลงพืชรวม โดยมีการกั้นร้วั ตาขา ยไว สำหรับใหไ กด ำภพู านทเี่ พาะเลี้ยงออกหากินไดอยา งเปนอสิ ระ โดยมี
การใหอาหารเพ่ิมเติม เชน ขา วเปลือกผสมอาหารเมด็ ใหท กุ วนั

ภาพโรงเรอื นไกด ำภูพาน ศนู ยศ กึ ษาและพฒั นาชมุ ชนสระบรุ ี
5.อุปกรณภ ายในโรงเรอื น

ชดุ ความรู้ การเลี้ยงไกด่ ำภพู าน



โรงเรือนไกดำภูพานจำเปนตองมีอุปกรณสำหรับสัตวใหเหมาะสมกับสัตวและการเจริญเติบโตของ
สัตวในแตละระยะของสัตวไ ดแ ก

๑. ระบบไฟฟา , หลอดไฟแสงสวาง, โคมไฟกก, หลอดไฟกก
๒. ถาดอาหาร , รางนำ้ , รางอาหาร
3. รงั ไข สำหรบั ใหแมไกก กไข
4. ระบบการใหน ำ้ และถงั นำ้ สำรอง
5. อุปกรณส ำหรบั เก็บกวาดมลู ไก และทำความสะอาดในพน้ื ทโี่ รงเรอื น เชน ไมกวาด คราด ทต่ี กั
6. หอ งสำหรับเกบ็ อปุ กรณใ ชง านตา งๆ ในโรงเรอื นไกดำภพู าน

6. ความตองการอาหารของไกด ำภูพาน
อาหารเปนปจจัยสำคัญในการเจริญเตบิ โตและการใหผลผลิตของไกอาหารที่มี คุณภาพดีเหมาะสมกับ

ความตอ งการของไกแ ตล ะชว งอายุ และขนาด ซ่ึงอาหารทไ่ี กด ำภพู านตอ งการแบง ได ๖ ประเภท คือ
๑. คารโบไฮเดรต เพื่อนำไปสรางพลังงาน ใชในการเดินการวิ่งอาหารประเภทนี้ ไดจากรำ ปลายขาว

ขาวโพด ขา วเปลือก กากมันสำปะหลัง
๒. โปรตีน เพื่อนำไปสรางเนื้อเยื่อที่จำเปนตอการเจริญเติบโต ซอมแซมสวนตาง ๆ ของรางกาย และ

ใชในกระบวนการสรา งไข และเน้ือ อาหารประเภทน้ไี ดจากแมลง ไสเ ดือน ปลา ปลาปน
๓. ไขมัน อาหารที่ใหพลังงานสูงกวา คารโบไฮเดรต นำไปสรางความรอน ใหรางกายอบอุน ซึ่งไดจาก

น้ำมนั พืชตา งๆ ไขสตั วน้ำมันหมกู ากงา
๔. แรธาตุ ไกตองการอาหารแรธาตุไปสรางกระดูก เลือด และเปลือกไข แรธาตุตางๆ ไดจากเปลือก

หอยปน กระดกู ปน
๕. วิตามิน สรางความแข็งแรง และกระปรี้กระเปราแกรางกาย สรางความ ตานทานโรค และบำรุง

ระบบประสาท แหลง ของวิตามิน ไดแ ก หญาสดใบพืชตระกูลถ่ัว ขาวโพด รำขา ว ปลาปน ฯลฯ
๖. น้ำ เปนสิ่งจำเปนที่สุด ในรางกายไกมีน้ำ ๖๐ - ๘๐ เปอรเซ็นตถาขาดน้ำ ไกจะตายภายใน ๒๔

ชัว่ โมง จะตอ งมนี ้ำทสี่ ะอาดใหไกก ินตลอดเวลา
7.การใหอ าหาร

ในการใหอาหารไกด ำภูพานนน้ั หลักสำคัญคอื เกษตรกรหรือผูดูแลเพาะพนั ธุน ัน้ จะตองเอาใจใสดแู ลใน
การเลี้ยงไก สามารถดำเนินการไดดังน้ี

๑. ใหน้ำสะอาดตั้งไวใหไกกินตลอดวัน และคอยเปลี่ยนน้ำทุกๆ วัน ในกรณีเปนรางใหน้ำอัตโนมัติ
จะตองดคู วามสะอาดของรางใหน ำ้ ไมใหม เี ศษอาหารหรอื ตะไครต ิดคา งบนราง

ชดุ ความรู้ การเลี้ยงไกด่ ำภพู าน



๒. ใหอาหารทุกเชา และเย็น เพิ่มเติมจากอาหารที่ไกห ากินไดตามปกติเชน ปลายขาว รำขาว ขาวโพด
ปน ปลาปน ขาวเปลือก กากถวั่ กากมะพรา ว หัวอาหารไก สำเร็จรปู ชนดิ เม็ด หรอื การใหหวั อาหารไกส ำเรจ็ รปู
ผสมลงในรำขาวหรือปลายขาว หรือขาวเปลือกเปนวิธีการที่สะดวกที่สุด เกษตรกรสามารถหาซื้อไดงายและ
ผสมเอง ไดช วยใหไ กเจรญิ เตบิ โตรวดเร็วข้ึน

๓. มีเปลอื กหอยปน และเศษหนิ ตง้ั ทง้ิ ไวใ หไ กก นิ เพื่อเสรมิ แคลเซยี มและชวยบด ยอยอาหาร
๔. ใหหญาสด ใบกระถิน หรือผักสดใหไกกินเปนประจำ กรณีที่พื้นที่ใกลเคียงสามารถหาอาหารเสริม
แบบดังกลา วได

การใหน ำ้ โดยทอรางนำ้ อัตโนมตั ิแกไกด ำภพู าน
8.การผสมพนั ธุ

ใชวิธีผสมแบบธรรมชาติ ๑ ตอ ๑ คือ ใชพอพันธุ ๑ ตัว ตอ แมพันธุ ๑ ตัว หรือผสม แบบใชพอหนึ่ง
ตัวผสมกบั แมหลายตัว เชน ใชพ อ พันธุ ๑ ตัว ตอ แมพ ันธุ ๕ - ๘ ตวั

9.การฟก ไข รปู แบบการใหไ กพ อพนั ธอุ ยรู วมกับแมพนั ธุไกด ำภพู านเพ่อื ผสมพนั ธุ

ชดุ ความรู้ การเลี้ยงไกด่ ำภพู าน



แมไกดำภูพานจะเริ่มใหไข เมื่ออายุประมาณ ๖ - ๘ เดือน ใหไข ๓ - ๔ ชุด/ป ชุดละ ๑๐ - ๑๕ ฟอง/
ตัว แมไกเม่ือไขหมดชุดแลวก็จะเริ่มฟกไข กอนจะใหแมไกฟกไข ควรฆาไรและเหาบนตัวไกเสียกอน โดยจับแม
ไก จมุ น้ำยาฆาไร เหา ทง้ั นี้เพอ่ื ปองกนั ไร และเหารบกวนแมไ กใ นขณะกกไข

การฟกไขนั้น ในเวลากลางคืนแมไก จะนอนกกไขตลอดคืน และออกหากิน ในเวลาเชา ตอนกลางวัน
แมไกจะข้นึ กกไข แลวลงจากรงั ไขอ อกหากินสลับกันไป แลวจะกลับมากกไขอีก เมอ่ื แมไ กฟ กไข ไปไดประมาณ
๕ - ๗ วัน ควรเอาไข มาสองดูเชื้อใชกระดาษแข็งมามวน เปนรูปกระบอก เอาไขไกมาชิดที่ปลาย ทอดานหนึ่ง
แลวยกข้ึนสอ งดูกับแสงแดด ไขที่มีเชื้อจะเห็นจดุ ดำอยูขางในและมี เสนเลือดสีแดงกระจายออกไป สวนไขที่ไม
มีเชื้อจะใสไมเห็นเสนเลือดตองคัดออก และเอาไปกินได ซึ่งจะเปนการชวยใหแมไ กฟกไขที่มีเชื้อที่เหลอื ไดด ีข้ึน
และได ลูกไกมากข้ึน แมไ กจะใชเ วลาฟก ไขจ นออกเปน ตวั ประมาณ ๒๑ วนั เมื่อลกู ไกฟกออกหมดแลว ควรเอา
ฟางที่รองรังไขร วมทง้ั เปลือกไขเ ผาทิ้งเสีย และทำความสะอาดรังไขส มำ่ เสมอ

ไขไ กดำภูพานและการฟก ไกโดยแมพ นั ธุ
10.การจัดการไกดำภพู าน

10.1 การเลีย้ งดไู กเ ลก็
เปนการเลี้ยงไกแบบพื้นบาน เลี้ยงโดยใหแมไกทำหนาที่ในการกกและเลี้ยง ลูกเอง จนลูกไก

อายุ ๖ - ๘ สัปดาหจึงปลอยใหล กู ไกอ อกหากินเองแยกจากแมไ ก ในชว งสัปดาหแรกลูกไกย ังไมแ ข็งแรง ควรใช
สมุ ครอบหรือขังกรงแมไกกบั ลกู ไกไ ว โดยใหอ าหารและนำ้

การอนุบาลไกเล็ก ในกรณีใชตูฟกไข หรือการแยกลูกไกออกจากแมไก เพื่อให แมไกไดไขเร็ว
ขึ้น หรือซื้อลูกไกมาเลี้ยง ลูกไกตองการความอบอุน จำเปนตองมีการกกลูกไก โดยใชหลอดไฟฟาขนาด
๑๐๐ วตั ต แขวนสูงจากพนื้ ขน้ึ อยกู บั สภาพอากาศ และตองระวงั ไมใ หล มโกรก ลกู ไกจ ะตอ ง มอี าหารและน้ำให
กนิ ตลอดเวลา พน้ื คอก รองพ้นื ดวยแกลบหนา ๕ เซนตเิ มตร และเปล่ียนแกลบทุก ๑ เดือน

ชดุ ความรู้ การเลี้ยงไกด่ ำภพู าน

๑๐

การอนุบาลไกด ำภพู านแบบพืน้ บา น ใหไกแ มพ ันธอุ นบุ าลไกเล็ก
10.2 การเล้ียงไกร นุ

ไกชวงอายุ ๘ - ๑๖ สปั ดาห การเลี้ยงไกในชวงน้ไี มตอ งดแู ลมาก เพราะถา เลี้ยงแบบปลอยไก
สามารถหาอาหารกินเองได เกษตรกรเพียงแตใหอาหารในตอนเชา หรือเย็นเทานั้น หรือถาการเลี้ยงเพ่ือ
ตองการจำหนายเปนไกเนื้อจำเปนที่จะตอง ดูแลเอาใจใสเรื่องอาหาร เกษตรกรควรทราบความตองการโภชนา
และปริมาณ อาหารในแตละวันของไก เพื่อการเจริญเติบโตที่เร็ว ไกควรมีน้ำที่สะอาดกินตลอด เวลา ไกที่อายุ
๔ - ๕ เดือน เปนชวงที่สามารถจับจำหนายเปนไกเนื้อได น้ำหนัก ประมาณ ๐.๘ - ๑.๒ กิโลกรัม ซึ่งไกมีขนาด
และน้ำหนักตรงกับความตองการของตลาด การอนุบาลไกเล็ก ในกรณีใชตูฟกไข หรือการแยกลูกไกออกจาก
แมไ ก เพ่อื ให แมไ กไดไ ขเ ร็วข้ึน หรอื ซ้อื ลกู ไกม าเล้ียง ลกู ไกต องการความอบอุน จำเปนตอ งมกี ารกก ลกู ไก โดย
ใชหลอดไฟฟาขนาด ๑๐๐ วัตต แขวนสูงจากพื้นขึ้นอยูกับสภาพอากาศ และตองระวังไมใหลมโกรก ลูกไก
จะตอง มีอาหารและน้ำใหกินตลอดเวลา พื้นคอก รองพื้นดวยแกลบหนา ๕ เซนติเมตร และเปลี่ยนแกลบทุก
๑ เดือน

10.3 การเลี้ยงไกพ อ แมพ นั ธุ
การเลีย้ งไวเ พอ่ื ขยายพนั ธุ จะตองเลีย้ งแบบควบคุมอาหารโดยการปรับลด อาหารท่ีใหโปรตีน

และพลังงานที่ไปบำรุงการเจริญเติบโตลง แตไปเพิ่มอาหารจำพวก เมล็ดธัญพืชมากกวา การคัดเลือกพอแม
พนั ธุ โดยใชหลักเกณฑด งั น้ี

๑. ลักษณะพอพันธุ จะตองมีรูปรางสมบูรณแข็งแรง อายุตั้งแต ๙ เดือน แตไมเกิน ๓ ป
และมีนำ้ หนัก ตง้ั แต ๒.๕ กโิ ลกรัมข้นึ ไป

๒. ลักษณะแมพ ันธุ จะตองมีรปู รา งสมบูรณแขง็ แรง อายุต้งั แต ๗ เดอื น แตไมเ กิน ๓ ป ใหไข
ชุดละ ๑๐ - ๑๕ ฟอง เลย้ี งลูกเกง มนี สิ ัยไมดรุ ายหรอื จิกตลี ูกไกของตัวอ่ืน

ชดุ ความรู้ การเลี้ยงไกด่ ำภพู าน

๑๑

๓. พอพันธไุ ก ๑ ตวั สามารถคุมฝงู เพ่อื ผสมพันธุแมไกไดไ มเ กิน ๖ - ๑๐ ตวั และไมค วรใหคุม
ฝงู นานเกินไป เพราะจะทำใหเกิดปญหาเลือดชิดในฝงู ได

ภาพ : พอพนั ธไุ กด ำภพู าน

11.การดูแลสขุ ภาพไกดำภพู าน

11.1 โปรแกรมการใหว คั ซีน

ลำดับที่ วคั ซีนทใี่ หสำหรบั ไกดำ อายุไกท่ีใหว คั ซนี รปู แบบการใหว คั ซนี
อายุ ๑ และ ๓๐ วนั การหยอดจมกู
1. วัคซนี นวิ คาสเซลิ (ทำซำ้ ทุกๆ ๓ เดือน)
ไกอ ายุ ๑๔ วนั การแทงปก (ปละ ๑ คร้งั )
2. วัคซนี ฝด าษไก ไกอายุ ๑ เดือน ฉดี เขากลา มเนอื้
3. วัคซนี อหิวาตไ ก (ทำซ้ำทุกๆ ๓ เดอื น)
ไกอ ายุ ๗ วนั โดยการหยอดจมูก
4. วัคซนี หลอดลมอักเสบ (ทำซ้ำทกุ ๆ ๓ เดอื น)

ชุดความรู้ การเล้ยี งไกด่ ำภพู าน

๑๒

ตัวอยา งวคั ซนี สำหรับใหไกด ำภพู านตามระยะเวลาที่กำหนด
11.๒ การสุขาภิบาล

๑. ดูแลความสะอาดภาชนะ อุปกรณตางๆ ที่อยูในโรงเรือนและ บริเวณใกลเคียงดวย
น้ำสะอาดและ ยาฆาเชื้อโรคทกุ วนั

๒. ลักษณะโรงเรือนตองระบาย อากาศไดดี ปองกันลมโกรก หรือ ฝนสาด ดานหนาประตู
เขา โรงเรอื นตอ งมอี า งนำ้ ยาฆาเชอื้ สำหรบั จุม เทา กอนเขา โรงเรือน

๓. ไกจะตองไดรับอาหารและน้ำที่สะอาด ตองประมาณอาหารที่ใหในแต ละวันใหพอดีกับ
ความตอ งการของไกไ มควรเหลือสะสมไว น้ำควรเปลย่ี นเชา - เย็น ทกุ วนั

๔. กรณีไกปวยควรแยกไกปวยออกจากฝูง เพื่อปองกันการระบาดไปยังไกตัวอื่น ในฝูง ๑ ถา
ไกปว ยตายควรเผาหรอื ฝง ซากทันที

๕. ชวงอากาศเปลีย่ นแปลงหรือมีการเคลื่อนยาย ไกอาจปวยได ควรละลาย ไวตามินใหไกก นิ
ท้งั ฝงู เพอื่ ใหไกแ ขง็ แรงและมสี ขุ ภาพดี

๖. ทำการถายพยาธไิ กท ุก ๒ เดือน อยางสม่ำเสมอ
๗. ควรมีตูย าประจำในฟารม เชน ยาปฏิชวี นะ ยาบำรุง และไวตามิน
๘. กอนนำไกจ ากภายนอกเขา มาเลย้ี ง ควรกกั ดอู าการกอน อยา งนอย ๑๕วนั กอ นนำเขารวมฝงู

รูปแบบการจดั การสขุ าภิบาลโรงเรอื นไกด ำภพู าน และเปนสัดสว นชดั เจน

12. โรคทส่ี ำคญั ในสตั วปก

ชดุ ความรู้ การเลย้ี งไกด่ ำภพู าน

๑๓

11.1 โรคขี้ขาว
สาเหตุ เชือ้ แบคทเี รยี พวกซลั โมเนลลา
การตดิ ตอ ตูฟกไข ตฟู ก เครื่องมือเครื่องใช
อาการ ไกเล็ก รุนแรงเมื่อลูกไกอายุได๓ - ๔ วัน ทองเสีย มีอุจจาระขาวติดกน หงอย ซึม

ขนยุง หายใจหอบ จะตายเมื่ออายุ ๗ - ๑๒ วัน ตัวที่รอดจะแคระแกรน ไกใหญ มีอาการอักเสบของรังไข และ
ทอ นำไข

การปองกัน ใชย าฟูราโซลโิ น หรือยาประเภทซลั ฟาบางชนดิ
11.2 โรคอหวิ าต

สาเหตุ เชอ้ื แบคทีเรีย คือ ปาสเจอเรลลา
การติดตอ การสมั ผัส ทางน้ำ ทางอาหาร
อาการ มีชนิดรุนแรงและชนิดเรื้อรัง เปด ไกจะตายอยางรวดเร็ว เบื่ออาหาร ทองเสีย
มอี จุ จาระสเี ขียว ปนเหลอื งตดิ กน หงอย ซึม ขนยุง หายใจหอบ หงอนและ เหนียงมสี ีคล้ำ จะตายใน ๒ - ๓ วนั
การปองกนั ยาซลั ฟาควินอ กซาลิน หรือยาปฏิชวี นะ และการสขุ าภบิ าลสัตว
11.2 โรคหวัดติดตอ
สาเหตุ เชอื้ แบคทเี รีย การตดิ ตอ การสมั ผัส อากาศ
อาการ ไกมีน้ำมูกน้ำตา หนาบวม มีแผนฝาสีเหลืองคลายเนยเกิดขึ้นในปาก และจมูก เปน
มากตาจะแดง ใตต าบวม ยนื หลับตา ขนพอง อาจเกดิ ปอดบวม ทำใหต ายได
การปองกัน ใชยาปฏิชีวนะสเตรปโตไมซิน หรือยาซัลฟา เชน ซัลฟาโมโนเมท ทอกซิน และ
การสุขาภิบาลสตั ว

11.3 โรคนวิ คลาสเซลิ
สาเหตุ เชือ้ ไวรัส การติดตอ การสมั ผสั ทางน้ำ ทางอาหาร เครื่องมือเครือ่ งใช
อาการ มีความรุนแรงของเชื้อแตกตางกันดังนี้ ชนิดรุนแรงมาก ชนิดรุนแรง ปานกลาง ชนิด

รุนแรงนอย ชนิดรุนแรงมากจะทำใหไกตายเร็ว การรับเชื้อเปนเวลา ๓ -๖วัน จะทำใหเกิดอาการทางระบบ
หายใจ ระบบประสาทรวมกัน อาการทางระบบ หายใจไกจะหายใจลำบาก อาปากหายใจ อาการทางระบบ
ประสาทไกคอบิดเดินหมุน เปนวง หรือเดินถอยหลัง พรอมกับมีอาการทองรวง อุจจาระเปนสีเขียวไกจะตาย
ภายใน ๒ - ๓ วนั

การปองกนั ไมม ยี ารักษาแตม ีการทำวคั ซีนปอ งกนั โรค เนนการสุขาภบิ าล
11.4 โรคหลอดลมอักเสบ

สาเหตุ เช้อื ไวรัส การตดิ ตอ ทางอากาศ
อาการ มีอาการคลายหวัดในลูกไกอายุต่ำกวา ๓ สัปดาหลูกไกจะแสดงอาการ หลังรับเชื้อ
ภายใน ๑๕ - ๑๖ ชั่งโมง อาการหายใจลำบาก มีเสียงครืดคราด ลูกไก จะตายเพราะมีเมือกใสอุดในหลอดลม
โรคนี้มีอัตราการตายนอย แตมีผลกระทบตอ รังไข ไขผิดปกติแมไกไขทำใหไ กใขลด ความเครียด สาเหตุสภาพ
อากาศเปล่ียนแปลงการจบั ไกไ กไ ดกนิ อาหารไมเพยี งพอ การทำ วคั ซนี ไก การเคลอื่ นยา ยสัตว

ชุดความรู้ การเล้ียงไกด่ ำภพู าน

๑๔

การปองกัน โดยการใชยาปฏิชีวนะ หรือวิตามินรวมละลายน้ำใหไกด่ืมลวงหนา กอนหรือใน
วนั ท่พี บวา ไกไ ดเผชิญกับสงิ่ ท่ีทำใหเกิดความเครยี ดขนึ้

เอกสารอา งอิง
สำนกั งานคณะกรรมการพิเศษเพ่อื ประสานงานโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำร.ิ 2555.

19 ผลสำเรจ็ ท่ีโดดเดน ของศนู ยศึกษาการพัฒนาภพู าน อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ :
คมู อื ท่ี 3 การเลี้ยงไกดำภพู าน. กรุงเทพฯ : บริษทั มฟู เมน ท เจน ทรี จำกัด.
กลุมวิจัยและพัฒนาความหลากหลายทางชวี ภาพ สำนักพัฒนาพนั ธสุ ัตว กรมปศุสัตว.มปป.ไกดำภพู าน 1
[ระบบออนไลน] . แหลง ที่มา http://breeding.dld.go.th/biodiversity/chm/pvp_chm/
/pvp_chm/provineculture/PhuphanBlackboneChicken201.htm

ชดุ ความรู้ การเลีย้ งไกด่ ำภพู าน


Click to View FlipBook Version