บทความพิเศษ วารสารรสู มิแล
บา้ นของทา้ วเทพกระษตั รี (คุณหญิงจัน)
พระยาพิมลอยทู่ เ่ี มอื งท่าเรอื
ไมใ่ ชเ่ มอื งถลางบา้ นเคียน
เอกพล มโนสุนทร
การศึกษาเร่ือง “บา้ นของทา้ วเทพกระษตั รี (คุณหญงิ จนั ) พระยาพมิ ลอยู่ทเ่ี มืองทา่ เรือ ไม่ใช่เมืองถลาง
บ้านเคยี น” ศึกษาค้นคว้าจากหลกั ฐานปฐมภมู ทิ ี่ค้นพบใหม่คือแผนท่เี กาะถลางและตา� แหน่งจุดจอดเรอื ซง่ึ
กัปตนั Thomas Forrest วดั พกิ ัดและเขียนแผนทีไ่ ว้เมื่อ พ.ศ. 2327 เมื่อทราบตา� แหนง่ จุดจอดเรอื กจ็ ะทราบ
ต�าแหน่งของเมืองศูนย์กลางของเกาะถลางคือเมืองท่าเรือ ซึ่งบ้านคุณหญิงจันพระยาพิมลหรือจวนเจ้าเมือง
ถลางต้งั อยู่ทเี่ มอื งทา่ เรอื หมายความว่าตา� แหนง่ คา่ ยทหารของคุณหญิงจนั ที่ต่อสู้กับพมา่ ใน พ.ศ. 2328 ตั้ง
อย่ทู ่เี มอื งทา่ เรอื เชน่ เดยี วกนั
ส�าหรับ “จดหมายเหตุเมืองถลางท่ีหายสาบสูญ” คือจดหมายเหตุสองฉบับซ่ึงไม่เคยถูกน�ามาอภิปราย
หรือเผยแพร่ในงานสัมมนาประวัติศาสตรถ์ ลางครงั้ สา� คญั ในจงั หวัดภเู ก็ต เปน็ จดหมายเหตทุ ่กี ลา่ วถึงการสง่
มอบชา้ งไปขาย และตา� แหนง่ ทา่ เรอื สา� หรบั ขนดบี กุ ซง่ึ อยทู่ างตะวนั ออกของเกาะภเู กต็ เชน่ เดยี วกบั เมอื งทา่ เรอื
และจดุ จอดเรอื รวมถงึ การเปดิ เผยตา� บลบา้ นคอกชา้ งซง่ึ เปน็ จดุ พกั ชา้ งกอ่ นนา� ขนึ้ เรอื ในสมยั ของคณุ หญงิ จนั
ซ่ึงหายสาบสูญมานาน และเปิดเผยต�าบลซึ่งทหารพม่ายกพลข้ึนเกาะถลางในสงคราม พ.ศ. 2352 ตาม
จดหมายเหตรุ ชั กาลท่ี 2 ซ่งึ ปัจจุบนั ถูกเปล่ยี นชื่อ สา� หรบั ภาพจดหมายเหตุเมอื งถลางในบทความน้ีถา่ ยจาก
ต้นฉบบั ซึง่ เกบ็ รักษาท่ี SOAS Library, University of London.
ปท่ี 40 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2562 57
คำ� ถามส�ำคัญทที่ �ำใหเ้ กิดการศกึ ษาในครง้ั นี้
1. หลกั ฐานและสถานทปี่ ระวตั ศิ าสตรเ์ มอื งถลางสมยั ทา้ วเทพกระษตั รี อยทู่ เี่ มอื งถลางบา้ นเคยี นจรงิ หรอื
ความเช่ือของนักประวัติศาสตร์ภูเก็ตในยุคปัจจุบันเกี่ยวกับคุณหญิงจันและเมืองถลางว่า บ้านของ
คณุ หญิงจันและสนามรบในศกึ พมา่ ครง้ั แรกพ.ศ. 2328 ต้งั อยู่ทอ่ี ยู่ท่ีเมอื งถลางบ้านเคยี น ตำ� บลเทพกระษัตรี
อ�ำเภอถลาง ความเชื่อนี้อ้างอิงจากหลักฐานทุติยภูมิคือ หนังสือประชุมพงศาวดารภาคท่ี 2 พงศาวดาร
เมืองถลาง พ.ศ. 2457 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ, หนังสือประวัติ
ทา้ วเทพสตรี ทา้ วศรีสนุ ทร ฉบบั ขุนนรภัยพิจารณ์ (ไวย ณ ถลาง) และจดหมายเหตุประพาสหัวเมอื งปักษ์ใต้
ร.ศ. 128 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ปัจจุบันมีการน�ำเสนอเรื่อง “บ้านคุณหญิงจันและสนามรบใน
ศึกพม่าครั้งแรกพ.ศ.2328 ต้ังอยู่ท่ีเมืองถลางบ้านเคียน” เป็นโครงการระดับจังหวัดคือแหล่งประวัติศาสตร์
ถลาง (รายงานการสมั มนาประวตั ิศาสตรถ์ ลางครั้งท่ี 2 หนา้ 97)
แตข่ อ้ มลู สำ� คญั ทปี่ ฏเิ สธไมไ่ ดค้ อื สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพทรงวนิ จิ ฉยั ใน
คำ� นำ� ของหนงั สอื ประชมุ พงศาวดารภาคที่ 2 พงศาวดารเมอื งถลาง (พระองคท์ รงรวบรวมและจดั พมิ พค์ รงั้ แรก
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2457) โดยพระองค์ท่านทรงนพิ นธ์คำ� น�ำวา่ “2 พงศาวดารเมืองถลาง หนงั สอื
เร่ืองนเ้ี ปน็ คำ� ใหก้ าร ดเู หมือนจะจดในรัชกาลท่ี 4 กล่าวดว้ ยเรอ่ื งราวเมืองถลาง คอื เกาะภเู กต็ หนังสือเรือ่ งนี้
หอพระสมุดไดม้ าจากมณฑลภูเก็ต” และทรงสรปุ ในย่อหนา้ สดุ ทา้ ยว่า “หนังสอื พงศาวดารเหล่าน้ี ดเู หมอื น
จะไดแ้ ตง่ ขึน้ ในรชั กาลที่ 4 จะมเี พ่มิ เตมิ ในรัชกาลท่ี 5 บา้ ง” (ภาพ 1) และ การอ้างองิ ถงึ ต�ำแหน่งบา้ นของ
คุณหญิงจันซึ่งลูกหลานของคุณหญิงจันเล่าถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (รัชกาลท่ี 6) เม่ือ ร.ศ.128
(พ.ศ. 2452) ก็เป็นข้อมลู ทตุ ยิ ภมู ิหลงั จากคณุ หญงิ จันถึงแก่กรรมรอ้ ยกวา่ ปี
ภาพ 1 ค�ำน�ำในหนงั สอื ประชุมพงศาวดารภาคท่2ี พงศาวดารเมอื งถลาง
2. ทำ� ไมจดหมายเหตเุ มอื งถลางฉบบั ทก่ี ลา่ วถงึ ทา่ เรอื ขนดบี กุ ซงึ่ อยทู่ างฝง่ั ตะวนั ออกของเกาะภเู กต็ และ
จดหมายเหตเุ มืองถลางฉบบั ที่กลา่ วถึงการสง่ มอบช้างเพอ่ื นำ� ไปขาย จงึ หายไปจากวงสัมมนาประวตั ศิ าสตร์
58 วารสารก่งึ วชิ าการ
เมอื งถลาง เพราะไมป่ รากฏวา่ มกี ารศกึ ษาอภปิ รายหรอื กลา่ วถงึ ในงานสมั มนาประวตั ศิ าสตรถ์ ลางครง้ั สำ� คญั
หลายครั้งในภูเก็ตแต่อย่างใด รวมถึงโครงการระดับจังหวัดคือแหล่งประวัติศาสตร์ถลางก็ไม่ได้กล่าวถึงเช่น
เดยี วกนั ทั้งท่ีจดหมายเหตเุ มืองถลาง 2 ฉบับน้ีเป็นหลกั ฐานปฐมภมู แิ ละระบุถึงช่ือตำ� บลชดั เจน
หลกั ฐานปฐมภูมทิ ใ่ี ช้เป็นหลกั ในการศกึ ษาและอา้ งอิง
หลักฐานปฐมภมู ซิ ึ่งใช้ในการศกึ ษาครัง้ นี้เป็นเอกสารของฝรงั่ นักส�ำรวจชาวอังกฤษในยคุ คุณหญงิ จันยงั
มชี วี ิต เอกสารเหล่านีร้ อดพ้นจากการทำ� ลายลา้ งของทหารพมา่ เม่อื เมืองถลางแพส้ งครามใน พ.ศ. 2352
1. หนงั สือA Voyage from Calcutta to the Mergui Archipelago, Lying on the East Side of the Bay
of Bengal; describing a chain of islands, never before surveyed...also, an account of the islands
Jan Sylan, Pulo Pinang and the port of Queda; London: J. Robson, [etc., etc.], 1792, by Thomas
Forrest. Esq.*
2. หนังสอื แถลงงานประวตั ศิ าสตรเ์ อกสารโบราณคดี ของสำ� นักนายกรัฐมนตรี เรอื่ ง เอกสารเมืองถลาง
ฉบบั ปีท่ี 3 เลม่ 1 และ 2 พ.ศ. 2512 ของ ศ.ขจร สุขพานชิ กรรมการชำ� ระประวัติศาสตร์ไทย ท่านน�ำสำ� เนา
จดหมายเหตุรวม 63 ฉบับจากมหาวิทยาลัยลอนดอนและถอดความโดย นาย ประสาร บุญประคอง
บรรณารกั ษ์โท แผนกตวั เขียนและจารกึ กองหอสมุดแหง่ ชาติ กรมศิลปากร
3. ภาพถา่ ยจดหมายเหตเุ มืองถลางทุกฉบบั ในบทความน้ี ถ่ายจากต้นฉบับจรงิ ซึ่งเกบ็ รกั ษาโดย SOAS
Library, University of London ถา่ ยโดย นายกฤตพร ชาตรสี กลุ โดยได้รับอนญุ าตอย่างถูกต้องจาก Head
of Special Collections, Archives & Special Collections, SOAS Library
ข้อสงั เกตส�ำคัญในเอกสารอา้ งอิง
1. ข้อสงั เกตในหนงั สือของกัปตนั Thomas Forrest เกย่ี วกับจดุ จอดเรอื สนิ คา้ และเมืองทา่ เรือ
หนงั สอื เกย่ี วกบั ทา้ วเทพกระษตั รแี ละเมอื งถลางโบราณทงั้ ในอดตี และปจั จบุ นั เกอื บทกุ ฉบบั จะอา้ งองิ ถงึ
หนงั สือ A Voyage from Calcutta to the Mergui Archipelago, Lying on the East Side of the Bay of
Bengal; describing a chain of islands, never before surveyed...also, an account of the islands
Jan Sylan, Pulo Pinang and the port of Queda; London: J. Robson, [etc., etc.], 1792, by Thomas
Forrest. Esq. ซ่งึ เป็นหนังสือทพ่ี มิ พ์ใน พ.ศ. 2335 เวลานน้ั คณุ หญิงจนั ยงั มีชวี ิตอยู่ ขอ้ มูลบางส่วนในหนงั สือ
ฉบับนี้ถูกอ้างอิงโดยนักส�ำรวจและนักเขียนท่ีมีชื่อเสียงเป็นท่ียอมรับของนักประวัติศาสตร์ไทย เช่น กัปตัน
James Low ซงึ่ ส�ำรวจเกาะถลางใน พ.ศ. 2367 อา้ งถงึ ข้อมูลในจดหมายเหตขุ องกัปตนั Thomas Forrest
เช่น จ�ำนวนประชากร และผลผลิตดีบุก ฯลฯ (นันทา วรเนติวงศ์, 2542, น. 27,29,31) หรือบทความเร่ือง
A Historical Retrospect of Junkceylon Island by Colonel G.E.Gerini ในวารสารสยามสมาคม ปี 1905
เชิงอรรถ
*Esq. (Esquire) คอื เครือ่ งหมายรับรองวา่ เป็นพนักงานของบริษทั อินเดียตะวนั ออกขององั กฤษเป็นทางการ
ปที ี่ 40 ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2562 59
Vol. 2.2 พันเอกเยอรนิ ีอา้ งถงึ จดหมายเหตุของกัปตัน Thomas Forrest เชน่ จ�ำนวนประชากรและชอ่ื ตำ� บล
ท้งั 17 ต�ำบลในเกาะถลาง หรอื หนังสือเร่ือง ทา้ วเทพกระษตั รี โดย สนุ ยั ราชภณั ฑารักษ์ พ.ศ. 2528 อ้างองิ
หนงั สอื ของกปั ตัน Thomas Forrest ในลำ� ดับเอกสารอ้างอิงล�ำดับที่ 5 หน้า 89
แต่หนังสือข้างต้นทุกฉบับจะตัดพิกัดเส้นรุ้ง 8 ํ 10’ เหนือของจุดจอดเรือและตัดลักษณะเฉพาะของ
ภูมิประเทศพร้อมท้ังค�ำอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงวิธีเดินทางไปสู่เมืองท่าเรือของกัปตัน Thomas
Forrest ออกทัง้ หมด แสดงถึงความไม่เชือ่ ถอื ในข้อมูลดงั กลา่ ว สาเหตคุ ือเม่อื น�ำเอาพิกัดเส้นรุ้ง 8 ํ 10’ เหนอื
ของจุดจอดเรอื ซง่ึ กปั ตนั Thomas Forrest วดั พกิ ดั ตามมาตรฐานขององั กฤษสมัย 200 ปเี ศษทีแ่ ล้ว มาหา
สถานที่โดยใช้พิกัดเส้นรุ้งในแผนท่ีมาตรฐานปัจจุบัน พบว่าสถานที่ซ่ึงได้จากแผนที่มาตรฐานปัจจุบันไม่ตรง
กบั ลกั ษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศของจดุ จอดเรอื ซง่ึ ระบใุ นหนงั สอื แตอ่ ยา่ งใด สาเหตนุ ท้ี ำ� ใหน้ กั ประวตั ศิ าสตร์
เข้าใจวา่ ข้อมูลของกัปตัน Thomas Forrest นั้นผิดพลาด
ความเห็นสว่ นตัวของผู้ค้นควา้ เช่ือม่ันว่ากัปตนั Thomas Forrest จะตอ้ งเขียนแผนที่เกาะถลางไว้อยา่ ง
แนน่ อน เพราะการสำ� รวจครง้ั นเ้ี ปน็ คำ� สง่ั ของสำ� นกั งานใหญท่ เ่ี บงกอล ซง่ึ กปั ตนั Thomas Forrest ตอ้ งรายงาน
รายละเอยี ดให้สำ� นักงานใหญท่ ราบเพ่ือตัดสนิ ว่าจะยดึ เกาะถลางหรอื เกาะปนี งั เปน็ อาณานคิ ม แต่หนังสอื ที่
ใช้ค้นคว้าเป็นฉบับของมหาวิทยาลัยคอร์เนลรวมถึงหนังสือเก่ียวกับเกาะถลางและท้าวเทพกระษัตรีท้ังฉบับ
ภาษาไทยและฉบบั ภาษาตา่ งประเทศทกุ ฉบบั กไ็ มม่ แี ผนทเี่ ชน่ เดยี วกนั จนกระทง่ั ใน พ.ศ. 2561 คน้ พบหนงั สอื
ของกปั ตนั Thomas Forrest ฉบบั เดยี วกนั อกี สองเลม่ และมแี ผนทอี่ ยคู่ รบถว้ นตามทคี่ าดการณไ์ ว้ แผนทฉ่ี บบั
น้ยี ืนยนั ตำ� แหนง่ จุดจอดเรอื และทต่ี ง้ั บา้ นของคณุ หญิงจันและพระยาพมิ ลสามี (จวนเจ้าเมืองถลาง)
ผู้สนใจเรื่องอังกฤษต้องการยึดเกาะถลาง สามารถค้นในวารสารสยามสมาคมเร่ือง A Historical
Retrospect of Junkceylon Island by Colonel G.E.Gerini ปี 1905 Vol. 2.2 ในชอื่ ตอนวา่ “British Designs
upon Junkceylon 1780-1785” หน้า 135-139 และในหนังสือแถลงงานประวัติศาสตร์เอกสารโบราณคดี
ฉบับปีท่ี 2 เล่ม 1 และ 2 พ.ศ. 2511 ในบทความเร่ือง พระยาราชกปิตนั ของ นาย รอง ศยามานนท์ กรรมการ
ช�ำระประวัติศาสตร์ไทย ถอดความจากจดหมายของกัปตัน Francis Light บางฉบับท่ีอยู่ในเอกสาร Strait
Settlements
2. ขอ้ สังเกตเก่ยี วกับงานสมั มนาประวัตศิ าสตร์ถลางครงั้ ส�ำคญั หลายครง้ั ในจังหวดั ภเู ก็ต
จดหมายเหตุเมืองถลางท้ังหมด 63 ฉบับโดย ศ.ขจร สุขพานิช เผยแพร่ในวงการประวัติศาสตร์ไทยใน
หนงั สอื แถลงงานประวตั ศิ าสตรเ์ อกสารโบราณคดี เรอ่ื งเอกสารเมอื งถลางตงั้ แต่ พ.ศ.2512 สำ� หรบั งานสมั มนา
ประวตั ศิ าสตรถ์ ลางครง้ั สำ� คญั ในภเู กต็ ,จดหมายเหตเุ มอื งถลาง 48 ฉบบั รวมจดหมายเหตฉุ บบั ทพี่ ระตะกว่ั ทงุ่
บางคลกี ล่าวถงึ “เรอื กำ� ป่ันเทศไมไ่ ดเ้ ข้ามารับชา้ งท่เี มอื งถลางเหมอื นแต่กอ่ น”
หลักฐานท่ีแสดงว่านักประวัติศาสตร์ภูเก็ตรู้ว่ามีจดหมายกล่าวถึงท่าเรือขนดีบุกและการส่งมอบช้างไป
ขายคือ หนงั สอื รายงานผลการสัมมนาประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งถลางครัง้ ที่ 2 พ.ศ. 2539 (น. 255) ไดล้ งบทความ
บางตอนจากหนังสอื ทา้ วเทพกระษตั รีของ สนุ ัย ราชภณั ฑารักษ์ พ.ศ. 2528 ซึ่งสนุ ยั ราชภัณฑารักษ์อา้ งอิง
ถึงหนังสือแถลงงานประวัตศิ าสตรเ์ อกสารโบราณคดเี ร่อื งเอกสารเมืองถลางของ ศ.ขจร สุขพานิช
60 วารสารก่งึ วิชาการ
หลกั ฐานความเกย่ี วขอ้ งของกปั ตนั Thomas Forrest กบั พระยาพมิ ลคณุ หญงิ จนั และพระยาถลาง (เทยี น)
กัปตัน Thomas Forrest. Esq กัปตันอาวุโสของบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษซึ่งเดินเรือบริเวณ
อาเจะห์และสุมาตราตั้งแต่ พ.ศ. 2305 และใน พ.ศ. 2327 เขาได้รับบัญชาจากส�ำนักงานใหญ่ของบริษัท
อนิ เดยี ตะวนั ออกขององั กฤษใหม้ าสำ� รวจดนิ แดนแถบภาคใตข้ องไทย กปั ตนั Thomas Forrest สำ� รวจเกาะถลาง
และทำ� การวัดและบันทกึ พิกัดเสน้ ร้งุ (Latitude) ของจดุ จอดเรือสินค้าระบุว่าอยทู่ พี่ ิกดั 8 ํ 10’ เหนอื พร้อมท้ัง
เขยี นแผนทเี่ กาะถลางและตำ� แหนง่ ทตี่ งั้ ของเมอื งทา่ เรอื ซงึ่ เปน็ เมอื งศนู ยก์ ลางของเกาะถลางในสมยั นน้ั กปั ตนั
Thomas Forrest ระบุลักษณะเฉพาะของภูมิประเทศที่ส�ำคัญของจุดจอดเรือพร้อมทั้งอธิบายถึงวิธีการ
เดินทางจากจุดจอดเรือไปพบกับพระยาพิมลเจ้าเมืองถลางและผู้ช่วยเจ้าเมืองท้ังสาม ณ จวนเจ้าเมืองหรือ
บา้ นของพระยาพิมลและคุณหญิงจนั ซึ่งตง้ั อยทู่ เ่ี มืองทา่ เรือ (Forrest, 1792, p. 31) กปั ตัน Thomas Forrest
บันทึกว่าพระยาพิมลได้จัดเลี้ยงรับรองท่ีบ้านสวนของพระยาพิมล (Forrest, 1792, p.32) เขาได้พักอยู่กับ
บรวิ ารชาวถลางของพระยาพมิ ลชอ่ื Chysong ซง่ึ ทำ� หนา้ ทลี่ า่ มประจำ� ตวั เพราะพดู ฝรง่ั เศสไดด้ มี าก เนอื่ งจาก
ในวยั หน่มุ เคยอาศยั อย่ทู เี่ มือง Pondicherry อาณานิคมของฝรงั่ เศสในอนิ เดยี (Forrest, 1792, p.34) ตอ่ มา
กัปตนั Thomas Forrest เดินเรือระหวา่ งเกาะปีนงั และเกาะถลางระหวา่ ง พ.ศ. 2327-2335
หลกั ฐานแสดงวา่ กปั ตนั Thomas Forrest เดนิ เรอื สนิ คา้ ระหวา่ งเกาะถลางและเกาะปนี งั จนถงึ พ.ศ. 2335
ภาพ 2 ภาพถ่ายจากต้นฉบบั จดหมายเหตขุ องคุณหญงิ จันกล่าวถงึ กปิตนั เรษหรอื กัปตัน Thomas Forrest
ทม่ี า: SOAS Library
ภาพ 2 บรรทัดที่ 4 คุณหญิงจันเอ่ยถึงกัปตันเรษหรือกัปตัน Thomas Forrest ความว่า “แล้วให้ช่ัง
ดีบุกให้กปิตันเรษกปิตันบุนสองร้อยส่ีสิบสามภารา” และ “โตกพระยาท่านได้เห็นดูแก่ข้าพเจ้าให้ของมาแก่
กปิตนั เรษครั้งน”้ี จดหมายฉบับนีเ้ ขียนเมือ่ วันพุธ ขน้ึ 9 ค�ำ่ เดือนยี่ ปมี ะแม นพศก ตรงกับวนั ที่ 16 มกราคม
พ.ศ. 2330 ส�ำหรับค�ำอ่านจดหมายท้ังฉบับอยู่ในหนังสือ แถลงงานประวัติศาสตร์เอกสารโบราณคดี ปีที่ 3
เลม่ 1 หนา้ 129 แผน่ ท่ี 33
ภาพท่ี 3 บรรทดั ที 2 และ 3 พระยาเพชรครี ศี รสี งครามพระยาถลาง (เทยี น) แจง้ กัปตัน Francis Light
เก่ียวกับกปั ตันThomas Forrest ความวา่ “เอาหนังสอื แลคำ� ของทา่ นมาวา่ ด้วยเนอื้ ความปลปิ ฝาเรษววิ าท
ปที ี่ 40 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2562 61
ภาพ 3 ภาพถา่ ยจากตน้ ฉบบั จดหมายเหตุของพระยาถลาง (เทียน) บุตรของคุณหญิงจนั กล่าวถงึ กปิตนั เรษ
หรอื กัปตันThomas Forrest
ทม่ี า: SOAS Library
กับขุนสรสาด” จดหมายฉบบั น้ีเขยี นเมื่อวนั จนั ทรข์ ึน้ 3 ค�ำ่ เดอื น 6 ปชี วด จตั วาศก ตรงกับวันท่ี 23 เมษายน
พ.ศ. 2335 ส�ำหรบั คำ� อา่ นจดหมายท้งั ฉบับอยู่ในหนังสอื แถลงงานประวตั ิศาสตรเ์ อกสารโบราณคดี ปที ี่ 3
เลม่ 2 หน้า 107 แผน่ ที่ 56
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู จากหนงั สอื ของกปั ตนั Thomas Forrest และจากจดหมายเหตเุ มอื งถลางเกยี่ วกบั
ทา่ เรอื ขนดบี กุ และการสง่ มอบช้าง และน�ำผลวิเคราะหม์ าตรวจสอบกบั สถานทจ่ี รงิ ในปจั จุบัน
1. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู จากหนงั สอื ของกปั ตนั Thomas Forrest และนำ� ผลวเิ คราะหม์ าตรวจสอบ
กบั สถานทีจ่ รงิ ในปจั จบุ ัน
การวิเคราะหข์ อ้ มลู เร่อื ง Account of The Island Jan Sylan หนา้ 29-36 และแผนทซี่ ง่ึ อยใู่ นหนังสอื
A Voyage from Calcutta to the Mergui Archipelago,...ของกปั ตนั Thomas Forrest
กัปตนั Thomas Forrest ได้รับบัญชาใน พ.ศ.2327 ใหเ้ ดินทางมาสำ� รวจเกาะถลางและเขาได้วัดพิกัด
ของเกาะถลางว่าอยู่ท่ี เสน้ รุ้ง 7 ํ 50’ ถึง 8 ํ 27’ เหนือ (Forrest, 1792, p. 29) กปั ตัน Thomas Forrest ระบุจดุ
จอดเรือที่ใช้จอดตามปกติคือจุดจอดเรือซึ่งอยู่หลังเกาะขนาดเล็ก และมีลักษณะเฉพาะของภูมิประเทศคือ
เกาะขนาดเลก็ นจี้ ะเชอ่ื มกบั แผ่นดนิ ใหญ่ (เกาะภูเกต็ ) เมือ่ เวลาน้�ำลง พิกัดของจุดจอดเรืออย่ทู ี่เสน้ รุ้ง 8 ํ 10’
เหนอื และทางเข้าส่เู มอื งทา่ เรอื อยบู่ นแผน่ ดนิ ใหญต่ รงขา้ มเกาะจอดเรือ จะมลี ำ� ธารเลก็ และคดเคีย้ วซึง่ นำ� ไป
สเู่ มอื งทา่ เรอื ซง่ึ เปน็ เมอื งศนู ยข์ องเกาะถลางในยคุ พ.ศ.2327 และมปี ระชากร 80 หลงั คาเรอื นเทา่ นนั้ (Forrest,
1792, p.30)
กปั ตนั Thomas Forrest ระบวุ า่ การเดนิ ทางตามลำ� ธารไปหมบู่ า้ นทา่ เรอื ไมส่ ามารถใชเ้ รอื กรรเชยี ง (oars)
ต้องใช้เรือพาย (Paddles) เพราะล�ำธารเล็กและคดเคี้ยว กัปตัน Thomas Forrest ได้พบกับพระยาพิมล
(Pee-pimont) ทบี่ า้ นของพระยาพมิ ลหรอื จวนเจา้ เมอื งถลางซงึ่ ตง้ั อยทู่ เี่ มอื งทา่ เรอื (Here resides Pee-pimont,
the governor, or viceroy, from the court of Siam ) และไดพ้ บรองเจ้าเมืองทงั้ สามบ่อย ๆ ทจ่ี วนของพระยา
พิมล (Pee-pimont’s house) รองเจ้าเมืองท้ังสามคือ พระยาทุกขราษฎร์ (Pee-Tukerat) พระยาสุรินทร์
(Pee-Siring) พระยาเรืองรักษ์ (Pee-Lancrac) และระบุว่าเกาะถลางมี 17 ต�ำบล เช่น ท่าเรือ บ้านเคียน
บ้านดอน พบพระ นาใน ถลาง เชงิ ทะเล ฯลฯ ประชากรประมาณ 12000 คน (Forrest, 1792, p.31)
62 วารสารก่งึ วิชาการ
กปั ตนั Thomas Forrest และกปั ตนั James Scott นงั่ ช้างจากทา่ เรือไปบ้านสวนของพระยาพมิ ลซึง่ เป็น
บ้านอีกหลัง บ้านสวนของพระยาพิมลสร้างแบบเดียวกันกับบ้านทั่วไปในแหลมมลายู คือใช้ไม้ซุงเป็นเสา
สว่ นผนงั หลงั คาใชใ้ บปาลม์ ไมม่ กี ารกอ่ อฐิ ถอื ปนู แตม่ ขี นาดใหญก่ วา่ บา้ นทเี่ มอื งทา่ เรอื (Forrest, 1792, p.3)
อยู่ห่างเมืองท่าเรือประมาณ 8 ไมล์ในตัวเกาะ (8 miles inland) ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW
direction nearly) โดยเดินทางเลาะชายป่าประมาณสองไมล์ก็จะถึงท่ีราบซึ่งเป็นนาข้าว และเดินทางต่อไป
รวมเวลาทง้ั หมด 3 ชัว่ โมงก็จะถงึ บา้ นสวนของพระยาพมิ ล ระยะทางตัดตรงจากท่าเรอื ถงึ บ้านสวนคือ 7 ไมล์
(Forrest, 1792, p.31-32)
กปั ตันThomas Forrest เดนิ เรือระหวา่ งถลางและปนี งั ระหว่าง พ.ศ. 2327-2335 เปน็ เวลา 8 ปี กัปตัน
Thomas Forrest ยอ่ มรจู้ กั เกาะถลางเปน็ อยา่ งดเี พราะเหน็ ดว้ ยตาตนเองและมลี า่ มชาวถลางซงึ่ ไมม่ อี ปุ สรรค
ด้านภาษา ดังนน้ั ขอ้ มลู ทร่ี จู้ ากลา่ มย่อมถกู ตอ้ ง เขาบันทกึ วา่ เมอื งทา่ เรือมีวดั (Pagoda) 1 แห่ง สรา้ งโดยใช้
ไมซ้ งุ เปน็ เสา สว่ นผนงั หลงั คาใชใ้ บปาลม์ มพี ระ (Tellopys) โกนผมหม่ เหลอื งประมาณ 20 รปู มกี ารบณิ ฑบาต
ในเวลาประมาณ 8 โมงเช้าและมสี ามเณร ((Forrest, 1792, p.34) แต่ไม่มบี ันทึกเก่ียวกบั ชุมชนมลายูแสดง
ว่าสมัยคุณหญิงจันไม่มีชุมชนมลายูบนเกาะถลาง ต่อมาใน พ.ศ. 2335 เขาเดินทางกลับอังกฤษและพิมพ์
หนังสอื A Voyage from Calcutta to the Mergui Archipelago,...
หมายเหตุ ในหนังสือแถลงงานประวัติศาสตร์เอกสารโบราณคดี เรื่องพระยาราชกปิตัน ของนาย รอง
ศยามานนท์ กรรมการช�ำระประวัตศิ าสตร์ไทย ฉบบั ปที ี่ 2 เล่ม 2 พ.ศ. 2511 หน้า 76 ไดแ้ ปลจดหมายของ
กปั ตนั Francis Light จดหมาย ซ่งึ กปั ตัน Francis Light เขียนเม่ือวันท่ี 27 กรกฏาคม 1787 กลา่ ววา่ มีชาว
มลายทู ี่เมอื งระนอง แต่ไมก่ ลา่ วว่ามีชาวมลายใู นเกาะถลาง แต่กล่าวถงึ ชาวถลางตอ่ สขู้ บั ไลแ่ มท่ พั เรอื ไทรบุรี
และชาวมลายไู ทรบุรที ีย่ ึดครองเกาะถลางหลัง พ.ศ. 2310
การน�ำผลที่ได้จากการวิเคราะห์แผนท่ีและรายละเอียดในหนังสือของกัปตัน Thomas Forrest มา
ตรวจสอบกับสถานท่จี รงิ ในปัจจบุ นั
ภาพ 4 แผนท่ีเกาะถลางและต�ำแหน่งเมอื งทา่ เรอื ในหนังสือของกปั ตนั Thomas Forrest
ท่ีมา: Internet Archive
ปีท่ี 40 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สงิ หาคม 2562 63
1.1 การวเิ คราะหต์ �ำแหน่งจุดจอดเรือ
กัปตัน Thomas Forrest ระบุพิกัดจุดจอดเรืออยู่ที่เส้นรุ้ง 8 ํ 10’เหนือและอธิบายลักษณะเฉพาะของ
ภมู ปิ ระเทศของจดุ จอดเรอื วา่ อยหู่ ลงั เกาะขนาดเลก็ ซง่ึ เวลานำ้� ลงจะเชอื่ มกบั เกาะใหญ่ (Forrest, 1792, p.30)
จากการคน้ หาตำ� แหนง่ จดุ จอดเรือใน พ.ศ. 2327 ตามแผนทีข่ องกัปตัน Thomas Forrest พบวา่ จดุ จอดเรอื
คือเกาะมะพร้าวในปัจจุบัน (ภาพ 5) ซึ่งเวลาน�้ำลงจะเช่ือมกับเกาะใหญ่ ตรงตามค�ำอธิบายทุกประการ
(ภาพ 7-10)
ภาพ 5 ภาพแผนทโ่ี บราณและตำ� แหน่งเกาะทพี่ ิกัดเส้นรุ้ง 8 ํ 10’ เหนอื เทยี บกับแผนทีเ่ กาะภเู ก็ตปจั จบุ นั
แสดงถงึ จุดจอดเรอื คอื เกาะมะพรา้ ว
ภาพ 6 ภาพจากจดุ จอดเรือเกาะมะพร้าวเดินทางไปสเู่ มืองทา่ เรือ
กปั ตนั Thomas Forrest อธบิ ายเสน้ ทางเขา้ สเู่ มอื งทา่ เรอื หรอื เมอื งหลวงของเกาะถลาง ซง่ึ ตงั้ อยบู่ นเกาะ
ใหญ่ตรงข้ามเกาะจุดจอดเรือ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะของภูมิประเทศคือ ต้องพายเรือเล็กเข้าไปตามล�ำธารเล็ก
และคดเค้ียว เม่ือเปรียบเทียบแผนท่ีของกัปตัน Thomas Forrest กับแผนท่ีจาก Google map (ภาพ 6)
พบวา่ ทางเข้าไปส่เู มืองท่าเรอื ใน พ.ศ. 2327 คือเข้าทางปากคลองบางลา ส�ำหรับลำ� ธารเลก็ และคดเคยี้ วใน
แผนทโ่ี บราณ ปัจจบุ ันลำ� ธารนนั้ คอื คลองบางกาเช่ือมต่อกับคลองบางลา (ภาพ 12)
64 วารสารกงึ่ วชิ าการ
การตรวจสอบลกั ษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศของจดุ จอดเรอื ตามบนั ทกึ ของกปั ตนั Thomas Forrest
กบั สถานทีจ่ รงิ ในปจั จุบนั
กปั ตนั Thomas Forrest บนั ทกึ วา่ ลกั ษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศของจดุ จอดเรอื คอื อยหู่ ลงั เกาะขนาดเลก็
ซงึ่ เวลานำ้� ลงจะเชอื่ มกบั ตวั เกาะใหญ่ จากการตรวจสอบกบั สถานทจ่ี รงิ เกาะจอดเรอื ปจั จบุ นั คอื เกาะมะพรา้ ว
ซึ่งเวลาน�้ำลงจะเช่ือมกับตัวเกาะใหญ่ต้ังแต่แหลมหินไปจนถึงแหลมโพ และจากแหลมหินจะมองเห็นฝั่ง
ตรงขา้ มไกล ๆ คอื ทางเข้าสู่เมืองทา่ เรอื อยูบ่ นแผน่ ดินเกาะถลางตรงข้ามกับเกาะมะพรา้ ว (ภาพ 7-10)
ภาพ 7 ภาพแผนทีร่ ่องน�้ำระหว่างแหลมหินและเกาะมะพร้าวจากแผนทีข่ องกรมแผนท่ที หาร
ชดุ L 7017 หมายเลขระวาง 4624 II พมิ พโ์ ดยกรมแผนทีท่ หาร 11-2524
จากภาพ 7 ลกู ศรระหวา่ งแหลมหนิ เกาะภูเก็ต และแหลมโพ เกาะมะพร้าวจะเหน็ รอ่ งน้�ำซ่ึงเวลานำ้� ลง
เตม็ ท่จี ะเดนิ ข้ามไปมาได้ แต่เจ้าหนา้ ท่ี อบต. ไดท้ ำ� การขดุ ร่องน้�ำประมาณ 4 ปีตอ่ ครั้งเพอ่ื ให้เรอื เลก็ วง่ิ ได้ แต่
ก็สามารถเดินขา้ มได้เวลานำ�้ ลง ถูกต้องตามคำ� อธบิ ายของกปั ตัน Thomas Forrest
ภาพ 8 ภาพสนั ทรายเชอ่ื มระหวา่ งบา้ นแหลมหนิ เกาะภูเกต็ และแหลมโพ,เกาะมะพรา้ วเวลาน�ำ้ ลงเตม็ ที่
ปที ่ี 40 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2562 65
ภาพ 8 ภาพสันทรายเชอ่ื มระหว่างบ้านแหลมหนิ เกาะภูเก็ตและแหลมโพ เกาะมะพรา้ วเวลาน้ำ� ลงเตม็ ที่
ลกั ษณะเฉพาะของภูมิประเทศ ถูกตอ้ งตามคำ� อธบิ ายของกปั ตัน Thomas Forrest
ภาพ 9 ภาพถ่ายทางอากาศระหวา่ งแหลมหนิ และเกาะมะพร้าวเวลาน้�ำลงเตม็ ที่
ภาพ 9 ภาพถ่ายทางอากาศระหว่างแหลมหินและเกาะมะพร้าวเวลาน้�ำลงเตม็ ที่ มองเห็นสันทรายเชือ่ ม
เกาะอยา่ งชดั เจนสามารถเดนิ ขา้ มได้ ลกั ษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศไมเ่ ปลยี่ นแปลงเหมอื น 200 ปเี ศษทแ่ี ลว้
ตรงลกู ศรชก้ี ลางภาพคอื ทางเข้าไปสู่ปากคลองบางลาน�ำไปสเู่ มืองท่าเรอื เมอื งศนู ยก์ ลางของเกาะถลาง
ภาพ 10 ภาพถ่ายจากแหลมหนิ ตรงไปยังทางเขา้ ปากคลองบางลาเพ่อื ไปสูเ่ มืองท่าเรือ
ภาพ 10 ถา่ ยจากแหลมหนิ ตรงไปยงั ทางเขา้ ปากคลองบางลาเพอื่ ไปสเู่ มอื งทา่ เรอื ถา้ มองจากจดุ จอดเรอื
จะเหน็ วา่ ทางเขา้ สเู่ มอื งทา่ เรอื ทางปากคลองบางลา (จดุ ทลี่ กู ศรช)ี้ อยตู่ รงขา้ ม (ภาพ 6) ตรงกบั คำ� อธบิ ายของ
กัปตนั Thomas Forrest (ภาพ 7-10)
สรปุ จากการตรวจสอบแผนทแี่ ละลกั ษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศของจดุ จอดเรอื เทยี บกบั สถานทจ่ี รงิ ใน
ปจั จบุ นั ปรากฏวา่ ถูกต้องตรงกบั คำ� อธบิ ายของกัปตนั Thomas Forrest เมือ่ 200 ปเี ศษ ทุกประการ ยนื ยัน
วา่ เกาะมะพรา้ วคอื จดุ จอดเรือของกัปตนั Thomas Forrest และเป็นจดุ จอดเรือหลักในสมยั น้ัน
1.2 การวิเคราะห์ต�ำแหน่งเมอื งท่าเรอื
ตามปกติของแผนท่ีโบราณจะระบุถึงต�ำแหน่งเมืองหลวงหรือเมืองส�ำคัญเท่านั้น ในแผนที่ของกัปตัน
Thomas Forrest ปรากฏเมอื งทา่ เรืออยู่เพียงเมอื งเดียว (ภาพ 11) แสดงว่าเมืองทา่ เรือคือเมืองทส่ี ำ� คญั ที่สดุ
เปรียบเสมอื นเมอื งหลวงของเมืองถลาง และบันทึกว่าบ้านพระยาพมิ ลและคุณหญิงจนั (จวนเจ้าเมืองถลาง)
ต้งั อยูท่ เ่ี มืองท่าเรือ (Forrest, 1792, p.31)
66 วารสารก่ึงวิชาการ
ภาพ 11 แผนที่ของกปั ตนั Thomas Forrest แสดงเมืองศูนยก์ ลางของเกาะถลางคอื เมืองท่าเรอื
การตรวจสอบลกั ษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศของเมอื งทา่ เรอื จากแผนทข่ี องกปั ตนั Thomas Forrest
กบั สถานทจี่ ริงในปัจจุบนั
เมื่อทราบต�ำแหน่งจุดจอดเรือท่ีแน่ชัดก็สามารถตรวจสอบต�ำแหน่งเมืองท่าเรือสมัยคุณหญิงจัน กัปตัน
Thomas Forrest บนั ทึกว่าลกั ษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศของเมืองท่าเรือซง่ึ อยู่ตรงข้ามกบั จดุ จอดเรอื และ
ทางเข้าสู่เมืองท่าเรือจะต้องใช้เรือพายไปตามล�ำธารเล็กและคดเคี้ยว ถึงเมืองท่าเรือซ่ึงเป็นท่ีต้ังของจวน
เจ้าเมอื งถลางหรอื บ้านพระยาพมิ ลและคุณหญงิ จัน (ภาพ 6 และ 12)
ภาพ 12 ภาพจากแผนท่ี Google map ในปัจจบุ นั แสดงตำ� แหนง่ เมอื งท่าเรือโบราณตัง้ อย่เู หนือลำ� ธารคดเคีย้ ว
ปที ี่ 40 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม-สงิ หาคม 2562 67
ลกั ษณะเฉพาะของภมู ิประเทศส�ำคญั ในแผนทีข่ องกัปตัน Thomas Forrest คือ เมอื งท่าเรอื ตงั้ อยู่เหนือ
ล�ำธารคดเค้ียว ต้นล�ำธารเล็กและคดเค้ียวอยู่ทางทิศใต้ ไหลข้ึนเหนือไปออกทะเลที่กลางอ่าวท่าเรือทาง
ทศิ ตะวนั ออก (ภาพ 12) เมอื่ นำ� ลำ� นำ�้ ในแผนทโ่ี บราณมาเทยี บกบั แผนทจ่ี าก Google map (ภาพ 11 เทยี บกบั
ภาพ 12) จะเหน็ วา่ ลำ� นำ้� บรเิ วณกลางอา่ วทา่ เรอื ซงึ่ มลี กั ษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศตรงตามแผนทขี่ องกปั ตนั
Thomas Forrest คือ ต้นนำ้� คลองบางกาซ่งึ อยูท่ างทิศใต้ ไหลขึ้นเหนอื ไปเช่ือมกับปลายคลองบางลาไปออก
ทะเลท่ีกลางอ่าวท่าเรือทางทิศตะวันออกและคดเค้ียวมาก ยืนยันต�ำแหน่งเมืองท่าเรือในสมัยคุณหญิงจัน
ปัจจบุ ันคือ หมู่ 8 บา้ นบางลา ตำ� บลป่าคลอก อ�ำเภอถลาง จงั หวัดภเู ก็ต (ภาพ 12)
สรปุ จากการตรวจสอบลกั ษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศของเมอื งทา่ เรอื จากแผนทแ่ี ละคำ� อธบิ ายของกปั ตนั
Thomas Forrest เทียบกับแผนท่ีปัจจุบันและสถานที่จริง ยืนยันว่าในสมัยของคุณหญิงจัน เมืองท่าเรือ
คือเมืองส�ำคัญท่ีสุดของเกาะถลางและบ้านของคุณหญิงจันพระยาพิมลหรือจวนเจ้าเมืองถลางต้ังอยู่ท่ี
เมืองท่าเรอื
ส�ำหรับต�ำแหน่งเมืองท่าเรือในสมัยคุณหญิงจัน ปัจจุบันคือบริเวณ หมู่ 8 บ้านบางลา ต�ำบลป่าคลอก
อ�ำเภอถลาง จงั หวดั ภเู กต็ โดยเปน็ พนื้ ทีร่ ะหวา่ งตน้ คลองบางกาและต้นคลองบางลา (ภาพ 12) ต้นคลองบาง
ลาอยู่ตดิ ถนนสาย 4027 ห่างจากอนุสาวรยี ท์ ้าวเทพกระษัตรีท้าวศรสี ุนทรประมาณ 2.5 กโิ ลเมตร ต้นคลอง
บางกาอยหู่ า่ งอนุสาวรยี ์ประมาณ 1.5 ก.ม และลกึ จากถนน 4027 ประมาณ 1กโิ ลเมตร ต้นคลองบางลาและ
ต้นคลองบางกาเปน็ ปา่ โกงกาง ปจั จุบนั เป็นท่จี อดเรอื ประมงพืน้ บา้ น
1.3 การวิเคราะหต์ ำ� แหน่งบ้านสวนของพระยาพมิ ลและคุณหญิงจันจากคำ� อธบิ ายของกปั ตัน
Thomas Forrest
กัปตนั Thomas Forrest และกปั ตนั James Scott นงั่ ช้างจากทา่ เรือไปบา้ นสวนของพระยาพิมลซงึ เป็น
บ้านอีกหลังซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าบ้านที่เมืองท่าเรือ อยู่ห่างเมืองท่าเรือประมาณ 8 ไมล์ในตัวเกาะ (8 miles
inland) ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW direction nearly) โดยเดินทางเลาะชายป่าประมาณสอง
ไมล์ก็จะถึงท่รี าบซงึ่ เป็นนาข้าว และเดินทางตอ่ ไปรวมเวลาทง้ั หมด 3 ช่วั โมงกจ็ ะถึงบ้านสวนของพระยาพิมล
ระยะทางตัดตรงจากท่าเรือถึงบ้านสวนคือ 7 ไมล์ระยะทางจากท่าเรือไปบ้านสวนของพระยาพิมลซ่ึงกัปตัน
Thomas Forrest กล่าวถงึ มีสองระยะคอื 8 ไมล์ในตวั เกาะหรอื ห่างจากท่าเรือ 7 ไมล์ (Forrest, 1792, p.31-
32) ดูผวิ เผนิ อาจคดิ ว่าข้อมลู น้ีผดิ แต่เมอื่ น�ำระยะทางมาวิเคราะหเ์ ทียบกบั ภูมปิ ระเทศในแผนทีป่ ัจจบุ ันกพ็ บ
ค�ำตอบ
การวเิ คราะห์ต�ำแหนง่ บ้านสวนของพระยาพิมลและคณุ หญงิ จัน
ภาพ 13 ระยะทางจากจดุ ท1ี่ ถึงจดุ ท่ี 3 รวม 8 ไมล์ จากจุดที่ 1 จากเมืองทา่ เรือไปทางทศิ ตะวันตกเฉียง
เหนอื ไปยังจดุ ที่ 2 ซึง่ ภูมปิ ระเทศบังคบั ใหเ้ ดนิ ทางเลียบชายปา่ เพื่อเลีย่ งภเู ขา จากจุดที่ 2 ตรงไปอีก 6 ไมลถ์ งึ
จุดที่ 3A ซ่ึงอยูใ่ นทะเล แสดงว่าเส้นทางนผี้ ิด ถ้าเอาจุดที่ 2 เปน็ จุดศนู ย์กลาง หมุนรศั มีไปทางขวา จดุ ที่ 3B
จะอยบู่ นเขาริมทะเล แสดงว่าเส้นทางน้ีผดิ หรอื จุด 3E ซ่ึงอย่แู ถวบา้ นสาคู แตร่ ะยะทาง1-3E กจ็ ะเกิน 7 ไมล์
68 วารสารกึ่งวชิ าการ
ภาพ 13 ตำ� แหน่งบ้านสวนของพระยาพิมล วเิ คราะห์จากขอ้ มูลของกัปตัน Thomas Forrest
แสดงว่าเส้นทางนี้ผิดเช่นกนั ถา้ จดุ ท่ี 3C อยทู่ เ่ี มืองถลางบ้านเคยี น ต�ำบลเทพกระษัตรี ซ่ึงระยะทางจากจดุ ที่
2 ถึงจุดที่ 3C เพียง 2 ไมล์เศษ แสดงว่าเมืองถลางบ้านเคียนไม่ใช่ต�ำแหน่งบ้านสวนของคุณหญิงจันและ
พระยาพมิ ล
เสน้ ทางทีเ่ ปน็ ไปไดท้ สี่ ดุ คอื เริ่มจากทา่ เรือจุดท่ี 1 เดนิ ทางเลียบชายป่าเพ่อื เลยี่ งภูเขาไปทางทศิ ตะวันตก
เฉียงเหนอื 2 ไมล์ (3.2 กิโลเมตร) ไปจุดที่ 2 ซึ่งเปน็ ท่รี าบหรือนาข้าว จากจดุ ที่ 2 ผ่านท่รี าบกลางเกาะไปทาง
ทศิ ตะวันตกเฉยี งเหนอื อกี 6 ไมล์ (9.6 กิโลเมตร) จะถงึ จุดท่ี 3D รวมระยะทาง 8 ไมล์ (12.8 กโิ ลเมตร) จาก
จดุ ที่ 1 วัดถึงจุดที่ 3D ไดร้ ะยะทาง 7 ไมล์ ตรงตามบนั ทึกของกัปตัน Thomas Forrest ต�ำแหน่งจดุ ที่ 3D จะ
อยใู่ นบริเวณบา้ นเมืองใหม่ในปจั จบุ นั (พืน้ ที่สแี ดง)
สรุป การวิเคราะห์หาต�ำแหน่งของบ้านสวนของพระยาพิมลใน พ.ศ. 2327 โดยใช้ข้อมูลของกัปตัน
Thomas Forrest เทยี บกบั แผนทภี่ มู ปิ ระเทศพบวา่ บา้ นสวนอยบู่ รเิ วณบา้ นเมอื งใหมใ่ กลศ้ าลเจา้ แมห่ ลกั เมอื ง
เมืองใหม่และใกล้วัดเมืองใหม่ เร่ืองนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญที่ต�ำแหน่งบ้านสวนของพระยาพิมลตรงกับบ้านเมือง
ใหม่ เพราะในสมยั โบราณชาวบ้านจะอยู่กนั เปน็ หมบู่ า้ น มคี วามเป็นไปได้วา่ ชาวบา้ นคงตามไปตง้ั หลกั แหล่ง
อยอู่ าศยั ในตำ� บลเดยี วกนั กบั บา้ นสวนของพระยาพมิ ล หรอื พระยาพมิ ลมาสรา้ งบา้ นสวนในตำ� บลทชี่ าวบา้ น
อยอู่ าศยั มากอ่ น ต่อมาต�ำบลน้ีเจริญขึ้นเป็นเมือง “เมืองใหม”่
2. การวิเคราะห์ข้อมูลจากจดหมายเหตุเมืองถลางเกี่ยวกับท่าเรือขนดีบุกและการส่งมอบช้างท่ี
หายสาบสูญจากวงการประวัติศาสตร์เมืองถลาง และน�ำผลวิเคราะห์มาตรวจสอบกับสถานที่จริง
ในปัจจุบัน
การวิเคราะห์จดหมายเหตุเมืองถลางเกีย่ วกับทา่ เรือขนดบี กุ ณ ท่าแครง
ภาพ 14 บรรทัดท่ี 3 จดหมายเกี่ยวกับท่าเรือขนดีบุกเขียนว่า “หนังสือท่านออกหลวงพิพิธภักดีสมบัติ
เจ้ากรมพระคลัง...กปิตันมิศกัสให้กปิตันวีราเสนเอาสลุปขึ้นมารับเอาดีบุก ณ ท่าแคร่ง...แลดีบุกยังค้างอยู่
ปีที่ 40 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม-สงิ หาคม 2562 69
ภาพ 14 ภาพถ่ายจากต้นฉบบั จดหมายเหตขุ องท่านออกหลวงพิพธิ ภกั ดสี มบตั เิ จา้ กรมพระคลังเขียนถงึ กปั ตนั
Francis Light ว่ามดี บี ุกตกค้างที่ “ทา่ แครง”
ทีม่ า: SOAS Library
ณ ท่าแครง่ 30 ภารา” ส�ำหรบั ค�ำอา่ นจดหมายท้งั ฉบบั อยใู่ นหนงั สอื แถลงงานประวตั ศิ าสตรเ์ อกสารโบราณ
ปที ่ี 3 เลม่ 1 หน้า 97 แผน่ ที่ 5 จากการทหี่ ลวงพพิ ิธฯ กรมพระคลัง ส่งขุนท่าพรมลงมาจดั การดีบกุ ทท่ี า่ แครง
ตามจดหมายขอจากกัปตัน Francis Light เพอ่ื ปอ้ งกันการแอบอา้ งจากกปั ตันมิศกัส (James Scott) แสดง
ว่าปริมาณดีบุกท่ีขนถ่ายท่ีท่าเรือท่าแครงต้องมีปริมาณมากและมูลค่าสูง หมายถึงท่าเรือนี้และบริเวณรอบ
ทา่ เรอื ต้องมีความสำ� คัญทางดา้ นเศรษฐกิจ
ภาพ 15 ภาพถา่ ยจากต้นฉบับจดหมายเหตุของพระยาตะกั่วทุ่งบางคลเี ขยี นถึงเจ้าเมอื งปรศิ วาลเี รอ่ื งการส่งช้างไป
ขายและเรื่องก�ำปนั่ เทศไมไ่ ด้เข้ามารบั ชา้ งทเ่ี มืองถลาง
ทมี่ า: SOAS Library
การวเิ คราะห์จดหมายเหตเุ มอื งถลางเก่ียวกบั การสง่ มอบชา้ งไปขาย
ภาพ 15 สำ� หรับทา่ เรอื เมืองถลางสำ� หรับสง่ ชา้ งไปขาย มีกล่าวถึงอยใู่ นจดหมายเหตซุ ่ึงพระยาตะก่วั ทงุ่
บางคลเี ขียนจดหมายสองฉบับใจความเดยี วกนั ,วนั เดยี วกันคอื วนั พฤหัส แรม1ค่�ำ เดอื นย่ี จ.ศ.1152 ตรงกบั
วนั ท่ี 20 มกราคม พ.ศ. 2333 ในจดหมายแผน่ ท่ี 57 เขยี นถงึ กปั ตนั James Scott ทเี่ มืองปีนงั และแผ่นที่ 7
เขยี นถึงเจ้าเมอื งปริสวาลยี ความวา่ “พระราชทานกบั ดบี ุก 100 ภารา ชา้ ง 10 ชา้ ง ใหแ้ กข่ า้ พเจา้ เอาออกมา
จดั แจงกำ� ป่นั เทศบรรทุกออกไป...ณ มรสุมปีจอโทศกน้ี แลกำ� ป่นั เทศมิได้เข้ามา ณ เมืองถลางเหมือนอยา่ ง
70 วารสารก่งึ วิชาการ
แต่ก่อนซึ่งจะบรรทุกดีบุกและช้างออกไปตามรับสั่งน้ันขัดสน” ส�ำหรับค�ำอ่านจดหมายทั้งฉบับอยู่ในหนังสือ
แถลงงานประวตั ศิ าสตร์เอกสารโบราณคดี ปที ี่ 3 เล่ม 2 แผ่นท่ี 57 หนา้ 90 และแผน่ ท่ี 7 หน้า 85 จดหมาย
เก่ียวกับเรือก�ำปั่นเทศท้ังสองฉบับเป็นหลักฐานท่ียืนยันถึงการส่งออกช้างไปขาย แต่ไม่ระบุต�ำแหน่งท่าเรือ
ขนชา้ ง ซ่ึงควรจะเป็นท่าเรอื ตามปกติหรอื ท่าเรอื ท่ีเกาะมะพร้าว
ภาพ16 หลักฐานการส่งมอบช้าง 108 เชอื ก
ทมี่ า: SOAS Library
ภาพท่ี 16 คอื ภาพตน้ ฉบับจดหมายเหตเุ ก่ียวกับการสง่ มอบช้างไปขาย และเหน็ ลายเซน็ ของผเู้ กย่ี วข้อง
เป็นภาษาจีนซ่ึงน่าจะเป็นกัปตันเรือสินค้า แต่ไม่ได้บอกวันเวลา ส�ำหรับลายเซ็นตัวแรกซ้ายมือ อ่านว่า โย่ว
แปลวา่ ขวา ลายเซน็ ตัวท2่ี ขวามือ อ่านวา่ หลง แปลวา่ มงั กร ส�ำหรับคำ� อ่านจดหมายทงั้ ฉบบั อยใู่ นหนังสือ
แถลงงานประวตั ิศาสตรเ์ อกสารโบราณปที ี่ 3 เลม่ 2 หน้า117 แผน่ ที่ 13
จากจดหมายการส่งมอบช้าง จะเห็นว่าช้างมีจ�ำนวนมาก ไม่สามารถขนขึ้นเรือในครั้งเดียว จึงต้องมี
คอกพักช้างส�ำหรับรอเรอื กำ� ป่นั เทศ กอ่ นน�ำชา้ งไปขนึ้ เรือทจี่ ดุ จอดเรอื เกาะมะพรา้ ว ในแผนท่ีภมู ิประเทศของ
จังหวดั ภูเกต็ กรมแผนทีท่ หาร ชุด L7017 หมายเลขระวาง 4624 II พมิ พโ์ ดยกรมแผนทท่ี หาร 11-2524 ได้
ปรากฏบา้ นท่าแครงและบา้ นคอกช้างอย่ใู นแผนที่ ซึง่ บา้ นคอกช้างอยูห่ ่างจากจดุ จอดเรอื เกาะมะพรา้ วเพยี ง
2 กิโลเมตร อยหู่ า่ งจากบ้านทา่ แครง 5 กโิ ลเมตรอยู่ห่างจากบา้ นทงุ่ คา (ชื่อเดมิ ของเมอื งภูเก็ตปัจจุบัน) เพียง
3 กิโลเมตร
ภาพ17 ภาพตำ� แหน่งของ “ทา่ แครง”ในแผนทีข่ องกรมแผนท่ีทหารปพี .ศ.2524 เทียบกบั “ท่าแครง”ในปัจจุบันและ
แผนท่มี ณฑลภเู ก็ตฉบบั ร.ศ.127 ก่อนมกี ารถมทะเลบรเิ วณสะพานหนิ ดงั ในภาพจาก Google map จะเห็นว่า
“บา้ นท่าแครง”หายไปจากแผนท่ี และแหลมสะพานหินงอกยาวลงไปในทะเล
ปที ี่ 40 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม-สงิ หาคม 2562 71
การตรวจสอบต�ำแหนง่ บา้ นท่าแครงและบา้ นคอกชา้ งกับสถานทจ่ี รงิ ในปจั จบุ นั
การตรวจสอบต�ำแหน่งบ้านท่าแครงกับสถานที่จรงิ ในปัจจบุ ัน
ภาพเปรียบเทียบบ้านท่าแครงในอดีต พ.ศ. 2524 และสภาพท่าแครงในปัจจุบัน มีการสร้างสะพาน
เทพศรีสินธ์จากท่าแครงไปถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี และแผนท่ีเกาะภูเก็ตฉบับท่ีเก่าที่สุดคือ แผนท่ีมณฑล
ภเู กต็ ของกรมแผนทท่ี หาร ฉบบั วนั ที่ 27 มนี าคม ร.ศ.127 จะเหน็ วา่ บรเิ วณทา่ แครงในแผนทฉ่ี บบั นค้ี อื ปากนำ�้
เมืองภูเก็ต เรือสินค้าเข้าออกได้ ซึ่งในอดีตมีความส�ำคัญด้านการขนถ่ายสินค้าและการค้าขาย ต่อมาหลัง
พ.ศ. 2500 ทางจงั หวดั ภเู กต็ ท�ำการถมทะเลบรเิ วณสะพานหิน
ภาพ18 ภาพตำ� แหน่ง “บ้านคอกช้าง”ในแผนที่ของกรมแผนที่ทหาร พ.ศ. 2524 เทยี บกบั “บา้ นคอกช้าง”ในปัจจุบัน
จาก Google map จะเห็นวา่ “บ้านคอกชา้ ง”หายไปจากแผนที่
การตรวจสอบต�ำแหน่งจุดจอดเรอื และบ้านคอกชา้ งกับสถานท่จี ริงในปัจจบุ ัน
ภาพ 18 จากแผนทีภ่ ูเก็ตของกรมแผนทที่ หารชุด L7017 หมายเลขระวาง 4624 II พ.ศ.2524 จะพบว่า
บรเิ วณใกลก้ บั จดุ จอดเรอื เกาะมะพรา้ วจะพบตำ� แหนง่ บา้ นคอกชา้ ง จะเหน็ วา่ บา้ นคอกชา้ งอยหู่ า่ งจดุ จอดเรอื
เพยี ง 2 กโิ ลเมตร จากแผนท่ี พ.ศ. 2524 เทยี บกบั แผนทใี่ นปจั จบุ นั พบวา่ ตำ� แหนง่ บา้ นคอกชา้ งอยใู่ กลโ้ รงเรยี น
บ้านกู้กู
สรปุ จากการตรวจสอบกบั แผนทเี่ กาะภเู กต็ ในปจั จบุ นั ตงั้ แตเ่ มอื งทา่ เรอื ทา่ จอดเรอื บรเิ วณเกาะมะพรา้ ว
บ้านสะป�ำซ่งึ คณุ หญิงจนั ไปตง้ั ท�ำเหมืองแรด่ ีบกุ บ้านคอกช้างซ่งึ อยใู่ กล้กบั โรงเรยี นบ้านกู้กแู ละบ้านทา่ แครง
ซึ่งอยู่ใกล้บ้านทุ่งคา (ชื่อเดิมของตัวเมืองภูเก็ตปัจจุบัน) แต่ละจุดห่างกันประมาณ 2-5 กิโลเมตร
จากหลักฐานเหล่านี้สนับสนุนว่าท่ีตั้งของเมืองภูเก็ตในสมัยคุณหญิงจัน ควรจะอยู่ในบริเวณใกล้กับตัวเมือง
ภูเก็ตปัจจุบัน และหลักฐานปฐมภูมิเหล่าน้ียืนยันว่าความเจริญของเมืองถลางในสมัยของคุณหญิงจันอยู่
ฝั่งตะวนั ออกของเกาะถลาง
หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ท่ีได้จากหลักฐานปฐมภูมิ
เมอื่ ยนื ยนั จากหลกั ฐานปฐมภมู วิ า่ ในสมยั คณุ หญงิ จนั พ.ศ. 2327 เมอื งทา่ เรอื เปน็ เมอื งสำ� คญั ทสี่ ดุ เปรยี บ
เหมือนเมืองหลวงของเกาะถลาง และทราบต�ำแหน่งที่แน่นอนของเมืองท่าเรือและจุดจอดเรือในสมัยนั้น
ก็สามารถวิเคราะห์หาคำ� ตอบเรื่องประวัติศาสตรเ์ มอื งถลาง คือ
72 วารสารกึ่งวิชาการ
1. เมืองท่าเรือคือเมืองศูนย์กลางของเกาะถลางและเป็นที่ต้ังบ้านของคุณหญิงจัน เวลาเกิดสงครามใน
พ.ศ. 2328 พมา่ ตอ้ งเขา้ ตเี มอื งทา่ เรอื ดงั นน้ั คา่ ยทหารไทยของคณุ หญงิ จนั และสมรภมู ริ บกบั พมา่ ใน พ.ศ. 2328
ต้องตง้ั อยบู่ รเิ วณเมอื งทา่ เรอื ดงั หลักฐานจดหมายซึ่งคณุ หญงิ จันเขียนถงึ กัปตนั Francis Light ในภาพ 19
ภาพ19 ภาพถ่ายจากต้นฉบบั จดหมายเหตขุ องคุณหญิงจันซึ่งเลา่ เท้าความถึงเหตุการณ์ในวนั ที่พม่าบุกเมืองทา่ เรือ
ท่ีมา: SOAS Library
ภาพตน้ ฉบบั บางประโยคในจดหมายคณุ หญงิ จนั ซง่ึ เลา่ เทา้ ความถงึ เหตกุ ารณใ์ นวนั ทพ่ี มา่ บกุ เมอื งทา่ เรอื
ว่า “กลับแล่นหนีมา ณ บ้านแลคนซ่ึงให้รักษาบ้านเรือนอยู่นั้นแล่นทุ่มบ้านเรือนเสีย ข้าวของท้ังปวงเป็น
อนั ณรายมคี นเกบ็ รบิ เอาไปสน้ิ แลอยทู่ กุ วนั นย้ี ากจนขดั สนเปน็ นกั ” เขยี นเมอ่ื วนั พฤหสั บดี เดอื น11 อฐั ศก หรอื
เดอื นตลุ าคม พ.ศ. 2329 สำ� หรบั คำ� อา่ นจดหมายทง้ั ฉบบั อยใู่ นหนงั สอื แถลงงานประวตั ศิ าสตรเ์ อกสารโบราณ
ปีท่ี 3 เลม่ 2 แผ่นท่ี 47 หนา้ 115
ความเปน็ ไปได้ของการตง้ั ค่ายรบั ศกึ พมา่ ใน พ.ศ. 2328 ในแผนท่ีของกรมแผนท่ที หารชดุ L7017 ระวาง
4624 II พ.ศ. 2524 จะเหน็ วา่ เมอื งทา่ เรอื มชี ยั ภมู ทิ ดี่ ใี นการตง้ั รบั คอื ดา้ นหนา้ เขา้ ออกยากตอ้ งผา่ นลำ� ธารแคบ
เรือใหญเ่ ข้าไม่ได้ (สถานท่จี ริงปัจจุบันเปน็ ป่าโกงกาง ในสมัยก่อนตอ้ งเปน็ ป่าทบึ กวา่ ปัจจบุ นั มาก) ดา้ นหลัง
คอื ปา่ ทบึ และภเู ขา “เขาประทิว” ซง่ึ หา่ งเมืองท่าเรือประมาณ 2 กโิ ลเมตร ชาวถลางสามารถหลบหนเี ข้าปา่ ไป
ตั้งหลักบนภูเขาและจุดตดั ในภาพซงึ่ อยบู่ รเิ วณถนนสาย 4027 ห่างจากเมืองท่าเรอื ประมาณ 600-800 เมตร
ถา้ คณุ หญงิ จนั นำ� ปนื ใหญม่ าตงั้ บรเิ วณนส้ี ามารถยงิ พมา่ ทบี่ กุ มาถงึ เมอื งทา่ เรอื ซง่ึ ระยะ 600-800 เมตรซง่ึ เปน็
ระยะยงิ หวงั ผลของปนื ใหญใ่ นสมยั นน้ั หรอื นำ� ปนื ใหญไ่ ปไวบ้ นเชงิ ภเู ขาดา้ นหลงั (ศพั ทท์ หารปนื ใหญเ่ รยี กวา่
“ท่ีสูงข่ม”) เพ่ือ “ยิงกดหัว” ลงมาเวลาพม่าบกุ เขา้ เมืองท่าเรือ (ภาพ 20)
หลักฐานปฐมภูมิท่ีเก่าท่ีสุดที่กล่าวถึงเมืองถลางและเมืองบ้านเคียน คือหนังสือของกัปตัน Thomas
Forrest พ.ศ. 2327 กลา่ ววา่ บา้ นถลางและบา้ นเคยี นเปน็ ตำ� บลในเกาะถลางเทา่ นน้ั และไมม่ คี วามสำ� คญั ใน
ดา้ นอนื่ ๆ (Forrest, 1792, p.31, หลกั ฐานปฐมภมู ชิ นิ้ ที่ 2 คอื จดหมายเหตุ ร.2 จ.ศ. 1171-1173 (พ.ศ. 2352-
2354) เร่ือง “ค�ำให้การของงะสาตนะออง” เชลยระดับนายทัพพม่าซ่ึงทหารไทยจับได้ และส่งข้ึนมาสอบท่ี
กรุงเทพฯ เชลยให้ปากค�ำถึงเมืองถลางและบ้านเคียน ความบางตอนว่า “ก�ำหนดกองทัพบกกองทัพเรือ
พรอ้ มกนั ณ ปากพระ แลว้ กองอา้ ยเจยะตเุ รยี งจอยกขา้ มถึงบา้ นษาดู พบกองตระเวนไทยได้สรู้ บกนั ครู่หนึ่ง
ปีท่ี 40 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สงิ หาคม 2562 73
ภาพ 20 แนวตง้ั ค่ายของคุณหญงิ จันสูก้ บั พมา่ ซงึ่ เขา้ มาจากชายฝัง่ ทะเล โดยตัง้ ค่ายอิงปา่ ทบึ และภูเขาประทวิ
ไทยถอยไป ตามถึงบ้านตะเขียน ไทยถอยไปเข้าค่ายเมืองถลาง” หลักฐานปฐมภูมิช้ินนี้แสดงว่าเมืองถลาง
บา้ นเคยี นเปน็ ค่ายทหารสกู้ ับพม่าในสงครามครง้ั ที่ 2 พ.ศ. 2352 สมยั ของพระยาถลาง (เทียน) บุตรชายของ
คุณหญิงจัน ไม่ใช่ค่ายทหารใน พ.ศ. 2328 สมยั ของคุณหญิงจนั และพระยาพิมล
หมายเหตุ บา้ นษาดคู อื บา้ นสาคอู ยใู่ กลท้ ะเลทางทศิ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ใกลก้ บั บา้ นในยางและสนามบนิ
ภูเก็ต ในบรเิ วณระหว่างบา้ นสาคแู ละบา้ นในยาง มตี ำ� บลบา้ นที่สอดคลอ้ งกบั สงครามเมอื งถลาง พ.ศ. 2352
ช่ือว่า “บ้านพะม่าลง”และ “คลองพะม่าลง” ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านม่าเหล่า หมู่ที่ 5 ต�ำบลสาคู
สว่ นบา้ นตะเขยี นคือบา้ นตะเคียนหรอื บ้านเคียน ห่างจากบา้ นสาคูประมาณ 7 กิโลเมตร
ภาพ 21 บ้านพะมา่ ลงและคลองพะม่าลง ในแผนท่ีของกรมแผนที่ทหาร ชดุ L7017 หมายเลขระวาง 4625 II
พ.ศ. 2524 ปัจจบุ นั ถกู เปล่ียนชอ่ื เป็นบ้านม่าเหลา่ หมู่ที่ 5 ตำ� บลสาคู
74 วารสารก่ึงวชิ าการ
สรุป หลกั ฐานปฐมภมู ิคือหนังสือของกปั ตนั Thomas Forrest ซ่งึ บนั ทึกวา่ เขาไดเ้ ขา้ พบพระยาพมิ ลและ
ผูช้ ่วยทงั้ สามบอ่ ย ๆ ที่บ้านของพระยาพิมลทีเ่ มอื งท่าเรือใน พ.ศ. 2327 (Forrest, 1792, p.31) ยืนยนั วา่ บา้ น
ของคุณหญิงจันและพระยาพมิ ลต้ังอยทู่ เี่ มืองท่าเรือ ดังนัน้ เวลาเกดิ สงครามพมา่ พ.ศ. 2328 พม่าต้องเขา้ ตี
เมืองท่าเรือและการต้ังค่ายทหารไทยของคุณหญิงจันรวมถึงสนามรบจะต้องอยู่ในบริเวณเมืองท่าเรือเช่น
เดียวกัน จากหลักฐานปฐมภูมิข้างต้นสรุปว่าบ้านของคุณหญิงจันและค่ายทหารของคุณหญิงจันในศึกพม่า
ครัง้ แรก พ.ศ. 2328 ไม่ไดต้ ั้งอยู่ทอ่ี ยู่ท่ีเมอื งถลางบ้านเคียน
2. ปืนใหญโ่ บราณ 5 กระบอก ทว่ี ัดพระทอง อำ� เภอถลาง เป็นปนื ทใี่ ชต้ ่อสู้กบั พม่าจรงิ หรือไม่
ปนื ใหญ่โบราณ 5 กระบอกตัง้ อยู่กลางแจง้ ใกล้บอ่ นำ�้ ทว่ี ัดพระทอง อำ� เภอถลาง ภเู กต็ (ภาพ 22) สภาพ
ของปืนใหญ่เก่ามากเหมือนปืนใหญ่สมัยปลายอยุธยาและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระครูสุวรรณพุทธาภิบาล
(บญุ ออด สวุ ฑุ โฒ,แซห่ ลมิ เจา้ อาวาสวดั พระทองรปู ท1ี่ 9 เจา้ คณะตำ� บลเทพกระษตั ร)ี ซง่ึ เปน็ คนบา้ นตะเคยี น
ทา่ นใหข้ อ้ มลู วา่ ผเู้ ฒา่ ผแู้ กเ่ ลา่ ใหท้ า่ นฟงั วา่ พระครวู ติ ถารสมณวตั ร (หลวงพอ่ ฝรงั่ ) อดตี เจา้ อาวาสวดั พระทอง
เอาเกวียนไปขนปืนท้ัง 5 กระบอกมาจากคลองท่ามะพร้าว (แต่ไม่ทราบต�ำแหน่งที่แน่ชัด) ตั้งแต่ก่อน พ.ศ.
2500 แต่ก็ไมม่ ใี ครทราบว่าท�ำไมปืนใหญ่ไปอยู่ทีบ่ ริเวณคลองทา่ มะพรา้ ว ทางกรมศลิ ป์ฯ เคยมาตรวจแตไ่ ม่
ได้รับรองว่าเป็นปืนใหญ่ท่ีใช้ต่อสู้พม่าสมัยสงครามเมืองถลางหรือไม่ เน่ืองจากไม่มีจารึกหรือเครื่องหมาย
ใด ๆ บนตวั ปืนใหญ่ และประวตั ยิ งั ไม่ชดั เจน
ความเปน็ ไปได้ของปืนใหญ่ 5 กระบอก คือปืนส�ำหรับปอ้ งกนั เมอื ง “บ้านเมอื งใหม”่ หลงั จาก พ.ศ. 2328
บา้ นเมอื งใหมเ่ จรญิ ขน้ึ กลายเปน็ เมอื ง พระยาถลาง (เทยี น) คงจะเตรยี มปนื ใหญไ่ วป้ อ้ งกนั เมอื งบา้ นเมอื งใหม่
จากโจรสลดั มลายทู ม่ี กั จะตปี ลน้ เกาะถลางเสมอ ๆ ดงั ตวั อยา่ งจดหมายพระยาถลาง (เทยี น) เขยี นตอบกปั ตนั
Francis Light วา่ “หนงั สอื ทา่ นพระยาเพชรครี ศี รสี งครามเจา้ พระยาถลาง บอกมายงั ทา่ นพระยาราชกปติ นั ...
ท่านพระยาราชกปิตันส่ังมาว่า แขกเสกหะลีเหล่าร้ายซึ่งเป็นโจร...แลว่าพระยาไทรเป็นใจคิดอ่านด้วยกันกับ
แขกเหลา่ รา้ ย จะคดิ อา่ นตแี หง่ ใดยงั มริ ู้ แลอยา่ ใหข้ า้ พเจา้ ไวใ้ จแกร่ าชการ...แลขา้ พเจา้ ใหจ้ ดั แจงตง้ั คา่ ยปากนำ�้
ให้ผ้คู นลงไปประจำ� รกั ษาค่าย...มาดว่าพระยาไทรจะพาแขกเสกหะลมี าตี ณ เมืองถลางนั้น จะไดก้ ลัวเกรง
แกแ่ ขกเหลา่ นห้ี ามไิ ด.้ ..” สำ� หรบั คำ� อา่ นจดหมายทงั้ ฉบบั อยใู่ นหนงั สอื แถลงงานประวตั ศิ าสตรเ์ อกสารโบราณ
ปที ่ี 3 เลม่ 2 แผน่ ที่ 1 หนา้ 81
ตอ่ มาในศกึ พมา่ ครง้ั ที่ 2 พ.ศ. 2352 ปนื ใหญท่ ง้ั 5 กระบอกนค้ี งใชต้ อ่ สกู้ บั พมา่ ทเ่ี ขา้ มาจากทศิ เหนอื ของ
เกาะถลาง ตอ่ มาพม่ายดึ เกาะถลางเกือบหนง่ึ ปี พม่าขนปนื ใหญ่ของเมอื งถลางลงเรือไปเมืององั วะ ส่วนปนื
ใหญ่ที่บ้านเมืองใหม่ พม่าขนไปลงเรือที่คลองท่ามะพร้าวซ่ึงอยู่ห่างไปเพียง 1 กิโลเมตรแล่นเรือออกอ่าวท่า
มะพร้าวไปปากพระ (ภาพ 22) สันนิษฐานว่าเรือท่ีพม่าใช้ขนปืนใหญ่ของเมืองเมืองใหม่คงล่มในคลองท่า
มะพร้าวและไมไ่ ดก้ ู้ ต่อมาหลวงพ่อฝร่ังไปขนเอามาไว้ทว่ี ดั พระทองจนทกุ วนั นี้
3. ต�ำแหน่งและช่อื ท่ีถูกตอ้ งของวดั ท่พี ระยาราชกปิตนั มาฟังตรารบั ส่งั ใน พ.ศ. 2328
จดหมายของออกหลวงเพชรภกั ดศี รพี ิชยั สงครามยกระบัตรเขียนถึงกัปตนั Francis Light ในบรรทดั ที่ 3
ปที ี่ 40 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สงิ หาคม 2562 75
ภาพ 22 ภาพปืนใหญ่ 5 กระบอกท่วี ัดพระทองและแผนท่ี Google Map คลองท่ามะพร้าวท่ีพบปนื ใหญ่
ทัง้ 5 กระบอกนี้
และ 4 กลา่ ววา่ “แลใหเ้ ชญิ ทา่ นพระยาราชกปติ นั มาฟงั ตรารบั สง่ั ณ วดั นาลาง หนงั สอื มา ณ วนั อาทติ ย์ เดอื น
สิบสอง แรม 11 คำ่� จุลศักราชพันร้อยส่ีสิบเจ็ด ปีมะเส็ง สัพศก” ตรงกบั วนั ที่ 27 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2328
สำ� หรบั คำ� อ่านจดหมายทั้งฉบับอยใู่ นหนังสอื แถลงงานประวัติศาสตรเ์ อกสารโบราณ ปีที่ 3 เล่ม 2 แผ่นที่ 53
หนา้ 101
สำ� หรับวัด “นาลาง” ในจดหมายฉบบั น้ีแตเ่ ดิมเรยี กช่ือว่า “วัดนาล่าง หรอื วดั นาลา้ ง” สาเหตจุ ากสำ� เนา
จดหมายเหตุท่ีได้จากมหาวิทยาลัยลอนดอนไม่ชัดเจน จากภาพต้นฉบับที่ชัดเจน ยืนยันชื่อวัดที่ถูกต้องคือ
“วดั นาลาง” ในภาพ 23
ภาพ 23 ภาพถ่ายจากตน้ ฉบับจดหมายเหตุ แสดงชอื่ วัดทเี่ มอื งท่าเรอื ทถ่ี กู ตอ้ งคอื วัดนาลาง
ทม่ี า: SOAS Library
ใน พ.ศ. 2327 เมอื งทา่ เรอื คอื เมอื งศนู ยก์ ลางของเกาะถลาง และกปั ตนั Thomas Forrest กลา่ ววา่ เมอื ง
ทา่ เรอื มวี ดั เพยี งแหง่ เดยี ว มพี ระ 20 รปู (Forrest, 1792, p.34) ดงั นนั้ วดั ในบนั ทกึ ของกปั ตนั Thomas Forrest
คือวัดนาลาง สำ� หรับบา้ นคณุ หญิงจนั ตั้งอย่ทู ่ีเมอื งท่าเรอื คณุ หญงิ จนั ตอ้ งเข้าวัดฟงั ธรรมทว่ี ัดนาลาง เมอ่ื ตวั
ทา่ นและบพุ การขี องทา่ นรวมทง้ั คนในครอบครวั เสยี ชวี ติ ตอ้ งนำ� มาทำ� พธิ ที างศาสนาทว่ี ดั นาลาง และพธิ หี ลวง
76 วารสารก่งึ วชิ าการ
ท่ีส�ำคัญของเมืองถลางก็คงกระท�ำท่ีวัดนาลาง เช่น พิธีรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นท้าวเทพกระษัตรี-
ทา้ วศรสี นุ ทร แต่วดั นาลางถกู พมา่ ทำ� ลายใน พ.ศ. 2352
ส�ำหรบั นกั ประวัตศิ าสตรภ์ เู กต็ สันนษิ ฐานว่า วัดนาลาง คือวดั พระนางสรา้ ง และวดั ทพ่ี ระยาราชกปติ นั
มาฟงั ตรารบั สงั่ ใน พ.ศ. 2328 คือวดั พระนางสรา้ ง ตำ� บลเทพกระษตั รี อ�ำเภอถลาง ซ่ึงเป็นไปไมไ่ ดเ้ พราะอยู่
คนละสถานที่กัน ถ้าพิจารณาจากศิลปะของพระอุโบสถของวัดพระนางสร้าง ซึ่งลักษณะเหมือนกับโบสถ์ที่
นยิ มสรา้ งในรชั การที่ 3 คอื ตัดช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ออก ก่ออิฐฉาบปนู หน้าบัน ฯลฯ แสดงวา่ วดั นีส้ รา้ งขน้ึ
ในสมยั รชั การที่ 3 หลงั สงครามพมา่ ครงั้ ที่ 2 สำ� หรบั เศยี รพระในพงุ วดั พระนางสรา้ งซงึ่ เปน็ เศยี รพระทก่ี รมศลิ ป์
ตรวจสอบแลว้ วา่ เปน็ พระสมยั อยธุ ยาตอนปลาย แตก่ ไ็ มย่ นื ยนั วา่ มาจากไหน เศยี รพระนน้ี า่ จะเปน็ พระพทุ ธรปู
วดั นาลางท่ีโดนพม่าท�ำลายใน พ.ศ. 2352 และชาวบา้ นน�ำมาบรรจไุ ว้ในพระพุทธรปู วัดพระนางสร้าง
สรุปและอภิปรายผล
หลกั ฐานปฐมภมู คิ อื จดหมายเหตขุ องกปั ตนั Thomas Forrest ซงึ่ สำ� นกั งานใหญข่ องบรษิ ทั อนิ เดยี ตะวนั
ออกขององั กฤษสงั่ ใหเ้ ดนิ ทางมาสำ� รวจเกาะถลางใน พ.ศ.2327 ตอ่ มากปั ตนั Thomas Forrest เดนิ เรอื ระหวา่ ง
เกาะถลางและเกาะปีนัง 8 ปี ต้ังแต่ พ.ศ. 2327-2335 จึงกลับอังกฤษ เขาส�ำรวจเกาะถลางเพ่ือรายงาน
ส�ำนักงานใหญ่ และเขียนพิกัดเส้นรุ้งของจุดจอดเรือ ระบุลักษณะเฉพาะของภูมิประเทศจุดจอดเรือรวมถึง
เมอื งสำ� คญั ในเวลานนั้ คอื เมอื งท่าเรอื เขาได้พบพระยาพิมลพรอ้ มกบั ผชู้ ว่ ยทัง้ สามของพระยาพมิ ลบอ่ ย ๆ ใน
พ.ศ.2327 เขาบรรยายวา่ บา้ นของพระยาพมิ ลและคณุ หญงิ จนั อยทู่ เี่ มอื งทา่ เรอื แตน่ กั ประวตั ศิ าสตรไ์ มเ่ ชอ่ื ถอื
ข้อมลู ในหนงั สอื ของกปั ตัน Thomas Forrest เพราะเขา้ ใจว่าขอ้ มูลเหล่านน้ั ผดิ พลาด สาเหตุสำ� คญั คอื แผนที่
ในหนงั สอื ขาดหายไป ในพ.ศ.2561 พบหนงั สอื เรอ่ื งเดยี วกนั และมแี ผนทอี่ ยคู่ รบ เมอื่ นำ� จดุ จอดเรอื ทอี่ า่ นจาก
แผนทโ่ี บราณมาตรวจสอบกับลักษณะเฉพาะของภมู ปิ ระเทศของสถานที่จริง ยนื ยนั วา่ จดุ จอดเรือในสมัยนนั้
คือเกาะมะพร้าว เมื่อน�ำต�ำแหน่งเมืองท่าเรือในแผนท่ีมาตรวจสอบกับลักษณะเฉพาะของภูมิประเทศของ
สถานที่จริงยืนยันว่าเมืองศูนย์กลางของเกาะถลางสมัยคุณหญิงจันคือเมืองท่าเรือ ต�ำแหน่งในปัจจุบันอยู่ที่
หมู่ท่ี 8 บา้ นบางลา ตำ� บลป่าคลอก อ�ำเภอถลาง โดยเป็นพ้ืนทร่ี ะหวา่ งตน้ คลองบางกาและต้นคลองบางลา
หลักฐานปฐมภูมิคือแผนที่เกาะถลางและจุดจอดเรือรวมถึงจดหมายเหตุของกัปตัน Thomas Forrest
ร่วมกับหลักฐานที่ชัดเจนจากภาพต้นฉบับจดหมายเหตุเมืองถลางฉบับท่ีกล่าวถึงท่าเรือขนดีบุกที่ท่าแครง
รวมถงึ ฉบบั ทก่ี ลา่ วถงึ เรอื กำ� ปน่ั เทศทเ่ี ขา้ มาขนชา้ งทเ่ี มอื งถลาง (เมอื งทา่ เรอื ) และการสง่ มอบชา้ งจำ� นวนมาก
เตรียมส่งไปขาย เป็นหลักฐานแสดงถึงความส�ำคัญทางด้านเศรษฐกิจของเมืองท่าเรือสมัยนั้น ยืนยันว่า
ความเจริญของเกาะภูเก็ตในสมัยคุณหญิงจัน ตั้งแต่เมืองท่าเรือ จุดจอดเรือเกาะมะพร้าว บ้านสะป�ำ
บ้านคอกชา้ ง และทา่ เรอื ขนดีบุกบา้ นท่าแครง อยูท่ างฝั่งตะวันออกของเกาะภูเก็ต
ในสมัยคุณหญิงจัน พ.ศ. 2327-2335 บ้านถลางบ้านตะเคียนทางฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ตเป็นเพียง
ตำ� บลเล็ก ๆ และไมป่ รากฏหลกั ฐานสนับสนนุ ว่าต�ำบลนม้ี ีความสำ� คัญด้านการทหาร การปกครองหรอื ด้าน
เศรษฐกจิ ใด ๆ สรปุ ว่าบ้านของคณุ หญิงจันและค่ายทหารของคณุ หญงิ จนั ในศึกพมา่ คร้งั แรก พ.ศ. 2328 ไม่
ได้ตั้งอยทู่ ีอ่ ยทู่ ี่เมืองถลางบา้ นเคียน
ปที ี่ 40 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สงิ หาคม 2562 77
หลกั ฐานปฐมภมู ขิ องคา่ ยทหารเมอื งถลางบา้ นเคยี นปรากฏครง้ั แรกในจดหมายเหตุ ร.2 จ.ศ.1171-1173
(พ.ศ. 2352-2354) ระบวุ ่าเป็นท่ีตั้งของค่ายทหารไทยในสงครามพม่าครั้งท่ี 2 พ.ศ. 2352 ซ่งึ เปน็ คนละยุคกับ
ยคุ ของคณุ หญงิ จนั ในศกึ พม่าครง้ั แรก พ.ศ. 2328
เมอื่ หลกั ฐานปฐมภมู ยิ ืนยันว่า “บา้ นของพระยาพมิ ลคุณหญงิ จนั ตัง้ อยู่ท่ีเมืองท่าเรือ” ดังนัน้ ค�ำว่า“เมอื ง
ถลาง” ซึง่ คุณหญิงจันเขยี นจดหมายส่วนตัวถึงกัปตนั Francis Light และ “เมืองถลาง” ในจดหมายเหตเุ มอื ง
ถลางทุกฉบับย่อมหมายถึง เมืองทา่ เรือ ไม่ใช่เมืองถลางบ้านเคียน
ข้อเสนอแนะ
ขอเสนอให้ทางจังหวัดภูเก็ตและทางกรมศิลปากรและหน่วยงานด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ของจังหวัดภูเก็ตท�ำการตรวจสอบสถานท่ีจริงตามหลักฐานปฐมภูมิซึ่งยืนยันว่า เมืองถลางสมัยคุณหญิงจัน
อยู่ท่ีเมืองท่าเรือ อาจจะพบหลักฐานสมัยคุณหญิงจันเพิ่มเติม และเรื่องส�ำคัญคือการค้นหาต�ำแหน่ง
บ้านคุณหญิงจันและค่ายทหาร พ.ศ.2328 และตรวจสอบปืนใหญ่โบราณที่วัดพระทอง รวมท้ังค้นหา
ต�ำแหน่งวัดนาลาง ส�ำหรับสถานที่บวงสรวงใหญ่ประจ�ำปีในวันถลางชนะศึก ควรพิจารณาใหม่ เพราะไม่
ตรงกับสถานที่จริงในประวัติศาสตร์ รวมถึงการยกเลิกเร่ืองที่อ้างว่า “หลุมศพมุสลิมบริเวณใกล้วัดม่วง
โกมาภัจจ์ เป็นหลุมฝังศพของหม่าเส้ีย มารดาของคุณหญิงจัน” เพราะหลุมศพนี้ไม่มีหลักฐานปฐมภูมิทาง
ประวตั ิศาสตร์ใด ๆ
ขอเสนอให้ทางจังหวัดภูเก็ตอนุรักษ์ช่ือโบราณของสถานท่ีส�ำคัญในประวัติศาสตร์เฉพาะท่ีพิสูจน์แล้ว
ว่าจริงไม่ให้หายสาบสูญ เช่น บ้านคอกช้างและบ้านท่าแครงซึ่งมีอยู่ในแผนที่กรมแผนท่ีทหารชุด L7017
พ.ศ. 2524 แต่ใน Google Map ซึ่งปัจจบุ ันใช้กันแพร่หลาย ช่ือสองตำ� บลนัน้ หายไป ส่วนบา้ นพม่าลงและ
คลองพมา่ ลง ปจั จบุ นั ถกู เปลยี่ นชอ่ื เปน็ บา้ นมา่ เหลา่ หมทู่ ่ี 5 ตำ� บลสาคู จากเหตกุ ารณก์ ารเปลยี่ นชอื่ สถานที่
โดยไมม่ เี คา้ ด้ังเดมิ ทน่ี ่าเปน็ ห่วงเชน่ นี้ ถา้ หากปล่อยไวน้ านช่ือทางประวตั ศิ าสตร์เหลา่ นีจ้ ะหายสาบสญู หมด
นกั ประวตั ศิ าสตรค์ วรเปลย่ี นความเชอ่ื วา่ ชอื่ พน้ื ฐานของตำ� บลในเกาะภเู กต็ สว่ นใหญม่ กั จะมาจากภาษา
มลายู แตห่ ลกั ฐานปฐมภมู คิ อื ชอ่ื สถานทตี่ ำ� บลในจงั หวดั ภเู กต็ ซง่ึ สำ� รวจโดยกปั ตนั Thomas Forrest ใน พ.ศ.
2327 จะเหน็ วา่ เปน็ ชอ่ื ภาษาไทยทงั้ สนิ้ ซง่ึ ชอ่ื สถานทไี่ ดจ้ ากการสำ� รวจ เปน็ ชอื่ ตามความจรงิ แตกตา่ งจากคำ�
อธบิ ายของกปั ตนั Thomas Forrest เกย่ี วกบั ชอ่ื ของเกาะภเู กต็ ซง่ึ เปน็ ความเหน็ สว่ นตวั และไดร้ บั อทิ ธพิ ลจาก
ค�ำเรียกของกัปตันด้วยกันและการเดินเรือแถบอาเจะห์หลายปี ในพงศาวดารเมืองถลางฉบับ พ.ศ. 2384
(รายงานประวัติศาสตร์ถลางคร้ังที่ 2 หน้า 193) จะเห็นว่าชื่อที่เรียกสถานท่ีของจังหวัดภูเก็ตเป็นภาษาไทย
ทั้งสิ้น (ภาพ 24) เรอ่ื งหลักฐานส�ำคญั มากคอื ประเทศไทยมภี าษาพดู และภาษาเขยี นของเราเอง หลกั ฐานใน
จดหมายเหตุเมืองถลาง คุณหญิงจันและเจ้าเมือง ขุนนาง ทุกคนพูดภาษาไทย เขียนภาษาไทย และเรียก
สถานที่บนเกาะถลางด้วยภาษาไทย จากหลักฐานเหล่าน้ีพิสูจน์ว่า ชื่อพื้นฐานของต�ำบลในเกาะภูเก็ต
สว่ นใหญ่เปน็ ภาษาไทย,ไมไ่ ดม้ าจากภาษามลายู
บันทึกของกัปตัน Thomas Forrest ระบุว่า บ้านและบ้านสวนของพระยาพิมลสร้างแบบเดียวกันกับ
บ้านทว่ั ไปคอื ใชไ้ มซ้ ุงเปน็ เสา สว่ นผนัง หลงั คาใช้ใบปาลม์ ซึ่งพบทว่ั ไปในแหลมมลายู ไม่มีการก่ออิฐถือปูน
78 วารสารก่ึงวิชาการ
ภาพ 24 ชื่อสถานท่ีในเกาะถลางจากการส�ำรวจของกัปตันThomas Forrestและพงศาวดารเมืองถลาง
ประการส�ำคัญคือไม่ได้กล่าวถึงอิทธิพลของโปรตุเกสในการสร้างบ้าน ดังนั้นเพื่อความถูกต้องของ
ประวัตศิ าสตรภ์ เู กต็ การเรียกอาคารเกา่ บนถนนถลางวา่ อาคารชโิ นโปรตกุ สิ จึงควรประกาศยกเลิกอยา่ งเปน็
ทางการ เรอื่ งลักษณะทางสถาปตั ย์ของอาคารเกา่ ในภเู ก็ตเหมอื นกบั บา้ นหลงั แรกของกปั ตนั Francis Light
ในปีนัง ซ่ึงเป็นอาคารแบบอาณานิคมของอังกฤษ ดังน้ันอาคารเก่าบนถนนถลางควรเรียกว่าอาคาร British
Colonial Style หรอื เรยี กตามบรรพบรุ ษุ วา่ “อ่ังหมอ่ หลาว”
ขอขอบพระคณุ
ชยั มงคล แย้มอรณุ พฒั นา นกั วิชาการประมง ศนู ยว์ ิจัยและพฒั นาทรพั ยากรทางทะเลและชายฝงั่
ทะเลอนั ดามัน จงั หวัดภูเกต็
กฤตพร ชาตรีสกุล ช่างภาพถ่ายทางอากาศ และชา่ งภาพถ่ายตน้ ฉบบั จดหมายเหตุเมืองถลาง
เจา้ หนา้ ทกี่ ลมุ่ งานบริการทรัพยากรสารสนเทศ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสกุ รี กรุงเทพฯ
เจา้ หนา้ ที่ห้องหนังสอื หายาก หอสมดุ แห่งชาติ ทา่ วาสกุ รี กรงุ เทพฯ
พระครสู วุ รรณพทุ ธาภบิ าล (บญุ ออด สวุ ฑุ โฒ) เจา้ อาวาสวดั พระทองรปู ที่ 19 เจา้ คณะตำ� บลเทพกระษตั รี
พนั โท นทิ สั น์ ชติ โสภณ หวั หนา้ แผนกหอ้ งสมดุ และพพิ ธิ ภณั ฑ์ กองธรุ การ กองบญั ชาการ กรมแผนทท่ี หาร
นาวาตรี ณัฐ สทุ ธพิ ร หวั หนา้ สถานีอทุ กศาสตร์พงั งา จงั หวัดพังงา
ร้อยโท วศิ รุต ลี บญุ พล นายทหารสังกดั ศนู ย์การทหารปืนใหญ่ คา่ ยพหลโยธิน จงั หวัดลพบุรี
SOAS Library, University of London
Google Map
ปที ่ี 40 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม-สงิ หาคม 2562 79
เอกสารอา้ งองิ
Forrest, T. (1792). A Voyage from Calcutta to the Mergui Archipelago, Lying on the East Side of
the Bay of Bengal; describing a chain of islands, never before surveyed...also, an account
of the islands Jan Sylan, Pulo Pinang and the port of Queda. London: J. Robson.
_______. (1792). A Voyage from Calcutta to the Mergui Archipelago, Lying on the East Side of the
Bay of Bengal; describing a chain of islands, never before surveyed...also, an account of
the islands Jan Sylan, Pulo Pinang and the port of Queda. Retrieved from https://archive.org
Gerini, G.E. (1905). A Historical Retrospect of Junkceylon Island, Vol. 2.2, Journal of the Siam
Society. Retrieved from http://www.siam-society.org/pub_JSS/jss_archive.html
Light, F. (1777-1792). Francis Light’s letters. Retrieved from https://www.soas.ac.uk/library
ขจร สขุ พานิช. (2512). แถลงงานประวัตศิ าสตร์เอกสารโบราณคด.ี ใน ฉนั ภิชย์ กระแสสนิ ธ์ุ (บ.ก.), เอกสาร
เมืองถลาง ปีที่ 3 เล่ม 1 (น. 33,97,129). กรงุ เทพฯ: ส�ำนักทำ� เนียบนายกรฐั มนตรี.
_______. (2512). แถลงงานประวัติศาสตร์เอกสารโบราณคดี. ใน ฉันภิชย์ กระแสสินธุ์ (บ.ก.), เอกสาร
เมืองถลาง ปีท่ี 3 เล่ม 2 (น. 81,85,90,101,107,117). กรุงเทพฯ: ส�ำนักทำ� เนยี บนายกรัฐมนตรี.
ชิรวัฒน์ นิจเนตร. (บรรณาธิการ). (2543). รายงานการสัมมนาประวัติถลางคร้ังท่ี 2 วันท่ี 23-25
กรกฏาคม 2539: “ประวัติท้าวเทพกระษตั รี-ท้าวศรสี ุนทร”. ภูเกต็ : องคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั
ภเู ก็ต.
ดำ� รงราชานภุ าพ, สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยา. (2457). ประชมุ พงศาวดารภาคที่ 2 พงศาวดาร
เมืองถลาง.
แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศของจงั หวดั ภเู กต็ ชดุ L7017 หมายเลขระวาง 4624 II. (2524). กรงุ เทพฯ : กรมแผนทที่ หาร.
พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ. (2528). จดหมายเหตรุ ัชกาลที่ 2 จ.ศ. 1171-1174. กรงุ เทพฯ:
มูลนิธพิ ระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลัยในพระบรมราชปู ถมั ภ.์
รอง ศยามานนท.์ (2511). แถลงงานประวตั ศิ าสตรเ์ อกสารโบราณคด.ี ใน ฉนั ภชิ ย์ กระแสสนิ ธ์ุ (บ.ก.), เอกสาร
เมืองถลาง ปีท่ี 3 เลม่ 1 (น. 33,97,129). กรุงเทพฯ: สำ� นกั ท�ำเนยี บนายกรัฐมนตรี.
โลว.์ เจมส.์ (2542). จดหมายเหตุเจมส์ โลว์ [Journal of Public Mission to Raja of Ligor] (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 2).
(นนั ทา วรเนตวิ งศ,์ ผู้แปล). กรุงเทพฯ: เอดสิ นั เพรส โพรดักส.์
สุนัย ราชภณั ฑารกั ษ.์ (2528). ท้าวเทพกระษตั รี. ขอนแกน่ : ศิริภณั ฑอ์ อฟเซท็ .
80 วารสารกึง่ วชิ าการ