หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๒
นาฏยศัพทแ์ ละภาษาทา่ ทางนาฏศิลป์ไทย
(ตอนท่ี ๑)
ตัวชวี้ ัด
๑. ระบุทกั ษะพนื้ ฐานทางนาฏศิลป์และการละครทีใ่ ชส้ อ่ื ความหมายและอารมณ์
(ศ ๓.๑ ป.๔/๑)
๒. ใช้ภาษาท่าและนาฏยศพั ทห์ รอื ศัพท์ทางการละครง่าย ๆ ในการถา่ ยทอดเรื่องราว
(ศ ๓.๑ ป.๔/๒)
๓. อธิบายประวัตคิ วามเปน็ มาของนาฏศิลปห์ รอื ชดุ การแสดงอยา่ งงา่ ย ๆ
(ศ ๓.๒ ป.๔/๑)
หลักและวธิ ีการปฏิบตั ินาฏศลิ ป์
๑. นาฏยศพั ท์
นาฏยศัพท์ หมายถึง ศัพทท์ เ่ี กี่ยวกับการแสดงระบา รา ฟ้อน โขน
และละคร ซึ่งสามารถสื่อความหมายได้ในวงการนาฏศลิ ป์
นาฏยศัพทท์ ่คี วรฝกึ ปฏิบตั ิ มดี ังน้ี
๑.๑ จบี คอื การใชน้ ิ้วหัวแม่มือจรดขอ้ แรกของน้ิวช้ี นิ้วที่เหลือทง้ั สาม
เหยียดตรงแล้วกรดี ออกไปในลักษณะคลา้ ยพดั และจะตอ้ งหักข้อมอื เขา้ หาแขนเสมอ
แบ่งออกเปน็ จบี คว่าและจบี หงาย
๑) จีบคว่า เป็นการคว่าข้อมอื ลง ๒) จบี หงาย เป็นการหงายข้อมือจบี ขึ้น
ใหป้ ลายนวิ้ ทจี่ ีบชล้ี งล่าง หักข้อมือ ข้างบน หักขอ้ มอื เขา้ หาแขน
เข้าหาแขน
๑.๒ ต้ังวง คือ การแบมือต้ังขึ้น โดยงอนิ้วหัวแม่มือเข้ากลางฝ่ามือเล็กน้อย
นิ้วท้ัง ๔ เรียงชิดติดกัน หันฝ่ามือออกจากลาตัว แบ่งเป็นการตั้งวงบน
ต้ังวงกลาง และตั้งวงลา่ ง
๑) วงบน
๒) วงกลาง
วงกลาง ปลายน้วิ ของการต้งั วงสงู ระดับไหล่ ทั้งตวั พระและตวั นาง
๓) วงลา่ ง
วงลา่ ง ปลายนว้ิ ทั้ง ๔ อยูร่ ะดับชายพก (หวั เข็มขดั )
การต้งั วงล่างตอ้ งกันวงออกจากลาตวั เล็กนอ้ ย
(ตัวนางจะแคบกวา่ ตวั พระ)
๑.๓ สะบัดจีบ คือ การหันจีบเข้าหาตัวและสะบัดปลายนิ้วท่ีจีบออก
ในลักษณะปล่อยจีบแบมือ และพลิกข้อมือเป็นต้ังวงบน อาจปฏิบัติสลับกัน
ไปตามจังหวะเพลง หรอื ปฏบิ ัตเิ พียงครงั้ เดียวก็ได้ ดังนี้
๑.๔ จรดเท้า คือ การวางเท้าข้างใดข้างหนึ่งไวข้ ้างหลังเท้าหน้า งอเข่า และ
ใช้จมูกเท้าแตะพ้นื เบา ๆ ดงั ภาพ
๑.๕ สะดุดเท้า คือ การเคล่ือนเท้าหน้า และเล่ือนจมูกเท้าไปข้างหน้า
เท้าข้างใดข้างหนึ่งจรดอยู่ด้านหน้า เท้าอีกข้างยืน ย่อเข่าทั้ง ๒ ข้างพร้อมกับ
โน้มตัวไปข้างหน้า ส่วนเท้าหลังยกเหนือพื้นเล็กน้อย เมื่อชะงักตัว (หรือสะดุด)
รีบคืนตัวกลับมาให้น้าหนักอยู่ที่เท้าหลัง ส่วนเท้าหน้าแตะพื้นด้วยจมูกเท้า
แลว้ ย่อเข่าเลก็ นอ้ ย ดังภาพ
๑.๖ ถัดเทา้ แบ่งได้เปน็ ๒ ลกั ษณะ ดงั นี้
๑) ถดั เท้าอยู่กับท่ี โดยวางเท้าซ้ายไวข้ า้ งหลังราบไปกบั พน้ื แลว้ ถัดจมกู เทา้
ขวาไปข้างหน้ากับพน้ื เบา ๆ และวางเทา้ ที่ถัดราบลงไปให้นา้ หนักตวั อย่เู ท้าหน้า
ยกเทา้ หลงั เหนอื พนื้ เล็กน้อยแล้ววางลง เพอื่ ใหเ้ ท้าหน้าได้ใช้จมูกเทา้ ถดั ได้อีก
ปฏบิ ัตเิ ช่นน้สี ลบั กัน
๒) ถดั เท้าเคลอ่ื นที่ ได้แก่ การถัดเทา้ เดินโดยใช้เท้าขวาถัดเท้า วธิ ีการ
เหมือนการถัดเท้าอยู่กับท่ี แต่วิธีน้ีใช้จมูกเท้าแล้วใช้เท้าซ้ายยกเคล่ือนท่ีไป
ข้าง ๆ ดงั ภาพ
๒. ภาษาท่า ทางนาฏศลิ ป์ไทย
ภาษาท่า ทางนาฏศลิ ปไ์ ทยหรือภาษานาฏศิลป์ คือ การนา
ทา่ ทางท่ีเปน็ กิริยา การเคลื่อนไหว หรืออารมณ์ตามธรรมชาตขิ องมนษุ ย์
หรอื คาทีม่ คี วามหมาย มาประดษิ ฐ์ข้นึ เป็นทา่ ทางใหส้ วยงาม เพ่อื สือ่ สาร
ใหผ้ ชู้ มได้เข้าใจการแสดง
ภาษาท่า ทางนาฏศิลปไ์ ทย สามารถฝึกปฏิบตั ไิ ด้ ดังนี้
๑. ท่าสูญสนิ้
แบมอื ท้ังสองขา้ ง แลว้ กางแขนผายมอื ออกไปทางดา้ นข้างจนขนาน
กบั ลาตัว ปลายนว้ิ มือลดตา่ ลงเลก็ นอ้ ย แทนความหมายวา่ สูญสิน้ หรือ
ตาย
๒. ท่าปกปอ้ ง ค้มุ ครอง
ยกแขนท้งั สองข้างขนึ้ ด้านข้าง แลว้ งอศอกเขา้ หาลาตวั มอื ทง้ั สอง
ต้ังตรง ลาแขนตัง้ ฉากอยู่ทบ่ี ริเวณแง่ศรี ษะ หรอื สูงขนึ้ ไปเล็กนอ้ ย
แทนความหมายวา่ ปกป้อง คุ้มครอง
๓. ท่ากลัดกลมุ้ ใจ
ยกแขนทงั้ สองขา้ งข้ึน หันฝา่ มือเขา้ หาอก มอื ท้งั สองข้างเหยยี ดตงึ
แล้วใช้ปลายนว้ิ แตะลงบริเวณอกเบา ๆ ๓-๔ ครัง้ พร้อมกบั ส่ายหน้า
เล็กน้อย แทนความหมายว่า มีความกลัดกลุ้มใจ
๔. ทา่ องอาจ เก่งกลา้
ยกมอื ซ้ายขึน้ ทาท่าตงั้ วงบน ฝ่ามอื ขวาแตะทห่ี นา้ ขาขวา งอขอ้ ศอก
แลว้ สะดงุ้ ตัวข้นึ แทนความหมายวา่ องอาจ หรอื เก่งกล้า