ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
พระพทุ ธ
ความสาคัญของ
“ผงั สาระการเรยี นรู”้ พระพุทธศาสนา พุทธประวัติ
ตอ่ สังคมไทย
วันสาคัญทาง ชาดก
พระพุทธศาสนา
“ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนาตอ่ สงั คมไทย”
พระพุทธศาสนามคี วามสัมพนั ธก์ ับประวัตศิ าสตรแ์ ละวัฒนธรรมไทย
พระพุทธศาสนาเป็ นสถาบนั หลักของสังคมไทย
พระพุทธศาสนามบี ทบาทต่อวถิ ชี วี ติ คนไทย
พระพุทธศาสนาชว่ ยใหบ้ ุคคลพฒั นาตนและครอบครัว
“พทุ ธประวตั ิ”
ประสูติ
การออกผนวช
การบาเพญ็ ทุกรกริ ิยา
การตรัสรู้
ปรินิพพาน
“พทุ ธประวตั ิ”
พระพุทธเจ้าทรงมีพระนามเดิมว่า “สิทธัต
ถะ” ทรงประสูตใิ ต้ต้นสาละ เมอ่ื วันเพญ็ เดอื น 6
(ขึน้ 15 ค่า เดือน 6) เป็ นพระราชโอรสของพระ
เจ้าสุทโธทนะ และพระนางสริ มิ หามายา
เมื่อเจริญพระชนม์ได้ 16 พรรษาทรง
อภิเษกสมรสกับพระนางยโสธรา หรือนาง
พมิ พา มพี ระโอรส 1 พระองค์ คอื พระราหุล
เจ้าชายสิทธัตถะทรงได้รับการ
เลี้ยงดูอย่างดี จนวันหนึ่งได้เสด็จ
ทอดพระเนตรพบเทวทูต 4 จึงทรง
ตัดสินพระทัยออกผนวชปฏิบัติธรรม
ในสานักอาฬารดาบส และอุททก
ดาบสจนได้ฌานสมาบัติขั้นท่ี 8 และ
ทรงเสด็จไปบาเพ็ญทุกรกิริยาเพ่ือ
หาทางพน้ ทกุ ข์
ทรงกดพระทนตด์ ว้ ยพระทนต์ กดพระตาลุ
ดว้ ยพระชวิ หาจนพระเสโทไหล
ทรงผ่อนกลั้นลมอัสสาสะ - ปัสสาสะ
ทรงอดพระกระยาหาร โดยลดการเสวย
ทลี ะน้อย จนไมเ่ สวยอะไรเลย
เจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นว่าวิธี
เหล่านี้ไม่ใช่ทางพ้นจากความทุกขจ์ ึง
ทรงเปลี่ยนมาปฏิบัติโดยใช้ทางสาย
กลางที่เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” จน
ตรัสรู้ธรรมที่เรียกว่า “อริยสัจ” (ความ
จริงอันประเสริฐ 4 ประการ) ใต้ต้นศรี
มหาโพธิ์ เมอื่ วันเพญ็ เดอื น 6
พระพุทธเจ้าทรงเผยแผ่ธรรมะเป็ นเวลา 45 ปี จึงเสด็จดับขันธปริ
นิพพานในวันเพ็ญเดือน 6 ใต้ต้นสาละ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ เมื่อ
พระชนมายุ 80 พรรษา
“ชาดก”
ชาดก คือ เรื่องราวของ
พระพุทธเจ้าท่ีมีมาในชาติก่อนๆ
พ ร ะ อ ง ค์น า ม า ต รั ส เ ล่ า แ ก่
พุทธบริษัทเพอื่ ใช้สอนหลักธรรม
เ นื้อ เ รื่ อ ง ใ น ช า ด ก แ ท ร ก ค ติ
สอนใจ ชาดกจึงให้ทั้งข้อคิดและ
ความเพลดิ เพลินไปพร้อม ๆ กัน
อมั พชาดก
ชาดก
ตติ ตริ ชาดก
เป็ นเร่ืองราวของชายหนุ่มทไ่ี ด้ร่า
เรียนมนตว์ เิ ศษมาจากสานักอาจารยท์ ่ี
เป็ นจัณฑาล เพื่อนามาใช้ในการเสก
มะม่วงให้ออกผลในช่วงนอกฤดูกาล
ได้ จนถูกใจพระมหากษัตริย์ แต่
เพราะเขาเนรคุณอาจารย์จึงทาให้
มนตว์ เิ ศษเสอ่ื มลง
ชาดกเร่ืองนีส้ อนให้รู้ว่า ผู้ที่ไม่เช่ือฟังคาสอนของ
ครูอาจารย์ ผู้ทไี่ ม่รู้คุณของครู แม้จะได้ลาภยศ ไม่นาน
กต็ ้องพบกับความหายนะ
เป็ นเรื่องราวความขัดแย้งกันของสัตว์
3 ชนิด ได้แก่ ลิง ช้าง และนกกระทา ซึ่งมี
ทิฐิและความยึดม่ันถือม่ันในตนเอง โดยไม่
สนใจลาดับความอาวุโส จึงเกิดความ
เดอื ดร้อนเสยี หายกับตนเองและหมู่คณะ
ชาดกเร่ืองนีส้ อนใหร้ ู้ว่า การรู้จักเคารพ
ซงึ่ กันและกันตามวัยวุฒิ และรู้จักเออื้ เฟื้ อ
เผือ่ แผ่ช่วยเหลอื กัน ยอ่ มนามาซง่ึ ความสุข
ในการอยรู่ ่วมกันของหมู่คณะ
“วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา”
ตรงกับวันขึ้น 15 ค่า เดือน 6 เป็ นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และ
ปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า ซ่ึงองคก์ ารสหประชาชาติได้ประกาศให้วันวิ
สาขบชู าเป็ นวันสาคัญสากลทางพระพุทธศาสนา
ตรงกับวันขึน้ 15 ค่า เดอื น 3
เ ป็ น วั น ท่ีพร ะ อร หัน ต์จ าน ว น
1,250 องค์ มาชุมนุมพร้อมกันโดย
มไิ ด้ นัดหมาย ซง่ึ พระพุทธเจ้า
ทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์”
ให้แก่พระอรหันต์
ตรงกับวันขึน้ 15 ค่า เดือน 8 เป็ น
การแสดงปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้า
ใ ห้ แ ก่ ปั ญ จ วั ค คี ย์ไ ด้ ฟั ง “ ธั ม ม จั ก
กัปปวัตนสูตร” ทป่ี ่ าอิสปิ ตนมฤคทายวัน
ทาให้วันนี้เป็ นวันที่มีพระรัตนตรัยครบ
องค์ 3
เป็ นวันที่พระสงฆ์ต้องอยู่จา
พ ร ร ษ า ท่ี วั ด ใ ด วั ด ห นึ่ ง ต ล อ ด
ระยะเวลา 3 เดือน โดยเร่ิมตั้งแต่วัน
แรม 1 ค่า เดอื น 8
ถงึ วันขนึ้ 15 ค่า เดอื น 11
ตรงกบั วันแรม 1 ค่า เดอื น 11
เป็ นวันที่พ้นกาหนดการจาพรรษา
ตลอดระยะเวลา 3 เดือนของ
พระภกิ ษุสงฆ์
ตรงกับวันแรม 1 ค่า เดือน
11 เป็ นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลง
จากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจาก
ทรงเสด็จขึ้นไปเทศนาโปรดพุทธ
มารดา ซงึ่ ตรงกับวันออกพรรษา
ตรงกับวันแรม 8 ค่า เดือน 6 เรียกอีกอย่างหน่ึงว่า “วัน
เ ป็ น วั น ที่ พ ร ะ ภิ ก ษุ ส า ว ก ข อ ง พระ” ตรงกับวันขึน้ 8 ค่า, ขึน้ 15
ค่า, แรม 8 ค่า และแรม 15 ค่า
พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า ไ ด้ ท า ก า ร ถ ว า ย พ ร ะ
ของทุกเดอื น
เ พ ลิ ง พ ร ะ พุ ท ธ ส รี ร ะ ข อ ง
พระพุทธเจ้าทเี่ มอื งกุสนิ ารา
“การปฏิบตั ติ นในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา”
เม่ือถึงวันสาคัญทางศาสนา
พุทธศาสนิกชนต่างพร้อมใจกัน
บ า เ พ็ ญ กุ ศ ล โ ด ย ก า ร ท า บุ ญ ตั ก
บาตร ถวายสังฆทาน สมาทานศีล
รักษาศีลอุโบสถ ฟั งพระธรรม
เทศนาจากพระภกิ ษุสงฆ์