ศาสนา
รายวิชา พระพุทธศาสนา จัดทำ โดย ด.ช.ชิษณุพงษ์ เชื่อมสุข ม.2/3 เลขที่2 ด.ช.ณัชพล โชติตระกูล ม.2/3 เลขที่6 ด.ช.ประกฤษ เเสงเเก้วม.2/3 เลขที่21 ครูผู้สอน นายรัตนกรณ์ เฮงตระกูล E-Book
หนังสือศาสนานี้เป็นผลสรุปของความรู้เกี่ยวกับศาสนา ที่ได้รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้คุณเข้าใจ และมีความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับศาสนาต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลก ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของศาสนา แนวคิดที่สำ คัญ ปรัชญาและค่านิยมที่ตามมากับแต่ละ ศาสนา ผ่านการสืบเสาะหาข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อให้ ได้ภาพรวมที่สมบูรณ์และอ่านเข้าใจได้ง่าย เราหวังว่า หนังสือศาสนานี้จะเป็นแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์และช่วย เสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องศาสนาให้กับคุณอย่างเต็มที่ โดยไม่ละเลยความเห็นของผู้นำ ศาสนาและคนที่มี ประสบการณ์ในศาสนานั้น ๆ หวังว่าคุณจะได้รับความรู้ และประสบการณ์ที่มีค่าจากการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนา ผ่านหนังสือนี้ คำ นำ
สารบัญ พระพุทธประวัติ หลักธรรมของศาสนาพุทธ เบญจศีล เบญจธรรม โอวาท3 มรรค8 อริยสัจ4 อิทธิบาท4 วันสำ คัญทางศาสนา วันฆาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันอัฏฐมีบูชา 1-3 4 4 4 4 5 6 6 7 8 9 10 ศาสนา คริสต์ อิสลาม ฮินดู 11-12 13-16 17-18
พระพุทธเจ้า จ้ พระนามเดิม ดิา “ ท ต ถะ “ เน พระราชโอรสของพระเา ท โธทนะและ พระนางสิริ สิ ม ริ หามายา แห่ง กง กล ส แคน ก กะ พระองทรงอเด ในศาก ยวงค์ สกุล กุ โคตมะ พระองประในน กน ๑๕ เอ น ๖ ( เอ นส าขะ ) จ อ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ณ สวนม น ง ง อร ะหา งกง กล ส แคน ก กะ กับกรุง รุ เทวทหะ แคว้น ว้ โกยะ ( จน อบลม น เด ประเทศเนปาล ) หลังจากประสูติ สู ติได้ ๕ วัน วั พระเา ท โธทนะโปรดใประมพระประรญาและเญ พราหมณ์ ผู้เผู้รีย รี นจบไตรเพท นวน ๑๐๘ คน เอ มานายพระกษณะของพระราช กุม าร พระประรญาไพ อ มใจนถวายพระนามา “ท ต ถะ” ค วามหมายา “ ความเจ สมประสงก ง ก อา งตนงใจจะ” ว นพราหมเ หาน ด เอกนเองเฉพาะทรงท ยาณ ประเสฐ กา พราหมง หมดไ๘ คน เอ นายพระราชม าร พราหม๗ คนแรก างนายไ๒ ประการ อ “ าพระ ราชม ารเสจอค รองเอ นก เน พระเา ก รพรรทรงธรรม หอ าเสจ ออกผนวชเน บรรพต ก เน พระอรนตม มาม ทธเา ไเลสในโลก” ว นโกณญญะพราหมอ าอ ยกา ก คน ไนายเย งอา งเย วา “พระ ราชม ารก เสจออกจากพระราชง ผนวชเน บรรพต แวตส เ น พระอร นตม มาม ทธเา ไเลสในโลก” พระพุท พุ ธประวัติ -1-
เจ้า จ้ ชายสิท สิ ธัต ธั ถะทรงเป็น ป็ พ ระบารนบรถึงแม้พ ม้ ระองค์จะทรงพง พอ มว ยข สมมหาศาลก็มิไมิ ด้พ ด้ อพระทัยในต คฤส พระองยัง ยั ทรงมีพ มี ระทัยฝักใฝ่ใคค รวญงจ ธรรมจะ เป็น ป็ เครื่อ รื่ งนำ ทางซึ่ง ซึ่ ความน ก อ เ สมอ พระองค์ได้เ ด้ คยสด็จ ด็ ประพาสทยาน ไท อด พระเนตรเทวทูต ทู ทั้ง ทั้ ๔ คือคนแคนเบ คนตาย และบรรพชิต ชิ พระองค์จึง จึง เวชพระยในต และพอพระทัยในเพศบรรต พ ระยแว แจ ทรงออกผนวช เอ แสวงหาโมกขธรรมนเน ทางบ ก ถ าวรน จากฏ สงสารไก บมาเย น า ยตายเดก พระองง ดน พระยเสจ ออกทรงผนวช โดยพระองทรงา ณฐกะ พอ มว ยนายนนะ ง แอโนมานแคน ล ละ รวมระยะทาง ๓๐ โยช(ประมาณ ๔๘๐ โลเมตร ) เสจ า มงแอโนมานแวทรง อษ ฐานเพศเน บรรพต และทรงมอบหมายในายนนะเคอ งอาภรแ ละา ณฐกะกบ นครกล ส พระพุทธเจ้า จ้ ทรงตรัส รั รู้ เวลาง อณ ในน เญ เอ น ๖ ( เอ นส าขะ) ร ะกา อน พุทธศักราช ๔๕ ปี นางช าดาไา วมปายาสเอ ไปบวงสรวงเทวดา คน เน พระ มหาบุรุษ รุ ประทับที่โคนต้นอชปาลโครธ (นไทร)ว ยอาการนสงบ นางดา เน เทวดา จึง จึ ถวายข้า ข้ วมธุปายาส แวพระองเสจ ไปาป ษ ม งแเนญ ชรา ทรงวาง ถาดทองคำ บรรจุข้า ข้ วมธุปายาสแวลงสรงสนานระางพระวรกาย แวทรงา กาสาวพัส พั ตร์อั ร์ อั นเป็น ป็ ธงชัย ของพระอรน ตม มาม ทธเา ก พระองหงจากเสวย แล้วพระองค์ทรงจับ จั ถาดทองน มาอษ ฐานา “ าเราก สามารถตส ไ ในน ขอ ให้ถ ห้ าดทองคำ ใบนี้จ นี้ งลอยทวนกระแสไป แาไเ น ง น ขอใถ าดทองใบจ ง ลอยไปตามกระแสน้ำ เถิด “ แวทรงปอยถาดทองลงไปในแถาดทองลอยด กระแสไปจนงกลางแเนญ ชราแวลอยทวนกระแสน ไปไกลง ๘๐ ศอก ง จมลงตรงกระแสวน ง อการตส พ ระพ ญ ตญาณ เน พระอรน ตม มาม ทธเา จากการพระองทรงเญ พระบารม าอา งง ยวด พระองทรงตส ใ นน เญ เอ น ๖ ระกา ขณะพระชนมาไ๓๕ พรรษา บ แน สจ ออกผนวชจนงน ตส ธ รรม รวม เน เวลา ๖ พระธรรมนประเสฐ พระทธเา ตส น อ อย จ ๔ ( ก สย โรธ มรรค ) -2-
พระพุทธเจ้า จ้ ทรงบำ เพ็ญ พ็ ทธจอจ นพระชนมา๘๐ พรรษา พระองเสจ พรรษาด ท้ายณ เมือ มื งเวสาลี ในวาระน พระทธองทรงพระชราภาพมากแวง ง ประชวรหก ด้ว ด้ ย พระองค์ได้ท ด้ รงพระเน จากเวสาเอ งน าราเอ เสจ บ น ธปพ พาน ณ เมือ มื งนั้น นั้ พระพุทธองค์ไน กบไปทอดพระเนตรเอ งเวสาง เคยเน ประบ บ เป็น ป็ การทอดทัศนาเมือ มื งเวสาเน คง ด าย แวเสจ อไปง เอ งปาวา เสวยพระ กระยาหารเป็น ป็ ครั้ง รั้ สุด สุ ท้ายา นนายนทะ ตรนายา งทอง พระทธองทรงพระ ประชวรหนัก นั อย่า ย่ งยิ่ง ยิ่ ทรงม อาพาธประคองพระองเสจ งสาลวโนทยาน (า สาละ)ของเจ้า จ้ มัล มั ละเมือ มื งน ารา อนเสจ บ น ธปพ พานพระองไปสมบทแพระททะปพ าชก บ เน สาวกองด ายพระทธองทรงบวชใในามกลาง คณะสงง เน พระอรน และช น พระราชา ชาวเอ งน ารา และจากแคน างๆรวมง เทวดาว หน โลกธาพระทธองไพ ระส คง ญา “ โย โว อานนท ธมม จ น โย มยา เทโต ปญญตโต โส โว มมจจเยน สตถา ” นแปลา “ อนอานนธรรมและย นเรา แสดงแว ญ แวแเธองหลาย ธรรมย น ก เน ศาสดาของเธองหลาย เอ เราวงบไปแว” และพระทธองไแ สดงจมโอวาทแพระกสงา “อนกงหลาย เน วาจาคง ด าย เราจะกาวแานงหลาย ง ขารง หลายงปวงค วามน ไปและเอ มไปเน ธรรมดา . านงหลายจงความรอดน ใบรงด วยความไประมาทเด” -3-
โอวาท 3 หรือ รื หลักธรรมเอ งโอวาท -ปาโมกเน หกธรรมพระพุทธเจ้า จ้ ตรัส รั ครั้ง รั้ แรกแพระสง1,250 ป ในน มาฆชา 3 ประการ คือ 1. การไม่ทำ ม่ ทำ ความชั่ว ชั่ หมายงการละเน การง ไท างกาย ทาง วาจา และทางใจ ซึ่ง ซึ่ หกธรรมสบ สน การไความว ไแ เบญจศีล คือ ข้อ ข้ ละเน 5 ประการ ง 1)ไม่ฆ่ม่า ฆ่สัต สัว์เบีย บีดเบีย บีน หอ ง แกต 2) ไกขโมยหอ หบ ฉวยง เา ของไไใม าเน ของตน 3) ไประพฤด ในกามหอ ละเด ท ข องน 4) ไดเจหอ โกหก 5) ไม ร าและของน เมา รวมง ง เสพดชด างๆ 2. การความหมายง การประพฤปท างกาย ทางวาจา และทางใจ ง หกธรรมสบ สน การความไแ เบญจธรรม หมายง อ ควรป5 ประการ ง 1) ค วามเมตตากณ า ว ยเหอคนและต 2) ประกอบอาพ จ ต ได กฎหมาย 3) ก รวม บ ง ง ใจ พอใจในค รองของตน 4) ค วามอ ต อ ตรง ดจง จง 5) ส ม ปญ ญะ ไประมาท 3. การต ใจใบ ท อ งใส หมายง การต ใจของตนใสะอาด สงบ และสา ง -4- หลักธรรมทางพุท พุ ธศาสนา
มรรค 8 ในธัม ธั มจัก จั กัปปวัต วั ตนต ร พระทธเา ตส า อย มรรคอ ง8 หอ อัษฎางคิกมรรคนี้เ นี้ป็น ป็ทางสายกลาง อเน อ ปนพอจะไปสู่คสู่ วามหลุด ลุ พ้น พ้ ตามวิภั วิ ภั งคสูต สู ร พระพุทธเา ทรงอบ ายรายละเยดไง 1.สัม สั มาทิฐิ (ความเห็น ห็ก อง) หมายง ความใ นอย จ 4 2. สัม สัมาสัง สักัปปะ (ความดก อง) หมายง ความดในการออก จากกาม ความไพ ยาบาท และการไเ ย ดเย น 3. ม มาวาจา (วาจาก อง) หมายง การเน จากการดเจ หยาบคาย อ เย ด และเอ เอ 4. ม มามน ตะ (การปก อง) หมายง เจตนาละเน จาก การา การเอาของเา ของไไใและการประพฤด ในกาม 5. ม มาอาว ะ (การหาเยงพ ก อง) หมายง การเน จาก จ ฉาพ 6. ม มาวายามะ (ความเย รก อง) หมายง ม ปปธาน4 อ ความพยายามอ งนอศ ลง ไเ ด ละอศ ลเดน แว ศ ลง ไเ ด และรงก ษาศ ลเดน แว 7.ม มาส(การส ก อง) หมายง สฏฐาน4 8.ม มาสมา(การส มาก อง) หมายง ฌาน4 -5-
นทะ (ความพอใจ) อ ความองการจะใใจก จะง น อเ สมอ และปรารถนาจะใไผ ลง ๆน ไป ย ะ (ความเย ร) อ ขน หน ประกอบง น ว ยความ พยายาม เม แง อดทน เอาระไอถอย ต ตะ (ความด) อ ง ต บ ใ นง และง น ว ย ความด เอาต กใไปอยใจใง า นเอนลอยไป ง สา (ความไตต รอง หอ ทดลอง) อ หน ใญญา จ ารณาใคค รวญ ตรวจหาเหผ ล และตรวจสอบอ ง หอ น ในง น ก ารวางแผน ด ผล ดนแ ไขปบ ปง เน น อริย ริ สัจ สั 4 : อริย ริ สัจ สั 4 อ ความจง นประเสฐ 4 ประการ นเน หลักคำ สอนสำ คัญของพระทธศาสนา ง 1. ทุก ทุ ข์ คือ ความจริง ริา ว ยความก 2. สมุทัย คือ ความจง า ว ยเหใ เ ดก 3.นิโนิ รธ คือ ความจริง ริา ว ยความบ ก 4.มรรค คือความจริง ริา ว ยทางแง ความบ ก ทบ าท หอ ทบ าท 4 เน พในพระทธศาสนา หมายง ฐานหอ หนทางความเจ หอ ณ เคอ งใงความเจ ณ เคอ งเจ สมประสงทางแง ความเจ ณ ธรรมไปความเจ แง ผลง หมาย ๔ ประการ อ -6-
วัน วั มาฆบูชา ประวัติ วั ติ ความเป็น ป็ มา วัน วั มาฆบูชา ตรงกับน น 15 เอ น 3 อเน น ญทางพระทธ ศาสนาวัน วั หนึ่ง นึ่ สำ หรับ รั ประน มาฆชา ความญของน มาฆชา รวมง กิจกรรมที่พุทธศาสนิก นิ ชนควรปอ ะไรา ง ความหมายของวัน วั มาฆชา คำ ว่า ว่ "มาฆะ" นั้น นั้ เน อ ของเอ น 3 อ มาจากา "มาฆรณ"หมาย ง การชาพระในน เญ กลางเอ นมาฆะตามปนของนเย หอ เอ น 3 ง ในน มาฆชาไเ ดเหศจรรน พอ ม ๆ นง 4 ประการ นไแ 1. น น ตรงบน เญ น 15 เอ น 3 ง พระน ทเ สวยมาฆฤก2. พ ระสงนวน 1,250 ป มาประมพอ มนโดยได หมาย ณ ด เวน เอ งราชคฤแคน มคธ เอ ก การะพระม มาม ทธเา 3. พระสงมาประมง หมดวนแเน พระอรน ไอ ญญา6 4. พระสงง หมดไบ การปสมบทโดยตรงจากพระทธเา หอ "เอกปม ปทา" -7-
วัน วั วิส วิ าขบูชา วัน วั วิส วิ าขบูชา เป็น ป็ วัน วั สมเจ พระอรน ตม มาม ทธเา ประตส และปรินิ ริ พ นิ พาน ซึ่ง ซึ่ เกิดน ในน และเอ นเย วน อ ในน เญ (น ๑๕ ค่ำ ) เดือ ดื นหก เหตุก ตุ ารณ์ดั ณ์ ง ดั กล่าวนี้ไนี้เ ดน เอ กา สองน า อ ยม าแว ในว ง ระยะเวลาที่ต่างกันคือ ครั้ง รั้แรก เมื่อ มื่พระทธเา ประเน เา ชายท ต ถะ โอรสพระเา ทโธธนะ และ พระนาง ม หามายาแง กง กล ส โดยประา ม น ณ เขตแดนรอยอระหา งกง กล ส ข องายพระราชด า บกง เทวทหะของายพระราชมารดา คง สอง เดเอ เา ชายท ต ถะ ออกทรงผนวชไ๖ พระ ชนมา๓๕ พรรษา ไต ส พ ระอต รม มาม โพญ าณ เน อรน ตพระ ม มาม ทธเา ณ ม งแเนญ ชรา ประเทศมคธจน อง ทธคยา คง สาม เดเอ พระอรน ตม มาม ทธเา เสจ บ น ธ ปพ พาน เอ พระชนมา๘๐ พรรษา ณ เอ งน ารา -8-
วัน วั อาสาฬหบูชา วัน วั อาสาฬหบูชา ตรงบ น เญ เอ น ๘ อนม พรรษา (ม พรรษา เริ่ม ริ่ ตั้ง ตั้ แต่วัน วั แรม ๑ เอ น ๘ ในไอ ก มาสเน นไป งน น ๑๕ ค่ำ เดือ ดื น ๑๑) ๑ น เน น คายน พระทธเา ทรงแสดง ปฐมเทศนา คือ เทศณแรก อ า ม มก ปปต ตนต ร โปรดพระ ญจค า ปตนมฤคทายน แขวงเอ ง พาราณในแ รกทรงตส แ ละเพราะผลของพระธรรมเทศนาณเ น เหใ าน พระ โกณญญะในนวนพระญจค ง ๕ ไธ รรมก (โสดาตมรรค หอ โสดาตมรรคญาณ อญาณใเจ เน โสดาน ) ดวงตาเน ธรรม อ ญญา เ น ความจง า ง ใดตามค วามเด น เน ธรรมดา ง น ง ปวงวนค วามบ ไป เน ธรรมดา แวขอ บรรพชาปสมบทอพระองเน พระอย สงอ งแรกของ พระทธ ศาสนา และใพ ระต นตย ครบอง๓ อ พระทธ พระธรรม พระ สง-9-
วัน วั อัฏฐมีบู มี บู ชา ประวัติ วั ติ ความเป็น ป็ มา เมื่อ มื่ พระพุทธเจ้า จ้ เสด็จ ด็ปพ พานแว ๘ น ล ลกตแ ง นครนารา พร้อ ร้ มด้ว ด้ ยประชาชน และพระสงนพ ระมหาสสปเถระเน ประธาน ได้พ ด้ ร้อ ร้ มกันกระการถวายพระเพงทธสร ะ ณ มฏน พัธนเจแ ดีง ห่กง น ารา น น เน น หง ชาวทธองค วาม ง เวชสลดใจ และปโยคโศกเศา เน อา งง เพราะการญเย แง พระทธสร ะ เอ น แรม ๘ เอ น ๘ ง ย มเย กนา น ฏฐน เย นมาบรรจบและทธศาสก ชนบางว น โดยเฉพาะพระ สงแ ละบาสกบาก าแง ด น ๆ ไพ อ มนประกอบชาน เน การเฉพาะภายในด เน ปนอในด มหาธาวรา ชง สฤษเน น แจะปนมาแเอ ใด ไพ บหกฐาน จน ง อปนอ-10-
ศาสนาคริส ริ ต์ เป็น ป็ ศาสนาประเภทเอกเทวย มแบบบราม น ฐานมาจากต และการสอนของพระเยตามปรากฏในพระวรสารในสารบบ และงาน เขีย ขี นพัน พั ธสัญ สั ญาใหม่น ๆ บ อศาสนาคส เย กา คส ศาสกชนหรือ รื คริส ริ ตชนพระเยเน พระตรพระเน เา และเน พระเา มาบัง บั เกิดเป็น ป็ มนุษ นุ ย์แ ย์ ละเน พระไเอ มษ ง เนคนบาป คส ต ชนจึง จึ เรีย รี กพระเยซูว่า ว่ "พระคส " หอ "พระเมสย า" ศาสนา คริส ริต์ปัจจุบัน บัแบ่ง บ่เป็น ป็สามก ายใหอ โรน คาทอก ออท อดอก และโปรเตสแตนง ง แง ก ายอ ยไกหลายก าย เขตคร ด รโรน คาทอกและออท อดอกแ ยกออกจากนในว งศาสน เภทตะน ออก-ตะน ตก (East–West Schism) ใน ค.ศ. 1054 และก ายโปรเตสแตนเดน หงการปป ศาสนาในคส ศตวรรษ 16 ง แยกวออกจากคส ตก รโรน คาทอก ศาสนาคส ในว งแรกอเน ก ายหง ของศาสนาดาเ อ กลาง คส ศตวรรษ 1 โดยอเด น ในชายงทะเลเมเ ตอเ รเย น ทางตะน ออกของตะน ออกกลาง (จน อ สราเอลและ ปาเลสไต) ไน านเผยแพไปง เ ย เมโสโปเตเย เอเย ไมเนอและปศาสนาคส ข นาดและทพ ลเม น อา งมากในว ง ไทศวรรษ และจนงคส ศตวรรษ 4 ไก ลายมาเน ศาสนา ประชาก รวรรโรน ระหา งสย กลาง ในน แดนโรปเหอ ว นมากบ ศาสนาคส แว แบางภ าค เน ตะน ออกกลาง แอฟก าเหอ เอโอเย และบางว นของประเทศนเย คส ตชน ง อเน ศาสก ชนกม อ ย หงครวจ ศาสนาคส ไแ ขยายไปง ทปอเมก า ออสตราเลเย แอฟก าใสะฮารา และว นเหอของโลกา นงานช น นาแ ละทอ าณาค ม -11- ศาสนาคริส ริ ต์
พระเยซูคือพระเมสย าพยากรไในมบง ในศาสนา คริส ริ ต์เรีย รี กว่า ว่ "พัน พั ธญ ญาเม " น ฐานเทวท ยาศาสนาคส น แสดงออกมาในหลักอ เอ สากล ม าง แศาสนาคส คแรก และเป็น ป็ ที่ยอมรับ รั อา งกา งขวางในบรรดาคส ศาสก ชน การ ประกาศข่า ข่ วประเสริฐ ริ อ า พระเยทรงบ พระทรมาน น พระชนบนไม้ก ม้ างเขนและถูก ถู งพระศพไอนจะนพระชนเ อ ใต น ดร์แ ร์ ก่ผู้ที่ผู้ ที่ เชื่อ ชื่ ในพระองและวางใจา พระองเน ไบาป พระเยเสด็จ ด็ ขึ้น ขึ้ สู่สสู่ วรรค์ ง พระองทรงควบม และปกครองรวมบ พระเา พระด า พระเยจะทรงเสจ กบมาพ ากษามษ ก คน ง คนเน และคนตาย และใต น ดแ เอ และวางใจใน พระองพระองทรงก มองา เน แบบอา งของต นง าม และ ทรงเน ง เผยพระวจนะเหอ เผยพระวจนะและเน พระเา ลงมา บ สภาพมษ -12-
ศาสนาสลาม ประวัติ วั ติ ศาสนาอิสลาม เม น ค.ศ. 632 (พ.ศ. 1175) จากมชน มุสลิมที่นบีมุ บี มุ ฮัมมัด มั ตั้ง ตั้น แวในคาบสทรอาหบ ในศตวรรษอมาการเผยแพร่ศ ร่ าสนาอิสลามไปอา งกา งขวางโดยเฉพาะในก รวรรกาหลิบรอชิดี ชิ น ดี และว งราชวงย ยะศาสนาสลามแพไปง ทวีปวียุโรปตอนใต้หลายอ ยอมาร าชวงสมปกครองหลาย ประเทศว โลกว ยน จน ศาสนาสลามแพไปว โลกจากเอ งก กะไปง ประเทศ น และ ประเทศนโดเ ย (ง ประชากรสมมากด ในโลก) ใน เอ นล าคม พ.ศ. 2552 ประชากรสมว ยน 1.571 น าน คนว โลก ใเ น ศาสนาบ อมากด เน นบ สองของ โลก รองจากศาสนาคส ศาสนาอิสลาม -13-
หกศท ธา 6 ประการ 1. ศท ธาในพระองเย ว อิสลามถือว่า ว่ ในสากลก รวาลง หลายพ ระเา เยงแเย งองเดีย ดี วเป็น ป็ ผู้สผู้ ร้า ร้ งสากลก รวาลและเนบห ารควบม โลกใเ ด มาโดยง เญาเดโดยง เญน จะร ะเย บแบบแผนในการโคจร ไไโลกและดวงอาตดวงน ทไห นโคจรอา งร ะบบก ษา แหง หา ของน อา งคงเน คงวาบ เน เวลานานไานโดยน ไเ คยไช นนเลยองแสดงา บห ารและองควบม น 2. ศท ธาในบรรดามลากะของพระองมลากะอหา เน อ กลางระหา งพระเนเา บศาสดา ง หลายเอ จะไใศ าสดาง กาวไเ า งลลอมษ เ ราแจ ะญญาก ปานใดองอายอ ภายนอกว ยเหอ นนเน มษ น แจ ะส ายตาก เย งใดตามเขาไส ามารถมองเน ต ใ ด ๆไเ ลยาหากไแ สงสา งเน อ า มลากะหาพแปล เน ภาษาไทยไไม ลากะเนนามธรรมไใเ ทวต , เทวดา, ต สวรรแในศาสนาสลามอา มลากะไเ พศได น ง ขอ งลลอไน ไม ไห บไน อนมลากะอนาจแง ความว นนาจแง ความว น อย ตอน หอ ซาตานหอ มาร น เอง ง น มลากะง ไใเ ทวดาและนางา -14-
3. ศรัท รั ธาในบรรดามง หลายของพระองมุสลิมต้องเชื่อ ชื่ ถือต้นฉบ เม ของมง หลายก ๆเมในอต รวมง อัล-กุร กุ อานด้ว ด้ ยทั้ง ทั้ นี้โนี้ ดยเ อนไขา มเ หาน องเน วะ(ไบ การดลใจ)มาจากอัลลอและองเ อ หาสาระตรงบล-ร อานสม ต้องเชื่อ ชื่ ถือในส่ว ส่ นบริสุ ริ ท ข องมเ าน สลามอา มสมรด และเน ป็มด ายอมล-ร อาน ไา ศาสดาเหาน จะ ปรากฎอ อในมล-ร อานหอ ไตามไา ศาสดาเหาน จะเน ชนชาใดอไหนดภาษาอะไรตามสมองใเ ยรยกอ งบรรดา ศาสดาเหาน อา งเาเยมนหมดศาสดามด เน ศาสดาด าย ของโลกมาบ ภารจอจากศาสดาอนๆเญ ชวนมษ ใก พระเา และเน ต ตามสอนของพระองศาสดามด ไก าวา หงจากานแวจะไศ าสดาเดน มากเพราะอา านไสอน หอ แนวทางแง การเน ต สมรม ามษ ยชาแว 4. ศท ธาในบรรดารอลของพระองบรรดารอลญ25 าน านนาอ าเน รอลานแรกของ พระองและานนามหด (ซล.) เน รอลานด าย -15-
5. ศรัท รั ธาในน ด ายและการเดใหในน ปรโลก อิสลามถือว่า ว่ โลกที่เราอายอเ น เย งต ธ าน หง ง องการแตกสลายเหมือ มื น ๆบต ห อ ง น ๆแน อนโลกของเราอง ถึงจุดจบไม่วั ม่ น วั ใดก็วัน วั หง เอ โลกแตกสลายแวก ง ก อา งบ สิ้น สิ้ นอกจากอัลลอฮ์เาน ง รงอแ ละมษ ง หลายจะไปเด ใหม่อี ม่ อี กครั้ง รั้ แต่จะไปเดสภาพใดน ไม ษ ใดไ ก ารเดใหก ครั้ง รั้ นี้ก็ นี้ ก็ เพื่อ พื่ ที่จะให้ม ห้ นุษ บ ผลตอบแทนตามเขาไก ระไเ อ คง ที่เขายัง ยั มีชี มี วิ ชี ต วิ อยู่ผ ยู่ ลงานของเขาในโลกจะเน วหนดา เขาจะเน ไบ สวรรหอ นรกไใครว ยใครไไก ารกบชามาเดา เราไเ อ ในเอ งการเดใหแ วง คมของเราจะบ สนนว น น วายหาความสงบข ไไง เน พวกอบ ในคญายะฮ(คแง ความโเขลา งมงาย)ง เอ า เอ พวกเขาเดมาแวตายไปอ ตายแวญเหอ นง ต น ๆความค วามว เขาไก ระมาน ไก ารตอบแทนใดๆ ง น ง น พวกเขาง ใต ความเน อไป ในทางว า ก ป แบบจนสา งความเย หายนว นใแ ง คมเน อา งง 6. ศท ธาในกฎหนดสภาวะของพระององศท ธาา สรรพง ง หลายในสากลก รวาลวนเดน มาและ เน ไปตามกฎเกณของลลอง น เน ไฟณ สมอ นไหลลงจากง ลงแพะ แกะ ว ควาย ข ออกก เน ว นก เด ไออกก เน ไนมะว งองออกก เน มะว งนกวยจะ ออกก เน แอปเล ไไก ๆ ต องตายอกฎหนดสภาวะ ของลลอหมายความา กฎธรรมชาง หลายน ลลอเน ทรง สา งและควบม น ว นการหนดสภาวะในหกจย ธรรมความ- ความว น พระองจะเน บอกเราเองา อะไรอความแ ละอะไรอ ง ความว แง ใด ความค วามว น ในสลามอา น ไไม า จากมคคลหอ มของมหาชนไอ ายขนบธรรมเย มประเพหอ ความย มหอ ง แวดอมเน เคอ งหนดเพราะามษ เ น หนดความค วามว แวมาตรฐานความข องมษ จะแตก างน -16-
ศาสนาฮินดู หรือ รืในเอกสารภาษาไทยย มใา ศาสนาพราหม- ฮินดู เป็น ป็ ศาสนาหง ในกม ศาสนานเย และเน ธรรมะหอ แนวทางการใช้ชี ช้ วิ ชี ต วิ ของคน เน บ ออา งแพห ลายในอท ปอินเดีย ดี และบางส่ว ส่ นในเอเย ตะน ออกเยงใโดยเฉพาะบนเกาะ บาหลี เป็น ป็ ที่ยอมรับ รั นว ไปา เน ศาสนาเาแด ในโลก ศาสกชนและนัก นั วิช วิ าการบางกม เย กศาสนานา เน "สนาตนธรรม" หอ หนทางน ดว ประศาสตข องมษ ยชาก ช าการก มองศาสนานา เน การผสมผสานของ หอ ง เคราะม าจาก ฒ นธรรม จาต และประเพนหลากหลายในอท ปนเย รากฐานหลากหลาย และไศ าสดาหอ เ ม ง ศาสนา แเผยแพ ระเวท คแรกเม อ ฤๅวยาส ศาสนาฮินดู -17-
ศาสนาฮินดูถื ดู ถื อเป็น ป็ ศาสนาบ อมากด ในโลกเน นบ 3 ศาสนิก นิ ชนซึ่ง ซึ่ เรีย รี กา ชาวนอร าว 1.15 น านคน หอ 15- 16% ของประชากรโลก ศาสนานบ อมากด ในนเย , เนปาล และ มอริเ ริ ชีย ชี ส นอกจากง เนศาสนาหกในง หด บาหอินโดนีเ นี ซีย ซี เช่น ช่ กัน มชนนข นาดใหง พบไในแคบ เย น, เอเย ตะน ออกเยงใ, อเมก าเหอ , โรป, แอฟก า และประเทศ น ๆ -18-
สรุป
END