ค ู ่ ม ื อพ ิ ธ ี ถวายผาพระกฐ ้ ิ นพระราชทาน กรมทางหลวง ประจําปี พ ุ ทธศ ั กราช 2566 ถวาย ณ ว ั ดเจ ี ยงอ ี ศร ี มงคลวราราม ต ํ าบลเม ืองใต้ อ ํ าเภอเม ื อง จ ั งหว ั ดศร ี สะเกษ ว ั นท ี่ 18 – 19 พฤศจ ิ กายน 2566
สารบ ั ญ หน้า คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดําเนินงานเกี่ยวกับกฐินพระราชทาน 1 กรมทางหลวง ประจําปีพุทธศักราช 2566 หนังสือขอรับพระราชทานผ้าพระกฐิน ประจําปี 2566 3 ประวัติวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม 5 ความเป็ นมาของการทอดกฐิน 6 กําหนดการสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน 9 ตัวอย่าง พิธีการสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน 10 กําหนดการพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน 13 ตัวอย่าง แผนผังที่นั่งภายในพระอุโบสถ 15 ตัวอย่าง พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน 16 คํากล่าวถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน 21 ประกาศถวายปัจจัย 22 รายชื่อวัดที่กรมทางหลวงนําผ้าพระกฐินพระราชทานไปถวาย 23
5 ประวัติวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ตั้งอยู่ที่บ้านเจียงอีซึ่งเป็ นชุมชนของชนชาติไทย เผ่าส่วย คําว่า "เจียงอี" เป็ นภาษาส่วย "เจียง" แปลว่า "ช้าง" "อี" แปลว่า "ป่วย" รวมความว่า "เจียงอี" แปลว่า ช้างป่วย ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็ นราชธานีของไทย เมื่อพระเจ้าอยู่หัว เอกทัศน์เสวยราชสมบัติอยู่นั้น ได้เกิดอาเพศขึ้น พระยาช้างเผือกแตกโรงหนีแล้วมุ่งหน้ามา ทางทิศตะวันออก เลยเข้าเขตเมืองศรีสะเกษ พระเจ้าแผ่นดินทรงจัดให้ทหารนายกอง จับช้างติดตามมาทันที่ลําธารแห่งหนึ่ง อยู่ในเขตอําเภอห้วยทับทัน ในปัจจุบัน ได้เห ็ นพระยา ช้างแต่จับไม่ได้ช้างวิ่งหนีไปทางทิศใต้ถึงเชิงเขาพนมดงรัก หัวหน้าผู้ปกครองบ้านเมือง แถบนั้นก ็ พากันช่วยตามจับพระยาช้าง แล้วไปจับได้ที่เชิงเขาพนมดงรัก ในเขตอําเภอ กันทรลักษ์ในปัจจุบัน จึงนํากลับมา และได้นําส่งพระยาช้างเผือก เมื่อนําพระยาช้างเผือก มาถึงหมู่บ้านใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในตัวเมืองศรีสะเกษ พระยาช้างได้ล้มป่วยลง เมื่อรักษาพยาบาลหายแล้วจึงได้เดินทางต่อไป ชาวบ้านเป็นไทยส่วย จึงเรียกหมู่บ้านนั้นว่า "บ้านเจียงอี" คือบ้านช้างป่วย สืบมา วัดก ็ เรียกว่า "วัดเจียงอี" เช่นกันตามชื่อหมู่บ้าน
6 ความเปนมา ็ การทอดกฐิน หรือการถวายผ้ากฐินเป็ นกาลทาน เป็ นการถวายทานที่พระพุทธเจ้า ทรงบัญญัติไว้ในคัมภีร์พระวินัยปิฎก ชื่อมหาวัคค์ เรื่อง กฐินขันธกะ (หมวดว่าด้วยกฐิน) ว่า ครั้งหนึ่งมีภิกษุชาวเมืองปาซา หรือปาวา จํานวน ๓๐ รูป ที่เดินทางมาด้วยหวังจะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งประทับอยู่ ณ วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี พอถึงเมืองสาเกตุ อีก ๖ โยชน์ จะถึงเมืองสาวัตถี ก ็ ถึงกาลเข้าพรรษา จึงต้องอยู่จําพรรษา ณ เมืองสาเกตุ ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ในระหว่างจําพรรษาอยู่นั้น ก ็ มีความกระวนกระวายในการ อยากจะเข้าเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นเมื่อออกพรรษา ก ็ รีบเดินทางไปยังเมืองสาวัตถี เพื่อเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทันที ทําให้น้ําหรือโคลนตมเปรอะเปื้อนจีวรในระหว่างเดินทาง เมื่อภิกษุเหล่านั้นได้เข้าเฝ้า พระพุทธองค์ทรงปฏิสันถารกับภิกษุเหล่านั้น และทรงทราบถึง ความลําบากของภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น จึงทรงยกเป็ นเหตุมีพระพุทธานุญาตให้กรานกฐิน และโปรดให้เป็ นการสงฆ์ คือเป็ นสังฆกรรมสําหรับภิกษุทั้งหลายทั่วไป ในระยะเวลาภายหลัง วันออกพรรษาแล้วหนึ่งเดือน (ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒) ผ้ากฐิน ผ้าที่จะทําเป็ นผ้ากฐินได้นั้น เป็ นผ้าใหม่ก ็ได้ ผ้าเทียมใหม่ก ็ได้ ผ้าเก่าหรือผ้าบังสุกุลก ็ได้ แต่ผ้าเหล่านี้จะต้องมีพอที่จะทําไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่ง (ผ้าไตรจีวร ของพระสงฆ์มี๓ ผืน คือ สบง = ผ้านุ่ง , จีวร = ผ้าห่ม และสังฆาฏิ = ผ้าซ้อนห่ม หรือผ้า พาด) ผ้านี้คือผ้าองค์กฐิน ส่วนสิ่งของอื่นๆ ไม่ใช่องค์กฐิน แต่เป็ นบริวารกฐิน บริวารกฐิน นี้จะมีมากหรือน้อยก ็ได้ไม่มีกําหนด แล้วแต่ตามศรัทธาของผู้ถวาย กฐิน ตามอรรถกถาฎีกาต่างๆ กล่าวไว้มี ๒ ลักษณะ คือ ๑. จุลกฐิน เป็ นกิจกรรมสําคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันทําให้แล้วเสร ็จภายใน กําหนดหนึ่งวัน นับตั้งแต่การเก ็บฝ้าย ปั่นฝ้าย กรอ ทอ ตัด เย ็ บ ย้อม ทําให้เป็ นขันฑ์ ได้ขนาดตามวินัย แล้วทอดถวายให้แล้วเสร ็จในวันนั้น ๒. มหากฐิน เป็ นการจัดหาผ้ามาเป็ นองค์กฐิน พร้อมทั้งเครื่องไทยธรรม บริวารเครื่องกฐินจํานวนมาก ไม่ต้องทําโดยรีบด่วน เพื่อจะได้มีส่วนหาทุนในการบํารุงวัด เช่น การบูรณะซ่อมแซมศาสนสถานภายในวัด
7 การทอดกฐ ินในปั จจ ุ บน ั ๑. พระกฐินหลวง เป็ นพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็ น พุทธมามกะ และเอกอัครพุทธศาสนูปถัมภก เสด ็ จพระราชดําเนินถวายผ้าพระกฐินด้วย พระองค์เอง หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด ็ จพระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา เสด ็ จพระราชดําเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ รวมทั้งพระกฐินที่ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ราชสกุล องคมนตรี หรือผู้ที่ทรง พระราชดําริเห ็นสมควรให้เสด ็ จฯ แทนพระองค์ นําไปถวายยังพระอารามหลวงสําคัญ 16 พระอาราม ที่สงวนไว้ไม่ให้มีการขอพระราชทาน คือ กรุงเทพมหานคร จํานวน ๑๒ พระอาราม ๑. วัดพระเชตุพนวิมลมังลาราม ๒. วัดอรุณราชวราราม ๓. วัดราชโอรสาราม ๔. วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ๕. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ๖. วัดบวรนิเวศวิหาร ๗. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ๘. วัดสุทัศนเทพวราราม ๙. วัดราชาธิวาส ๑๐. วัดมกุฎกษตรั ิยาราม ๑๑. วัดเทพศิรินทราวาส ๑๒. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดนครปฐม จํานวน ๑ พระอาราม ๑๓. วัดพระปฐมเจดีย์ อําเภอเมืองนครปฐม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จํานวน ๒ พระอาราม ๑๔. วัดนิเวศธรรมประวัติ อําเภอบางปะอิน ๑๕. วัดสุวรรณดาราราม อําเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพิษณุโลก จํานวน ๑ พระอาราม ๑๖. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อําเภอเมืองพิษณุโลก
8 ๒. พระกฐินพระราชทาน คือพระกฐินที่ถือว่า ผ้าพระกฐิน บริขาร และ บริวารกฐิน เป็ นของหลวง แต่เปิดโอกาสให้ส่วนราชการ องค์กร หรือ บุคคลที่สมควร ขอรับพระราชทาน อัญเชิญไปถวายยังพระอารามหลวงต่างๆ นอกจากพระอารามหลวง สําคัญ ๑๖ พระอารามหลวงดังกล่าว เหตุที่เกิดกฐินพระราชทานเพราะว่าปัจจุบันวัดหลวงมีจํานวนมาก จึงเปิดโอกาสให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ตลอดจนคณะบุคคลหรือบุคลากรที่สมควร รับพระราชทานผ้ากฐินไปถวายได้ และผู้ที่ได้รับพระราชทานจะเพิ่มไทยธรรมเป็ นส่วนตัว โดยเสด็ จพระราชกุศลด้วยตามกําลังศรัทธาก ็ได้ ปัจจุบันกระทรวง ทบวง กรม คณะบุคคลหรือบุคคลใดมีความประสงค์ จะรับพระราชทานผ้ากฐินไปถวาย ณ วัดหลวงใดก็ ติดต่อไปยังกรมการศาสนา กระทรวง ศึกษาธิการตามระเบียบ ซึ่งเท่ากับเป็ นการจองกฐินไว้ก่อนนั่นเอง ๓. กฐินทั่วไป หรือที่เรียกว่า “กฐินราษฎร์” เป็ นการถวายผ้ากฐินที่ พุทธศาสนิกชนทั่วไป มีความประสงค์จะนําไปถวายแด่พระสงฆ์ที่จําพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดใดวัดหนึ่ง ที่เป็ นวัดราษฎร์ (ไม่ใช่พระอารามหลวง แต่ถ้าพระบาทสมเด ็ จ พระเจ้าอยู่หัว เสด ็ จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ในวัดราษฎร์ เรียกว่า “พระกฐินต้น”)
9 กําหนดการ พิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทานกรมทางหลวง ประจําปีพทธศุักราช ๒๕66 ณ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม (พระอารามหลวง) ตําบลเมืองใต้อําเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรสะเกษี วันเสาร์ท 18 ี่พฤศจิกายน ๒๕66 เวลา 17.15 น. - ผู้ร่วมพิธีพร้อมกัน ณ หอประชุม 72 ปีพระเทพวรมุนีโรงเรยนศรี ีเกษตรวทยาิ - พระสงฆ์ 10 รูป ถึงบริเวณพิธี เวลา 17.30 น. - ประธานในพิธีจุดธูป เทยนีบูชาพระรัตนตรัย - เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล - ประธานสงฆ์ให้ศีล - เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร - พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เวลา 18.15 น. - ประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติถวายจัตุปัจจัยไทยธรรม - พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานกรวดน้ํา - ผู้ร่วมพิธรีับการประพรมน้ําพระพุทธมนต์ เวลา 18.30 น. เสร็จพิธี
10 ต ั วอย่างข ั ้ นตอนพ ิ ธ ีการสมโภชองค์ พระกฐ ิ นพระราชทาน ประจําปี พ ุ ทธศกราช ั 2565 ณ ว ัดตากฟ้ า พระอารามหลวง 1. ผู้ร่วมพิธีพร้อมกันในบริเวณพิธ ีพระสงฆ์ 10 รูป ถึงบริเวณพิธี 2. ประธานในพิธีจุดธูป เทียน บชาพระรูัตนตรัย - เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล
11 - ประธานสงฆ์ให้ศีล - เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริต - พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
12 3. ประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติถวายจัตุปัจจัยไทยธรรม - พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานกรวดน้ํา - ผู้ร่วมพิธีรับการประพรมน้ําพระพุทธมนต์ 4. เสร ็ จพิธี (ประธานในพิธีกราบลาพระรัตนตรัย กราบลาพระสงฆ์ถวายความเคารพ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด ็ จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว)
13 กําหนดการ พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมทางหลวง ประจําปีพทธศุักราช ๒๕66 ณ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม (พระอารามหลวง) ตําบลเมืองใต้อําเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรสะเกษี วันอาทตยิ ์ท 19 ี่พฤศจกายนิ ๒๕66 เวลา 07.00 น. - เจ้าหน้าที่และขบวนแห่ผ้าพระกฐิน พร้อมกันบริเวณพิธีตั้งแถวจัดขบวน เวลา 07.30 น. - เริ่มพิธีแห่ผาพระกฐ้ ินพรอมบร้ ิวารฯ รอบพระอุโบสถ 3 รอบ เวลา 08.00 น. - เจ้าหน้าที่ตั้งองค์พระกฐินบริเวณหนาพระอุ้โบสถ - จัดเรียงบรวารพระกฐิ ิน และเครื่องไทยธรรม เวลา 08.30 น. - คณะถวายผ้าพระกฐิน เข้านั่งประจําที่ เวลา 08.40 น. - แขกผู้มีเกียรติและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประจําที่ในพระอุโบสถ เวลา 08.45 น. - พระสงฆ์ที่จะรับพระกฐิน พร้อมกันในอุโบสถ เวลา 09.09 น. - อทล. เดินทางมาถึง วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ - อทล. ไปที่โต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (หน้าพระอุโบสถ) ถวายความเคารพ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายความเคารพ อีกครั้งหนึ่ง ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปยกผ้าพระกฐินจากพานแว่นฟ้า อุ้มประคอง ไว้ตรงอกแล้วยืนตรงโดยไม่ต้องประนมมือ (ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี) (ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนแสดงความเคารพและยืนจนกว่าประธานจะนั่งลง) - อทล. อุ้มประคองผ้าพระกฐินเดินเข้าสู่พระอุโบสถ นําผ้าพระกฐินวางบนพาน แว่นฟ้า ที่ตงอยัู้่หน้าพระสงฆ์รูปที่๒ - อทล. ไปยังโต๊ะหมู่บูชาด้านหน้าพระประธานประจําพระอุโบสถ จุดธูป เทียน บูชาพระรตนตรั ัย กราบ ๓ ครั้ง (ผรู้่วมพิธีประนมมือ) - อทล. ไปที่พานแว่นฟ้า หยิบผ้าห่มพระประธานที่วางอยู่บนผ้าพระกฐิน ส่งให้เจ้าหน้าที่ - อทล. ยกผ้าพระกฐินขึ้นอุ้มประคองลักษณะประนมมือ หันหน้าไปทาง พระประธานประจําพระอุโบสถ กล่าวคํานมัสการ “นโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สมพัุทธัสสะ” ( ๓ จบ ) - อทล. หันหน้ากลับไปทางพระสงฆ์ กล่าวคําถวายผ้าพระกฐินที่ติดไว้บนผ้าพระกฐิน - เมื่อกล่าวคาถวายจบํ อทล. นําผ้าพระกฐินไปวางบนพานแว่นฟ้า แล้วยก ทั้งพานประเคนพระสงฆ์รูปที่๒ และประเคนเทียนพระปาติโมกข์ ตามลําดับ เสร็จแล้วกลับไปนั่ง ณ เก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้
14 - ผู้ร่วมพิธี(ซึ่งยืนแสดงความเคารพตั้งแต่อทล. รับผ้าพระกฐินหน้าพระอุโบสถ) นั่งลง - พระสงฆ์ กระทําพิธีอปโลกน์ และสวดญัตติทุติยกรรม รูปที่ได้รับฉันทานุมัติให้ เป็นผู้ครองผ้าพระกฐิน ลงไปครองผ้า เสร็จแล้วกลับขึ้นมานั่งที่อาสนะดังเดิม -อทล. ถวายเครื่องพระกฐินพระราชทานแด่ประธานสงฆ์ แล้วกลับไปประจําที่นั่ง - ผู้บริหาร และแขกผู้มีเกียรติ ถวายบริวารกฐินที่กรมทางหลวงจัดสมทบ -อทล. ผู้บริหาร และแขกผู้มีเกียรติ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ทุกรูป - รทว. ประกาศยอดจํานวนเงินที่มีผู้บริจาครวมโดยเสด ่ ็จพระราชกุศล เพื่อถวายพระภิกษุสามเณร และบํารุงพระอาราม - อทล. ถวายปัจจัยแด่ประธานสงฆ์ - พระสงฆ์ อนุโมทนา ถวายอดิเรก - อทล. กรวดน้ํา - รับพร ข้อพึงระวัง เมื่อประธานสงฆ์เริ่มถวายอดิเรกด้วยคําว่า อะติเรกะวัสสะสะตัง ชีวะตุ...................ทุกท่านพึงลดมือลงจนกว่าประธานสงฆ์กล่าวคําถวายพระพรเสร็จ และเมื่อคณะสงฆ์ขึ้นคําว่า ภะวะตุสัพพะมังคะลัง............. จึงยกมือประนมอีกครั้ง - อทล. กราบลาพระประธาน กราบลาพระสงฆ์ และรับมอบของที่ระลึก เวลา 10.15 น. - เสร็จพิธีถวายผ้าพระกฐิน - อทล. มอบทุนการศึกษา - อทล. ไปที่โต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (หน้าพระอุโบสถ) ถวายความเคารพ - อทล. คณะผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติและผู้ร่วมพิธ ีถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน หมายเหตุ - ผู้เข้าร่วมพิธีในพระอุโบสถ แต่งชุดปกติขาว ไม่สวมหมวก สวมหน้ากากอนามัยสีขาว (จัดที่นั่งไว้ประมาณ 40 ที่นั่ง)
15 ตัวอย่างการจัดสถานท ี่ในพระอ ุ โบสถพิธ ี ถวายผ ้ าพระกฐินพระราชทาน
16 ต ั วอย่างข ั ้ นตอนพ ิ ธ ี ถวายผ ้ าพระกฐ ิ นพระราชทาน กรมทางหลวง ประจําปี 2565 ณ ว ัดตากฟ้ า พระอารามหลวง 1. ตั้งแถวต้อนรับประธานในพิธี 2. ประธานถวายความเคารพหน้าโต๊ะหมู่พระบรมฉายาลักษณ์ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ 3. ประธานหยิบผ้าไตรพระราชทานมาอุ้มประคองยืนตรง (เพลงสรรเสริญพระบารมีบรรเลง) หลังจากเพลงบรรเลงจบ ประธานอุ้มผ้าไตรเดินเข้าไปในพระอุโบสถ
17 4. ประธานวางผ้าไตรพระราชทานบนพานแวนฟ่ ้า ซึ่งตั้งอยู่หน้าพระสงฆ์รูปที่ 2 5. ประธานเดินไปที่โต๊ะหมู่บูชา จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย (กราบ 3 ครั้ง) 6. ประธานกลับไปที่พานแว่นฟ้า หยิบผ้าห่มพระประธานซึ่งกลัดติดอยู่บนผ้าพระกฐินส่งให้ เจ้าหน้าที่ จากนั้นอุ้มผ้าพระกฐินพระราชทาน หันหน้าไปทางพระประธาน (พระพุทธรูป) กล่าว นะโม ตัสสะ ฯ 3 จบ
18 7. ประธานหันหน้ากลับมาทางพระสงฆ์ กล่าวคําถวายผ้าพระกฐินจนจบ 8. ประธานวางผ้าพระกฐินลงบนพานแว่นฟ้า แล้วยกประเคนทั้งพานแว่นฟ้า จากนั้นยกเทียน พระปาติโมกข์ซึ่งวางอยู่ข้างๆ ประเคนด้วย แล้วกลับไปยังที่นั่ง 9. พระสงฆ์ประกอบพธิีรับผ้าพระกฐิน
19 10. เมื่อพระสงฆ์ประกอบพิธีเสร ็ จ ครองผ้าและกลับมานั่งเรียบร้อยแล้ว ประธานถวาย เครื่องพระกฐิน และบริวารพระกฐิน จากนั้นแขกผู้มีเกยรตี ิร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรม 11. ประธานกรรมการดําเนินงานฯ กล่าวรายงานและเรียนเชิญท่านประธานถวายปัจจัย แด่ประธานสงฆ์ 12. พระสงฆ์ให้พรและถวายอดิเรก ประธานกรวดน้ํา
20 13. เสร ็ จพิธี ประธานไปที่โต๊ะหมู่บูชากราบพระประธาน แล้วมากราบลาพระสงฆ์ พร้อมรับมอบของที่ระลึก 14. ประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนในพื้นที่ 15. ประธานถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด ็ จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้นประธานและแขกผู้มีเกยรตี ิถ่ายรูปเป็ นที่ระลึกร่วมกัน 16. เสร ็ จพิธี
21 ค ํ ากล่าวถวายผ ้ าพระกฐ ิ นพระราชทาน หันหน้าไปทางพระพุทธรูป (กล่าวคํา) “นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ” (กล่าว ๓ จบ) หันหน้าไปทางพระสงฆ์ (กล่าวคํา) “ผ้าพระกฐินทาน กับทั้งผ้าอานิสงสบริวารทั้งปวงนี้ของพระบาทสมเด ็ จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ.กอปรด้วยพระราชศรัทธา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน ตามที่กรมทางหลวง ขอพระราชทาน มาทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ซึ่งจําพรรษากาลถ้วนไตรมาส ในอาวาสวิหารนี้ขอพระสงฆ์จงรับ ผ้าพระกฐินทานนี้ กระทํากฐินัตถารกิจ ตามพระบรมพุทธานุญาต นั้นเทอญ” คําอ่าน “ผ้า-พระ-กะ-ถิน-นะ-ทาน กับทั้งผ้า อา-นิ-สัง-สะ บริวารทั้งปวงนี้ ของ พระ-บาท สม-เด ็ ด-พระ-เจ้า-อยู่-หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ. กอบด้วยพระราชศรัทธา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ตามที่กรมทางหลวง ขอพระราชทาน มาทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ซึ่งจําพรรษากาลถ้วนไตรมาส ในอาวาสวิหารนี้ ขอพระสงฆ์จงรับ ผ้า-พระ-กะ-ถิน-นะ-ทาน นี้กระทํา กะ-ถิ-นัด-ถา-ระ-กิด ตาม พระ-บอ-รม-พุด-ทา-นุ-ยาด นั้นเทอญ”
22 คําประกาศ นมัสการ * พระคุณเจ้า และเรียนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ในการที่พระบาทสมเด ็ จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ผ้าพระกฐิน ตามที่ กรมทางหลวง ขอพระราชทานมาทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ พระอารามนี้ เพื่อเป็ นการทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา จึงขอปวารณาถวายจตุปัจจัย ถวายพระราชกุศล มีรายการดังต่อไปนี้ - ถวายบํารุงและบูรณะพระอาราม ............................................. บาท - ถวาย ** องค์ครอง ............................................. บาท - ถวายพระคู่สวด……..รูป ๆ ละ………….…...บาท ............................................. บาท - ถวายพระอันดับ……..รูป ๆ ละ………….…...บาท ............................................. บาท - ถวายสามเณร...……..รูป ๆ ละ………….…...บาท ............................................. บาท - บํารุงโรงเรียนพระปริยัติธรรม.......................โรง ............................................. บาท - ให้ทุนการศึกษา (วงดนตรีไทย , วงดุริยางค์) ............................................. บาท - ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี) ............................................. บาท รวมเป็ นเงินทั้งสิ้น บาท ตัวอักษร (..................................................................................................) จึงประกาศเพื่อพระสงฆ์ทั้งปวง อุบาสก อุบาสิกา และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ได้โปรดทราบและอนุโมทนาโดยทั่วกัน
23 กรมทางหลวงก ั บกฐ ิ นพระราชทาน รายชื่อวัดที่กรมทางหลวงนําผ้าพระกฐนพระราชทานไปถวาย ิ ตั้งแตป่ ี พ.ศ. ๒๕๓๑ - ๒๕66 ปี พ.ศ. ชื่อวัด จังหวัด ๒๕๓๑ วัดพระบรมธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี ๒๕๓๒ วัดไชยชุมพลชนะสงคราม กาญจนบุรี ๒๕๓๓ วัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่ ๒๕๓๔ วัดสุทธจินดา นครราชสีมา ๒๕๓๕ วัดโพธาราม นครสวรรค์ ๒๕๓๖ วัดมงคลนิมิตร ภูเก็ต ๒๕๓๗ วัดศรีสุทธาวาส เลย ๒๕๓๘ วัดพระบาทมิ่งเมือง แพร่ ๒๕๓๙ วัดมุจลินทวาปีวิหาร ปัตตานี ๒๕๔๐ วัดเจ็ดยอด เชียงราย ๒๕๔๑ วัดเกาะหลัก ประจวบคีรีขันธ์ ๒๕๔๒ วัดบึงพระลานชัย ร้อยเอ็ด ๒๕๔๓ วัดพระบรมธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี ๒๕๔๔ วัดพระพุทธบาทตากฟ้า ลําพูน ๒๕๔๕ วัดท่าโพธิ์วรวิหาร นครศรีธรรมราช ๒๕๔๖ วัดสว่างอารมณ์ สุโขทัย ๒๕๔๗ วัดโยธานิมิตร ตราด ๒๕๔๘ วัดช่องลม ราชบุรี ๒๕๔๙ วัดพระธาตุเชิงชุม สกลนคร ๒๕๕๐ วัดศรีจันทร์ ขอนแก่น ๒๕๕๑ วัดพระสิงห์ เชียงราย ๒๕๕๒ วัดวรนายกรังสรรค์เจติยพรรพตาราม พระนครศรีอยุธยา ๒๕๕๓ วัดกลาง บุรีรัมย์ 2554 วัดบุญยืน น่าน (อ.เวียงสา) 2555 วัดลุ่มมหาชัยชุมพล ระยอง (อ.เมือง ) 2556 วัดสวนดอกวรวิหาร เชียงใหม่ (อ.เมือง ) 2557 วัดแจ้งวรวิหาร นครศรีธรรมราช (อ.เมือง) 2558 วัดมณีบรรพตวรวิหาร ตาก 2559 วัดพระบาทมิ่งเมือง แพร่ 2560 วัดแก้วโกรวาราม กระบี่ 2561 วัดไชยชุมพลชนะสงคราม กาญจนบุรี 2562 วัดพระสิงห์ เชียงราย 2563 วัดกลาง บุรีรัมย์ ๒๕64 วัดศรีสุทธาวาส เลย 2565 วัดตากฟ้า นครสวรรค์ 2566 วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ศรีสะเกษ (อ.เมือง)