The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ปณิธิ มโนรมย์, 2020-10-30 08:46:58

การควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองของพืช

จัดทำโดย นาย ปณิธิ มโนรมย์

การควบคมุ การเจริญเตบิ โต
และการตอบสนองของพชื

นาย ปณธิ ิ มโนรมย์ ม.5/4 เลขท่ี 3

Tropism Movement

การเคล่ือนไหวแบบทรอปกิ

การเคลือ่ นไหวของพืช โดยมที ศิ ทางเกยี่ วขอ้ งสมั พันธก์ บั
ทิศทางของส่ิงเรา้ การเคล่อื นไหวแบบน้ี จะทาให้ลาตน้ ของพชื
โคง้ เขา้ หาหรือหนีสิ่งเรา้ ทีม่ ากระตนุ้ นั้น ถา้ โคง้ เข้าหาเป็น
Positive tropism แตถ่ า้ โคง้ หนีก็เป็น Negative tropism

Nastic Movement

การเคลอื่ นไหวแบบนาสติก

การเคลือ่ นไหวแบบนาสตกิ หมายถึง การเคล่ือนไหวของพชื
โดยมที ิศทางไม่สัมพนั ธ์กับทิศทางของสิง่ เรา้ เช่น การหุบ
บานของดอก และการกางของใบ

Thigmotropism

การตอบสนองตอ่ การสัมผสั

เปน็ การตอบสนองของพชื บางชนดิ ทีต่ อบสนองต่อการสัมผสั
เชน่ การเจรญิ ของมือเกาะ (tendril) ซงึ่ เปน็ โครงสรา้ งท่ียน่ื
ออกไปพนั หลกั หรือเกาะบนตน้ ไมอ้ ื่นหรอื พชื พวกทีล่ าตน้ แบบ
เลื้อยจะพันหลักในลักษณะบดิ ลาตน้ ไปรอบๆเปน็ เกลยี ว เช่น
ตน้ ตาลงึ ตน้ พลู ตน้ องุน่ ต้นพริกไทย

Phototropism

การตอบสนองต่อแสง

โฟโททรอปิซึม (phototropism) เปน็ การตอบสนองของพชื ที่
ตอบสนองต่อสิง่ เรา้ ท่ีเป็นแสงพบว่าทีป่ ลายยอดพืช (ลาต้น) มี
ทศิ ทางการเจริญเติบโตเจริญเขา้ หาแสงสวา่ ง(positive
phototropism) สว่ นท่ีปลายรากจะมที ิศทางการ
เจริญเตบิ โตหนจี ากแสงสว่าง (negative phototropism)

Geotropism

การตอบสนองต่อแรงโนม้ ถ่วง

เป็นการตอบสนองของพชื ที่ตอบสนองตอ่ สิง่ เร้าทีเ่ ปน็ แสง
พบวา่ ทีป่ ลายยอดพชื (ลาต้น) มีทิศทางการเจรญิ เตบิ โตเจรญิ
เข้าหาแสงสวา่ ง(positive phototropism) ส่วนที่ปลายราก
จะมที ศิ ทางการเจรญิ เติบโตหนจี ากแสงสว่าง (negative
phototropism)

Hydrotropism

การตอบสนองตอ่ น้า

เป็นการตอบสนองของพืชทต่ี อบสนองตอ่ ความชน้ื ซ่งึ ราก
ของพืชจะงอกไปสทู่ ี่มคี วามชืน้

Chemotropism

การตอบสนองต่อสารเคมี

เป็นการตอบสนองของพชื โดยการเจรญิ เข้าหาหรอื หนีจาก
สารเคมีบางอย่างท่ีเปน็ ส่ิงเร้าเชน่ การงอกของหลอดละออง
เรณูไปยังรังไข่ของพืชโดยมีสารเคมบี างอย่างเปน็ ส่ิงเรา้

Nutation

นูเทชน่ั

การเคลื่อนไหวโคง้ ของลาต้นรากใบและอวยั วะพืชอน่ื ๆ ทีเ่ กิด
จากการเจรญิ เติบโตในสว่ นตา่ ง ๆ ของอวัยวะ การลอ้ มรอบ
โดยเฉพาะ

Pulvinus

พัลวินัส

กล่มุ เซลทมี่ ขี นาดใหญผ่ นังเซลบาง มคี วามไวสงู ต่อส่ิงเร้า
ที่มากระตุน้ อยู่ บริเวณโคนก้านใบของพชื บางชนิด เช่น ตน้
ไมยราบ

Gibberellin

จบิ เบอเรลลนิ

เปน็ ฮอร์โมนพชื ทมี่ โี ครงสร้างโมเลกลุ ขนาดใหญ่ ควบคุมการ
เจริญเตบิ โตและมีอิทธิพลต่อกระบวนการทางพัฒนาการ
รวมทัง้ การยดื ของขอ้ การงอก การพักตวั การออกดอก การ
แสดงเพศ การชักนาการสร้างเอนไซม์ รวมทัง้ การชราของ
ดอกและผล

Cytokinin

ไซโทไคนนิ

ไซโทไคนิน เปน็ กลุม่ ของสารควบคมุ การเจรญิ เติบโตที่มี
บทบาทสาคญั ในการควบคุม การแบง่ เซลล์ การขยายตวั และ
การเปล่ียนแปลงของเซลลพ์ ชื มผี ลตอ่ การขม่ ของตายอด
การเจรญิ ของตาข้าง

Brassinosteroids

บราสสิโนสเตยี รอยด์

เป็นสารสเตียรอยดท์ ีพ่ บในพืชตามธรรมชาตมิ โี ครงสรา้ ง
คลา้ ยกบั สารส เตียรอยดใ์ นแมลงและสัตว์ และจัดเป็น
ฮอรโ์ มนพชื ตัวใหม่ สาร ชนดิ นี้เมอ่ื ให้แกพ่ ชื จะมีผลตอ่ การ
เจริญเติบโตของพชื หลากหลาย เชน่ การยืดตัวของเซลล์ การ
เปล่ยี นแปลงของเนื้อเยื่อพืช การโคง้ งอ

Auxin

ออกซนิ

สารควบคมุ การเจรญิ เติบโตของพืช ทจ่ี ัดอยใู่ นกลุ่มออกซนิ
มอี ยหู่ ลายชนดิ และเป็นทรี่ จู้ ักกันดีสาหรับเกษตรกรในประเทศ
ไทย สารออกซนิ ชนิดแรกทีค่ น้ พบคือ IAA (indol-3-acetic
acid) ซ่งึ เป็นสารท่พี ชื สร้างข้ึนเอง โดยมคี ณุ สมบตั ิเปน็ สาร
เรง่ การเจรญิ เติบโต มผี ลกระตุน้ การขยายขนาดของเซล
การยดื ตวั ของเซล และยังมผี ลกระตุ้นการเกิดราก รวมถึงมี
คุณสมบตั ใิ นการส่งเสริมการเจรญิ เตบิ โตในสว่ นต่าง ๆ ของ
พืช

Ethylene

เอทิลีน

เป็นฮอรโ์ มนพืชทมี่ สี ภาพเป็นก๊าซทีอ่ ุณหภูมิหอ้ ง บทบาทที่
สาคญั ของเอทลิ ีนคือควบคุมกระบวนการเติบโตทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
กับความชรา การหลุดรว่ งของใบ ดอก ผล และควบคุมการ
เจริญของพชื เมอื่ อย่ใู นสภาวะทไ่ี ม่เหมาะสม

Antifreeze Protein

แอนติฟรซี โปรตนี

คอื โปรตีนธรรมชาติที่พบอยู่ในสตั วท์ ่อี าศัยอยใู่ นที่ๆ มี
อณุ หภมู ิตา่ มาก เช่น บรเิ วณข้วั โลก โปรตีนนีช้ ว่ ยปอ้ งกันไม่ให้
เนือ้ เยอื้ แข็งตวั เมอ่ื ไดร้ บั อณุ หภูมิตา่ เมื่อนามาใชเ้ ติมลงใน
อาหารจะทาใหอ้ าหารมอี ุณหภมู ิทแ่ี ขง็ ตวั ลดต่าลง จงึ ชว่ ยยืด
อายกุ ารเก็บรกั ษาอาหารให้นานข้ึน


Click to View FlipBook Version