The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่องความพึงพอใจในการใช้ห้องน้ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phasaporn120, 2020-12-29 04:21:07

เรื่องความพึงพอใจในการใช้ห้องน้ำ

เรื่องความพึงพอใจในการใช้ห้องน้ำ

Keywords: ห้องน้ำ

การเขียนรายงานวิชาการ การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้

เรื่อง ความพงึ พอใจในการใช้ห้องน้าของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 5/3

โรงเรียน เทพศิรินทร์ พุแค จงั หวดั สระบรุ ี

ชื่อผ้ศู ึกษา

1. นางสาว จิตสุภา ศิริยามัน ม.5/3 เลขท่ี 22

2. นางสาว นปภา พแุ ค ม.5/3 เลขที่ 23

3. นางสาว พลอยไพลนิ ทับสกลุ ม.5/3 เลขที่ 24

4. นางสาว พษพร หนูเงิน ม.5/3 เลขที่ 25

5. นางสาว มาริสา ขันตี ม.5/3 เลขท่ี 28

6. นางสาว ปวณี า โชตปิ ระเสริฐ ม.5/3 เลขท่ี 33

เสนอ

ครู ยวุ ดี ญาณสิทธ์ิ

รายงานนี้เป็ นส่วนหนงึ่ ของวิชาการการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้

รหสั วิชา ร30202 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2563

โรงเรียนเทพศิรินทร์ พแุ ค จงั หวัด สระบรุ ี

สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษาเขต 4

สารบญั หนา้

บทที่ ก

ประวัติผจู้ ดั ทำ 1
บทคดั ยอ่ 1
2
บทท่ี 1 บทนำ 2
ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา 2
วัตถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษาค้นคว้า 3
ขอบเขตของการศกึ ษาค้นควา้ 3
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 4
นยิ ามศัพท์เฉพาะ 5
กรอบแนวคดิ ในการศึกษาคน้ ควา้ 5
ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะไดร้ บั 6
11
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้อง 11
สภาพท่ัวไปของโรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ พุแค 11
แนวคดิ ทฤษฎที ่ีเกย่ี วข้อง 13
งานวิจัยท่เี กี่ยวข้อง 13
งานวิจัยในประเทศ 13
งานวจิ ัยต่างประเทศ

บทที่ 3 วธิ ีการดำเนนิ การศกึ ษาค้นควา้
ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
เครือ่ งมอื และวธิ ีการสรา้ งเคร่ืองมอื

สารบัญ (ต่อ) หนา้

บทท่ี 15
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 15
การจดั กระทำขอ้ มูล 16
การวิเคราะห์ขอ้ มูล 16
สถิตทิ ่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล 18
18
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล 18
ขนั้ ตอนในการวเิ คราะหข์ ้อมลู 21
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล 21
22
บทที่ 5 สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 22
วัตถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษาค้นคว้า 22
ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ คว้า 23
เครือ่ งมือทใ่ี ช้ในการศกึ ษาคน้ ควา้ 23
สรุปผลการศึกษา
อภปิ รายผลการศึกษา
ขอ้ เสนอแนะ

ภาคผนวก
บรรณานุกรม



ประวัตผิ ู้จัดทำ

ชือ่ เร่อื ง ความพงึ พอใจการใชห้ ้องนำ้ ของนักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที 5่ี /3โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ พุแค

จงั หวัดสระบรุ ี
1.นางสาวจิตสุภา ศริ ยิ ามัน

ประวัติส่วนตัว
วัน/เดือน/ปเี กดิ 11 เมษายน 2546
ทอี่ ยปู่ จั จบุ นั 70/42 หม่1ู ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 18240
ประวตั ิการศึกษา
ปี พ.ศ.2558 ชั้นประถมศกึ ษาปที 6่ี โรงเรียนวดั พแุ ค
ปี พ.ศ.2563 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี5/3 โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พแุ ค

2.นางสาวนปภา พุแค
ประวัติส่วนตัว
วนั /เดอื น/ปีเกิด 24 กุมภาพนั ธ์ 2547
ท่อี ยู่ปัจจบุ ัน 107/1 หม1ู่ 0 ต.แก่งคอย อ.อำเภอเฉลิมพระเกยี รติ จ.สระบรุ ี 18110
ประวตั ิการศกึ ษา
ปี พ.ศ 2558 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท6่ี โรงเรียนวดั พระพทุ ธบาทนอ้ ย มิตรภาพที่69
ปี พ.ศ.2563 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5/3 โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ พแุ ค

3.นางสาวพลอยไพลนิ ทับสกุล
ประวตั สิ ่วนตวั
วัน/เดือน/ปเี กดิ 14 พฤษจกิ ายน 2546
ท่ีอยู่ปัจจุบนั 195 หมู่ 11 ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกยี รติ จ.สระบรุ ี 18240
ประวัตกิ ารศึกษา

ปี พ.ศ.2558 ชัน้ ประถมศึกษาปที 6่ี โรงเรยี นราษฎรศ์ กึ ษา สระบุรี
ปี พ.ศ.2563 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท5ี่ /3 โรงเรียนเทพศริ ินทร์ พุแค
4.นางสาวพษพร หนเู งนิ
ประวัติส่วนตัว
วัน/เดือน/ปีเกดิ 3 พฦษภาคม 2547
ทอ่ี ยู่ปจั จบุ นั 72/7 หม่2ู ต.พเุ เค อ.อำเภอเฉลมิ พระเกียรติ จ.สระบรุ ี 18240
ประวัตกิ ารศึกษา
ปี พ.ศ 2558 ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี6 โรงเรียนวดั สาธปุ ระชาสรรค์
ปี พ.ศ.2563 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที 5ี่ /3 โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ พแุ ค
5.นางสาวมาริสา ขนั ตี
ประวตั ิสว่ นตัว
วนั /เดือน/ปเี กดิ 16 ตลุ าคม พ.ศ. 2547
ทอ่ี ยปู่ จั จุบนั 23 ม.1 ต.เขาดนิ พัฒนา อ.เฉลมิ พระเกียรติ จ.สระบุรี 18000
ประวตั ิการศึกษา
ปี พ.ศ.2558 ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่6ี โรงเรียนบา้ นห้วยสม้
ปี พ.ศ.2563 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี5/3 โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พแุ ค
6.นางสาวปวณี า โชติประเสรฐิ
ประวตั ิส่วนตัว
วนั /เดือน/ปีเกดิ 11 พฤษภาคม 2547
ท่อี ยูป่ จั จบุ ัน 40 หมู่ 4 ต.เขาวง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120
ประวัตกิ ารศกึ ษา
ปี พ.ศ.2558 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี6 โรงเรยี นบาทสระส่เี หลย่ี ม
ปี พ.ศ.2563 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท5ี่ /3 โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ พแุ ค





ช่ือเร่ือง : ความพึงพอใจในการใชห้ อ้ งน้าของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 5/3

โรงเรียนเทพศิรินทร์ พแุ ค

ผจู้ ดั ทา : 1. นางสาวจิตสุภา ศริ ิยามนั เลขท่ี 22

2. นางสาวนปถา พแุ ค เลขที่ 23

3. นางสาวพลอยไพลิน ทบั สกลุ เลขที่ 24

4. นางสาวพษพร หนูเงนิ เลขท่ี 25

5. นางสาวมาริสา ขนั ตี เลขท่ี 28

6. นางสาวปวีณา โชตปิ ระเสริฐ เลขที่ 33

ท่ปี รึกษา : ครูยุวดี ญาณสิทธ์ิ

ระดบั การศึกษา : นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5/3

โรงเรียนเทพศิรินทร์ พแุ ค

สาขาวิชา : การเขยี นรายงานเชิงวิชาการ การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งองคค์ วามรู้

ปี การศกึ ษา : 2563

บทคดั ย่อ

การศึกษาคน้ ควา้ คร้ังน้ีมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือการศกึ ษาความพงึ พอใจในการใชห้ ้องน้า
ของนักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 5/3 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค กลมุ่ เป้าหมายเป็นนกั เรียน
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 5/3 จานวน 38 คน ไดม้ าโดยการเลอื ก

บทที่ 1

บทนำ

ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา

หอ้ งนำ้ เป็นความหมายท่ัวไปซ่งึ หมายถึงหอ้ งส้วม ซงึ่ แยกเป็นห้องถ่ายอุจจาระและ ที่ถา่ ยปสั สาวะหรือ
เรยี กร่วมๆ”ห้องสว้ ม” นอกจากนย้ี งั หมายถึงหอ้ งอาบนำ้ และอ่างล้างมือดว้ ย แตใ่ นการออกกฎกระทรวงได้
จำแนกประเภทไว้สำหรับการควบคมุ อาคารและการจัดสวัสดิการเกยี่ วกับหอ้ งน้ำและหอ้ งส้วมไวโ้ ดยเฉพาะ
ความสำคัญและความจำเป็นของห้องนำ้ เป็นท่ีทราบท่ัวกนั ไมต่ อ้ งกล่าวถึงอกี

โรงเรียนในต่างจังหวดั จำนวนมากนกั เรียนใช้หอ้ งนำ้ โรงเรยี นไมไ่ ด้บางแหง่ ไมม่ หี ้องน้ำบางแห่งมีหอ้ งน้ำแต่
ไมอ่ ยู่ในสภาพท่ใี ช้บรกิ ารได้ การจดั การใหห้ อ้ งนำ้ ในสถานศกึ ษาสามารถให้บริการทด่ี ไี ด้ จงึ เปน็ ความสามารถ
ของผู้บรหิ าร และเป็นคุณภาพของสถานศึกษาท่ีซอ่ นเร้น แตม่ คี วามสัมพนั ธ์อย่างมากกับคณุ ภาพดา้ นอนื่ ๆ
ของสถานศึกษา เชน่ ด้านวชิ าการ ด้านการกีฬาด้านสุขอนามัย เปน็ ตน้ ดงั นน้ั อาจกล่าวไดว้ ่า”โรงเรยี นดมี ี
หอ้ งนำ้ สะอาด ”กฎกระทรวงฉบับท่ี 63 (พ. ศ. 2551) ตามความในพระราชบญั ญัติควบคมุ อาคารพ. ศ. 2522
ได้กำหนดให้อาคารในสถานศกึ ษามีหอ้ งส้วม 1 ทตี่ อ่ นักเรยี นนกั ศกึ ษาชาย 50 คนสำหรับจำนวนนกั เรยี น
นกั ศึกษา ชายไม่เกิน 500 คนส่วนที่เกิน 500 คนให้เพิม่ ห้องสว้ มหนง่ึ ทีต่ อ่ 100 คนส่วนนกั เรียนนักศกึ ษาหญิง
ให้มหี ้องส้วม 2 ทตี่ ่อนกั เรียน นกั ศกึ ษาหญิง 50 คนสำหรับจำนวนนักเรียนนักศึกษาหญงิ ไมเ่ กิน 500 คนสว่ น
ทีเ่ กนิ 500 คนใหเ้ พ่ิมหอ้ งส้วมสองท่ตี ่อ 100 คนและให้มอี ่างล้างมอื ด้วยหนึ่งที่ไม่บงั คับจำนวนวา่ มีสัดส่วน
เท่าใดเชน่ เดยี วกับหอ้ งนำ้ ไมบ่ งั คับว่าตอ้ งมี(ที่มา: หนังสือราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 125 ตอนที่69ก
กฎกระทรวงฉบบั ท่ี 63 (พ. ศ. 2551 ) ออกตามความใน พระราชบญั ญัติควบคมุ อาคารพ. ศ. 2522

สถานศกึ ษาตง้ั แตร่ ะบบโรงเรยี นวทิ ยาลัย จนถึงมหาวทิ ยาลยั มคี วามแตกตา่ งกนั การออกแบบ สำหรบั
ห้องนำ้ และการจัดการหอ้ งน้ำให้สามารถใช้บรกิ ารไดด้ ยี ่อมมคี วามแตกตา่ งกนั ด้วยนอกจากน้นั ทำเลท่ีต้งั ของ
สถานศึกษาและการเอาใจใส่ดูแลของผ้รู ับผิดชอบในสถานศึกษาแตล่ ะแห่งยงั แตกตา่ งกันแต่อยา่ งไรกต็ ามการ
จดั การหอ้ งนำ้ ในสถานศึกษาทุกระดับมสี งิ่ ท่ีเปน็ พน้ื ฐานรว่ มกนั ดงั น้ี

1.ความสะอาด 2.มแี หลง่ จ่ายนำ้ เพยี งพอ 3.มีระบบระบายนำ้ เสีย

4.มีอปุ กรณ์หอ้ งน้ำทมี่ ีคุณภาพ 5. มคี วามปลอดภยั

2

เน่อื งจากโรงเรียนเทพศิรินทรพ์ ุแคมีการใชบ้ ริการห้องนำ้ เป็นประจำทกุ วนั และนกั เรียนกม็ ีจำนวนมาก
พอสมควรอาจทำให้เกดิ ปญั หาห้องนำ้ สกปรกห้องน้ำไม่เพยี งพอต่อการใช้บริการและปญั หาอื่นๆซง่ึ อาจสง่ ผล
กระทบตอ่ สุขอนามมัยของนักเรยี นซ่ึงจะส่งผลกระทบอีกหลายอยา่ งตามมาได้

จากทกี่ ล่าวมาข้างต้นผู้ศึกษาจงึ มีความสนใจทีจ่ ะศึกษาถึงความพอใจในการใช้ห้องนำ้ ของนกั เรยี นใน
โรงเรยี นเทพศริ นิ ทรพ์ ุแค ซึ่งผลการศกึ ษาท้งั นี้จะเป็นขอ้ มลู ในการหาแนวทางแกป้ ญั หาเก่ยี วกบั ห้องนำ้ อันจะ
ส่งผลใหป้ ญั หาดังกล่าวนี้หมดไปและมีการพฒั นาให้เจริญต่อไป
วัตถุประสงค์ของการศกึ ษาค้นควา้

เพอื่ ศกึ ษาความพึงพอใจในการใชห้ ้องน้ำของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่5/3 โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พุแค
ขอบเขตการศึกษาคน้ คว้าของ

1.ขอบเขตของเนือ้ หา
การศกึ ษาครง้ั นี้มงุ่ ศกึ ษาความพึงพอใจในการใช้หอ้ งนำ้ ของนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที 5่ี /3โรงเรียนเทพศิริ
นทร์ พแุ ค จำแนกเปน็ แปดดา้ นไดแ้ ก่
1.)ดา้ นความปลอดภยั ขณะใช้หอ้ งน้ำ
2.)ด้านสภาพแวดลอ้ มของสถานทต่ี ัง้
3.)ดา้ นความเหมาะสมของสถานทต่ี ้ัง
4.)ดา้ นความสะอาดของห้องนำ้
5.)ด้านความเพยี งพอของนำ้ ในแต่ละวนั
6.)ด้านความเหมาะสมของการวางถงั ขยะ
7.)ด้านจำนวนห้องน้ำเพียงพอต่อนกั เรยี น
8.) ดา้ นกลิ่นรบกวนจากห้องนำ้
2. ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
2.1ประชากรท่ีใชใ้ นการศกึ ษาค้นคว้าในเรอื่ งนี้ได้ แก่นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่5/3 ของโรงเรียน
เทพศริ นิ ทร์ พแุ ค สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษาเขต4 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 38 คน

3

นยิ ามศัพท์เฉพาะ

1. ความพงึ พอใจ (satisfaction) หมายถึง ความรู้สกึ ทด่ี หี รือทัศนคตทิ ี่ดขี องบคุ คล ซ่ึงมักเกดิ จากการได้รบั
การตอบสนองตามท่ตี นต้องการ กจ็ ะเกิดความรสู้ กึ ท่ีดตี อ่ สง่ิ นน้ั ตรงกนั ข้ามหากตอ้ งการของตนไม่ไดร้ บั การ
ตอบสนองความไมพ่ งึ พอใจกจ็ ะเกดิ ข้ึน

2. ห้องน้ำ (bathroom) คอื เป็นหอ้ งซ่ึงใช้สำหรบั สขุ ลกั ษณะสว่ นบคุ คลโดยมักมอี ่างอาบนำ้ หรือ ฝดีบวั และ
บางครงั้ อาจมบี ิเดรีดว้ ย ในอเมรกิ าเหนือและสถานที่อื่นๆหอ้ งนำ้ มกั ประกอบด้วยส้วมและอ่างลา้ งมอื ในบาง
ประเทศเชน่ สหราชอาณาจักรออสเตรเลีย ฝร่งั เศส และ ญปี่ ุ่น ภายในบ้านบางคร้งั อาจแยกหอ้ งนำ้ กบั หอ้ ง
ส่วนในอหิ รา่ น บ้านโดยมากมักแยกแยะระหว่างห้องนำ้ กบั หอ้ งส้วมเสมอ

3.สิ่งแวดลอ้ ม (Environment) คอื ทกุ สิ่งทกุ อยา่ งที่อยรู่ อบตวั มนุษย์ทงั้ ทม่ี ชี วี ติ และไม่มชี ีวิต รวมทงั้ ทีเ่ ป็น
รูปธรรม ( สามารถจับตอ้ งและมองเหน็ ได้ ) และนามธรรม(ตัวอย่างเชน่ วัฒนธรรม แบบแผน ประเพณี ความ
เชือ่ )มีอิทธิพลเก่ยี วโยงถึงกนั เปน็ ปัจจยั ในการเก้ือหนนุ ซ่งึ กันและกัน ผลกระทบจากปัจจัยหนึ่งจะมสี ่วน
เสรมิ สรา้ ง หรอื ทำลายอกี ส่วนหนงึ่ อยา่ งหลกี เล่ียงมไิ ด้ สิ่งแวดลอ้ มเปน็ วงจรและวฏั จกั รทเ่ี ก่ยี วข้องกนั ไปท้งั
ระบบ

4.กลิ่น (odor) คือ อนภุ าคทางเคมี (particle chemical) ทก่ี ระจายตวั อย่ใู นอากาศโดยสามารถรับรู้ไดด้ ว้ ย
อวยั วะรบั กลิ่น อวัยวะรับกินของมนุษยแ์ ละสัตวค์ ือ จมูก กลน่ิ โดยทว่ั ไปแลว้ แบง่ เปน็ กลิน่ หอมและกลนิ่ เหม็น
โดยสง่ ผลตอ่ ระดับความพึงพอใจของท้งั มนุษย์และสัตวใ์ นปัจจุบันมกี ารนำประโยชนข์ องกลิ่นมาใช้ประโยชน์
หลายดา้ น

5. นำ้ คือ เป็นสารประกอบเคมีชนดิ หนึง่ มสี ตู รเคมีคือ H2O โมเลกุลของนำ้ ประกอบดว้ ยออกซเิ จน 1 อะตอม
และไฮโดรเจน 2 อะตอม เชื่อมติดกนั ด้วยพนั ธะโควาเลนติ นำ้ เป็นของเหลวท่ีอณุ หภมู ิและความดันมาตรฐาน
แตพ่ บบนโลกที่สถานะของแขง็ (น้ำแข็ง) และสถานะแก๊ส (ไอน้ำ) นำ้ ยังมใี นสถานะของผลกึ ของเหลวทบ่ี ริเวณ
พ้ืนผิวทขี่ อบน้ำ

6. ความสะอาด เปน็ องคป์ ระกอบที่สำคญั มากทีส่ ุดของการมสี ุขภาพร่างกายทส่ี มบูรณ์แขง็ แรง เพราะความ
สะอาดเปน็ เครือ่ งชว่ ยป้องกนั โรคระบาดและโรครา้ ยแรงต่างๆ

4

กรอบแนวคดิ ในการศึกษาค้นคว้า

การศึกษาค้นควา้ ครง้ั นผ้ี ศู้ กึ ษาไดด้ ำเนินการศกึ ษาความพึงพอใจในการใช้หอ้ งนำ้ โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์
พุแค ของนกั เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่5/3 เนื่องจากโรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ พแุ ค มกี ารใชบ้ รกิ ารห้องน้ำเปน็
ประจำทุกวันและนกั เรียนกม็ ีจำนวนมากพอสมควร อาจทำใหเ้ กิดปัญหาห้องนำ้ สกปรกห้องน้ำไมเ่ พยี งพอตอ่
การใช้บรกิ าร ผ้ศู กึ ษาจงึ มคี วามสนใจที่จะศึกษาความพงึ พอใจในการใช้หอ้ งนำ้ ของนกั เรยี นในโรงเรยี นเทพศริ ิ
นทร์ พแุ ค ตามแผนภมู ิแสดงกรอบแนวคดิ ในการศกึ ษาค้นควา้ ดงั นี้

ตวั แปรอสิ ระ ตัวแปรตาม

สถานภาพของผ้ตู อบแบบสอบถาม ความพงึ พอใจในการใช้ห้องนา้ โรงเรียน
1.เพศ เทพศิรินทร์ พแุ ค ได้แก่
1.)ด้านความปลอดภยั ขณะใช้ห้องนา้
1.1 เพศชาย 2.)ด้ านสภาพแวดล้อมของสถานที่ตงั ้
1.2 เพศหญงิ 3.)ด้ านความเหมาะสมของสถานท่ีตงั ้
4.)ด้านความสะอาดของห้องนา้
5.)ด้านความเพียงพอของนา้ ในแตล่ ะวนั
6.)ด้านความเหมาะสมของการวางถงั ขยะ
7.)ด้านจานวนห้องนา้ เพียงพอตอ่ นักเรียน
8.) ด้านกลน่ิ รบกวนจากห้องนา้

ประโยชน์ที่คาดวา่ จะไดร้ ับ
1.คาดว่าได้ประสบการณใ์ นการทำโครงงานหรอื งานวจิ ยั ตา่ งๆ
2.ธาตุว่าจะไดข้ ้อมลู เพื่อนำมาเปน็ แนวทางในการแก้ไขปญั หาและพฒั นาต่อไป
3. คาดว่าจะเกิดความสามคั คีจากการทำงานรว่ มกันเป็นกลมุ่

บทท่ี 2

เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กยี่ วขอ้ ง

ในการศกึ ษาเอกสารงานวิจัยท่ีเกย่ี วข้องกับความเพิง่ พอใจในการใชห้ อ้ งนำ้ ของนกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี
5/3 โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ พแุ ค ผศู้ กึ ษาไดค้ น้ ควา้ เอกสารงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วข้องโดยลำดับเนอื้ หาทเ่ี ปน็
สาระสำคญั ดงั ตอ่ ไปน้ี

1.สภาพทว่ั ไปของโรงเรยี นเทพศิรินทร์ พแุ ค
2.แนวคดิ ทฤษฎีทเ่ี ก่ียวขอ้ ง

2.1 ความหมายของความพึงพอใจ
2.2 ความสำคัญของความพึงพอใจ
2.3 ทฤษฎีความพึงพอใจ
3.งานวิจัยท่เี ก่ยี วขอ้ ง
3.1 งานวจิ ัยภายในประเทศ
3.2 งานวจิ ยั ตา่ งประเทศ
1.สภาพทั่วไปของโรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พแุ ค

ประวัติ 6

โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ พุแค เดมิ ช่ือโรงเรียนพแุ ควทิ ยา ไดร้ ับอนมุ ัตจิ ากกระทรวงศึกษาธิการ

ให้จัดตงั้ เม่อื วันที่ 20 เมษายน 2519 โดยจดั สอนตามหลกั สูตรโครงการทดลองสง่ เสรมิ การเรียนการสอน

วิชาชพี ควบคู่ไปกบั วิชาชีพสามัญในโรงเรยี นมัธยมศึกษาตอนตน้ ระดบั ตำบลในระยะสองปแี รกไดอ้ าศยั พ้ืนท่ี
โรงเรยี นหน้าพระลาน “พิบลู สงเคราะห”์ ตำบล หน้าพระลาน อำเภอเฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวดั สระบรุ ี

เป็นสถานท่ีเรียนชั่วคราวที่ตั้งปัจจบุ นั ของโรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ พุแค ต้งั อยู่ใกลแ้ ยกสามแยกพุแคหลกั ก.ม. ท่ี
123-124 ถนนพหลโยธนิ หมู่ที่ 1 ตำบลพแุ ค อำเภอเฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวัดสระบรุ ี ทีด่ ินของโรงเรยี นไดร้ บั
การอนมุ ัติจากกรมปา่ ไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ใช้ทดี่ ินปา่ สงวนแหง่ ชาตปิ ่าพระพทุ ธบาท-พุแค
จำนวน 50 ไร่ ผเู้ ร่มิ กอ่ ตั้งโรงเรยี นคือ นายสละ หนเู งนิ อดตี สมาชกิ สภานติ บิ ญั ญัติแห่งชาติและสมาชกิ สภา
ผ้แู ทนราษฎรจังหวดั สระบรุ ี รว่ มกับประชาชนของตำบลพแุ ค, หน้าพระลาน และตำบลใกล้เคยี ง มคี วาม
ปรารถนาทจ่ี ะใหม้ ีโรงเรยี นในระดับมธั ยมศึกษาในชมุ ชน เพื่อให้เยาวชนไดม้ โี อกาสรบั การศกึ ษาเพมิ่ ข้นึ จงึ ได้
ดำเนนิ การ ขออนุมัตติ อ่ กระทรวงศกึ ษาธิการ ตามลำดับ

กรมสามัญศึกษา ได้แต่งต้ัง นายอดุ ม ปัญญา ผู้ชว่ ยอาจารยใ์ หญ่โรงเรยี นสธุ ีวิทยา อำเภอพระพทุ ธบาท

จงั หวดั สระบรุ ี มาดำรงตำแหนง่ ครูใหญ่ ตั้งแต่วันท่ี 1 มิถุนายน 2519

ปกี ารศกึ ษา 2521 ประชาชนชาวตำบลพแุ ค ตำบลหน้าพระลานและตำบลใกล้เคยี ง

ได้ชว่ ยกันจดั สรา้ งอาคารเรียน “ประชานุเคราะห์” จำนวน 1 หลงั จำนวน 9 ห้องเรยี นราคากอ่ สรา้ ง

550,000 บาท จึงได้ย้ายมาจดั การเรียนการสอน ณ สถานท่ีต้งั โรงเรียนปัจจบุ ันเม่ือวนั ที่ 22 พฤษภาคม 2521
โดยมี นายกอ่ สวัสดิ์พาณิชย์ รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธกิ าร (ในขณะน้ัน) มาเปน็ ประธานในพธิ ีมอบและ
เปิดอาคาร เมอ่ื วนั ท่ี 23 มีนาคม 2522

ในปีการศึกษา 2524 กรมสามัญศกึ ษา ได้อนมุ ตั ใิ หเ้ ปดิ สอนในระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

(ม.4 และ ม.ศ.4) โดยเปิดสอนตามหลักสตู รมธั ยมศกึ ษาตอนปลายพทุ ธศกั ราช 2518 และ

หลกั สูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ.2524 หลักสตู รละ 2 ห้องเรยี นและไดจ้ ัดการเรยี นการสอน

ตามโครงการสง่ เสรมิ สมรรถภาพการเรยี นรแู้ บบผสมผสานระหว่างภายในและภายนอกโรงเรียน

ของกรมสามญั ศึกษา

ในปี พ.ศ.2546 สำนักงานคณะกรรมการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐานอนมุ ัติให้เปล่ยี นชอ่ื จาก

โรงเรียนพุแควทิ ยา เปน็ โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ พแุ ค ตามประกาศสำนกั งานคณะกรรมการการ 7

ศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน ประกาศ ณ วันท่ี 9 มิถุนายน 2546

2.แนวคิดทฤษฎีทเี่ กีย่ วขอ้ ง

2.1 ความหมายของความพงึ พอใจ

นกั วชิ าการไดใ้ ห้ความหมายของความพงึ พอใจต่างๆพอสรปุ ไดด้ งั น้ี

ทวีพงษ์ หินคำ (2541:8) ได้ให้ความหมายของความพงึ พอใจว่าเป็นความชอบของบคุ คลที่มตี อ่ สง่ิ หนง่ึ
สง่ิ ใด ซ่งึ สามารถลดความตึงเครยี ดและตอบสนองความตอ้ งการของบุคคลได้ทำใหเ้ กดิ ความพงึ พอใจต่อส่ิงน้ัน

ธนยี า ปญั ญาแกว้ (2541:12) ได้ให้ความหมายว่าส่ิงที่ทำให้เกดิ ความพงึ พอใจท่เี กย่ี วกับลกั ษณะของงาน
ปจั จยั เหลา่ น้ีนำไปสคู่ วามพอใจในงานทีท่ ำไดแ้ ก่ ความสำเร็จ การยกยอ่ งลกั ษณะงาน ความรับผิดชอบ และ
ความก้าวหนา้ เมือ่ ปัจจยั เหล่านี้มีตำ่ กว่า จะทำให้เกิดความไมพ่ อใจงานท่ีทำถ้าหากงานให้ ความก้าวหน้า
ความทา้ ทาย ความรับผิดชอบ ความสำเรจ็ และการยกยอ่ งแกผ่ ู้ปฏิบัติงานแล้ว พวกเขาพอใจและมีแรงจงู ใจใน
การทำงานเป็นอยา่ งมาก

วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม(2541:754) ให้ความหมายของความพึงพอใจว่า หมายถงึ ความพอใจ การทำให้
พอใจ ความสามารถแน่ใจความนำใจ ความจุใจ ความแน่ใจ การชดเชยการไถบ่ าปการแกแ้ คน้ สิง่ ทีช่ ดเชย

วิรฬุ พรรณเทว(ี 2542:11) ใหค้ วามหมายไว้วา่ ความพึงพอใจเป็นความรสู้ ึกภายในจติ ใจของมนุษย์ที่
ไมเ่ หมือนกนั ซง่ึ เป็นอยกู่ บั แตล่ ะบุคคลว่าจะคาดหมายกับส่งิ หนง่ึ สิง่ ใดอยา่ งไร ถา้ คาดหวงั หรอื มีความตงั้ ใจ
มากและไดร้ บั การตอบสนองดว้ ยดี จะมคี วามพงึ พอใจมาก แตใ่ นทางตรงกนั ขา้ มอาจผิดหวงั หรอื ไม่พง่ึ พอใจ
เปน็ อย่างยิง่ เมอื่ ไมไ่ ดร้ บั การตอบสนองตามทค่ี าดหวังไว้ ทั้งนข้ี ึ้นอยกู่ ับส่งิ ทีต่ นตง้ั ใจไวว้ ่าจะมมี ากหรือ
น้อย

กาญจนา อรุณสขุ รุจ(ี 2546:5) กล่าวว่า ความพึงพอใจของมนษุ ย์ เปน็ การแสดงออกทางพฤตกิ รรมที่
เปน็ นามธรรม ไม่สามารถมองเหน็ เป็นรปู รา่ งได้ การที่เราจะทราบว่า บุคคลมคี วามพึงพอใจหรือไม่
สามารถส่ังเกดโดยการแสดงออกทค่ี อ่ นข้างสลบั ซับซอ้ น และต้องมสี ง่ิ ทตี่ รงต่อความตอ้ งการของบคุ คล จงึ จะ
ทำใหบ้ ุคคลเกดิ ความพึงพอใจ ดังนัน้ การสร้างส่งิ เร้าจึงเปน็ แรงจูงใจของบุคคลนนั้ ให้เกิดความพึงพอใจในงาน
น้ัน

Carnpbell (1976:117-124 อ้างถงึ ใน วาณที อง เสวต,2548 )กลา่ ววา่ ความพึงพอใจเปน็ ความรสู้ กึ
ภายในที่แตล่ ะคนเปรยี บเทียบระหวา่ งความคิดเหน็ ต่อสถานการณ์ ท่ีอยากให้เป็นหรือคาดหวังหรอื รสู้ ึกว่า
สมควรจะไดร้ ับ ผลทีไ่ ด้จะเป็นความพึงพอใจหรือไม่พงึ พอใจเป็นการตัดสินของแต่ละบคุ คล

Doma bedian (1980,อ้างถงึ ใน วาณี ทองเสวต,2548) กลา่ วว่า ความพึงพอใจของผบู้ ริการ หมายถงึ ผู้
บริการประสบความสำเร็จในการทำให้สมดุล ระหว่างสง่ิ ท่ผี รู้ ับบริการให้คา่ กับความคาดหวังของผู้รบั บริการ
และประสบการณน์ ั้นเปน็ ไปตามความคาดหวงั

จากความหมายที่กล่าวมาทั้งหมด สรปุ ความหมายของความพึงพอใจได้วา่ เปน็ ความรสู้ กึ ของบคุ คลใน
ทางบวก ความชอบ ความสบายใจความสขุ ใจตอ่ สภาพแวดลอ้ มในด้านต่างๆ หรอื เปน็ ความรสู้ กึ ทพี่ อใจต่อสง่ิ ท่ี
ทำให้เกิดความชอบ ความสบายใจ แลเปน็ ความรู้สึกท่บี รรลุถึงความตอ้ งการ

2.2 ความสำคญั ของความพึงพอใจ 8

เปา้ หมายสงู สุดของความสำเรจ็ ในการดำเนนิ งานบริการขน้ึ อยู่กบั กลยทุ ธ์ การสรา้ งความพงึ พอใจ
ใหก้ บั ลกู คา้ เพื่อให้ลูกค้าเกดิ ความรสู้ กึ ทด่ี แี ละประทับใจในบริการท่ไี ดร้ ับจนตดิ ใจและกลบั มาใช้บรกิ ารเป็น
ประจำ การศึกษาความพงึ พอใจของลูกคา้ ตลอดจนผู้ปฏิบตั ิงานบริการจงึ เปน็ เรือ่ งสำคัญ เพราะความรู้ความ
เข้าใจในเรอื่ งนีจ้ ะนำ มาซึง่ ความได้เปรยี บในเชิงการแข่งขันทางการตลาด เพ่ือความกา้ วหนา้ และการเติบโต
ของธุรกิจบรกิ ารอย่างไม่หยุดย้งั และส่งผลให้สงั คมส่วนรวมมีคณุ ภาพชีวติ ท่ดี ขี ้ึน จึงกลา่ วไดว้ ่าความพึงพอใจมี
ความสำคญั ต่อผใู้ ห้บรกิ ารและผ้รู บั บริการ

1.ความสำคัญตอ่ ผู้ให้บรกิ าร องคก์ ารบรกิ ารจำเป็นต้องคำนงึ ถึงความ พอใจตอ่ การบริการดงั นี้

1.1 ความพงึ พอใจของลูกค้าเป็นตวั กำหนดคุณลักษณะของการบรกิ าร ผบู้ รหิ ารการบรกิ าร
และผู้ปฏิบตั ิงานบรกิ ารจำเป็นตอ้ ง สำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเกี่ยวกบั ผลติ ภณั ฑ์บรกิ ารและลกั ษณะของ
การนำเสนอบริการ ท่ีลูกคา้ ชื่นชอบ เพราะข้อมลู ดงั กาวจะบง่ บอกถงึ การประเมินความรสู้ กึ และความ
คิดเห็นของลูกคา้ ต่อคณุ ภาพสมบตั ขิ องการบริการทล่ี กู คา้ ตอ้ งการ และวิธกี ารตอบสนองความตอ้ งการแตล่ ะ
อยา่ งในลักษณะทล่ี กู ค้าปรารถนา ซึ่งเปน็ ผลดตี อ่ ผู้ให้บริการในอนั ท่จี ะตระหนักถงึ ความคาดหวังของ
ผู้รบั บริการ และสามารถสนองตอบบริการท่ีตรงกับลักษณะและรปู แบบทผ่ี ้รู ับบรกิ ารคาดหวังไวไ้ ดจ้ รงิ

1.2 ความพงึ พอใจของลกู คา้ เป็นตัวแปรสำคัญในการประเมนิ คุณภาพของการบรกิ าร หาก
กิจการใดนำเสนอบรกิ ารท่ีดมี คี ณุ ภาพตรงกับความต้องการตามความคาดหวังของลูกคา้ กย็ ่อมสง่ ผล ให้ลกู ค้า
เกิดความพงึ พอใจต่อบรกิ ารนน้ั และมีแนวโนม้ จะใช้ บริการซำ้ อีกตอ่ ๆไป คุณภาพของการบริการทจ่ี ะทำให้
ลูกคา้ พึงพอใจข้ึนอยู่กับลักษณะการบริการที่ปรากฏให้เหน็ (ได้แก่ สถานท่ี อุปกรณ์ เครื่องใช้ และ
บุคลกิ ลกั ษณะของพนักงานบรกิ าร)ความนา่ เช่ือถือไวว้ างใจของการบรกิ าร ความเตม็ ใจท่จี ะให้บริการ
ตลอดจนความรูค้ วามสามารถในการใหบ้ รกิ ารดว้ ยความเชอ่ื ม่นั และความเข้าใจตอ่ ผู้อนื่

1.3 ความพงึ พอใจของผปู้ ฏบิ ตั ิงานบรกิ ารเปน็ ตวั ชคี้ ุณภาพและความสำเร็จของงาน 9
บริการ การให้ความสำคญั กับความต้องการ และความคาดหวังของผปู้ ฏิบัตงิ านบริการเปน็ เร่อื งทจี่ ำเปน็ ไมย่ ง่ิ
หย่อนไปกวา่ การใหค้ วามสำคัญกับลูกค้า การสรา้ งความพึงพอใจในงานใหก้ บั ผูป้ ฏิบัติงานบรกิ ารยอ่ มทำให้
พนกั งานมคี วามรู้สึกท่ีดตี ่องานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย แรกตั้งใจปฏิบัติงานอยา่ งเต็มความสามารถ อันจะนำมาซง่ึ
คณุ ภาพของการบริการทีจ่ ะสร้างความพงึ พอใจให้กบั ลูกค้า และสง่ ผลใหก้ จิ การบรกิ ารประสบความสำเร็จใน
ท่ีสดุ

2.ความสำคัญต่อผู้บริการ สามารถแบง่ เป็น 2 ประเภทดังน้ี

2.1 ความพึงพอใจ ของผ้ปู ฏบิ ตั งิ านบรกิ ารช่วยพัฒนาคุณภาพของงานบริการและอาชพี บริการ งาน
เป็นสิง่ ทสี่ ำคญั ตอ่ ชีวติ ของคนเราเพื่อให้ไดม้ าซึง่ รายไดใ้ นการดำลงชีวติ และการแสดงออกถงึ ความสามารถใน
การทำงานใหส้ ำเรจ็ ลุล่วงไปดว้ ยดี เปน็ ทีย่ อมรบั วา่ ความพึงพอใจในงานมผี ลต่อการเพิม่ ประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธผิ ลของงานในแต่ละองคก์ าร ในอาชีพบรกิ ารกเ็ ช่นเดียวกัน เมอ่ื องค์การบริการให้ความสำคญั กบั การ
สร้างความพงึ พอใจในงานใหก้ บั ผ้ปู ฏิบัติงานบริการ ท้ังในดา้ นสภาพแวดล้อมในการทำงาน คา่ ตอบแทน
สวสั ดกิ ารและความกา้ วหน้าในชวี ติ การงาน พนกั งานบรกิ ารกย็ อ่ มสนิ้ ท่าเพ่มิ คณุ ภาพมาตรฐานของงานบรกิ าร
ใหก้ า้ วหน้า ยิ่งๆขึน้ ไป ในการตอบสนองความต้องการของลูกคา้ และการสร้างสายสัมพันธ์ทีด่ ีกบั ลกู คา้ ให้ใช้
บรกิ ารตอ่ ๆไป ทำให้อาชีพบรกิ ารเป็นทีร่ ้จู กั มากขนึ้

2.3 ทฤษฎีความพงึ พอใจ

Kotler and Armstrong (2002) รายงานวา่ พฤตกิ รรมของมนุษยเ์ กดิ ขึน้ ตอ้ งมีสิ่งจูงใจ (motive) หรอื
แรงขับดัน (drive) เปน็ ความตอ้ งการทีก่ ดดนั จนมากพอทจ่ี ะจูงใจใหบ้ ุคคลเกิดพฤตกิ รรมเพอ่ื ตอบสนองความ
ต้องการของตนเอง ซึง่ ความต้องการของแตล่ ะคนไม่เหมือนกนั ความตอ้ งการบางอย่างเปน็ ความ ต้องการทาง
ชวี วิทยา (biological) เกดิ ขึ้นจากสภาวะตงึ เครยี ด เชน่ ความหวิ กระหายหรอื ความลำบากบางอยา่ งเปน็ ความ
ต้องการทางจติ วทิ ยา(psychological)เกดิ จากความต้องการการยอมรับ(recognition การยกยอ่ ง(belonging)
หรือการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ความต้องการส่วนใหญ่อาจไม่มากพอทจ่ี ะจงู ใจใหบ้ ุคคลกระทำในชว่ งเวลาน้นั
ความตอ้ งการกลายเปน็ ส่งิ จงู ใจเมื่อไดร้ ับการกระตุ้นอย่างเพียงพอจนเกิดความตงึ เครียดโดยทฤษฎที ่ีไดร้ บั
ความนิยมมากท่สี ดุ มี 2 ทฤษฎีคือทฤษฎีอบั ราฮมั มาสโลวแ์ ละทฤษฎีของซกิ มนั ดฟ์ รอยด์

1.ทฤษฎีแรงจูงใจของมาสโลว์ (Maslo's theory motivation)

ค้นหาวิธที ่ีจะอธิบายวา่ ทำไมคน จึงถกู ผลกั ดนั โดยความตอ้ งการบางอย่างนะเวลาหน่งึ ทำไมคนหนึ่งจึงทมุ่ เท
เวลาและพลงั งานอยา่ งมากเพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซงึ่ ความปลอดภยั ของตนแต่อีกคนหน่ึงกลับทำสิ่งเหลา่ นั้นเพอ่ื ใหไ้ ด้รบั

การยกยอ่ งนบั ถือจากผู้คนคำตอบของมาสโลว์คือความตอ้ งการของมนุษยถ์ ูกเรยี งลำดบั ตามจากส่ิงที่กดดันมาก
ทส่ี ุดไปถงึ น้อยท่สี ุดทฤษฎขี องมาสโลวไ์ ด้จัดลำดับความต้องการตามความสำคญั คอื

1.1 ความตอ้ งการทางกาย (physiological needs) เปน็ ความตอ้ งการพ้นื ฐานคอื อาหารทพี่ ักอากาศยา
รกั ษาโรค

1.2 ความต้องการความปลอดภยั (safety needs) เป็นความตอ้ งการท่ีเหนือกวา่ ความต้องการเพอื่
ความอย่รู อดเป็นความต้องการในด้านความปลอดภยั จากอันตราย

1.3 ความต้องการทางสังคม (social needs) เป็นการต้องการการยอมรับจากเพือ่ น

1.4 ความต้องการการยกยอ่ ง (esteem needs) เปน็ ความต้องการการยกยอ่ งสว่ นตวั ความนับถือ
และสถานะทางสังคม

1.5 ความต้องการใหต้ นประสบความสำเร็จ (self-actualization needs) เป็นความต้องการสูงสุด
ของแตล่ ะบุคคลความต้องการกระทำทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งได้สำเรจ็

บคุ คลพยายามท่จี ะสร้างความพงึ พอใจใหก้ บั ความต้องการที่สำคัญที่สุดเป็นอนั ดับแรกก่อนเมอ่ื ความตอ้ งการ
นน้ั ได้รับความพงึ พอใจความตอ้ งการน้นั กจ็ ะหมดลงและเปน็ ตัวกระตุ้นใหบ้ ุคคลพยายามสรา้ งความพงึ พอใจ
ใหก้ บั ความตอ้ งการ สำคัญท่สี ุดในลำดับต่อไปตัวอย่างเช่นคนท่ีอดอยาก(ความตอ้ งการทางกาย)จะไม่สนใจตอ่
งานศลิ ปะช้ินล่าสดุ ความตอ้ งการสูงสดุ หรือไม่ต้องการยกย่องจากผู้อน่ื หรอื ไม่ตอ้ งการแมแ้ ตอ่ ากาศที่บริสุทธ์ิ
(ความปลอดภัย)แตเ่ มอ่ื ความตอ้ งการแต่ละขั้นได้รบั ความพึงพอใจแล้วกจ็ ะมีความต้องการในลำดับต่อไป

2.ทฤษฎีแรงจูงใจของ ฟรอยด์

ซิกมันด์ ฟรอยด์ ( S.M. Freud) ตั้งสมมตฐิ านว่าบุคคลมักไมร่ ตู้ วั มากนกั วา่ พลังจิตวทิ ยามีสว่ นชว่ ยสรา้ งให้
เกิดพฤตกิ รรมโดยพบวา่ บุคคลเพิ่มและควบคุมส่งิ เรา้ หลายอย่างสง่ิ เร้าเหลา่ นีอ้ ยู่นอกเหนอื การควบคุมส้ินเชงิ
บุคคลจงึ มคี วามฝนั พูดคำทไ่ี ม่ได้ตัง้ ใจพูดมีอารมณอ์ ยูเ่ หนือเหตผุ ลและมีพฤตกิ รรมหลอกหลอนหรอื เกิดอาการ
จิตวิตกอยา่ งมาก ในขณะทช่ี าลนิ ี (2535) ได้เสนอทฤษฎกี ารแสวงหาความพงึ พอใจไว้ว่าบุคคลพอใจจะกระทำ
สิง่ ใด พ่ใี หม้ คี วามสุขและจะหลกี เลีย่ งไมก่ ระทำในสิ่งทเ่ี ขาจะได้รบั ความทกุ ข์หรือความรักยากลำบากโดย
อาจจะแบ่งความประเภทความพงึ พอใจได้ กรณนี ไี้ ด้ 3 ประเภทคือ

1.) ความพอใจดา้ นจิตวิทยา (psychological hedonism) เป็นทศั นะของความพงึ พอใจวา่ มนุษย์โดย
ธรรมชาติจะมคี วามแสวงหาความสุขสว่ นตัวหรือหลีกเลย่ี งจากความทุกขใ์ ดๆ

2.) ความพึงพอใจเกยี่ วกับตนเอง(egotistic hedonism)เปน็ ทัศนะของความพอใจว่ามนษุ ย์จะ
พยายามแสวงหาความสุขส่วนตวั แต่ไมจ่ ำเปน็ ว่าการแสวงหาความสุขตอ้ งเปน็ ธรรมชาติของมนษุ ย์เสมอไปตาม

10

ความพอใจเกีย่ วกบั จริยธรรมทัศนะน้ถี ือว่ามนุษย์แสวงหาความสุขเพ่อื ผลประโยชน์ของมวลมนุษย์หรือสังคมท่ี
ตนเป็นสมาชกิ อยู่และเปน็ ผู้ไดร้ ับผลประโยชน์ผหู้ นงึ่ ด้วย

3.) งานวจิ ยั ท่เี ก่ยี วข้อง

3.1 งานวิจัยภายในประเทศ

มานพ งามสุวรรณ (2542 )ความพึงพอใจสภาพแวดล้อมในโรงเรียนของนกั เรยี นมัธยมศึกษา
ตอนตน้ สังกดั กรมสามญั ศึกษาในเขตพฒั นาพน้ื ทีช่ ายฝ่งั ทะเลตะวนั ออกพบว่าความพงึ พอใจสภาพแวดล้อมใน
โรงเรียนของนกั เรียนมัธยมตน้ สังกัดกรมสามญั ศกึ ษาในเขตพ้นื ท่ีชายฝัง่ ทะเลตะวนั ออกแตล่ ะด้านและรวม
จำแนกตามเพศของนักเรียนและสถานที่ต้งั ของโรงเรียนอยู่ในระดบั มากเรยี งตามลำดับคือดา้ นการเรียนการ
สอนในชน้ั เรยี นด้านการบรหิ ารดา้ นบริเวณอาคารสถานท่ีและดา้ นกลมุ่ เพือ่ นเมอื่ เปรียบเทียบความพึงพอใจ
สภาพแวดล้อมในโรงเรยี นของนักเรยี นมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ สงั กดั กรมสามญั ศกึ ษาในเขตพ้ืนทช่ี ายฝงั่ ทะเล
ตะวันออกจำแนกประเภทรายไดร้ วม และรวมพบวา่ แตกตา่ งกันและไมม่ นี ยั ยะสำคญั ทางสถิตเิ มือ่ จำแนกตาม
ทีต่ ้ังของโรงเรยี นโดยรวมพบวา่ นกั เรียนท่เี รียนในโรงเรยี นที่ตง้ั อยูน่ อกเขตเทศบาลกับในเขตเทศบาลมีความพงึ
พอใจด้านการเรยี นการสอนในชั้นเรียนและบริเวณอาคารสถานทแ่ี ตกตา่ งกันอยา่ งมนี ัยยะสำคญั ทางสถติ โิ ดย
นักเรยี นนอกเขตเทศบาลมคี วามพงึ พอใจมากกว่านกั เรียนในเขตเทศบาล

มารสิ า ธรรมะ (2545) ไดศ้ ึกษาสภาพแวดลอ้ มมหาวิทยาลัยบูรพาวทิ ยาเขตสารสนเทศสระแก้วใน
ทัศนะคติพบวา่

1) สภาพแวดล้อมด้านอาคารสถานทนี่ ิสิตสว่ นใหญ่เห็นว่าห้องเรียนไมส่ ะอาดมกี ารใช้ประโยชน์จาก
หอ้ งเรยี นในการเรยี นปนั กลางแตท่ นี่ ง่ั พักผ่อนสถานท่ีเลน่ กีฬาและอุปกรณ์มนี ้อยโรงอาหารและสถานที่
รับประทานอาหารยงั ไม่เพียงพอตอ่ ความต้องการของนิสติ การให้บรกิ ารของหอ้ งสมุดอยใู่ นระดบั ปานกลาง

2) สภาพแวดล้อมด้านในหอ้ งเรยี นนิสติ ส่วนใหญ่เห็นว่าอาจารย์มคี วามเป็นกันเองมาก อาจารยม์ ี
ความตงั้ ใจในการสอนมีการเตรียมการสอนและมคี วามรูใ้ นเนอ้ื หาวชิ าดีแต่อาจารย์ยังเปดิ โอกาสให้ มสี ิทธทิ์ มี่ ี
ความสนใจและเอาใจใสใ่ นการเรียนการสอนอย่ใู นระดับปานกลาง

3) สภาพแวดล้อมดา้ นกลมุ่ เพอ่ื นนิติสว่ นใหญ่เหน็ วา่ การเข้ารว่ มกิจกรรมและการพบปะสงั สรรค์
ระหว่างตา่ งคณะและชน้ั ปมี ีนอ้ ย ท่สี นใจเขา้ ร่วมในองค์กรการหรอื สโมสรนสิ ิตในระดบั ปานกลางและพบว่ามี
ความอบอ่นุ ในกลุ่มเพื่อนมาก

3.2 งานวิจยั ต่างประเทศ 11

Bemard (1968 อ้างถงึ ในอำนวยบญุ สง่ ศรี 2531) ไดก้ ลา่ วถงึ สิ่งจูงใจทใ่ี ชเ้ ปน็ เครอื่ งกระตนุ้ บคุ คล
ใหเ้ กิดความพึงพอใจในงานไว้ 8 ประการคือ

1) สง่ิ จงู ใจเป็นวัตถุ ได้แกเ่ งนิ สิ่งของหรือสภาวะทางกายที่ ใหแ้ ก่ผู้ปฏบิ ตั ิงานเป็นการตอบแทน
ชดเชยหรือเป็นรางวลั ทเ่ี ขาได้ปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานน้ันเป็นมาเป็นอยา่ งดี

2) สิ่งจูงใจเป็นโอกาสของบคุ คลท่ีไมใ่ ช่วัตถุ เป็นสงิ่ จงู ใจสำคัญทช่ี ่วยส่งเสริมความรว่ มมอื ในการ
ทำงานมากกวา่ รางวลั ท่เี ปน็ วัตถุเพราะสง่ิ จงู ใจที่เปน็ โอกาสนี้บุคลากรจะได้รับความแตกตา่ งเช่นเกยี รติภูมิการ
ใชส้ ิทธพิ ิเศษเป็นต้น

3) สภาพทางกายทพี่ งึ ปรารถนา หมายถึงสง่ิ แวดล้อมในการปฏบิ ัตงิ านไดแ้ กส่ ถานทท่ี ำงาน
เคร่อื งมอื การทำงานส่งิ อำนวยความสะดวกในการทำงานต่างๆซึง่ เปน็ สง่ิ อันก่อใหเ้ กดิ ความสขุ ทางกายในการ
ทำงาน

4) ผลประโยชน์ทางอุดมคติ หมายถึงสมรรถภาพของหนว่ ยงานทีซ่ ำ้ ทสี่ นองความตอ้ งการของ
บุคคลดา้ นความภาคภมู ิใจทไี่ ดแ้ สดงฝมี อื การได้มโี อกาสช่วยเหลอื ครอบครวั ตนเองและผ้อู ื่นท้งั นักแสดงความ
ภกั ดตี อ่ หนว่ ยงานค่า

5) ความดึงดดู ใจในสังคม หมายถงึ ความสัมพนั ธ์ฉนั มติ รถา้ ความสมั พันธเ์ ปน็ ไปได้ดว้ ยดีจะทำให้
เกิดความผูกพันและความพอใจในการร่วมงานกับหนว่ ยงาน

6) การปรับสภาพการทำงานใหเ้ หมาะสมกับวธิ กี ารและทศั นคติของบุคคล หมายถึงการปรับปรุง
ตำแหนง่ วิธงี านให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถของบุคลากร

7) โอกาสที่จะไดค้ วามรว่ มมอื ในการทำงาน หมายถึงการเปิดโอกาสให้บคุ ลากรรูส้ ึกว่ามสี ว่ นรว่ ม
ในการทำงานเป็นบคุ คลสำคญั ของหน่วยงานมคี วามรสู้ ึกเทา่ เทยี มกันในหมู่ ผรู้ ว่ มงานและมกี ำลังใจในการ
ปฏบิ ัติการ

8) สภาพของการอยูร่ ่วมกนั หมายถงึ ความพอใจของบุคคลในดา้ นสังคมหรือความม่ันคงในการ
ทำงาน.

บทท่ี 3

วิธีการดำเนนิ การศกึ ษาค้นคว้า

วธิ ีการดำเนินการศึกษาคน้ คว้าเรื่องความพึงพอใจในการใชห้ ้องนำ้ ของนกั เรียนชัน้ มธั ยม
ศึกษาปีที่ 5/3โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ พุแค ผู้ศึกษาได้ดำเนินการศกึ ษาค้นควา้ โดยลำดับ ดงั นี้
1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2.เครอ่ื งมือและวธิ ีการสร้างเครอ่ื งมอื
3.การเก็บรวบรวมข้อมูล
4.การจัดกระทำขอ้ มลู
5.การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
6.สถติ ิท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
ประชากรทีใ่ ช้ในการศึกษาคน้ คว้าในเรอ่ื งนไ้ี ดแ้ ก่นกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี5/3 ของโรงเรยี น

เทพศริ ินทร์ พแุ ค ปีการศึกษา 2563 จำนวน 38 คน

เครอ่ื งมอื และวธิ กี ารสรา้ งเครื่องมอื

เครอื่ งมอื
เครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการทำโครงงาน คือแบบสอบถาม(question naire ) ซงึ่ เป็นเครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ในการ
เกบ็ รวบรวมข้อมลู โดยการพบทวนแนวคิดทฤษฎีและผลงานวิจัยท่ีเกย่ี วข้องนานมาแลว้ ปรับปรุงใช้ให้
เหมาะสมกบั การศกึ ษาวิจยั ในคร้ังนี้แบ่งเน้ือหาของคำถามออกเปน็ 2 ส่วน ดังนี้

14

สว่ นที่ 1 ข้อมูลเกยี่ วกบั สถานภาพของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยคำถามมลี ักษณะเป็นแบบสำรวจรายการ
(Checklist)

ส่วนท่ี 2 คะแนนความพึงพอใจในการใชห้ อ้ งนำ้ มลี ักษณะเป็นแบบมาตร สว่ นประกอบคา่
(Rating Scale) โดยจำแนกเปน็ 8 ด้าน ได้แก่
1.) ด้านความปลอดภัยขณะใช้ห้องน้ำ
2.) ด้านสภาพแวดลอ้ มของสถานที่ต้งั
3.) ดา้ นความเหมาะสมของสถานที่ต้งั
4.) ดา้ นความสะอาดของหอ้ งนำ้
5.) ดา้ นความเพยี งพอของน้ำในแต่ละวัน
6.) ด้านความเหมาะสมของการวางถังขยะ
7.) ด้านจำนวนห้องนำ้ เพียงพอตอ่ นักเรยี น
8.) ด้านกลน่ิ รบกวนจากห้องน้ำ

วธิ ีการสร้างเครอื่ งมอื
1. ศกึ ษาคน้ ควา้ ตำรา วารสาร บทความ งานวิจัยที่เกย่ี วขอ้ งกบั ความพงึ พอใจในการใช้ห้องนำ้ ของ

โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค และรายละเอยี ดวตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษา เพือ่ เปน็ แนวทางในการสร้าง
แบบสอบถาม

2.ศึกษาวิธกี ารสรา้ งแบบสอบถามจากไพศาล วรคำ (2552, หนา้ 241) (ผู้เขียนตำรา) เพ่ือใชเ้ ป็น
แนวทางในการสรา้ งแบบสอบถาม

3.ศกึ ษาความหมาย ทฤษฎี หลักการ แนวคิด องคป์ ระกอบ เพ่อื นำมาจัดทำนิยามศพั ท์เฉพาะและนำ

นยิ ามศัพท์เฉพาะมาเปน็ แนวทางในการสรา้ งข้อคำถาม

15

4.พัฒนาแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) 5 ระดับ คือ มากทส่ี ดุ มากปาน
กลาง นอ้ ย น้อยทส่ี ุด ใช้ในการรวบรวมข้อมลู เกยี่ วกบั ความพึงพอใจในการใชห้ อ้ งน้ำของโรงเรียนเทพศิรนิ ทร์
พแุ คโดยจำแนกเปน็ 8 ดา้ น ได้แก่
1.) ดา้ นความปลอดภัยขณะใช้ห้องนำ้
2.) ดา้ นสภาพแวดลอ้ มของสถานท่ีตั้ง
3.) ด้านความเหมาะสมของสถานทีต่ ั้ง
4.) ดา้ นความสะอาดของหอ้ งนำ้
5.) ดา้ นความเพียงพอของน้ำในแต่ละวัน
6.) ด้านความเหมาะสมของการวางถังขยะ
7.) ด้านจำนวนหอ้ งน้ำเพียงพอตอ่ นักเรยี น
8.) ด้านกล่นิ รบกวนจากหอ้ งนำ้
5.นำแบบสอบถามไปทดลองใช้กบั กลุ่มตัวอยา่ ง จำนวน 38 คน และนำมาหาคา่ สมั ประสิทธ์คิ วามเช่อื ม่ันโดย
วธิ คี รอนบาค (Cronbach)
6.นำไปจดั พมิ พเ์ ปน็ เครือ่ งมือที่ใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูลตอ่ ไปนี้
การเก็บรวบรวมขอ้ มูล

ผู้ศึกษาได้ดำเนนิ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู โดยวธิ ีการแจกแบบสอบถามดว้ ยตนเอง ซงึ่ มขี ้ันตอนการ
ดำเนินงานดงั น้ี

1.) สร้างแบบสอบถามและจดั พิมพแ์ บบสอบถาม
2.) ดำเนนิ การเก็บรวบรวมขอ้ มูลโดยวิธีแจกแบบสอบถามใหน้ ักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/3
ปกี ารศึกษา 2563 จำนวน 38 คน และเก็บรวบรวมข้อมูลกลบั ด้วยตนเอง
การจัดกระทำข้อมลู

1.ไดร้ บั แบบสอบถามกบั คนื และตรวจสอบความสมบรู ณ์ของแบบสอบถามมคี วามสมบรู ณ์จำนวน 38 16
ฉบับ คดิ เปน็ ร้อยละ 100

2.นำแบบสอบถามมาตรวจใหค้ ะแนนตามวิธขี องครอนบาค (Cronbach) บุญชม ศรีสะอาด

(2541,หนา้ 113) ดังน้ี

ความพึงพอใจมากทส่ี ดุ ให้ 5 คะแนน

ความพึงพอใจมาก ให้ 4คะแนน

ความพงึ พอใจปานกลาง ให้ 3คะแนน

ความพึงพอใจน้อย ให้ 2คะแนน

ความพงึ พอใจน้อยทส่ี ดุ ให้ 1คะแนน

3.นำคะแนนที่ได้หาค่าทางสถิตดิ ้วยเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ โดยใชโ้ ปรแกรมสำเรจ็ รูปทางสถิติ

การวิเคราะหข์ อ้ มลู

ผูศ้ กึ ษาดำเนนิ การวเิ คราะหข์ อ้ มูลดังน้ี
1.วเิ คราะหส์ ภาพทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ค่าเฉล่ีย เสนอในรปู แบบตาราง
2.วเิ คราะหค์ วามพึงพอใจในการใช้หอ้ งนำ้ ของโรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ พุแค โดยการหาคา่ เฉลย่ี เปน็ ราย
ด้านและโดยรวมเสนอในรูปแบบตาราง
3.นำผลการวเิ คราะหท์ างสถิตมิ าแปลผลดงั นี้

ค่าเฉลย่ี 4.50 - 5.00 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดับมาก
ค่าเฉลย่ี 3.50 - 4.49 หมายถงึ มีความพึงพอใจอย่ใู นระดับมาก
คา่ เฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถึง มคี วามพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง
คา่ เฉลยี่ 1.50 - 2.49 หมายถึงมคี วามพงึ พอใจอยู่ในระดับนอ้ ย
ค่าเฉลย่ี 1.00 - 1.49 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด

17

สถติ ทิ ีใ่ ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
1.คา่ รอ้ ยละ (Percentage) (%) เพ่ือวิเคราะห์ข้อมูลทีร่ วบรวมได้จากแบบสอบถามตอนท่ี 1
2.ค่าเฉลี่ย (Mean) เขยี นแทนด้วยสัญลักษณ์ ̅ ใชส้ ตู ร (สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยีกระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2552, หนา้ 8 )

̅ =
เมอ่ื ̅ คือ ค่าเฉล่ยี
∑ คือ ผลรวมทงั้ หมดของขอ้ มลู
n คือ จำนวนกลุ่มตัวอยา่ ง
3.ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เขยี นแทนดว้ ยสญั ลักษณ์S.D. ใช้สูตร (สถาบนั

สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยกี ระทรวงศกึ ษาธกิ าร ,2552 ,หน้า 73)

S.D. = √∑ =1( 1− ̅)2

−1

เมอ่ื S.D. คอื ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานของกลุ่มตวั อยา่ ง
1 คือ คา่ ของข้อมลู แต่ละตวั

̅ คอื ค่า เฉล่ียของกล่มุ ตวั อยา่ ง
n คือ จำนวนข้อมูลท้งั หมดของกลมุ่ ตัวอยา่ ง

บทที่ 4

ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล

การนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู การศกึ ษาค้นควา้ (ชื่อเรอื่ ง) ผศู้ ึกษาได้นำเสนอการวิเคราะหข์ ้อมูล
และการแปลผลขอ้ มูลตามลำดบั ดังนี้

1.ขน้ั ตอนนำเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล
2.ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู

ข้ันตอนนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู

ตอนท่ี 1 เปน็ ผลการวิเคราะห์เก่ียวกบั ข้อมลู ทวั่ ไปของกล่มุ ตวั อยา่ ง วา่ เปน็ เพศชายหรือเพศหญิง

ตอนท่ี 2 เป็นผลการวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั ความพึงพอใจในการใช้หอ้ งนำ้ ของนกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี
5/3 โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พุแค ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู

ตอนท่ี 1 เป็นผลการวิเคราะห์เกย่ี วกับขอ้ มลู ทัว่ ไปของกลุ่มตวั อย่าง แสดงไวใ้ นตารางที่ 1 ดงั นี้

ตอนท่ี 1 จำนวนและร้อยละของกลมุ่ ตวั อย่างจำแนกตามเพศ

สภาพของกลุม่ ตวั อย่าง จำนวน (คน) รอ้ ยละ
1.เพศ
15 39.5
1.1 เพศชาย 23 60.5
1.2 เพศหญิง

รวม 38 100

จากตารางที่1 แสดงวา่ ในกลุ่มตัวอยา่ ง 38 คนเปน็ เพศชาย 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 39.5 และเป็นเพศ
หญิง 23 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 60.5

19

ตอนท่2ี เป็นผลการวเิ คราะหเ์ กย่ี วกบั ค่าความพงึ พอใจในการใช้ห้องนำ้ ของนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี
5/3 โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พุแค ซึง่ แสดงไว้ในตารางท่ี 2 ดงั น้ี
ตอนท่2ี ตารางแสดงความพึงพอใจโดยหาคา่ ความถแี่ ละคา่ ร้อยละ

ระดับความพอใจ

ท่ี ดา้ น มาก มาก ปานกลาง น้อย น้อย
ท่สี ุด 432 ทีส่ ดุ
5 1

1 ดา้ นความปลอดภัยขณะใช้ห้องน้ำ 6 19 19 12

คดิ เปน็ ร้อยละ 12.77 40.42 40.42 2.13 4.26

2 ด้านสภาพแวดลอ้ มของสถานทตี่ ั้ง 9 15 18 32

คดิ เปน็ ร้อยละ 19.15 31.91 38.30 6.38 4.26

3 ด้านความเหมาะสมของสถานที่ต้งั 6 15 21 23

คดิ เปน็ รอ้ ยละ 12.77 31.91 44.68 4.26 6.38

4 ดา้ นความสะอาดของหอ้ งน้ำ 1 9 23 12 2

คดิ เป็นร้อยละ 2.13 19.15 48.94 25.53 4.26

5 ดา้ นความเพยี งพอของห้องน้ำในแตล่ ะวนั 0 10 22 10 5

คิดเป็นร้อยละ 0 21.28 46.80 21.28 10.64

6 ด้านความเหมาะสมของการวางถงั ขยะ 6 13 20 53

คดิ เปน็ รอ้ ยละ 12.77 27.66 42.55 10.64 6.38

7 ด้านจำนวนห้องนำ้ เพยี งพอต่อนักเรียน 8 10 12 10 7

คิดเปน็ ร้อยละ 17.02 21.28 25.53 21.28 14.89

8 ด้านกลิ่นรบกวนจากห้องน้ำ 0 0 13 14 20

คิดเป็นร้อยละ 0 0 27.66 29.79 42.55

จากตารางความพงึ พอใจโดยหาคา่ ความถ่ีและคา่ ร้อยละ พบวา่ ระดบั ความพงึ พอใจของกลุ่มตวั อยา่ ง
ส่วนใหญ่จะอยู่ในเกณฑป์ านกลางถึงมากท่ีสดุ ในรายการประเมนิ ท่ี 1-7 และระดับความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์
นอ้ ยท่ีสดุ ในรายการประเมนิ ท่ี 8 ในเรื่องกลน่ิ รบกวนจากหอ้ งน้ำ

20

ตอนท่ี 3 คา่ เฉลีย่ และค่าเบยี่ งเบนมาตรฐานของความพึงพอใจโดยรวมและรายดา้ น จำแนกตามเพศของกล่มุ
ตัวอย่าง

รายการประเมนิ เพศ เพศหญงิ
เพศชาย S.D. ระดบั
̅ S.D. ระดับ ̅ 4.74 มาก
3.66 มาก 3.58 3.48 มาก
1.ด้านความปลอดภัยขณะใช้หอ้ งนำ้ 3.50 3.71 มาก 3.58 3.94 ปานกลาง
3.66 มาก 3.35 4.19 ปานกลาง
2.ด้านสภาพแวดล้อมของสถานทตี่ ัง้ 3.50 4.54 ปานกลาง 2.90 4.00 ปานกลาง
4.66 ปานกลาง 2.55 3.16 ปานกลาง
3.ด้านความเหมาะสมของสถานที่ตงั้ 3.50 3.37 ปานกลาง 3.26 1.76 ปานกลาง
2.79 ปานกลาง 2.97 6.09 น้อย
4.ดา้ นความสะอาดของห้องนำ้ 2.88 2.82 น้อย 1.71 31.36 ปานกลาง
29.20 ปานกลาง 23.90
5.ด้านความเพยี งพอของหอ้ งนำ้ ในแต่ละวนั 3.25

6.ดา้ นความเหมาะสมของการวางถังขยะ 3.38

7.ดา้ นจำนวนห้องนำ้ เพยี งพอต่อนกั เรยี น 3.19

8.ด้านกลนิ่ รบกวนจากหอ้ งน้ำ 2.13

รวม 25.31

จากตารางที่ 3 แสดงวา่ กลมุ่ ตัวอยา่ งเพศชายมรี ะดบั ความพงึ พอใจอยใู่ นเกณฑม์ าก 3 รายการคอื 1.
รู้สกึ ปลอดภัยขณะใชห้ ้องนำ้ 2.สภาพแวดลอ้ มของสถานทีต่ ้งั 3.ความเหมาะสมของการวางถังขยะและ4.
จำนวนห้องน้ำเพยี งพอต่อนักเรียน และมีระดับความพึงพอใจอยูใ่ นเกณฑน์ อ้ ย 1 รายการ คอื ในเรอ่ื งของกลนิ่
รบกวนจากหอ้ งนำ้

กลมุ่ ตวั อย่างเพศหญงิ มรี ะดบั ความพงึ พอใจอยู่ในเกณฑ์มาก 2 รายการ คือ1.รสู้ กึ ปลอดภยั ขณะใช้
หอ้ งน้ำ และ 2.สภาพแวดล้อมของสถานท่ีตั้ง มีระดบั ความพึงพอใจอยใู่ นเกณฑป์ านกลาง 5 รายการ คอื 1.
ความเหมาะสมของสถานทตี่ ้ัง 2.ความสะอาดของหอ้ งน้ำ 3.ความเพยี งพอของห้องน้ำในแตล่ ะวัน 4. ความ

เหมาะสมของการวางถังขยะและ5. จำนวนหอ้ งน้ำเพียงพอต่อนักเรียน และมรี ะดบั ความพึงพอใจอย่ใู นเกณฑ์
น้อย 1 รายการ คือ ในเรอ่ื งของกินรบกวนจากห้องน้ำ

บทที่ 5
สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

การศึกษาค้นควา้ ครัง้ น้เี ปน็ การศกึ ษาเรอ่ื งความพึงพอใจในการหอ้ งนำ้ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่
5/3 โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ พุแค โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/3 จำนวน 38 คน

วตั ถปุ ระสงค์ของการศกึ ษาค้นคว้า
เพ่อื การศึกษาความพงึ พอใจในการใช้ห้องน้ำของนักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่5/3โรงเรียนเทพศริ ินทร์

พุแค

ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ ควา้
1. ขอบเขตด้านเนื้อหา
การศึกษาครัง้ นม้ี ่งุ ศกึ ษาความพึงพอใจในการใช้หอ้ งน้ำโรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ พแุ ค

ของนกั เรยี นชั้นมัธยมศึกาษาปที ่ี 5/3 จำแนกเปน็ 3 ด้าน ได้แก่
1. รู้สึกปลอดภัยขณะใชห้ ้องน้ำ
2. สภาพแวดลอ้ มของสถานที่ตั้ง
3. ความเหมาะสมของสถานท่ตี ้ัง
4. ความสะอาดของห้องน้ำ
5. ความเพยี งพอของน้ำในแตล่ ะวัน
6. ความเหมาะสมของการวางถังขยะ
7. จำนวนหอ้ งนำ้ เพยี งพอตอ่ นักเรียน
8. กลิน่ รบกวนจากหอ้ งนำ้

2. ขอบเขตดา้ นประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
ประชากรท่ใี ชใ้ นการศึกษาครัง้ น้เี ป็นนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี5/3ของโรงเรยี น

เทพศิรินทร์ พแุ ค จำนวนกลุ่มตวั อย่าง 38 คน

22

ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ ควา้
แบบสำรวจความพงึ พอใจตอ่ การใช้หอ้ งน้ำของโรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ พุแค จำนวน 8 ข้อ

ซง่ึ ผศู้ ึกษาคน้ ควา้ สรา้ งขนึ้

สรุปผลการศกึ ษา
ผลการศึกษาวิจัยเร่อื ง ความพงึ พอใจในการใช้ห้องน้ำ จากนักเรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5/3

โรงเรียนเทพศริ ินทร์ พแุ ค จำนวน 38 คน สามารถสรปุ ผลไดด้ งั น้ี
1. ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่าส่วนใหญเ่ ปน็ เพศหญงิ จำนวน 23 คน คิดเปน็ ร้อยละ 39.5 และ

เพศชายจำนวน 23 คิดเป็นรอ้ ยละ 60.5
2. ผลการวิเคราะหค์ วามพงึ พอใจในการใช้หอ้ งน้ำ จากนกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/3 โรงเรยี น

เทพศิรินทร์ พแุ ค จำนวน 38 คน ซ่ึงมี 8 ด้าน ดา้ นความปลอดภัยขณะใช้หอ้ งน้ำ ด้านสภาพแวดลอ้ ม
ของสถานท่ตี ง้ั ดา้ นความเหมาะสมของสถานที่ตัง้ ด้านความสะอาดของหอ้ งนำ้ ดา้ นความเพยี งพอ
ของน้ำในแต่ละวัน ดา้ นความเหมาะสมของการวางถังขยะ ดา้ นจำนวนหอ้ งน้ำเพยี งพอต่อนกั เรียน
ดา้ นกลน่ิ รบกวนจากห้องนำ้ โดยภาพรวมอยใู่ นระดับปานกลาง (X = 3.08) และมกี ารปรากฎผล ดงั น้ี
กล่มุ ตวั อย่างเพศชายมคี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก 3 รายการ คอื 1.ด้านความปลอดภัยขณะใช้
หอ้ งน้ำ 2.ดา้ นความเพียงพอของนำ้ ในแต่ละวัน และ 3.ดา้ นความเหมาะสมของสถานทต่ี งั้ มีความพึง
พอใจอยู่ในระดับปานกลาง 4 รายการ คอื 1.ด้านความสะอาดของห้องนำ้ 2.ดา้ นความเพียงพอของน้ำ
ในแต่ละวัน 3.ดา้ นความเหมาะสมของการวางถังขยะ และ 4.ดา้ นจำนวนหอ้ งนำ้ เพยี งพอตอ่ นักเรยี น
และมีความพึงพอใจอยใู่ นระดับน้อย 1 รายการ คอื ในด้านของกล่ินรบกวนจากหอ้ งนำ้

กลมุ่ ตัวอย่างเพสหญงิ มคี วามพงึ พอใจอยู่ในระดบั มาก 2 รายการ คอื 1.ด้านความปลอดภยั

ขณะใช้ห้องนำ้ และ 2.ด้านสภาพแวดลอ้ มของสถานท่ตี ง้ั มคี วามพึงพอใจอยใู่ นระดับปานกลาง 5
รายการ คือ 1.ดา้ นความเหมาะสมของสถานทีต่ ้ัง 2.ด้านความสะอาดของห้องนำ้ 3.ดา้ นความเพยี งพอ

23

ของน้ำในแตล่ ะวัน 4.ด้านความเหมาะสมของการวางถงั ขยะ และ 5.ดา้ นจำนวนห้องน้ำเพียงพอตอ่
นกั เรยี นและมคี วามพึงพอใจอยู่ในระดับนอ้ ย 1 รายการ คอื ในด้านของกลน่ิ รบกวนจากหอ้ งน้ำ

อภปิ รายผลการศกึ ษา

การศึกษาครั้งนผ้ี ศู้ ึกษาไดค้ ้นพบประเดน็ ทค่ี วรนำมาอภปิ รายดงั นี้

1.ในการศกึ ษาข้อมลู ทั่วไปพบว่ากลมุ่ ตวั อย่างทีต่ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่เปน็ เพศหญิง

2.จากการศึกษาข้อมลู ความพงึ พอใจในการใช้หอ้ งนำ้ จากนักเรยี นชน้ั มธั ยมสกึ าาปีท่ี5/3

โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พแุ ค จำนวน 38 คน ซงึ่ มี 8 ด้าน ดา้ นความปลอดภัยขณะใช้หอ้ งนำ้ ดา้ น
สภาพแวดลอ้ มของสถานทตี่ ง้ั ดา้ นความเหมาะสมของสถานท่ตี ้ัง ด้านความสะอาดของหอ้ งน้ำ ด้าน
ความเพียงพอของนำ้ ในแตล่ ะวัน ด้านความเหมาะสมของการวางถังขยะ ดา้ นจำนวนหอ้ งน้ำเพยี งพอ
ต่อนักเรยี น ดา้ นกลน่ิ รบกวนจากห้องน้ำ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมอ่ื พจิ ารณาใน
รายละเอียดพบวา่ นักเรียนมีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มาก 3 ดา้ น คอื 1.ด้านความปลอดภัยขณะใช้
ห้องน้ำ

2. ดา้ นสภาพแวดล้อมของสถานท่ตี ง้ั และ 3. ดา้ นความเหมาะสมของการวางถงั ขยะ มคี วามพึงพอใจ
อยใู่ นระดับปานกลาง 4 รายการ คอื 1.ด้านความสะอาดของห้องน้ำ 2. ด้านความเพียงพอของนำ้ ในแต่
ละวนั 3. ด้านความเหมาะสมของการวางถังขยะ และ 4. ดา้ นจำนวนหอ้ งนำ้ เพียงพอต่อนกั เรยี น และ
มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั นอ้ ย 1 รายการ คือ ในดา้ นกล่ินรบกวนจากห้องนำ้ ซ่งึ ผลการศกึ ษาครง้ั นี้
จะเป็นประโยชนเ์ พื่อใชใ้ นการพัฒนาและปรับปรุงตอ่ ไป

ขอ้ เสนอแนะ

ข้อเสนอแนะจากผลการวิจยั จะนำผลการวจิ ัยท่ไี ดร้ ับความพึงพอใจในระดับนอ้ ยคอื ในเร่ือง
ของกล่นิ รบกวนจากห้องนำ้ โดยจะนำไปปรับปรุงพฒั นาให้มีกลิน่ ทีพ่ ึงประสงคม์ ากย่งิ ข้นึ
ต่อไป



ภาคผนวก

แบบสอบถาม

เรื่อง ความพึงพอใจในการใชห้ อ้ งนํ้า
นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบรุ ี

นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ........ หอ้ ง .........

คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นใสเ่ คร่อื งหมาย √ ลงในชอ่ งท่ีเหน็ ด้วยมากทส่ี ดุ

รายการประเมิน คะแนน
5 4321

1. ดา้ นความปลอดภัยขณะใชห้ ้องนำ้
2. ด้านสภาพแวดลอ้ มของสถานท่ีตั้ง
3. ด้านความเหมาะสมของสถานทตี่ ัง้
4. ด้านความสะอาดของห้องนำ้
5. ด้านความเพยี งพอของนำ้ ในแต่ละวนั
6. ด้านความเหมาะสมของการวางถงั ขยะ
7. ด้านจำนวนหอ้ งน้ำเพยี งพอต่อนกั เรียน
8. ด้านกล่ินรบกวนจากหอ้ งน้ำ

รวม
ข้อเสนอแนะ

.................................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

บรรณานุกรม

โครงงานไอเอส เรอื่ งความพงึ พอใจในการใช้ห้องนำ้ จาก :
https://www.slideshare.net/suricha99/51-66112719
(วนั ที่คน้ ข้อมูล20สิงหาคม:2563)


Click to View FlipBook Version