The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ International Rescue Committee (IRC)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-12-28 22:29:29

คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ International Rescue Committee (IRC)

คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ International Rescue Committee (IRC)

คณะกรรมการกภู้ ยั ระหว่างประเทศ International Rescue Committee (IRC)

ดร.อภริ ัชศักด์ิ รชั นีวงศ์

คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ International Rescue Committee (IRC) เป็นองค์กร
ไม่แสวงหากาไร ในช่วงเวลาท่ีผู้คนมากกว่า 82 ล้านคน ถูกถอนรากถอนโคนจากวิกฤตการณ์ท่ัวโลก เหตุผล
10 ประการ คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ (IRC)๑ (๑) เป็นเวลาเกือบ 90 ปีที่เราได้ช่วยเหลือผู้คน
ท่ีได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมให้อยู่รอด ฟื้นฟูและสร้างชีวิตใหม่ (๒) ก่อตั้งข้ึนตาม
คาเรียกรอ้ งของ Albert Einstein ความเฉลียวฉลาด ความอดทนและการมองโลกในแง่ดียังคงเป็นหัวใจสาคัญ
ว่าเราเป็นใครและทางานอย่างไร (๓) เป็นหน่วยงานต้ังถิ่นฐานใหม่ของผู้ลี้ภัยท่ีใหญ่ท่ีสุดในสหรัฐอเมริกา
(๔) ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อภัยคุกคามสามประการที่ผู้ลี้ภัยกาลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ - ความขัดแย้งท่ีกาลัง
ดาเนินอยู่ การแพร่กระจายของ COVID-19 และการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ (๕) ช่วยเหลือผู้คนใน
สถานที่ที่ยากลาบากที่สุดในโลก รวมถึงเยเมน ซีเรียและโซมาเลีย (๖) พัฒนาและใช้แนวทางใหม่ในการรักษา
ภาวะทุพโภชนาการในเด็ก (๗) ในปี 2020/2563 เพียงปีเดียว ให้การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพแก่ผู้คน 31
ล้านคน มีน้าสะอาด 2.6 ล้านคน และเด็กมากกว่า 800,000 คนได้รับการศึกษา (๘) การตอบสนองต่อ
COVID-19 มาจากประสบการณห์ ลายทศวรรษในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพที่ซับซ้อนและการ
ระบาดของโรค กาลังช่วยควบคุมการแพร่กระจาย ปกป้องชุมชนและดูแลผู้ท่ีได้รับผลกระทบจากไวรัส
(๙) ทางานในกว่า 40 ประเทศ รวมทั้งอัฟกานิสถาน ในปี 2020/2563 ช่วยเหลือผู้คนในอัฟกานิสถาน
มากกวา่ 1 ล้านคน ดว้ ยบรกิ ารตา่ งๆ รวมถึงการศกึ ษาและพื้นที่ปลอดภัยสาหรับเด็กผู้หญิง มุ่งม่ันที่จะอยู่และ
ให้การสนบั สนุนท่ีเปลยี่ นแปลงชีวิตตราบเท่าที่เราต้องการ (๑๐) ปรับตัวเข้ากับความท้าทายต่อหน้าด้วยความ
กลา้ หาญและความยดื หยนุ่ และไม่เคยยอมแพก้ บั ผลู้ ภ้ี ัยและครอบครวั ผู้พลดั ถ่ิน

คณะกรรมการกภู้ ัยระหว่างประเทศ International Rescue Committee (IRC)14
วสิ ยั ทศั น์เชงิ กลยทุ ธ์สาหรับการดาเนนิ การ 100 ปี1
เป้าหมายของ Strategy100 คอื การทาให้โปรแกรมของเราเป็นแบบอย่างสาหรับการตอบสนองด้าน
มนุษยธรรมท่ัวโลก เรามุ่งหวังที่จะนาเสนอโปรแกรมคุณภาพสูงและคุ้มทุนด้วยตัวเราเองและกับพันธมิตร
ในท้องถ่ิน เราจะรวมการวิจัยเก่ียวกับโปรแกรมท่ีทางานได้ดีท่ีสุดกับข้อมูลเชิงลึกท่ีขับเคลื่อนโดยคนที่
เราให้บริการ เพ่ือกาหนดวิธีที่โลกช่วยเหลือผู้ท่ีต้องการ ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องการสร้างพลังและเปลี่ยนแปลง
บรรทัดฐานท่ียง่ั ยืน
ความต้องการท่ีเปลี่ยนแปลงในโลกท่ีเปล่ียนแปลง: เกือบ 90 ปีนับตั้งแต่การก่อตั้งของเรา โลกได้
เปลี่ยนแปลงไปและความต้องการของผู้คนท่ีเรารับใช้ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ทุกวันน้ี ผู้คนจานวน 82.4 ล้านคน
ต้องพลัดถิ่นอันเป็นผลมาจากความขัดแย้ง การกดขี่ ข่มเหงและวิกฤตการณ์ ซ่ึงรวมถึงผู้ล้ีภัย 26.4 ล้านคน
ผู้พลัดถิ่นภายใน 48 ล้านคน และผู้ขอล้ีภัย 4.1 ล้านคน ผู้คนต้องพลัดถิ่นเป็นเวลานานกว่าที่เคย (ส่วนใหญ่



มานานกว่าทศวรรษ) เนื่องจากความขัดแย้ง (เช่น ในอัฟกานิสถาน) โดยเฉล่ีย 20 ปี วิกฤตสภาพภูมิอากาศ
ซ่ึงคาดว่าจะทาให้ผู้คนต้องพลัดถ่ินมากถึง 150 ล้านคน ภายในปี 2050 ทาให้แนวโน้มเหล่านี้รุนแรงขึ้น
เช่นเดียวกับท่ีโควิด-19 เราทางานในกว่า 40 ประเทศและมากกว่า 20 เมืองในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
จากประเทศท่ไี ด้รบั ผลกระทบจากความขัดแย้ง เช่น เยเมน ไปจนถึงชุมชนต้ังถ่ินฐานใหม่ เช่น บอยซี ไอดาโฮ
เรามุ่งเน้นการสนับสนุนในห้าด้าน: การรับรองความปลอดภัยจากอันตราย การปรับปรุงสุขภาพการเพ่ิมการ
เข้าถึงการศึกษา การปรับปรุง ความเป็นอยู่ท่ีดีทางเศรษฐกิจและการทาให้ม่ันใจว่าผู้คนมีอานาจในการ
โน้มน้าวการตัดสินใจทีส่ ่งผลต่อชีวติ ของพวกเขาในโครงการทั้งหมดของเรา เราตอบสนองความต้องการเฉพาะ
ของผู้หญงิ และเด็กผ้หู ญงิ (ซ่งึ เป็นตวั แทนของผู้พลดั ถิ่นส่วนใหญ)่

เป้าหมาย IRC ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง: ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง - โดยเฉพาะอย่างย่ิงในสถานท่ีที่ได้รับ
ผลกระทบจากวิกฤต - ต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ ความรุนแรง และการขาดโอกาสท่ีเท่าเทียมกันที่คุกคาม
ชีวิตของพวกเขาและขโมยศักยภาพของพวกเขาไป แต่ด้วยการสนับสนุนและการลงทุนท่ีเหมาะสม พวกเขา
สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของตนเองและยกระดับชมุ ชนทง้ั หมดได้ พวกเขาสามารถเปล่ยี นแปลงโลกได้

นโยบายและการสนับสนุน การสนับสนุนของ IRC ใช้ประโยชน์จากงานของเราในพ้ืนที่และความรู้
จากผู้เชี่ยวชาญของเราท่ีได้รับแจ้งจากการวิจัยและการปฏิบัติเพ่ือให้แน่ใจว่าผู้ล้ีภัยและผู้พลัดถ่ินอื่น ๆ มีสิ่งที่
พวกเขาต้องการไม่เพียง แต่เพื่อความอยู่รอด แต่ยังเพ่ือสร้างและเติบโตใหม่ในชุมชนใหม่ เราระดมพล
เพื่อเปลย่ี นวาระในสหรัฐอเมริกา ยโุ รปและทั่วโลกในนามของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ (๑) ส่งเสริม
การตั้งถ่ินฐานและล้ีภัยของผู้ล้ีภัยในสหรัฐอเมริกา (๒) การปกป้องและช่วยเหลือพลเรือนในความขัดแย้ง
(๓) พลิกโฉมความช่วยเหลือ เพื่อตอบสนองความต้องการท่ีเปล่ียนแปลงไป (๔) ตอบสนองความต้องการใน
ยุคโควดิ -19

โฟกสั (ขอ้ ความใน “...” คือเปา้ หมายของ IRC ในแตล่ ะจุดเนน้ )
๑. ความเป็นอยู่ท่ีดีทางเศรษฐกิจ “ความเป็นอยู่ท่ีดีทางเศรษฐกิจ” หมายความว่า ผู้คนมีความ
ต้องการในการเอาชีวิตรอดขั้นพ้ืนฐานท่ีสุดและมีรายได้และทรัพย์สินท่ีย่ังยืนเพ่ือให้พวกเขาสามารถประสบ
ความสาเร็จได้ ในระหว่างและหลังวิกฤต ผู้คนอาจถูกบังคับให้ตัดสินใจในระยะส้ันเพื่อความอยู่รอด เช่น
ดงึ เด็กออกจากโรงเรยี นไปทางาน ซ่งึ จะส่งผลเสียในระยะยาว คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศช่วยให้พวก
เขาตอบสนองความต้องการในทันทีและสร้างอนาคตท่ีสดใส “IRC ให้ความช่วยเหลือโดยตรงแก่ผู้คนในขณะที่
พวกเขาพยายามหาอาหารให้ครอบครวั และหาที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย และเราทางานเพื่อปรับปรุงโอกาสในการ
ดารงชีวิตเพื่อความผาสกุ ทางเศรษฐกิจในระยะยาว”
2. การศึกษา ในช่วงที่เกิดความขัดแย้งและวิกฤต การศึกษาจะปกป้องเด็กและเตรียมพวกเขาให้
พร้อมสาหรับอนาคตที่ดีกว่า มันให้ความรู้สึกแห่งความหวังและช่วยให้พวกเขาฟ้ืนตัว เรียนรู้และเติบโต
อย่างไรก็ตาม เด็กกว่า 127 ล้านคน ในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและการพลัดถ่ินนั้นไม่ได้เรียน
หนังสือ ในขณะท่ีอีกหลายคนได้รับการศึกษาท่ีมีคุณภาพต่าเท่าน้ัน แม้จะมีความต้องการอย่างมาก
แต่การศึกษาได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่ถึงสามเปอร์เซ็นต์ในช่วงไม่ก่ีปีที่ผ่านมา “การขาดการ
เข้าถึงการศึกษาและโรงเรียนท่ีมีคุณภาพต่าอาจบ่อนทาลายศักยภาพของผู้คนในการมีอนาคตท่ีประสบ



ความสาเร็จ IRC มอบโอกาสทางการศึกษาท่ีปลอดภัยและมคี ณุ ภาพแกเ่ ด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ ซ่ึงช่วยให้พวก
เขาเรียนร้ทู กั ษะทีจ่ าเปน็ ตอ่ การอย่รู อดและเตบิ โต”

3. สุขภาพ ในแต่ละปี ผู้คนหลายล้าน โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก เสียชีวิตจากสาเหตุที่ป้องกันได้
ในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งรุนแรงและภัยธรรมชาติ การเสียชีวิตเหล่าน้ีส่วนใหญ่เป็นผลมา
จากการหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับวิกฤต: สุขอนามัยท่ีไม่ดี การขาดแคลนอาหารและยา และการป้องกัน
ท่ีไม่เพียงพอ ผู้ล้ีภัยท่ีอพยพไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในสหรัฐอเมริกาอาจประสบปัญหาในการเข้าถึงบริการสุขภาพ
ทเ่ี หมาะสม “สขุ ภาพทยี่ า่ แยส่ ามารถบ่อนทาลายศักยภาพของผคู้ นในการปรับปรงุ ชีวิตของพวกเขา โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในช่วงการระบาดของ COVID-19 คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศช่วยผู้ที่ประสบหรือฟื้นตัวจาก
ความขัดแยง้ และภยั พบิ ัติลดความเสีย่ งท่จี ะลม้ ปว่ ยและรับการรกั ษาเม่ือพวกเขาปว่ ย”

4. เสรมิ พลัง ผู้คนหลายลา้ นคนทั่วโลกไม่สามารถควบคุมตัวเลือกท่ีสาคัญท่ีส่งผลต่อชีวิตของพวกเขา
ได้ เช่น ท่ีพวกเขาอาศัยอยู่ วิธีการท่ีพวกเขาอาศัยอยู่ และวิธีท่ีพวกเขาถูกปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิง
และเด็กผู้หญิงต่อสู้ด้ินรนเพ่ือเรียกร้องสิทธิและแสดงความคิดเห็น ปัญหาเหล่านี้เลวร้ายลงด้วยวิกฤต ซ่ึงมัก
จะถอนรากถอนโคนครอบครัว ทาลายชุมชน และทาให้ระบบราชการอ่อนแอลง “หากผู้คนไม่มีอานาจในการ
ตัดสินใจคร้ังสาคัญ พวกเขาจะลาบากเพื่อปรับปรุงชีวิตของพวกเขา คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ
ช่วยให้ผู้ท่ีฟื้นตัวจากความขัดแย้งและภัยพิบัติเข้าใจถึงสิทธิของตนและตัดสินใจเลือกอย่างชาญฉลาดสาหรับ
อนาคตของพวกเขา”

5. ความปลอดภัย ในแต่ละปี ผู้คนหลายล้านคน โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กต้องเผชิญกับความรุนแรง
และการล่วงละเมิด และพยายามด้ินรนเพื่อให้รู้สึกปลอดภัยในบ้านและในชุมชนของตน ติดอยู่ในประเทศ
ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต หลายคนไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรท่ีจาเป็นเพื่อความปลอดภัยของตนเองและ
ฟ้ืนตัวจากการละเมิด “หากผู้คนไม่พบความปลอดภัย พวกเขาก็จะพยายามปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้น
คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศช่วยให้ผู้ที่ฟื้นตัวจากความขัดแย้งและภัยพิบัติแสวงหาการคุ้มครองจาก
อนั ตราย สรา้ งชุมชนท่ีปลอดภัยยิ่งขึ้นและเขา้ ใจสทิ ธิมนษุ ยชนของพวกเขา”

วธิ กี ารชว่ ยเหลือของ IRC
1. การให้ (๑) การบริจาครายเดือน (๒) ของขวัญกู้ภัย (๓) ทาของขวัญ (๔) รณรงค์ระดมทุน
(๕) กองทนุ แนะนาผู้บริจาค (๖) ทาของขวัญตามแผน
2. การเข้าร่วมกับ IRC (๑) เร่ิมปฏิบัติ (๒) ร่วมเป็นหุ้นส่วนองค์กร (๓) เข้าร่วมกิจกรรม
(๔) อาสาสมัคร (๕) อาชพี

คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ (IRC)1 ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ด้าน
มนุษยธรรม ซ่ึงรวมถึงวิกฤตสภาพอากาศ ให้อยู่รอด ฟ้ืนฟูและสร้างชีวิตใหม่ ก่อต้ังขึ้นตามคาเรียกร้องของ
Albert Einstein ในปี 1933/2476 ปัจจุบัน IRC กาลังทางานในกว่า 40 ประเทศท่ีได้รับผลกระทบจาก
วิกฤต รวมถึงชุมชนต่างๆ ทั่วยุโรปและอเมริกา เราส่งผลกระทบท่ีย่ังยืนโดยให้การดูแลสุขภาพ ช่วยให้เด็ก
เรียนรู้ และให้อานาจบุคคลและชุมชนในการพึ่งพาตนเอง โดยพยายามหาทางแก้ไขความไม่เท่าเทียมกันที่



ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงต้องเผชิญอยู่เสมอ ในปี 2020/2563 IRC และพันธมิตรได้ดาเนินการ (๑) ประชาชน
31 ล้านคน เข้าถึงบริการด้านสุขภาพ (๒) เด็กอายุต่ากว่า 5 ปี 410,000 คน ท่ีได้รับการบาบัดด้วย
โภชนาการ (๓) น้าสะอาด 2.6 ล้านคน (๔) บรรเทาทุกข์ได้ 1.1 ล้านคน (๕) เด็ก 819,500 คน ที่มีโอกาส
ทางการศกึ ษาและการศึกษา (๖) 1.2 ล้านคน ท่ีมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ (๗) 13,413
ธรุ กจิ ขนาดเล็ก พร้อมการสนบั สนนุ การพฒั นาธุรกิจ (๘) 5,237 คน กลายเป็นพลเมืองสหรัฐอเมรกิ า

คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ (IRC) ทางานฝ้าระวังวิกฤตการพลัดถ่ินท่ัวโลกยังคงแตะระดับ
สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีคนนับล้านเสี่ยงชีวิตเพ่ือความปลอดภัย ในขณะที่ประเทศต่างๆ ต่อสู้ด้ินรน
เพื่อรับมือกับผลกระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ความต้องการของผู้ท่ีอ่อนแอที่สุดจะต้องไม่ถูก
ละเลยหรือถูกลืม ในแอฟริกา (IRCให้การสนับสนุนท่ีสาคัญแก่ชาวอัฟกันท่ีต้องทนทุกข์กับความขัดแย้งรุนแรง
ถึงส่ีทศวรรษ ตลอดจนภัยธรรมชาติและการแพร่กระจายของโควิด-19, IRC ให้ความช่วยเหลือหลากหลาย
รูปแบบแก่ผู้ลี้ภัยและชุมชนเอธิโอเปียที่เปราะบาง ในขณะท่ีประเทศกาลังเผชิญกับความขัดแย้งท่ีทวีความ
รนุ แรง การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ ต๊กั แตนในทะเลทรายและโควิด-19, IRC ให้การสนับสนุนที่สาคัญแก่
โซมาลิสท่ีกาลังดิ้นรน เพ่ือฟื้นฟูจากสงครามหลายทศวรรษและผลกระทบจากภัยแล้ง น้าท่วมและฝูงตั๊กแตน,
IRCให้การสนบั สนนุ การช่วยชีวิตแก่ชาวซีเรียท่ีต้องด้ินรนเอาชีวิตรอดหลังสงครามสิบปี และเยเมนกาลังเผชิญ
กบั วิกฤตดา้ นมนษุ ยธรรมครั้งใหญ่ทส่ี ดุ ครงั้ หนึ่งในยุคของเรา IRC ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินช่วยชีวิต น้าสะอาด
การศึกษา การคุ้มครองสตรี และการรักษาพยาบาลแก่ผู้คนหลายล้านคนในเยเมนท่ีได้รับผลกระทบจากความ
ขัดแย้งรุนแรงและวิกฤตสุขภาพที่เพิ่มข้ึนซ่ึงขณะนี้รวมถึงโควิด-19) ยุโรป ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง
สหรฐั อเมรกิ าและเอเชยี (อัฟกานสิ ถาน บังคลาเทศ ปากีสถาน พม่า มาเลเซียและประเทศไทย)

ในมาเลเซีย IRCสนับสนุนการต้งั ถนิ่ ฐานใหม่ ผ่านศูนย์สนับสนนุ การต้ังถน่ิ ฐานใหม่ของเราซ่ึงตั้งอยู่ใน
ประเทศมาเลเซียและประเทศไทย คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศได้ช่วยเหลือผู้ล้ีภัยหลายพันคนที่ออก
จากค่ายและเมืองต่างๆ ในเอเชียตะวนั ออกใหเ้ ขา้ มายังสหรฐั อเมริกาและสร้างชวี ติ ใหมด่ ว้ ยความช่วยเหลือจาก
IRC และหน่วยงานการตั้งถิ่นฐาน (ศูนย์สนับสนุนการต้ังถิ่นฐานใหม่ช่วยเหลือผู้ขอล้ีภัยในมาเลเซีย สิงคโปร์
อนิ โดนีเซยี และประเทศอ่ืนๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศูนย์ในกรุงเทพฯ ยังช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย
ศูนย์ให้ความรู้ผู้ขอล้ีภัยและผู้ลี้ภัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการต้ังถิ่นฐานใหม่ไปยังสหรัฐอเมริกา
ศูนย์ช่วยเหลือผู้ล้ีภัยในการเตรียมเอกสาร อานวยความสะดวกในการสัมภาษณ์เจ้าหน้าท่ีรัฐบาลสหรัฐ
เมื่อผู้ล้ีภัยได้รับการยอมรับสาหรับการต้ังถ่ินฐานใหม่ กาหนดเวลาการตรวจสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีช้ันเรียน
ปฐมนิเทศวัฒนธรรม ศูนย์สนับสนุนการต้ังถ่ินฐานได้รับทุนสนับสนุนจากสานักงานประชากร ผู้ล้ีภัยและการ
โยกย้ายถิ่นฐาน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา) ในเมียนมาร์ ประชาชนชาวเมียนมาร์ต้องทนทุกข์
ทรมานจากภัยพบิ ัตทิ างธรรมชาติและการปกครองโดยทหารและความขัดแย้งทางชาติพันธ์ุหลายทศวรรษ IRC
ใหก้ ารสนบั สนุนทีส่ าคัญและยาวนาน

ประเทศไทย IRC เริม่ ทางานในประเทศไทยปี 1975/2518 กวา่ สามทศวรรษที่ผู้ลี้ภัยจากเมียนมาร์
ไดแ้ สวงหาท่หี ลบภยั ในประเทศเพื่อนบา้ นของประเทศไทย IRC กาลังช่วยเหลือผู้ล้ีภัยมากกว่า 100,000 คน
ในค่าย 9 แห่งตามแนวชายแดน โดยจานวนผู้ลี้ภัยในประเทศไทย2 การทางานของ UNHCR คือการทางาน


เพ่ือสังคมและให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม และไม่มีส่วนเก่ียวข้องใดๆ กับการเมืองโดยกฎบัตรและ
มติขององค์การสหประชาชาติได้มอบหมายให้ทางหน่วยงานทางานเพ่ือให้ความคุ้มครองระหว่างประเทศและ
ค้นหาแนวทางแก้ไขที่ถาวรสาหรับผู้ล้ีภัยและบุคคลอ่ืนๆในความห่วงใยของ UNHCR ประเทศไทยได้ให้ความ
ช่วยเหลือผู้ล้ีภัยชาวพม่ามากกว่า 90,000 คนในค่ายผู้ลี้ภัย (พ้ืนที่พักพิงช่ัวคราว) จานวน 9 แห่งตามเขต
ชายแดนไทย-พม่า

ทีม่ า https://www.tcijthai.com/news/2017/25/scoop/7278
องค์การระหว่างประเทศเพ่ือการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration:
IOM) เพ่ือเผยแพรใ่ นวันผลู้ ้ภี ยั โลก (World Refugee Day)4 วันท่ี 20 มถิ นุ ายน ๒๕๖๐ พบว่าอัตราการฆ่าตัว
ตายหรือพยายามฆ่าตัวตายในค่ายผู้ล้ีภัยแม่หละสาหรับผู้อพยพมาจากประเทศพม่าในจังหวัดตาก มีอัตราสูง
จนน่าตกใจ โดยมีผู้ลี้ภัย 28 คน ฆ่าตัวตาย และอีก 66 คน พยายามฆ่าตัวตาย ในระยะ 2 ปี (๒๕๕๘-
๒๕๕๙) ในค่ายแมห่ ละ ซึ่งเปน็ คา่ ยผลู้ ี้ภยั ใหญท่ ่สี ดุ ในชายแดนไทย-พม่า ตั้งอยู่ที่อาเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่า 2 เท่าของอัตราฆ่าตัวตายโดยเฉล่ียในค่ายผู้ล้ีภัยท่ัวโลก ตัวเลขการฆ่าตัวตายที่
ค่ายแม่หละสูงมาก นอกจากนี้ยังมีความเครียดในระดับสูง อันเป็นผลจากหลากหลายสาเหตุ รวมถึงการขาด
เสรีภาพในการเคล่ือนไหว ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคต ความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจและขาดโอกาสทาง
การศึกษา ท่ีผ่านมาแม่หละเป็นค่ายผู้ล้ีภัยขนาดใหญ่สุดในจานวนค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่ง ตามแนวเขตแดนไทย-
พม่า ซึ่งเป็นท่ีอยู่อาศัยของผู้ล้ีภัย 100,000 คน และผู้ล้ีภัยจานวนมากใช้เวลาท้ังชีวิตอยู่ในค่ายเหล่าน้ี
อยา่ งไรก็ตาม IOM แนะนาแนวทางแกไ้ ขปญั หาหลายประการ รวมถึงการฝกึ ฝนคนงานหน่วยช่วยเหลือป้องกัน



การฆ่าตวั ตาย กอ่ ตั้งหน่วยทีป่ รึกษาครอบครัว จดั หาจติ แพทยแ์ ละผ้เู ชย่ี วชาญดา้ นการฆ่าตัวตายในค่าย รวมถึง
จากัดการเข้าถึงยาปราบศตั รพู ชื

วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔3 คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐชาน (Shan State Refugee Committee) ได้ออก
ประกาศแจ้งเตอื น ลงวันที่ 2 เมษายน 2564 เรื่องผู้พลัดถิ่น 6,000 คน ทางตอนใต้ของรัฐชานท่ีหนีภัยจาก
การประหตั ประหารของกองทพั พมา่ มาเกอื บ 20 ปี หลังจากท่ีกองทพั พม่าประกาศจะโจมตีที่ตั้งทางทหารของ
RCSS อีกคร้ัง เมื่อวันท่ี 30 มีนาคม 2564 ด้านพรมแดนไทยเส่ียงต่อการถูกโจมตีจากกองทัพพม่าเป็นอย่าง
มาก หากมีการโจมตีเร่ิมขึ้นจริง หลักประกันความปลอดภัยของพวกเขามีอยู่เพียงการข้ามมายังพรมแดน
ฝ่ังไทยเท่าน้ัน “คณะกรรมการผู้ล้ีภัยรัฐชาน (พรมแดนไทย) ขอวิงวอนอย่างเร่งด่วนต่อรัฐบาลไทยให้อนุญาต
ให้ผพู้ ลัดถน่ิ ในประเทศเคลอื่ นย้ายเขา้ สู่ประเทศไทยทันทที เ่ี ร่ิมมีการโจมตีและจัดให้พวกเขามีที่พักพิงท่ีหลบภัย
อย่างปลอดภัย และเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม” คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐชาน (พรมแดนไทย)
ประกอบด้วย กรรมการค่ายท่ีพักพิงของผู้พลัดถ่ิน 5 แห่ง ซ่ึงตั้งตะเข็บชายแดนฝ่ังรัฐชาน ประกอบด้วย
(๑) ค่ายพักพิงผู้ดอยไตแลง ตรงข้ามอาเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน (๒) ค่ายพักพิงบ้านกองมุงเมือง
ตรงขา้ มบา้ นรกั ไทย ตาบลหมองจาแปด อาเภอเมอื ง จังหวัดแมฮ่ อ่ งสอน (๓) ค่ายพักพิงดอยก่อวัน ตรงกันข้าม
บา้ นพญาไพร ตาบลเทอดไทย อาเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย (๔) ค่ายพักพิงดอยคา ตรงข้ามอาเภอเวียง
แหง จังหวดั เชยี งใหม่ (๕) คา่ ยพกั พิงดอยสามสิบ ตรงข้ามอาเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ (๖) ศูนย์พักพิงช่ัวคราว
บ้านกุงจ่อ ซึ่งอยู่ในดินแดนไทย ตาบลเปียงหลวง อาเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้อพยพเหล่านี้ต่างหลบ
หนีภัยจากสงคราม ในช่วงทศวรรษ พ.ศ.2533 -2543 ซึ่งรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ขณะน้ัน
ใช้วิธีปราบปรามกองกาลังติดอาวุธชาติพันธ์ุอย่างรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตหลายหม่ืนคน และทาให้คนนับแสน
ต้องยอมละทิ้งบ้านเรือน ข้ามมาหลบภัยอยู่บริเวณชายแดนไทยและบางส่วนก็ได้ข้ามเข้ามาเป็นแรงงานอยู่ใน
ประเทศไทย แม้ว่าหลายปีมาน้ี สถานการณ์ในพม่า โดยเฉพาะในรัฐชานเร่ิมสงบลงแล้ว แต่ด้วยความ
หวาดกลวั ความโหดรา้ ยของทหารพมา่ ในยคุ น้นั ทาให้เหล่าผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในค่ายพักพิงชั่วคราวยังไม่กล้าที่
จะเดนิ ทางกลบั เข้าไปในประเทศ

ท่ีมา https://mgronline.com/indochina/detail/9640000031672



ประเทศไทยมิได้เป็นภาคีสมาชิกกับอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยปี พ.ศ. 2494 และพิธีสารปี
พ.ศ. 2510 อกี ทัง้ ยงั ไมม่ ีกฎหมายทีย่ อมรับการเขา้ มาของผ้ขู อลี้ภัย ดังนั้น ผู้ล้ีภัยต้องปฏิบัติตามกฎหมายการ
ตรวจคนเข้าเมืองดั่งเช่นชาวต่างชาติอ่ืน ๆ และภายใต้บริบทดังกล่าว ผู้ลี้ภัยสามารถถูกจับกุม กักกันและ
เนรเทศออกนอกประเทศได้ รฐั บาลไทยได้มกี ารบรหิ ารจัดการสาหรับค่ายผู้ล้ีภัย โดยมีคณะกรรมการพิจารณา
สถานภาพผู้ลี้ภัยระดับจังหวัดท่ีมีการจัดตั้งค่ายผู้ลี้ภัยอยู่น้ัน เข้ามาทาการประเมินสถานะผู้ขอลี้ภัยจาก
ประเทศพม่าก่อนท่ีจะทาการข้ึนทะเบียนผู้ล้ีภัยอย่างเป็นทางการเพ่ืออาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย ได้
กระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการค่ายฯ ซ่ึงบรหิ ารจัดการโดยผูล้ ี้ภัย เป็นหน่วยงานที่ดูแลและจัดการค่าย
แบบวันต่อวัน ทั้งนี้ องค์กรพฒั นาเอกชน (เอน็ จีโอ) และหน่วยงานในระดับชุมชนได้ให้ความช่วยเหลือทางด้าน
อาหาร ที่พัก ยารักษาโรคและการศึกษาแก่ผู้ล้ีภัย รวมไปถึงผู้ขอล้ีภัยซึ่งมาใหม่และยังไม่ได้ข้ึนทะเบียนผู้ล้ีภัย
อย่างเป็นทางการด้วย ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้แสดงบทบาทให้ความช่วยเหลือตลอดแนวชายแดนในปี พ.ศ. 2542
ยูเอ็นเอชซีอาร์มีสานักงานอยู่ใน 4 จังหวัด ซ่ึงมีค่ายผู้ล้ีภัย ยูเอ็นเอชซีอาร์ติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ
ผู้ล้ีภัย เจ้าหน้าท่ีรัฐที่เก่ียวข้อง หน่วยงานปฏิบัติการต่าง ๆ และรวมไปถึงผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายในฐานะตัวแทน
ผู้ลี้ภัย เพ่ือท่ีจะดาเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์การปกป้องคุ้มครองตามหลักสากล ในปี พ.ศ. 2552
ยเู อน็ เอชซีอาร์ ประเทศไทยได้เสนอผู้ล้ีภยั จานวน 19,840 คน สาหรบั การพจิ าณาเข้าไปตั้งถ่ินฐานใหม่ และ
ผู้ลี้ภัยจานวน 16,828 ได้ออกเดนิ ทางไปใชช้ วี ิตใหม่ในประเทศต่าง ๆ เป็นจานวน 9 ประเทศแล้ว ในปี พ.ศ.
2553 ยูเอ็นเอชซีอาร์มุ่งหวังที่จะเสนอผู้ล้ีภัยประมาณ 10,000 คน สาหรับการพิจารณาเข้าไปต้ังถิ่นฐาน
ใหม่

สรปุ วิกฤตประเทศไทย IRC กาลังจัดหาอาหารและน้า การดูแลสุขภาพและสุขาภิบาล การคุ้มครองเด็ก
และสตรีและการศึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้พลัดถ่ินจากเมียนมาร์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
เช่นเดียวกับการดาเนินการต้ังถิ่นฐานใหม่สาหรับผู้ท่ีเสนอสถานที่ศักด์ิสิทธิ์ในสหรัฐอเมริกา การเกิดวิกฤติ
ในประเทศไทย? ผู้คนที่ถูกถอนรากถอนโคนจากเมียนมาร์ หรือท่ีเรียกว่าพม่า เริ่มเดินทางข้ามมายังประเทศ
ไทยในปี 2527 เพื่อหลีกหนีความรุนแรงและการปกครองของทหารที่กดขี่ที่บ้าน ปัจจุบันมีผู้คนอาศัยอยู่
ประมาณ 104,000 คน ในค่ายบริเวณชายแดนไทย โดยรวมแล้ว ผู้ลี้ภัย ผู้พลัดถ่ินและผู้อพยพประมาณ 3
ล้านคน อาศัยอยู่ในบริเวณขอบชายแดนในประเทศไทย โดยจากัดการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน การศึกษาและ
การดูแลสุขภาพ ในประเทศไทยมีผู้ลี้ภัยกว่าหน่ึงแสนคนอาศัยอยู่ในค่ายพักพิง 9 แห่งในจังหวัดชายแดน
ระหว่างไทยและพม่า โดยผู้ล้ีภัยเหล่าน้ีส่วนมากเป็นชนกลุ่มน้อยหนีการสู้รบมาจากประเทศพม่า นอกจากนี้
ยังมีผู้ลี้ภัยในเขตเมืองที่พักพิงอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกกว่า 9,000 คน5 ความท้าทายหลัก
ด้านมนุษยธรรมในประเทศไทย? ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่จากเมียนมาร์ท่ีอาศัยอยู่ในค่ายพักในประเทศไทยได้หนีจาก
ความขดั แยง้ ทางชาตพิ นั ธุ์ การละเมดิ สิทธิมนษุ ยชนและการกีดกนั ทางเศรษฐกิจ แม้ว่าเมียนมาร์จะยอมรับการ
ปฏริ ูปทางการเมืองและเศรษฐกิจครั้งสาคัญในช่วงไม่กี่ปีท่ีผ่านมา แต่ผู้ล้ีภัยจานวนมากไม่เต็มใจที่จะกลับบ้าน
ในขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองและชาติพันธุ์ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขและโอกาสในการทางานมีน้อย
เน่ืองจากไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการทางานในประเทศไทยหรือแม้กระทั่งออกจากค่ายผู้ลี้ภัยจึงอาศัยอยู่ใน
บริเวณขอบชายแดน - ขึ้นอยู่กับบริการที่จัดทาโดยองค์กรช่วยเหลือ IRC เช่น โรคพิษสุราเร้ือรังและความ



รุนแรงในครอบครัวเป็นที่แพร่หลาย เด็กมีความเส่ียงที่จะถูกทารุณกรรม ละเลย และแสวงประโยชน์ ผู้หญิง
หลายคนแต่งงานแตเ่ นนิ่ ๆ บางครง้ั กบั คสู่ มรสที่ล่วงละเมิดพวกเขา IRC ช่วยเหลือประเทศไทย ภารกิจของ IRC
คือการช่วยเหลือผู้คนท่ีชีวิตและความเป็นอยู่ต้องพังทลายลงจากความขัดแย้งและภัยพิบัติ เพ่ือให้สามารถอยู่
รอด ฟนื้ ฟแู ละควบคุมอนาคตของพวกเขาได้ IRC เรม่ิ ทางานในประเทศไทยในปี 2518 เพื่อตอบสนองต่อการ
ไหลเข้าของผู้ล้ีภัยจากเวียดนาม ลาวและกัมพูชา โปรแกรมและบริการแก่ผู้พลัดถิ่นชาวพม่าในประเทศไทย
ต้ังแต่ปี 1992/2535 โดยเฉพาะอย่างย่ิง (๑) ให้การรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นท่ีสตรีมีครรภ์
ทารกและเด็กในการป้องกันและรักษาโรคมาลาเรีย (๒) ให้คาปรึกษาด้านกฎหมาย การสนับสนุนทางอารมณ์
และบริการส่งต่อผู้ล้ีภัย โดยเฉพาะผู้หญิงท่ีตกเป็นเหย่ือของอาชญากรรมหรือการล่วงละเมิด (๓) ทางาน
ร่วมกับเด็กสาววัยรุ่น เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การแต่งงานก่อนวัยอันควรและความรุนแรงต่อผู้หญิง
(๔) ชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดและผู้อ่ืท่ีมีความต้องการพิเศษด้วยการให้การรักษาพยาบาล ขาเทียม
และการสนับสนุนทางอารมณ์ (๕) ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ต้องการเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาโดยดาเนินการขอล้ีภัย
กับรัฐบาลกลาง (๖) ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถ่ินและพันธมิตร เพ่ือสนับสนุนสิทธิเด็ก แรงงานข้ามชาติและ
ผพู้ ลัดถ่ิน เพือ่ ให้แน่ใจว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงบริการได้ (๗) จัดให้มีการฝึกอบรมด้านสุขภาพ (โครงการแรก
ท่ีได้รับการรับรองทางวิชาการ) สาหรับผู้พลัดถิ่นเพ่ือให้สามารถให้บริการภายในเมืองและหมู่บ้านของตนได้
(๘) ตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินด้วยการรักษาพยาบาลและเวชภัณฑ์อย่างเร่งด่วน ลาดับความสาคัญของ IRC
(ท่ียังต้องทา) คือการรักษาผู้คนให้ปลอดภัยและมีสุขภาพดี และให้แน่ใจว่าพวกเขามีอานาจในการตัดสินใจ
เก่ียวกับชีวิตของพวกเขา ต้ังเป้าท่ีจะเข้าถึงผู้คน 70,000 คน ภายในส้ินปี 2020/2563 โดยกาหนด
เป้าหมายไปทผ่ี ้ทู ี่ได้รบั ผลกระทบจากความขัดแยง้ โดยเฉพาะ

ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ค.ศ.1951 /2494
(Convention Relating to the Status of Refugees 1951)6 (ขอเรียกส้ันๆ ว่า “อนุสัญญาผู้ลี้ภัย”)
นอกจากอนุสัญญาผู้ลี้ภัยแล้ว อีกเงื่อนไขหนึ่งคือเป็นเพราะไทยไม่ได้เข้าร่วมภาคยานุวัติพิธีสารเก่ียวกับ
สถานภาพผู้ล้ีภัย ค.ศ.1967/2510 (Protocol Relating to The Refugee Status 1967) เน่ืองจาก
อนุสัญญาผู้ลี้ภัยมีข้อจากัดสาคัญสองประการ ได้แก่ (1) ข้อจากัดด้านภูมิศาสตร์ เน่ืองจากผู้ลี้ภัยตาม
อนสุ ญั ญาฯ จะต้องเปน็ ผ้ลู ้ภี ยั จากเหตุการณ์ทเี่ กิดข้ึนเฉพาะในทวปี ยุโรป และ (2) ข้อจากัดด้านเวลา เนื่องจาก
เหตุการณท์ ่จี ะทาให้บุคคลน้นั เป็นผลู้ ้ภี ัยตามอนุสัญญาฯ นไ้ี ด้ ตอ้ งเป็นเหตกุ ารณ์ที่เกิดขึ้นก่อนวันท่ี 1 มกราคม
พ.ศ.2494 คือเม่ือจบสงครามโลกใหม่ๆ จากข้อจากัดดังกล่าว ทาให้ผู้ท่ีมีเหตุแห่งการล้ีภัยเกิดขึ้นหลัง
1 มกราคม พ.ศ.2474 และนอกยโุ รปไม่สามารถใช้ประโยชนจ์ ากอนุสัญญาฯ ฉบบั นี้ได้ จึงได้มีการตราพิธีสาร
เกี่ยวกบั สถานภาพผลู้ ภ้ี ัย พ.ศ.2510 ขนึ้ เพือ่ ยกเลกิ ข้อจากัดของอนุสญั ญาฯ ดงั กล่าว โดยถือว่าประเทศท่ีเข้า
ร่วมพิธีสารเกี่ยวกับสถานภาพผู้ล้ีภัย 1967 ยอมรับอนุสัญญาผู้ล้ีภัย คือถ้าไม่ร่วมพิธีสารนี้ ถือว่าอนุสัญญา
ผู้ลี้ภัยไม่มีผลบังคับใช้ (กฤษฎีกาฯ 2017) ตลอดเวลาเกือบ 40 ปีท่ีผ่านมา ประเทศไทยได้ดาเนินนโยบาย
ด้านสทิ ธมิ นุษยชนตามหลกั สากลในการรับผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมาให้เข้ามาอยู่ในค่ายพักพิงตามแนว
ชายแดนไทย-พม่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี จานวน 9 แห่งหลักๆ โดยได้ให้ความ
ช่วยเหลือด้านอาหาร ท่ีพักอาศัย บริการสุขภาพ การศึกษาและการฝึกอบรม พอเพียงแก่การดารงชีพเท่าที่


หน่วยงานตา่ งๆ ของไทยจดั สรรให้ เช่น ขา้ วสารคนละ 8 กิโลกรัม ท่ีอยู่อาศัยเป็นส่ิงก่อสร้างแบบไม่ถาวร เป็น
วัสดุธรรมชาติหลังคามุงด้วยใบตองตึง บางแห่งคลุมทับด้วยพลาสติกสีดา ตัวบ้านสร้างด้วยไม้ไผ่ เครื่องนุ่งห่ม
ได้จากการบริจาค เช่นเดียวกับยาและการศึกษา เป็นไปตามการจัดสรรของหน่วยงานภายนอก ผู้ล้ีภัย
จะไม่สามารถออกนอกพื้นท่ีค่ายได้ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากปลัดอาเภอก่อน บางคนอาจจะหลบหนีไป
โดยไม่ได้ขออนุญาตก็จะถูกจับกุมข้อหาเป็นผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.
2522) (กสม. 2559) ศูนย์พักพิงฯ หรือ “แคมป์ผู้อพยพ” 9 แห่ง ที่กระจายอยู่ใน 4 จังหวัดชายแดน
ไทย-เมยี นมา คือ แมฮ่ ่องสอน ตาก กาญจนบรุ ี และราชบรุ ี มสี ภาพไร้การควบคุมและไม่มีใครสนใจ การเจรจา
ส่งคนเหล่านี้กลับประเทศไม่มีความคืบหน้า เม่ือมีการสู้รบก็จะมีคนทะลักเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็น
ชนกลุ่มน้อย สภาพของศูนย์พักพิงฯกลายเป็นแหล่งทามาหากินของบางกลุ่ม บางหน่วยงาน ทั้งขายข้าว
ขายน้า บัตรเติมเงินโทรศัพท์ และยังเป็นที่ซ่องสุม ค้ามนุษย์ อาวุธสงคราม ยาเสพติดและส่งผลกระทบต่อ
สภาพแวดล้อม ตลอดจนชุมชนคนไทยท่ีอยู่ใกล้เคียง เพราะคนเหล่าน้ีถือว่าอยู่ถาวร ไม่ใช่ “พักพิงช่ัวคราว”
ตามชื่อ หลายครง้ั เกิดอุบตั ภิ ัย บางคร้งั เกิดความวุ่นวายของผู้อพยพ ทาให้ต้องจัดกาลังเจ้าหน้าท่ีเข้าไปดูแลมา
ตลอด เช่น เหตุจลาจลเม่ือ 14 ธันวาคม 2564 ในศูนย์พักพิงฯ บ้านแม่หละ อาเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
เกิดความชุลมนุ วุ่นวายของผู้อพยพทกี่ ่อหวอดสร้างความเสียหายต่อชวี ิตและทรพั ยส์ ินไปไม่น้อย ขณะก่อนหน้า
เมื่อวันท่ี 9 กุมภาพันธ์ 2564 ศูนย์พักพิงฯ แห่งนี้ ก็เพิ่งเกิดเหตุไฟไหม้ ทาให้ที่พักของผู้หนีภัยถูกไฟเผา
วอดไปกว่า 100 หลังคาเรือน นอกจากน้ันแล้ว กระบวนการผลักดันหรือส่งกลับ รวมทั้งการส่งไปประเทศที่
สามที่ผ่านมาล่าช้ามาก ลองคิด ดูว่า เด็กเกิดเมื่อตอนต้ังศูนย์พักพิงฯ อยู่ถึงวันนี้ (2565) ก็อายุ 37 ปีแล้ว
คิดว่าเด็กจะไปไหนและอยู่อย่างไร ทั้งน้ี ยังไม่นับผู้ลักลอบเข้าเมืองท่ีแฝงตัวมาในคราบผู้หนีภัยสู้รบ รวมทั้ง
ขบวนการค้ามนษุ ยท์ ี่อยเู่ บอ้ื งหลงั

ทีม่ า https://www.matichon.co.th/columnists/news_3166455

๑๐

ผ้ลู ้ีภยั ที่องค์กรต่างประเทศใหค้ วามสนใจในแถบเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ “โรฮิงญา”
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความม่ันคง กล่าวย้ากับผู้ส่ือข่าวไทยเป็นคร้ังท่ี 2
เมอ่ื วันที่ 5 กนั ยายน 2560 ว่า ขอใหเ้ ปลี่ยนช่ือเรียกผู้อพยพจากความขัดแย้งในรัฐยะไข่ในประเทศเมียนมา
เป็น "เบงกาลี" แทน "โรฮิงญา" ตามคาร้องขอของพลเอกอาวุโส ม่ีน อ่อง ไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ
เมียนมา7 ท่ีมาเยือนไทย ซ่ึงเมียนมาพยายามผลักดันให้เลิกเรียกชนกลุ่มน้อยมุสลิมว่า “โรฮิงญา” ตั้งแต่ปี
2514 จนมาถงึ รฐั บาลที่แล้วของประธานาธบิ ดีเต็ง เสง่ ของเมยี นมา เคยบอกว่าไม่ถือว่า “ชาวโรฮิงญาเป็น 1
ใน 135 กลมุ่ ชาตพิ นั ธท์ุ อี่ ย่ใู นประเทศ แตถ่ ือเป็นพวกเบงกาลี”
คาว่า "เบงกาลี" เป็นช่ือตระกูลภาษาอินโดยูโรเปียน หรือแคว้นเบงกอลเดิม ชาวโรฮิงญาอ้างว่าพูด
ภาษาโรฮิงญา ซ่ึงโดยรากฐานเดิมก็คือเบงกาลี ประเด็นนี้สัมพันธ์กับชุดประวัติศาสตร์ท่ีเมียนมาสร้างขึ้นว่า
อังกฤษเข้าไปรุกรานเขาในปี พ.ศ. 2367-2369 แล้วบอกว่า โรฮิงญาเพิ่งเข้ามาในแคว้นอาระกัน
จึงไม่นับเป็นพวก "เขาช้ีไปว่าคนกลุ่มน้ีเข้ามาพร้อมความเจ็บปวดของการเป็นเมืองข้ึน เมียนมาจึงผลักดันไป
เป็นเบงกาลี เพ่ือส่ือนัยว่าคนกลุ่มน้ีเป็นคนนอกประเทศ ถ้าไปย้อนดูหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่า
มนี กั สารวจตั้งแตก่ อ่ นอังกฤษไปยึดครองอาระกันและเมยี นมาพูดว่า มีชาวพนื้ เมอื งอยทู่ ่ีน่ัน ซึ่งก็คือชาวโรฮิงญา
นน่ั เอง" "หากไทยยอมเรียกว่าเบงกาลีก็แสดงว่าสนับสนุนเมียนมา ก็เป็นเร่ืองเดียวกับกรณีชาวอุยกูร์ (ชนกลุ่ม
น้อยมสุ ลิมในจีน) ถอื เปน็ วกิ ฤตอัตลักษณ"์ "การเรียกช่อื กลุ่มคนมคี วามสาคัญ เพราะเป็นการบอกนัยชนชั้นทาง
สังคม ไม่ใช่อยากเรียกอะไรก็เรียก โดยไม่สนใจประวัติศาสตร์ ขณะนี้ผู้อพยพถือเป็นวิกฤตใหญ่ ไม่ว่าอย่างไร
เราก็ไม่ควรจะโดนผลกระทบไปด้วย เพราะการเรียกชื่อกลุ่มคน" เหตุท่ีคาว่า "โรฮิงญา" เป็น "ของแสลง" ของ
คนเมียนมา เพราะความหวาดไปถึงแก่นรากทางสังคมต่อชาวมุสลิมท่ีมาจากอินโด-อาระยัน หรือท่ีเรียกว่า
"อนิ โดฯ โฟเบีย" ในแง่ความทรงจาทางประวัตศิ าสตร์ ชาวโรฮงิ ญาอย่ใู นวงแหวนแห่งความขัดแยง้ 3 วง คอื
(1) การขยายตัวของลัทธอิ ิสลามนิยม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มมุสลิมสุดโต่ง ขบวนการหัวรุนแรงท่ีเรียกตัวเองว่าไอซิส
กระแสการทาสงครามศักดิ์สิทธ์ิ รวมถึงมุสลิมจากประเทศบังกลาเทศท่ีทะลักเข้ามา จนกลายเป็นกระแส
กลัวอิสลาม (อิสลามโฟเบีย) (2) ลัทธิพุทธนิยมแท้ นาโดยพระวีระธู แกนนาสงฆ์ชาตินิยมของเมียนมาท่ีเทศน์
ไว้วา่ ในปี ค.ศ.2100 (พ.ศ. 2643) หากเมียนมาไม่สามารถหยุดการขยายพันธ์ุมุสลิมก็จะกลายเป็นประเทศ
มสุ ลมิ (3) ความเปลีย่ นแปลงทางภูมิประชากรศาสตร์ในรัฐยะไข่ของเมียนมา และอ่าวเบงกอลของบังกลาเทศ
ที่สภาพอากาศแปรปรวน มีพายุไซโคลนถล่ม จึงเกิดการแย่งชิงท่ีดินทากิน ชาวมุสลิมจากบังกลาเทศหลั่งไหล
เข้าเมียนมาต่อเนื่อง ทาให้นักการทหารมองว่า พื้นท่ีตอนเหนือของรัฐยะไข่จะเป็นพื้นที่อันตราย หากไม่หยุด
กจ็ ะพงั ทลายแบบโดมิโน
คาวา่ “โรฮงิ ญา” ไมม่ ีความหมายในภาษาพม่า เพราะชาวเมียนมาและรัฐบาลเมียนมาถือว่าคาน้ีเป็น
คาใหม่ท่ีถูกคดิ ขึน้ มาจากกล่มุ คนทีอ่ าศัยอยู่ตามเขตชายแดนติดกับบังกลาเทศ และพวกเขาต้องการมีอัตลักษณ์
ของตัวเองจึงคิดคาเรียกตัวเองว่าโรฮิงญา แม้สหประชาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชน หลายแห่งระบุว่า
ทุกคนเหลา่ นีม้ ีสิทธิทจ่ี ะถูกเรียกตามชอ่ื ทีพ่ วกเขาต้องการ แต่รัฐบาลเมียนมากังวลว่า หากชื่อโรฮิงญาได้รับการ
ยอมรับ น่ันอาจหมายถึงว่า ชาวโรฮิงญาจะได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธ์ุของเมียนมา ในอดีตเคย
ใช้คาเรียกคนเหล่าน้ีว่าโรฮิงญาจากรัฐบาลชุดก่อน เพราะช่วงทศวรรษ 1940-1960 มีชาวโรฮิงญาไม่มาก

๑๑
เท่าน้ี คาว่า "โรฮิงญา" เป็นท่ียอมรับในบังกลาเทศ เป็นคาที่ใช้เรียกชาวเมียนมาจากรัฐยะไข่ หรือช่ือเดิมว่า
รัฐอาระกัน เคยเป็นส่วนหน่ึงของจักรวรรดิโมกุลของอินเดีย และเคยเป็นส่วนหนึ่งของเมียนมา พวกเขาเป็น
ชาวเมืองอาระกันและเรียกตัวเองว่าชาวโรฮิงญา ชาวบังกลาเทศมองว่าชาวโรฮิงญาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชนชาติ
ถงึ แมพ้ วกเขาจะสืบเชื้อสายบรรพบุรษุ เบงกาลี แตใ่ นชว่ งหลายรอ้ ยปีทผี่ า่ นมาพวกเขาได้กลายเป็นชาวอาระกัน
ไปแลว้ ฉะนนั้ ถือเป็นกล่มุ ชาติพันธทุ์ ม่ี เี ชอ้ื สายเมียนมา สาหรบั ชาวบังกลาเทศ พวกเขาคือชาวเมียนมาเชื้อสาย
โรฮิงญา จึงถือเป็นผู้อพยพและรัฐบาลเองก็พยายามที่จะดูแลพวกเขา แต่ไม่มีทรัพยากรเพียงพอท่ีจะรองรับ
ผู้อพยพจานวนมหาศาลท่หี ลั่งไหลเขา้ ประเทศในชว่ งเวลาสนั้ ๆ

ประวัติศาสตร์ของโรฮิงญา ในสื่อของทางการพม่าถูกอธิบายอย่างกระชับ เทียบกับภาพเหตุการณ์
ชาวฮูตูท่ีล้ีภัยจากประเทศรวันดาเข้ามาในประเทศแทนซาเนียในช่วง ค.ศ. 1994-1996 ซ่ึงเป็นเหมือน
ชาวโรฮิงญาหรอื แขกเบงกาลีท่อี งั กฤษเจา้ อาณานคิ มนาเขา้ มาเป็นแรงงานหลังจากที่ยึดดินแดนพม่าตอนล่างได้
โดยพยายามตอบโต้ว่ามุสลิมโรฮิงญามิได้มีถ่ินฐานมาตุภูมิอยู่ในรัฐยะไข่ของพม่า และเป็นเพียงแค่คนอพยพ
จากเบงกอลในยุคอาณานิคมอังกฤษ จึงมิได้มีความเก่าแก่หรือโดดเด่นอะไรเลยในประวัติศาสตร์พม่า เน้นย้า
หนกั แน่นว่า เป็นเพียงแค่กลุ่มคนที่อพยพขยายดินแดนเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ทากิน นั่นคือเร่ืองเล่ากระแสหลักใน
สือ่ พมา่ เรอื่ งเล่าประวตั ศิ าสตรโ์ รฮงิ ญาพบว่ามีพล็อตเรือ่ ง 4 แบบ11

1. เรอื แตก ในชว่ งคริสต์ศตวรรษที่ 8 บรรพบรุ ษุ ชาวโรฮงิ ญาเปน็ ชาวอาหรบั ออกเดินทางผจญภัยมา
ในมหาสมุทร แต่เกิดเหตุการณ์เรือแตก พลัดมาข้ึนฝั่งที่ชายฝั่งอาณาจักรยะไข่โบราณ ต่อมาชาวอาหรับกลุ่มน้ี
ไดเ้ ขา้ มาพึง่ พระบรมโพธิสมภารกษัตรยิ แ์ หง่ ยะไข่ และกษตั ริย์ยะไขไ่ ด้พระราชทานทด่ี ินให้อยู่อาศัย บางส่วนได้
เขา้ ไปรบั ใชใ้ ต้เบ้ืองพระยุคลบาทกษตั รยิ ์ยะไข่

ท่มี า https://waymagazine.org/who-is-rohingya/

๑๒
2. กะลาสีซินแบดและโรเวนญา เล่าเรื่องคล้ายนิทานอาหรับราตรี เร่ืองของกะลาสีเรือชื่อ ซินแบด
ผู้เคยเดินทางไปเจอกับเรื่องแปลกประหลาดมากมาย ท้ังเวทมนตร์ พ่อมด เกาะวิเศษ สมบัติ มนตร์ดา ฯลฯ
ซินแบดต้องผจญภัยถึง 7 ครั้ง เขาเล่าเร่ืองการผจญภัยของตัวเองให้พระราชาฟัง เพ่ือให้รอดจากการถูก
ประหาร ในขณะที่โรเวนญาซึ่งเป็นชาวอาหรับกลุ่มหนึ่งเดินทางผจญภัยทางทะเลเหมือนซินแบด ต่อมา
ไดเ้ ขา้ มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารกษัตรยิ ์ยะไข่ จนกลายมาเป็นต้นวงศโ์ รฮงิ ญา

ท่ีมา https://waymagazine.org/who-is-rohingya/
3. รัฐหนึ่งช่ือโรฮัง เล่าว่า อย่างน้อยท่ีสุด ย้อนไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-18 มีรัฐโรฮังเป็น
ประเทศราชของอาณาจักรยะไข่โบราณ เรื่องท่ีนิยมนามาเล่า คือเรื่องกษัตริย์โรฮังส่งเจ้าชายชาห์อะลีพร้อม
ด้วยบริวารอีก 1,000 คนมาร่าเรียนศิลปวิทยาการในราชสานักยะไข่ เร่ืองนี้ต้องการยืนยันว่ารัฐโรฮัง
มเี จา้ เมืองปกครองและมีชาวพ้ืนเมืองคือชาวโรฮิงญา อันเปน็ สว่ นหน่งึ ของอาณาจกั รยะไข่โบราณ

ชาวอาระกนั ขายทาสแก่ Dutch East India Company
ที่มา https://waymagazine.org/who-is-rohingya/

๑๓

4. ชาหศ์ ูชา เลา่ ว่า ในปี ค.ศ. 1658 เกดิ สงครามชงิ อานาจของราชวงศ์โมกุลในอินเดีย สงครามแบ่ง
ออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหน่ึงคือ ชาห์ จาฮาน และดาราห์ ส่วนอีกฝ่ายคือ ทัพกบฏของออรังเซบ และมูรัด
ออรังเซบและมูรัดมีข้อตกลงกันว่าหลังจากโค่นบัลลังก์ของบิดาได้เม่ือไหร่ ท้ัง 2 จะแบ่งดินแดนกันปกครอง
ออรังเซบเป็นนักรบที่เข้มแข็งมาก กองทัพของเขาได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี ศึกสายเลือดนี้ดาเนินไปเพียง
2-3 เดือนเท่านั้น ทัพกบฏของออรังเซบและมูรัดก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ ออรังเซบสั่งประหารดาราห์
พระเชษฐาองค์โตของพระองค์เอง จากนั้นสั่งคุมขัง ชาห์ จาฮาน ผู้เป็นพระบิดา แต่ก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้น
ออรังเซบยังหักหลังมูรัด พระอนุชาที่เป็นพันธมิตรร่วมรบกันมาและคิดวางแผนสังหาร ชาห์ศูชา พระเชษฐา
องคร์ องซึ่งปกครองแคว้นเบงกอล เม่อื ชาหศ์ ชู าลว่ งรู้แผนการจงึ รวบรวมบริวาร ลี้ภัยมาพ่ึงพระบรมโพธิสมภาร
กษัตริย์ยะไข่ คือ พระเจ้าจันทสุธัมมะ ใน ค.ศ. 1661 หลังจากน้ันไม่นานนัก พระเจ้าจันทสุธัมมะ (ค.ศ.
1652-1674) ได้ขอพระธิดาของชาห์ศูชานามว่า อมีนา เป็นบาทบริจาริกา (หญิงท่ีมีหน้าที่รับใช้ปฏิบัติ
พระเจ้าแผ่นดิน) เรื่องเล่าน้ีต้องการอ้างว่าบรรพบุรุษโรฮิงญาเกี่ยวข้องกับชาห์ศูชาและบริวารที่ล้ีภัยกษัตริย์
ออรงั เซบแหง่ ราชวงศโ์ มกลุ เขา้ มาในอาณาจกั รยะไข่โบราณ เม่ือชาวโรฮิงญาถูกเตะตกขอบจากความเป็นคนใน
ประเทศพม่า ตามกฎหมายสัญชาติพม่า ค.ศ. 1982 ท่ีกีดกันและปฏิเสธตัวตนคนโรฮิงญา ทาให้พวกเขา
ประสบกับวิกฤติอัตลักษณ์และต้องหันมาต่อสู้เอาตัวรอด พร้อมขยายแนวร่วมฟื้นฟูอัตลักษณ์เพ่ือสร้างความ
โดดเด่นทางชาติพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการพยายามกลับเข้าไปสืบค้นอัตลักษณ์ “พวกเขาอ้างตานานและ
เรือ่ งเลา่ ทางประวตั ิศาสตรผ์ กู โยงเข้ากับความรุ่งเรืองของอาณาจักรยะไข่หรืออาระกันในอดีต แม้ว่าจะประสบ
ความยากลาบากในการค้นหาอัตลักษณ์ท่ีโดดเด่นเพราะถูกล้อมประชิดด้วยวัฒนธรรมเบงกอลและวัฒนธรรม
พม่า แต่ก็มีความพยายามท่ีจะค้นหาลักษณะร่วมทางวัฒนธรรม เช่น การผสมผสานระหว่าง ยะไข่ อาหรับ
จิตตะกองในบังคลาเทศ หรือแม้แต่อินเดีย ถึงกระน้ัน เร่ืองเล่าของพวกเขาถูกโจมตีว่าเป็นอัตลักษณ์ใหม่
ท่ีปลอมแต่ง หลอกลวง มิได้เป็นอัตลักษณ์ท่ีมีต้นรากเก่าแก่ในดินแดนพม่า ท่ีจะสามารถสืบสาวยาวยันอดีต
อันไกลโพ้นขนาดนั้นได้ และเป็นอัตลักษณ์ที่ถูกมองว่าเป็นของแสลง เน่ืองจากเป็นชาติพันธุ์ที่แปลกแยกจาก
ชาวพม่าอย่างสนิ้ เชงิ ไมว่ า่ จะเป็นรูปลักษณ์ ภาษา วัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาท่ีมองว่าเป็นคู่แข่งขัน
ของศาสนาพุทธ” เรื่องเล่าของทั้งสองฝ่ายก็ยังมิได้ช่วยแก้ไขปัญหาโรฮิงญาได้ ซ้าร้าย กลับกลายเป็นอาวุธ
ที่ต่างฝ่ายต่างงัดง้างนามาประหัตประหารกัน เพ่ืออ้างสิทธิความชอบธรรมของตน ความเข้าใจในแง่ลบ
มายาคติ หรือการเหยียดเชื้อชาติจึงยังมีมาให้เราได้เห็นได้ยินตลอดเก่ียวกับคนกลุ่มน้ี และในที่สุด
คริสต์ศตวรรษที่ 21 พวกเขากถ็ กู พพิ ากษาวา่ เป็น ‘ชาวตา่ งชาติ’ (foreigner) ในบ้านตัวเอง และนั่นที่ยังทาให้
เรายงั คงไดย้ นิ ข่าวว่ามเี รอื อพยพชาวโรฮิงญาพยายามลกั ลอบหลบหนีออกมาอยู่เป็นระยะๆ

๑๔

ชาหศ์ ูชา (Shah Shuja)
ทมี่ า https://waymagazine.org/who-is-rohingya/
การทูตการทหารสานสัมพันธ์ไทย-เมียนมา ท่าทีของรัฐบาล คสช. ต่อคาเรียกขานชาวโรฮิงญาว่า
“เบงกาลี” โดยช้ีว่า "นี่เป็นยุคประวัติศาสตร์การทูตผ่านความสัมพันธ์ของผู้นาทหารไทย-เมียนมา" ทบทวน
ความทรงจาในอดีตอันใกลว้ ่า "ผบ.สส.เมียนมาเป็นผู้นานายทหารระดับสูงคนแรกของเมียนมา ท่ีช่ืนชมว่าการ
รัฐประหารปี 2557 ทาให้เกิดการรักษากฎระเบียบแห่งรัฐ" ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยได้สนับสนุนการ
แก้ปัญหากลุ่มติดอาวุธชายแดนเมียนมาโดยตลอด มีการค้าการลงทุนร่วมกัน จึงเป็นธรรมดาที่ผู้นาทหารไทย
จะโอนเอนไปเข้าข้างรฐั บาลเมยี นมา หรอื ยอมเรยี กชือ่ โรฮิงญาวา่ เบงกาลี” ไทยมองชาวโรฮิงญาว่าเป็นผู้อพยพ
ผิดกฎหมาย ต้องส่งตัวกลับ ขณะเดียวกันกองทัพไทยยังกังวลเรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การข้ามแดน
ของคนไร้รัฐ ไม่มีตัวตน พิสูจน์สัญชาติได้ จึงยากท่ีกองทัพไทยจะแสดงเห็นใจชาวโรฮิงญาชัดเจน อีกทั้ง
นานาประเทศก็ไม่มีใครอ้าแขนรับคนกลุ่มนี้เต็มที่ เม่ือพิจารณาอัตลักษณ์ของคนกลุ่มน้ีพบว่า มีต้นวงศ์เครือ
สายสัมพันธ์ทับซ้อนกับชนชาวอินโด-อาระยัน และเบงกาลี แม้ชาวโรฮิงญาอ้างว่าตั้งรกรากในรัฐยะไข่
มายาวนาน แต่รฐั บาลเมียนมาก็พยายามลบความเก่าแก่ของชนพ้ืนเมืองกลุ่มน้ี ทาให้การพิสูจน์ว่าชาวโรฮิงญา
คือใคร พร่ามัว "หากพิจารณาในเชิงประวัติ การใช้คาว่า “เบงกาลี” ครอบทับโรฮิงญาอาจไม่ถูกนัก แม้จะมี
เผา่ พันธุ์ที่ทบั ซ้อนกันอยู่ แต่เชื่อว่าการแสดงท่าทีของผู้นาทหาร คสช. น่าจะเป็นเกมการเมืองระหว่างประเทศ
มากกว่า น่คี ือการชว่ ยเมียนมาทางอ้อม มาให้ต้องรับภาระทางเดยี ว"

๑๕

ท่มี า https://www.bbc.com/thai/international-41165046
ทาไม ชาวโรฮงิ ญาตอ้ งหลบหนจี ากเมยี นมา8
ในปี 2555 เกิดความขัดแย้งคร้ังสาคัญระหว่างชาวโรฮิงญากับประชากรส่วนใหญ่ในรัฐยะไข่
ซึ่งสว่ นมากเป็นชาวพุทธ สง่ ผลใหเ้ กดิ การก่อจลาจล เป็นเหตุให้ประชากรหลายหม่ืนคนโดยเฉพาะชาวโรฮิงญา
ต้องทิ้งถ่ินฐานบ้านเรือนและไปอาศัยอยู่ในค่ายกักกันท่ีมีสภาพเลวร้าย คนที่อาศัยอยู่ในค่ายเหล่าน้ีถูกจากัด
สิทธิไม่ใหเ้ ดินทางและถกู แยกกีดกนั ออกจากชุมชนอนื่ ๆ
ในเดือนตุลาคม 2559 ภายหลังการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาต่อฐานทัพของตารวจทาง
ตอนเหนือของรัฐยะไข่ เป็นเหตุให้กองทัพเมียนมาเร่ิมปฏิบัติการปราบปราม โดยพุ่งเป้าไปท่ีชุมชนท้ังหมด
ข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางที่เกิดข้ึนกับชาวโรฮิงญา รวมทั้งการสังหารอย่างมิชอบด้วย
กฎหมาย การจับกุมโดยพลการ การข่มขืนกระทาชาเรา การทาร้ายทางเพศต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิงและการ
เผาบา้ นเรอื นกว่า 1,200 หลัง รวมทัง้ อาคารเรยี นและมสั ยิด
กระแสการอพยพของประชาชนจานวนมากเข้าสู่ประเทศบังคลาเทศครั้งล่าสุดเกิดภายหลังปฏิบัติการ
ทางทหารของเมียนมา เพ่ือตอบโต้กับการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาท่ีมีต่อค่ายทหารเมื่อวันท่ี 25
สิงหาคม 2560 โดยการตอบโต้ของกองทัพเป็นการปฏิบัติต่อประชาชน ท้ังหมดราวกับอริราชศัตรู รายงาน
จากในพ้ืนที่ระบุถึงการเสียชีวิตของพลเรือน รวมทั้งการเผาทาลายหมู่บ้านอย่างราบคาบ รัฐบาลเมียนมา
กล่าวว่า จนถึงปัจจุบันมีประชาชนที่ถูกสังหารอย่างน้อย 400 คน โดยระบุว่าส่วนใหญ่ถูกสังหารโดย “กลุ่ม
ก่อการร้าย” นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่กลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาได้ใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน รวมทั้ง
ประชาชนกลุ่มชาติพนั ธุ์และศาสนาอน่ื ที่เปน็ ชนกลุม่ นอ้ ย

๑๖

ในชว่ งตน้ เดอื นกนั ยายน 2560 ผู้ล้ีภัยชาวโรฮิงญาประมาณ 150,000 คน ได้หลบหนีเข้าสู่ประเทศ
บังคลาเทศ ซ่ึงเป็นผลมาจากปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเมียนมาที่มีต่อกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญา ชาว
โรฮงิ ญาส่วนใหญ่เปน็ กลุ่มชาตพิ นั ธ์ุมุสลมิ มีจานวนประชากรประมาณ 1.1 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในรัฐยะ
ไข่ทางตะวันตกของเมียนมา มีพรมแดนติดกับบังคลาเทศ แม้ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในเมียนมามาหลายชั่วคน
แต่รัฐบาลเมียนมายืนยันว่าชาวโรฮิงญาทั้งหมดเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังคลาเทศ และไม่ยอมรับว่า
พวกเขาเป็นพลเมืองของตน ส่งผลให้ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่เป็นคนไร้รัฐ ผลจากการเลือกปฏิบัติท่ีเกิดขึ้นอย่าง
เป็นระบบ พวกเขาจึงมชี วี ติ ท่ียากลาบาก เมื่อถกู กดี กันออกจากประชากรส่วนอื่น ๆ โดยจงใจชาวโรฮิงญาไม่ได้
รับอนุญาตให้เดินทางอย่างเสรี และมีโอกาสเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล การศึกษา หรือการมีงานทาอย่าง
จากัด ข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ ชาวโรฮิงญาเกือบ 150,000 คน ได้หลบหนีเข้าสู่บังคลาเทศใน
ชว่ งแรกของวิกฤตครง้ั น้ี และคาดวา่ จะมีการหลบหนีเข้ามาอีก คนท่ีมาถึงบังคลาเทศอยู่ในสภาพได้รับบาดเจ็บ
หิวโหย และถูกทารา้ ย พวกเขาตอ้ งการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนรวมทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย
และบริการรักษาพยาบาล ทางการบังคลาเทศต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างเร่งด่วน
เพ่ือตอบสนองความต้องการของคนที่ทุกข์ยากเหล่านี้ ในประเทศเมียนมา คาดว่ามีประชาชนประมาณ
27,000 คน ซ่งึ เปน็ ชนกลมุ่ น้อยอ่ืน ๆ ท่ีต้องพลัดถิ่นฐานในรัฐยะไข่ และในปัจจุบันได้รับความช่วยเหลือจาก
ทางการเมียนมา ทางการเมียนมาได้ห้ามไม่ให้องค์การสหประชาชาติและหน่วยงานบรรเทาทุกข์ต่าง ๆ
นาอาหาร น้าและเวชภัณฑ์ไปให้กับประชาชนหลายหมื่นคน ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮิงญา คนเหล่านี้
ต่างหลบหนีไปยังอยู่ในป่าเขาที่รกร้างทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ชาวโรฮิงญาจานวนมากต้องพ่ึงพาความ
ช่วยเหลือให้มีชีวิตรอด ต้ังแต่ก่อนจะเกิดความรุนแรงคร้ังล่าสุด การปิดกั้นความช่วยเหลือเหล่านี้ย่ิงจะทาให้
เกิดความเส่ยี งภยั มากขนึ้ ตอ่ ประชาชนหลายหม่นื คน และแสดงใหเ้ ห็นความเพกิ เฉยตอ่ ชวี ติ มนุษย์

“ชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา” ทยอยทะลักเข้าประเทศไทยอย่างต่อเน่ือง ต้ังแต่ปี 2548 เป็นต้นมาจับกุม
ได้แลว้ หลายพันคน9 เหตุถูกทางการพม่ากดดันอย่างหนัก ไม่ยอมรับเป็นพลเมือง ต้องยอมหนีไปตายดาบหน้า
ที่เหลือผ่านไปยังประเทศท่ี 3 โดยมีขบวนการค้ามนุษย์เข้ามาสอดแทรก หวังใช้ไทยเป็นท่ีพัก ขณะท่ีการ
สกัดก้ันของทางการไทย ยังทาได้ยาก เหตุติดขัดปัญหาเรื่องบประมาณ “ใจจริงแล้วเราไม่อยากเดินทางไป
กรุงเทพฯ อยากอยู่ท่ีระนองมากกว่า เพราะเจ้าหน้าที่ดูแลเร่ืองอาหารการกินดี แต่เมื่อทางการไทยให้ไป
เราก็ต้องเส่ียง เพราะตอนน้ีเราคิดเพียงอย่างเดียวว่า ไม่อยากกลับบ้านแล้ว เพราะกลัวทหารพม่าทาร้าย
ขอทางการไทยส่งไปอย่ทู ่ีประเทศไหนกไ็ ด้ ยกเว้นพม่า”

ข้อมูลของป้องกันจังหวัดระนอง ระบุว่า ชาวโรฮิงญาเร่ิมอพยพเข้าประเทศไทยด้านจังหวัดระนอง
ครั้งแรกเมื่อปี 2548 แต่ไม่มีการบันทึกสถิติไว้ ต่อมาปี 2549 มีการจับกุมได้คร้ังแรก จานวน 1,225 คน
ปี 2550 จับกุมได้ จานวน 2,763 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2549 หรือ 125% และล่าสุดปี 2551 จับกุมได้
จานวน 4,886 คน เพ่ิมข้ึนจากปี 2550 คดิ เป็น 77% ยงั ไม่รวมที่เล็ดลอดไปได้ และข้อมูลของจังหวัดอื่น ๆ
ในจังหวัดแถบชายฝั่งอันดามัน ซ่ึงมีการจับกุมอย่างต่อเน่ืองเช่นกัน เมื่อปี 2550 ชาวโรฮิงญา เดินทางเข้า
จงั หวัดระนอง เที่ยวแรก เมื่อวันท่ี 18 ตุลาคม 2550 จานวน 92 คน เป็นชายล้วน ถูกจับกุมได้บริเวณด้าน
ทิศตะวนั ตกของเกาะพยาม อาเภอเมอื งระนอง ดา้ นการข่าวพบว่า มีการรวมกลมุ่ ของชาวโรฮิงญาท่ีรัฐอาระกัน

๑๗

โดยเล็งเป้าหมายมาที่หมเู่ กาะสุรนิ ทร์ เกาะพยามและเกาะช้างเป็นหลัก และระบุว่า มีกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์
ท้ังในและต่างประเทศ เป็นผู้สนับสนุนและแสวงหาผลประโยชน์กับการหลบหนีเข้าเมืองของชาวโรฮิงญา
โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ที่มีการติดต่อเช่ือมโยง ตั้งแต่ก่อนการหลบหนีเข้าเมือง
โดยได้มีการประสานข้อมูล และนัดหมายก่อนการเดินทางออกจากรัฐอาระกัน มีการวางระบบในการส่ือสาร
การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ระหว่างการเดินทาง มีการนัดหมายกาหนดจุดนัดพบ ภายหลังเดินทางหลบหนีเข้ามายัง
จังหวัดระนองได้แล้ว และจะนาพม่าไปสู่พื้นท่ีตอนใน หรือประเทศที่สามต่อไป (2) กลุ่มขบวนการค้ามนุษย์
ที่เกิดขนึ้ ภายหลังการหลบหนีเข้าเมอื งมาแล้ว คอื กลมุ่ ขบวนการคา้ มนษุ ย์ ที่เกดิ ข้ึนภายหลังผู้หลบหนีเข้าเมือง
ถูกจับกุม และถูกผลักดันออกไปตามกระบวนการของด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยเมื่อถูกผลักดันออกไปแล้ว
จะไปรวมตวั กันตามเกาะแกง่ หรือแนวชายแดน ต่อจากนั้นจะมีกลุ่มการค้ามนุษย์ในพื้นที่ เข้าให้การช่วยเหลือ
ลกั ลอบนาพาเข้ามาในราชอาณาจักรอีกคร้ัง ก่อนจะนาพาไปสู่พื้นที่ตอนใน หรือประเทศท่ีสามต่อไป (3) กลุ่ม
เครอื ญาตทิ เ่ี ดินทางหลบหนเี ข้ามาอยใู่ นประเทศไทยเป็นเวลานานแล้ว ซง่ึ มีทั้งที่อยู่ในพื้นท่ีจังหวัดระนอง พ้ืนที่
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกรุงเทพฯ เป้าหมายส่วนใหญ่ของชาวโรฮิงญา เพื่อเดินทางผ่านประเทศไทย
ไปประเทศท่ีสาม เพื่อทางานหาเงินส่งกลับให้ครอบครัว โดยอาศัยตลาดมืด ผู้หลบหนีเข้าเมืองท้ังหมดเป็น
ชายฉกรรจ์ท่ีหวังต้องการหางานทามิใช่การตั้งถิ่นฐาน มูลเหตุที่ต้องหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย นอกจาก
ปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองแล้ว ยังถูกกดดันจากทหารพม่า เช่น บังคับใช้แรงงานยึดทรัพย์สิน
ขับไล่ออกจากหมู่บ้าน เป็นต้น และท่ีสาคัญคือ พม่าไม่ยอมรับว่า โรฮิงญาเป็นพลเมืองของตน นอกจากน้ี
มีการให้ข้อมูลท่ีบดิ เบอื นว่า ประเทศไทยเปดิ รบั ชาวโรฮงิ ญาใหเ้ ข้ามาทางานในประเทศ โดยถูกต้องจานวนมาก
และสามารถเดินทางเข้าเมืองได้โดยไม่ต้องขออนุญาต การเดินทางของชาวโรฮิงญา จะใช้เรือประมงขนาดเล็ก
ท่ีอยู่ในสภาพชารุดเป็นพาหนะ หากพิจารณาจากสภาพของเรือ เครื่องยนต์และภาชนะที่จัดเก็บน้ามันสารอง
แล้ว รวมถึงจานวนคนที่บรรทุกและเสบียงอาหารที่จัดเตรียมไว้มาเปรียบเทียบกับเส้นทาง และระยะทางใน
การเดินทางจากรัฐอาระกันถึงจังหวัดระนอง ประมาณ 780 ไมล์ทะเล จะเห็นว่า เรือดังกล่าวไม่มีศักยภาพ
เพียงพอท่ีจะเดินทางมาถึงประเทศไทย จึงมีเหตุอันน่าเชื่อได้ว่า บุคคลเหล่านี้มิได้เดินเรือมาจากรัฐอาระกัน
โดยตรง แต่อาจมีเรือขนาดใหญ่บรรทุกมาส่งในจุดใดจุดหนึ่งก่อน เช่น ที่เมืองมะริด หรือทวาย แล้วจึงใช้
เรือขนาดเล็กเดนิ ทางต่อเขา้ มายังประเทศไทย เม่ือเขา้ ใกล้นา่ นน้าของไทย คนพวกนี้จะนาเสบียงอาหาร น้ามัน
โยนทิ้งทะเล แล้วปล่อยให้เรือลอยลาเข้ามาในน่านน้าของไทย เมื่อเจ้าหน้าท่ีตรวจพบ จะไม่สามารถผลักดัน
ออกไปได้ ยินยอมให้จับกุมแต่โดยดี บางครั้งมีการทุบตีทาร้ายร่างกายกันเองจนได้รับบาดเจ็บ ถึงกับเลือดตก
ยางออกแล้วอ้างว่า ถูกเจ้าหน้าท่ีฝ่ายไทยทาร้ายร่างกาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อเรียกร้องให้องค์กร
สทิ ธิมนษุ ยชนเขา้ มาดูแล คมุ้ ครอง แล้วนาเข้ามารักษาในประเทศไทย โดยมีกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์เป็นผู้คอย
แนะนาส่ังการ เม่อื มีการจับกุมแตล่ ะครัง้ จากการตรวจค้นตามตะเขบ็ เสือ้ ผ้าจะมเี บอรโ์ ทรศัพท์มือถือซุกซ่อนไว้
สาหรับติดต่อเมื่อขึ้นถึงฝั่ง บางคนลงทุนถึงขนาดยอมสักยันต์ตามร่างกายเป็นภาษาอาระกัน แต่เมื่อให้ล่าม
ตรวจสอบอยา่ งละเอยี ดแปลออกมาพบว่า เป็นหมายเลขโทรศัพท์เช่นกัน เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ การสกัดกั้นการ
เดินทางลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาแต่ละครั้ง ของเจ้าหน้าท่ีฝ่ายไทย ล้วนเป็นไปด้วยความยากลาบาก
เชน่ เดยี วกนั ไมว่ า่ จะเป็นดา้ นการสกัดกั้น เน่อื งจากจงั หวดั ระนอง มแี นวทะเล และชายฝง่ั ท่ีค่อนข้างยาว ทาให้

๑๘
มีปัญหาการจัดกาลังเจ้าหน้าที่ งบประมาณในการจัดซื้อน้ามันเชื้อเพลิงสาหรับเรือตรวจการณ์ และเม่ือมีการ
จบั กมุ ได้แลว้ จะมปี ัญหาในการผลักดนั

ท่ีมา https://mgronline.com/local/detail/9520000094551
พรมแดนไทย-มาเลเซีย เส้นทางขบวนการค้ามนุษย์10 รั้วลวดหนามหลังชุมชนมัสยิดตาบล
ปาดังเบซาร์ อาเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นเส้นทางที่นายหน้าขบวนการค้ามนุษย์ใช้ส่งตัวชาวโรฮิงญาไป
ประเทศเพอื่ นบ้าน การลกั ลอบหลบหนอี อกจากประเทศพมา่ ของชาวโรฮิงญา ส่วนใหญ่จะใช้เรือและล่องมายัง
ภาคใต้ฝ่ังอันดามัน โดยเฉพาะจังหวัดระนอง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของขบวนการค้ามนุษย์ จากน้ัน
กลุ่มขบวนการจะใช้วิธีการขนชาวโรฮิงญาข้ึนรถโดยสารแบบกลุ่มย่อย เพ่ือหลีกเลี่ยงการจับกุมไปยังจังหวัด
พังงา บางส่วนแยกย้ายไปยังจังหวัดสตูลและจังหวัดสงขลา หากต้องการข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย นอกจาก
ใช้รถโดยสารเป็นพาหนะ ชาวโรฮิงญาจะใช้วิธีการเดินเท้าผ่านเส้นทางภูเขาท่ีเป็นรอยต่อระหว่างประเทศ
ซ่ึงการทะลักเข้ามาของชาวโรฮงิ ญาจานวนมาก ทาใหก้ ารดูแลตอ้ งกระจายชาวโรฮิงญาไปยังหลายจุดในภาคใต้
ท้ังสถานีตารวจ ด่านตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัว ขณะที่แนวทางการแก้ปัญหายังไม่มี
ความชดั เจน
ในเดือนเมษายน 2561 มีชาวโรฮิงญาหนีออกจากถ่ินฐานเดิมมายังประเทศไทยโดยทางเรืออีกครั้ง
หลังจากรัฐบาลเมียนมาเริ่มกวาดล้างชาวโรฮิงญาขนานใหญ่ในเดือนสิงหาคม 2560 จนมีชาวโรฮิงญาอพยพ
ไปยังประเทศบังกลาเทศราว 600,000 – 700,000 คน ขณะเดียวกันบังกลาเทศเรียกร้องโลกกดดันเมียน
มารับโรฮิงญากลับประเทศ แม้บังกลาเทศ ระบุบรรลุได้ระบุว่ามีข้อตกลงกับเมียนมาในช่วงเดือนต้นปี 2561
และเตรียมส่งผู้ล้ีภัยชาวโรฮิงญากลับประเทศ 1,500 คนต่อสัปดาห์ ท้ังๆ ท่ีมีความต้องการ 15,000 คนต่อ
สัปดาห์ โดยคาดว่าจะมีการส่งคืนผู้ล้ีภัยกลับประเทศราว 156,000 คน ภายใน 2 ปี (2561-2562)12

๑๙

มีครอบครัวผู้ล้ีภัยชาวมุสลิมโรฮิงญา 5 คน เดินทางถึงค่ายพักพิงช่ัวคราว สาหรับผู้คืนถิ่นในเมืองหล่าโปข่อง
ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่แล้ว ทว่ายังไม่ได้บัตรมอบสัญชาติความเป็นพลเรือนชาวเมียนมา เพราะต้องรอ
ดาเนินการตามระบบส่งตัวกลับประเทศ ทาให้องค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ ต่างแสดงความกังวลว่า ผู้ล้ีภัยจะถูก
บีบบังคับให้เดินทางออกจากประเทศอีก หลังจากการพบเรือบรรทุกผู้อพยพชาวโรฮิงญา 56 ชีวิต ท่ีกาลังมุ่ง
หนา้ ไปยังมาเลเซยี แตไ่ ด้จอดแวะหลบพายทุ เี่ กาะลนั ตา จังหวดั กระบ่ี เมื่อเดอื นเมษายน 2561 ทาให้เกิดการ
เรียกรอ้ งให้รฐั บาลไทยและมาเลเซียรว่ มมอื กัน ในการใหค้ วามช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮิงญาตามกฎหมายและ
มาตรฐานระหว่างประเทศ ไม่ควรใช้วิธีผลักดันออกไป เพราะไม่สามารถรับรองได้ว่า เขาจะถึงจุดหมาย
หรือเปล่า เขาจะต้องเผชิญอะไรบ้าง หากเดินทางในทะเลต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจในประการแรกว่า
ต้นทางการอพยพของชาวโรฮิงญา มาจากทั้งประเทศเมียนมาและบังกลาเทศอย่างละคร่ึง และเกิดจาก
หลากหลายสาเหตุผสมผสานกัน ทั้งความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งทางศาสนา แรงกดดันจาก
รัฐบาล การถูกจากัดสิทธิ เสรีภาพความเป็นมนุษย์ การกล่าวหาว่ามีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวมถึงข้อพิพาท
ระหว่างเมียนมาและบังกลาเทศ เป้าหมายของการอพยพคือ การย้ายไปยังประเทศท่ี 3 ท่ีจะทาให้ชีวิตดีข้ึน
ซึ่งอาจเป็นประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือประเทศไทยก็เป็นได้ ประการต่อมา ประเทศไทยมีจุดยืนว่า
เปน็ ประเทศกลางทางหรือประเทศทางผา่ นเทา่ น้นั ไมใ่ ชป่ ระเทศท่ี 3

วันท่ี 12 กันยายน 2564 การสนธิกาลังตารวจทหาร ได้สนธิกาลังเข้าตรวจค้นบ้านแม่ตาวกลาง
ตาบลแม่ตาว อาเภอแม่สอด จังหวัดตาก13 หลังจากได้ร่วมกันทาการสืบสวนว่า มีนายหน้าได้ลักลอบนาพา
แรงงานตา่ งดา้ วสัญชาตเิ มยี นมา เช้อื สายชาวโรฮิงญา จานวนหลายคนเขา้ เมืองโดยผิดกฎหมาย และขณะท่ีเข้า
ตรวจค้นพบชาวโรฮิงญา จานวน 20 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 16 คน ถูกกักขังอยู่บริเวณภายในบ้านหลัง
ดังกล่าว โดยชาวโรฮิงญาท้ังหมดมาจากชายแดนอาเภอแม่สอด ประเทศเมียนมา และถูกส่งตัวจากนายหน้า
ค้าแรงงานชาวเมียนมา ให้มารับตัวกักขังตัวไว้บริเวณสถานท่ีดังกล่าว เพ่ือเตรียมการท่ีจะส่งชาวโรฮิงญาไปท่ี
ประเทศมาเลเซยี ต่อไป

หน่วยดแู ลชายฝงั่ ของมาเลเซยี 11 เมอ่ื วันที่ 8 มิถุนายน 2563 มาเลเซียไดจ้ ับกุมผูอ้ พยพชาวโรฮิงญา
(เวลานานหลายปีแล้วท่ีชาวโรฮิงญาได้พยายามหลบหนีออกจากประเทศพม่า หลายคนเข้าไปยังบังคลาเทศ
เพื่อนบ้าน ขณะท่ีบางคนพยายามจะหลบหนีเข้าไปยังมาเลเซีย ประเทศที่อยู่ไม่ไกลมากนักจากพม่า เพราะ
คิดว่ามาเลเซียเป็นหน่ึงในประเทศที่ปลอดภัยสาหรับชาวโรฮิงญาในภูมิภาคน้ี) 269 คน ผู้อพยพชาวโรฮิงญา
กลุ่มน้ีได้หลบหนีมาจากค่ายอพยพในพื้นที่ทางตอนใต้ของบังคลาเทศ ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2563
แต่เรือไม่สามารถเทียบท่าเข้าจอดท่ีท่าเรือของมาเลเซียได้ เนื่องจากมาตรการของมาเลเซียท่ีไม่อนุญาตให้
เรืออพยพเข้าจอด ด้วยกลัวว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทาให้เรือต้องลอยเคว้งอยู่กลางทะเล
เรื่อยมา ต่อมา เรือของหน่วยดูแลชายฝั่งของมาเลเซียตรวจพบเรือต้องสงสัยลาหน่ึงแล่นอยู่ใกล้เกาะลังกาวี
จึงแล่นเรือเข้าไปใกล้กับเรืออพยพ เพ่ือจะผลักดันให้แล่นออกไปยังน่านน้าสากล ผลปรากฏว่ามีชาวโรฮิงญา
53 คน พยายามหนีการจับกุม กระโดดลงไปในทะเล แล้วว่ายน้าเข้าชายฝั่ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่มาเลเซียติดตาม
จับกุมได้ท้ังหมด เมื่อรวมกับกลุ่มผู้อพยพบนเรืออีก 216 คน จึงมีผู้อพยพที่ถูกจับกุมรวม 269 คน โรฮิงญา
คือคนไร้แผ่นดิน อพยพไปไหนก็ไม่มีใครรับ อยู่ท่ีไหนก็ถูกกดขี่ข่มเหง ใช้แรงงานเป็นทาส เป็นกลุ่มชาติพันธ์ุ

๒๐

หน่ึงที่อาศัยอยู่กันเป็นจานวนมากทางตอนเหนือของรัฐยะไข่/อาระกัน ประเทศพม่า ติดพรมแดนประเทศ
บังคลาเทศและยังถูกขม่ เหงมากท่สี ดุ ในโลกตามที่มขี า่ วและรายงานด้านสิทธิมนุษยชน

องค์การอินเตอร์เนชั่นแนล เรสคิว คอมมิตตี (ไออาร์ซี) (International Rescue Committee
(IRC)) จะดาเนินโครงการส่งเสริมศักยภาพและความร่วมมือในการคุ้มครองผู้หญิง เด็กและกลุ่มเปราะบาง
ในภาวะภัยพบิ ตั ิ ต้งั แต่วนั ที่ 1 กรกฎาคม 2564 - 30 มิถุนายน 2566 โดยมีพื้นท่ีในการดาเนินโครงการใน
จงั หวัดปตั ตานี ยะลา นราธิวาส และในส่ีอาเภอของจังหวัดสงขลา (อาเภอสะบ้าย้อย นาทวี จะนะ และเทพา)
โครงการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาสังคมในพื้นที่ในการส่งเสริมความเข้มแข็ง
ของระบบการจัดการภัยพิบัติ โดยเน้นการสนับสนุนให้ผู้หญิง เด็กและประชาชนกลุ่มเปราะบางในชุมชนได้มี
ส่วนร่วมในการระบุความเสี่ยงและเสนอความต้องการ เพ่ือนามากาหนดแผนการรับมือและจัดการภัยพิบัติ
รวมทงั้ การพฒั นาคุณภาพบรกิ ารของงานคุ้มครองสทิ ธิผูห้ ญิงจากความรนุ แรงในครอบครัวควบคูก่ นั ไปดว้ ย

เม่อื พจิ ารณานโยบายและการสนบั สนนุ ของ IRC คือ
(๑) ส่งเสรมิ การตง้ั ถ่นิ ฐานและล้ีภัยของผู้ล้ีภัยในสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกามีประวัติอันยาวนานใน
การต้อนรับผูท้ ตี่ อ้ งการความปลอดภัย เปน็ เวลาหลายทศวรรษมาแลว้ ท่ีการคุ้มครองการช่วยชีวิตสาหรับผู้ลี้ภัย
เป็นไปได้ผ่านโครงการต้ังถิ่นฐานใหม่และลี้ภัยของสหรัฐฯ ทุกวันน้ี เราเห็นเส้นทางสู่ความปลอดภัยสาหรับ
ผู้ท่ีหลบหนีการกดขี่ข่มเหงและความรุนแรงท่ีกาลังถูกโจมตี โดยท้ิงคนท่ีเปราะบางที่สุดในโลกไว้เบ้ืองหลัง
ทุกๆ วัน ทีมงานของเราทางานอย่างหนักเพื่อรณรงค์หาวิธีแก้ปัญหาสาหรับผู้ลี้ภัย ผู้ขอล้ีภัย ผู้ล้ีภัย ผู้รับ
สถานะท่ีได้รับการคุ้มครอง และคนชายขอบอื่น ๆ ทั่วโลก และโครงการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยระหว่างประเทศ
(Refugees International) ซ่ึงได้เปดิ ตัว Refugee Advocacy Lab เพ่ือเพิ่มเขตเลือกตั้งที่หลากหลายสาหรับ
ความเป็นผู้นาในสหรัฐฯ ด้านการคุ้มครองผู้ล้ีภัย เราทาเช่นนั้นโดยการสร้างพันธมิตร สนับสนุนนโยบาย
ทคี่ รอบคลมุ และพฒั นาผลิตภณั ฑก์ ารสอ่ื สารเพื่อประโยชน์สว่ นรวม
(๒) การปกปอ้ งและช่วยเหลือพลเรือนในความขัดแย้ง ในความขัดแย้งท่ัวโลก การกาหนดเป้าหมาย
ของพลเรือนและบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล และโครงสร้างพ้ืนฐานอ่ืนๆ ได้กลายเป็นกิจวัตร ผู้คนถูกตัดขาด
จากอาหาร น้าและการชว่ ยชวี ติ IRC ให้การสนับสนนุ ผู้นาระดบั โลกในการดาเนินการที่รักษากฎหมายสงคราม
ปกป้องพลเรือนในความขัดแย้ง ควบคุมผู้ละเมิดและอนุญาตให้องค์กรด้านมนุษยธรรมเข้าถึงผู้คนที่ต้องการ
ความช่วยเหลือไดม้ ากขึ้น
(๓) พลิกโฉมความช่วยเหลือ เพ่ือตอบสนองความต้องการท่ีเปลี่ยนแปลงไป ในปี 2018/2561
ผู้ลี้ภยั นอ้ ยกว่าร้อยละ 3 กลบั บา้ น ส่วนใหญต่ อ่ สดู้ นิ้ รนเพอ่ื ให้ไดม้ าในประเทศท่ีไม่สามารถสนองความต้องการ
ได้ ความพยายามบรรเทาทุกขส์ ่วนใหญม่ ุ่งเนน้ ไปท่ีอาหาร ท่พี ักพงิ และการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน -แต่ผู้ล้ีภัย
ก็ต้องการโอกาสในการศึกษาและการดารงชีวิตหากพวกเขาต้องการสร้างชีวิตใหม่ IRC มุ่งมั่น เพ่ือ "ความ
ชว่ ยเหลือทด่ี กี ว่า" ท่ใี ห้ความช่วยเหลืออยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ประสทิ ธผิ ลและย่งั ยนื มากขึน้

๒๑

(๔) ตอบสนองความต้องการในยุคโควิด-19 วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง และความม่ันคงที่
ยดื เยื้อ ทาให้หลายประเทศไม่พร้อมท่ีจะรับมือกับ COVID-19 ภายในบริบทท่ีเปราะบางเหล่านี้ ผู้ล้ีภัยและผู้ที่
พลัดถ่ินจากความขัดแย้งและวิกฤตจะได้รับผลกระทบอย่างไม่เป็นสัดส่วนจากการระบาดใหญ่ การตอบสนอง
อย่างมีประสิทธิภาพต่อ COVID-19 ต้องใช้ทั้งโซลูชั่นระดับสากลและระดับท้องถ่ิน การสนับสนุนของ IRC
มเี ปา้ หมายเพื่อรกั ษาเงินทนุ และความยดื หยนุ่ ในการดาเนินงาน สง่ เสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และจัดการกับ
ภยั คกุ คามเฉพาะต่อความตอ้ งการของชมุ ชนที่เราใหบ้ ริการ

IRC จะเข้ามาดาเนินโครงการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้วงวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 - 30
มถิ ุนายน 2566 ในการดาเนิน (๑) โครงการสง่ เสรมิ ศักยภาพและความร่วมมือในการคุ้มครองผู้หญิง เด็กและ
กลุ่มเปราะบางในภาวะภัยพิบัติ (๒) มุ่งสนับสนุนหน่วยงานที่เก่ียวข้องและภาคประชาสังคมในพื้นท่ีในการ
ส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบการจัดการภัยพิบัติ โดยเน้นการสนับสนุนให้ผู้หญิง เด็กและประชาชน
กลุ่มเปราะบางในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการระบุความเส่ียงและเสนอความต้องการ เพื่อนามากาหนดแผนการ
รับมือและจัดการภัยพิบัติ รวมท้ังการพัฒนาคุณภาพบริการของงานคุ้มครองสิทธิผู้หญิงจากความรุนแรงใน
ครอบครวั ควบค่กู นั ไปด้วย จะเห็นได้ว่า

1. IRC ดาเนินการในผู้หญิง เด็ก และ “กลุ่มเปราะบาง” คาว่า “กลุ่มเปราะบาง”14 การนิยาม
ประชากรผไู้ รอ้ านาจในสังคมทเี่ หลื่อมล้าว่าเป็น “กลุ่มเปราะบาง” น่าจะเป็นการนิยามที่เข้าใจง่ายและชัดเจน
ท่ีสุด เพราะคาว่าเปราะบาง เมื่อเราเอามาใช้อธิบายสภาพสิ่งของก็จะเห็นภาพว่าส่ิงของน้ันไม่ทนต่อสิ่งท่ีมา
กระทบ เสยี หายแตกหักง่าย เมอ่ื เอาคาว่า “เปราะบาง” มาอธบิ ายเป็นนิยามลักษณะของประชากรโดยนัยทาง
สงั คมศาสตร์ ความเปราะบาง ก็คือสภาพท่ีทาให้ประชากรอ่อนแอ หรืออ่อนด้อย ไม่มีกาลังและความสามารถ
มากพอที่จะรับมือกับปัญหาท่ีเข้ามากระทบ รวมทั้งไม่สามารถจะคาดการณ์หรือวางแผนล่วงหน้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพว่า เมื่อเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหน่ึงขึ้นจะจัดการอย่างไร และเมื่อได้รับผลกระทบจากปัญหา
จนอยู่ในสภาพท่ีเสียหลักล้มหรือ “บอบช้า” แล้ว จะสามารถ “ลุกขึ้น” และกลับคืนสู่สภาพที่เป็นปกติ
ได้อย่างไร (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, 2560, หน้า 156) ปัจจัยท่ีทาให้มี
ประชากรกลุ่มเปราะบาง ดังน้ี (๑) ลักษณะทางธรรมชาติและสุขภาพร่างกาย (๒) การเป็นชนกลุ่มน้อย
ตา่ งเช้ือชาติ ตา่ งวัฒนธรรม (๓) การถูกจากัดอิสรภาพ หรอื กกั ขงั จองจา (๔) ความยากจน (๕) โครงสร้างสังคม
ทีไ่ ม่เป็นธรรม หากแตค่ วามหมาย “กลุ่มเปราะบาง” ของ IRC จะเป็นเช่นไร หากเป็นไปตามที่กล่าวมาข้างต้น
ก็จะเป็นกลุ่มเป้าหมายท่ีเหมือนกับ ICRC คือ ปัจจัยการถูกจากัดอิสรภาพ หรือกักขังจองจา น่ันคือ
กลุ่มผู้ต้องขัง หรือปัจจัยการเป็นชนกลุ่มน้อย ต่างเช้ือชาติ ต่างวัฒนธรรม อาจหมายถึง กลุ่มชาวมลายู หรือ
กล่มุ โรฮงิ ญา หรือไม่

2. นโยบายและการสนับนุนของ IRC จานวน ๔ ข้อ คือ (๑) ส่งเสริมการตั้งถ่ินฐานและลี้ภัยของ
ผู้ล้ีภัยในสหรัฐอเมริกา (๒) การปกป้องและช่วยเหลือพลเรือนในความขัดแย้ง (๓) พลิกโฉมความช่วยเหลือ
เพอ่ื ตอบสนองความต้องการทเี่ ปล่ียนแปลงไป (๔) ตอบสนองความตอ้ งการในยุคโควิด-19

๒๒

ในนโยบายข้อ (๒) การปกป้องและชว่ ยเหลอื พลเรอื นในความขัดแยง้ จะหมายถึง จังหวัดชายแดน
ภาคใต้เป็นพ้ืนท่ีความขัดแย้ง หรือไม่ และข้อ (๓) พลิกโฉมความช่วยเหลือ เพ่ือตอบสนองความต้องการ
ที่เปลี่ยนแปลงไป คาว่า “ผู้ล้ีภัยของ IRC” หมายถึงอะไร หากรวมถึงผู้หลบหนีความผิดฐานละเมิดกฎหมาย
ไทย (ประมวลกฎหมายอาญา) แล้วหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศด้วย หรือไม่ และคาว่า “ผู้ท่ีพลัดถิ่นจากความ
ขัดแย้ง” หมายถงึ ใคร

ในนโยบายข้อ ๒ ...การช่วยชีวิต IRC ให้การสนับสนุนผู้นาระดับโลกในการดาเนินการที่รักษา
กฎหมายสงคราม... น่ันคือ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นท่ีใช้กฎหมายสงคราม (Law of War) หรือกฎหมาย
มนุษยธรรมระหวา่ งประเทศ (International Humanitarian Law หรือ Law of Armed Conflict หรือ Law
of War) หรือไม่ (กฎหมายสงคราม คือกฎหมายท่ีใช้บังคับเก่ียวกับวิธีการทาสงครามและการปฏิบัติต่อพลรบ
และพลเรือนอย่างมีมนุษยธรรมในระหว่างการทาสงคราม (Jus in bello) โดยมีหลักการพื้นฐานท่ีสาคัญ 5
หลกั ไดแ้ ก่ (๑) หลักการแบ่งแยกพลรบกับพลเรือน (Principle of Distinction) (๒) หลักการความได้สัดส่วน
(Proportionality) (๓) หลักการเตือนภัยก่อนการโจมตี (Precuation) (๔) หลักความจาเป็นทางทหาร
(Military Necessity) (๕) หลกั มนษุ ยธรรม (Humanity))15

3. คาวา่ “ภัยพิบัติ”(n) disaster, See also: calamity, catastrophe, Syn. เภทภัย, ภัย, หายนะ,
ภัยอันตราย, ภัยพินาศ, Example: มูลนิธิน้ีตั้งขึ้นเพ่ือช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ ทั่วโลก,
Thai Definition: สิ่งที่น่ากลัวอันตราย, ส่ิงท่ีทาให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนเป็นอย่างมาก16 ภัยพิบัติ คือ
ภัยทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ความเสียหายตอ่ ชีวิต และทรัพย์สิน โดยส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้คนใน
สังคมท้ังในระยะสั้นและระยะยาว ภัยพิบัติแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ (๑) ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (๒) ภัยพิบัติ
ท่มี นุษย์สรา้ งข้ึน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ คือ ภัยที่มีสาเหตุมาจากธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว อุทกภัย อัคคีภัย
พายุการระเบิดท่ีกล่าวถึงน้ีคือการระเบิดของแก๊สท่ีธรรมชาติปล่อยออกมาสู่ภายนอก นอกจากน้ีภัยพิบัติทาง
ธรรมชาตยิ งั รวมถงึ ภยั จากนอกโลกด้วย เชน่ อกุ กาบาต ภัยพบิ ัติท่มี นุษยส์ ร้างขึน้ คือ ภยั พิบัติท่ีมีสาเหตุมาจาก
มนุษย์ เช่น การสูบน้าใต้ดินปริมาณมากจนส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของพื้นดิน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ปรมิ าณมากจากโรงงานอุตสาหกรรมจนส่งผลให้ระดับน้าทะเลเพิ่มสูงขึ้นและท่วมพื้นท่ีในระดับต่า การเปล่ียน
ทางน้าจนทาให้เกิดภัยแล้งในบางพ้ืนที่ เป็นต้น รวมถึงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น การทดลองระเบิด
นิวเคลียร์ใต้ดิน ซึ่งส่งผลต่อช้ันหินใต้เปลือกโลก โดยอาจมีผลกระทบต่อโลกในระยะย าว เป็นต้น17
พระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2550 ให้ความหมายของ “ภัยพิบัติ” หรือ “สาธารณภัย”
ว่าหมายถึง อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์โรคระบาดในสัตว์โรคระบาดสัตว์น้า
การระบาดของศตั รูพชื ตลอดจนภยั อ่นื ๆ อนั มีผลกระทบต่อสาธารณชนไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติมีผู้ทาให้เกิดข้ึน
อุบัติเหตุหรือเหตุอ่ืนใดซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชนหรือความเสียหายแก่ชีวิต และ
ทรพั ยส์ ินของประชาชนหรือของรฐั และให้หมายความรวมถึงภัยทางอากาศและวินาศกรรมด้วย ดังนั้น พ.ร.บ.
ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2550 ให้ความหมายของ “ภัยพิบัติ” ท่ีกว้างข้ึนโดยครอบคลุมถึงโรคระบาด
และการก่อวินาศกรรม ซ่ึงตรงกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามความหมายของ “ภัยพิบัติ”

๒๓

ในพระราชบัญญัติก็ยังคงให้ความสาคัญกับผลกระทบและความเสียหายท้ังชีวิตและทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้นกับ
ประชาชนเป็นจานวนมาก สว่ น “ภยั พบิ ตั ”ิ ของ IRC หมายถงึ อะไร อย่างไร

4. การเข้ามาดาเนินงานของคณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ International Rescue
Committee (IRC) ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

1) IRCได้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบในการมาปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือไม่ เช่น
(๑) กระทรวงการต่างประเทศ ให้ความเห็นชอบ หรืออนุญาต หรือไม่ (๒) กระทรวงแรงงาน อนุญาตการ
ทางานในไทย หรือไม่ (๓) การขอพบหน่วยงานสังกัดกระทรวงยุติธรรมในระดับจังหวัด เจ้าสังกัดได้ทราบ
หรือไม่ อยา่ งไร

2) องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศท่ีมาปฏิบัติงานในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องขอ
อนุญาตจากสานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองอานวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร
กองอานวยการรักษาความม่ันคงภายในภาค ๔ หรอื ไม่ อยา่ งไร

3) การจัดตั้งสานักงานของคณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ International Rescue
Committee (IRC) ณ คณะวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
จัดต้ังนานเพียงใด และได้รับอนุญาตจากใคร ทั้งน้ี คณะวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยี มอ.ปัตตานี ได้มีองค์การ
ช่วยเหลือเด็ก “Save the Children” เป็นหน่ึงในองค์กรพัฒนาเอกชนของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งมีการ
ดาเนินงานมากกว่า 115 ประเทศทั่วโลก ตามกรอบของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (The Convention on
the Rights of the Child - CRC) แหง่ สหประชาชาติ มสี านักงานตั้งอยู่ทีน่ เี่ ชน่ กัน

5. คณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ International Rescue Committee (IRC) ได้มีการ
ดาเนินงานเก่ียวกับผู้ล้ีภัยท่ีอาเภอแม่สอด จังหวัดตาก แล้วมาปักหมุดท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัด
ปัตตานี) หากจะดาเนินการเกี่ยวกับผู้ล้ีภัย เหตุใด ไม่ตั้งสานักงานในพ้ืนท่ีชายแดนที่คาดว่ามีผู้ล้ีภัยผ่าน เช่น
อาเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และ/หรือ มาปฏิบัติงานในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเพ่ือเช่ือมต่อกับ
ผู้ล้ีภัยทอี่ ยู่ฝ่งั ประเทศมาเลเซยี หรอื ไม่ อยา่ งไร

๒๔

อา้ งอิง

1 คณะกรรมการก้ภู ัยระหว่างประเทศ International Rescue Committee (IRC). 2561. เหตผุ ลที่จะมอบ
ให้กับคณะกรรมการกูภ้ ยั ระหวา่ งประเทศ. เขา้ ถงึ ขอ้ มูลได้จาก https://www.rescue.org/article/reasons
-give-international-rescue-committee วันท่สี บื ค้นข้อมลู 26 กุมภาพนั ธ์ 2565.
2 UNHCR (มนสั วี โฉมไสว: แปล). 2553. จานวนผู้ลภี้ ัยในประเทศไทย. เข้าถงึ ขอ้ มลู ไดจ้ าก https://www.
unhcr.or.th/node/323 วันทีส่ บื คน้ ขอ้ มูล 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565.
3 ผู้จดั การออนไลน์. 2564. อพยพพึง่ ไทยอีก 6 พนั คน! ชายแดนเครยี ด "กองทัพพม่า" เตรยี มเขา้ ตี "ไทใหญ่".
เขา้ ถึงข้อมลู ได้จาก https://mgronline.com/indochina/detail/9640000031672 วันท่ีสบื ค้นข้อมูล
26 กุมภาพนั ธ์ 2565.
4 ศูนยข์ อ้ มูลและขา่ วสืบสวนเพอื่ สิทธิพลเมือง Thai Civil Rights and Investigative Journalism (TCIJ).
2560. พบค่ายแมห่ ละชายแดนไทย-พมา่ อัตราฆา่ ตัวตายสองเทา่ ของค่ายผู้ลีภ้ ัยทัว่ โลก. เข้าถงึ ข้อมูลได้จาก
https://www.tcijthai.com/news/2017/20/asean/7094 วันทสี่ บื คน้ ขอ้ มูล 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565.
5 Amnesty International Thailand. 2560. ผ้ลู ภ้ี ัย. เขา้ ถึงขอ้ มูลได้จาก https://www.amnesty.or.th/
our-work/refugees/ วนั ที่สืบค้นข้อมูล 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565.
6 สราวุธ ไพฑูรย์พงษ.์ 2565. ผู้หนีภยั การสรู้ บจากเมียนมาไมใ่ ชผ่ ลู้ ภี้ ัย (จบ). เข้าถงึ ข้อมลู ได้จากมติชน
ออนไลน์ https://www.matichon.co.th/columnists/news_3166455 วันท่สี บื ค้นขอ้ มลู
26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565.
7 BBC NEWS/ไทย. 2560. โรฮิงญาคือใคร ทาไมชอ่ื นี้เป็น "ของแสลงหู" ของเมยี นมา? เขา้ ถงึ ขอ้ มลู ไดจ้ าก
https://www.bbc.com/thai/international-41165046 วันที่สืบค้นข้อมลู 26 กมุ ภาพันธ์ 2565.
8 Amnesty International Thailand. 2560. ชาวโรฮิงญา คือใคร และทาไม ต้องหลบหนีจากเมียนมา?
เขา้ ถงึ ขอ้ มลู ได้จาก https://www.amnesty.or.th/our-work/refugees/ วนั ท่สี ืบคน้ ข้อมลู 26 กมุ ภาพันธ์
2565.
9 MGR Online. 2552. ปิดเส้นทางหนี “โรฮงิ ญา” ชนกลุม่ น้อยถูกลมื ท่พี ม่า. เขา้ ถงึ ขอ้ มูลได้จาก
https://mgronline.com/local/detail/9520000094551 วันทส่ี บื ค้นข้อมูล 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565.
10 Thai PBS NEWS. 2556. สารวจกาแพงพรมแดนไทย-มาเลย์ เสน้ ทางขบวนการค้ามนษุ ยส์ ง่ ตัว "โรฮิงญา".
เขา้ ถงึ ขอ้ มลู ไดจ้ าก https://news.thaipbs.or.th/content/140640 วันทสี่ บื ค้นขอ้ มลู 26 กมุ ภาพันธ์
2565.
11 วทญั ญู ฟกั ทอง (Htay Win). 2563. โรฮิงญาคอื ใคร ไยไมม่ ีใครตอ้ นรบั : อา่ นตานาน 4 แบบ เลา่ ทม่ี าของ
‘คนตา่ งชาติ’ ในบ้านตัวเอง. เขา้ ถงึ ข้อมูลได้จาก https://waymagazine.org/who-is-rohingya/
วันท่ีสืบคน้ ข้อมูล 26 กุมภาพันธ์ 2565.
12 ดร.แดน มองต่างแดน. 2561. โรฮิงญา: ช่วยเหลอื ไดด้ ว้ ยมนุษยธรรมอย่างชาญฉลาด. เข้าถงึ ขอ้ มูลไดจ้ าก
https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/119699 วันทีส่ ืบค้นข้อมลู 26 กุมภาพันธ์
2565.

๒๕

13 สมจิต รุ่งจารัสรัศมี. 2564. ตาก- ด่วน! ตารวจ สอท.4 สนธิกาลังบกุ ช่วยเหลือชาวโรฮิงญาถกู ขังในบ้าน
2 แหง่ 23 คน กลางเมอื งแมส่ อด เตรียมขยายผลขบวนการค้ามนุษย.์ เข้าถงึ ขอ้ มลู ไดจ้ าก Nation Online
https://www.nationtv.tv/news/378839453 วนั ที่สบื ค้นขอ้ มูล 26 กมุ ภาพันธ์ 2565.

14 วรภัทร วีรพัฒนคปุ ต์. ม.ป.พ. ความเหลือ่ มลา้ – ประชากรกล่มุ เปราะบาง – สทิ ธมิ นุษยชน. ขงึ้ ไดจ้ าก
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) http://ucl.or.th/?p=3495 วันที่สบื ค้นขอ้ มลู 26 กุมภาพนั ธ์
2565.

15 กรมสนธสิ ัญญาและกฎหมาย กระทรวงการตา่ งประเทศ. ม.ป.พ. กฎหมายมนษุ ยธรรมระหว่างประเทศ.
เขา้ ถงึ ขอ้ มลู ไดจ้ าก https://treaties.mfa.go.th/ วันท่ีสืบคน้ ขอ้ มูล 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565.

16 Longdo Dict. ม.ป.พ. ภยั พบิ ัต.ิ เขา้ ถงึ ข้อมลู ได้จาก https://dict.longdo.com/search/ วนั ทีส่ ืบคน้
ขอ้ มลู 26 กุมภาพนั ธ์ 2565.

17 วิกพิ ีเดยี สารานกุ รมเสรี. 2562. ภยั พิบตั .ิ เขา้ ถงึ ข้อมลู ไดจ้ าก https://th.wikipedia.org/wiki/
วนั ทีส่ ืบคน้ ขอ้ มลู 26 กุมภาพันธ์ 2565.

18 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2556. แนวคดิ การจดั การภัยพิบตั ิ (Disaster Management). เข้าถงึ ข้อมลู ได้จาก
https://archive.lib.cmu.ac.th/full/T/2556/pdm40256ss_ch2.pdf วนั ที่สืบค้นข้อมลู 26 กมุ ภาพันธ์
2565.


Click to View FlipBook Version