The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phatcharapong ponoi, 2020-04-24 03:19:08

แผนการจัดการเรียนรายวิชางานใบตอง

แผนการจัดการเรียน มีปก

104

1.6 ดอกบานไม่รูโ้ รยสีแดง ปักตอ่ จากสีชมพใู ห้เตม็ ทกุ กลีบ
2. ร้อยอุบะ(ตุง้ ติง้ )

อุบะสาหรับแตง่ ขอบพานจดั เช่นเดียวกนั กบั พานสินสอด

ใบงานที่ 6 หน่วยการเรียนที่ ......3.............

รหัส ...3406-2112......วชิ า ..เทคนิคงานใบตอง........ จานวน .................2 ....หน่วยกิต

ช่ือหน่วย.....เทคนิคการประดิษฐง์ านใบตอง............. จานวนช่ัวโมงรวม....12.. ช่ัวโมง

ชื่อเร่ือง.........การประดิษฐ์พานขนั หม้นั .............................................. จานวน....................4......ชว่ั โมง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั ศกึ ษาเตรียมวสั ดุ- อุปกรณ์ ในการประดิษฐพ์ านขนั หม้นั ไดถ้ ูกตอ้ ง
2. นกั ศึกษาอธิบายวธิ ีการประดิษฐ์ และการนาไปใช้ พานขนั หม้นั ไดถ้ ูกตอ้ ง
3. นกั ศกึ ษาสามารถออกแบบพานขนั หม้นั ไดส้ วยงาม
4. นกั ศึกษามีกิจนิสยั ทด่ี ีในการปฏบิ ตั ิงาน

วสั ดแุ ละอุปกรณ์
ดอกบานไม่รูโ้ รย ดอกรกั สีขาว ข้เี ล่ือย พาน กล่องแหวน ไมก้ ลดั แป้ งมนั ถาด กระบอกฉีดน้า

ลาดับข้นั ในการปฏิบัติงาน
วธิ ีทา

1. จัดพาน

1.1 บรรจขุ ้ีเล่ือยลงในพานเช่นเดียวกบั วธิ ีบรรจขุ ้ี
เล่ือยในพานสินสอดใหเ้ สมอปากพาน
1.2 วางข้เี ลื่อยนูนเป็ นกลีบดอกไมร้ ูปหวั ใจสี่กลีบ
1.3 ดอกบานไมร้ ู้โรยสีแดงและสีชมพตู ดั กา้ นเสียบ
ไมก้ ลดั จดั รอบพานดว้ ยสีชมพู
1.4 ดอกรับเสียบไมก้ ลดั ทางสีเขียวใหก้ ลีบสีขาวอยู่
ดา้ นบน ปักตามรอยขอบกลีบรูปหวั ใจโดยรอบ
1.5 ดอกบานไม่รูโ้ รยสีชมพปู ักต่อจากดอกรกั 2 แถว
รอบริมกลีบดา้ นใน
1.6 ดอกบานไม่รู้โรยสีแดงปักต่อจากสีชมพใู ห้เต็ม
ทุกกลีบ

105

2. ร้อยอบุ ะ (ตุ้งติง้ )
อุบะสาหรับแต่งขอบพานจดั เช่นเดียวกบั พานสินสอด
2.1 ใชด้ อกบานไม่รู้โรยสีแดงเป็นดอกตมุ้
2.2 ใชด้ อกรกั เป็นดอกสวม 4 ดอก
2.3 ร้อยดอกรกั รอบขอบพาน ผกู อุบะตงุ้ ติ้งโดยรอบ

3. จดั วางกล่องแหวน
จดั เสร็จนากล่องแหวนวางตรงกลาง

เอกสารอ้างอิง
สมพร ยงิ่ เจริญ การจดั ดอกไมส้ ด บริษทั 21 เซ็นจรู ี่ จากดั 2540

106

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ....4...... หน่วยการเรียนท่ี ......4.............
รหัส ...3406-2112......วชิ า ..เทคนิคงานใบตอง........ จานวน .................2 ....หน่วยกิต
จานวนชั่วโมงรวม....32... ชว่ั โมง
ช่ือหน่วย.....การประดิษฐง์ านใบตองตามแนว
อนุรักษศ์ ิลปวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ิน.................... จานวน...................32......ชว่ั โมง
ช่ือเร่ือง.........การประดิษฐ์พานพมุ่ การประดิษฐก์ ระทงดอกไม.้ ........

สาระสาคญั
งานประดิษฐด์ อกไม้ ใบตอง เป็นเอกลกั ษณ์ทางวฒั นธรรมของไทยทีม่ ีมาชา้ นาน สาหรับใชใ้ นงาน

พธิ ีต่างๆ ของสามญั ชน จนถึงพระราชพธิ ีทส่ี าคญั ของพระมหากษตั ริย์ ในสมยั ก่อนงานใบตองประดิษฐข์ ้ึน
โดยใชส้ ่วนประกอบของตน้ กลว้ ย เช่น ใบกลว้ ย และกาบกลว้ ยมาประดิษฐ์ เป็ นกระทงดอกไม้ พานพมุ่ ซ่ึง
ประดิษฐจ์ ากดอกไมส้ ด-ใบไมส้ ด ทกุ ส่วนของงานประดิษฐเ์ หล่าน้ี ลว้ นมาจากส่ิงที่สามารถสูญสลายไดเ้ อง
ตามธรรมชาติ

แมใ้ นปัจจุบนั กรแสทางเทคโนโลยี จะเขา้ มามีบทบาทในสงั คมไทย งานประดิษฐ์ของไทยเหล่าน้ีก็
มิไดม้ ีผลกระทบไปดว้ ย เพราะวสั ดุธรรมชาติท่ีนามาประดิษฐ์คือ ใบตอง หรือดอกไมส้ ด ก็ยงั มีปริมาณ
เพยี งพอ ท่ีเราทกุ คนสามารถจะช่วยกนั สืบสานงานฝีมือในแขนงน้ีใหอ้ ยคู่ ู่กบั วฒั นธรรมทอ้ งถิ่น
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายรูปแบบของพานพมุ่ กระทงดอกไมแ้ ต่ละชนิดไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. อธิบายการนารูปแบบมาผสมผสานกนั ไดอ้ ยา่ งชดั เจน
3. อธิบายข้นั ตอนการประดิษฐพ์ านพมุ่ กระทงดอกไม้ ท่สี ร้างสรรค์ และอนุรกั ษศ์ ิลปวฒั นธรรม

ทอ้ งถ่ินได้
4. อธิบายวสั ดุ – อุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นงานการประดิษฐพ์ านพมุ่ กระทงดอกไม้ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
5. บอกวธิ ีการรกั ษาช้ินงาน ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
6. อธิบายการนาช้ินงา แตล่ ะชนิดไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
7. มีมนุษยส์ มั พนั ธ์ รูจ้ กั สามคั คกี นั ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั
8. รู้จกั พ่งึ ตนเองในการทางาน และสามารถแกป้ ัญหาได้

107

เนื้อหาสาระ
1. ความหมายของพาน
2. ประเภทของพาน
3. การเลือกใชพ้ าน
4. วสั ดุและอุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการจดั พาน
5. เกณฑท์ วั่ ไปในการจดั พาน

กจิ กรรมการเรียนรู้การสอน
ข้นั เตรียม

1. ครูซกั ถามนกั ศกึ ษาเก่ียวกบั การจดั พานพมุ่ กระทงดอกไม้ รูปแบบ และรูปทรงต่าง ๆที่เก่ียวขอ้ ง
ในชีวติ ประจาวนั นกั ศึกษาร่วมสนทนา และตอบคาถาม

2. ครูและนกั ศกึ ษาร่วมกนั สนทนาถึงเร่ืองวสั ดุทีส่ ามารถนามาใชไ้ ดใ้ นการประดิษฐพ์ านพมุ่ กระทง
ดอกไม้ โดยการนาความรู้จากการเรียนทผี่ า่ นมา นามาประยกุ ตใ์ ช้
ข้นั สอน

3. ครูใหน้ กั ศกึ ษาระดมสมอง ช่วยกนั ออกแบบพานพมุ่ กระทงดอกไม้ รูปทรงต่างๆ และใหแ้ ต่ละ
คนออกมานาเสนองานของตนวา่ ใชว้ สั ดุ ประเภทใด และนาไปใชใ้ นโอกาสใด ครูเสนอแนะเพมิ่ เติม

4. นกั ศกึ ษาเลือกรูปแบบของพาน กระทงดอกไม้ มา 1 แบบ และวางแผน แบง่ หนา้ ท่ีรบั ผดิ ชอบใน
การประดิษฐง์ านตา่ งๆ

5. ครู แจกใบความรู้ นกั ศกึ ษารบั เอกสาร และช่วยกนั ศกึ ษาใบงาน
6. นกั ศกึ ษา ร่วมกนั ปฏิบตั งิ าน ตามรูแบบท่ีช่วยกนั เลือก ครูใหค้ าช้ีแนะ ลงมือปฏบิ ตั งิ านท่แี บ่งตาม
ความรบั ผดิ ชอบ
ข้นั สรุป
7. นกั ศกึ ษานาเสนอผลงานท่ปี ฏิบตั ิ
8. ครูสรุปผลการปฏบิ ตั ิงาน จากการสงั เกต การนาเสนอ และช้ีแนะเพมิ่ เติม
9. ครูและนกั ศึกษาช่วยกนั ประเมินผลงานสาเร็จ ช่วยกนั ช้ีแนะ ใหเ้ ห็นขอ้ ดี และส่ิงที่บกพร่องและ
ช้ีแนะส่ิงที่ควรแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ
10. ตรวจผลงานและรายงาน
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. ส่ือสิ่งพิมพ์
ใบความรู้ การประดิษฐพ์ านพมุ่ การประดิษฐก์ ระทงดอกไม้

108

ใบงาน การประดิษฐพ์ านพมุ่ การประดิษฐก์ ระทงดอกไม้

2. ส่ือโสตทัศน์

ตวั อยา่ งของจริงทีป่ ระดิษฐข์ ้ึนจากผา้

การวัดผลประเมนิ ผล

1. วิธีวัด

- สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน

- ตารางแบบฝึกหดั

2. วิธีวัด

- แบบบนั ทกึ การสงั เกตพฤติกรรม

- แบบตรวจงาน

3. เกณฑ์การประเมนิ

3.1 การประเมนิ คณุ ภาพ

- การสงั เกตพฤตกิ รรม 20 คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น 10 คะแนนข้ึนไป

- การตรวจแบบฝึกหดั และแบบทดสอบ 30 คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น 15 คะแนนข้นึ ไป

3.2 ผลการประเมนิ

ช่วงคะแนน ระดบั คะแนน
45-50 9
35-44 8

25-34 7
0-14 6

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียน
นกั ศึกษาร่วมกนั ประดิษฐพ์ านพมุ่ และการประดิษฐก์ ระทงดอกไม้ ไดง้ านทม่ี ีความสวยงาม

ออกแบบโดยใชเ้ ทคนิคของงานใบตอง รูปแบบต่างๆ ไดห้ ลายรูปแบบ

109

3. เกณฑ์การประเมิน

3.1 การประเมนิ คณุ ภาพ

- การสงั เกตพฤติกรรม 20 คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น 10 คะแนนข้ึนไป

- การตรวจแบบฝึกหดั และแบบทดสอบ 30 คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น 15 คะแนนข้นึ ไป

3.2 ผลการประเมิน

ช่วงคะแนน ระดบั คะแนน

บันทึกผลหลังการจดั การเรียน

110

ใบประเมนิ ผลก่อนเรียน – หลงั เรียน

ก่อนเรียน
1. ประเมินผลตามจุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม โดยใชแ้ บบประเมินภาคปฏิบตั ิ
2. สงั เกตการคน้ ควา้ รูปแบบการประดิษฐพ์ านพมุ่ กระทงดอกไม้
3. สงั เกตการปฏบิ ตั ิงาน ความสนใจใฝ่ เรียน กระตือรือรน้
4. การเตรียมความพร้อมที่จะเรียน เตรียมวสั ดุ-อุปกรณ์

ขณะเรียน
1. สงั เกตการณ์ร่วมตอบคาถาม
2. สงั เกตความสนใจในการเลือกรูปแบบของพานพมุ่ กระทงดอกไม้
3. สงั เกตการปฏิบตั ิชิ้นงานในการลงมือประดิษฐพ์ านพมุ่ ประดิษฐก์ ระทงดอกไม้ โดยการ
ปฏบิ ตั ิงานอยา่ งต้งั ใจ มีระเบียบ ประณีต
4. สงั เกตการณ์ใชว้ สั ดุอยา่ งประหยดั ใชอ้ ุปกรณ์ถูกตอ้ งกบั ช้ินงาน
5. การร่วมกนั เกบ็ ทาความสะอาดบริเวณที่ปฏบิ ตั ิงาน การเกบ็ วสั ดุอุปกรณ์ การตรงตอ่ เวลา การเก็บ
รกั ษาช้ินงาน

หลงั เรียน
1. สงั เกตการร่วมมือกนั ขณะปฏบิ ตั งิ าน
2. การเขียนรายงานแตล่ ะบคุ คล
3. ตรวจผลงานสาเร็จ โดยใหผ้ เู้ รียนมีส่วนร่วม

111

ใบความรู้ที่4 หน่วยท่ี 4

รหัสวชิ า 20406-2002 ภาคเรียนท่ี 1/2559

ช่ือวชิ า งานใบตอง

ชื่อหน่วย การประดิษฐง์ านใบตองตามแนว เวลารวม ชวั่ โมง

อนุรกั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมในทอ้ งถิ่น

ช่ือเรื่อง การประดิษฐพ์ านพมุ่ การประดิษฐก์ ระทงดอกไม้ จานวน 5 ชวั่ โมง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

จดุ ประสงค์ทั่วไป

1. มีความรู้เกี่ยวกบั การประดิษฐพ์ านพมุ่ และกระทงดอกไม้

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. บอกหลกั ของการประดิษฐพ์ านพมุ่ กระทงดอกไมไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

2. สามารถเลือกวสั ดุอุปกรณ์ทจี่ ะนามาประดิษฐพ์ านพมุ่ กระทงดอกไม้ ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม

3. บอกวธิ ีการนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

4. สามารถออกแบบของงานตามแนวอนุรกั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ิน

สมรรถนะรายหน่วย

- ประดิษฐแ์ ละตกแต่งงานใบตองในโอกาสตา่ งๆ

2. เนือ้ หาสาระ

ความหมายของพาน

พาน หมายถึง ภาชนะใส่ของพวกหน่ึง มีเชิงรูปทรงตา่ งๆ กนั พานทใี่ ชจ้ ดั ดอกไมน้ ้นั มีมากมายทา

จากวสั ดุต่างๆ กนั หลายชนิด ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. พานแกว้ มีสีตา่ งๆ เช่น สีขาว สีเขียว สีฟ้ า ปัจจบุ นั นิยมใชแ้ ต่สีขาว

2. พานไม้ มีท้งั ชนิดทาสีและไม่ทาสี ปัจจุบนั ไม่พบบ่อยนกั

3. พานพลาสตกิ มีสีต่างๆ เช่น สีขาว สีชมพสู ีเขยี ว สีฟ้ า ปัจจุบนั ไม่นิยมใชแ้ ลว้ เนื่องจากไม่มี

ความทนทานต่อการใชเ้ ท่าที่ควร

4. พานกะไหล่ทอง เป็ นพานชุบทอง ราคาสูง ระวงั รกั ษายาก มกั จะใชใ้ นงานสาคญั ๆ บางงาน

เท่าน้นั

5. พานชุบสีเงนิ สีทอง ปัจจบุ นั นิยมใชอ้ ยา่ งแพร่หลาย โดยทว่ั ไปหาซ้ือง่าย ราคาไม่แพง ระวงั

112

รักษาไม่ยาก มีท้งั ชุบสีเงินและชุบสีทอง เลือกใชไ้ ดต้ ามโอกาสอนั สมควร
6. พานทองเหลือง เป็นพานที่ระวงั รักษายาก ดาและเป็นสนิมง่าย ตอ้ งหมน่ั ขดั บ่อยๆจึงจะเป็นเงา

งาม ตอ้ งขดั ก่อนหรือหลงั ใชเ้ สมอ ปัจจบุ นั ถา้ เป็ นทองเหลืองแท้ ราคาจะค่อนขา้ งสูง และไม่คอ่ ย
นิยมใชม้ ากนกั นกั
ความหมายของการจดั พาน
การจดั พาน หมายถึง การตกแตง่ ดอกไม้ ใบไม้ กลีบดอกไม้ กลีบใบไม้ หรือส่วนอื่นๆ ของพชื ใหม้ ี
รูปทรงต่างๆ อยบู่ นพานอยา่ งสวยงาม สามารถทีจ่ ะนาไปใชไ้ ดห้ ลายโอกาส ไม่วา่ จะเป็ นงานมงคลหรือ
อวมงคงกต็ าม
วัสดแุ ละอุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการจดั พาน
วสั ดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใชใ้ นการจดั พานก็เป็ นส่ิงสาคญั อยา่ งหน่ึง ท่ีจะช่วยให้งานดาเนินไปดว้ ย
ความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพที่ดี ดงั น้ัน การจดั พานทุกคร้ังควรจะตอ้ งเตรียมวสั ดุอุปกรณ์
ต่างๆ มีดงั น้ี
ดอกไม้ ใบไม้ หรือส่วนอื่นๆ ของพชื เช่น กาบ (กาบพลบั พลึง) ผล (มะเขือพวง) ควรเลือกของที่

สดและใหม่ เมื่อนาไปจดั เสร็จแลว้ สามารถคงความสดสวยอยไู่ ดน้ านเท่าท่ีควร
ไม้กลดั สาหรับเสียบดอกไมใ้ หต้ ดิ กบั หุ่น โดยทวั่ ไปมีอยู่ 2 ขนาด คอื ขนาดส้นั และขนาด

ยาว สามารถเลือกใชไ้ ดต้ ามความเหมาะสมกบั งานน้นั ๆ เป็นสาคญั
เขม็ หมุด สาหรับปักดอกไม้ หรือใบไมบ้ างชนิดใหต้ ิดกบั หุ่น โดยทวั่ ไปมกั ใชช้ นิดหวั เลก็

ซ่ึงมีลกั ษณะคลา้ ยตะปู แต่เล็กกวา่ มาก
ลวดตัวยู สาหรบั ปักดอกไม้ ใบไมบ้ างชนิด เพอื่ ใหต้ ิดกบั หุ่น
ไม้ไผ่ สาหรับปักทาเป็นยอดในแบบทมี่ ียอด ซ่ึงควรจะตอ้ งมีจานวน 2 อนั เพอื่ ไวท้ ายอด

1 อนั และอีกอนั หน่ึงสาหรับใชป้ ักนาเป็ นตาแหน่งยอดไวก้ ่อนต้งั แต่แรกเริ่มก่อน
ลงมือจดั และปักคา้ งไวจ้ นกระทงั่ จดั ตวั พมุ่ น้นั เสร็จ แลว้ จงึ นายอดจริงปักลง
แทนที่
ลวด มีหลายขนาด นอกจากใชท้ าลวดตวั ยแู กลว้ ยงั ใชท้ าประโยชนอ์ ื่นๆ ในการจดั
พานไดอ้ ีก เช่น ใชด้ ามแบบ ใชท้ าดอกไมไ้ หว
หุ่น เป็นทีส่ าหรับยดึ เกาะดอกไม้ ใบไม้ และส่วนอ่ืนๆ ของพชื ทใ่ี ชใ้ นการจดั พาน
น้นั ๆ มีอยหู่ ลายชนิด เช่น ดินเหนียว ข้ีเล่ือย ทราย กา้ นผกั ตบชวา
เข็ม สาหรบั ไวเ้ ยบ็ และรอ้ ยสิ่งต่างๆ มีอยู่ 2 ชนิด คอื เขม็ ส้นั หรือเขม็ มือ และเขม็ มาลยั
ด้าย มีอยู่ 2 ชนิด คอื ดา้ ยหลอดประมาณเบอร์ 60 และดา้ ยรูดมาลยั เลือกใชใ้ ห้

113

เหมาะสมกบั งานน้นั ๆ

ใบตอง สาหรบั ไวร้ องดอกไม้ ใบไมบ้ างชนิด และนอกจากน้ี ยงั ใชส้ าหรบั รองภายในกน้

พานก่อนท่จี ะจดั พานจากหุ่นข้ีเล่ือย หุ่นทราย และหุ่นดินเหนียว

มดี สาหรับไวต้ ดั หรือเฉือนส่ิงต่างๆ ในยามจาเป็น ควรมีท้งั ขนาดเล็กและใหญ่

คตั เตอร์ สาหรบั ไวต้ ดั หรือเฉือนส่ิงต่างๆ เม่ือจาเป็ นตอ้ งใช้ เลือกใชไ้ ดต้ ามโอกาสอนั

สมควร

ปากคีบ- สาหรับไวช้ ่วยคีบดอกไม้ในเวลาปักบางส่วนให้สะดวกรวดเร็ว และมี

ประสิทธิภาพ

ปลายแหลม ทด่ี ีในการจดั

คมี ตดั ลวด ใชส้ าหรับตดั ลวดในบางคร้งั ที่จาเป็ นตอ้ งใช้ หรือใชช้ ่วยดึงเขม็ มาลยั ในขณะ

(แบบปากจิง้ จก) รูดมาลยั ออกจากเขม็

ไม้บรรทดั สาหรบั วดั ความกวา้ งยาวของสิ่งตา่ งๆ ในบางโอกาสท่จี าเป็นตอ้ งใช้ เช่น การ

แบง่ ส่วนท่ีหุ่น

กรรไกร สาหรบั ตดั สิ่งต่างๆ ในยามจาเป็ น เช่น กลีบดอกไม้ ใบตอง หรือใบไมอ้ ื่นๆ

ควรมีท้งั ขนตาเล็กและใหญ่ เลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั งาน

พาน สาหรบั ใชเ้ ป็นที่รองรบั พมุ่ ดอกไมใ้ นการจดั พานวธิ ีต่างๆ พานมีหลายแบบ หลาย

ชนิด สามารถเลือกใชไ้ ด้

ถาด สาหรบั ใส่ดอกไม้ ใบไม้ และส่ิงอื่นๆ ทจี่ ะเป็นในบางโอกาส

กะละมัง สาหรบั ใส่ดินเหนียว ข้ีเล่ือย ทราย กา้ นผกั ตบชวา ฯลฯ

ผ้าขาวบาง สาหรบั ไวค้ ลุมดอกไม้ ใบไม้ และคลุมพานดอกไมท้ ีจ่ ดั เสร็จแลว้

ทฉ่ี ีดน้า สาหรบั ฉีดน้าใหด้ อกไม้ ใบไม้ ในบางโอกาส ควรเลือกใชช้ นิดทีม่ ีหวั ปรับใหเ้ ป็ น

ละอองฝอยๆได้

เขียง สาหรับไวร้ องตดั ไมก้ ลดั เจียนใบตอง และงานอื่นๆ บางโอกาส

ลวดขูดดิน สาหรับใชข้ ดู ดินส่วนที่ไม่ตอ้ งการออก เพอ่ื ช่วยตกแตง่ หุ่นดินในบางแบบใหไ้ ด้

ไดร้ ูปทรงตามทตี่ อ้ งการไดด้ ียง่ิ ข้นึ

ไม้ปาดดิน สาหรับช่วยปาดดินในการป้ันหุ่นดินในบางแบบใหไ้ ดร้ ูปทรงตามทตี่ อ้ งการไดด้ ี

ยงิ่ ข้ึน

แป้ นหมุน สาหรบั ไวร้ องในการป้ันหุ่นดินเหนียว

ผ้าขรี้ ิ้ว ควรเป็นผา้ สะอาดและดูดซบั น้าไดด้ ี มีไวอ้ ยา่ งนอ้ ย 2 ผนื สาหรบั ไวเ้ ชด็ ภายนอก

114

พาน เม่ือจดั เสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ เช็ดอุปกรณ์บางสิ่งบางอยา่ ง และบริเวณพน้ื ท่ีทใ่ี ช้
จดั ทาเม่ือมีความจาเป็น
ถังขยะ สาหรบั ไวใ้ ส่เศษดอกไม้ ใบไม้ และอ่ืนๆ ท่ีไม่ใชแ้ ลว้ ควรมีถงั ขยะสารองวางไว้
ใกลๆ้ ที่จดั แลว้ จงึ นาไปเทในถงั ขยะใหญ่ ซ่ึงอยหู่ ่างออกไปจากทนี่ น่ั

ดอกไม้และใบไม้ทีใ่ ช้ในการจดั พาน
ดอกไมแ้ ละใบไมท้ ี่ใชใ้ นการจดั พาน ควรจะตอ้ งใหม่และสด จึงจะช่วยให้พานดอกไมท้ ่ีจดั แลว้

สวยงาม คงทนอยไู่ ดน้ าน ควรเลือกใชด้ อกไม้ ใบไม้ ทม่ี ีมากในฤดูกาล และที่มีในทอ้ งถิ่นน้ันๆ ดว้ ย เพราะ
จะหาไดง้ า่ ย มีให้เลือกมาก ราคาไม่แพง ใบไมบ้ างชนิดก็ใชจ้ ดั พานแทนดอกไมห้ รือใชจ้ ดั ผสมกบั ดอกไม้
บา้ งก็จะเป็นการประหยดั และสวยงามแปลกตาอีกแบบหน่ึง

ดอกบานไม่รู้โรย เป็ นดอกไมท้ ี่คนไทยเรารู้จกั และคุน้ เคย เป็ นอย่างดี สามารถนามาใชจ้ ดั พาน
ดอกไมไ้ ด้ มีความสวยงามและทนทานมาก มีตลอดทกุ ฤดู เป็นดอกไมท้ ่มี ีชื่อเป็นสิริมงคล และมีความหมาย
ท่ีดี หมายถึงความคงทนและอยไู่ ดย้ งั่ ยนื นานโดยไม่โรยรา ตามธรรมชาตมิ ีสีม่วง ชมพู และขาว ถา้ ตอ้ งการสี
อ่ืนๆ กส็ ามารถยอ้ มสีได้

ดอกรัก เป็ นดอกไมท้ ี่คนไทยเรารู้จกั และคุน้ เคยเป็ นอยา่ งดียิง่ สามารถนามาใชจ้ ดั พานดอกไมไ้ ด้
เช่นกนั ซ่ึงมีความสวยงามอีกแบบหน่ึง หาไดไ้ ม่ยากนกั มีตลอดทุกฤดู เป็ นดอกไมท้ มี่ ีชื่อเป็ นสิริมงคลและมี
ความหมายที่ดี คนไทยนิยมนามาใชใ้ นงานมงคลต่างๆ โดยเฉพาะมกั จะใชค้ วบคู่กบั ดอกบานไม่รู้โรย ซ่ึงจะ
ทาใหม้ ีความหมายทดี่ ีและหนกั แน่นยง่ิ ข้นึ หมายถึง รักท่อี มตะ ตามธรรมชาตมิ ีสีขาวและสีม่วง

ดอกดาวเรือง เป็ นดอกไมอ้ ีกชนิดหน่ึงที่คนไทยเราคุน้ เคยเป็ นอยา่ งดี สามารถนามาใช้จดั พาน
ดอกไมไ้ ดเ้ ช่นกนั มีความสวยงามไม่นอ้ ยไปกว่าดอกไมอ้ ่ืนๆ เป็ นดอกไมท้ ี่หาไดไ้ ม่ยากเพราะมีตลอดทุก
ฤดูกาล มีช่ือเป็ นสิริมงคล และมีความหมายที่ดียงิ่ ข้ึน หมายถึงความเจริญรุ่งเรื่องอนั สดใส ประดุจดวงดาว
ตามธรรมชาติมีสีเหลืองสดใส และสีเหลืองทอง

ดอกบัว เป็ นดอกไม้ดีชนิดหน่ึงที่คนไทยเรารู้จักและคุน้ เคยเป็ นอยา่ งดีย่ิง เพราะถือกันว่า เป็ น
ดอกไม้ที่มีความสัมพนั ธ์กบั พุทธศาสนาอยา่ งแน่นแฟ้ น เป็ นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง ความงาม ความ
บริสุทธ์ิ ความกา้ วหนา้ ของชีวติ ปัจจบุ นั เป็ นดอกไมท้ มี่ ีทกุ ฤดูกาล แต่ในช่วงฤดูหนาวของปี จะให้ดอกนอ้ ย
จึงมีราคาแพงกวา่ ปกติ กลีบดอกบวั หลวงสามารถนามาใชจ้ ดั พานดอกไมไ้ ดส้ วยงามมากอีกแบบหน่ึง ตาม
ธรรมชาติ (ที่นิยมปลูกในประเทศไทย) มีสีขาว และสีชมพู

ดอกมะลิ เป็ นดอกไม้ท่ีมีสีขาว ดูสุภาพเรียบร้อย สะอาดตา มีกล่ินหอม เหมาะท่ีจะนามาจดั พาน
ดอกไมส้ าหรบั ใชบ้ ชู าพระ ถวายพระ กราบคารวะผทู้ ่ีเคารพนบั ถือในโอกาสพเิ ศษไดอ้ ีกดว้ ย มะลิจะมีดอก

115

ทุกฤดูกาล แต่ทวา่ ในช่วงหน่ึงๆ ของปี มะลิจะมีราคาแตกต่างกนั มาก ซ่ึงจะข้ึนอยกู่ บั การใหด้ อกมากหรือ
นอ้ ย ในช่วงมีอากาศร้อนระหวา่ งเดือนมีนาคม – เดือนกรกฎาคม จะให้ดอกมากจึงมีราคาถูก ช่วงฤดูหนาว
มะลิจะใหด้ อกนอ้ ย ราคาจึงแพง

ดอกกล้วยไม้ เป็ นดอกไม้ท่ีสามารถนาเอากลีบดอกมาจดั พานดอกไม้ หรือทาเป็ นส่วนประกอบ
ตา่ งๆ เพอ่ื ตกแต่งในการจดั พานดอกไมส้ ดบางแบบไดอ้ ยา่ งสวยงามแปลกตาไปอีกแบบหน่ึง กลว้ ยไม่มีอยู่
มากมายหลายสกุลด้วยกนั แต่ที่เหมาะสมควรจะเลือกใชจ้ ดั พานไดด้ ีน้ัน ไดแ้ ก่ จาพวกสกุลหวาย เพราะ
สามารถหาไดง้ า่ ย ราคาไม่แพง ขนาดของกลีบดอกเหมาะที่จะใชใ้ นงานเช่นน้ีไดด้ ีอีกดว้ ย

กหุ ลาบ จดั วา่ เป็นดอกไมท้ ี่มีความหมายท่ีดีเกี่ยวกบั ความรัก และมีความสวยงามมากชนิดหน่ึงใน
เมืองไทยเรานิยมปลูกกนั มากมายหลายพนั ธุ์ หลากสี และบางพนั ธุ์ ก็มีกล่ินหอมอีกดว้ ย สามารถนามาจดั
พานดอกไมไ้ ด้ ซ่ึงจะใชก้ ลีบดอก หรือใชท้ ้งั ดอกกไ็ ด้

ดอกแอสเตอร์ เป็ นดอกไมท้ ่ีมีความสวยงามอีกแบบหน่ึง จะมีดอกเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน
เดือนมีนาคม มีหลายสีดว้ ยกนั เช่น ขาว แดง ม่วง ชมพู คราม สามารถนาดอกมาจดั พานดอกไมไ้ ดอ้ ยา่ ง
สวยงามอีกลกั ษณะหน่ึง

ดอกจาปี เป็ นดอกไมท้ ี่มีกล่ินหอมอ่อนๆ ชื่นใจ กลีบดอกสีขาวคลา้ ยๆ กบั สีเน้ืองา สามารถนาดอก
จาปี มาใช้จดั พานดอกไมส้ าหรับบูชาพระ ถวายพระ และมอบให้แก่ผูท้ ี่เคารพนับถือ เพื่อเป็ นการกราบ
คารวะในโอกาสสาคญั ตา่ งๆ ไดด้ ีเช่นกนั

ดอกจาปา เป็ นดอกไมท้ ่ีมีกล่ินหอมเยน็ ต่างไปจากดอกจาปี กลีบดอกสีเหลือแก่ มีขนาดกลีบดอก
ใหญ่กวา่ ดอกจาปี สามารถนาดอกจาปามาใชจ้ ดั พานดอกไมส้ าหรับบูชาพระ ถวายพระ และมอบให้แก่ผทู้ ี่
เคารพนบั ถือในโอกาสพเิ ศษต่างๆ ไดเ้ ช่นเดียวกบั ดอกจาปี หรือจะใชจ้ ดั ร่วมกบั ดอกจาปี ก็ได้

ดอกพุด เป็ นดอกไมท้ ่ีนิยมใชเ้ ฉพาะดอกตูม ลกั ษณะดอกตูมเล็กกว่าดอกมะลิ มีสีขาว กา้ นดอกสี
เขียวอ่อน เป็ นดอกไมท้ ่มี ีดอกทุกฤดูกาล แต่ช่วงท่ีอากาศเยน็ มากๆ จะให้ดอกนอ้ ย และดอกขนาดเล็กราคา
สูง ดอกพดุ สามารถนามาจดั พานดอกไมไ้ ด้ โดยเฉพาะการจดั พานท่ีออกแบบไวอ้ ยา่ งประณีต มีการตกแต่ง
ส่วนต่างๆ ที่ตอ้ งการใชด้ อกไมข้ นาดดอกเล็กๆ หรือการจดั พานพุ่มท่ีตอ้ งการความละเอียด หรือพมุ่ ขนาด
เลก็ เช่น เครื่องมนสั การ หรือใชจ้ ดั ทาเป็นส่วนยอดของพานดอกไมใ้ นบางแบบ ซ่ึงอาจจะใชว้ ธิ ีการปักหรือ
รอ้ ยใหเ้ ป็นลกั ษณะมาลยั ตุม้ ก็ได้

ดอกผกากรอง ใชไ้ ดท้ ้งั ดอกบานและดอกตูม ดอกตูมจะเป็ นสีเขียว ดอกบานจะมีสีต่างๆ หลายสี
เช่น สีขาว เหลือง แดง ม่วงอ่อน ชมพู และบางพนั ธุจ์ ะมีหลายสีอยูใ่ นดอกเดียวกนั เหมาะสาหรับจดั พาน
แนบใชข้ ้เี ลื่อยหรือทรายโดยวธิ ีการก่อ เพราะธรรมชาตขิ องดอกไมเ้ หมาะสมจะใชไ้ มก้ ลดั หรือลวดตวั ยเู สียบ
หรือยดึ ติดกบั หุ่นอ่ืนๆ ทีใ่ ชใ้ นการจดั พานได้

116

ดอกเบญจมาศนา้ ใชด้ อกตมู จดั เป็นลวดลายในการจดั พานในบางแบบทีต่ อ้ งการลวดลาย ที่มีสีเขียว
จากธรรมชาตขิ องดอกไม้ หรือใชร้ ้อยเป็ นลายมาลยั ซีก มาลยั แบน มาลยั ตุม้ เพ่ือตกแต่งในการจดั พานบาง
แบบ

ใบตอง เป็นใบไมท้ คี่ นไทยเรานิยมนามาใชท้ าประโยชนไ์ ดห้ ลายอยา่ ง ใบตองท่ีใชใ้ นงานประดิษฐ์
ไดแ้ ก่ ใบตองตานี ไม่วา่ จะใชจ้ ดั เป็ นพ้ืนหรือลวดลาย หรือส่วนประกอบตกแต่งต่างๆ ซ่ึงจะตอ้ งนามาพบั
เป็นกลีบตา่ งๆ หรือฉีกฝอย มว้ นและมดั ทาเป็ นดอกเสียก่อน

ใบแก้ว เป็ นใบไม้ที่มีชื่อและความหมายท่ีดี เป็ นสิริมงคล นิยมใช้เก่ียวข้องกับงานมงคลต่างๆ
สามารถนามาใชจ้ ดั พานไม่วา่ จะจดั เป็ นพน้ื หรือลวดบาย หรือส่วนประกอบตกแตง่ อ่ืนๆ

ใบสนฉัตร เป็ นใบไมท้ ี่มีขนาดเล็กมาก หนาและแขง็ มีสีเขียวเขม้ ใบจะออกรอบๆ กา้ นรวมกนั ใน
ลกั ษณะเป็ นเสน้ กลมยาว มีความทนทานมาก สามารถนามาใชจ้ ดั เป็ นลวดลาย หรือส่วนประกอบตกแต่ง
อื่นๆ ทีต่ อ้ งการใหม้ ีสีเขียวตามธรรมชาติ

ใบปริก เป็ นใบไม้ท่ีมีใบขนาดเล็กมาก มีลกั ษณะเป็ นช่อเล็กๆ รวมกนั อยมู่ ากมายภายใน 1 กา้ น
สามารถตดั แยกออกมาใชไ้ ดต้ ามขนาดทต่ี อ้ งการ ใบปริกนามาใชใ้ นการจดั พานดอกไมบ้ างแบบไดเ้ ช่นกนั

ใบมะยม จดั ว่าเป็ นใบไมท้ ี่มีชื่อและความหมายที่ดี หมายถึงความเป็ นท่ีนิยมชมชอบของบุคคล
โดยทว่ั ไป ดงั น้นั จงึ ใชเ้ ก่ียวขอ้ งกบั งานมงคลตา่ งๆ

ใบกระบือ เป็ นใบไมท้ ่ีมีความสวยงามตา่ งไปจากใบไมอ้ ื่นตรงท่ีมี 2 สีอยใู่ นใบเดียวกนั คือ ดา้ นบน
สีเขียว ดา้ นใตใ้ บสีแดง สามารถเลือกใชไ้ ดต้ ามสีทตี่ อ้ งการ

ใบโปร่งฟ้ า เป็ นใบไมท้ ่ีมีใบคลา้ ยกบั พวกเฟิ ร์น ใบจะออกเป็ นแผง สีเขยี วเขม้ มีลกั ษณะบางเบาและ
โปร่ง อาจจะใชท้ ้งั แผงใบ หรือนามามว้ นขมวดและมดั ทาเป็นคลา้ ยดอกไมต้ มู กไ็ ด้

ใบเงิน มีชื่อและความหมายท่ีดี เป็ นสิริมงคล นิยมใชเ้ กี่ยวขอ้ งกบั งานมงคลต่างๆ โดยเฉพาะงาน
แตง่ งาน ใชจ้ ดั ประกอบในพานขนั หมาก พานของหม้นั พานสินสอด และพานอ่ืนๆ ไดอ้ ีกดว้ ย

ใบทอง มีชื่อและความหมายดี เป็ นสิริมงคลเหมือนกบั ใบเงิน และนิยมใชค้ วบคู่กบั ใบเงนิ ดว้ ย
ใบนาก มีช่ือและความหมายดี เป็ นสิริมงคลเหมือนกบั ใบเงิน ใบทอง ซ่ึงมกั จะนิยมใชร้ ่วมกนั ท้งั
สามชนิด คอื ใบเงนิ ใบทอง และใบนาก
การเลอื กดอกไม้และใบไม้
ดอกไมแ้ ละใบไมท้ จ่ี ะใชใ้ นการจดั พานน้นั นอกจากจะเลือกชนิดทีม่ ีในฤดูกาล และมีอยใู่ นทอ้ งถ่ิน
แลว้ ยงั ควรจะตอ้ งเลือกใหส้ ามารถใชง้ านไดอ้ ยา่ งดี มีประสิทธิภาพมากทีส่ ุดเท่าทจ่ี ะทาได้
ดอกบานไม่รู้โรย ควรเลือกดอกท่ีตดั จากตน้ ใหม่ๆ สงั เกตไดจ้ ากดอกยงั มีความสด กลีบแข็ง มีสีสด
กา้ นดอกแขง็ สีเขยี วสด เลือกใชด้ อกทม่ี ีอายขุ นาดกลาง

117

ดอกมะลิ ควรเลือกดอกตูมสด มีสีขาวอมเขียวอ่อน มีข้วั ติดอยู่ ไม่มีหนอนหรือข้ีหนอนอยภู่ ายใน
ดอก ไม่ควรเลือกดอกที่ผา่ นการแช่น้าแขง็

ดอกพดุ ควรเลือกดอกที่สดใหม่ ลกั ษณะดอกตูมเล็กสีขาว เลือกดอกขนาดเท่าๆ กนั
ดอกรัก ควรเลือกดอกทใ่ี หม่สด ยงั อยใู่ นช่อ มีเปลือกหุม้ เปลือกและกลีบเล้ียงแขง็ ยงั อยใู่ นสภาพดี
ดอกกหุ ลาบ ดอกกุหลาบชนิดร้อยมาลยั ควรเลือกดอกทไ่ี ม่บานหรือตูมเกิน ข้วั สดยดึ กลีบดอกแน่น
ดอกกล้วยไม้ กลว้ ยไมจ้ าพวกหวาย เช่น หวายขาว ซีซาร์ และมาดาม ควรเลือกช่อยาว มีดอกมาก
พอสมควร มีท้งั ดอกตูมแยม้ บาน กา้ นดอกกา้ นช่อแขง็ แรง
ดอกบัว ควรเลือกดอกท่ตี ูมแน่น ยอดแหลม ทรงตวั ดี กลีบดอกแขง็ ปลายกีบลดอกไม่ช้า ไม่เห่ียว
ดอกดาวเรือง ควรเลือกดอกทม่ี ีกลีบแน่นตดิ อยกู่ บั ข้วั ดอก
ดอกแอสเตอร์ ควรเลือกดอกทสี่ ดใหม่ กลีบดอกแน่น ไม่หลุดร่วงง่าย
ดอกจาปี ควรเลือกดอกสดใหม่ ดอกมีลกั ษณะตมู หรือแยม้ นอ้ ยๆ กลีบดอกแขง็
ดอกจาปา ควรเลือกดอกทม่ี ีลกั ษณะตมู หรือแยม้ นอ้ ยๆ มีความสดใหม่ กลีบดอกแขง็
ดอกผกากรอง ควรเลือกดอกตมู แน่น มีความสดใหม่ กา้ นตรงแขง็ อวบและยาว
ดอกเบญจมาศนา้ ควรเลือกใชด้ อกตมู ขนาดดอกปานกลาง
ใบแก้ว ควรเลือกใชใ้ บทม่ี ีอายขุ นาดกลาง ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป
ใบมะยม ควรเลือกใชใ้ บท่มี ีอายขุ นาดกลาง
ใบกระบอื ควรเลือกใชใ้ บทีม่ ีอายขุ นาดกลาง หรือคอ่ นขา้ งแก่
ใบปริก ควรเลือกใชแ้ ต่ของทีส่ ดใหม่ กา้ นและใบแขง็ มีสีเขียวสด
ใบโปร่งฟ้ า ควรเลือกใชใ้ บทมี่ ีอายขุ นาดกลาง มีความสดแลใหม่ กา้ นแขง็ สีเขยี วสด
ใบสนฉัตร ควรเลือกใชใ้ บท่อี วบกลมเสมอกนั อายขุ นาดกลาง สดและใหม่
ใบตอง ควรเลือกใชใ้ บตองตานี อายขุ นาดกลาง
ใบทอง ควรเลือกใชใ้ บท่ีมีอายขุ นาดกลาง ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป
ใบเงนิ ควรเลือกใชใ้ บทม่ี ีอายขุ นาดกลาง มีความสดใหม่ กา้ นและใบแขง็
ใบนาก ควรเลือกใชใ้ บท่ีมีอายขุ นาดกลาง มีความสดใหม่ กา้ นและใบแขง็
การเก็บรักษาดอกไม้และใบไม้
ดอกไม้และใบไมส้ ดท่ีจะใช้ในการจดั พาน ควรจะตอ้ งมีการเก็บรักษาในระหว่างรอการใช้ และ
ในขณะทกี่ าลงั ใชแ้ ต่ยงั ใชไ้ ม่หมดเลยทีเ่ ดียว ซ่ึงจะตอ้ งมีวธิ ีการเก็บรักษาท่ีดีและถูกตอ้ ง เพือ่ ที่จะช่วยถนอม
ใหด้ อกไม้ ใบไมม้ ีอายคุ วามสดอยไู่ ดย้ าวนานท่ีสุดเท่าท่ีจะทาได้ ดอกไมใ้ บไมแ้ ต่ละชนิดจะมีวิธีการเก็บ
รกั ษา ดงั น้ี

118

ดอกบานไม่รู้โรย มดั รวมกนั เป็นกา นากา้ นแช่ลงในน้า แต่ถา้ เป็ นกา้ นส้นั ให้ใชว้ ิธีการใส่ถาดคลุม
ดว้ ยผา้ ขาวบาง

ดอกมะลิ ไม่ตอ้ งรมน้า ห่อใบตองเก็บใส่ถุงพลาสติก รัดปากถุงใหแ้ น่น แลว้ แน่น แลว้ เก็บไวใ้ น
ตูเ้ ยน็ ช้นั ช่องเก็บผกั

ดอกพุด ห่อใบตองแลว้ ใส่ถุงพลาสตกิ รดั ปากถุงใหแ้ น่น เก็บไวใ้ นตเู้ ยน็ ช่องเก็บผกั หรือถา้ ตอ้ งการ
เก็บไวห้ ลายวนั เม่ือเก็บจากตน้ ควรลา้ งน้าละลายสารส้มเจือจาง วางบนผา้ ขาวบางผ่ึงให้แหง้ ใส่ถุงพลาสติก
รัดปากถุงใหแ้ น่น เกบ็ ไวใ้ นตูเ้ ยน็ ช่องเกบ็ ผกั

ดอกรัก ชนิดช่อ ใส่ตะแกรงพรมน้าบางๆ เลก็ นอ้ ย คลุมดว้ ยผา้ ขาวบางช้ินๆ หรือใบตอง วางไวใ้ นที่
ร่ม ถา้ เป็ นดอกรักชนิดแกะเปลือกแลว้ ห่อดว้ ยใบตองเก็บไวใ้ นท่ีร่มเยน็ หรือท้งั สองชนิดจะใช้วธิ ีการใส่
ถุงพลาสติก รัดปากถุงใหแ้ น่น เก็บไวใ้ นตเู้ ยน็ ช่องเกบ็ ผกั

ดอกกหุ ลาบ ชนิดร้อยมาลยั พรมน้าให้ทวั่ คลุมดว้ ยผา้ ขาวบางชุบน้าพอหมาด หรือใส่ถุงพลาสติก
รัดปากถุงใหแ้ น่น เก็บไวใ้ นตูเ้ ยน็ ช่องเก็บผกั แต่ถา้ เป็ นดอกกุหลาบชนิดกา้ นยาว ใหเ้ รียบดอกและกา้ นให้
เสมอกนั ห่อดว้ ยใบตองหรือกระดา มดั ใหแ้ น่นพอดี นากา้ นแช่ลงในน้า วางต้งั ไวใ้ นทร่ี ่ม

ดอกกล้วยไม้ กลว้ ยไม่สกุลหวาย นากา้ นแช่ลงในน้า ถา้ เก็บไวข้ า้ มวนั จะตอ้ งตดั ปลายดา้ นโคนกา้ น
ออกบา้ ง และเปลี่ยนน้าท่แี ช่ใหม่ ถา้ เป็นดอกกลว้ ยไมท้ ีเ่ ดด็ ออกจากช่อแลว้ ใหพ้ รมน้าบางๆ ใส่กะละมงั คลุม
ดว้ ยผา้ ขาวบางชุบน้าพอหมาด

ดอกบวั กาเป็ นมดั ใชใ้ บบวั ห่อ ตดั กา้ นใหเ้ สมอกนั แลว้ นากา้ นแช่น้ามากๆ ถา้ เก็บไวข้ า้ มวนั ตอ้ งตดั
ปลายกา้ นออกประมาณ 1-1½ นิ้ว และเปลี่ยนน้าใหม่

ดอกดาวเรือง พรมน้าบางๆ ใหท้ ว่ั ใส่ในถุงพลาสติกรัดปากถุงใหแ้ น่น เก็บไวใ้ นตูเ้ ยน็ ช่องเก็บผกั
ถา้ เกบ็ ระยะส้นั พรมน้าบางๆ ใส่กะละมงั คลุมดว้ ยผา้ ขาวบางชุบน้าพอหมาด

ดอกแอสเตอร์ นาส่วนรากแช่ลงในน้ามาก ๆ พรมน้าบางๆ ทีด่ อกใหท้ วั่ ต้งั วางไวใ้ นที่ร่มเยน็ ไม่อบ
อา้ ว

ดอกจาปี และดอกจาปา จดั เรียงใส่ในการกรวยใบตองให้เตม็ และแน่นพอดี ควรวางเรียงเพียงช้นั
เดียว แลว้ จึงนากรวยท่ีใส่ดอกไวเ้ รียงในกะละมงั คลุมดว้ ยผา้ ขาวบางชุบน้าพอหมาด หรือใชว้ ธิ ีห่อใบตอง
แลว้ ใส่ถุงพลาสติกรัดปากถุงใหแ้ น่น เกบ็ ไวใ้ นตเู้ ยน็ ช่องเก็บผกั

ดอกผกากรองตูมและดอกเบญจมาศน้าตูม พรมน้าให้ช้ืนมากๆ ห่อด้วยใบตอง หรือใส่ใน
ถุงพลาสติกรัดปากถุงใหแ้ น่น เก็บไวใ้ นตเู้ ยน็ ช่องเกบ็ ผกั

ใบแก้ว พรมน้ าให้ท่ัว ใส่กะละมังคลุมด้วยใบตอง หรือผา้ ขาวบางชุบน้ าพอหมาด หรือใส่
ถุงพลาสตกิ รัดปากถุงใหแ้ น่น เกบ็ ไวใ้ นทรี่ ่ม

119

ใบมะยม ชนิดเป็ นช่อใบมีก้านติดอยู่ ให้นาก้านแช่ลงในน้า และพรมน้าบางๆ ถ้าเป็ นชนิดเด็ด
ออกเป็ นใบๆ ใหพ้ รมน้าใหท้ วั่ แลว้ ใส่กะละมงั คลุมดว้ ยใบตองหรือผา้ ขาวบางชุบน้าพอหมาด หรือพรมน้า
ใหช้ ้ืนมากๆ แลว้ นาใส่ถุงพลาสติกรดั ปากถุงใหแ้ น่น วางไวใ้ นทชี่ ้ืนเยน็

ใบกระบือ พรมน้าใหท้ ว่ั ห่อดว้ ยใบตองหรือคลุมดว้ ยผา้ ขาวบางชุบน้าพอหมาด หรือใส่ถุงพลาสติก
รัดปากถุงใหแ้ น่น เกบ็ ไวใ้ นตเู้ ยน็ ช่องเก็บผกั

ใบปริก นากา้ นแช่ลงในน้า พรมน้าท่ใี บบา้ ง
ใบโปร่งฟ้ า ห่อดว้ ยกระดาษหรือใบตอง หรือคลุมดว้ ยผา้ ขาวบางชุบน้าเพียงหมาดๆ วางไวใ้ นท่ีร่ม
อากาศไม่ร้อนอบอา้ ว ไม่มีลมโกรกโดยตรง
ใบสนฉัตร พรมน้าใหท้ วั่ ใส่กะละมงั คลุมดว้ ยใบตอง หรือผา้ ขาวบางชุบน้าพอหมาด
ใบตองตานี มว้ นเป็นมดั ห่อดว้ ยผา้ ขาวบางชุบน้าพอหมาด ใส่ถุงพลาสติกรัดปากถุงใหแ้ น่น เก็บไว้
ในท่เี ยบ็
ใบทอง ใบเงิน ใบนาก ถา้ เป็ นชนิดช่อมีกา้ นอยู่ นากา้ นแช่ลงในน้า พรมน้าใหท้ วั่ ถา้ เดด็ ออกเป็ นใบๆ
พรมน้าให้ช้ืนทว่ั กัน คลุมหรือห่อด้วยผา้ ขาวบางชุบน้าพอหมาด หรือพรมน้าให้ทวั่ ห่อด้วยใบตอง ใส่
ถุงพลาสติกรดั ปากถุงใหแ้ น่น วางไวใ้ นท่เี ยน็
ข้อเสนอแนะ
ถา้ อยใู่ นทท่ี ไี่ ม่มีตูเ้ ยน็ ใหใ้ ชว้ ธิ ีการเกบ็ วางไวใ้ นทีร่ ่มเยน็ มีความช่ืนและเยน็ ตามธรรมชาติ เช่น ห้อง
อาบน้า หรือหอ้ งซกั ลา้ ง
หลกั เกณฑ์ท่ัวไปในการจดั พาน
การจดั พานแบบตา่ งๆ น้นั มีหลกั เกณฑท์ ว่ั ๆ ไป ดงั น้ี
1. เตรียมวสั ดุและอุปกรณ์ตา่ งๆ ใหเ้ พยี งพอและเรียบร้อยก่อนลงมือจดั ทุกคร้ัง
2. ควรหาสถานที่ ทีใ่ ชจ้ ดั ใหอ้ ยใู่ กลเ้ พอื่ สะดวกในการเคลื่อนยา้ ยเมื่อจะนามาใช้ และไม่ควรเป็ นที่ที่
มีแดดส่องถึง หรือลมโกรกโดยตรง
3. ควรต้งั ใจในการทางานอยา่ งมีสมาธิทีด่ ี ทาตามลาดบั ข้นั ตอนอยา่ งเหมาะสม
4. ควรใชฝ้ ีมืออนั ประณีตที่สุดเท่าท่ีจะทาได้ การจบั ตอ้ งดอกไมใ้ บไมแ้ ต่ละข้นั ตอนในการทาน้นั
ตอ้ งจบั แต่เพยี งเบามือ เพอื่ ป้ องกนั มิใหด้ อกไมบ้ อบช้างา่ ย
5. ควรรกั ษาเวลาในการทางาน โดยจะตอ้ งเร่ิมทางานใหต้ รงต่อเวลาและตอ้ งเสร็จใหท้ นั เวลาใชท้ ุก
คร้งั ซ่ึงควรจะตอ้ งเสร็จก่อนเวลาใชเ้ ป็นเวลาพอสมควรอยา่ งนอ้ ย 1 ชว่ั โมง

120

คาถามท้ายหน่วย
1. พานพมุ่ ทาจากดอกไม้ – ใบไมช้ นิดใดไดบ้ า้ ง
2. หุ่นของพานพมุ่ ทามาจากวสั ดุชนิดใด
3. การเก็บรักษาพานพมุ่ ใหส้ ดคงทนคอื
4. การเกบ็ รักษากระทงดอกไมใ้ หม้ ีอายกุ ารใชง้ านไดน้ านๆ คอื
5. กระทงดอกไมใ้ ชใ้ นโอกาสใดไดบ้ า้ ง

เอกสารอ้างองิ
จนั ทนา สุวรรณมาลี การจดั พาน สานกั พมิ พโ์ อเดียนสโตร์ 2539
พรยพุ รรณ พรสุขสวสั ด์ิ งานใบตองวจิ ติ ร ตองนวลมวลบุปผา สานกั พมิ พแ์ ม่บา้ น
สมพร ยง่ิ เจริญ การจดั ดอกไมส้ ด บริษทั 21 เซ็นจูรี จากดั 2540

121

ใบความรู้ท่ี 4 หน่วยการเรียนที่ ......4.............
รหัส ...3406-2112......วิชา ..เทคนิคงานใบตอง........ จานวน .................2 ....หน่วยกติ
จานวนชั่วโมงรวม....32... ช่ัวโมง
ชื่อหน่วย.....การประดิษฐง์ านใบตองตามแนว
อนุรกั ษศ์ ิลปวฒั นธรรมในทอ้ งถิ่น.................... จานวน..................32......ชวั่ โมง
ชื่อเร่ือง.........การประดิษฐพ์ านพมุ่ การประดิษฐก์ ระทงดอกไม.้ ........

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกหลกั ของการประดิษฐพ์ านพมุ่ กระทงดอกไม้ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. สามารถเลือกวสั ดุอุปกรณ์ทจี่ ะนามาประดิษฐพ์ านพมุ่ กระทงดอกไม้ ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
3. บอกวธิ ีการนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
4. สามารถออกแบบของงานตามแนวอนุรักษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ิน
5. มีกิจนิสยั ทด่ี ีในการปฏิบตั งิ าน

เนือ้ หาสาระ

ความหมายของพาน
พาน หมายถึง ภาชนะใส่ของพวกหน่ึง มีเชิงรูปทรงต่างๆ กนั พานท่ีใชจ้ ดั ดอกไมน้ ้ันมีมากมายทา

จากวสั ดุตา่ งๆ กนั หลายชนิด ดงั ต่อไปน้ี
1. พานแกว้ มีสีตา่ งๆ เช่น สีขาว สีเขียว สีฟ้ า ปัจจบุ นั นิยมใชแ้ ต่สีขาว
2. พานไม้ มีท้งั ชนิดทาสีและไม่ทาสี ปัจจุบนั ไม่พบบอ่ ยนกั
3. พานพลาสติกใส มีสีตา่ งๆ เช่น สีขาว สีชมพู สีเขียว สีฟ้ า แต่ปัจจุบนั ไม่นิยมใชแ้ ลว้ เนื่องจากไม่

มีความทนทานต่อการใชเ้ ทา่ ที่ควร
4. พานกะไหล่ทอง เป็ นพานชุบทอง ราคาสูง ระวงั รักษายาก มกั จะใชใ้ นงานสาคญั ๆ บางงาน

เท่าน้นั
5. พานชุบสีเงินสีทอง ปัจจุบนั นิยมใชก้ นั อย่างแพร่หลาย โดยทว่ั ไปหาซ้ือง่าย ราคาไม่แพง ระวงั

รกั ษาไม่ยาก มีท้งั ชุบสีน้าเงิน และชุบสีทอง เลือกใชไ้ ดต้ ามโอกาสอนั สมควร
6. พานทองเหลือง เป็ นพานที่ระวงั รักษายาก ดาและเป็ นสนิมง่าย ตอ้ งหมน่ั ขดั บ่อยๆ จึงจะเป็ นเงา

งาม ตอ้ งขดั ก่อนและหลงั ใชเ้ สมอ ปัจจบุ นั ถา้ เป็ นทองเหลืองแท้ ราคาจะค่อนขา้ งสูง และไม่ค่อยนิยมใชม้ าก
นกั

การเลือกใช้พาน

122

พานมีอยหู่ ลายชนิด หลายประเภท และหลายขนาด ดงั น้นั การเลือกใชจ้ งึ ควรพจิ ารณาดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ควรเลือกใหเ้ หมาะสมกบั แบบการจดั ตามทไ่ี ดอ้ อกแบบไว้
2. ควรเลือกใหเ้ หมาะสมกบั หนา้ ทแ่ี ละโอกาสใชส้ อย
3. ควรเลือกใหเ้ หมาะสมกบั สถานท่ตี ้งั วาง
4. ควรเลือกใหเ้ หมาะสมกบั งานน้นั ๆ เป็นสาคญั
5. ควรเลือกใหเ้ หมาะสมกบั สภาพการใชง้ าน (ทนทาน มนั่ คง และแขง็ แรง)

123

แบบทดสอบหลงั เรียนแผนการเรียนรู้ท่ี 4

วชิ างานใบตอง รหัสวชิ า 20406-2002

คาส่ัง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
1. การจดั พาน หมายถึง...............................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
2. พาน หมายถึง........................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
3. การเลือกใชพ้ าน ควรพจิ ารณา..............................................................................................................
...................................................................................................................................................................
4. วสั ดุทค่ี วรจดั เตรียมในการจดั พาน.......................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
5. หลกั เกณฑท์ ว่ั ไปในการจดั พาน............................................................................................................
...................................................................................................................................................................
6. กระทงดอกไม้ หมายถึง.........................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
7. กระทงดอกไม้ นาไปใชใ้ นงานใดไดบ้ า้ ง................................................................................................
....................................................................................................................................................................
8. กลีบที่นิยมนามาประดิษฐก์ ระทงดอกไม้ คือ..........................................................................................
....................................................................................................................................................................

เอกสารอา้ งอิง
จนั ทนา เพชรสงคราม.งานใบตอง.กรุงเทพมหานคร : บริษทั โรงพมิ พไ์ ทยวฒั นาพานิช จากดั , 2537.
อาชีวศกึ ษา, กรม. ใบงานการประดษิ ฐ์ใบตองและแกะสลกั 1. กรุงเทพมหานคร.โรงพมิ พค์ ุรุสภา
ลาดพรา้ ว, 2542.
เรณู ขาเลิศ. การประดษิ ฐ์เคร่ืองใช้ด้วยใบตอง. กรุงเทพฯ : บริษทั สานกั พมิ พโ์ คมทอง จากดั .2537.

124

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนแผนการเรียนรู้ท่ี 3

วชิ างานใบตอง รหสั วชิ า 20406-2002

คาสั่ง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. งานประเพณีลอยกระทงเร่ิมมีมาแตส่ มยั ใด ...สุโขทยั .................................................................................
2. งานประเพณีลอยกระทง ตรงกบั วนั ............ข้นึ 15 ค่า เดือน 12…………………………………………..
3. กลีบท่นี ิยมนามาทาตวั กระทง ไดแ้ ก่กลีบ ..หกั คอมา้ ...กลีบกหุ ลาบ...........................................................
4. ใบไมท้ ่ีนิยมนามาทากลีบตกแต่งไดแ้ ก่ ใบโกศล ..โบสในวด์ รอป ..ใบกวนอิม ..ใบหมากแดง..................
5. การแต่งงานตามประเพณีไทย สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็ น 2 ข้นั ตอนไดแ้ ก่ พธิ ีหม้นั ...พธิ ีแต่ง......................
6. พานขนั หมาก หมายถึง พานที่จดั ตกแตง่ เครื่องขนั หมากตา่ งๆ ลงไปใหส้ วยงาม ถูกตอ้ งตามประเพณีไทย
7. ของทีใ่ ส่ไวใ้ นพานขนั หมาก คอื หมาก พลู ขา้ วตอก ขา้ วเปลือก ถว่ั เขียว งาดา ยอดรัก ดอกบานไม่รู้โรย
ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ใบเงิน ใบทอง ใบนาก ใบมะยม ใบสวาท......
8. พานของหม้นั (พานขนั หม้นั ) หมายถึง พานดอกไมข้ นาดกลาง หรือเล็ก จดั ไวส้ าหรับวางแหวน สร้อย
กาไล ตา่ งหู........................................................................................................................................................
9. พานสินสอด หมายถึง พานดอกไมข้ นาดกลาง จดั ไวส้ าหรับใส่เงินสินสอด ใชใ้ นประเพณีแต่งงานแบบ
ไทย....................................................................................................................................................................
10. พานขนั หมาก พานขนั หม้นั พานสินสอด เป็ นพานทฝ่ี ่ ายใดเป็ นฝ่ ายเตรียม.. ฝ่ายขาย................................

เอกสารอา้ งอิง

จนั ทนา เพชรสงคราม.งานใบตอง.กรุงเทพมหานคร : บริษทั โรงพมิ พไ์ ทยวฒั นาพานิช จากดั , 2537.
อาชีวศึกษา, กรม. ใบงานการประดิษฐ์ใบตองและแกะสลัก 1. กรุงเทพมหานคร.โรงพมิ พค์ ุรุสภา
ลาดพร้าว, 2542.
เรณู ขาเลิศ. การประดิษฐ์เคร่ืองใช้ด้วยใบตอง. กรุงเทพฯ : บริษทั สานกั พมิ พโ์ คมทอง จากดั .2537.

125

แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน

ประกอบแผนการสอนท่ี 4 วชิ าเทคนิคงานใบตอง รหัส 3406-2112

ช้ันประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสูง เวลา 10 นาที

1. การจดั พาน หมายถึง.....................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2. พาน หมายถึง..............................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
3. การเลือกใชพ้ าน ควรพจิ ารณา....................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
4. วสั ดุท่คี วรจดั เตรียมในการจดั พาน.............................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
5. หลกั เกณฑท์ วั่ ไปในการจดั พาน..................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
6. กระทงดอกไม้ หมายถึง.............................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
7. กระทงดอกไม้ นาไปใชใ้ นงานใดไดบ้ า้ ง....................................................................................................
........................................................................................................................................................................
8. กลีบทนี่ ิยมนามาประดิษฐก์ ระทงดอกไม้ คือ..............................................................................................
.........................................................................................................................................................................

126

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน

ประกอบแผนการสอนที่ 4 วิชาเทคนิคงานใบตอง รหัส 3406-2112

ช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง เวลา 10 นาที

1. การตกแตง่ ดอกไม้ ใบไม้ กลีบดอกไม้ กลีบใบไม้ หรือส่วนอื่นๆ ของพชื ใหม้ ีรูปทรงตา่ งๆ อยบู่ นพาน
อยา่ งสวยงาม

2.ภาชนะใส่ของพวกหน่ึง มีเชิงรูปทรงตา่ งๆ กนั มีพานแกว้ พานไม้ พานทองเหลือง ฯลฯ

3. เหมาะสมกบั แบบ เหมาะสมกบั หนา้ ท่ี เหมาะสมกบั สถานทตี่ ้งั เหมาะสมกบั งานน้นั ๆ เป็ นสาคญั

4. ดอกไม-้ ใบไม้ ไมก้ ลดั เขม็ หมุด ลวดตวั ยู ไมไ้ ผ่ ลวด หุ่น เขม็ ดา้ ย ใบตอง มีด ปากคีบ คีมตดั ลวด ไม้
บรรทดั ถาด กะละมงั กระบอกฉีดน้า แป้ นหมุน ผา้ เช็ดมือ ผา้ ขาวบาง

5. เตรียมวสั ดุ – อุปกรณ์ จดั หาสถานที่ ต้งั ใจในการปฏิบตั งิ าน ใชฝ้ ีมืออนั ประณีต ควรรกั ษาเวลาในการ
ปฏิบตั งิ าน

6. กระทงใส่ดอกไม้ และมีกรวยครอบ โดยมกั จดั อยบู่ นธูปเทียนแพเสมอ

7. งานขอขมา งานอุปสมบท งานมงคลสมรส วนั ไหวค้ รู

8. กลีบหกั คอมา้

127

ใบงานที่ 7 หน่วยท่ี 4

รหัสวชิ า 20406-2002 สอนคร้ังที่ 12-14

ช่ือวชิ า งานใบตอง

ชื่อหน่วย เทคนิคการประดิษฐง์ านใบตองตาม เวลารวม 15 ชว่ั โมง

แนวอนุรกั ษ์

ชื่อเรื่อง การประดิษฐพ์ านพมุ่ จานวน 10 ชว่ั โมง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

คาชี้แจง

ใหน้ กั เรียนฝึกออกแบบและประดิษฐพ์ านพมุ่ กลุ่มละ 2 คน กลุ่มละ 1 พาน

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

เมอื่ นักเรียนศึกษาเนือ้ หานี้แล้ว นักเรียนสามารถ

1. เตรียมวสั ดุ – อุปกรณ์ทีจ่ ะนามาประดิษฐพ์ านพมุ่ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

2. บอกหลกั การประดิษฐพ์ านพมุ่ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

3. สามารถออกแบบงานตามแนวอนุรักษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ิน

4. ปฏิบตั ิงานดว้ ยความต้งั ใจ เสร็จตามเวลาท่ีกาหนดและมีกิจนิสยั ทดี่ ีในการปฏิบตั ิงาน

สมรรถนะรายหน่วย

ประดิษฐแ์ ละตกแต่งงานใบตองในโอกาสต่างๆ

วัสดุ

กลว้ ยไมซ้ ีซาร์ กลว้ ยไมม้ าดาม กลว้ ยไมเ้ หลือง กลว้ ยไมด้ ูดสีสีน้าเงนิ ดอกบานไม่รูโ้ รยสี
ชมพู่ ดอกรักช่อ ดอกพดุ ใบแกว้ ใบตองตานี ข้วั ชบา ไมไ้ ผ่ เขม็ รอ้ ยมาลยั น้นั เขม็ หมุด

ดา้ ยเบอร์ 60 สีขาว สีม่วง สีเขียว

ลาดบั ข้นั การปฏิบตั กิ าร

วธิ ีทา

1. ป้ันดินเหนียวใหเ้ ป็ นรูปทรงดอกบวั ตูม ปักไมไ้ ผท่ ี่เตรียมไวใ้ นตาแหน่งยอด

2. แบ่งหุ่นดินเหนียวตามแนวตามขอบพานโดยรอบเป็ น 8 ส่วน ใชป้ ลายไมก้ ลดั วาดรูปกลีบบวั ส่วนละ

1 กลีบ ขนาดเทา่ ๆ กนั ท้งั 8 กลีบ

3. ใชป้ ลายมีดกรีดตามลายเสน้ ท่วี าดไวใ้ นขอ้ 2 ความลึกประมาณ น้ิว ขดู ดินส่วนท่ีเป็นพน้ื ต้งั แต่

เหลือรอยกรีดข้นึ ไปถึงส่วนยอดของหุ่นออกตามความเหมาะสม และแต่งใหพ้ น้ื ผวิ เรียบ โดยรอบจะไดก้ ลีบ

บวั นูน จานวน 8 กลีบ ตามตอ้ งการ

4. เด็ดกลีบกลว้ ยไมซ้ ีซาร์ ส่วนทีเ่ รียกวา่ ปาก แยกไวส้ าหรบั ใชต้ อ่ ไป

128

ใบงานที่ 7 หน่วยการเรียนที่ ......4.............
รหัส ...3406-2112......วชิ า ..เทคนิคงานใบตอง........ จานวน .................2 ....หน่วยกิต
จานวนชั่วโมงรวม....32... ชั่วโมง
ช่ือหน่วย.....การประดิษฐง์ านใบตองตามแนว
อนุรกั ษศ์ ิลปวฒั นธรรมในทอ้ งถิ่น.................... จานวน..................16......ชว่ั โมง
ช่ือเรื่อง.........การประดิษฐพ์ านพมุ่ .................................

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกหลกั ของการประดิษฐพ์ านพมุ่ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. สามารถเลือกวสั ดุอุปกรณ์ทจ่ี ะนามาประดิษฐพ์ านพมุ่ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. สามารถออกแบบของงานตามแนวอนุรักษศ์ ิลปวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ิน
4. มีกิจนิสยั ที่ดีในการปฏบิ ตั ิงาน

วสั ดแุ ละอปุ กรณ์
กลว้ ยไมซ้ ีซาร์ กลว้ ยไมม้ าดาม กลว้ ยไมเ้ หลือง กลว้ ยไมด้ ูดสีน้าเงนิ ดอกบานไมร้ ูโ้ รยสีชมพู ดอก

รักช่อ ดอกพดุ ใบแกว้ ใบตองตานี ข้วั ชบา ไมไ้ ผ่ เขม็ ส้นั เขม็ หมุด ดา้ ยสีขาว สีม่วง สีเขยี ว
ลาดับข้นั ในการปฏบิ ัติงาน

1. ป้ันดินเหนียวใหเ้ ป็นรูปทรงดอกบวั ตมู ปักไมไ้ ผท่ เ่ี ตรียมไวใ้ นตาแหน่งยอด
2. แบ่งหุ่นดินเหนียวตามแนวตามขอบพานโดยรอบเป็ น 8 ส่วน ใชป้ ลายไมก้ ลดั วาดรูปกลีบบวั
ส่วนละ 1 กลีบ ขนาดเท่าๆ กนั ท้งั 8 กลีบ
3. ใชป้ ลายมีดกรีดตามลายเส้นท่ีวาดไวใ้ นขอ้ 2 ความลึกประมาณ นิ้ว ขูดดินส่วนที่เป็ นพ้ืน
ต้งั แตเ่ หลือรอยกรีดข้ึนไปถึงส่วนยอดของหุ่นออกตามความเหมาะสม และแต่งใหพ้ ้นื ผิวเรียบ โดยรอบจะ
ไดก้ ลีบบวั นูน จานวน 8 กลีบ ตามตอ้ งการ
4. เด็ดกลีบกลว้ ยไมซ้ ีซาร์ ส่วนท่ีเรียกวา่ ปาก แยกไวส้ าหรบั ใชต้ อ่ ไป
5. จบั กลีบในกลว้ ยไมซ้ ีซ่าร์หนั ดา้ นโคนกลีบข้ึนขา้ งบน พบั ริมกลีบขา้ งซา้ ยและขา้ งขวามือ
ประสานกนั ตรงก่ึงกลางดา้ นหนา้ กลีบ แลว้ วางทาบลงบนหุ่นดินเหนียวจากช่วงบนส่วนยอดของตวั หุ่น ใช้

129

เขม็ หมุดปักยดึ ดินเหนียวจากช่วงบนส่วนยอดขอตวั หุ่น ใชเ้ ขม็ หมุดปักยดึ ติดใหแ้ น่น ซ่ึงวิธีการน้ีอาจเรียก
อีกอยา่ งหน่ึงวา่ พบั แบบกลีบบวั หงาย

6. ใชว้ ธิ ีการพบั และปักกลีบกลว้ ยไมเ้ ช่นเดียวกบั ขอ้ 5 ปักเป็นแถวตามขวางลามลงมาจนกระทงั่ เต็ม
พ้นื ทสี่ ่วนท่เี ป็นพ้นื เรียบท้งั หมดของหุ่นดินเหนียว ยกเวน้ ส่วนทเ่ี ป็ นลายกลีบบวั นูนท้งั 8 กลีบ

7. เด็ดกลีบในกลว้ ยไม้มาดาม ส่วนที่เรียกว่า ปาก พบั แบบกลีบบัวหงาย ใช้วิธีการพบั และปัก
เช่นเดียวกบั ขอ้ 5 ปักริมขอบกลีบบวั นูนจานวน 2 แถว

8. เด็ดกลีบในกลว้ ยไม้ดูดสีเหลือง พบั แบบกลีบบวั หงาย ใชว้ ิธีการพบั และปักเหมือนกบั ขอ้ 5
เช่นกนั ปักใหเ้ ตม็ พน้ื ท่ใี นกลีบบวั นูนใหส้ วยงามทุกกลีบ

9. ฉีกใบตองกวา้ งประมาณ 4 นิ้ว จานวน 8 ช้ิน วางชอ้ นสลบั ทิศทางกนั เยบ็ ดอกจนั ตรีตรึงตรง
ก่ึงกลางพออยู่ และตดั เป็นรูปกลีบบวั (ทาเช่นเดียวกนั น้ีจานวน 8 ชุด)

10. ตดั ลวดยาวประมาณ 12 นิ้ว ทบคร่ึงลงมาใช้สาหรับสอดไวต้ รงกลางแบบใบตองในขอ้ 9
ระหวา่ งใบตองช้นั ที่ 4 กบั 5 ใหป้ ลายลวดโผล่ออกมาดา้ นโคนกลีบแบบใบตอง เนาดว้ ยดา้ ยสีเขียวยดึ ติดกบั
แบบใบตองทกุ ชิ้น (ทาเช่นเดียวกนั น้ีท้งั 8 กลีบ)

11. เด็ดกลีบในกลว้ ยไมม้ าดาม พบั แบบกลีบบวั หงายเยบ็ ติดลงบนแบนใบตองทเ่ี ตรียมไวท้ ้งั 8 กลีบ
จากน้ันนามาเสียบติดท่ีโคนพมุ่ ดอกไมท้ ี่ทาไวใ้ นขอ้ 8 โดยหนั หนา้ กลีบข้ึนดา้ นบนและแต่ละกลีบใหส้ ับ
หวา่ งกบั กลีบบวั นูนดว้ ย ดดั แบบกลีบใหม้ ีลกั ษณะอ่อนชอ้ ย สวยงามทกุ กลีบยกข้นึ ต้งั บนพานทเี่ ตรียมไว้

12. รอ้ ยมาลยั ตมุ้ ยกดอกสาหรับทาเป็ นยอดพมุ่ ตามข้นั ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
12.1 เหลาไม้ไผ่ท่ีเหลืออีกอนั หน่ึงใหป้ ลายเล็กและเรียวแหลมคลา้ ยเข็มมาลยั ใชส้ าหรับร้อย

มาลยั ตุม้ ยกดอกจานวน 1 ตมุ้ ตามแผนผงั ดงั น้ี

130

12. 2 รอ้ ยดอกไมต้ ่อยอดมาลยั ตุม้ ใหส้ วยงาม คอื ร้อยดอกรักดอกใหญ่คว่าดา้ นโคนดอกลงจานวน 1
ดอก ร้อยประคาดอกรกั ลูกขนาดเลก็ 1 ลูก ร้อยดอกรักขนาดดอกเล็กสุด คว่าดา้ นโคนดอกลง
อีกจานวน 1 ดอก และปลายสุดร้อยดอกพดุ ตดั กา้ นส้นั จานวน 1 ดอก

13. ดึงไมไ้ ผท่ ่ีปักไวต้ าแหน่งยอดออก นายอดทาเสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ ปักลงแทน และยกวางบนพานท่ี
เตรียมไว้

14. ทาดอกข่าประดิษฐด์ ว้ ยกลีบกลว้ ยไมม้ าดามจานวน 16ดอก สาหรบั ใชเ้ ป็นดอกตมุ้ ของอุบะ
15. รอ้ ยเฟ่ื องดอกพดุ ตดั กา้ นส้นั สุดจานวน 8 สาย แต่ละสายนามาผกู โยงตดิ กบั ปลาย
16. รอ้ ยอุบะตุง้ ต้ิงจานวน 8 สาย ความยาวสายละ 3 ดอกสวม นามาผกู หอ้ ยระหวา่ งรอยต่อของเฟ่ือง
แต่ละสาย
17. รอ้ ยอุบะตุง้ ติง้ จานวน 8 สาย ความยาวสายละ 1 ดอกสวม นามาผกู หอ้ ยตรงก่ึงกลางของเฟื่ องแต่
ละสาย เพอ่ื ใหส้ วยงามน่ารกั ยงิ่ ข้นึ
18. ฉีกใบตองกวา้ งประมาณ 7 นิ้ว จานวน 8 ชิ้น วางซอ้ นสลบั ทิศทางกนั จากน้นั วาดเนา และตดั
เป็นรูป สก ตามแบบท่ีเตรียมไวล้ ่วงหนา้
19. เยบ็ แบบรูป สก ตามแบบใบตองทตี่ ดั ไวใ้ นขอ้ 18 โดยใชก้ ลีบกลว้ ยไมด้ ูดสีน้าเงนิ เยบ็ ลงบน
แบบรูปตวั ส และใชก้ ลีบกลว้ ยไมด้ ูดสีเหลืองเยบ็ ลงบนแบบรูปตวั ก
20. นาแบบ สก ท่ีเตรียมไวแ้ ลว้ ในขอ้ 19 วางทาบติดบนดา้ นหนา้ พมุ่ ดอกไมใ้ หอ้ ยตู่ รงจุดสายตา ใช้
เขม็ หมุดปักยดึ ใหเ้ รียบรอ้ ยและสวยงามตามตอ้ งการ

เอกสารอ้างองิ
จนั ทนา สุวรรณมาลี การจดั พาน สานกั พมิ พโ์ อเดียนสโตร์ 2539

ลาดบั ท่ี รายช่ือ

5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 50 การเลือกใชว้ สั ดุเหมาะสมกบั การปฏิบตั งิ าน แบบประเมินผลภาคปฏิบตั ิ
30 คะแนน
การเลือกวสั ดุอุปกรณ์
การปฏบิ ตั ิงานตามข้นั ตอน ช่ืองาน
ความร่วมมือในการปฏิบตั ิงาน
ผลงาน 131
ความสนใจและต้งั ใจ 20 คะแนน
การตรงต่อเวลา

การเก็บความสะอาดสถานท่ี

การปฏิบตั ิงานทนั ตามกาหนด
การนาเสนอผลงานกลุ่ม

ความสาเร็จของผลงาน
รวมคะแนน

132

แบบสังเกตความสนใจในการปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม

คาชี้แจง 1. ใหห้ วั หนา้ กลุ่มเป็นผสู้ งั เกตความสนใจในการปฏบิ ตั ิงานกลุ่ม
2. ใหท้ าเครื่องหมาย  ลงในช่องการปฏบิ ตั งิ าน ใหต้ รงกบั ความเป็ นจริง

ชื่อผถู้ ูกสงั เกต กลุ่มที่

ระดบั ความสนใจในการปฏิบตั งิ าน

ลาดบั ที่ พฤตกิ รรมท่ีสงั เกต นอ้ ย ปานกลาง มาก

1 ความร่วมมือในการกาหนดหนา้ ทข่ี องสมาชิกในกลุ่ม (1) (2) (3)
2 การแสดงความคดิ เห็นในการวางแผนการทางาน
3 การรับฟังความคดิ เห็นจากสมาชิกในกลุ่ม
4 ความต้งั ใจทางานท่ีไดร้ ับมอบหมายจากกลุ่ม
5 ความร่วมมือในการปรับปรุงผลงานใหถ้ ูกตอ้ งสวยงาม
6 ความร่วมมือในการรักษาความสะอาด

รวม
รวมคะแนนทไี่ ด้

ลงช่ือ หวั หนา้ กลุ่ม
()
//

133

ใบงานที่ 8 หน่วยท่ี 4

รหัสวชิ า 20406-2002 สอนคร้ังท่ี 14

ช่ือวชิ า งานใบตอง

ชื่อหน่วย เทคนิคการประดิษฐง์ านใบตองตาม เวลารวม 15 ชว่ั โมง

แนวอนุรักษศ์ ิลปวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ินกบั

เศรษฐกิจพอเพยี ง

ช่ือเร่ือง การประดิษฐก์ ระทงดอกไมจ้ ากผา้ จานวน 5 ชวั่ โมง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

คาชี้แจง

ใหน้ กั เรียนฝึกออกแบบและประดิษฐก์ ระทงดอกไมจ้ ากผา้ คนละ 1 พาน

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

เมอื่ นักเรียนศึกษาเนือ้ หานี้แล้ว นักเรียนสามารถ

1. เตรียมวสั ดุ-อุปกรณ์ท่จี ะนามาประดิษฐก์ ระทงดอกไมจ้ ากผา้ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

2. บอกหลกั การประดิษฐก์ ระทงดอกไมอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

3. สามารถออกแบบงานตามแนวอนุรักษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ิน

4. ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความต้งั ใจ เสร็จตามเวลาทก่ี าหนดและมีกิจนิสยั ทดี่ ีในการปฏิบตั ิงาน

สมรรถนะรายหน่วย

ประดิษฐแ์ ละตกแตง่ งานใบตองในโอกาสตา่ งๆ

วสั ดุ

ผา้ ทซ่ี ีลงเยลล่ีสีเขยี วอ่อน เขยี วเขม้ เขียวกลาง โฟมกลมเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง 2 ½น้ิวหนา 1 น้ิว ผา้ ออร์แกนซ่า

สีชมพู

ลาดับข้นั การปฏบิ ัติงาน

วธิ ีทา

1. ตดั โฟมเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง 3 นิ้ว สูง 1 นิ้ว เกลาดา้ นบนและดา้ นล่างมนเลก็ นอ้ ย
2. กรีดผา้ กวา้ ง 1 นิ้ว ยาว 8 น้ิว จานวน 45 ชิ้น
3. นาผา้ ทีก่ รีดมาพบั กลีบหกั คอมา้ เยบ็ เป็นแผงยาว

4. นาช้ินสุดทา้ ยมาสอดเขา้ กบั ช้ินแรกเยบ็ ตรึงให้แน่น
5. นากลีบหกั คอมา้ ที่เยบ็ เป็ นวงกลมมาสวมลงในหุ่นโฟม ปรับปากกระทงใหเ้ สมอกนั ตรึงดว้ ยตะปู

หมุด

6. นาผา้ ทซี ีสีเขียวอ่อนมาพบั กลีบโดยตดั กวา้ ง 1 นิ้ว ยาว 5 ซม. ตามทอ่ี อกแบบติดโดยรอบกระทงกะ

ระยะช่องไฟใหเ้ ทา่ กนั จนรอบช้นั ที่ 1 และติดสบั หวา่ งช้นั ท่ี 2 ,3

134

ใบงานที่ 8 หน่วยการเรียนท่ี ......4.............
รหัส ...3406-2112......วชิ า ..เทคนิคงานใบตอง........ จานวน .................2 ....หน่วยกิต
จานวนชั่วโมงรวม....32... ชั่วโมง
ชื่อหน่วย.....การประดิษฐง์ านใบตองตามแนว
อนุรกั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ิน.................... จานวน..................16......ชวั่ โมง
ชื่อเร่ือง.........การประดิษฐก์ ระทงดอกไม.้ ................................

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกหลกั ของการประดิษฐพ์ านพมุ่ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. สามารถเลือกวสั ดุอุปกรณ์ทจ่ี ะนามาประดิษฐพ์ านพมุ่ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. สามารถออกแบบของงานตามแนวอนุรักษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมในทอ้ งถิ่น
4. มีกิจนิสยั ที่ดีในการปฏิบตั ิงาน

วัสดุและอปุ กรณ์
ใบตองตานี หยวกกลว้ ย ดอกพดุ จมูกกลว้ ยไมซ้ ีซาร์ เขม็ หมด ดา้ ยสีเขียว ชมพู เบอร์ 60 เขม็ มือ

เบอร์ 9 (ยาว) กรรไกร มีด ผา้ เช็ดมือ ถาด กระบอกฉีดน้า
ลาดับข้นั ในการปฏบิ ัตงิ าน

1. เกลาหยวกกลว้ ยเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง 3 นิ้ว สูง 1 น้ิว โดยเกลาดา้ นบนและดา้ นล่างมนเล็กนอ้ ย
2. เลือกใบตองทางตรง ฉีกใบตองกวา้ ง 1 นิ้ว จานวน 45 ช้ิน
3. นาใบตองท่ฉี ีกไว้ มาพบั กลีบหวั ขวาน (คอมา้ ) เป็นแผงยาว
4. ตดั ชายใบตองใหห้ ่างจากรอยเยบ็ ประมาณ ¼ น้ิว จากน้นั นาช้ินสุดทา้ ยมาสอดเขา้ ไปในชิ้นแรก
เยบ็ ตรึงใหแ้ น่น
5.นากลีบคอมา้ ที่เยบ็ เป็นวงกลมมาสวมลงในหุ่นหยวกกลว้ ย ปรับปากกระทงใหเ้ สมอกนั ตรึงดว้ ย
ตะปูหมุด
6. นากลีบกลว้ ยไมซ้ ีซ่ามาพบั ทบซา้ ย-ขวา ตรึงตะปูหมุดลงในหุ่นตวั กระทง กะระยะของโฟมให้
เท่ากนั จนรอบช้นั ท่ี 1 จากน้นั ติดช้นั ที่ 2 และ 3 ใหส้ บั หวา่ งกนั
7. ส่วนในช้นั ที่ 4 พลิกกลีบกลว้ ยไมซ้ ีซ่าใหห้ งายข้นั สบั หวา่ งตรงกบั ช้นั ที่ 2
8. ตดั ใบตองวงกลมเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง 2 ¾ น้ิว จานวน 2 ช้ินประกบกนั นาไปปิ ดรอยตะปูหมุด
วธิ ีทากรวยจีบ

135

1. ฉีกใบตองกวา้ ง 8 นิ้ว จานน 2 แผน่ นามาวางสลบั ทางอ่อนแขง็ จบั ตรงกลางมว้ นทบประมาณ 45
องศา มว้ นจนสุดริมใบตอง ตรึงดอกจนั ไวต้ รงมุมดา้ นล่าง ตดั ริมใบตองท่ีปากกรวยใหเ้ สมอกนั (ความสูง
ของตวั กรวยเทา่ กบั 1 ½ ของความกวา้ งปากกระทง)

2. ฉีกใบตองกวา้ ง 1 ¼ นิ้ว จานวน 28 ชิ้น นาใบตองมาพบั ทบคร่ึง วางทาบทบั บนใบตองอีกช้ิน
หน่ึง

3. พบั ช้ินต่อไปมาทาบทบั โดยเยบ็ ท้งั ฝีเขม็ บนและฝีเขม้ ล่างพร้อมกนั เจยี นใบตองส่วนบนออกให้
บางและเหลือนอ้ ย เพอื่ ช่วยใหก้ รวยเรียวบาง

4. เยบ็ เพมิ่ ข้ึนท่ลี ะ 1 ชิ้น นาไปสวมใส่ปากกระทงใหเ้ ลก็ กวา่ ปากกระทงประมาณ ½ น้ิว
5. นาช้ินสุดทา้ ยสอดไวไ้ ดช้ ิ้นแรก เยบ็ ติดท้งั ส่วนบนและส่วนล่าง
6. นาจมูกกลว้ ยไมซ้ ีซ่ามาพบั ทบเยบ็ ตดิ ส่วนยอดเรียงประกบกนั 3 กลีบ ตดั ส่วนกลีบดา้ นล่างออก
7. ถกั ตะขาบแบนตวั เลก็ ๆ ปิ ดรอยตอ่ โดยการแทงเขม็ ข้ึนลงตามซอกรอยถกั
8. ฉีกใบตองกวา้ ง 1 ½ ซม. นามามอบปากกรวยโดยเยบ็ ฝีมือเขม็ ห่างช่องละ 1 ซม. โดยรอบ
9. นาจมูกกลว้ ยไมซ้ ีซ่ามาพบั และเยบ็ ตดิ กบั ปากกรวยโดยรอบ 1 ช้นั
10. ถกั ตะขาบแบนตวั ขนาดกลาง ความยาวเท่ากบั ปากกรวย
11. นาดอกข่าดอกพดุ ที่มดั ไวจ้ านวน 16 ดอก เสียบดว้ ยไมก้ ลดั ดา้ นล่าง พนั ดว้ ยฟลอร่าเทปนาไปจดั
ลงในตวั กระทงใหเ้ ตม็ พอดีกบั ตวั กระทง
ข้นั ตอนการทากรวยจีบ

1. พบั ใบตองเฉียบ 2. มว้ นใบตองจนสุดริม 3. ฉีกใบตองเป็นสนั พบั 4. พบั ชิ้นตอ่ ไปทาบกบั
ทบประมาณ 45 องศา ใบตองตรึงดอกจนั ตรง ทบเยบ็ ตรึงดา้ นบนเจียม เยบ็ ฝีเขม็ บนและฝีเขม็ ล่าง

มุมดา้ นล่างใหแ้ น่นตดั ใบตองส่วนบนออกใหบ้ าง
ริมใบตองท่ีปากกรวย
ใหเ้ สมอกนั

136

5. เยบ็ ตรึงยอดกรวย 6. นากลีบจมูกกลว้ ยไม้ 7. ติดดว้ ยตะขาบแบน 8. มว้ นปากกรวยใหเ้ รียบร้อย
ติดส่วนยอด 3 กลีบ ยอดกรวย

9. เยบ็ ปิ ดทบั ดว้ ยจมูกกลว้ ย 10. ปิ ดทบั ดว้ ยตะขาบแบน
กลว้ ยไมซ้ ีซ่าโดยรอบปาก ดา้ นล่างอีกคร้ัง
กรวย

วธิ ีพบั กลีบคอมม้า หรือหัวขวาน
1. ฉีกใบตองกวา้ ง 1 น้ิว พบั ริมแขง็ ทบลงมาต้งั ฉาก
2. พบั ริมอ่อนลงมาชิดกบั ดา้ นแขง็
3. พบั ทบสองขา้ งเขา้ หากนั โดยใหป้ ลายกลีบชิดและแหลม
4. คว่ากลีบลงใหด้ า้ นสนั ใบตองอยดู่ า้ นบน พบั ริมใบตองลงมาใหช้ ิดริมใบตอง จากน้นั พบั ริมดา้ นซา้ ยทบ
ข้ึนอีก 1 คร้ัง
5. พบั ดา้ นหลงั เช่นเดียวกบั ดา้ นหนา้
6. นากลีบที่ 2 มาสวมครอบในกลีบท่ี 1 เยบ็ เป็ นแผงยาวเทา่ กบั ตวั หุ่นเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง 3 นิ้ว จากน้นั นากลีบ
แรกและกลีบสุดทา้ ยมาเยบ็ สวมต่อกนั ใหเ้ รียบร้อย

137

ข้นั ตอนการพบั กลีบคอม้าหรือหัวขวาน

1.พบั ริมอ่อนของใบตอง 2. พบั ริมท้งั 2 ขา้ งลงมา 3. พบั ทบเขา้ หากนั 4. คว่ากลีบใหส้ ันใบตอง
ลงมาชิดต้งั ฉาก ทบต้งั ฉากใหป้ ลายแหลม อยดู่ า้ นบน พบั ริมใบตอง
ลงมาใหช้ ิด

5. พบั ทบริมดา้ นบน 6. นากลีบมาสวมกนั 7. สวมกลีบคอมหา้ เยบ็ ตรึง
เป็ นแผงยาว

วิธีเยบ็ ดอกข่าจากดอกพดุ
1. คดั ดอกพดุ ใหม้ ีขนาดเทา่ ๆกนั นาดอกพดุ ดอกท่ี 1 พนั ดว้ ยดา้ ยและนาอีก 3 ดอกมาประกบเรียง

โดยใหด้ อกท่ีหน่ึงสูงประมาฯ ½ ซม. พนั ดว้ ยดา้ ยใหแ้ น่น
2. ช้นั ที่ 3 วางดอกพดุ สบั หวา่ งกบั ช้นั ท่ี 2 พนั ดว้ ยดา้ ยเช่นเดียวกนั
3. ในช้นั ที่ 4 นาดอกพดุ มาจบั เรียงดอกโดยรอบใหเ้ ป็นทรงกลมประมาณ 5-6 ดอก พนั ดว้ ยดา้ ยให้

แน่นลกั ษณะดอกขา่ จะเหมือนทรงดอกบวั ตมู
ข้นั ตอนการเย็บดอกข่าจากดอกพดุ

1. มดั ดอกพดุ ดอกท่ี 1 พบั 2. นาดอกพดุ อีก 3 ดอก วาง 3. ดอกพดุ ช้นั ที่ 3วางสบั หวา่ ง

ดว้ ยดา้ ย ประกบเรียงพนั ดว้ ยดา้ ยให้ กบั ช้นั ที่ 2 พนั ดว้ ยดา้ ยใหแ้ น่น

138

แน่น
ข้นั ตอนการประกอบกระทงดอกไม้สัตตบุษย์ธารา

1. ตวั กระทงเยบ็ กลีบ 2. กลีบคอมา้ ทเี่ ยบ็ เป็น 3. ติดจมูกกลว้ ยไมซ้ ีซ่าร์ 4. ตดิ จมูกกลว้ ยไมซ้ ีซ่าร์

คอมา้ เป็นแผงยาว แผงแลว้ นามาหุม้ หุ่น โดยรอบกระทง แถวที่ 1 โดยรอบกระทง แถวที่ 2

กลว้ ยใหไ้ ดร้ ูปทรง สบั หวา่ งกบั แถวที่ 1

ต้งั ได้

วธิ ีถกั ตะขาบแบน

5. ติดจมูกกลว้ ยไมซ้ ีซ่าแถวท่ี3 1. ฉีกใบตองกวา้ ง ½ ซม. แบ่งคร่ึงใหเ้ ป็น 2 ช้ิน ๆ ละประมาณ ¼ ซม.
และแถวท่ี 4 สบั หวา่ งกนั จน 2. จบั ใบตองดา้ นซา้ ยมือใหส้ ีเขียวของใบตองอยดู่ า้ นบน พบั ทบตามเสน้
รอบกระทง ใบตองใหส้ ่วนทสี่ ้นั อยดู่ า้ นล่าง
3. มือดา้ นขวาจบั ใบตองใหส้ ีเขียวอยดู่ า้ นบน พบั ส่วนส้นั ใหอ้ ยดู่ า้ นล่าง
เช่นกนั จากน้นั นาใบตองทางดา้ นขวามอื สอดคลอ้ งกบั ใบตองดา้ นซา้ ยมือ
ดึงใหช้ ิดกบั ริมของใบตอง จบั ใบตองเสน้ ยาวทางดา้ นขวามือโคง้ ใหเ้ ป็น
ห่วงสอดข้นึ ไปในเสน้ ดา้ นซา้ ยมือ ดึงใหช้ ิด จบั เสน้ ยาวทางดา้ นซา้ ยลงมา
ใหช้ ิดเช่นกนั
4. จากน้นั เปล่ียนมือมาจบั ทางดา้ นขวามือและถกั ในลกั ษณะเดียวกบั
ทางดา้ นซา้ ยมือ
5. ถา้ ความยาวของตวั ตะขาบยงั ยาวไม่พอก็ใหต้ ่อใบตอง โดยฉีกใบตองให้
มีขนาดเท่ากบั ¼ ซม. สอดตอ่ ในช้ินใบตองทีส่ ้นั สุด โดยหนั ใหส้ ีของ
ใบตองเหมือนกนั สอดปลายเก็บไวด้ า้ นหลงั ของตวั ตะขาบ

139

ข้นั ตอนการถักตะขาบแบน

1. ฉีกใบตอง 2 เสน้ 2. มอื ซา้ ยจบั ใบตอง 3. ดึงใบตองดา้ นขวา 4. ต่อตวั ตะขาบใหส้ อด 5. สุดความยาวของ

เส้นละ ¼ ซม. ตาม พบั ทบใหด้ า้ นสีเขียว มอื ให้ชิด จบั ใบตอง ใบตองทางดา้ นหลงั ตวั ตวั ตะขาบเก็บปลาย

ความยาวของใบตอง ใบตองอยดู่ า้ นบน มือ ดา้ นขวาเป็นห่วง สอด ตะขาบ ให้ดา้ นนวล ดึงปลายใบตองสอดเขา้

ขวาจบั ใบตอง เช่น เขา้ ไปดา้ นซา้ ยดึงดา้ น ใบตองข้ึน แลว้ กถ็ กั ไปในห่วง ดึงใหแ้ น่นท้งั

เดียวกบั มือซา้ ย ให้ชิดกนั จากน้นั ทา เช่นเดียวกนั 2 ขา้ ง

คลอ้ งใบตองดา้ น ห่วงดา้ นซา้ ยสอดเขา้

ซา้ ย ไปในห่วงขวาแลว้ ดึง

ดา้ นขวาใหช้ ิดทาเช่น

น้ีจนสุดใบตอง

เอกสารอ้างอิง
พรยพุ รรณ พรสุขสวสั ด์ิ งานใบตองวิจติ ร ตองนวลมวลบปุ ผา สานกั พมิ พแ์ ม่บา้ น

140

แผนการจัดการเรียนรู้

หน่วยท่ี.................5............................จานวน................15.............ชั่วโมง สัปดาห์ที่ ..............15-16........
ชื่อวิชา........งานใบตอง.................................................................................................................................
ช่ือหน่วย....การคิดคานวณตน้ ทนุ ................................................................................................................
ชื่อเรื่อง.......การคดิ คานวณตน้ ทุน กาหนดราคาขาย.......................................................................................

1. สาระสาคญั

การประดิษฐช์ ้ินงานต่าง ๆ ข้ึนมา ตอ้ งมีการลงทนุ นกั เรียนส่วนใหญ่จะปฏิบตั งิ าน แตจ่ ะคดิ ราคา
ทุนและกาหนดราคาขายไม่ได้ จงึ จะตอ้ งความรูเ้ กี่ยวกบั การคานวณราคา การคดิ คานวณตน้ ทนุ จงึ จะประสบ
ความสาเร็จ

2. สมรรถนะประจาหน่วย

คานวณตน้ ทุน กาหนดราคาและเก็บรักษาช้ินงานก่อนการใชง้ าน

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายการคิดคานวณราคาตน้ ทุนของช้ินงานได้
2. อธิบายการคดิ ราคาค่าแรงได้
3. อธิบายการคดิ คานวณราคาทุน ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
4. มีความภาคภมู ิใจในผลงานของตนเอง
5. มีความซื่อสตั ย์ ไม่นาผลงานของผอู้ ่ืนมาเป็นผลงานของตนเอง
6. มีมนุษยส์ มั พนั ธ์ รู้จกั สามคั คี ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั
4. สาระการเรียนรู้
การคานวณราคา หมายถึง การคานวณราคาตน้ ทนุ ของสินคา้ ซ่ึงเร่ิมต้งั แตก่ ารผลิต วสั ดุที่ใชใ้ นการ
ผลิต ค่าสึกหรอของเคร่ืองมือ ค่าแรง ค่าขนส่ง เป็ นตน้
องคป์ ระกอบทีใ่ ชพ้ จิ ารณาในการคานวณราคาตน้ ทนุ มีดงั น้ี
1. ราคาวสั ดุ ชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือผลิตภณั ฑท์ ใ่ี ชใ้ นการผลิต
2. คา่ โสหุ้ย ท่ใี ชใ้ นการผลิตและดาเนินการไดแ้ ก่

2.1 ค่าเครื่องจกั เครื่องมือ อุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นการผลิต

141

2.2 ค่าขนส่ง ขนยา้ ย ต้งั แตเ่ ริ่มแรกจนเสร็จงาน
2.3 คา่ ตดิ ต้งั ซ่อมแซมทอ่ี ยใู่ นระหวา่ งการทาสญั ญาหรืออ่ืนๆ
2.4 คา่ สาธารณูปโภค
2.5 ค่าวสั ดุอุปกรณ์ ครุภณั ฑส์ านกั งานโรงงาน
2.6 ค่าออกแบบหรือตน้ แบบ

142

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ....5...... หน่วยการเรียนท่ี ......5.............

รหัส ...3406-2112......วชิ า ..เทคนิคงานใบตอง........ จานวน .................2 ....หน่วยกิต

ช่ือหน่วย.....การคิดคานวณตน้ ทุน.................... จานวนชั่วโมงรวม....4.... ช่ัวโมง

ช่ือเร่ือง.........การคดิ คานวณตน้ ทุน กาหนดราคาขาย.......................... จานวน....................4......ชวั่ โมง

สาระสาคญั
การประดิษฐช์ ้ินงานต่างๆ ข้ึนมา ตอ้ งมีการลงทนุ นกั ศกึ ษาส่วนใหญ่จะปฏิบตั งิ าน แต่จะคดิ ราคาทนุ

และกาหนดราคาขายไม่ได้ จงึ จะตอ้ งมีความรู้เก่ียวกบั การคานวณราคา การคดิ คานวณตน้ ทุน จึงจะประสบ
ความสาเร็จ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการคิดคานวณราคาตน้ ทนุ ของชิ้นงานได้
2. อธิบายการคดิ ราคาค่าแรงได้
3. อธิบายการคิดคานวณราคาทนุ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
4. มีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง
5. มีความซ้ือสตั ย์ ไม่นาผลงานของผอู้ ื่นมาเป็นผลงานของตนเอง

เนื้อหาสาระ

การคานวณราคาและกาหนดราคา
การคานวณราคา หมายถึง การคานวณราคาตน้ ทนุ ของสินคา้ ซ่ึงเร่ิมต้งั แตก่ ารผลิต วสั ดุท่ีใชใ้ นการ

ผลิต คา่ สึกหรอของเครื่องมือ ค่าแรง ค่าขนส่ง เป็ นตน้

องค์ประกอบทใ่ี ช้พิจารณาในการคานวณราคาต้นทนุ มีดังนี้
1. ราคาวสั ดุ ช้ินส่วนอุปกรณ์ หรือผลิตภณั ฑท์ ใ่ี ชใ้ นการผลิต
2. ค่าโสหุย้ ทใ่ี ชใ้ นการผลิตและดาเนินการไดแ้ ก่
2.1 คา่ เคร่ืองจกั ร เครื่องมือ อุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการผลิต
2.2 คา่ ขนส่ง ขนยา้ ย ต้งั แต่เริ่มแรกจนเสร็จงาน
2.3 คา่ ติดต้งั ซ่อมแซมท่ีอยใู่ นระหวา่ งการทาสัญญาหรืออื่นๆ
2.4 คา่ สาธารณูปโภค เช่นค่าน้า ค่าไฟ
2.5 ค่าวสั ดุอุปกรณ์ ครุภณั ฑ์ สานกั งานโรงงาน
2.6 ค่าออกแบบหรือตน้ แบบ

143

2.7 ค่าใชจ้ ่ายเบด็ เตล็ด เช่น คา่ ตดิ ตอ่ แนะนา ตอ้ นรับ ฯลฯ
3. คา่ แรงท่ีใชใ้ นการผลิต ใชร้ ะยะเวลาในการทางานมากนอ้ ยแคไ่ หน
การกาหนดราคา หมายถึง การกาหนดราคาขายของสินคา้ ชนิดน้นั ๆ เป็นการเพมิ่ จานวนเงนิ เขา้ ไปในราคา
ทนุ ซ่ึงผลตา่ งระหวา่ งราคาทุนกบั ราคาขายคอื กาไร
1. วัตถปุ ระสงค์ในการกาหนดราคา ประกอบด้วย
1.1 วตั ถุประสงคใ์ นรูปของกาไร วตั ถุประสงคท์ ีม่ ุ่งกาไรสูงสุด ซ่ึงตอ้ งการผลกาไรมากข้นึ

เพอ่ื ทดแทนการลงทนุ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว แตถ่ า้ กิจการขนาดเลก็ และไม่ไดอ้ ยใู่ นความนิยม
ของผบู้ ริโภค ถา้ กาหนดราคาเพอ่ื ใหไ้ ดก้ าไรสูงจะทาใหจ้ าหน่ายไม่ไดห้ รือจาหน่ายได้
1.2 วตั ถุประสงคร์ ูปมุ่งการขาย วตั ถุประสงคท์ ่กี ล่าวน้ี เป็ นวตั ถุประสงคท์ ี่เป็ นท่นี ิยมของกิจการ
ต่างๆมาก เพราะเช่ือวา่ การเพม่ิ ยอดขายมากกจ็ ะสามารถทากาไรไดม้ ากข้ึนดว้ ย แตค่ วามเชื่อ
ดงั กล่าว กาลงั มีผลนอ้ ยลง เพราะเม่ือยอดขายสูง สามารถเป็ นหน่ึงในตลาดแต่ตอ้ งเสียค่าใชจ้ า่ ย
ในดา้ นการขายมาก เช่น เงินเดือน ผบู้ ริหาร ผขู้ าย ฉะน้นั ผลกาไรสุทธิจึงนอ้ ย
1.3 วตั ถุประสงคเ์ ก่ียวกบั การรกั ษาฐานะเดิมเป็ นไปในลกั ษณะหลีกเล่ียงการแขง่ ขนั ตรึงราคาไว้
เพอ่ื ลดอนั ตรายอนั เกิดจากการขาดทนุ หรือทาใหผ้ แู้ ข่งขนั ตดั สินใจไม่ถูกวา่ จะข้ึนหรือลดลง
ราคาสินคา้ หรือบริการทเี่ ขามีอยอู่ ยา่ งไร
2. การกาหนดราคาขายมนี โยบายกว้างๆ ดังนี้
2.1 ไม่ขายสินคา้ ในราคาตอ่ หน่วยต่ากวา่ ราคาทุนของราคาผลิตหรือราคาตน้ ทนุ ของสินคา้
2.2 กาหนดราคาต่ากวา่ ของผแู้ ข่งขนั
2.3 กาหนดราคาทอ้ งตลาดหรือราคาคูแ่ ข่งขนั
2.4 ต้งั ราคาสูงกวา่ คู่แขง่ ขนั เพอื่ แสดงวา่ สินคา้ น้นั มีคุณภาพดีกวา่
2.5 ต้งั ราคาต่ากวา่ คูแ่ ข่งขนั เพอื่ สามารถขายสินคา้ ไดม้ าก
2.6 ต้งั ราคาตามคูแ่ ข่งขนั รายหน่ึงรายใดโดยเฉพาะ
3. องค์ประกอบที่ใช้พจิ ารณาเกย่ี วกบั ผลกาไร
3.1 ลดและควบคุมตน้ ทนุ ทกุ ชนิด
3.2 ตอ้ งแน่ใจวา่ ราคาขายที่กาหนดไวน้ ้นั ถูกตอ้ งโดยที่ผซู้ ้ือพอใจกบั ราคาสินคา้ และราคาขายน้นั
ให้ผลกาไรที่สมเหตุสมผลกบั การดาเนินธุรกิจน้นั ๆ ท้งั น้ีตอ้ งพจิ ารณาถึงความเหมาะสมและ
ความพอใจของผซู้ ้ือเป็นสาคญั
3.3 ควรเนน้ ถึงคุณภาพของสินคา้ เพราะจะเป็ นแรงจงู ใจให้ผซู้ ้ือ ซ้ือสินคา้ ทาใหย้ อดการขายสูงข้ึน
กาไรกจ็ ะมากข้นึ ดว้ ย

144

3.4 การคดิ ภาษีมูลค่าเพมิ่ ปัจจุบนั น้ีธุรกิจส่วนใหญ่จะคิดภาษีมูลค่าเพม่ิ 7% บวกกบั ราคาขายของ

สินคา้ แต่ถา้ เป็นธุรกิจเล็กๆ หรือร้านคา้ ที่เสียภาษีรายไดบ้ คุ คลธรรมดา เช่นรา้ นขายของชา ร้าน

ขายดอกไมจ้ ดั ดอกไมข้ นาดเลก็ กไ็ ม่จาเป็นตอ้ งคดิ ภาษีมูลค่าเพม่ิ บวกกบั ราคาขายกไ็ ด้

4. ตวั อย่างการคานวณราคาทนุ และกาหนดราคาขาย

4.1 โจทย์ จดั แจกนั ดอกไมท้ รงกลม ใชแ้ จกนั เซรามิคขนาดสูง 3 น้ิว ปากกวา้ ง 3 นิ้ว จานวน 1 ใบ

ราคา 30 บาท ใชด้ อกกุหลาบ 20 ดอก ราคาดอกละ 2 บาท ดอกพคี อ๊ ก 1 กา ราคากาละ 10

บาท ใบเฟิรน์มะขาม 1 กา กาละ 10 บาท ฟลอรลั โฟม 1 กอ้ น กอ้ นละ 14 บาท เบด็ เตลด็ เช่น

เทปผา้ เทปใส คิด 2 บาท ค่าโสหุย้ คิด 5 % คา่ แรงในการจดั ใชเ้ วลา 1 ชว่ั โมง คิดคา่ แรงข้นั ต่า

วนั ละ 130 บาท (หน่ึงวนั คดิ เวลา ทางาน 8 ชว่ั โมง ) คิดกาไร 30 %

4.2 วธิ ีการคานวณราคาตน้ ทนุ และกาหนดราคาขาย

4.2.1 รวมราคาวสั ดุที่ใชใ้ นการจดั ดอกไม้

4.2.2 คา่ โสหุย้ 5 % คานวณจากตน้ ทุนราคาวสั ดุในขอ้ 4.2.1

4.2.3 คิดคา่ แรงในการจดั ใชเ้ วลา 1 ชวั่ โมง คานวณจากค่าแรงข้นั ต่าวนั ละ 130 บาท หน่ึงวนั คดิ

เวลาทางาน 8 ชวั่ โมง

4.2.4 คิดกาไร 30 % คานวณจากผลรวมของตน้ ทุนราคาในวสั ดุ 4.2.1 ภาษมี ูลคา่ เพมิ่ 7 %

คานวณจากผลรวมของตน้ ทุนท้งั หมดกบั กาไร (ผลรวมต้งั แต่ขอ้ 4.2.1 แลว้ ก็ 4.2.4 )

4.2.5 รวมราคาขาย ผลรวมท้งั หมดต้งั แต่ขอ้ 4.2.6 อาจไม่เหมาะสม เช่น มีทศนิยม หรือเป็นตวั

เลขท่ไี ม่ลงตวั ควรปรบั ราคาขายใหม่

แหล่งจาหน่ายดอกไม้สด

ร้านค้าในกรุงเทพฯ มีแหล่งใหญท่ จ่ี าหน่ายดอกไมห้ ลายแห่งควรทราบดงั น้ี

ปากคลองตลาด เป็นตลาดขายดอกไมท้ ้งั ขายส่งและขายปลีกที่ใหญท่ ส่ี ุด

คุณภาพของดอกไมม้ ีหลายระดบั มีดอกไมท้ ีส่ งั่ ตรงจากต่างประเทศจนถึงดอกไมท้ ห่ี มดคุณภาพแลว้ เช่น

ดอกกหุ ลาบตอ้ งขายในลกั ษณะเอาไปทาบหุ งาสดหรือตากทาบหุ งาแหง้ หรือร้อยมาลยั ดงั น้นั

ปากคลองตลาดจงึ มีลูกคา้ ทุกระดบั

สุขมุ วทิ เป็นแหล่งขายดอกไมท้ ี่ผซู้ ้ือมีฐานะคอ่ นขา้ งดี ดอกทน่ี ามา

จาหน่ายจงึ เป็นดอกไมท้ ตี่ ดั มาเป็ นพเิ ศษและมีคณุ ภาพเด่นกวา่ ที่อื่น ผปู้ ระกอบกิจการไดม้ ีโอกาสไดก้ าไรดี

เพราะราคาจาหน่ายคอ่ นขา้ งสูง ลูกคา้ คนไทยนิยมไมต้ ดั ดอกเมืองหนาว เช่น กุหลาบ ลิลลี่ คาร์เนชนั และ

ดอกไมอ้ ื่นๆ มากกวา่ ดอกไมเ้ มืองรอ้ น ส่วนชาวต่างประเทศยา่ นสุขมุ วทิ นิยมใชก้ ลว้ ยไม้ และดอกไมเ้ มือง

รอ้ น เช่น ขงิ ชมพู ขงิ แดง ปักษาสวรรค์ ดาหลา

145

สีลม ลกั ษณะคลา้ ยกบั สุขมุ วทิ มีขอ้ ไดเ้ ปรียบอยบู่ างที่ลูกคา้ จะใช้

บริการไดต้ ลอดเวลากลางวนั และกลางคืน เพราะจะมีผเู้ ล้ียงชุมนุมกนั ยา่ นถนนสีลม สุริยวงคใ์ นยามค่าคืน

มากซ่ึงนิยมใชด้ อกไมแ้ สดงถึงความปรารถนาดีต่อกนั หรือมีการร่วมฉลองในโอกาสพเิ ศษ

สะพานควาย จะเป็นแหล่งทม่ี ีลูกคา้ ระดบั ปานกลาง ดอกไมก้ ็จะเป็ นเกรดบี

หรือเกรดซีข้นึ อยกู่ บั การใชบ้ ริการของลูกคา้

ตลาดนัด ลูกคา้ ส่วนใหญ่จะเป็ นแม่บา้ น ดอกไมเ้ กรดไม่สูงมาก พอใชไ้ ด้

มีราคาถูก ปริมาณจาหน่ายมาก

การคดิ ราคา

ในการคิดราคาดอกไมส้ ดทจี่ ดั น้นั ไมค่ วรคดิ ราคาสูงเกินไป เพอื่ ใหผ้ ทู้ ่ีมีใจรักดอกไมส้ ดไดซ้ ้ือไป

ประดบั ตกแต่งบา้ น เป็ นของขวญั ของเยย่ี มญาติมิตรเพอื่ นฝงู ถา้ ราคาไม่สูงเกินไปจะจาหน่ายไดใ้ นจานวน

มาก เพราะผซู้ ้ือจะบอกตอ่ ๆ กนั เป้ ฯการประชาสมั พนั ธร์ ้านใหเ้ ป็นอยา่ งดี เพราะดอกไมส้ ดจะอยไู่ ดไ้ ม่นาน

ราคาควรคดิ จาก

คา่ วสั ดุ+ ค่าแรง+ฝีมือ = ราคาขาย

ท่ี รายการ จานวน ราคา/หน่วย จานวนเงนิ หมายเหตุ

1 ใบตอง 2 ก.ก. 15 30

2 ดอกกลว้ ยไม้ 1 กา 90 90

3 ดอกมะลิ ½ลิตร 80 40

4 ใบเฟิร์นมะขาม 1 กา 15 15

5 ลวด 10 10

6 ฟลอร่าเทป 10 10

7 รวมราคาวสั ดุทีใ่ ช้ 195

8 คา่ โสหุย้ (5% คูณ 195) 9.75 คดิ 5 %

9 ค่าแรง คา่ แรง 1 วนั 8 ช.ม. 48.75 เวลา 3 ช.ม.

ค่าแรงข้นั ต่า 180/วนั 58.5
10 กาไร (30% คูณ 195)

11 ขอ้ 1 + ขอ้ 2 + ขอ้ 3+ขอ้ 4 312

12 ภาษมี ูลค่าเพม่ิ (7% คูณ 312) 21.84 คดิ 7 %
13 รวมราคาขาย (ขอ้ 5+ ขอ้ 6) 333.84

14 ราคาขายที่ปรับแลว้ 335

146

กิจกรรมการเรียนรู้การสอน
ข้นั เตรียม

1. ครูและนกั ศึกษาสนทนาร่วมกนั เก่ียวกบั เร่ืองการประดิษฐง์ านใบตอง ออกมาจาหน่ายตอ้ ง
คานึงถึงเรื่องใดบา้ ง
ข้นั สอน

2. ครูแจง้ จุดประสงคใ์ หน้ กั ศึกษาทราบวา่ เม่ือเรียนแลว้ นกั ศึกษาจะตอ้ งมีความรู้อะไรบา้ ง
3. นกั ศกึ ษาร่วมกนั ระดมสมองคดิ แลว้ ตอบปัญหาครู
4. ครูแจกเอกสารคานวณ และตวั อยา่ งใหน้ กั ศกึ ษาแตล่ ะคน และอธิบายเพมิ่ เตมิ
5. นกั ศึกษาคดิ คานวณงานท่ีตนเองรบั ผดิ ชอบ ครูช่วยแนะนาเพมิ่ เติม
6. นกั ศึกษานางานของตนเองเสนอใหค้ รูและเพอ่ื นๆ ช่วยกนั ประเมิน
7. นกั ศึกษาแลกกนั ตรวจแบบคานวณราคาทุน และกาหนดราคาขาย
ข้นั สรุป
8. ครูและนกั ศกึ ษาช่วยกนั สรุปเน้ือหา ทาความเขา้ ใจอีกคร้งั
9. นกั ศึกษาแต่ละคน ทารายงาน การคิดคานวณตน้ ทุน และกาหนดราคาขายในงานท่ีตนปฏบิ ตั สิ ่ง
ทา้ ยชวั่ โมง
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1. ส่ือสิ่งพิมพ์
เอกสารประกอบการสอน
2. สื่อโสตทศั น์
-
การวัดผลประเมนิ ผล
1. วธิ ีวดั
-สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน
- ตารางแบบฝึกหดั
2. วธิ ีวดั
- แบบบนั ทกึ การสงั เกตพฤติกรรม
- แบบตรวจงาน
3. เกณฑ์การประเมิน
3.1 การประเมินคณุ ภาพ

147

-การสงั เกตพฤติกรรม 20 คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น 10 คะแนนข้นึ ไป
- การตรวจแบบฝึกหดั และแบบทดสอบ 30 คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น 15 คะแนนข้นึ ไป
3.2 ผลการประเมิน

ช่วงคะแนน ระดบั คะแนน

บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียน

148

ใบประเมนิ ผลก่อนเรียน – หลงั เรียน
ก่อนเรียน

ดูจากขอ้ มลู ที่ใหม้ าล่วงหนา้
ขณะเรียน

1. ซกั ถาม
2. สงั เกตการณ์ทางานกล่มุ
3. ตรวจงานขณะกาลงั ทางาน
4. การเตรียมนาเสนอผลงาน
หลังเรียน
1. การนาเสนอผลงาน
2. ตรวจผลงานรายบุคคล
3.ทดสอบ

149

แบบทดสอบหลงั เรียนแผนการเรียนรู้ท่ี 5

วชิ างานใบตอง รหัสวชิ า 20406-2002
คาสั่ง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ีใหส้ มบรู ณ์

1.แหล่งจาหน่ายผกั ผลไม้ และดอกไม้ – ใบตองทใ่ี หญ่ คือ
2. ผกั ทีส่ ามารถนามาแกะสลกั ได้ คอื
3. การคิดคานวณราคา หมายถึงอะไร
4. จงบอกวธิ ีการคานวณตน้ ทุนและกาหนดราคาขายมาใหเ้ ขา้ ใจ

เอกสารอ้างองิ
จนั ทนา เพชรสงคราม. งานใบตอง. กรุงเทพมหานคร: บริษทั โรงพมิ พไ์ ทยวฒั นาพานิช จากดั ,2537.
อาชีวศกึ ษา, กรม. ใบงานการประดิษฐ์ใบตองและแกะสลกั 1. กรุงเทพมหานคร:โรงพมิ พค์ ุรุสภา
ลาดพร้าว , 2542.
เรณู ขาเลิศ. การประดิษฐ์เคร่ืองใช้ด้วยใบตอง. กรุงเทพฯ: บริษทั สานกั พมิ พโ์ คมทอง จากดั . 2537.

150

แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน

ประกอบแผนการสอนท่ี 8 วชิ าศลิ ปะงานใบตองและแกะสลกั รหสั 3406-2012
ช้นั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูง เวลา 10 นาที
คาสั่ง จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ีใหส้ มบรู ณ์

1. แหล่งจาหน่ายผกั ผลไม้ และดอกไม้ – ใบตองทีใ่ หญ่ คือ
2. ผกั ทีส่ ามารถนามาแกะสลกั ไดค้ อื
3. การคดิ คานวณราคาหมายถึงอะไร
4. จงบอกวธิ ีการคานวณตน้ ทนุ และกาหนดราคาขายมาใหเ้ ขา้ ใจ

151

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน

ประกอบแผนการสอนที่ 8 วชิ าศลิ ปะงานใบตองและแกะสลกั รหสั 3406-2012
ช้นั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูง เวลา 10 นาที

1. ปากคลองตลาด

2. ฟักทอง แตงกวา มะเขอื

3. การคิดคานวณราคา หมายถึง การคานวณตน้ ทนุ ของสินคา้ ซ่ึงเร่ิมต้งั แตก่ ารผลิต วสั ดุทีใ่ ชใ้ นการ
ผลิตค่าสึกหรอของเครื่องมือ คา่ แรง คา่ ขนส่ง เป็นตน้

4. ค่าวสั ดุ (ทุน) + คา่ แรง +กาไร+ค่าโสหุย้ 5% + กาไร 30% ราคาขาย

152

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนแผนการเรียนรู้ท่ี 5

วชิ างานใบตอง รหสั วชิ า 20406-2002

คาส่ัง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ีใหส้ มบูรณ์
1. แหล่งจาหน่ายผกั ผลไม้ และดอกไม้ ใบตองทใ่ี หญ่ คือ ปากคลองตลาด
2. ผกั ที่สามารถนามาแกะสลกั ได้ คอื ฟักทอง แตงกวา มะเขือ
3. การคิดคานวณราคา หมายถึง การคานวณตน้ ทนุ ของสินคา้ ซ่ึงเริ่มต้งั แต่การผลิต วสั ดุท่ใี ชใ้ นการ

ผลิต คา่ สึกหรอของเคร่ืองมือ คา่ แรง ค่าขนส่ง เป็นตน้
4. วิธีการคานวณตน้ ทนและกาหนดราคาขาย
คา่ วสั ดุ(ทุน) + คา่ แรง +กาไร+ ค่าโสหุย้ 5% + กาไร 30 % = ราคาขาย

เอกสารอ้างอิง
อาภา จงจิตต.์ การแกะสลกั ผกั สดและผลไม้. กรุงเทพฯ: ทพิ ยว์ สิ ุทธ์ิ , 2534.
อาชีวศกึ ษา, กรม. ใบงานประดษิ ฐ์ใบตองและแกะสลัก 1. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรุสภา
ลาดพรา้ ว, 2542.


Click to View FlipBook Version