The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กว่าจะเป็นเพลงชาติไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กนกวรรณ ลิ้มลาภดี, 2020-05-27 13:49:35

กว่าจะเป็นเพลงชาติไทย

กว่าจะเป็นเพลงชาติไทย

กวา่ จะเปน็ เพลงชาติไทย

โดย
นางกนกวรรณ ลิม้ ลาภดี

ครชู านาญการ คศ. 2

คานา

เพลงชาติ เป็นเพลงประจาชาติที่แสดงถึงความเป็นชาติ ความเป็นเอกราช
ของประเทศนั้นๆ เป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายประจาชาติ และนอกจากนี้แล้ว
เพลงชาติยงั บ่งบอกถึงศิลปวฒั นธรรมของชนชาตินั้นอีกด้วย สาหรับในประเทศไทย
น้นั ใหค้ วามสาคัญกบั เพลงชาติ เกดิ ขน้ึ ในสมัยรชั กาลที่ 5 โดยไดร้ บั อทิ ธิพลมาจาก
ชาติตะวันตกที่มีเพลงประจาชาติทาให้ไทยได้ตระหนักถึงการมีเพลงชาติเพื่อแสดง
ถึงความเป็นชาติไทยยิ่งขึ้น โดยเพลงชาติที่สร้างอิทธิพลให้กับไทยก็คือเพลงชาติ
ของประเทศอังกฤษ

ในปัจจุบันประเทศไทยมีเพลงชาติมาแล้วทั้งหมด 7ฉบับ ซึ่ง ในแต่ละฉบับนั้น
ก็มีความเป็นมาทั้งสิ้น แม้ว่าในระยะต้นๆ ของการเริ่มมีเพลงประจาชาติจะเป็น
เพลงที่ ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ก็ตามแต่ประวัติเพลงชาติที่จะ
กล่าวในที่นี้ก็บ่งบอกว่าประเทศไทยก็เริ่มให้ความสาคัญกับเพลงชาติไม่น้อยกว่า
ชาตไิ หน.

กนกวรรณ ลม้ื ลาภดี

สารบญั หนา้

เรือ่ ง 1
คำนำ 2
สำรบัญ 3
บทสนทนำของหนูแกว้ กบั คุณตำ 4
เพลงชำติไทย ฉบบั แรก 5
เพลงชำติไทย ฉบบั ทสี่ อง 6
เพลงชำติไทย ฉบบั ทสี่ ำม 7
เพลงชำติไทย ฉบับทสี่ ่ี 8
เพลงชำติไทย ฉบบั ทหี่ ำ้ 9
เพลงชำติไทย ฉบบั ทหี่ ก 10
เพลงชำติไทย ฉบบั ที่เจด็ 11
บทสนทนำของหนูแกว้ กับคุณตำ
เพลงชำตไิ ทยฉบบั ปจั จบุ ัน
บรรณำนกุ รม

หน้า 1

ช่วงปิดเรียนภาคฤดูร้อน หนูแก้วไปอยู่กับคุณตา คุณยายที่ต่างจังหวัด บ้านของ
คุณตาคุณยายมีบริเวณกว้าง หนูแก้วจึงได้วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน คุณยายมักจะ
ทาอาหารอร่อย ๆ ให้แก้วรบั ประทาน สว่ นคุณตาก็จะใหห้ นูแกว้ ฝึกอ่านหนังสือทกุ วนั
คณุ ตา : หนูแกว้ ทำนอำหำรเสร็จแล้ว ไปอ่ำนหนังสือกับคุณตำที่ในสวนหลงั บ้ำนนะลูก
หนูแก้ว : ค่ะ คณุ ตำ
หนูแก้ว : คณุ ยำยขำหนูแกว้ ทำนอม่ิ แล้วค่ะ หนแู ก้วไปอำ่ นหนงั สือกบั คุณตำก่อนนะคะ
คณุ ยาย : หนูแกว้ คอ่ ยๆ เดนิ ไปนะจ๊ะ อยำ่ ว่งิ เด๋ยี วสะดุดก้อนหินหกล้ม
หนแู ก้ว : ค่ะ คุณยำย

เมือ่ หนูแกว้ ทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ก็ไปหาคณุ ตาที่สวนหลงั บ้าน เหน็ คณุ ตา
กาลังปลูกต้นไม้อยู่ หนแู กว้ จึงถามคณุ ตาวา่
หนูแกว้ : คณุ ตำขำ วนั นคี้ ุณตำจะให้หนแู ก้วอำ่ นหนังสือเรือ่ งอะไรคะ
คุณตา : วนั นตี้ ำจะให้หนูแก้วอำ่ น “ประวตั ิเพลงชำติไทย” ลูก

หนแู ก้วรู้หรือไม่ลูก ว่ำเพลงชำติเป็นเพลงประจำชำติ แสดงถึงควำมเป็น
เอกรำชของประเทศ เมื่อทุกคนเกิดมำบนผืนแผน่ ดินไทย ยอ่ มไดช้ ือ่ ว่ำ
เปน็ คนไทย และต้องร้องเพลงชำตกิ ันทกุ วนั แต่ตำว่ำคงจะมีคนที่รปู้ ระวตั ิ
ของเพลงชำติไทยน้อยมำก คณุ ตำจึงอยำกให้หนแู ก้วได้รปู้ ระวัติของเพลง
ชำตเิ อำไว้นะลกู
หนูแก้ว : ค่ะ คณุ ตำ หนแู ก้วจะอำ่ นใหค้ ณุ ตำฟังนะคะ

หน้า 2

เพลงชาตไิ ทยฉบบั แรก
เพลงจอมราชจงเจรญิ

"ควำมสขุ สมบตั ิทั้งบรวิ ำร เจริญพละ ปฏิภำณผ่องแผ้ว
จงยืนพระชน...มำน นบั รอบรอ้ ย แฮ

มีพระเกยี รติเพริศแพรว้ เลห่ ์ เพี้ยง จันทร".

ในปลำยรชั กำลที่ 4 พ.ศ. 2395 ทหำรอังกฤษ 2 คน ชือ่ ร้อยเอกอมิ เปย์ (Impey)
และร้อยเอกน๊อกซ์ (Thomas G. Knox) ทีเข้ำมำเป็นครูฝึกทหำรแตร นำเข้ำมำ ซึ่งใน
ขณะนั้นอังกฤษใช้เพลงกอดเสฟเดอะควีน เป็นเพลงชำติและใช้เป็นเพลงเกียรติยศถวำย
ควำมเคำรพต่อพระมหำกษัตริย์ ในระหว่ำงปี พ.ศ.2395 จนกระทง่ั ปี พ.ศ. 2414 ในกอง
ทหำรเรียกเพลงนวี้ ่ำ เพลงสรรเสริญพระบำรมี

ต่อมำพระยำศรีสุนทรโวหำร(น้อย อำจำรยำงกูร) ได้ประพนั ธ์เนื้อร้องขนึ้ มำใหม่โดยใช้
ทำนองเพลง กอดเสฟเดอะควีน โดยใชช้ ือ่ ว่ำ จอมรำชจงเจริญ.

พระยาศรีสุนทรโวหาร (นอ้ ย อาจารยางกูร)

หนา้ 3

เพลงชาตฉิ บับทีส่ อง

เพลงบหุ ลนั ลอยเลอื่ น

"กิดำหยันหมอบกรำนอยงู่ ำนพดั พระบรรทมโสมนสั อยู่ในที่

บุหลันเลื่อนลอยฟ้ำไม่รำคี รัศมีส่องสว่ำงดงั กลำงวัน

พระนิง่ นึกตรึกไตรไปมำ ที่จะแต่งคูหำสะตำหมัน

ป่ำนนี้พระองค์ทรงธรรม์ จะนบั วันเคร่ำคอยทุกเวลำ

คร้ันลว่ งเข้ำยำมดกึ สงัด สงบเงยี บเสียงสตั ว์ทกุ ภำษำ

วังเวงวิเวกวิญญำณ์ พระนิทรำหลับไปในรำตรฯี ".

ในปี พ.ศ.2414 พระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที่ 5 เสด็จ
ประพำสท่สี งิ คโปร์ กองทหำรดุริยำงค์สงิ คโปร์บรรเลงเพลง กอดเสฟเดอะควีน ถวำยควำม
เคำรพ ทำให้พระองค์ตระหนักว่ำประเทศควรมีเพลงชำติที่เป็นของตนเอง เมื่อทรงเสด็จฯ
กลับประเทศไทย รัชกำลที่ 5 ทรงโปรดฯ เรียกครูดนตรีไทยคือ ครูมรกฎ พระประดิษฐ
ไพเรำะ(ครูมีแขก) และพระเสนำะดุริยำงค์(ขุนเณร) เข้ำเฝ้ำเพื่อปรึกษำหำเพลงไทยมำใช้
สำหรับ ถวำยทำควำมเคำรพและแสดงถึงควำมเป็นชำติและคณะดนตรีไทย และได้ลง
ควำมเห็นเลือกเพลงทรงพระสุบินหรือ เพลงบุหลันลอยเลื่อน ซึ่งเป็นเพลงในสมัย
พระบำทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้ำนภำลัย รชั กำลที่ 2 เปน็ เพลงเกียรติยศถวำยควำมเคำรพ
และใชเ้ ป็นเพลงประจำชำติอกี ด้วยโดยเรยี กว่ำเพลงสรรเสริญพระบำรมี.

ประดษิ ฐ ไพเราะ (ครมู ีแขก) พระเสนาะดรุ ยิ างค์(ขุนเณร)

หน้า 4

เพลงชาตฉิ บบั ทีส่ าม

เนือ้ เพลงสรรเสรญิ พระบารมี(ฉบบั ปจั จบุ นั )
ข้ำวรพุทธเจ้ำเอำ มโนและศิระกรำน นบพระภมู ิบำล
บญุ ญดเิ รก เอกบรมจกั ริน พระสยำมนิ ทร์ พระยศย่งิ ยง
เยน็ ศิระเพรำะพระบริบำล ผลพระคุณ ธ รกั ษำ ปวงประชำ
เป็นสุขศำนต์ ขอบนั ดำล ธ ประสงค์ใด จงสฤษฏ์ดัง
หวงั วรหฤทยั ดจุ จะถวำยชัย ชโย.

เมื่อปี พ.ศ. 2431 มีกำรเปล่ียนแปลงทำนองเพลงสรรเสริญพระบำรมีใหม่
ประพันธ์ทำนองโดย ปโยตร์ สชูโรฟสกี้ นักประพันธ์ชำวรัสเซีย ส่วนคำร้องนั้นพระนิพนธ์
ของสมเด็จฯ กรมพระนริศรำนุวัดติวงศ์ ซึ่งถือได้ว่ำเพลงชำติฉบับที่ 3 นี้ ก็คือเพลง
สรรเสริญพระบำรมี (ฉบบั ปัจจุบนั ) โดยใชเ้ ป็นเพลงชำติระหวำ่ งปี พ.ศ.2431-2475.

สมเดจ็ ฯ กรมพระนริศรานวุ ัดติวงศ์

หน้า 5

เพลงชาตฉิ บบั ทีส่ ่ี

เนื้อเพลงชาตมิ หาชยั

สยำมอยคู่ ู่ฟ้ำอย่ำสงสยั เพรำะชำติไทยเป็นไทยไปทกุ เมือ่

ชำวสยำมนำสยำมเหมือนนำเรือ ผ่ำนแกง่ เกำะเพรำะเพือ่ ชำติพ้นภัย

เรำรว่ มใจรว่ มรักสมคั รหนนุ วำงธรรมนญู สถำปนำพำรำใหม่

ยกสยำมยิ่งยงธำรงชัย ให้คงไทยตรำบส้นิ ดนิ ฟ้ำ.

แต่งเนื้อรอ้ งโดยเจำ้ พระยำธรรมศักดิ์มนตรี (สนนั่ พหสั ดนิ ณ อยธุ ยำ) เพือ่
ใช้เพลงนเี้ ป็นเพลงขบั ร้องบรรเลงปลกุ เร้ำใจให้ประชำชนเกิดควำมรกั ชำติ และ
ควำมสำมคั คีในระหวำ่ งที่มีกำรเปลีย่ นแปลงทำงกำรเมืองในระหว่ำงช่วงกำรปฏิวตั ิ
และกำรรอเพลงชำติฉบับของพระเจนดรุ ิยำงค์ดว้ ย.

เจ้าพระยาธรรมศกั ด์มิ นตรี (สนน่ั พหสั ดนิ ณ อยธุ ยา)

หน้า 6

เพลงชาตฉิ บับที่ห้า

เนือ้ ร้องเพลงชาติฉบบั ของขุนวิจิตรมาตรา
"แผ่นดินสยำมนำมประเทืองว่ำเมืองทอง ไทยเข้ำครอง ตั้งประเทศ

เขตต์แดนสงำ่ สืบเผ่ำไทยดึกดำบรรพ์ โบรำณลงมำ รวมรกั ษำสำมัคคี
ทวีไทย บำงสมัยศัตรูจู่โจมตี ไทยพลีชีวิตร่วมรวมรุกไล่ เข้ำลุยเลือด
หมำยมุ่งผดุงไผท สยำมสมัย โบรำณรอด ตลอดมำ อันดินสยำมคือ
ว่ำเนื้อของเชื้อไทย น้ำรินไหลคือว่ำเลือดของเชื้อข้ำ เอกรำชคือเจดีย์ ที่
เรำบูชำ เรำจะสำมัคคีร่วมมีใจ รักษำชำติประเทศ เอกรำชจงดี ใครยำ่
ยี เรำจะไม่ละให้ เอำเลือดล้ำงใหส้ ้นิ แผ่นดินไทย สถำปนำสยำมให้เทิด
ไทย ไชโย".

ประพนั ธ์ทำนองโดยพระเจนดรุ ิยำงค์ และคำรอ้ งฉบบั แรกประพันธ์โดย
ขนุ วิจติ รมำตรำ (สง่ำ กำญจนำคพันธุ์) โดยมีคำรอ้ ง 2 บท ดว้ ยกนั ใช้ในระหวำ่ ง
พ.ศ.2475-2477 ต่อมำในปีพ.ศ.2477 รฐั บำลไดต้ ้ังกรรมกำรขึน้ มำเพือ่ พิจำรณำ
เรื่องของเพลงชำติอย่ำงเปน็ ทำงกำร โดยคณะกรรมกำรมีมติใหใ้ ช้ ทำนองเพลงชำติ
ของพระเจนดุรยิ ำงค์เป็นเพลงชำติทำนองสำกลและให้ จำงวำงท่วั พำทยโกศล
ประพันธ์ทำนองเพลงชำติทำงไทย แต่ต่อมำคณะกรรมกำรจึงเหน็ ว่ำเพลงชำติเปน็
สง่ิ ทศี่ กั ด์สิ ทิ ธิ์ ควรจะมีเพลงเดียวจึงใช้ทำนองเพลงชำติของพระเจน ดุริยำงค์เพียง

พระเจนดุรยิ างค์ ขนุ วิจติ รมาตรา จางวางท่วั พาทยโกศล
(สงา่ กาญจนาคพนั ธ)ุ์

หน้า 7

เพลงชาตฉิ บับทีห่ ก

เนือ้ รอ้ งเพลงชาติ (ฉบบั ของนายฉันท์ ขาวิไล)
เหล่ำเรำท้ังหลำยขอน้อมกำยถวำยชีวิต รักษำสิทธิ์อิสระ ณ แดนสยำม
ที่พ่อแม่สู้ยอมม้วยด้วยพยำยำม ปรำบเส้ียนหนำมให้พินำศสืบชำติมำ แม้ถึง
ไทยไทยด้อยจนย่อยยับ ยังกู้กลับคงคืนได้ชื่นหน้ำ ควรแก่นำมงำมสุดอยุธยำ
น้ันมิใช่ว่ำจะขัดสนหมดคนดี เหล่ำเรำทั้งหลำยเลือดและเนื้อเชื้อชำติไทย มิให้
ใครเข้ำเหยียบย่ำขยำขย้ี ประคับประคองป้องสิทธิ์อสิ รเสรี เมื่อภัยมีช่วยกนั จน
วันตำย จะส้ินชีพไว้ชื่อให้ลือลั่นว่ำไทยมันรักชำติไม่ขำดสำย มีไมตรีดีย่ิงท้ัง
หญิงท้ังชำย สยำมมวิ ำยผู้มุ่งหมำยเชิดชัย ไชโย.

เป็นเพลงชำติที่เกิดขึ้นจำกคณะกรรมกำรจัดให้มีกำรประกวดเนื้อร้อง โดยมีผู้ส่ง
ประกวดเข้ำมำมำกมำยแต่คัดเลือกมำ 2 ฉบับ คือของขุนวิจิตรมำตรำ 2 บท และ ของ
นำยฉันท์ ขำวไิ ล 2 บท โดยประกำศใชอ้ ย่ำงเปน็ ทำงกำรเมื่อวันที่ 20 สงิ หำคม พ.ศ.2477
ต่อมำ ในวันที่ 5 กุมภำพันธ์ 2478 รัฐบำลของพันเอกพหลพลพยุหเสนำได้ลงนำม
ประกำศระเบียบกำรบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบำรมีและเพลงชำติ โดยแบ่งกำรบรรเลง
ออกเป็น 2 แบบคือ กำรบรรเลงแบบยำวตำมปกติ (ร้องเนื้อทั้ง 4 ตอน) และ กำรบรรเลง
แบบ ตัดทอนส้ันลง เนื่องจำกเพลงชำติมีควำมยำวมำกเกินไปโดยใช้เป็นเพลงชำติใน พ.ศ.
2477-2482 ซึง่ เปน็ ( เพลงชาติฉบับราชการฉบับแรก )

นายฉันท์ ขาวิไล ขนุ วิจติ รมาตรา

หนา้ 8

เพลงชาตฉิ บบั ทีเ่ จ็ด

เนื้อร้องเพลงชาตปิ จั จบุ นั
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชำติเชื้อไทย เปน็ ประชำรัฐ
ไผทของไทยทกุ สว่ น อยู่ดำรงคงไวไ้ ดท้ ้ังมวล ดว้ ยไทยล้วนหมำย

รักสำมัคคี ไทยนี้รักสงบแต่ถงึ รบไมข่ ลำด
เอกรำชจะไม่ใหใ้ ครข่มขี่ สละเลือดทุกหยำด เป็นชำติพลี

เถลิงประเทศชำติไทย ทวี มีชัย ชโย.

เพลงชำติไทยฉบบั ปจั จุบันเกิดขึ้นใน พ.ศ.2477 รัฐบำลของจอมแปลก พิบูลสงครำม
ที่ได้ประกำศให้มีกำรประกวดเนื้อร้องของเพลงชำติขึ้นมำใหม่ ผลกำรประกวดเพลงชำติ
ปรำกฏว่ำเนื้อร้องฉบับของ พ.อ.หลวงสำรำนุประพันธ์ (นวล ปำจิณพยัคฆ์) ส่งในนำม
กองทพั บกชนะกำรประกวด ทำงสำนกั นำยกรัฐมนตรี จึงไดป้ ระกำศยกเลิกเนื้อเพลงชำติ
ฉบับของ ขุนวิจิตรมำตรำ และ ของนำยฉันท์ ขำวิไล และให้ใช้เนื้อร้องที่ชนะกำรประกวด
และทำนองประพนั ธ์โดยพระเจนดรุ ยิ ำงค์ต้ังแต่วนั ที่ 10 ธันวำคมพ.ศ.2482 เป็นต้นไป.

พ.อ.หลวงสำรำนุประพันธ์ (นวล ปำจิณพยคั ฆ)์

หนา้ 9

หนแู กว้ ตงั้ ใจอา่ นหนงั สือ”ประวัตเิ พลงชาตไิ ทย” ใหค้ ณุ ตาฟังจนจบ จงึ คุยกบั
คณุ ตาวา่
หนูแก้ว : คุณตำขำ เวลำหนูแก้วไปโรงเรียน ไดร้ ้องเพลงชำติทุกวันในเวลำเชำ้ กอ่ นเข้ำ

หอ้ งเรียน แต่หนแู ก้วไมเ่ คยรู้เลยนะคะ ว่ำเพลงชำติไทย ของเรำมถี ึง 7 ฉบบั
คณุ ตา : ครำวนี้หนแู กว้ คงรู้แลว้ นะลกู วำ่ กวำ่ จะเป็นเพลงชำติไทยที่เรำคนไทยร้องกนั

ทกุ วันนี้ ตอ้ งมีกำรปรับปรุง แกไ้ ข จำกผู้รทู้ ำงด้ำนภำษำและด้ำนดนตรีหลำย
ท่ำนเลย
หนูแก้ว : คณุ ตำขำ เพือ่ น ๆ ของหนแู ก้วบำงคนนะคะ เขำชอบร้องเพลงชำติเล่น ๆ และ
เขำร้องคำทีไ่ มส่ ภุ ำพดว้ ย หนูแกว้ ไมช่ อบเลยค่ะ
คุณตา : กำรนำเพลงชำติมำรอ้ งเลน่ ๆ และใชค้ ำที่ไมส่ ุภำพในกำรรอ้ ง เป็นกำรแสดงถึง
กำรไมเ่ คำรพชำติ ศำสนำ และพระมหำษตั ริย์
หนแู ก้ว : แล้วก็ยงั เป็นกำรไมใ่ ห้เกยี รติผู้แตง่ เพลงด้วยนะคะ คุณตำ
คุณตา : ถกู แลว้ ลูก หนูแกว้ เมือ่ เรำเกิดมำบนผืนแผน่ ดินไทย และไดช้ ื่อวำ่ เป็นคนไทย
เวลำทีห่ นแู ก้วร้องเพลงชำติ ต้องรอ้ งให้ถกู ต้องนะลูก
หนูแก้ว : ค่ะ คณุ ตำ
แล้วหนแู ก้วก็ลกุ ขนึ้ ยืนทาท่ายืนตรง ร้องเพลงชาติไทยให้คุณตาฟงั จนจบเพลง
พอดีคุณยายเดนิ มาได้ยนิ จึงปรบมือใหห้ นูแก้ว และชมหนูแกว้ วา่ เป็นเด็กดี หนแู กว้
ยกมือไหวก้ ล่าวขอบคณุ คุณตา และคณุ ยาย.

หน้า 10

เพลงชาตไิ ทย

ประพันธ์คำรอ้ ง - พ.อ.หลวงสำรำนุประพนั ธ์
ประพนั ธ์ทำนอง- พระเจนดุรยิ ำงค์

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชำติเชื้อไทย
เป็นประชำรฐั ไผทของไทยทุกสว่ น
อยู่ดำรงคงไวไ้ ดท้ ั้งมวล ดว้ ยไทยล้วนหมำย
รกั สำมคั คี ไทยนี้รกั สงบ แต่ถงึ รบไมข่ ลำด
เอกรำชจะไม่ใหใ้ ครข่มขี่ สละเลือดทุกหยำด เป็นชำติพลี
เถลิงประเทศชำติไทย ทวี มีชัย ชโย.

หน้า 11

บรรณานุกรม
พิทยำ ว่องกลุ . ( 2550). วิเครำะหป์ ระวตั ศิ ำสตร์สยำมใหม่ .กรุงเทพฯ:สถำบันวิถที รรศน์.

สกุ รี เจริญสุข. (2532). เพลงชำติ. กรงุ เทพมหำนคร. เรือนแกว้ กำรพิมพ.์

ภาพ
"รำชวงศ์จกั ร"ี http://www.racha.coolfreepage.com/2.html
"รำชวงศ์จกั ร"ี http://www.racha.coolfreepage.com/5.html
น.ส. โศธิดำ ศิรอิ ำนวยศลิ ป์


Click to View FlipBook Version