สนทรภู่ กวีเอก 4 แผน่ ดิน
สุนทรภคู่ รกู วศี รสี ยาม เรื่องลือนามเชิงชั้นวรรณศิลป์
ยเู นสโกยกยอ่ งทา่ นกวีแผน่ ดนิ นามคฟู่ า้ คู่ธานนิ ทร์ถ่นิ เมืองทอง
อกั ษรภาพสร้างไวเ้ พือ่ ชนรนุ่ หลัง
26 มิถุนานอ้ มลงกราบ เปน็ บทเรยี นยืนยั่งอยคู่ ู่ธานี
นิราศ รา่ ย คำกลอน เสนาะฟงั
โดย
นางกนกวรรณ ลม้ิ ลาภดี
ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ คศ.2
โรงเรียนวัดศาลาครืน สำนกั งานเขตจอมทอง
กรุงเทพมหานคร
สุนทรภู่ กวสี ำคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิดวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จลุ ศักราช 1148
เวลา 2 โมงเช้า หรือตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 เวลา 8.00 น. นั่นเอง ซ่ึงตรงกับสมัย
รัชกาลท่ี 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟ
บางกอกน้อยปัจจุบัน) บิดาของท่านเป็นชาวกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ช่ือพ่อพลับ ส่วน
มารดาเป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา ช่ือแม่ช้อย สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง
เชือ่ วา่ หลงั จากสนุ ทรภู่เกดิ ได้ไม่นาน บดิ ามารดาก็หย่ารา้ งกัน บดิ าออกไปบวชอยู่ทว่ี ัดปา่ กรำ่ ตำบล
บ้านกร่ำ อำเภอแกลง อันเป็นภูมิลำเนาเดิม ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง ถวายตัวเป็น
นางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ดังน้ัน สุนทรภู่จึงได้
อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งสุนทรภู่ยังมี
น้องสาวตา่ งบิดาอกี สองคน ชอื่ ฉิมและนม่ิ อกี ดว้ ย
"สุนทรภู่" ได้รับการศึกษาในพระราชวังหลังและท่ีวัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ต่อมาได้เข้ารับราชการ
เป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบทำงานอื่นนอกจากแต่งบทกลอน
ซึง่ สามารถแต่งได้ดีต้ังแตย่ ังร่นุ หนุ่ม เพราะต้ังแตเ่ ยาว์วัยสนุ ทรภูม่ ีนิสยั รกั แต่งกลอนยิ่งกวา่ งานอ่ืน คร้ังร่นุ
หนุ่มก็ไปเป็นครสู อนหนงั สอื อยู่ที่วดั ศรสี ดุ ารามในคลองบางกอกนอ้ ย ได้แต่งกลอนสภุ าษติ และกลอน
นทิ านขึ้นไว้ เมอ่ื อายุราว 20 ปี
ตอ่ มาสนุ ทรภ่ลู อบรกั กบั นางขา้ หลวงในวงั หลงั คนหน่ึง ชื่อแม่จนั ซ่งึ เป็นบตุ รหลานผู้มตี ระกูล
จงึ ถูกกรมพระราชวงั หลังกร้ิวจนถึงให้โบยและจำคุกคนทง้ั สอง แต่เม่อื กรมพระราชวงั หลงั เสด็จทวิ งคต
ในปี พ.ศ. 2349 จงึ มกี ารอภัยโทษแกผ่ ู้ถกู ลงโทษทัง้ หมดถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากสนุ ทรภ่อู อกจาก
คุก เขากับแม่จันก็เดินทางไปหาบิดาท่ี อำเภอแกลง จังหวัดระยอง และมีบุตรด้วยกัน 1 คน ช่ือ “พ่อพัด”
ได้อยู่ในความอุปการะของเจ้าครอกทองอยู่ ส่วนสุนทรภู่กับแม่จันก็มีเรื่องระหองระแหงกันเสมอ จน
ภายหลงั กเ็ ลกิ รากันไป
หลังจากน้ัน สนุ ทรภู่ กเ็ ดนิ ทางเขา้ พระราชวงั หลัง และมโี อกาสได้
ติดตามพระองคเ์ จ้าปฐมวงศ์ในฐานะมหาดเล็ก ตามเสดจ็ ไปในงานพธิ ี
มาฆบชู า ทีอ่ ำเภอพระพทุ ธบาท จังหวดั สระบุรี เมือ่ ปี พ.ศ. 2350 และเขาก็
ได้แตง่ “นิราศพระบาท” พรรณนาเหตุการณ์ในการเดินทางคราวนีด้ ้วย และ
หลังจาก “นริ าศพระบาท” ก็ไมป่ รากฏผลงานใดๆ ของสนุ ทรภู่อกี เลย
จนกระทง่ั เข้ารบั ราชการในปี พ.ศ. 2359 ในรชั สมยั รชั กาลท่ี 2 สุนทรภู่ได้
เขา้ รบั ราชการในกรมพระอาลักษณ์ และเปน็ ที่โปรดปรานของพระบาทสมเดจ็ พระ
พุทธเลศิ หล้านภาลยั จนแต่งตั้งให้เปน็ กวีทปี่ รกึ ษาและคอยรับใชใ้ กล้ชิด เนอ่ื งจาก
เมือ่ ครัง้ ทพี่ ระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ทรงแตง่ กลอนบทละครในเรื่อง
"รามเกียรต"ิ์ ติดขดั ไม่มผี ู้ใดต่อกลอนไดต้ ้องพระราชหฤทยั จงึ โปรดใหส้ ุนทรภู่
ทดลองแต่ง ปรากฏวา่ แต่งไดด้ ีเปน็ ท่ีพอพระทยั จึงทรงพระกรุณาฯ เลื่อนให้เป็น
"ขนุ สุนทรโวหาร
ตอ่ มาในราว พ.ศ. 2364 สนุ ทรภ่ตู ้องตดิ คกุ เพราะเมาสรุ าอาละวาดและทำร้ายท่านผใู้ หญ่ แต่ตดิ
อยไู่ มน่ านกพ็ ้นโทษ เน่อื งจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั ทรงติดขัดบทพระราชนิพนธเ์ ร่ือง
"สังขท์ อง" ไมม่ ใี ครแตง่ ไดต้ ้องพระทยั ทรงใหส้ ุนทรภู่ทดลองแตง่ กเ็ ปน็ ทพ่ี อพระราชหฤทยั ภายหลังพ้น
โทษ สุนทรภไู่ ดเ้ ปน็ พระอาจารยถ์ วายอักษรสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ อาภรณ์ พระราชโอรสใน
รัชกาลที่ 2 และ เชอ่ื กนั วา่ สนุ ทรภู่แต่งเรอื่ ง "สวัสดริ กั ษา" ในระหวา่ งเวลานี้ ซ่ึงในระหวา่ งรบั ราชการอยู่
นี้ สนุ ทรภ่แู ตง่ งานใหม่กับแม่น่มิ มีบุตรดว้ ยกนั หนง่ึ คน ช่ือ "พ่อตาบ"
"สุนทรภู่" รับราชการอยู่เพียง 8 ปี เม่ือถึงปี พ.ศ. 2367 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
นภาลัยเสด็จสวรรคต หลังจากน้ันสุนทรภู่ก็ออกบวชที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) อยู่เป็นเวลา 18 ปี
ระหว่างน้ันได้ย้ายไปอยู่วัดต่างๆ หลายแห่ง ได้แก่ วัดเลียบ, วัดแจ้ง, วัดโพธ์ิ, วัดมหาธาตุ และวัด
เทพธิดาราม ซึ่งผลจากการที่ภิกษุภู่เดินทางธุดงค์ไปที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ปรากฏผลงานเป็นนิราศ
เรื่องต่างๆ มากมาย งานเขียนชิ้นสุดท้ายที่ภิกษุภู่แต่งไว้ก่อนลาสิกขาบท คือ รำพันพิลาป แต่งขณะ
จำพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม พ.ศ. 2385 ทั้งนี้ ระหว่างที่ออกเดินทางธุดงค์ ภิกษุภู่ได้รับการ
อปุ การะจากพระองค์เจ้าลักขณานคุ ุณจนพระองค์ประชวรสน้ิ พระชมน์ สุนทรภู่จึงลาสิกขาบท รวม
อายุพรรษาท่ีบวชได้ประมาณ 10 พรรษา สุนทรภู่ออกมาตกระกำลำบากอย่พู ักหน่ึงจึงกลับเข้าไป
บวชอีกครั้งหน่ึง แตอ่ ยไู่ ดเ้ พยี ง 2 พรรษา ก็ลาสกิ ขาบท และถวายตัวอย่กู บั เจ้าฟ้านอ้ ย หรอื สมเด็จ
เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระราชวังเดิม รวมทั้งได้รับอุปการะจากกรมหม่ืนอัปสร
สดุ าเทพอกี ด้วย
ในสมัยรัชกาลที่ 4 เม่อื พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ไดค้ รองราชย์ ทรงสถาปนาเจา้ ฟ้า
กรมขุนอิศเรศรงั สรรค์ เปน็ พระบาทสมเด็จพระปิ่นกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ประทับอยูว่ งั หน้า (พระบวรราชวงั )
สุนทรภจู่ งึ ไดร้ บั พระราชทานบรรดาศกั ดเิ์ ปน็ "พระสุนทรโวหาร" ตำแหน่งเจ้ากรมพระอาลักษณ์ฝ่ายบวร
ราชวังในปี พ.ศ. 2394 และรบั ราชการต่อมาได้ 4 ปี กถ็ ึงแก่มรณกรรมใน พ.ศ. 2398 รวมอายไุ ด้ 70
ปี ในเขตพระราชวงั เดมิ ใกลห้ อนัง่ ของพระยามนเทียรบาล (บัว) ทเี่ รยี กช่ือกันวา่ "ห้องสนุ ทรภู่"
สำหรับทายาทของสุนทรภนู่ นั้ เชือ่ กันว่าสนุ ทรภูม่ ีบุตรชาย 3 คน คอื "พ่อพัด" เกดิ จากภรรยา
คนแรกคอื แมจ่ นั "พอ่ ตาบ" เกิดจากภรรยาคนท่สี องคือแมน่ ่ิม และ "พ่อนิล" เกดิ จากภรรยาท่ชี อื่ แมม่ ่วง
นอกจากนี้ ปรากฏชอื่ บตุ รบญุ ธรรมอีกสองคน ชอ่ื "พอ่ กลัน่ " และ "พอ่ ชุบ" อยา่ งไรกต็ าม ในรชั สมยั
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อย่หู ัว (รัชกาลที่ 6) ทรงตราพระราชบัญญตั ินามสกุลขึ้น และตระกลู
ของสนุ ทรภ่ไู ดใ้ ช้นามสกลุ ต่อมาว่า "ภู่เรือหงส์"
ผลงาน ประเภทนริ าศ
นริ าศเมอื งแกลง (พ.ศ. 2349)
– แต่งเมื่อหลังพ้นโทษจากคุก และเดนิ ทางไปหาพ่อทเี่ มอื งแกลง
นริ าศพระบาท (พ.ศ. 2350)
แต่งหลังจากกลบั จากเมอื งแกลงและต้องตามเสด็จ
พระองคเ์ จ้าปฐมวงศไ์ ปนมสั การรอยพระพทุ ธบาท
ท่ีจังหวัดสระบรุ ใี นวันมาฆบชู า
นริ าศภเู ขาทอง (ประมาณ พ.ศ. 2371)
แตง่ โดยสมมุตวิ ่า เณรหนพู ดั เป็นผแู้ ตง่
ไปนมัสการพระเจดยี ภ์ เู ขาทองท่ีจงั หวัดอยุธยา
นริ าศสพุ รรณ (ประมาณ พ.ศ. 2374)
แตง่ เมือ่ คร้งั ยังบวชอยู่ และไปคน้ หายาอายวุ ัฒนะทจี่ งั หวดั
สุพรรณบรุ ี เป็นผลงานเรื่องเดียวของสนุ ทรภู่ที่แตง่ เปน็ โคลง
นริ าศวดั เจา้ ฟา้ (ประมาณ พ.ศ. 2375) - แตง่ เมอื่ คร้ังยังบวชอยู่
และไปคน้ หายาอายุวฒั นะตามลายแทงทีว่ ัดเจา้ ฟา้ อากาศ
(ไมป่ รากฏว่าทจ่ี ริงคือวดั ใด) ท่จี ังหวัดอยธุ ยา
นริ าศอเิ หนา (ไมป่ รากฏ, คาดวา่ เปน็ สมยั รัชกาลท่ี 3)
แต่งเป็นเน้อื เรื่องอเิ หนารำพนั ถงึ นางบุษบา
รำพนั พลิ าป (พ.ศ. 2385)
แต่งเม่อื ครงั้ จำพรรษาอยู่ที่วัดเทพธดิ าราม แลว้ เกิดฝันรา้ ยว่าชะตาขาด
จงึ บันทกึ ความฝันพร้อมรำพันความอาภัพของตวั ไวเ้ ปน็ "รำพนั พิลาป"
จากน้นั จึงลาสกิ ขาบท
นริ าศพระประธม (พ.ศ. 2385)
–เช่ือว่าแต่งเม่ือหลังจากลาสิกขาบทและเขา้ รับราชการ
ในพระบาทสมเดจ็ พระปน่ิ เกลา้ เจ้าอย่หู วั ไปนมัสการพระประธมเจดยี ์
(หรอื พระปฐมเจดยี ์) ทเ่ี มอื งนครชยั ศรี
นริ าศเมอื งเพชร (พ.ศ. 2388)
แต่งเม่ือเข้ารบั ราชการในพระบาทสมเดจ็ พระปน่ิ เกลา้ เจ้าอยูห่ ัว
เชอื่ ว่าไปธุระราชการอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง นิราศเรือ่ งนี้มฉี บับค้นพบ
เนอื้ หาเพ่ิมเตมิ ซ่งึ อ.ล้อม เพง็ แก้ว เชื่อว่า บรรพบุรุษฝา่ ยมารดาของ
สุนทรภเู่ ปน็ ชาวเมอื งเพชร
ผลงาน ประเภทนทิ าน
เร่ืองโคบุตร, เร่อื งพระอภัยมณี, เรอ่ื งพระไชยสุรยิ า,
เร่ืองลักษณวงศ,์ เรือ่ งสิงหไกรภพ
ผลงาน ประเภทสภุ าษติ
สวสั ดริ กั ษา คาดวา่ ประพนั ธ์ในสมัยรชั กาลที่ 2 ขณะเปน็ พระอาจารย์ถวายอกั ษรแด่เจ้าฟา้ อาภรณ์
สุภาษติ สอนหญงิ เป็นหนง่ึ ในผลงานซ่งึ ยังเปน็ ท่เี คลือบแคลงว่า สนุ ทรภูเ่ ปน็ ผปู้ ระพันธ์จรงิ หรอื ไม่
เพลงยาวถวายโอวาท คาดวา่ ประพนั ธใ์ นสมัยรชั กาลท่ี 3 ขณะเปน็ พระอาจารยถ์ วายอกั ษรแด่เจ้าฟา้
กลางและเจ้าฟา้ ปวิ๋
ผลงาน ประเภทบทละคร
เรอื่ งอภัยณรุ า ซึง่ เขยี นขึ้นในสมัยรชั กาลท่ี 4 เพ่ือถวายพระองคเ์ จา้
ดวงประภา พระธดิ าในพระบาทสมเดจ็ พระปิ่นเกลา้ เจา้ อยู่หัว
ผลงาน ประเภทบทเสภา
เรอื่ งขนุ ชา้ งขนุ แผน (ตอนกาเนิดพลายงาม)
เรือ่ งพระราชพงศาวดาร
ผลงาน ประเภทบทเหก่ ลอ่ ม
แตง่ ข้นึ สำหรบั ใชข้ ับกลอ่ มหมอ่ มเจ้าในพระองคเ์ จ้า
ลักขณานคุ ณุ กับพระเจ้าลกู ยาเธอในพระบาทสมเด็จ
พระป่นิ เกลา้ เจา้ อยู่หัว เท่าท่พี บมี 4 เรอ่ื งคือ เหจ่ บั
ระบำ, เหเ่ รอ่ื งพระอภยั มณี, เหเ่ รื่องโคบุตร เหเ่ ร่อื ง
พระอภัยมณี, เหเ่ รอ่ื งกากี
บางตอนจาก พระอภยั มณี
ถงึ ม้วยดินสน้ิ ฟา้ มหาสมทุ ร
ไม่ส้ินสุดความรักสมัครสมาน
แม้เกิดในใต้ฟา้ สุธาธาร
ขอพบพานพศิ วาสไมค่ ลาดคลา
แมเ้ นือ้ เย็นเป็นห้วงมหรรณพ
พ่ีขอพบศรสี วสั ดิ์เปน็ มจั ฉา
แม้เปน็ บวั ตัวพีเ่ ป็นภุมรา
เชยผกาโกสมุ ประทุมทอง
แม้เปน็ ถ้ำอำไพใคร่เปน็ หงส์
จะรอ่ นลงสงิ สู่เป็นคสู่ อง
ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง
เปน็ คคู่ รองพิศวาสทุกชาติไป
(ตอน พระอภัยมณีเกย้ี วนางละเวง ได้ถกู นำไป
ดัดแปลงเลก็ น้อยกลายเปน็ เพลง "คำมน่ั สัญญา")
บางตอนจาก สุภาษติ สอนหญงิ
มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท
อย่าใหข้ าดสง่ิ ของต้องประสงค์
จงมักน้อยกินนอ้ ยคอ่ ยบรรจง
อยา่ จ่ายลงใหม้ ากจะยากนาน
จะพดู จาปราศรัยกบั ใครน้ัน
อย่าตะคัน้ ตะคอกให้เคอื งหู
ไมค่ วรพดู อ้อื อ้ึงข้ึนมงึ กู
คนจะหลลู่ ่วงลามไมข่ ามใจ
เปน็ มนษุ ยส์ ุดนยิ มเพียงลมปาก
จะไดย้ ากโหยหิวเพราะชิวหา
แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา
จะพูดจาพเิ คราะหใ์ ห้เหมาะความ
บางตอนจาก ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนกำเนดิ พลายงาม
แมร่ ักลกู ลูกก็รู้ อยูว่ ่ารัก
ใครอืน่ สัก หมนื่ แสน ไมแ่ มน้ เหมือน
จะกนิ นอนวอนวา่ เมตตาเตือน
จะจากเรอื น รา้ งแม่ กแ็ ตก่ าย
ลูกผู้ชายลายมือน้นั คือยศ
เจ้าจงอตสา่ ห์ทำสมำ่ เสมียน
(ขนุ แผนสอนพลายงาม)
บางตอนจาก นิราศพระบาท
เจา้ ของตาลรักหวานขึน้ ปีนตน้
เพราะดน้ั ดน้ อยากลม้ิ ชิมรสหวาน
ครัน้ ได้รสสดสาวจากจาวตาล
ย่อมซาบซา่ นหวานซ้ึงตรึงถงึ ทรวง
ไหนจะยอมให้เจ้าหลน่ ลงเจ็บอก
เพราะอยากวกขนึ้ ลิน้ ชมิ ของหวง
อนั รสตาลหวานละมา้ ยคล้ายพุ่มพวง
พ่เี จ็บทรวงชำ้ อกเหมอื นตกตาล...
องคก์ ารศกึ ษาวทิ ยาศาสตรแ์ ละวฒั นธรรมแหง่ สหประชาชาต(ิ UNESCO) ซึ่ง
เป็นผทู้ ่มี หี น้าทส่ี ่งเสริมและเผยแพรผ่ ลงาน ด้านวัฒนธรรมของประเทศสมาชกิ
ตา่ งๆ ทวั่ โลก ไดป้ ระกาศยกย่อง "สุนทรภู่" ใหเ้ ป็นบคุ คลผู้มีผลงานดีเดน่ ทาง
วฒั นธรรมระดบั โลก โดยในวาระครบรอบ 200 ปเี กิด
เม่อื วันท่ี 26 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2529
ทางรัฐบาลจงึ ได้กำหนดให้ วนั ท่ี 26 มิถนุ ายน ของทกุ ปเี ป็น "วนั สุนทรภู่"
แหล่งคน้ ควา้
https://th.wikipedia.org/wiki/
https://www.dmc.tv/pages/scoop/
https://www.springnews.co.th/spring-life/
https://www.kroobannok.com/