The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aae_love_farng, 2022-03-17 14:36:14

แผนการเรียนรู้

แผนการเรียนรู้



หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

วสิ ัยทศั น์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์

ทีม่ ีความสมดุลท้งั ด้านรา่ งกาย ความรู้ คณุ ธรรม มีจิตสำนกึ ในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดม่ันใน
การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน
รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็น
สำคญั บนพน้ื ฐานความเช่ือวา่ ทกุ คนสามารถเรียนรู้และพฒั นาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ

หลักการ
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน มหี ลกั การทีส่ ำคญั ดังน้ี
๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐาน

การเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม
บนพ้นื ฐานของความเปน็ ไทยควบคู่กบั ความเป็นสากล

๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษา
อยา่ งเสมอภาคและมคี ณุ ภาพ

๓. เปน็ หลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ใหส้ งั คมมีสว่ นร่วมในการจดั การศึกษา
ให้สอดคลอ้ งกับสภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถิน่

๔. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลา
และการจัดการเรยี นรู้

๕. เปน็ หลักสตู รการศึกษาท่ีเนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
ครอบคลมุ ทกุ กลุม่ เปา้ หมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์

จดุ หมาย
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน มุ่งพัฒนาผูเ้ รยี นให้เป็นคนดี มีปัญญา มคี วามสุข มีศักยภาพ

ในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกดิ กับผู้เรยี นเมือ่ จบการศึกษาข้นั พื้นฐาน
ดงั น้ี

๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัย
และปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง

๒. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี
และมที ักษะชวี ติ

๓. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตทดี่ ี มสี ุขนสิ ัย และรักการออกกำลงั กาย



๔. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต
และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข

๕. มจี ิตสำนึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย การอนรุ ักษ์และพัฒนาส่งิ แวดล้อม
มีจติ สาธารณะท่ีมุ่งทำประโยชนแ์ ละสร้างสิ่งท่ดี ีงามในสังคม และอยูร่ ว่ มกนั ในสงั คมอย่างมีความสขุ

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน ม่งุ ให้ผ้เู รยี นเกิดสมรรถนะสำคญั ๕ ประการ ดงั นี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรม

ในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรอง
เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล
และความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง
และสังคม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์
การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้
หรอื สารสนเทศเพื่อการตัดสนิ ใจเก่ียวกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ
เขา้ ใจความสัมพนั ธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้
ในการป้องกนั และแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบที่เกิดข้ึนต่อตนเอง
สงั คมและส่งิ แวดล้อม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ
ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน
และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหา
และความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม
และการรจู้ ักหลกี เลีย่ งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ท่ีส่งผลกระทบต่อตนเองและผ้อู ่ืน

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยี
ด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้
การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม



คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์

เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกบั ผอู้ นื่ ในสงั คมได้อย่างมคี วามสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซื่อสัตยส์ ุจริต
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ



กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ
และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็ นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร
เพอ่ื สร้างความเขา้ ใจและความสมั พันธ์ที่ดีต่อกัน ทำใหส้ ามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชวี ิตร่วมกัน
ในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสนั ติสขุ และเปน็ เคร่อื งมอื ในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูล
สารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทัน
ต่อการเปล่ียนแปลงทางสงั คม และความก้าวหนา้ ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนา
อาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม
ประเพณี และสุนทรียภาพ เปน็ สมบตั ลิ ้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรกั ษ์ และสบื สานใหค้ งอยคู่ ชู่ าติไทยตลอดไป

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ

แกป้ ญั หาในการดำเนินชีวติ และมีนิสัยรกั การอ่าน
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ

และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า
อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด

และความรู้สึกในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา

และพลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย

อยา่ งเหน็ คุณค่าและนำมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ



ตัวช้วี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลางตอ้ งรแู้ ละควรรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ชัน้ ท่ี รหสั ตัวชี้วดั ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้
๑ ท ๑.๑ ม.๑/๑ /
อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบท -การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ย / /
ม.๑ ท ๑.๑ ม.๑/๒ / /
ท ๑.๑ ม.๑/๓ ร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับ แกว้ ที่เปน็ บทบรรยายจาก /
๒ ท ๑.๑ ม.๑/๔ /
๓ ท ๑.๑ ม.๑/๕ เร่ืองทอ่ี า่ น หนงั สอื หรือสอื่ อ่ืน ๆ /
๔ ท ๑.๑ ม.๑/๖
ท ๑.๑ ม.๑/๗ -การอา่ นทำนองเสนาะบท /
๕ ท ๑.๑ ม.๑/๘
๖ ร้อยกรองประเภทกาพย์
ท ๑.๑ ม.๑/๙
๗ จบั ใจความสำคัญจากเร่ืองท่ีอา่ น -การอ่านจับใจความจาก

๘ ระบเุ หตแุ ละผลและขอ้ เท็จจริง วรรณคดีและวรรณกรรม

๙ กบั ข้อคดิ เห็นจากเรอื่ งท่อี า่ น ในหนงั สือเรียนรวมทง้ั

ระบแุ ละอธบิ ายคำเปรยี บเทียบ บทเรยี นจากกลุ่มสาระ

และคำทม่ี ีหลายความหมาย การเรยี นรูอ้ ่ืน ๆ

ในบริบทต่าง ๆ จากการอ่าน

ตคี วามคำยากในเอกสารวชิ าการ

โดยพิจารณาจากบรบิ ท

ระบุข้อสังเกตและความ

สมเหตุสมผลของงานเขียน

ประเภทชกั จงู โนม้ นา้ ว

ปฏบิ ตั ติ ามคู่มือแนะนำวิธกี าร - การอ่านและปฏบิ ัติตาม

ใช้งานของเคร่อื งมอื หรอื เครื่องใช้ เอกสาร

ในระดบั ทย่ี ากขึ้น

วเิ คราะหค์ ุณค่าทไ่ี ดร้ บั จาก - การอ่านหนงั สอื ตาม

งานเขียนอย่างหลากหลาย ความสนใจ เชน่

เพอื่ นำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต - หนงั สือทนี่ กั เรยี นสนใจ

และเหมาะสมกบั วยั

- หนังสอื อ่านทีค่ รูและ

นักเรียนกำหนดรว่ มกนั

มมี ารยาทในการอ่าน - มารยาทในการอา่ น



๑๐ ท ๒.๑ ม.๑/๑ คดั ลายมือตวั บรรจงครึง่ บรรทัด - การคัดลายมอื ตวั บรรจง

คร่ึงบรรทัดตามรูปแบบ /

การเขียนตัวอกั ษรไทย

ชนั้ ท่ี รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้

ม.๑ ๑๑ ท ๒.๑ ม.๑/๒ เขยี นสือ่ สารโดยใชถ้ อ้ ยคำถูกต้อง -การเขยี นแนะนำตนเอง /

ชดั เจน เหมาะสม และสละสลวย หรือสถานทีส่ ำคัญ

๑๒ ท ๒.๑ ม.๑/๓ เขยี นบรรยายประสบการณโ์ ดย -การเขียนเรยี งความ

ระบสุ าระสำคัญและรายละเอยี ด บรรยายประสบการณ์ /
/
สนับสนุน /

๑๓ ท ๒.๑ ม.๑/๔ เขียนเรยี งความ /
/
๑๔ ท ๒.๑ ม.๑/๕ เขียนยอ่ ความจากเร่ืองทีอ่ า่ น -การเขียนย่อความจาก
/
วรรณคดีและวรรณกรรม
/
ในหนังสอื เรยี นหรือสอื่ /
/
๑๕ ท ๒.๑ ม.๑/๖ เขยี นแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับ การเขยี นแสดงความ
/
จากสือ่ ทไ่ี ด้รับ คิดเหน็

๑๖ ท ๒.๑ ม.๑/๗ เขยี นจดหมายสว่ นตัวและ -การเขยี นจดหมายสว่ นตวั

จดหมายกจิ ธุระ ในชวี ติ ประจำวัน

-การเขียนจดหมายกิจธรุ ะ

๑๗ ท ๒.๑ ม.๑/๘ เขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้า -การเขียนรายงานจาก

และโครงงาน การศกึ ษาค้นคว้า

-การเขียนรายงาน

โครงงาน

๑๘ ท ๒.๑ ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน -มารยาทในการเขียน /

๑๙ ท ๓.๑ ม.๑/๑ พดู สรุปใจความสำคัญของเรือ่ ง - ก า ร พ ู ด ส ร ุ ป ค ว า ม

และดู พูดแสดงความคิดเห็นจาก

๒๐ ท ๓.๑ ม.๑/๒ เลา่ เรือ่ งยอ่ จากเรอ่ื งที่ฟังและดู เรื่องทฟ่ี ังและดู

๒๑ ท ๓.๑ ม.๑/๓ พูดแสดงความคิดเห็นอย่าง -การพูดประเมินความ

สร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง น่าเชื่อถือของสื่อที่มี

และดู เนือ้ หาโนม้ น้าว

๒๒ ท ๓.๑ ม.๑/๔ ประเมินความน่าเชอ่ื ถอื ของสอ่ื

ทีม่ เี น้ือหาโนม้ นา้ วใจ



๒๓ ท ๓.๑ ม.๑/๕ พูดรายงานเร่ืองหรือประเดน็ ที่ - ก า ร พ ู ด ร า ย ง า น /

ม.๑ ๒๔ ท ๓.๑ ม.๑/๖ ศกึ ษาคน้ คว้าจากการฟงั การดู การศกึ ษาคน้ คว้า /
๒๕ ท ๔.๑ ม.๑/๑ /
๒๖ ท ๔.๑ ม.๑/๒ และการสนทนา /
๒๗ ท ๔.๑ ม.๑/๓ /
๒๘ ท ๔.๑ ม.๑/๔ มีมาร ยาทใน ก าร ฟ ัง ก าร ดู - มารยาทในการฟงั การดู / /
๒๙ ท ๔.๑ ม.๑/๕ / ๔
๓๐ ท ๔.๑ ม.๑/๖ และการพดู และการพูด /
๓๑ ท ๕.๑ ม.๑/๑ /
๓๒ ท ๕.๑ ม.๑/๒ อธิบายลกั ษณะของเสยี งใน - เสียงในภาษาไทย
/
๓๓ ท ๕.๑ ม.๑/๓ ภาษาไทย /
๓๔ ท ๕.๑ ม.๑/๔ /
๓๕ ท ๕.๑ ม.๑/๕ สร้างคำในภาษาไทย -การสรา้ งคำ
๓๑
-คำประสม คำซ้ำ คำซอ้ น

วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคำ -ชนิดและหนา้ ท่ีของคำ

ในประโยค

วเิ คราะห์ความแตกต่างของภาษา -ระดับภาษา

พดู และภาษาเขยี น

แต่งบทร้อยกรอง -หลักการแต่งกาพย์ยานี

๑๑ และกาพย์ฉบัง ๑๖

จำแนกและใช้สำนวนทเ่ี ป็นคำ -สำนวนไทยทีเ่ ป็นคำ

และสภุ าษติ พังเพยและสุภาษิต

สรปุ เน้ือหาวรรณคดีและ -การวเิ คราะหค์ ณุ คา่ และ

วรรณกรรมทีอ่ า่ น ขอ้ คิดจากวรรณคดี

วเิ คราะหว์ รรณคดีและ ประเภทกาพย์ รวมทง้ั

วรรณกรรมที่อา่ นพรอ้ มยกเหตุผล วรรณคดีและวรรณกรรมท่ี

ประกอบ มเี นือ้ หาเก่ยี วกบั

อธบิ ายคณุ คา่ ของวรรณคดี -บันทกึ การเดินทาง

และวรรณกรรมทีอ่ า่ น -วรรณกรรมทอ้ งถนิ่

สรปุ ความรู้และข้อคดิ จากการ ของตน

อ่านเพอ่ื ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ -เรอื่ งส้นั

ทอ่ งจำบทอาขยานตามทก่ี ำหนด -สารคดี

บทร้อยกรองทม่ี คี ุณคา่ ตามความ -บทอาขยานและหนงั สอื

สนใจ อ่านนอกเวลา

รวม ๓๕ ตัวช้ีวัด



คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

ศึกษาวิธีอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง การอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องเล่า
เรือ่ งสัน้ บทสนทนา นิทานชาดก สารคดี บนั เทงิ คดี บทความ ระบเุ หตผุ ล และขอ้ เท็จจริงกับข้อคิดเห็น
อธบิ ายคำเปรียบเทยี บและคำท่ีมีหลายความหมายในบรบิ ทต่างๆ ตคี วามคำยากในเอกสารวชิ าการ มมี ารยาท
ในการอ่าน การคัดลายมือแบบอาลักษณ์ หัวกลม ตัวเลขไทย การเขียนเรียงความ การเขียนย่อความ
มีมารยาทในการเขียน การพูดสรุปใจความสำคัญ การพูดเล่าเรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็น ประเมิน
ความน่าเชื่อถือของสื่อ มีมารยาทในการฟัง ดู พูด ศึกษาเรื่องเสียงในภาษาไทย พลังภาษา การสร้างคำ
ในภาษาไทย ชนิดและหน้าที่ของคำ การแต่งร้อยกรองประเภทกาพย์ จำแนกสำนวน สุภาษิต คำพังเพย
การสรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรม การวิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม การอธิบายคุณค่าของ
วรรณคดีและวรรณกรรม การนำความรู้และข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมไปประยุกต์ใช้
ในชีวิตจริง การทอ่ งจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอ้ ยกรองท่มี ีคณุ ค่าตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การฝึกปฏิบัติ การสืบค้นข้อมูล การอภิปรายเพื่อใหเ้ กิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถใน
การตดั สินใจนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั มี คณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม รกั ชาติ ศาสน์
กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อปลูกฝังความรับผิดชอบต่อตนเอง
ต่อสงั คมส่วนรวมต่อเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

รหัสตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ม.๑/๑,๒,๓,๔,๕,๙
ท ๒.๑ ม.๑/๑,๒,๔,๕,๙
ท ๓.๑ ม.๑/๑,๒,๓,๔,๖
ท ๔.๑ ม.๑/๑,๒,๓,๔,๕,๖
ท ๕.๑ ม.๑/๑,๒,๓,๔,๕

รวมทัง้ หมด ๒๖ ตวั ชว้ี ดั

รายวชิ า ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๙

โครงสรา้ งรายวิชา
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ เวลารวม ๖๐ ชัว่ โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต

หนว่ ย ชอ่ื มาตรฐานการเรยี นร้/ู สาระสำคญั / เวลา นำ้ หนกั
ท่ี หนว่ ยการเรียนรู้ คะแนน
๑ รอ้ ยแก้วร้อยกรอง ตัวช้วี ัด ความคิดรวบยอด (ชัว่ โมง)
สอดคลอ้ งวถิ ีชีวี ๓๐
พอเพยี ง มาตรฐาน ท๑.๑ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ ง การอา่ นออกเสียงบท ๑๘

ความรู้และความคิดเพื่อนำไปใชต้ ัดสินใจ ร้อยแกว้ และบทรอ้ ย

แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชีวิตและมีนิสยั รัก กรองได้อยา่ งถกู ตอ้ งแล้ว

การอา่ น ระบุเหตผุ ลและ

ม.๑/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบท ข้อเทจ็ จรงิ ด้วยการเขียน

รอ้ ยกรองไดถ้ ูกต้องเหมาะสมกับเรื่องที่อา่ น ยอ่ ความ พูดเล่าเรื่อง

ม.๑/๒ จับใจความสำคญั จากเรือ่ งทอ่ี ่าน พูดแสดงความคิดเห็น

ม.๑/๓ ระบุเหตแุ ละผลและข้อเท็จจรงิ กบั อธิบายความสำคัญของ

ข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งท่ีอ่าน การเลือกใช้คำ ทอ่ งจำ

ม.๑/๙ มีมารยาทในการอา่ น บทรอ้ ยกรองท่ชี อบแล้ว

ท๒.๑ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสอ่ื สาร คดั ลอกด้วยลายมือตวั

เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี น บรรจงเต็มบรรทัด

เร่อื งราวในรปู แบบต่างๆเขยี นรายงานข้อมลู ตลอดจนวิเคราะห์ขอ้ คดิ

สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้า ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านไป

อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ประยุกต์ใชใ้ นชวี ิต

ม.๑/๑ คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ประจำวนั ได้อยา่ ง

ครงึ่ บรรทดั เหมาะสม

ม.๑/๕ เขียนยอ่ ความจากเรอื่ งที่อ่าน

ท๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมี

วจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด

และความรสู้ ึกในโอกาสต่างๆอย่างมี

วจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ม.๑/๑ พดู สรุปใจความสำคัญของเร่อื งที่ฟัง

และดู

ม.๑/๒ เล่าเร่ืองยอ่ จากเร่อื งทฟ่ี งั และดู

ม.๑/๓ พูดแสดงความคดิ เหน็ อย่าง

สร้างสรรคเ์ ก่ียวกบั เร่อื งท่ฟี งั และดู

๑๐

หน่วย ชอื่ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคัญ/ เวลา น้ำหนกั
คะแนน
ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ ตัวชี้วดั ความคิดรวบยอด (ช่วั โมง)
๓๐
ม.๑/๔ ประเมินความน่าเชือ่ ถือของสอ่ื ท่มี ี

เนื้อหาโนม้ น้าวใจ

ท๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลัก

ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและ

พลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษาและ

รักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ

ม.๑/๑ อธิบายลักษณะของเสียงใน

ภาษาไทย

ท๕.๑เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์

วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็

คณุ ค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง

ม.๑/๑ สรปุ เนื้อหาวรรณคดแี ละวรรณกรรม

ทอ่ี ่าน

ม.๑/๒ วเิ คราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม

ที่อา่ น พรอ้ มยกเหตุผลประกอบ

ม.๑/๓ อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดีและ

วรรณกรรมทีอ่ า่ น

ม.๑/๔ สรปุ ความรู้และข้อคิดจากการอา่ น

เพ่อื ประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จรงิ

ม.๑/๕ ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนด

และบทรอ้ ยกรองที่มีคณุ ค่าตามความสนใจ

๒ ขอ้ คิดคำโคลงเชอ่ื มโยง มาตรฐานท๑.๑ใช้กระบวนการอ่านสรา้ ง ระบุและอธิบายคำ ๑๘

แนวปรัชญาชวี ติ ความรู้และความคิดเพ่อื นำไปใชต้ ัดสินใจ เปรยี บเทียบและคำทีม่ ี

แก้ปญั หาใน หลายความหมายใน

การดำเนินชวี ติ และมีนสิ ยั รกั การอ่าน บริบทต่างๆ การตีความ

ม.๑/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบท คำยากจากการอา่ นบท

รอ้ ยกรองไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกับเรื่องทอ่ี ่าน รอ้ ยแก้วและบทร้อย

ม.๑/๒ จับใจความสำคญั จากเรื่องท่อี ่าน กรอง การวเิ คราะหช์ นดิ

ม.๑/๓ ระบุเหตแุ ละผลและข้อเท็จจรงิ กบั และหนา้ ท่ีของคำ การ

ขอ้ คดิ เหน็ จากเรอ่ื งท่อี ่าน สรา้ งคำ สรุปเนือ้ หา

วรรณกรรมทอ่ี า่ น ด้วย

๑๑

ม.๑/๔ ระบุและอธิบายคำเปรยี บเทียบและ การเขยี นเรยี งความและ

คำท่มี ีหลายความหมายในบริบทตา่ งๆจาก ท่องจำบทรอ้ ยกรองท่มี ี

การอ่าน คุณค่าไปเปน็ แนวทางใน

ม.๑/๕ ตคี วามคำยากในเอกสารวิชาการ การดำเนนิ ชีวติ

โดยพิจารณาจากบรบิ ท

มาตรฐาน ท๒.๑ใช้กระบวนการเขียนเขียน

สอ่ื สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขียน

เรอ่ื งราวในรปู แบบต่างๆเขยี นรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้

อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

ม.๑/๔ เขยี นเรยี งความ

ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขยี น

มาตรฐาน ท๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษา

และหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของ

ภาษาและพลงั ของภาษา

ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้

เป็นสมบัติของชาติ

ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย

ม.๑/๓วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคำใน

ประโยค

มาตรฐาน ท๕.๑เขา้ ใจและแสดงความ

คิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม

ไทยอยา่ งเห็นคณุ ค่าและนำมาประยุกต์ใช้ใน

ชีวิตจริง

ม.๑/๑ สรุปเน้อื หาวรรณคดีและวรรณกรรม

ม.๑/๒ วิเคราะหว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม

ทอี่ ่าน พร้อมยกเหตผุ ลประกอบ

ม.๑/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและ

วรรณกรรมท่อี า่ น

ม.๑/๔ สรุปความรู้และขอ้ คิดจากการอา่ น

เพือ่ ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ

ม.๑/๕ ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด

และบทร้อยกรองท่มี คี ณุ ค่าตามความสนใจ

๑๒

หน่วย ชอื่ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคญั / เวลา น้ำหนกั
ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ คะแนน
๓ เรือ่ งเลา่ เคล้าสำนวน ตวั ช้วี ัด ความคดิ รวบยอด (ชัว่ โมง)
๒๐
มาตรฐาน ท๑.๑ใช้กระบวนการอ่านสร้าง การถ่ายทอด ๑๑

ความรแู้ ละความคิดเพ่ือนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ ประสบการณด์ ว้ ยการ

แก้ปญั หาใน บอกเล่า และการเขยี น

การดำเนินชีวิตและมีนิสยั รกั การอ่าน นอกจากมารยาทในการ

ม.๑/๑ อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบท พดู และการเขยี นแล้ว

ร้อยกรองไดถ้ ูกต้องเหมาะสมกบั เรื่องทีอ่ ่าน จำเปน็ ต้องมกี ารเลอื กใช้

ม.๑/๒ จับใจความสำคญั จากเรอื่ งท่อี ่าน คำที่มีความหมาย

ม.๑/๓ ระบเุ หตแุ ละผลและขอ้ เท็จจริงกบั สละสลวย มกี ารยก

ข้อคดิ เห็นจากเร่ืองท่อี า่ น สำนวนสภุ าษิตมา

ม.๑/๔ ระบแุ ละอธบิ ายคำเปรียบเทยี บและ เปรียบเทียบอย่างมี

คำทมี่ ีหลายความหมายในบรบิ ทต่าง ๆ วจิ ารณญาณและ

จากการอ่าน สรา้ งสรรค์ ซง่ึ จะทำให้

มาตรฐาน ท๒.๑ใช้กระบวนการเขยี นเขยี น กระบวนการสื่อสารนัน้ ๆ

สอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียน มปี ระสิทธภิ าพยิ่งข้นึ

เรื่องราวในรปู แบบต่างๆเขียนรายงานขอ้ มูล

สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้า

อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

ม.๑/๙ มมี ารยาทในการเขยี น

ท๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมี

วิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด

และความรู้สึกในโอกาสต่างๆอยา่ งมี

วิจารณญาณและสรา้ งสรรค์

ม.๑/๑ พดู สรุปใจความสำคญั ของเร่ืองทฟี่ ัง

และดู

ม.๑/๒ เลา่ เรื่องยอ่ จากเรอ่ื งท่ฟี งั และดู

ม.๑/๓ พูดแสดงความคดิ เห็นอย่าง

สร้างสรรค์เกย่ี วกบั เร่อื งทฟี่ ังและดู

ม.๑/๔ ประเมินความน่าเชื่อถือของส่อื ที่มี

เนอ้ื หาโนม้ น้าวใจ

ม.๑/๖ มีมารยาทในการฟงั การดแู ละการ

พูด

๑๓

ท๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั
ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้
เปน็ สมบัติของชาติ
ม.๑/๒ วเิ คราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม
ทอี่ า่ น พร้อมยกเหตุผลประกอบ
ม.๑/๖ จำแนกและใชส้ ำนวนที่เปน็ คำ
พังเพยและสุภาษติ
ท๕.๑เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์
วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็
คุณค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ
ม.๑/๑ สรุปเน้อื หาวรรณคดแี ละวรรณกรรม
ที่อา่ น
ม.๑/๒ วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม
ทอ่ี ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ
ม.๑/๓ อธบิ ายคุณค่าของวรรณคดีและ
วรรณกรรมท่ีอา่ น
ม.๑/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่าน
เพอ่ื ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

๔ กาพยส์ อนจิต สภุ าษิต มาตรฐานท๑.๑ใช้กระบวนการอ่านสร้าง ระบุเหตุและผลและ ๑๑ ๒๐

พนิ จิ ตน ความรูแ้ ละความคิดเพอ่ื นำไปใช้ตัดสนิ ใจ ข้อเท็จจรงิ กับขอ้ คดิ เหน็

แกป้ ัญหาใน อธบิ ายคุณคา่ สรปุ

การดำเนินชวี ติ และมนี ิสัยรักการอ่าน เน้อื หาของเร่ืองที่อา่ น

ม.๑/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบท ยกสำนวนท่ีเป็นคำ

ร้อยกรองได้ถูกตอ้ งเหมาะสมกับเรื่องทีอ่ า่ น พังเพยและสุภาษิตมา

ม.๑/๒ จับใจความสำคัญจากเร่ืองทอ่ี า่ น เปรยี บเทยี บแลว้ สามารถ

ม.๑/๓ ระบเุ หตแุ ละผลและข้อเท็จจรงิ กับ ถา่ ยทอดเป็นคำประพนั ธ์

ข้อคดิ เห็นจากเรอ่ื งทอ่ี ่าน ประเภทกาพย์

ม.๑/๔ ระบแุ ละอธิบายคำเปรยี บเทยี บและ ๑๔
คำทีม่ ีหลายความหมายในบริบทตา่ งๆจาก
การอ่าน ๕๘ ๗๐
ท๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ๒ ๓๐
ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและ ๖๐ ๑๐๐
พลังของภาษา
ภมู ิปญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้
เป็นสมบตั ขิ องชาติ
ม.๑/๕ แต่งบทร้อยกรอง
ม.๑/๖ จำแนกและใชส้ ำนวนท่เี ป็นคำ
พงั เพยและสภุ าษิต
มาตรฐาน ท๕.๑เข้าใจและแสดงความ
คิดเห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม
ไทยอย่างเหน็ คณุ ค่าและนำมาประยุกตใ์ ชใ้ น
ชีวติ จริง
ม.๑/๑ สรปุ เน้อื หาวรรณคดแี ละวรรณกรรม
ท่อี า่ น
ม.๑/๒ วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่
อ่าน พรอ้ มยกเหตุผลประกอบ
ม.๑/๓ อธบิ ายคณุ ค่าของวรรณคดแี ละ
วรรณกรรมที่อ่าน
ม.๑/๔ สรุปความรู้และขอ้ คิดจากการอา่ น
เพ่ือประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ

รวมระหว่างภาค
ปลายภาค
รวม

๑๕

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๓ เรอื่ งเล่าเคล้าสำนวน เร่อื ง คำมลู

เวลา ๑ ช่วั โมง ผู้สอน นางสาวอินทร์ธดิ า สุขแกว้

สอนชัน้ / วัน / เวลา

ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๑/........ วนั .................. ที่ ........ เดอื น ..................... พ.ศ. ............ เวลา .............. น.

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ

พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ

ตวั ชวี้ ัด
ท๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย

๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรียนสามารถบอกลกั ษณะของคำมูลได้ (K)
๒. นกั เรยี นสามารถจำแนกคำมูลได้ (P)
๓. นกั เรียนเหน็ ความสำคัญของคำมลู (A)

๓. สาระสำคญั
ยุคปัจจุบันมีการติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น คำศัพท์ต่าง ๆ ก็ต้องมีความหลากหลายเพื่อแสดงอารมณ์

และความรู้สึกนึกคิดออกมาให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสารมากที่สุด คำมูลซึ่งเป็นคำดั้งเดิมที่มีใช้ใน
ภาษาไทยมีไมเ่ พียงพอท่ีจะนำไปใช้ จึงจำเป็นต้องมีการสร้างคำขึ้นใหม่ดว้ ยการประสมคำ ซ้อนคำ และซ้ำคำ
ดังนั้นนักเรียนจำเป็นต้องศึกษาตั้งแต่พื้นฐานการสร้างคำในรูปแบบต่าง เพื่อทราบถึงที่มาและนำไปใช้
ประกอบการฟงั พูด อา่ น และเขยี นภาษาไทยได้ดยี ่งิ ข้นึ

๑๖

๔. สาระการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (K)
๑. ความหมายของคำมูล
๒. ชนดิ ของคำมูล

ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. ทกั ษะการอ่าน
๒. ทักษะการวิเคราะห์

ดา้ นเจตคติ (A)
เหน็ ความสำคัญของคำมูล

๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน  อยู่อย่างพอเพียง
 ความสามารถในการส่ือสาร  ม่งุ มั่นในการทำงาน
 ความสามารถในการคิด  รักความเป็นไทย
 ความสามารถในการแก้ปญั หา  มีจิตสาธารณะ
 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

๖. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
 ซื่อสัตย์ สุจรติ
 มวี นิ ัย
 ใฝ่เรียนรู้

๗. จุดเน้นสู่การพฒั นาผเู้ รียนใหม้ คี วามสามารถและทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑
 R1 Reading (อ่านออก)  Writing (เขียนได้)  Arithematics (คดิ เลขเป็น)
 C1 Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะ

การแกป้ ัญหา)
 C2 Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม)
 C3 Cross-Cultural Understanding (ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น)์
 C4 Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม

และภาวะผ้นู ำ)

๑๗

 C5 Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะด้านการสือ่ สาร สารสนเทศ
และการรเู้ ท่าทันสอื่ )

 C6 Computering and ICT (ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร)
 C7 Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)
 C8 Compassion (ความเมตตา กรุณา มวี นิ ัย คณุ ธรรม จริยธรรม)
๘. การบูรณาการ
การบรู ณาการกบั ศาสตรพ์ ระราชา

 การมที ศั นคติที่ถูกตอ้ งต่อบ้านเมือง (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ )์
 การมีพนื้ ฐานชวี ติ ทม่ี ัน่ คง
 การมีงาน มีอาชีพ
 การเป็นพลเมืองดี มนี ำ้ ใจ เอ้อื อาทร มจี ติ สาธารณะ
การบูรณาการกบั หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
 หลกั ความพอประมาณ
 หลกั ความมีเหตุผล
 หลกั การมีภมู คิ ุ้มกนั
 เงือ่ นไขความรู้
 เงอื่ นไขคุณธรรม
การบูรณาการจัดการศึกษาเพอ่ื อาชีพ
ทักษะด้านชีวิตและอาชพี
 ความยืดหยุน่ และการปรบั ตวั
 การริเริม่ สร้างสรรคแ์ ละการเปน็ ตัวของตัวเอง
 ทักษะสังคม และสังคมข้ามวฒั นธรรม
 การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิต และความรบั ผิดชอบเชือ่ ถอื ได้
 ภาวะผนู้ ำและความรบั ผดิ ชอบ
๙. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
๑. ใบกิจกรรม “รอบรหู้ ลกั คำมูล”
๒. Exit ticket

๑๘

๑๐. การวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารวัด

สง่ิ ที่วัด วธิ วี ัดและประเมนิ ผล และประเมินผล และประเมินผล

๑. นักเรยี นสามารถบอก ตรวจใบกจิ กรรม แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม นักเรียนมรี ะดับคุณภาพ
ลกั ษณะของคำมูลได้ (K) “รอบรหู้ ลกั คำมูล”
“รอบร้หู ลกั คำมลู ” อยใู่ นระดับพอใช้ขึ้นไป

๒. นักเรียนสามารถ ตรวจกิจกรรม แบบประเมินกิจกรรม นักเรียนมรี ะดบั คณุ ภาพ
จำแนกคำมลู ได้ (P)
“ยกใหไ้ ว...ไหนคำมลู ” “ยกให้ไว...ไหนคำมลู ” อยู่ในระดับพอใชข้ ึน้ ไป
๓. นักเรยี นบอกความ
สำคญั ของคำมูลได้ (A) แบบรายกลุ่ม แบบรายกลมุ่

๕. พฤติกรรมการมี ตรวจใบกิจกรรม แบบประเมนิ นักเรยี นมีระดับคณุ ภาพ
สว่ นร่วมในช้นั เรียน
“Exit ticket” ใบกิจกรรม อยใู่ นระดบั พอใชข้ ึน้ ไป
๖. สมรรถนะสำคัญ
ของผ้เู รยี น “Exit ticket”

๗. คณุ ลักษณะอนั พงึ สงั เกตพฤติกรรมการมี แบบสังเกตพฤตกิ รรม นักเรียนมรี ะดับคณุ ภาพ
ประสงค์ของผเู้ รียน
สว่ นร่วมในช้ันเรียน การมีส่วนร่วมในชั้น อยู่ในระดบั พอใช้ขึ้นไป

เปน็ รายบุคคล เรียนเป็นรายบคุ คล

สงั เกตสมรรถนะสำคญั แบบสังเกตสมรรถนะ นักเรียนมีระดบั คุณภาพ

ของผเู้ รยี นรายบุคคล สำคญั ของผู้เรยี น อย่ใู นระดับพอใชข้ น้ึ ไป

รายบคุ คล

สงั เกตคณุ ลกั ษณะอันพงึ แบบสงั เกตคุณลักษณะ นักเรยี นมีระดบั คณุ ภาพ

ประสงคร์ ายบุคคล อันพงึ ประสงคร์ ายบคุ คล อยใู่ นระดบั พอใช้ขนึ้ ไป

๑๙

แบบประเมนิ ใบกิจกรรม “รอบรู้หลักคำมลู ”
คำชี้แจง: แบบประเมินใบกิจกรรม “รอบรู้หลักคำมูล” สร้างขึ้นเพื่อให้ครูบันทึกคะแนนนักเรียน
จากการประเมินความรู้ในเรื่องลักษณะคำมูล จำนวน ๑๐ ข้อ โดยมีหลักการให้คะแนนคือ ตอบถูกต้อง
ได้ ๑ คะแนน ตอบผดิ ได้ ๐ คะแนน โดยครูประเมนิ ตามความเปน็ จริง
เลขท่ี ชอื่ - นามสกลุ คะแนนทไ่ี ด้ (๑๐ คะแนน) ระดับคุณภาพ
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๑.
๑๒.
๑๓.
๑๔.
๑๕.
๑๖.
๑๗.
๑๘.
๑๙.
๒๐.
๒๑.

๓๐.

๒๐

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน คุณภาพ

๘ - ๑๐ ดี

๖ - ๗ พอใช้

๐ - ๕ ปรับปรุง

เกณฑ์การผา่ น
นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินใบกิจกรรม “รอบรู้หลักคำมูล” จะต้องมีคะแนนตั้งแต่ ๖ คะแนน
ขึ้นไป กลา่ วคือ มีคณุ ภาพอยู่ในระดบั พอใชข้ ้ึนไป

แบบประเมนิ กจิ กรรม “
คำชี้แจง: แบบประเมินกิจกรรม “ยกให้ไว...ไหนคำมูล” สรา้ งขน้ึ เพอ่ื ให้ครูบนั ทกึ คะแ
โดยมหี ลักการใหค้ ะแนนคือ ตอบถกู ต้องได้ ๑ คะแนน ตอบผิดได้ ๐ คะแนน โดยครปู

กลุ่มท่ี รายชือ่ สมาชิก

๑.

๒.

๑. ๓.
๔.

๕.

๖.

....

๑.

๒.

๕. ๓.
๔.

๕.

๖.

๒๑

“ยกใหไ้ ว...ไหนคำมลู ”
แนนนักเรียนจากการประเมินทกั ษะการจำแนกคำมูล แบบรายกลุ่ม จำนวน ๑๐ ข้อ
ประเมินตามความเป็นจรงิ

คะแนนท่ีได้ (๑๐ คะแนน) ระดับคุณภาพ

๒๒

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน คุณภาพ

๘ - ๑๐ ดี

๖ - ๗ พอใช้

๐ - ๕ ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารผา่ น
นกั เรียนที่ผ่านเกณฑก์ ารประเมินใบกิจกรรม “ยกใหไ้ ว...ไหนคำมลู ” จะตอ้ งมีคะแนนตงั้ แต่ ๖ คะแนน
ขึ้นไป กล่าวคือ มคี ณุ ภาพอยู่ในระดบั พอใชข้ น้ึ ไป

๒๓

แบบประเมินใบกิจกรรม“Exit ticket”

คำชี้แจง: แบบประเมินใบกิจกรรม “Exit ticket” สร้างขึ้นเพื่อให้ครูบันทึกคะแนนนักเรียนจากการประเมิน

เจตคติ (A) ในการอธบิ ายความสำคัญของคำมลู จำนวน ๑ ข้อ โดยครูประเมินตามความเป็นจริง

เลขท่ี ชอ่ื - นามสกลุ คะแนนท่ีได้ (๓ คะแนน) ระดบั คณุ ภาพ

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๘.

๙.

๑๑.

๑๒.

๑๓.

๑๔.

๑๕.

๑๖.

๑๗.

๑๘.

๑๙.

๒๐.



๓๐.

เกณฑก์ ารประเมินใบกจิ กรรม“Exit ticket” ๒๔

รายการประเมนิ ๓ คะแนน ๑
การใหเ้ หตผุ ล อธิบายความสำคัญ ๒ อธิบายความสำคัญ
ของคำมลู ไดส้ มเหตุสมผล ของคำมลู ได้ แต่มีสว่ น
ทุกประเดน็ อธิบายความสำคญั ทไ่ี ม่สมเหตุสมผล
ของคำมลู ได้ แตม่ ีสว่ น มากกวา่ ๑ ประเด็นขึน้ ไป
ทไ่ี ม่สมเหตุสมผล
๑ ประเด็น

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน คณุ ภาพ

๓ ดี

๒ พอใช้

๑ ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การผา่ น
นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินใบกิจกรรมใบกิจกรรม“Exit ticket” จะต้องมีคะแนน
ตัง้ แต่ ๒ คะแนนข้ึนไป กล่าวคอื มคี ณุ ภาพอยู่ในระดบั พอใช้ข้นึ ไป

๒๕

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล

คำชี้แจง: แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล สร้างขึ้นเพื่อให้ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรียน

ขณะจัดการเรียนการสอน โดยทำเครอ่ื งหมาย ในชอ่ งใหค้ ะแนนท่เี ห็นสมควรตามความเป็นจรงิ

พฤตกิ รรม/ระดับคะแนน

เลขที่ รายช่อื นักเรียน ความ ความมี ความ การมี รวม
ตรงต่อเวลา ระเบียบวนิ ัย กระตอื รือร้น ส่วนรว่ ม
ในช้ันเรยี น

๓๒๑๓๒๑๓๒๑๓๒๑

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๘.

๙.

๑๐.

๑๑.

๑๒.

๑๓.

...

๓๐.

ข้อสังเกตเพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........….........….....………………………….ผูส้ ังเกต
(นางสาวอนิ ทร์ธดิ า สขุ แกว้ )

วนั ท่ี …………/…………/………..

๒๖

เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมการมสี ่วนร่วมในช้นั เรยี นรายบคุ คล: ๑๒ คะแนน

รายการประเมิน ๓ ระดับคะแนน ๑
ความตรง เข้าเรียนตรงเวลา ๒ เขา้ เรียนสายเกนิ ๑๐ นาที
ตอ่ เวลา
นักเรียนปฏบิ ตั ิตามเกณฑ์ เข้าเรยี นช้ากว่ากำหนด นักเรยี นไมป่ ฏิบตั ติ ามเกณฑ์
ความ ตอ่ ไปน้ีครบทกุ ขอ้ แตไ่ มเ่ กิน ๑๐ นาที ต่อไปนีม้ ากกว่า ๑ ข้อ
มีระเบยี บวนิ ัย ๑. ไมพ่ ดู คยุ เสยี งดงั นกั เรียนไม่ปฏบิ ตั ิตามเกณฑ์ ๑. ไมพ่ ูดคยุ เสียงดัง
ขณะครสู อน ต่อไปนี้ ๑ ขอ้ ขณะครสู อน
ความ ๒. ไมน่ ำการบ้านวิชาอน่ื ขน้ึ มา ๑. ไม่พดู คยุ เสียงดัง ๒. ไมน่ ำการบ้านวชิ าอ่ืนข้ึนมา
กระตือรอื รน้ ทำขณะครูสอน ขณะครูสอน ทำขณะครูสอน
๓. สง่ งานภายในเวลาท่ี ๒. ไมน่ ำการบา้ นวิชาอืน่ ข้ึนมา ๓. สง่ งานภายในเวลาที่
การมี กำหนด ทำขณะครูสอน กำหนด
สว่ นร่วม นกั เรียนปฏิบัติตามเกณฑ์ ๓. สง่ งานภายในเวลาที่ นกั เรยี นไมป่ ฏิบตั ิตามเกณฑ์
ในชั้นเรยี น ตอ่ ไปน้คี รบทุกข้อ กำหนด ตอ่ ไปนีม้ ากกว่า ๑ ขอ้
๑. มอี ุปกรณ์การเรยี น นกั เรยี นไม่ปฏบิ ัติตามเกณฑ์ ๑. มีอปุ กรณ์การเรยี น
ครบถ้วน ต่อไปน้ี ๑ ขอ้ ครบถว้ น
๒. กระฉบั กระเฉงในการทำ ๑. มีอปุ กรณ์การเรียน ๒. กระฉบั กระเฉงในการทำ
กจิ กรรมต่าง ๆ ครบถว้ น กิจกรรมตา่ ง ๆ
นักเรียนปฏบิ ตั ิตามเกณฑ์ ๒. กระฉบั กระเฉงในการทำ นกั เรียนไมป่ ฏบิ ัติตามเกณฑ์
ตอ่ ไปน้คี รบทุกข้อ กิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปนมี้ ากกวา่ ๑ ข้อ
๑. แสดงความคิดเหน็ นกั เรยี นไมป่ ฏบิ ตั ติ ามเกณฑ์ ๑. แสดงความคิดเห็น
เมอื่ มโี อกาส ตอ่ ไปน้ี ๑ ขอ้ เมอ่ื มโี อกาส
๒. รว่ มทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ๑. แสดงความคดิ เห็น ๒. ร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ
ดว้ ยความเตม็ ใจ เมอื่ มโี อกาส ดว้ ยความเตม็ ใจ
๓. มปี ฏิสมั พันธก์ บั เพ่ือน ๒. ร่วมทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ๓. มปี ฏิสมั พันธก์ บั เพอ่ื น
ในชน้ั เรยี น ดว้ ยความเตม็ ใจ ในชั้นเรียน
๓. มีปฏิสมั พันธก์ ับเพอื่ น
ในช้นั เรยี น

๒๗

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน คุณภาพ

๑๐ – ๑๒ ดี

๗ – ๙ พอใช้

๔ – ๖ ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การผา่ น
นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินพฤติกรรมรายบุคคลจะต้องมีคะแนนตั้งแต่ ๗ คะแนนขึ้นไป
กล่าวคอื มคี ุณภาพอยู่ในระดับพอใชข้ น้ึ ไป

แบบสังเกตสมรรถนะสำ
คำชแ้ี จง : แบบสังเกตสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นรายบุคคล สรา้ งข้นึ เพือ่ ให้ครปู ระเม
เห็นสมควรตามความเป็นจริง

เลขที่ รายชื่อนกั เรียน ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการ
๓๒๑ ๓๒
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
...
๓๐.

ข้อสังเกตเพ่ิมเตมิ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

๒๘

ำคัญของผเู้ รยี นรายบคุ คล
มนิ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยทำเครือ่ งหมาย ในชอ่ งให้คะแนนที่

รคิด ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถ รวม
ในการใช้เทคโนโลยี

๑๓๒๑๓๒๑

....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

ลงช่อื ........….........….....………………………….ผูส้ ังเกต
(นางสาวอินทรธ์ ิดา สขุ แกว้ )
วนั ท่ี …………/…………/………..

๒๙

เกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนรายบคุ คล: ๑๒ คะแนน

รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
ความสามารถ
ในการส่ือสาร ๓๒๑

ความสามารถในการคิด นักเรยี นปฏิบัติตามเกณฑ์ นกั เรียนไม่ปฏบิ ัติตามเกณฑ์ นักเรยี นไมป่ ฏบิ ตั ติ ามเกณฑ์

ความสามารถ ตอ่ ไปนค้ี รบทุกข้อ ต่อไปน้ี ๑ ขอ้ ต่อไปนม้ี ากกว่า ๑ ข้อ
ในการแก้ปญั หา
๑. พูดถา่ ยทอดความคิด ๑. พูดถา่ ยทอดความคิด ๑. พดู ถ่ายทอดความคิด

ความรู้สกึ หรอื ทัศนะดว้ ย ความรู้สึก หรือทัศนะดว้ ย ความรู้สึก หรอื ทัศนะด้วย

ภาษาของตนเอง ภาษาของตนเอง ภาษาของตนเอง

๒. เขียนถ่ายทอดความคิด ๒. เขยี นถ่ายทอดความคิด ๒. เขียนถ่ายทอดความคิด

ความรสู้ กึ หรอื ทัศนะ ความรสู้ ึก หรอื ทัศนะ ความรู้สึก หรือทัศนะ

ดว้ ยภาษาของตนเอง ด้วยภาษาของตนเอง ด้วยภาษาของตนเอง

นกั เรยี นปฏบิ ัติตามเกณฑ์ นกั เรยี นไม่ปฏบิ ตั ติ ามเกณฑ์ นักเรียนไม่ปฏิบัตติ ามเกณฑ์

ตอ่ ไปนีค้ รบทุกข้อ ตอ่ ไปน้ี ๑ ขอ้ ต่อไปนีม้ ากกว่า ๑ ข้อ

๑. เปรียบเทียบข้อมลู ๑. เปรยี บเทยี บข้อมูล ๑. เปรยี บเทยี บขอ้ มูล

ในบริบทตา่ ง ๆ ได้ ในบรบิ ทต่าง ๆ ได้ ในบริบทต่าง ๆ ได้

สอดคล้องกับความเป็นจริง สอดคล้องกบั ความเป็นจริง สอดคลอ้ งกับความเปน็ จริง

๒. ระบหุ ลักการสำคญั ๒. ระบุหลกั การสำคัญ ๒. ระบุหลักการสำคัญ

ในเน้อื หาความรไู้ ด้ ในเนอ้ื หาความรไู้ ด้ ในเนอื้ หาความรไู้ ด้

อย่างถูกต้อง อยา่ งถูกตอ้ ง อยา่ งถูกต้อง

๓. เช่อื มโยงความสัมพันธ์ ๓. เช่ือมโยงความสมั พันธ์ ๓. เชอ่ื มโยงความสมั พันธ์

ของขอ้ มูลกบั เหตกุ ารณ์ ของขอ้ มลู กับเหตกุ ารณ์ ของข้อมลู กบั เหตุการณ์

ทพ่ี บเห็นในบริบทต่าง ๆ ได้ ที่พบเห็นในบริบทต่าง ๆ ได้ ทีพ่ บเห็นในบริบทต่าง ๆ ได้

นกั เรียนปฏิบัตติ ามเกณฑ์ นักเรยี นไม่ปฏบิ ตั ติ ามเกณฑ์ นกั เรียนไมป่ ฏบิ ตั ติ ามเกณฑ์

ตอ่ ไปน้คี รบทุกขอ้ ตอ่ ไปน้ี ๑ ข้อ ต่อไปนมี้ ากกว่า ๑ ขอ้

๑. ระบสุ าเหตขุ องปัญหา ๑. ระบุสาเหตขุ องปัญหา ๑. ระบุสาเหตขุ องปญั หา

ทเ่ี กิดขึน้ ได้สอดคลอ้ ง ที่เกดิ ขึน้ ไดส้ อดคล้อง ทเ่ี กดิ ข้ึนได้สอดคล้อง

กบั ปัญหา กับปัญหา กับปญั หา

๒. กำหนดทางเลอื ก ๒. กำหนดทางเลอื ก ๒. กำหนดทางเลอื ก

ในการแก้ปัญหา ในการแกป้ ญั หา ในการแกป้ ญั หา

ทมี่ คี วามเปน็ ไปได้ ที่มคี วามเป็นไปได้ ที่มีความเป็นไปได้

๓. ตดั สนิ ใจแก้ปญั หา ๓. ตัดสนิ ใจแกป้ ญั หา ๓. ตัดสินใจแก้ปญั หา

โดยพจิ ารณาข้อดี โดยพจิ ารณาข้อดี โดยพิจารณาขอ้ ดี

และขอ้ จำกดั ได้ และข้อจำกัดได้ และข้อจำกดั ได้

๓๐

รายการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน

ความสามารถ ๓๒๑
ในการใชเ้ ทคโนโลยี
นกั เรียนปฏบิ ัติตามเกณฑ์ นักเรยี นไมป่ ฏิบตั ิตามเกณฑ์ นกั เรียนไมป่ ฏิบัตติ ามเกณฑ์

ตอ่ ไปนค้ี รบทกุ ข้อ ตอ่ ไปนี้ ๑ ข้อ ต่อไปนี้มากกวา่ ๑ ข้อ

๑. เลือกใช้เทคโนโลยี ๑. เลือกใช้เทคโนโลยี ๑. เลือกใช้เทคโนโลยี

ที่เหมาะสมในการเรยี นรู้ ที่เหมาะสมในการเรียนรู้ ทเ่ี หมาะสมในการเรียนรู้

๒. เลอื กใช้เทคโนโลยี ๒. เลือกใช้เทคโนโลยี ๒. เลือกใช้เทคโนโลยี

ที่เหมาะสมในการแกป้ ญั หา ท่เี หมาะสมในการแก้ปญั หา ทเี่ หมาะสมในการแกป้ ญั หา

๓. เลือกใช้เทคโนโลยี ๓. เลอื กใช้เทคโนโลยี ๓. เลอื กใช้เทคโนโลยี

ทเ่ี หมาะสมในการรบั ที่เหมาะสมในการรับ ทเ่ี หมาะสมในการรบั

และสง่ สาร และส่งสาร และส่งสาร

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน คณุ ภาพ

๑๐ – ๑๒ ดี

๗ – ๙ พอใช้

๔ – ๖ ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารผา่ น
นักเรียนที่ผ่านเกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนจะต้องมีคะแนนต้ังแต่ ๗ คะแนนขึ้นไป
กล่าวคือ มคี ณุ ภาพอยใู่ นระดับพอใชข้ ้ึนไป

๓๑

แบบสงั เกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคร์ ายบคุ คล

คำชี้แจง : แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายบุคคล สร้างขึ้นเพื่อให้ครูประเมินคุณลักษณะอันพึง

ประสงคเ์ ปน็ รายบุคคล โดยทำเครอื่ งหมาย ในช่องใหค้ ะแนนท่ีเหน็ สมควรตามความเป็นจรงิ

พฤตกิ รรม/ระดบั คะแนน

เลขท่ี รายชอื่ นกั เรยี น ใฝเรยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทำงาน รวม

๑. ๓ ๒๑๓๒๑
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
๑๑.
๑๒.
๑๓.
...
๓๐.

ข้อสังเกตเพิม่ เติม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ........….........….....………………………….ผู้สงั เกต
(นางสาวอนิ ทรธ์ ิดา สุขแก้ว)
วันท่ี …………/…………/………..

๓๒

เกณฑก์ ารประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคร์ ายบคุ คล: ๙ คะแนน

รายการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน
ซื่อสัตย์ สุจรติ
๓๒๑
ใฝ่เรียนรู้
นกั เรยี นปฏิบัติตามเกณฑ์ นักเรียนไมป่ ฏบิ ัตติ าม นกั เรยี นไม่ปฏิบตั ติ าม
มุง่ ม่นั
ในการทำงาน ตอ่ ไปนี้ครบทกุ ขอ้ เกณฑต์ ่อไปน้ี ๑ ขอ้ เกณฑ์ต่อไปนี้มากกว่า

๑. ให้ขอ้ มูลท่ถี ูกต้องและ ๑. ให้ขอ้ มลู ท่ถี กู ต้องและ ๑ ข้อ

เปน็ จรงิ เป็นจรงิ ๑. ให้ข้อมลู ทีถ่ กู ต้องและ

๒. ละอายท่จี ะกระทำผดิ ๒. ละอายที่จะกระทำผดิ เปน็ จริง

๓. ปฏบิ ัติตามคำม่นั สัญญา ๓. ปฏิบตั ติ ามคำมน่ั สัญญา ๒. ละอายทจ่ี ะกระทำผดิ

๓. ปฏบิ ตั ิตามคำม่ันสัญญา

นกั เรยี นปฏิบตั ติ ามเกณฑ์ นักเรียนไม่ปฏิบัติตาม นกั เรยี นไม่ปฏบิ ัติตาม

ต่อไปนคี้ รบทกุ ขอ้ เกณฑต์ อ่ ไปน้ี ๑ ข้อ เกณฑ์ต่อไปน้ีมากกว่า

๑. มีความเพยี รพยายาม ๑. มีความเพียรพยายาม ๑ ข้อ

ในการเรียนรู้ ในการเรียนรู้ ๑. มคี วามเพยี รพยายาม

๒. ปฏบิ ัติงานที่ครู ๒. ปฏิบตั งิ านท่ีครู ในการเรยี นรู้

มอบหมายทนั ที มอบหมายทนั ที ๒. ปฏิบัติงานทีค่ รู

๓. สนใจเข้าร่วมกจิ กรรม ๓. สนใจเข้าร่วมกิจกรรม มอบหมายทันที

การเรียนรู้ตา่ ง ๆ การเรียนร้ตู า่ ง ๆ ๓. สนใจเข้าร่วมกจิ กรรม

การเรยี นร้ตู า่ ง ๆ

นกั เรยี นปฏิบตั ติ ามเกณฑ์ นกั เรียนไม่ปฏิบัตติ าม นกั เรียนไมป่ ฏิบตั ติ าม

ต่อไปน้คี รบทกุ ขอ้ เกณฑต์ ่อไปนี้ ๑ ข้อ เกณฑต์ ่อไปนม้ี ากกวา่

๑. เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ัติ ๑. เอาใจใส่ต่อการปฏิบตั ิ ๑ ขอ้

หน้าท่ีที่ได้รบั มอบหมาย หน้าทที่ ี่ได้รบั มอบหมาย ๑. เอาใจใสต่ อ่ การปฏิบัติ

๒. ตั้งใจและรับผิดชอบ ๒. ต้งั ใจและรบั ผิดชอบ หน้าทที่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย

ในการทำงานใหแ้ ลว้ เสรจ็ ในการทำงานใหแ้ ลว้ เสรจ็ ๒. ตั้งใจและรบั ผิดชอบ

๓. อดทน ไม่ย่อทอ้ ๓. อดทน ไมย่ อ่ ท้อ ในการทำงานใหแ้ ลว้ เสรจ็

ต่อปญั หาและอุปสรรค ต่อปัญหาและอุปสรรค ๓. อดทน ไมย่ ่อท้อ

ในการทำงาน ในการทำงาน ต่อปญั หาและอปุ สรรค

ในการทำงาน

๓๓

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน คุณภาพ

๘ – ๙ ดี

๕ – ๗ พอใช้

๓ - ๔ ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารผ่าน
นักเรียนที่ผา่ นเกณฑ์การประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคจ์ ะตอ้ งมีคะแนนตง้ั แต่ ๕ คะแนนข้นึ ไป
กล่าวคือ มีคณุ ภาพอยใู่ นระดับพอใช้ขึน้ ไป

๓๔

๑๑. กิจกรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนำเขา้ สบู่ ทเรยี น (๕ นาท)ี
๑. ครทู กั ทายนกั เรียนเพอื่ เตรียมความพร้อมในการเรียนรู้
๒. นักเรียนทำกจิ กรรม “คำมูลหาคู่” โดยครูสุ่มแจกบัตรคำคำมูลซ่ึงแบ่งเป็น ๒ สี คือคำมูล
พยางค์เดียวและคำมูลหลายพยางค์ โดยคำมูลหลายพยางค์นั้น ครูแยกบัตรคำเป็นพยางค์ละคำ
ถามนักเรียนว่าคำที่ถืออยู่นั้นมีความหมายหรือไม่ และให้นักเรียนได้ช่วยกันสังเกตและจับคู่
เพื่อประกอบใหเ้ ปน็ คำทีม่ ีความหมาย
๓. นักเรียนร่วมกันสังเกตความแตกต่างของคำที่อยู่บนบัตรคำทั้ง ๒ สี ว่าเป็นคำชนิดใด
มที ่ีมาจากภาษาใดบา้ ง โดยครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ เพื่อเชอื่ มโยงเข้าสู่บทเรยี นคำมูล
กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ (๔๕ นาท)ี
๔. ครูอธิบายความหมายของคำมูล ผ่านโปรแกรมนำเสนอภาพนิ่ง (Power point)
เรื่อง การสร้างคำ จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันแบ่งชนิดของคำมูลรวมทั้งที่มาของคำมูลนั้นว่ามาจาก
ภาษาใด โดยสงั เกตจากบัตรคำท่ตี นเองไดร้ ับตงั้ แต่ตอนตน้ คาบ โดยมีครูคอยใหค้ ำชีแ้ จงเพม่ิ เติม
๕. นักเรียนแบ่งกลุ่มอย่างง่าย กลุ่มละ ๖ คน แล้วส่งผู้แทนกลุ่มมารับอุปกรณ์
“ไม้พพิ ากษาคำมลู ” เพื่อใชใ้ นกิจกรรม “ยกให้ไว...ไหนคำมูล”
๖. นักเรียนและครูร่วมกันทำกิจกรรม “ยกให้ไว...ไหนคำมูล” โดยครูชี้แจงกติกาในการเล่น
มีดังนี้
๖.๑ นักเรียนแต่ละกลุ่มดูคำถามที่ครูเปิดผ่านโปรแกรมนำเสนอภาพนิ่ง
(Power point)
๖.๒ ครูนบั เลขตงั้ แต่ ๑ ถงึ ๓ หลังจบคำว่า สาม ใหต้ ัวแทนกลุ่มยก “ไม้พิพากษาคำ
มูล” โดยกลุ่มใดยก “ไม้พิพากษาคำมูล” ขึ้นก่อนเป็นกลุ่มแรกจะมีสิทธิ์ในการตอบคำถามในข้อน้นั
ก่อน หากตอบถูกจะได้รับคะแนน ๑ คะแนน
๖.๓ นักเรียนกล่มุ ใดไดร้ บั คะแนนสงู สดุ ถอื เปน็ ผชู้ นะ
๗. นกั เรยี นรายงานผลคะแนนของกลมุ่ ตัวเองใหค้ รูทราบ
๘. นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้ทไ่ี ดจ้ ากกิจกรรม “ยกใหไ้ ว...ไหนคำมลู ”
กจิ กรรมรวบยอด (๑๐ นาที)
๙. นักเรียนกดลิงก์ที่ครูส่งให้ในแอปพลิเคชัน Line เพื่อเข้าร่วมทำกิจกรรมในโปรแกรม

Google form และสำหรับนักเรียนทีไ่ ม่สามารถเข้าร่วมทำกจิ กรรมในโปรแกรม Google form ได้ ให้แจ้งครู
เพอื่ รบั ใบกิจกรรม “รอบรหู้ ลักคำมลู ” โดยกำหนดวันสง่ งานในคาบถดั ไป

๓๕

๑๐. นักเรียนแต่ละคนรับใบกิจกรรม “Exit ticket” เพื่อตอบคำถามว่า “คำมูลสำคัญ
อย่างไร” (แนวคำตอบ : คำมูลเป็นลักษณะหนึ่งของคำไทยแท้ เมื่อนักเรียนทราบ นักเรียนจะสามารถนำไป
สร้างประโยค ทำให้การสื่อสารมีความชดั เจนยิ่งขึ้น อีกทั้งคำมูลยังเปน็ พืน้ ฐานของการสรา้ งคำประเภทอื่น ๆ
ซงึ่ ได้แก่ คำประสม คำซ้ำ คำซอ้ น)
๑๒. สอ่ื การเรยี นรู/้ แหล่งการเรียนรู้

๑๒.๑ บัตรคำคำมลู
๑๒.๒ โปรแกรมนำเสนอภาพนิง่ (Power point) เรอ่ื ง การสรา้ งคำ
๑๒.๓ ไมพ้ ิพากษาคำมลู
๑๒.๔ โปรแกรม Google form
๑๒.๕ ใบกิจกรรม “รอบรหู้ ลักคำมูล”
๑๒.๖ ใบกิจกรรม “Exit ticket”
๑๓. รายละเอยี ดเน้ือหาสาระความรูเ้ พม่ิ เตมิ
คำมูล คือ คำพนื้ ฐานท่มี ีความหมายสมบรู ณใ์ นตวั เอง กล่าวคอื เปน็ คำท่ีสรา้ งขนึ้ โดยเฉพาะอาจเป็น
คำไทยดง้ั เดิมหรือเป็นคำทม่ี าจากภาษาอืน่ ก็ได้ และจะเปน็ คำ พยางค์เดียวหรอื หลายพยางค์ก็ได้

พยางค์ คือ เสยี งท่เี ปลง่ ออกมาครงั้ หนึง่ ๆ ซึ่งจะมคี วามหมายหรอื ไม่กไ็ ด้ วธิ ีนับวา่ มกี ีพ่ ยางคน์ นั้ โดยเมือ่
เราอา่ นออกเสยี ง ๑ คร้ัง ถือว่าเปน็ ๑ พยางค์ ถา้ ออกเสียง ๒ ครง้ั ถอื ว่าเป็น ๒ พยางค์

เช่น กระปอ๋ ง (กระ-ป๋อง) มี ๒ พยางค์
มะละกอ (มะ-ละ-กอ) มี ๓ พยางค์
มหาวิทยาลยั (มะ-หา-วิด-ทะ-ยา-ลัย) มี 6 พยางค์ เปน็ ตน้

คำมลู แบ่งเป็น ๒ ชนดิ คือ
๑. คำมูลพยางคเ์ ดียว เชน่ ลงุ นก หมู( คำไทยแท้ ) บาท แบงค์ เซ้ง ( คำที่มาจากภาษาอืน่ )
ตวั อยา่ งของคำมลู
ภาษาไทย - พอ่ แม่ หมู หมา แมว นอ้ ง
ภาษาจีน - เก๊ียะ เก๊ียว เจยี๊ ะ แปะ๊ ซมิ้
ภาษาองั กฤษ - ไมล์ เมตร ปอนด์ ฟุต
๒. คำมูลหลายพยางค์ เปน็ คำหลายพยางค์ เมอ่ื แยกแต่ละพยางคแ์ ล้ว อาจมคี วามหมายหรือไมม่ ี

ความหมายกไ็ ด้ แต่ความหมายของแต่ละพยางค์ไม่เก่ียวข้องกบั ความหมายของคำมูลนั้นเลย เชน่ กระดาษ
ศลิ ปะ กำมะลอ

๓๖

๑๔. กิจกรรมเสนอแนะ
-

๑๕. เอกสารและสอ่ื ประกอบการเรยี นรู้
๑๕.๑ บัตรคำคำมลู

อัล

บัม้

ตี

ตำ

เซง้

๑๕.๒ โปรแกรมนำเสนอภาพนิง่ (Power point) เรื่อง การสรา้ งคำ

๓๗

๑๕.๓ ไม้พิพากษาคำมูล

๑๕.๔ โปรแกรม Google form
https://forms.gle/ZuCuJU9o8GhJPgc87

๓๘

๑๕.๕ ใบกิจกรรม “รอบร้หู ลักคำมูล”

ใบกิจกรรม “รอบรู้หลกั คำมลู ”

ช่ือ............................................................................................................. ชนั้ .............. เลขท่.ี .........

คำส่งั จงเลือกกาเคร่ืองหมาย ถกู หน้าข้อความที่ถูก
......... ๑. คำมูล คอื คำพ้นื ฐานที่มคี วามหมายสมบรู ณ์ในตัวเอง
......... ๒. คำมูลเปน็ คำทม่ี ีความหมายในตัวเอง
......... ๓. คำมลู แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท
......... ๔. คำมลู สามารถมกี ่ีพยางค์กไ็ ด้
......... ๕. คำไทยแท้มักเป็นคำมลู
......... ๖. ลกู เสอื เป็นคำมูลสองพยางค์
......... ๗. คำมลู พยางค์เดยี ว เช่น ตี ดี มี กา
......... ๘. คำมูลหลายพยางค์ เชน่ มะละกอ นาฬิกา
......... ๙. แข เป็นคำมลู ทม่ี าจากภาษาเขมร
......... ๑๐. คำยืมภาษาจนี ทกุ คำเปน็ คำมูล

๓๙

๑๕.๖ ใบกิจกรรม “Exit ticket”

๔๐

๑๖. บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรียนรู้
นกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑/......

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑/......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

นักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑/......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ปญั หา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................................ผสู้ อน
(นางสาวอนิ ทรธ์ ิดา สุขแก้ว)
…………/……………/………..


Click to View FlipBook Version