The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จังหวัดร้อยเอ็ด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by only you, 2020-11-12 08:38:17

จังหวัดร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ด

จงั หวดั ร้อยเอด็

1. วดั บูรพาภิราม
เป็นวดั ท่ีโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล เพราะมีองคพ์ ระพทุ ธรูปปางประทาน
พรที่สูงท่ีสุดในประเทศไทย คือ พระพทุ ธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวง
พอ่ ใหญ่ ท่ีถือไดว้ า่ เป็นอีกหน่ึงสญั ลกั ษณ์สาคญั ของจงั หวดั ร้อยเอด็ ซ่ึงมี
ความสูงถึง 67 เมตรเลยทีเดียว ใตฐ้ านองคพ์ ระยงั ทาเป็นพพิ ิธภณั ฑ์
และหอ้ งสาหรับปฏิบตั ิศาสนกิจท่ีหลากหลาย มาเท่ียวร้อยเอด็ ท่ีน่ีไป
ทาบุญกด็ ี ไปเท่ียวชมความสวยงามต่ืนตาต่ืนใจกไ็ ด้ ไปเท่ียวร้อยเอด็
เมื่อไหร่ หา้ มพลาดเลย

2. เจดยี ์มหามงคลบวั

เป็นอีกหน่ึงแลนดม์ าร์กที่มาร้อยเอด็ แลว้ ตอ้ งไดเ้ ห็น! ท่ีน่ีสร้างเพือ่ เป็น
อนุสรณ์แด่หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปันโน ต้งั อยใู่ นพ้นื ที่กวา้ งถึง 40
ไร่ เป็นเจดียส์ ีทองขนาดใหญ่เด่นสะดุดตา ดา้ นหนา้ มีสระน้ากวา้ งใหญ่
ดา้ นในเจดียแ์ บ่งเป็น 4 ช้นั มีลกั ษณะเหมือนพิพธิ ภณั ฑเ์ กี่ยวกบั ธรรมะ
โดยรวบรวมท้งั เพลงไทยพ้ืนบา้ นอีสาน หนงั สือธรรมะ และรูปเหมือน
ของพระเกจิอาจารยช์ ่ือดงั อีกมากมาย ดา้ นนอกเป็นสวนสวยท่ีตกแต่ง
ดว้ ยพรรณไมต้ ่างๆ อยา่ งสวยงาม เป็นอีกหน่ึงจุดเท่ียวร้อยเอด็ ท่ีบอกตรง
น้ีเลยวา่ น่าสนใจ

3. นา้ ตถถา้ โสดา

เรียกวา่ นี่คือสถานที่ เที่ยวร้อยเอด็ ซ่ึงมีความเป็นธรรมชาติแปลกตาและ
ไม่ซ้าใคร เพราะเป็นน้าตกท่ีคุณสามารถเดินชมไดท้ ้งั จากดา้ นหนา้ และ
ดา้ นใน เพราะมีบริเวณชะง่อนหินส่วนหน่ึงเวา้ เขา้ ไปคลา้ ยกบั ถ้าหลงั
ม่านน้าตก ภายในมีพระพทุ ธรูปประดิษฐานไวใ้ หผ้ คู้ นไดแ้ วะไปกราบ
ขอพรเพื่อความเป็นมงคล ใกลก้ นั ยงั มีเจดียห์ ินที่เกิดข้ึนเองตาม
ธรรมชาติ ส่วนดา้ นล่างยงั แวะเล่นน้าคลายร้อนเรียกความสดชื่นกนั ได้
แบบสบายๆ มาเที่ยวร้อยเอด็ เมื่อไหร่ อยากชวนใหแ้ วะมาชิลลก์ นั

4. วดั ป่ าถงุ หรือ วดั ประชาคมวนาราม
ไฮไลทข์ องพิกดั เท่ียวร้อยเอด็ แห่งน้ี ตอ้ งยกใหก้ บั เจดียข์ นาดใหญ่ที่
สร้างดว้ ยหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยใช้

ตน้ แบบจากเจดียบ์ ุโรพทุ โธ ประเทศอินโดนีเซีย ใจกลางเจดียเ์ ป็นที่
ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ผนงั รอบดา้ นแต่ละช้นั จะมีการ
แกะสลกั เป็นเร่ืองราวพทุ ธประวตั ิสวยงามมาก ถือไดว้ า่ เป็นอีกหน่ึงวดั ที่
มีความแปลกตาและน่ามาไหวพ้ ระทาบุญ มาเที่ยวร้อยเอด็ กนั ท้งั ที อยา่
ลืมจดวดั น้ีเอาไวใ้ นลิสตด์ ว้ ยเลย

5. พระมหาเจดยี ์ชัยมงคล
ต้งั อยทู่ ่ีวดั ผาน้าทิพยเ์ ทพประสิทธวิวราราม ดว้ ยขนาดท่ีใหญ่โตอลงั การ
ดว้ ยความสูงถึง 101 เมตร ทาใหส้ ามารถมองเห็นจุดเท่ียวร้อยเอด็ แห่ง
น้ีไดจ้ ากระยะไกล เจดียอ์ งคน์ ้ีสร้างในรูปแบบร่วมสมยั โดยใชศ้ ิลปะ
ผสมผสานท่ีดูคลา้ ยการนาพระปฐมเจดียแ์ ละพระธาตุพนมมารวมกนั ไว้
ในองคเ์ ดียว ตรงยอดดา้ นบนสุดเป็นทองคาน้าหนกั ประมาณ 60

กิโลกรัม รอบดา้ นยงั มีเจดียอ์ งคเ์ ลก็ ๆ ลอ้ มอยทู่ ้งั 8 ทิศ ภายในตกแต่ง
ดว้ ยลวดลายละเอียดอ่อนชอ้ ยสีทองอร่ามสุดอลงั การ เป็นอีกหน่ึงพกิ ดั
เที่ยวร้อยเอด็ ท่ีสาคญั และหา้ มพลาดดว้ ยประการท้งั ปวง

6. บงึ พลาญชัย
กระซิบเลยวา่ ถา้ มาเท่ียวร้อยเอด็ แลว้ ไม่ไดเ้ ห็นบึงพลาญชยั กถ็ ือไดว้ า่
พลาดอยา่ งแรง เพราะนี่คือสญั ลกั ษณ์ท่ีมีความสาคญั ถึงข้นั เป็นตรา
ประจาเมืองน้ีกนั เลยทีเดียว นอกจากเป็นสวนสาหรับเดินเล่นและออก
กาลงั กาย ท่ีน่ียงั มีสิ่งศกั ดวิสิทธวิอยา่ งศาลหลกั เมืองร้อยเอด็ อยดู่ า้ นใน
นอกจากน้นั กย็ งั มีสวนดอกไม้ ภูพลาญชยั สนามเดก็ เล่น ซ่ึงคุณสามารถ
มาพกั ผอ่ นหยอ่ นใจดว้ ยการปั่นจกั รยานน้าหรือพายเรือในบรรยากาศ

สบายๆ ไดท้ ี่นี่อีกดว้ ย นบั วา่ น่ีคือหน่ึงแหล่งเท่ียวร้อยเอด็ ซ่ึงเดินทางง่าย
บรรยากาศดี มาเท่ียวร้อยเอด็ ท้งั ทีกค็ วรแวะมาชิลลก์ นั

7. วดั ป่ าโนนสวรรค์
วดั น้ีมีชื่อเรียกอีกช่ือวา่ วดั หมอ้ เพราะทางวดั ไดน้ าหมอ้ ดินซ่ึงชาวบา้ น
ในทอ้ งถิ่นป้ันขายกนั มาตกแต่งในบริเวณต่างๆ ทวั่ ท้งั วดั นอกจากน้นั
อีกหน่ึงเอกลกั ษณ์ที่ทาใหว้ ดั น้ีกลายเป็นจุดเท่ียวร้อยเอด็ ซ่ึงน่าสนใจ อยู่
ตรงท่ีดา้ นในวดั จะเตม็ ไปดว้ ยประติมากรรมปูนป้ันมากมายหลากหลาย
รูปแบบ ท้งั ที่มาจากตานานหรือความเช่ือในหลากหลายศาสนา และ
ศิลปะท่ีผสมผสานกนั จากหลากหลายประเทศ ซ่ึงลว้ นแลว้ แต่มีความ

สวยงามแปลกตาเกือบท้งั สิ้น เรียกวา่ นี่เป็นแหล่งเท่ียวร้อยเอด็ อีกแห่งซ่ึง
จะมาเดินเล่นกไ็ ด้ มาไหวพ้ ระกด็ ีละคุณ

8. ถนนคนเดนิ สาเถตนคร
เรียกวา่ เป็นโซนเท่ียวร้อยเอด็ ซ่ึงน่าจะโดนใจผคู้ นทุกเพศทุกวยั กบั การ
ปิ ดถนนใหก้ ลายเป็นแหล่งชอ้ ปปิ้ งชิลลๆ์ สบายๆ ใจกลางเมือง เพราะ
ถนนคนเดินถือเป็นสถานท่ีที่แทบจะทุกจงั หวดั ในประเทศไทยตอ้ งมี
และที่ร้อยเอด็ นี่กน็ บั วา่ ไม่นอ้ ยหนา้ ใคร ที่น่ีเตม็ ไปดว้ ยร้านรวงมากมาย
หลายร้อยร้าน วางขายท้งั ของกิน ของใช้ แบบทนั สมยั และแบบทอ้ งถ่ิน
ด้งั เดิม เปิ ดใหเ้ ดินเล่นกนั ไดใ้ นช่วงเยน็ ของวนั ศุกร์และวนั เสาร์นะ มา
เท่ียวร้อยเอด็ เม่ือไหร่ บอกใหเ้ ลยวา่ ตอ้ งแวะมาโดน!

รูปจาก https://web.facebook.com/pg/ถนนคนเดิน
สาเกตนคร-539398073119913/photos/

9. วดั ถลางมง่ิ เมือง

วดั น้ีเป็นวดั เก่าแก่ซ่ึงต้งั อยใู่ จกลางเมืองร้อยเอด็ โดยสนั นิษฐานวา่ น่าจะ
สร้างข้ึนต้งั แต่สมยั ที่ขอมยงั มีอิทธิพลปกครองพ้นื ที่แถบน้ีอยู่ และเช่ือ
กนั วา่ วดั น้ีก่อสร้างข้ึนมาก่อนจะมีเมืองร้อยเอด็ เกิดข้ึนเสียอีก โดยดา้ น
ในมีพระอุโบสถซ่ึงสร้างข้ึนในสมยั ปลายกรุงศรีอยธุ ยา มีภาพจิตรกรรม
และโบราณวตั ถุเก่าแก่ทางพทุ ธศาสนาอีกมากมาย มีกฏุ ิรูปทรงแปลกตา
น่าสนใจ เป็นอีกหน่ึงจุดเท่ียวร้อยเอด็ ที่เดินทางง่าย เพราะต้งั อยใู่ จกลาง
เมืองเลย

10. Street Art

ถา้ คิดวา่ การมาเที่ยวร้อยเอด็ จะมีแต่วดั ไปเสียท้งั หมดละก็ ขอแนะนาให้
คิดใหม่ เพราะใจกลางเมืองน้ีเคา้ มีไฮไลทเ์ ดด็ ๆ ที่ตอ้ งถูกใจคนชอบ
ถ่ายรูปฮิปๆ ไวอ้ พั เดทโปรไฟลอ์ วดเพอ่ื นกนั แน่นอน กบั สตรีทอาร์ตซ่ึง
ไดช้ ื่อวา่ กินพ้นื ที่ยาวเหยยี ดที่สุดของภาคอีสาน มีต้งั แต่ริมถนนไปจนถึง
ทางเดินริมคลองยาวเหยยี ดสุดลูกหูลูกตา เรียกวา่ เอาแค่โพสตท์ ่ากบั ทุก
รูปที่เจอกต็ อ้ งใชเ้ วลากนั ค่อนวนั แลว้ ละ มาเที่ยวร้อยเอด็ คราวหนา้ อยา่
ลืมแวะมาแชะภาพเป็นท่ีระทึกกนั กลบั ไปเชียวนะ รับรองวา่ เพลิน เกบ็
ไวอ้ พั โปรไฟลก์ นั ไดอ้ ีกเป็นปี แน่นอน!

รูป
จาก https://web.facebook.com/StreetArtRoi
Et/

11. ปรางค์ถู่

สาหรับใครท่ีชอบกล่ินอายแบบโบราณๆ ลองแวะมาเดินเล่นชมท่ีนี่กนั ดู
หน่อยเป็นไร เพราะปรางคก์ ่แู ห่งน้ีไดร้ ับข้ึนทะเบียนใหเ้ ป็น
โบราณสถานของชาติไปต้งั แต่ พ.ศ.2478 มีลกั ษณะเป็นอาคารศิลา
แลงสร้างดว้ ยศิลปะแบบขอมโบราณ ท่ีเชื่อกนั วา่ มีความคลา้ ยคลึงกบั
ลกั ษณะของสิ่งก่อสร้างที่เรียกวา่ อโรคยาศาลา ซ่ึงมีอยมู่ ากมายในสมยั ที่

ขอมเรืองอานาจ เป็นอีกหน่ึงพิกดั เที่ยวร้อยเอด็ ที่สายประวตั ิศาสตร์
น่าจะถูกใจ

12. แอ๋วไข่ถระทะ
จากจุดท่องเท่ียวร้อยเอด็ ท้งั หลาย ขา้ มมาเชค็ อินกนั ในร้านอาหารเดด็ ๆ
เมืองร้อยเอด็ กนั บา้ งดีกวา่ เร่ิมตน้ จากร้านขายอาหารเชา้ ซ่ึงโด่งดงั และ
ถือไดว้ า่ ถา้ มาเท่ียวร้อยเอด็ เมื่อไหร่ ควรตอ้ งแวะมาเช็คอินที่น่ีใหไ้ ดซ้ กั
ม้ือ กบั เมนูไข่กระทะ ขนมปัง โจ๊ก แซนดว์ ชิ และจานเดด็ อีกหลายเมนูท่ี
ควรตอ้ งมาลองโดนกนั ในดา้ นของความอร่อยน้นั เคา้ การันตีดว้ ยรูป
ถ่ายกบั คนดงั มากมายท่ีแวะมา ถา้ อยากรู้วา่ มีใครบา้ ง คุณตอ้ งไปดูดว้ ยตา
ตวั เอง

รูปจาก https://web.facebook.com/panegg/

13. ตาถระเทย

มาอีสานท้งั ที ถา้ ไม่ไดด้ ่ืมด่ากบั เมนูประจาชาติอยา่ งสม้ ตากด็ ูเหมือนวา่
จะมาไม่ถึง แลว้ ร้านน้ีกถ็ ือวา่ เป็นอีกหน่ึงร้านเดด็ ร้านดงั ของเมือง
ร้อยเอด็ กนั เลยทีเดียว เมนูแซ่บๆ กม็ ีใหเ้ ลือกสงั่ กนั เพียบ แลว้ หลายเมนูก็
เรียกวา่ ไม่เคยเห็นที่ไหน อาหารวา่ แซ่บแลว้ แต่ยงั ยอมใจแม่คา้ ท่ีแซ่บก

วา่ ไหนๆ กไ็ ดช้ ื่อวา่ มาเที่ยวร้อยเอด็ กนั แลว้ ท้งั ที ถา้ ไม่โฉบมาร้านน้ีถือ
วา่ ยงั เห็นของดีเมืองเกินร้อยไม่ครบจริงๆ!

รูป
จาก https://web.facebook.com/tumkratoeiR
oiET
14. Midori Cafe
เอาใจสายชิคสายชิลลก์ นั หน่อยเป็นการปิ ดทา้ ย ดว้ ยการแนะนาจุดเที่ยว
ร้อยเอด็ ซ่ึงมาในรูปแบบคาเฟ่ สองสไตลซ์ ่ึงคุณควรตอ้ งมาเช็คอิน ร้าน
แรกน้ีเป็นคาเฟ่ สุดคูลในบรรยากาศกล่ินอายแบบญ่ีป่ ุน ที่มาในสไตล์
เรียบๆ นอ้ ยๆ เนน้ ความอบอุ่นผอ่ นคลาย จะเลือกนง่ั พ้ืนกบั โตะ๊ ไม้

สไตลญ์ ี่ป่ ุนกด็ ูดี แต่ถา้ มีปัญหาขอ้ เข่า ร้านน้ีเคา้ กม็ ีโต๊ะนงั่ สบายๆ ให้
เลือกใชบ้ ริการกนั ดา้ นเมนูกม็ ีใหเ้ ลือกเพยี บ จะเครื่องด่ืมร้อน เยน็ ขนม
หรืออาหารจานเดียวหลายสญั ชาติ กม็ ีใหเ้ ลือกจดั กนั ไดต้ ามอธั ยาศยั นงั่
คาเฟ่ สไตลญ์ ี่ป่ ุนกลางเมืองร้อยเอด็ น่ะเท่จะตาย แลว้ ทาไมถึงจะไม่มา?

รูปจาก https://web.facebook.com/Midori-
Cafe-590062967845059/
15. Hommali Organic Cake Roi-Et
อีกหน่ึงคาเฟ่ สุดชิคที่แนะนาเลยวา่ สายมุง้ มิ้งชอบบรรยากาศสุดชิลลไ์ ม่
ควรพลาด เพราะร้านน้ีเป็นคาเฟ่ ในบรรยากาศน่ารักๆ ซ่ึงตกแต่งอยา่ งเก๋
ไก๋ดว้ ยดอกไมใ้ บหญา้ ท่ีใหค้ วามรู้สึกผอ่ นคลาย แถมยงั มีไฮไลทเ์ ป็น

ขนมหวานสไตลอ์ อแกนิกส์ท่ีหนา้ ตาน่ารักน่าเอน็ ดู เหมาะจะมาถ่ายรูป
เชค็ อินคูลๆ กินขนม จิบเคร่ืองด่ืมกนั ชิลลๆ์ สบายๆ นบั อยใู่ นหมวด
ร้านอาหารกไ็ ด้ อยใู่ นหมวดจุดเชค็ อินเท่ียวร้อยเอด็ กด็ ี หลายคนไม่รู้ละ
สิวา่ ร้อยเอด็ กม็ ีที่ชิคๆ แบบน้ีดว้ ยเดอ้ มา… มาลอง!

รูปจาก https://web.facebook.com/Hommali-
Organic-Cake-Roi-Et-258713328170087/
แมว้ า่ ร้อยเอด็ จะเป็นเมืองซ่ึงไม่ไดม้ ีสถานที่โดดเด่นเป็นไฮไลทท์ ่ีหวอื
หวา แต่บอกเลยวา่ ทีเดด็ ของท่ีนี่คือบรรยากาศสงบ สบาย เรียบง่าย ซ่ึง
คุณสามารถใชเ้ วลาไดแ้ บบชา้ ๆ ชิลลๆ์ มาแวะไหวพ้ ระทาบุญกนั ให้
สบายใจ แลว้ แวะหาของอร่อยท่ียงั มีอีกหลากหลายร้านนานารูปแบบใส่

ทอ้ งกนั ใหเ้ ตม็ อิ่ม เป็นเสน่ห์เมืองเลก็ เมืองรองของไทยในอีกสไตลท์ ่ี
แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวใหญๆ่ อีกหลายเมือง ใครมองหาบรรยากาศ
แบบไม่วนุ่ วาย แนะนาใหม้ าเท่ียวร้อยเอด็ นะ อาจจะตอบโจทยค์ ุณได้
แบบที่คาดไม่ถึงเลยเชียวละ ลองมาดู แลว้ จะรู้เอง

ประวตั ริ ้อยเอ็ด
ดินแดนในภาคอีสารที่เรียกว่า “ร้อยเอด็ ” นนั้ แตเ่ ดมิ เป็นเมืองใหญ่
เจริญรุ่งเรืองมาก มีประตเู ข้าเมือง ๑๑ ประตู มีเมืองขนึ ้ ๑๑ เมือง

เรียกว่า “เมืองสาเกตนุ คร” หรืออาณาจกั รกลุ นุ ฑะนคร” เมืองร้อยเอด็
เคยเป็น แหลง่ อารยธรรมยคุ ประวิติศาสตร์ ตามหลกั ฐานโบราณคดี ต
านานอรุ ังธาตไุ ด้เลา่ วา่ มีนครใหญ่แห่งหนงึ่ ช่ือ อาณาจกั รกลุ นุ ฑะนคร
มีเมืองหลวงชื่อ สาเกตุ เจริญรุ่งเร่ืองเป็นปึกแผ่น เจ้าผ้คู รองนครชื่อพระ
เจ้ากสุ นุ ฑะ เมืองนี ้ มีกศุ โยบายทางประวติ ิศาสตร์ ท่ีแตกตา่ งจากเมือง
อ่ืนๆ คอื ขดุ คนู ้ าคนั ดนิ เป็นก าแพงสงู รอบเมือง ตลอดแนวตดั ถนน
เจาะชอ่ งทางเข้าเมืองเท่าๆ กบั จ านวนเมืองขนึ ้ ทงั้ ๑๑ เมือง เป็น ๑๑
ประตู (เดมิ เขียน ๑๐.๑ หรือสบิ หนงึ่ ) ก าหนดรหสั เข้าเมืองอย่างรัดกมุ
เมื่อเหตรุ ้ายให้ใช้ป่ีซาววา (ปี ๒๐ วา) และม้าเร็วชื่อแม่แลแจ้งเหตนุ นั้ ๆ
การปกครองเตม็ ไปด้วยความร่มเย็น จนกระทง่ั ถงึ สมยั พระเจ้าสรุ ิยวงศ์
ษาธรรมิกราช ประชาชนได้รับความ เดือดร้อนจากขอมคกุ คามจงึ พา
ไหร่พลอพยพไปอยใู่ นแหลง่ ใหมห่ วั เมืองกระด้าง กระเดือ่ ง จงึ ถงึ กาล

วบิ ตั ิลงในปี พ.ศ. ๒๒๕๖ พระเจ้าสร้อยศรีสมทุ รพทุ ธางกลุ เจ้าผ้คู รอง
นครจ าปาศกั ด์ิ ได้ให้จารย์แก้วคนุ ไพร่พลได้กลมุ่ หนงึ่ ประมาณ

๓,๐๐๐ คน มาสร้างเมืองทงุ่ (บ้านท่งุ อ าเภอสวุ รรณภมู ิ) ขนึ ้ ตรงตอ่
นครจ าปาศกั ด์ิ จารย์แก้วสิน้ ชีพ ท้าว มือบตุ รชายโต ได้ขนึ ้ นครองราชย์

และท้าวทนผ้เู ป็นน้องชายเป็นอปุ ราชเม่ือท้าวมือสนิ ้ ชีพ ท้าวทนขนึ ้
ครองราชย์ แทน ยงั เกิดความไมพ่ อใจแก่ท้าวเชียง และท้าวสนู ย์
บตุ รชายท้าวมือเป็นอนั มาก จงึ แตง่ เคร่ืองราชบรรณาการไป ขอพงึ่ พระ
บรมโพธิสมภารพระเจ้าเอกทศั น์แห่งกรุงศรีอยธุ ยา ทรงโปรดให้พระยา
พรหมกบั พระยากรมทา่ มาเจรจา คนื อ านาจจนส าเร็จ ท้าวทนเม่ือ
สละต าแน่งให้แก่หลานทงั้ สองแล้ว ก็เห็นวา่ บ้านกมุ ร้างหรือเมืองสาเก
ตุ มีชยั ภมู ิสมบรู ณ์ดี จงึ ได้รวมไพลพ่ ลอีกกลมุ่ หนง่ึ เข้าไปพืน้ เมืองสาเก
ตนุ คร ให้เป็นเมืองท่ีพรั่งพร้อมสมบรู ณ์อีกครัง้ เพราะเป็นเมืองที่มี
ประตเู ข้าเมือง ๑๑ ประตู ค ากลอนบทหนงึ่ กลา่ ววา่ “เมืองสิบเอ็ดผกั ตู
สิบแปดเอีอ้ ม ซาว เก้าแมข่ นั้ ใด” ทงั้ นี ้ เพราะมีวหิ าร ๖ ชนั้ กลางเมือง
คือ บงึ พลาญชยั มีบนั ได ๒๙ ชนั้ มีหน้าตา่ ง ๑๘ ช่อง มีประตู ๑๑ชอ่ ง

(โบราณ เขียน ๑๐๑) อ่านวา่ สบิ เอ็ด ซงึ่ พระเจ้ากรุงธนบรุ ี ก็
พระราชทานอนญุ าต ให้ตงั้ ได้เมืองร้อยเอ็ด ได้ปกครองตวั เอง ด้วย

ความด้วยความร่มเยน็ จนกระทงั่ ในสมยั พระบาทสมเด็จ พระ

จลุ จอมเกล้าเจ้าอย่หู วั ได้โปรดให้ พระอมาตยาธิบดีเดนิ ทางมาเกณฑ์
ไพร่พลในหวั เมืองภาคอีสานไปรบจีนฮอ่ เจ้าเมืองร้อยเอ็ดเข้าร่วม

ปฏิบตั ิการครัง้ นนั้ ด้วย เจ้าเมืองร้อยเอ็ดหวาดกลวั ความตาย จงึ หนีกลบั
บ้านปลอ่ ยให้บตุ รชายตอ่ ส้ขู ้าศกึ จนได้รับ บาดเจบ็ พระเจ้าอยหู่ วั

ราชการที่ ๕ ได้พระราชทานความดีความชอบโปรดเกล้าแตง่ ตงั้ ให้เป็น
พระยาขตั ยิ ะวงษา อนั เป็นต้นกระกลู เจ้าเมืองร้อยเอ็ดในสมยั ต่อมา ใน
ราวปี พ.ศ.๒๔๓๕ พระบาทสมเดจ็ พระกลุ จอมเก้าเข้าอยหู่ วั รัชการที่ ๕

โปรดให้มีการจดั การปกครอง สว่ นท้องถ่ินอีสานขนึ ้ โดยแบง่ อสี าน
ออกเป็นสองมณฑล คือ มณฑลลาวพวน กบั มณฑลลาวกาวโปรดให้
ร้อยเอ็ด เป็นศนู ย์กลาง บริหารอีสานตอนลา่ งและตอนกลาง และในปี
๒๔๔๕ ในรัชสมยั รัชกาลท่ี ๕ ได้แยกมณฑลลาวกาว ออกเป็นสอง

มณฑล คือ มณฑลอบุ ล และมณฑลร้อยเอ็ด การจดั ระบอบการ
ปกครองหวั เมืองอีสานได้เปลี่ยนแปลง เพื่อความเหมาะสมเรื่อยมาก
จนกระทงั่ ชว่ งหลงั การปฏิวตั ิเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕
มณฑลร้อยเอ็ด จึงถกู เปลย่ี นแปลงเป็นจงั หวดั ร้อยเอด็ ในปัจจบุ นั

ข้อมลู ทวั่ ไปจงั หวดั ร้อยเอ็ด ลกั ษณะภมู ิประเทศ ภมู ิอากาศ และ
ทรัพยากรธรรมชาตริ ้อยเอด็ เป็นจงั หวดั ที่ตงั้ กง่ึ กลางของภาคอีสาน มา
นานกว่า 200 ปี อดตี เคยเป็นเมืองใหญ่ท่ีรุ่งเรืองมาก ชื่อวา่ สาเกตุ

นคร มีประตเู ข้าเมือง 11 ประตเู มืองขนึ ้ 11 เมือง แตป่ ัจจบุ นั ได้มีการ
พฒั นาในด้านตา่ งๆ มากมาย เมืองร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งบงึ พลาญชยั
และมีสว่ นหนง่ึ ประวตั ิจงั หวดั ร้อยเอด็ ของท่งุ กลุ าร้องไห้ท่ีมีช่ือเสียง มี

เนือ้ ท่กี ว้างใหญ่ถงึ สองล้านไร่เศษ ซง่ึ ได้รับการพฒั นาเพื่อให้เป็น
แผน่ ดินแหง่ ความ สมบรู ณ์ จนแทบจะหาร่องรอยความแห้งแล้งในอดตี
ไมพ่ บ สญั ลกั ษณ์จงั หวดั ร้อยเอด็ เป็นเกาะกลางบงึ พลาญชยั มีธงปลวิ
ไสวอย่บู นยอดเสา บง่ บอกถงึ ความเป็นเอกราชของชาตไิ ทยพืน้ น้ าใส
เยน็ ช่มุ ฉ่ าเหมือนน้ าใจของชาวร้อยเอ็ด มีดอกบวั หลวงชชู อ่ กนั แสดง
ถงึ ความเป็นพทุ ธศาสนิกชน นบั ถือศาสนา พทุ ธ อนั เป็นศาสนา ประจ
าชาติร้อยเอด็ มีเนือ้ ท่ี 8 ,299.4 ตารางกิโลเมตร และแบง่ ออกการ
ปกครองออกเป็น 20 อ าเภอ และมีระยะทางจากอ าเภอเดินทางโดย
รถยนต์ไปยงั อ าเภอตา่ งๆ เป็น กิโลเมตร คือ อ าเภอเมืองร้อยเอด็ อ
าเภอเกษตรวิสยั (47 กม.) อ าเภอปทมุ รัตน์ (85 กม.) อ าเภอจตรุ
พกั ตร์พมิ าร(26 กม.) อ าเภอธวชั บรุ ี (12 กม.) อ าเภอพนมไพร (64
กม.) อ าเภอโพนทอง (47 กม.) อ าเภอเสลภมู ิ (34 กม.) อ าเภอสวุ ร
รณภมู ิ (52 กม.) อ าเภออาจสามารถ (34 กม.) อ าเภอหนองพอก
(73 กม.) อ าเภอเมืองสรวง (26 กม.) อ าเภอโพธ์ิชยั (58 กม.) อ
าเภอโพนทราย (79 กม.) อ าเภอเมยวดี (62 กม.) อ าเภอศรีสมเดจ็

(25 กม.) อ าเภอจงั หาร (10 กม.) อ าเภอท่งุ เขาหลวง (34 กม.) อ
าเภอเชียงขวญั (18 กม.) อ าเภอหนองฮี (76 กม.) . การเดนิ ทาง ตวั
เมืองร้อยเอ็ดอยหู่ ่างจากกรุงเทพฯ ไปตามทางรถยนต์ 512 กิโลเมตร

 ทางรถยนต์ เส้นทางที่สะดวกและสนั้ ท่ีสดุ คอื ใช้เส้นทางกรุงเทพ
ผ่านสระบรุ ี-นครราชสมี า-บ้านไผ่-มหาสารคาม ถึง จงั หวดั ร้องเอด็ ใช้
เวลาประมาณ7ชวั่ โมง  รถโดยสารประจ าทาง จากสถานีขนสง่ สาย
ตะวนั ออกเฉียงเหนือถนนก าแพงเพชรมีรถโดยสารธรรมดา และปรับ
อากาศ ไปจงั หวดั ร้อยเอ็ดวนั ละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ท่ี
โทร. 936-2852-66 จากจงั หวดั ร้อยเอ็ดกรุงเทพฯ รถออกจาก

สถานีขนสง่ ร้อยเอ็ด ถนนเทวาภิบาล โทร.(043) 511939
,512546  รถธรรมดา เร่ิมเวลา 05.00-21.10 น. ออกทกุ ๆ 1
ชว่ั โมง ทกุ วนั  รถปรับอากาศ เร่ิมเวลา 08.00-21.30 น. ออก
ทกุ ๆ 1ชว่ั โมง ทกุ วนั  ทางรถไฟ โดยสารรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปลงท่ี

จงั หวดั ขอนแก่น แล้วตอ่ รถโดยสารเข้าจงั หวดั ใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 8 ชว่ั โมง (รายละเอียดการเดนิ ทางโดยรถไฟเพ่มิ เติม
สอบถามได้ท่ีหนว่ ยบริการเดินทางการรถไฟฟ้าแหง่ ประเทศไทย โทร.
223-7010,223-7020)  ทางอากาศ มีเที่ยวบินระหวา่ งท่า

อากาศยานกรุงเทพ-สนามบินร้อยเอ็ด โดยบริษัทพีบแี อร์ จากสนามบิน
ร้อยเอ็ดใช้ เวลาเดินทางเท่ียวประมาณ45นาที หรือบริษัทการบินไทย
จ ากดั (มหาชน) โทร.0-2280-0060,0-268-2000 ลกั ษณะ
ภมู ิประเทศของจงั หวดั ร้อยเอด็ ทวั่ ไปท่ีราบสงู มีท่งุ กว้าง ดนิ ปนทราย
สว่ นมากเป็นดนิ เค็ม ดงั นนั้ จงั หวดั ร้อยเอด็ จงึ มีบอ่ เกลอื สนิ เธาว์ มาก
แหง่ หนง่ึ ในภาคอีสาน แหล่งน้ าส าคญั น้ าชี ล าน้ ามลู ล าน้ ายงั ล
าน้ าลบั เพลา และล าน้ าเสียว มีความสงู ระดบั น้ าทะเลปานกลาง
130-160 เมตร มีพืน้ ท่ีภเู ขาสงู ที่ราบสงู ตอนกลางของจงั หวดั สว่ น
ใหญ่เป็นท่ีลกู คลื่นลอน ตน่ื ครอบคลมุ พืน้ ที่ประมาณร้อยละ 60 ของ
จงั หวดั สว่ นพืน้ ที่ทางตอนต้นของจงั หวดั เป็นพืน้ ท่ีราบฝั่งแมน่ ้ ามลู
สภาพพืน้ ท่ีและลกั ษณะภมู ิประเทศ ของจงั หวดั ร้อยเอ็ด สามารถแบง่
ออกได้เป็น ก. บริเวณภเู ขาทางตอนเหนือของจงั หวดั สภาพเป็นพืน้ ท่ี
ป่าไม้และภเู ขาเตยี ้ ๆ อย่ทู างตอนเหนืออยใู่ น เขตอ าเภอเมืองหนอง

พอก อ าเภอโพนทอง จงั หวดั ร้อยเอด็ ข. บริเวณที่ราบสงู สภาพภมู ิ
ประเทศเป็นพืน้ ท่ีตอนต้นอย่บู ริเวณตอนกลางของจงั หวดั อย่ใู นเขตอ
าเภอ เมืองเสลภมู ิ อ าเภออาจสามารถ อ าเภอจตรุ พกั ตรุพมิ าน อ
าเภอเมองร้อยเอด็ อ าเภอธวชั บรุ ีอ าเภอ เมยวดี อ าเภอจงั หารกิ่งอ
าเภอท่งุ เขาหลวง และกิ่งอ าเภอเชียงขวญั ค. บริเวณท่ีราบลมุ่ เป็น

พืน้ ที่ราบริมฝ่ังแมน่ ้ าไหลผา่ นจงั หวดั ร้อยเอ็ด ครอบคลมุ พืน้ ที่ตอนลา่ ง
ของ จงั หวดั อยใู่ นเขต อ าเภอประทมุ รัตน์ อ าเภอเกษตรวิวยั อ าเภ
อสวุ รรณภมู ิ อ าเภอพนมไพร อ าเภอหนองฮี อ าเภอโพนทราย ซง่ึ เป็น
พืน้ ท่ีราบต่ า รูปแอ่งกระทะที่เรียกว่า “ทงุ่ กลุ าร้องไห้” อาณาเขต และ
ที่ตงั้ จงั หวดั ร้อยเอ็ดตงั้ อยภู่ าคตะวนั ออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ระหวา่ งเส้นรุ้ง 15 องศา24ลปิ ดาเหนือ ถงึ เส้นรุ้งที่16องศา 19
ลปิ ดาเหนือ และเส้นแวงท่ี104 องศา 22ลิปดาตะวนั ออก อยหู่ ่าง
จากกรุงเทพฯ ทาง รถยนต์ประมาณ 509 กิโลเมตร มีพืน้ ท่ีทงั้ หมด
8,799.5 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 5,187,155 ไร่ คิดเป็น
พืน้ ท่ีร้องละ 5.1 ของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือร้อยละ 1.6 ของพืน้ ที่
ทงั้ ประเทศ และมีอาณาเขตตดิ ตอ่ กบั จงั หวดั อื่นๆ ดงั นี ้ ทิศเหนือ ตดิ

ต่ออ าเภอกลมลาไสย อ าเภอกฉุ ินนารายณ์ และอ าเภอร่องค า
จงั หวดั กาฬสนิ ธ์แุ ละ อ าเภอชะอี จงั หวดั มกุ ดาหาร ทิศใต้ ติดตอ่ กบั ชมุ
พลบรุ ี อ าเภอทา่ ตมู จงั หวดั สรุ ินทร์ และอ าเภอราศีไศล จงั หวดั ศรีสะ

เกษ ทิศตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั อ าเภอเลิงนกทา อ าเภอกดุ ชมุ อ าเภ
อเมืองยโสธร และอ าเภอมหาชนะชยั จงั หวดั ยโสธร ทศิ ตะวนั ตก
ตดิ ตอ่ กบั อ าเภอเมืองสารคาม อ าเภอวาปีปทมุ และอ าเภอพยคั ฆภมู ิ
พิสยั จงั หวดั มหาสารคาม ภมู ิอากาศ ลกั ษณะภมู ิอากาศของจงั หวดั

อย่ภู ายใต้อิทธิพลของลมมรสมุ ที่พดั ประจ าเป็นฤดู 2 ชนิด โดย
พฒั นามา จากทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือในฤดหู นาว เรียกวา่ มรสมุ
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ อิทธิพลของลมนี ้จะท าให้บริเวณ จงั หวดั
ร้อยเอ็ดประสบกบั ภาวะอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้ง มรสมุ อีกชนิด
หนงึ่ คอื มรสมุ ตะวนั ออกเฉียงใต้ ลมนี ้ จะพดั จากทิศตะวนั ออกเฉียงใต้
เป็นสว่ นใหญ่ ลมนีจ้ ะพดั อยใู่ นชว่ งฤดฝู น ท าให้อากาศช่มุ ชืน้ และมีฝน
ตกทว่ั ไป จงั หวดั ร้อยเอ็ดตงั้ อยใู่ นเขตร้อนและแห้งแล้ง มี 3 ฤดไู ด้แก่
ฤดรู ้อน ร้อนตงั้ แตเ่ ดอื น กมุ ภาพนั ธ์ ถึงเดือน พฤษภาคม ฤดฝู น เร่ิม
ตงั้ แตเ่ ดอื น พฤษภาคม ถงึ เดือน ตลุ าคม ฤดหู นาว เร่ิมตงั้ แตเ่ ดือน
ตลุ าคม ถงึ เดอื น กมุ ภาพนั ธ์ อณุ หภมู เิ ฉลย่ี ตลอดปีสงู สดุ 35.33
องศาเซลเซียส และเฉลีย่ ตลอดปีต่ าสดุ 18.15 องศาเซลเซยี ส
อณุ หภมู ิสงู สดุ 39.70 องศาเซลเซียส วดั ได้เมื่อเดอื น เมษายน
อณุ หภมู ิต่ าสดุ 9.50 องซาเซลเซยี ส วดั ได้เมื่อเดอื นมกราคม
ปริมาณน้ าฝน วดั ได้ตลอดปี รวม 957.5 มิลลิเมตร มีฝนตกหนกั
ที่สดุ ในเดอื นกนั ยายน วดั ได้รวม196.8 มิลลิเมตร มีฝนตกรวม 103
วนั ทรัพยากรธรรมชาติ แร่ธาตุ จงั หวดั ร้อยเอด็ มีธาตทุ ี่ส าคญั เม่ือ
เทียบกบั จงั หวดั อื่น ๆ แร่ท่ีส าคญั ของจงั หวดั คือ หินเกลอื ,ฟอสเฟต
และแทนตาไลท์ แร่ธาตเุ หลา่ นีม้ ีกระจายอยทู่ วั่ ไปในเขตอ าเภอธวชั บรุ ี

สวุ รรณภมู ิ อ าเภอเมือง และอ าเภอจตรุ พกั รพิมาน เน่ืองจากปริมาณท่ี
กระจดั กระจายไปตามพืน้ ที่ และมีปริมาณมามากพอในเชิงพาณิชย์
การแร่ธาตดุ งั กลา่ วนีข้ นึ ้ มาใช้ประโยชน์ต้องใช้เงินทนุ มหาศาล แต่
อาจจะไม่ได้ผลตอบแทนท่ีค้มุ คา่ ทางเศรษฐกิจ ป่าไม้ จงั หวดั ร้อยเอด็ มี
ป่าไม้เพียงเลก็ น้อย ประมาณร้อยละ 9 ของพืน้ ท่ีจงั หวดั เป็นพืน้ ที่ป่า
สงวน แห่งชาติ จ านวน 10 แหง่ รวมเนือ้ ทีป่ ระมาณ 459 ,307 ไร่
อยใู่ นเขตอ าเภอหนองพอก อ าเภอโพนทอง อ าเภอโพธิ์ชยั และอ
าเภอเมยวดี ซงึ่ มีอย่ใู นเขตอ าเภอพนมไพร ชนิดของไม้สว่ นใหญ่เป็นไม้
ยาง ไม้เหียง ไม้ตะแบก และไม้ประดู่ ซงึ่ ร้อยละ 65 เป็นป่าเส่อื มโทรม
และมรราษฎรบกุ รุก เช่น ป่าสงวนดงแมเ่ ผดท่ีอ าเภอโพธิ์ชยั สาเหตุ

เน่ืองจากราษฎรขาดแคลนท่ีดินท ากินปัจจบุ นั จงั หวดั ร้อยเอด็ มีพืน้ ท่ีป่า
สงวนแห่งชาติเหลือเพียง 137 ,289.50 ไร่ หรือร้อยละ 2.8 ของ
พืน้ ท่ีจงั หวดั ซงึ่ ผลจากการท่ีจงั หวดั มีพืน้ ที่ป่าเพยี งร้อยละ่ 9 จากที่ควร

จะต้องมีไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 40 ตามหลกั วิชาการ ท าให้เกิดผล
กระทบตอ่ ระบบนิเวศวทิ ยา และก่อให้เกิดความแห้งแล้งในจงั หวดั และ

นบั เป็นปัญหาส าคญั ประการหนงึ่ ของจงั หวดั

พระมหาเจดยี ์ชัยมงคล[แก]้

พระมหาเจดียช์ ยั มงคล

พระมหาเจดียช์ ยั มงคล ต้งั อยบู่ ริเวณวดั ผาน้าทิพยเ์ ทพประสิทธวิวรา
ราม ตาบลโคกสวา่ ง อาเภอหนองพอก จงั หวดั ร้อยเอด็ ระยะทางจากตวั
เมืองร้อยเอด็ ประมาณ 80 กิโลเมตร มีลกั ษณะเป็นมหาเจดียข์ นาด
ใหญท่ ่ีวจิ ิตรพสิ ดาร ใชศ้ ิลปกรรมร่วมสมยั ระหวา่ งภาคกลางและภาค
อีสานเป็นการผสมกนั ระหวา่ งพระปฐมเจดียแ์ ละพระธาตพุ นม ใช้
งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบนั กวา่ 3,000 ลา้ นบาท ดาเนินการสร้าง
โดย “พระอาจารยศ์ รี มหาวโิ ร” ซ่ึงเป็นศิษยพ์ ระอาจารยม์ น่ั ภูริทตั โต

พระมหาเจดียน์ ้ีออกแบบโดยกรมศิลปากรเป็นสีขาวตกแต่ง
ลวดลายตระการตาดว้ ยสีทองเหลืองอร่าม รายลอ้ มดว้ ยเจดียอ์ งคเ์ ลก็ ท้งั
8 ทิศ สร้างในเน้ือที่ 101 ไร่ กวา้ ง 101 เมตร ยาว 101 เมตร
ความสูง 101 เมตร รวมยอดทองคาเป็น 109 เมตร ใชท้ องคาหนกั
4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองคพ์ ระมหาเจดีย์
เหมือนอยบู่ นวมิ านแดนสวรรค์

 ช้นั ท่ี 1 เป็นหอ้ งโถงกวา้ งใหญ่ โอ่อ่า ผนงั จารึกนามทานาธิบดีต่าง
ๆ ใชเ้ ป็นหอ้ งประชุม บาเพญ็ บุญ

 ช้นั ท่ี 2 เป็นหอ้ งโถงโอ่อ่าเช่นกนั ผนงั ติดต้งั รูปพระพทุ ธประวตั ิ
ลวดลาย ไทยวจิ ิตรพสิ ดาร

 ช้นั ที่ 3 เป็นท่ีประดิษฐานรูปพระณาจารย์ ปราชญอ์ ีสานในอดีต
เป็นรูปเหมือนสลกั หินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน
101 องค์

 ช้นั ที่ 4 จดั เป็นพิพธิ ภณั ฑแ์ สดงวดั วาอาราม สถานปฏิบตั ิสมถะ
วปิ ัสสนา กรรมฐานท่ีหลวงป่ ูศรี เคยบาเพญ็ ธรรมมา

 ช้นั ที่ 5 บนั ไดเวยี น 119 ช้นั เป็นหอ้ งโถงรูประฆงั 8 เหล่ียม
บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ทุ่งถลุ าร้องไห้[แก]้
ทุ่งกลุ าร้องไห้

ทุ่งกลุ าร้องไห้ เป็นท่ีราบขนาดใหญ่มีพ้ืนที่ประมาณ 2 ลา้ นไร่ อยู่
ในเขตจงั หวดั สุรินทร์ จงั หวดั มหาสารคาม จงั หวดั บุรีรัมย์ จงั หวดั ศรีสะ
เกษ และจงั หวดั ร้อยเอด็ การท่ีไดช้ ่ือวา่ ทุ่งกลุ าร้องไห้ มีเร่ืองเล่าสืบกนั
มาวา่ ชนเผา่ กลุ าซ่ึงเป็นชนกลุ่มนอ้ ยจากเมืองเมาะตะมะ ประเทศพม่า
ไดเ้ ดินทางมาคา้ ขายผา่ นทุ่งแห่งน้ี ตอ้ งใชเ้ วลาเดินทางหลายวนั ไม่พบ
หมู่บา้ นใด ๆ เลย น้ากไ็ ม่มีด่ืม ตน้ ไมก้ ไ็ ม่มีท่ีจะใหร้ ่มเงา มีแต่ทุ่งหญา้
เตม็ ไปหมด พ้นื ดินเป็นทราย เดินทางยากลาบากเหมือนอยกู่ ลาง
ทะเลทราย ทาใหค้ นพวกน้ีถึงกบั ร้องไห้

ในอดีตทุ่งกลุ าร้องไหใ้ นฤดูแลง้ พ้ืนท่ีส่วนใหญจ่ ะแหง้ แลง้ มาก
ส่วนในฤดูฝนน้าจะท่วมทุกปี ใตพ้ ้นื ดินลงไปเป็นน้าเคม็ ไม่สามารถทา
การเกษตรได้ หลงั จากท่ีไดม้ ีการพฒั นาท่ีดินแลว้ ทุ่งกลุ าร้องไหไ้ ด้
กลายเป็นแหล่งผลิตขา้ วหอมมะลิท่ีสาคญั ของประเทศ และกลายเป็นอู่
ขา้ วอู่น้าที่มีช่ือเสียงของไทย

นา้ ตถถา้ โสดา[แก]้

เป็นนาตกจากหนา้ ผาสูง50เมตร ลดหลน่ั หลายช้นั มีความสวย
งานตระการตา บริเวณหนา้ ผามีม่านน้าตกสวยงาม และเป็นชะง่อนถ้า มี
พระพทุ ธรูปใวส้ กั การะบชู า
พระพทุ ธรัตนมงคลมหามุนี[แก]้

พระพทุ ธรูปท่ีสูงที่สุดอนั ดบั ที่สองของประเทศไทย ต้งั อยใู่ นวดั
บูรพาพริ าม อาเภอเมือง
ประเพณี วฒั นธรรม[แก]้
ประเพณบี ุญผะเหวด[แก]้

ผา้ ผะเหวด

งานบุญพระเวสสนั ดรชาดก หรือบุญผะเหวดในภาษาอีสาน เป็น
บุญประเพณีที่มีการเทศน์มหาชาติเป็นงานที่ยง่ิ ใหญ่ของจงั หวดั ร้อยเอด็
โดยเฉพาะจงั หวดั ไดก้ าหนดใหเ้ ป็นงานประเพณีประจาปี ของจงั หวดั
และจดั ไดย้ ง่ิ ใหญ่มากเป็นไปตามฮีต 12 คือหมายถึงเดือนส่ีมีการ
ทาบุญผะเหวดดงั คากล่าวไวใ้ นฮีตวา่

ฮีตหน่ึง พอเถิงเดือนสี่ไดใ้ หเ้ กบ็ ดอกบุปผา หามาลา

ดวงหอมสู่ตนเกบ็ ไว้

อยา่ ไดไ้ ลคองน้ีเสียศรีสูญเปล่า

หาเอาตากแดดไวไ้ ดท้ าแทส้ ู่คน

อยา่ ไดไ้ ลหนีเวน้ แนวคองต้งั แต่เก่า

ไฟท้งั หลายสิแล่นเขา้ เผาบา้ นสิเส่ือมสูญเด้

ประเพณบี ุญบ้งั ไฟสุวรรณภูมิ (ลายศรีภูม)ิ [แก]้

เป็นงานบุญประเพณีที่สาคญั ของจงั หวดั อีกหน่ึงงาน ท่ีมีการจดั
อยา่ งต่อเน่ือง โดยมีเอกลกั ษณ์ คือ ประกวดแข่งขนั การเอ้ บ้งั ไฟ
ประเภท ลายกรรไกรตดั หรือ "บ้งั ไฟลายศรีภูมิ" เพียงแห่งเดียวใน
ประเทศไทย โดย ทวั่ ไปพ้ืนที่อ่ืนๆ การตกแต่งตวั บ้งั ไฟ จะใชล้ ายสบั
ท้งั น้ี ในเขตเทศบาลตาบลสุวรรณภูมิ และอาเภอสุวรรณภูมิ มีช่างเอ้ ช่าง
ตดั ลายบ้งั ไฟท่ีมีช่ือเสียง และถ่ายทอดภูมิปัญญา มาไม่นอ้ ยกวา่ 100
ปี และท่ี มีบนั ทึกทางวชิ าการ ลวดลายกระดาษ โดยช่างมีฝีมือ ท่ีมี

หลกั ฐานสืบตน้ ทางวชิ าการ ท่ีมีพฒั นาการและนวตั กรรม การตดั ลาย
กระดาษ "ลายศรีภูมิ" ระหวา่ ง 70 - 90 ปี และโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่
งานบ้งั ไฟลายศรีภูมิ น้นั เป็นที่ทราบกนั ดีของช่างบ้งั ไฟเอ้ ทว่ั จงั หวดั
ร้อยเอด็ และจงั หวดั ในภาคอีสาน วา่ งานประเพณีบุญบ้งั ไฟสุวรรณภูมิ
เป็นงาน ท่ีรวบรวมช่างฝีมือการเอบ้ ้งั ไฟและการตกแต่งเคร่ืองล่าง
มาร่วมแข่งขนั บ้งั ไฟเอส้ วยงามขนาดใหญ่ มากท่ีสุดในประเทศไทย โดย
การจดั งานประเพณีบุญบ้งั ไฟสุวรรณภูมิ จะจดั ทุกวนั เสาร์ อาทิตยแ์ รก
ของเดือนมิถุนายน ของทุกปี

ประชากรศาสตร์[แก]้

มีจานวนประชากรท้งั สิ้น 1,310,259 คน แยกเป็นชาย
654,508 คน หญิง 655,751 คน โดยมีอาเภอท่ีมีประชากร
มากท่ีสุดไดแ้ ก่ อาเภอเมืองร้อยเอด็ 118,789 คน รองลงมาไดแ้ ก่
อาเภอเสลภูมิ มีจานวน 108,063 คน และอาเภอสุวรรณภมู ิ มี
จานวน 106,451 คน สาหรับอาเภอที่มีความหนาแน่นของ
ประชากรมากที่สุด คือ อาเภอจงั หาร โดยมีอตั ราความหนาแน่น 295
คนต่อตารางกิโลเมตร รองลงมาไดแ้ ก่ อาเภอเมืองร้อยเอด็ มีอตั ราความ
หนาแน่น 240 คนต่อตารางกิโลเมตร และอาเภอเชียงขวญั มีอตั รา
ความหนาแน่น 215 คนต่อตารางกิโลเมตร โดยอตั ราความหนาแน่น
โดยเฉล่ียของจงั หวดั อยใู่ นระดบั 158 คนต่อตารางกิโลเมตร

โดยประชากรมีกลุ่มชาติพนั ธุ์ต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ี

 ถลุ่มภาษาไทย-ลาว เป็นคนกลุ่มหลกั ในจงั หวดั ร้อยเอด็ แบ่งยอ่ ย
เป็น 2 กลุ่มไดแ้ ก่ 1. ชาวไทยอีสานเดิม คนกลุ่มน้ีมีภาษาไทยที่
เป็นเอกลกั ษณ์เรียกวา่ "สาเนียงร้อยเอด็ " ไม่พบการใชส้ าเนียงน้ีใน
ที่อื่นนอกจากร้อยเอด็ เป็นกลุ่มภาษาเดียวในภาคอีสานท่ีจงั หวดั อ่ืน
ไม่มี สนั นิฐานวา่ เป็นชนพ้นื เมืองร้อยเอด็ ในรุ่นแรกที่เขา้ มาอาศยั ไม่
ต่ากวา่ 500 ปี จนววิ ฒั ธนาการมีภาษาและสาเนียงของตน ทาง
ประเทศลาวไดก้ าหนดภาษาลาวไว้ 6 สาเนียง โดยสาเนียงร้อยเอด็
น้ีทางประเทศลาวไดจ้ ดั ใหเ้ ป็นภาษาลาวตะวนั ตก มีในเฉพาะใน
จงั หวดั ร้อยเอด็ เท่าน้นั และไม่พบการพดู สาเนียงน้ีในที่อื่นๆรวมถึง
ประเทศลาว แต่ท้งั น้ีและท้งั น้นั ภาษาลาวจดั อยตู่ ระกลู ภาษาขร้า-
ไท เช่นเดียวกบั ภาษาไทยทุกสาเนียง แต่ท่ีถูกเรียกเป็นภาษาลาว
เพราะทางการลาวใชส้ าเนียงเวยี งจนั ทน์เป็นภาษากลางในการ
จาแนก จึงทาใหส้ าเนียงร้อยเอด็ ถูกจดั ใหอ้ ยใู่ นกลุ่มลูกของภาษา
ลาว เน่ืองจากมีความใกลก้ บั ภาษาเวยี งจนั ทน์มากกวา่ ทาง
กรุงเทพมหานคร 2. ชาวไทยอีสานใหม่ เป็นกลุ่มชาวไทยอีสานที่
โยกยา้ ยกนั ในยคุ ตน้ กรุงรัตนโกสินทร์เป็นตน้ มา ไม่วา่ จะเป็นยคุ
สงครามหรือการเมือง คนไทยอีสานในกลุ่มน้ีไม่ไดใ้ ชส้ าเนียง
ร้อยเอด็ แต่ใชภ้ าษาอีสานท่ีมีในอีสานเหนือ, อีสานกลาง รวมถึง
สาเนียงลาวใตท้ ่ีพบในแขวงจาปาศกั ดวิ, แขวงอตั ตะปื อ อีกท้งั มี
การพบสาเนียงลาวเวยี งจนั ทนท์ ี่โยย้ ยา้ ยเขา้ มาช่วงตน้ กรุง
รัตนโกสินทร์

 ถลุ่มภาษาเขมร เป็นคนพ้ืนเมืองร้อยเอด็ แต่มีบรรพบุรุษเช้ือสาย
เขมร อยใู่ นอาเภอสุวรรณภูมิ และอาเภอเกษตรวสิ ยั กลุ่มคน
เหล่าน้ีมีภาษาใกลเ้ คียงกบั ชาวเขมรในอีสานใต้ หรือที่เรียกกนั วา่
ภาษาเขมรสูง แยกเป็นอีกสาเนียงหน่ึงในตระกลู ภาษาเขมร โดยคน
กมั พชู าฟังไม่ค่อยเขา้ ใจ แต่ชาวเขมรสูงในประเทศไทยสามารถฟัง
ภาษาเขมรในกมั พชู าแตกฉาน

 ถลุ่มภาษาส่วย-ถูย เป็นคนท่ีอยใู่ นจงั หวดั ร้อยเอด็ มีเช่ือสายเป็น
ชาวส่วยหรือกยู อยบู่ ริเวณอาเภอสุวรรณภมู ิ, อาเภอปทุมรัตต์ และ
อาเภอโพนทราย ติดต่อกบั จงั หวดั ศรีสะเกษ ภาษากยู จดั อยใู่ น
ตระกลู ภาษาออสโตร-เอเชียติก เช่นเดียวกบั กลุ่มภาษามอญ-
เขมร แต่ชาวกยู แยกสายออกมาเป็นเวลานานมากจึงทาใหม้ ีภาษา
ใหม่ ปัจจุบนั ภาษากยู ถูกแยกยอ่ ยเป็นอีกกลุ่มภาษาคือกลุ่มภาษากะ
ตู ภาษายอ่ ยกยู

 ถลุ่มภูไทหรือผู้ไท เป็นกลุ่มที่ต้งั ถิ่นฐานในเขตอาเภอเมยวดี
, อาเภอหนองพอก ซ่ึงติดต่อกบั จงั หวดั กาฬสินธุ์, ยโสธร และ
มุกดาหาร คนกลุ่มน้ีเขา้ มาในประเทศไทยต้งั แต่ตน้ กรุง
รัตนโกสินทร์ ยาวจนมาถึงสมยั รัชกาลที่ 5 โดยในปัจจุบนั คือ
แขวงหวั พนั , แขวงเชียงขวาง, แขวงพงสาลี รวมถึงดินแดนสิบ
สองจุไท หรือในปัจจุบนั คือจงั หวดั เดียนเบียนฟใู นประเทศ
เวยี ดนาม พดู ภาษาผไู้ ท และเรียกตนเองวา่ ไทนาหนา้ เช่น ไทดา

นอกจากน้ีภาษาใกลเ้ คียงมากกบั ชาวไทพวน โดย "พวน" คือช่ือ
เมือง
 ถลุ่มไทย้อ เป็นกลุ่มท่ีมีเช้ือสายมาจากแขวงคามวน ประเทศลาว
อาศยั อยใู่ นเขตอาเภอโพธวิชยั ภาษาไทญอ้ จดั อยใู่ นกลุ่มภาษาไท
ตะวนั ตกเฉียงใต้ ในประเทศไทยมีจานวนกวา่ 50,000 คน
ถึงแมใ้ นอดีตจะมาจากฝั่งประเทศลาว แต่ชาติพนั ธุ์ไทญอ้ ไม่ไดถ้ ูก
นบั รวมกบั กลุ่มภาษาลาวท้งั 6 สาเนียงจากทางการ ภาษาไทญอ้
ใกลเ้ คียงกบั ภาษาภไู ท, ผไู้ ท, พวน, ลาวโซ่ง และไทดา

นอกจากน้นั ยงั มีกลุ่มคนอพยพเขา้ มาอาศยั ในจงั หวดั ร้อยเอด็ ใน
ภายหลงั ไดแ้ ก่ กลุ่มชาวจีน, ชาวเวยี ดนาม, แขก

การศึกษา[แก]้

การศึกษาในจงั หวดั ร้อยเอด็ ไดร้ ิเริ่มอยา่ งแบบตะวนั ตกน้นั ได้
เกิดข้ึนเม่ือปี พ.ศ. 2453 โดยพระครูเอกตุ รสตาธิคุณ (โมง) เจา้
อาวาสวดั ศรีมงคล (ปัจจุบนั คือวดั สระทอง) อาเภอเมืองร้อยเอด็ ตรงกบั
ช่วงเวลาท่ีพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงริเริ่มขยาย
การศึกษาไปสู่หวั เมืองต่าง ๆ ในปี พ.ศ. 2454 รัฐบาลจึงได้
มอบหมายใหร้ าชบุรุษจนั ทร์มาเปิ ดโรงเรียนอยา่ งเป็นทางการที่วดั ศรี
มงคลโดยไดต้ ้งั ชื่อวา่ โรงเรียนวดั ศรีมงคล ปลาย พ.ศ. 2456 จึงได้
ยา้ ยมาทาการสอนที่อาคารท่ีวา่ การอาเภอเก่าริมคูเมือง พร้อมท้งั เปล่ียน
ชื่อเป็น โรงเรียนประจามณฑลร้อยเอด็ และต้งั เป็นโรงเรียนประจา

มณฑลร้อยเอด็ (ร้อยเอด็ มหาสารคาม และกาฬสินธุ)์ ซ่ึงภายหลงั ได้
เปลี่ยนช่ือเป็น โรงเรียนร้อยเอด็ วทิ ยาลยั

เนื่องจากโรงเรียนประจามณฑลร้อยเอด็ เปิ ดสอนเฉพาะนกั เรียน
ชาย จึงไดม้ ีการจดั ต้งั โรงเรียนประจามณฑลหญิงข้ึนในปี พ.ศ.
2462 โดยไดแ้ ยกออกมาทาการเรียนการสอนบริเวณนอกคูเมืองทาง
ทิศใต้ ซ่ึงปัจจุบนั คือ โรงเรียนสตรีศึกษา ต่อมารัฐกไ็ ดพ้ ยายามส่งเสริม
การศึกษาระดบั มธั ยมศึกษามากข้ึน โดยไดจ้ ดั ต้งั โรงเรียนวสิ ามญั ประ
อาเภอจนครบทุกอาเภอในปี พ.ศ. 2513 จนกระทงั่ ปัจจุบนั จงั หวดั
ร้อยเอด็ มีการจดั การศึกษาในทุกระดบั การศึกษาท้งั ระดบั อุมศึกษา
อาชีวศึกษา การศึกษาข้นั พ้ืนฐานและการศึกษานอกโรงเรียน ท้งั ใน
สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการและองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

ดูที่ รายชื่อโรงเรียนในจงั หวดั ร้อยเอด็

ระดบั อุดมศึถษา

 มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ร้อยเอด็
 มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตร้อยเอด็
 มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาลยั สงฆร์ ้อยเอด็
 มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอิสาน วทิ ยาเขตร้อยเอด็ ณ ทุ่ง

กลุ าร้องไห้
 สถาบนั การอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ

สญั ลกั ษณ์[แก]้



ตราประจาจงั หวดั ร้อยเอด็



อินทนิลบก ดอกไมป้ ระจาจงั หวดั



โหวด

 ตราประจาจงั หวดั : ประกอบดว้ ยสญั ลกั ษณ์ที่สาคญั คือรูปบึง
พลาญชยั ศาลหลกั เมือง พระมหาเจดียช์ ยั มงคล ตวั เลข ๑๐๑ และ
รวงขา้ วหอมมะลิ ตราที่ใชใ้ นปัจจุบนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เม่ือ ปี พ.ศ. 2545 ออกแบบโดย นายรังสรรค์ ตน้ ทพั ไทย

 คาขวญั ประจาจงั หวดั : สิบเอด็ ประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูง
ใหญ่ ผา้ ไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดียช์ ยั มงคล งามน่า
ยลบึงพลาญชยั เขตกวา้ งไกลทุ่งกลุ า โลกลือชาขา้ วหอมมะลิ

 ต้นไม้ประจาจังหวดั : ตน้ กระบก (Irvingia

malayana)
 ดอถไม้ประจาจังหวดั : ดอกอินทนิล

บก (Lagerstroemia macrocarpa)
 สัตว์นา้ ประจาจงั หวดั : ปลาหลดจุด (Macrognathus

siamensis)
 เคร่ืองดนตรีประจาจังหวดั : โหวด

สมยั ถ่อนประวตั ศิ าสตร์[แก]้

พบหลกั ฐานสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ทวั่ ไปในเขตจงั หวดั ร้อยเอด็ มี
การขดุ พบแหล่งโบราณคดีบา้ นเมืองบวั ซ่ึงสนั นิษฐานวา่ ชุมชนโบราณ
สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ที่คน้ พบมีอายปุ ระมาณ 1,800-2,500 ปี
มาแลว้ และมกั มีถิ่นฐานอยบู่ ริเวณลุ่มน้ากบั ใกลแ้ หล่งเกลือสินเธาว์
[ต้องการอ้างอิง] อิทธิพลของพทุ ธศาสนาภายใตว้ ฒั นธรรมทวารวดีไดเ้ ขา้ มา
เม่ือปลายพทุ ธศตวรรษที่ 12-15 มีหลกั ฐานสมยั ทวารวดีท่ีสาคญั
เช่น คูเมืองร้อยเอด็ เจดียเ์ มืองหงส์ในเขตอาเภอจตุรพกั ตรพิมาน กลุ่ม
ใบเสมาบริเวณหนองศิลาเลขในเขตอาเภอพนมไพร และพระพิมพด์ ิน
เผาปางนาคปรกท่ีเมืองไพรในเขตอาเภอเสลภูมิ

วฒั นธรรมจากอาณาจกั รขอมไดแ้ พร่เขา้ มาในพทุ ธศตวรรษที่ 16
ปรากฏหลกั ฐานอยมู่ าก เช่น สถาปัตยกรรมในรูปแบบของปราสาทหิน
เช่น ก่กู าสิงห์ในเขตอาเภอเกษตรวสิ ยั ปรางคก์ ่ใู นเขตอาเภอธวชั บุรี กู่
พระโกนาในเขตอาเภอสุวรรณภมู ิ และประติมากรรมท่ีเป็นรูปเคารพ
ทางศาสนาท่ีเป็นเคร่ืองใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ท่ีทาจากหินทรายและโลหะ
เป็ นจานวนมาก

สมัยทวารวด[ี แก้]

การต้งั ถิ่นฐานของชุมชนก่อนประวตั ิศาสตร์ต่อเนื่องถึงสมยั ทวาร
วดี เมืองที่สร้างข้ึนมีรูปร่างและที่ต้งั ไม่แน่นอน แต่มีลกั ษณะท่ีสาคญั คือ
มีคูน้าและคนั ดิน ลอ้ มรอบชุมชน ร่องรอยท่ียงั เห็นอยขู่ องคูเมืองและคนั
ดินไดแ้ ก่บริเวณดา้ นตะวนั ออกของวดั บูรพาภิราม ดา้ นใตข้ องเมือง
บริเวณโรงเรียนสตรีศึกษา นอกจากน้ียงั พบอยใู่ นอาเภอต่าง ๆ ของ
ร้อยเอด็ ไดแ้ ก่ บา้ นเมืองไพร (เขตอาเภอเสลภูมิ) บา้ นเมืองหงส์ (เขต
อาเภอจตุรพกั ตรพิมาน) บา้ นสีแกว้ (เขตอาเภอเมืองร้อยเอด็ ) หนองศิลา
เลข บา้ นชะโด (เขตอาเภอพนมไพร) และบา้ นดงสิงห์ (เขตอาเภอจงั
หาร)[ต้องการอ้างอิง]

สมัยลพบุรี[แก้]

พบโบราณสถานและโบราณวตั ถุสมยั ลพบุรีหรือละโวท้ ่ีเป็นที่รู้จกั
ดี ไดแ้ ก่ ปราสาทหินก่กู าสิงห์ในเขตอาเภอเกษตรวสิ ยั ก่พู ระโกนาใน
เขตอาเภอสุวรรณภูมิ ปรางคก์ ่ใู นเขตอาเภอธวชั บุรี ก่โู พนระฆงั ก่โู พน

วทิ ก่บู า้ นเมืองบวั ในเขตอาเภอเกษตรวสิ ยั ก่คู นั ทนามในเขตอาเภอโพน
ทราย สาหรับโบราณวตั ถุ ไดแ้ ก่ รูปเคารพและเคร่ืองมือเครื่องใชใ้ น
ศาสนา เช่นพระพทุ ธรูป เทวรูป ศิวลึงค์ ภาชนะดินเผา คนั ฉ่องสาริด
กาไลสาริด เป็นตน้

สมยั อาณาจถั รล้านช้าง[แก]้

ไดป้ รากฏช่ือเมืองร้อยเอด็ ในเอกสารของลาววา่ พระเจา้ ฟ้างุม้ เมื่อ
ดารงตาแหน่งเป็นบุตรเขยเมืองขิอม ไดน้ าไพร่พลมารวมกาลงั กนั อยทู่ ่ี
เมืองร้อยเอด็ ก่อนยกกาลงั ไปยดึ เมืองเชียงทอง (หลวงพระบาง) ได้
สาเร็จแลว้ จึงไดส้ ถาปนาอาณาจกั รลา้ นชา้ ง

หลกั ฐานเก่ียวกบั เมืองร้อยเอด็ ขาดหายไปประมาณ 400 ปี จนถึง
ประมาณปี พ.ศ. 2231 เมืองเวยี งจนั ทน์เกิดความไม่สงบ พระครู
โพนสะเมด็ พร้อมผคู้ นประมาณ 3,000 คนไดเ้ ชิญเจา้ หน่อกษตั ริย์
อพยพลงมาตามแม่น้าโขง แลว้ มาต้งั มนั่ อยทู่ ่ีบริเวณเมืองจาปา
ศกั ดวิ ผปู้ กครองเมืองจาปาศกั ดวิมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระครูโพนสะ
เมด็ จึงไดน้ ิมนตใ์ หท้ านุบารุงพระพทุ ธศาสนาและปกครองเมืองจาปา
ศกั ดวิ ต่อมาเจา้ หน่อกษตั ริยไ์ ดร้ ับสถาปนาข้ึนเป็นกษตั ริยพ์ ระนามวา่ เจา้
สร้อยศรีสมุทรพทุ ธางกรู ไดข้ ยายอิทธิพลไปในดินแดนต่าง ๆ เหนือ
สองฝั่งแม่น้าโขง ไดต้ ้งั เมืองใหม่ข้ึนหลายแห่งและส่งบริวารไป
ปกครอง เช่น เมืองเชียงแตง เมืองสีทนั ดร เมืองรัตนบุรี เมืองคาทอง
เมืองสาละวนั และเมืองอตั ตะปื อ เป็นตน้

ต่อมาเม่ือปี พ.ศ. 2256 เจา้ สร้อยศรีสมุทรพทุ ธางกรู ได้
มอบหมายใหอ้ าจารยแ์ กว้ ควบคุมไพร่พลประมาณ 3,000 คน มา
สร้างเมืองข้ึนใหม่ในดินแดนอีสานตอนล่าง เรียกวา่ เมืองท่ง ปัจจุบนั
อยใู่ นเขตอาเภอสุวรรณภูมิ มีเจา้ เมืองต่อมาคือ ทา้ วมืด ทา้ วทน (พระขตั ิ
ยะวงษา ตน้ ตระกลู ณ ร้อยเอจ็ ) ทา้ วเชียง และทา้ วสูน
สมยั ถรุงธนบุรีและถรุงรัตนโถสินทร์[แก]้

พระยาขตั ิยะวงษา (ทน)
ปี พ.ศ. 2318 สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชไดโ้ ปรดเกลา้ ฯ ให้

พระยากรมท่าและพระยาพรหมเดินทางมาดูแลหวั เมืองในภาคอีสาน
ทา้ วทนจึงไดเ้ ขา้ มาขออ่อนนอ้ ม พระยาท้งั สองจึงมีใบบอกไปยงั กรุง
ธนบุรีขอต้งั ทา้ วทน (ตน้ ตระกลู ณ ร้อยเอจ็ ) เป็นเจา้ เมือง โดยยกบา้ นก่มุ
ฮา้ งข้ึนเป็น เมืองร้อยเอด็ ตามนามเดิม ทา้ วทนไดร้ ับแต่งต้งั เป็นพระขตั ิ
ยะวงษา นบั วา่ เป็นเจา้ เมืองร้อยเอด็ คนแรก ส่วนเมืองท่งน้นั บรรดา
กรมการเมืองเห็นวา่ เป็นชยั ภูมิที่ไมเ่ หมาะสม จึงไดย้ า้ ยไปต้งั บริเวณดง

ทา้ วสาร และใหช้ ่ือวา่ เมืองสุวรรณภูมิ นบั แต่น้นั มาท้งั เมืองร้อยเอด็
และเมืองสุวรรณภูมิต่างมีฐานะข้ึนตรงต่อกรุงธนบุรีเช่นเดียวกนั

พ.ศ. 2325 พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีแห่งใหม่ ทาใหเ้ มืองร้อยเอด็
และบรรดาหวั เมืองอีสานลว้ นตอ้ งข้ึนตรงต่อกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วน
เมืองร้อยเอด็ กไ็ ดม้ ีพฒั นาการอยา่ งต่อเน่ืองจนมีฐานะทางการเมืองและ
ความสาคญั เหนือเมืองสุวรรณภูมิในเวลาต่อมา

พ.ศ. 2326 พระขตั ิยะวงษา (ทา้ วทน) ถึงแก่กรรม ทา้ วสีลงั บุตร
คนโตไดร้ ับโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ป็นพระขตั ิยะวงษา เจา้ เมืองร้อยเอด็ สืบ
แทน ต่อมาในปี พ.ศ. 2369 เกิดกบฏเจา้ อนุวงศ์ เมื่อกองทพั กบฏถูก
ตีแตกถอยร่นกลบั มา กาลงั ทหารจากเมืองร้อยเอด็ ไดเ้ ขา้ โจมตีซ้าเติมจน
พวกกบฏแตกพา่ ย พระขตั ิยะวงษา (สีลงั ) มีความดีความชอบไดร้ ับ
โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ป็นพระยาขตั ิยะวงษา

ในปี พ.ศ. 2418 เกิดสงครามปราบฮ่อที่เวยี งจนั ทน์และ
หนองคาย เจา้ เมืองอุบลไดร้ ับมอบหมายใหเ้ ป็นหวั หนา้ ยกกาลงั ไป
ปราบ โดยเกณฑก์ าลงั พลจากหวั เมืองตะวนั ออกเฉียงเหนือไปช่วยปราบ
กบฏ เมื่อกองทพั ยกมาถึงเมืองร้อยเอด็ พระขตั ิยะวงษา (สาร) และ
ราชวงศ์ (เสือ) ไดส้ มทบกาลงั ไปปราบฮ่อดว้ ย เม่ือเสร็จศึก ราชวงศ์
(เสือ) ไดร้ ับแต่งต้งั เป็นพระขตั ิยะวงษา

เม่ือพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงปฏิรูปการ
ปกครองในระบบมณฑลเทศาภิบาล จึงใหร้ วมหวั เมืองอีสานเขา้ ดว้ ยกนั
แลว้ แบ่งออกเป็น 4 กองใหญ่ แต่ละกองมีขา้ หลวงกากบั การปกครอง
กองละ 1 คน และมีขา้ หลวงใหญก่ ากบั ราชการอีกช้นั หน่ึงอยทู่ ่ีเมือง
จาปาศกั ดวิ กองใหญท่ ้งั 4 กอง ไดแ้ ก่ หวั เมืองลาวฝ่ายตะวนั ออก หวั
เมืองลาวฝ่ายตะวนั ออกเฉียงเหนือ หวั เมืองลาวฝ่ายเหนือ และหวั เมือง
ลาวฝ่ายกลาง เมืองร้อยเอด็ เป็นหวั เมืองเอกในจานวน 12 เมืองของหวั
เมืองลาวฝ่ายตะวนั ออกเฉียงเหนือ มีศูนยก์ ารบริหารหวั เมืองอยทู่ ี่เมือง
อุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2437 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจา้ อยหู่ วั ไดโ้ ปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราระบบการปกครองเทศาภิบาลข้ึนใช้
ปกครองส่วนภูมิภาคทว่ั ประเทศ หวั เมืองลาวกาวจึงเปลี่ยนฐานะเป็น
มณฑลลาวกาว ต่อมาไดเ้ ปล่ียนเป็นมณฑลตะวนั ออกเฉียงเหนือ และ
มณฑลอีสานตามลาดบั

ในปี พ.ศ. 2450 เมืองร้อยเอด็ ไดร้ บั การยกฐานะข้ึนเป็นบริเวณ
ร้อยเอด็ โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 เมือง คือเมืองร้อยเอด็
เมืองสุวรรณภูมิ เมืองมหาสารคาม เมืองกมลาไสย และเมืองกาฬสินธุ์

ในปี พ.ศ. 2453 สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ เสนาบดี
กระทรวงมหาดไทย ทรงเห็นดว้ ยกบั ขอ้ เสนอของเทศาภิบาลขา้ หลวง
มณฑลอีสานวา่ ควรแยกมณฑลอีสานออกเป็น 2 มณฑล คือ มณฑล
อุบลราชธานีและมณฑลร้อยเอด็ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
เจา้ อยหู่ วั กไ็ ดโ้ ปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ป็นไปตามที่เสนอ มณฑลร้อยเอด็ จึงมีเขต

ปกครอง 3 จงั หวดั คือ จงั หวดั ร้อยเอด็ จงั หวดั มหาสารคาม และจงั หวดั
กาฬสินธุ์

พ.ศ. 2465 พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดโ้ ปรด
เกลา้ ฯ ใหร้ วมมณฑลร้อยเอด็ มณฑลอุบล และมณฑลอดุ ร เป็นภาค
เรียกวา่ ภาคอีสาน มีอุปราชประจาภาคอยทู่ ่ีเมืองอุดรธานี ต่อมาเมื่อ
ปี พ.ศ. 2468 ไดโ้ ปรดเกลา้ ฯ ใหย้ กเลิกภาคอีสาน แลว้ ปรับเปล่ียน
เป็นการปกครองระบบมณฑลตามเดิม ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2469 ได้
โปรดเกลา้ ฯ ใหย้ บุ มณฑลร้อยเอด็ มณฑลอุบล และมณฑลอุดร แลว้ ให้
เปลี่ยนชื่อเป็นจงั หวดั ข้ึนต่อมณฑลนครราชสีมา

ระหวา่ งปี พ.ศ. 2445-2455 ไดเ้ กิดกบฏผบี ุญข้ึนในจงั หวดั
ร้อยเอด็ อนั มีสาเหตุมาจากการยกเลิกการปกครองแบบด้งั เดิม โดยยกเลิก
ตาแหน่งเจา้ เมือง แลว้ แต่งต้งั ขา้ ราชการจากส่วนกลางไปปกครอง ทาให้
เกิดการต่อตา้ นจากกลุ่มเจา้ เมืองเดิมและทายาท กบฏผบี ุญเกิดข้ึนจาก
การมีผอู้ า้ งตวั เป็นผวู้ ิเศษตามทอ้ งถ่ินต่าง ๆ ในภาคอีสาน ในที่สุดกถ็ ูก
ทางราชการปราบไดร้ าบคาบ

ในปี พ.ศ. 2469 อามาตยเ์ อก พระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง
จนั ทรางศุ) ขา้ หลวงจงั หวดั ร้อยเอด็ เห็นวา่ บึงพลาญชยั (เดิมใชว้ า่ บึง
พระลานชยั ) ซ่ึงต้งั อยใู่ จกลางเมืองร้อยเอด็ ต้ืนเขิน ถา้ ปล่อยทิ้งไวบ้ ึงกจ็ ะ
หมดสภาพไป จึงไดช้ กั ชวนชาวบา้ นจากทุกอาเภอมาขดุ ลอกบึงเพื่อใหม้ ี
น้าขงั อยไู่ ดต้ ลอดปี ไดด้ าเนินการขดุ ลอกบึงท้งั กลางวนั และกลางคืนอยู่

2 ปี มีชาวบา้ นมาร่วมขดุ ลอกบึงถึง 40,000 คน นบั วา่ เป็นผลงาน
ท่ียงิ่ ใหญ่แห่งหน่ึงของไทยที่ควรจารึกไวเ้ ป็นตวั อยา่ งที่ดีแก่ลูกหลาน
ไทยต่อไปชว่ั กาลนาน ต่อมากไ็ ดม้ ีการพฒั นาปรับปรุงอยา่ งต่อเน่ืองจน
เป็นมรดกท่ีสาคญั ของจงั หวดั ร้อยเอด็ มาตราบเท่าทุกวนั น้ี

ทาเนียบเจา้ เมืองร้อยเอด็


Click to View FlipBook Version