13. หมู่บา้ นวฒั นธรรมไทดา ลาวโซ่ง
หมู่บ้านวฒั นธรรมไทดา ต้งั อยทู่ ่ี บา้ นนาป่ าหนาด
ตาบลเขาแกว้ อาเภอเชียง ซ่ึงเป็นหมู่บา้ นของชาวไทดา หรือ ลาว
โซ่ง ที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ต้งั แต่ปี พ.ศ.
2448 แลว้ ค่ะ ปัจจุบนั ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิง
วฒั นธรรม ท่ีเผยแพร่ขอ้ มูล วฒั นธรรม และวถิ ีชีวติ ของชาวไทดา
ใครผา่ นไปเท่ียวก็แวะไปชมวฒั นธรรมของชาวบา้ นไทดาไดน้ ะ
ชาวไทดา จังหวดั เลย นับเป็ นเมอื งเกา่ ทมี่ คี วามเป็ นมาสบื
สานวฒั นธรรมรักษา ภมู ปิ ัญญา และมกี ลมุ่ ชาตพิ ันธุ์
นอกจากชาวไทยเลย แลว้ ยังมชี นชาตพิ ันธตุ์ า่ งๆ อาศัยอยู่
ทสี่ าคัญคอื กลมุ่ ชนเชอื้ สายไทดา เป็ นชนกลมุ่ หนง่ึ ทม่ี ี
ความสมั พันธใ์ กลช้ ดิ กบั คนพน้ื เมอื งเลย โดยตงั้ ถน่ิ ฐานอยู่
ปะปนกัน อยใู่ นเขตอาเภอเชยี งคาน จังหวดั เลยนาน
มาแลว้ สาหรับความเป็ นมาของหมบู่ า้ นไทดา นับตัง้ แต่
สมัยทมี่ กี ารแยง่ ชงิ ดนิ แดนแควน้ ตา่ งๆ ทางตอนเหนอื ของ
ประเทศลาว ซง่ึ เรยี กวา่ แควน้ 12 จไุ ทย ชาวไทดา อพยพ
มาจากแควน้ พวน สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
ในปัจจบุ ัน เขา้ มาในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2417
เนอื่ งจากมเี หตกุ ารณ์ พวกฮอ่ ยกกาลังมาตเี มอื ง
เชยี งขวาง ซง่ึ เป็ นหวั เมอื งสาคญั ในแควน้ พวน ทางหลวง
พระบาง ขอใหฝ้ ่ ายไทยสง่ กองทัพไปชว่ ยเหลอื โดยมพี ระ
ยาภธู ราภัย เป็ นแมท่ ัพคมุ กองทัพไปปราบฮอ่ ผลการปราบ
ฮอ่ ครัง้ นัน้ ไทยชนะ เมอื่ เหตกุ ารณ์สงบไทยไดใ้ ชน้ โยบาย
อพยพผคู ้ นจากแควน้ พวน เขา้ มายังประเทศไทยดว้ ย ชาว
ไทดาถกู กวาดตอ้ นมาถงึ กรงุ เทพฯ โดยทามาหากนิ ตามท่ี
ตา่ งๆ เชน่ เพชรบรุ ี ราชบรุ ี ลพบรุ ี สพุ รรณบรุ ี และ
พษิ ณุโลก ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้
เจา้ อยหู่ ัว โปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม ใหไ้ ปตงั้ หลกั แหลง่ ท่ี
บา้ นหมี่ คลองสนามแจง จังหวดั ลพบรุ ี
ชาวไทดา จังหวดั เลย นับเป็ นเมอื งเกา่ ทมี่ คี วาม
เป็ นมาสบื สานวฒั นธรรมรักษา ภมู ปิ ัญญา และมกี ลมุ่ ชาติ
พันธุ์ นอกจากชาวไทยเลย แลว้ ยงั มชี นชาตพิ ันธตุ์ า่ งๆ
อาศยั อยู่ ทสี่ าคัญคอื กลมุ่ ชนเชอื้ สายไทดา เป็ นชนกลมุ่
หนงึ่ ทม่ี คี วามสมั พันธใ์ กลช้ ดิ กบั คนพนื้ เมอื งเลย โดยตัง้ ถนิ่
ฐานอยปู่ ะปนกัน อยใู่ นเขตอาเภอเชยี งคาน จังหวดั เลย
นานมาแลว้ สาหรับความเป็ นมาของหมบู่ า้ นไทดา
นับตงั้ แตส่ มัยทมี่ กี ารแยง่ ชงิ ดนิ แดนแควน้ ตา่ งๆ ทางตอน
เหนอื ของประเทศลาว ซงึ่ เรยี กวา่ แควน้ 12
14. แก่งคุดคู้
แก่งคุดคู้ อีกหน่ึงท่ีเท่ียวท่ีน่าสนใจ และตอ้ งไปสกั ที ท่ีนี่เราจะได้
เห็นววิ สวยๆ ของแม่น้าโขงที่กวา้ งขวางสุดลูกหูลูกตา และ
ทอดตวั ยาวขนานไปสองฝั่งไทย-ลาว รวมถึงมีภูเขาใหญ่ ภูควาย
เงิน เป็นฉากสวยๆ อยดู่ า้ นหลงั อีกดว้ ยคะ่ ส่ิงที่พลาดไมไ่ ดเ้ ลยก็
คือ การล่องเรือเที่ยวริมฝ่ังแม่น้าโขง สมั ผสั ธรรมชาติสองฝากฝั่ง
โขง และแวะชิมอาหารอีสานอร่อยๆ บนแพริมแม่น้าโขงแกง่
คดุ ค"ู ้ สถานทท่ี อ่ งเทยี่ วฮติ ของ อ. เชยี งคาน จ. เลย เชอื่
หรอื ไมว่ า่ เขามตี านานเลา่ ตอ่ กันมา
นานแลว้ มพี รานป่ าคนหนง่ึ ชอื่ “จง่ึ ขงึ่ ดงั้ แดง” รปู รา่ งสงู
ใหญล่ า่ สนั มฝี ี มอื ในการลา่ สตั ว์ วนั หนงึ่ นายพรานผนู ้ ตี้ าม
ลา่ ควายเงนิ มาจากหลวงพระบาง (ทเ่ี รยี กควายเงนิ เพราะ
มลู ของควายตวั นเ้ี ป็ นเงนิ ) พอมาถงึ รมิ น้าโขงเห็นควายเงนิ
พักกนิ น้า นายพรานจงึ ดักซมุ่ ยงิ พอดชี าวบา้ นแลน่ เรอื ผา่ น
มา ควายเงนิ ตกใจตน่ื เตลดิ ขนึ้ ไปบนเขาลกู หนง่ึ (ตอ่ มา
เขาลกู นไ้ี ดช้ อ่ื วา่ "ภคู วายเงนิ ") นายพรานเลยยงิ ไปถกู เขา
อกี ลกู จนพังทลายไปซกี หนงึ่ กลายเป็ นหนา้ ผาสงู ชนั ท่ี
ชาวบา้ นเรยี กวา่ “ภผู าแบน่ ”
นายพรานโกรธคนทแ่ี ลน่ เรอื ผา่ นซงึ่ เป็ นตน้ เหตใุ หค้ วาย
เงนิ หนไี ป จงึ กลนั่ แกลง้ ดว้ ยการขนหนิ มาขวางกนั้ ลาโขง
ไมใ่ หเ้ ดนิ เรอื ได ้ นายพรานทาการเกอื บจะสาเร็จ ก็พอดมี ี
สามเณรรปู หนงึ่ มาเห็นเขา้ เณรนัน้ ออกอบุ ายหลอกให ้
นายพรานใชไ้ มเ้ ฮยี ะ (ไมใ้ ผช่ นดิ หนง่ึ ) ผา่ ซกี หาบหนิ แทน
ไมเ้ ฮยี ะผา่ แลว้ จะเป็ นสนั คมกรบิ เมอื่ นายพรานใชห้ าบหนิ
ไมน้ ัน้ ก็บาดคอนอนตายคดุ คอู ้ ยทู่ ร่ี มิ โขงนัน้ เอง แกง่ หนิ นัน้
จงึ เรยี กวา่ “แกง่ คดุ ค”ู ้
ผลจากการทน่ี ายพรานขนหนิ มาวางขวางทาใหก้ ลางน้า
โขง มหี ลายแกง่ หลายแหง่ มชี อ่ื เรยี กตา่ งๆ เชน่ แกง่ ฟ้า
แกง่ จันทร์ เป็ นตน้ แกง่ เหลา่ นแี้ มจ้ ะเป็ นอปุ สรรคตอ่ การ
เดนิ ทางในลาน้าโขงมาแตโ่ บราณ แตก่ ็เป็ นบรเิ วณทม่ี ปี ลา
เขา้ มาอยอู่ าศยั อยา่ งชกุ ชมุ
15. ภูบ่อบิด
ภูบ่อบิด ต้งั อยใู่ กลต้ วั เมืองเลย เป็นภูเขาสูงท่ีมีป่ าอุดมสมบูรณ์
มากๆ ค่ะ ที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอีกดว้ ย และเมื่อเดินข้ึนไป
บนยอดภู จะสามารถมองเห็นทิวทศั นข์ องเมืองเลยไดอ้ ยา่ ง
สวยงาม และยงั เป็นจุดชมพระอาทิตยข์ ้ึนยามเชา้ และทะเลหมอก
ของจงั หวดั เลยที่สวยงามมากๆ ทีเดียววนอทุ ยานภบู อ่ บดิ อยใู่ น
เขตป่ าสงวนแหง่ ชาตปิ ่ าภหู ว้ ยหมาก ป่ าภทู อก และป่ าภู
บอ่ บดิ เป็ นภเู ขาสงู ชนั โดดเดน่ ตัง้ อยใู่ กลต้ วั เมอื งเลย
โครงสรา้ งภเู ขาเป็ นหนิ ยาวตลอดแนวทศิ ตะวนั ตกและทศิ
ตะวนั ออก มถี ้าหลายแหง่ และป่ ามสี ภาพสมบูรณข์ นึ้ อยู่
ทางทศิ ตะวนั ตกและทศิ ใต ้ เหมาะแกก่ ารชมววิ ทวิ ทัศน์
และศกึ ษาธรรมชาตพิ นื้ ทเี่ ขตตดิ ตอ่ กับชมุ ชนจังหวดั เลย
ระยะทางประมาณ 5 กม.สภาพรม่ รนื่ สวยงาม เหมาะแก่
การพักผอ่ นหยอ่ นใจ เป็ นจดุ ชมววิ ทวิ ทัศน์ การเดนิ ทาง
สะดวกรถยนตส์ ามารถเขา้ ถงึ หา่ งวจากชมุ ชนจังหวดั เลย
ระยะประมาณ 5 กม.
วนอทุ ยานภบู อ่ บดิ อยใู่ นเขตป่ าสงวนแหง่ ชาตปิ ่ าภหู ว้ ย
หมาก ป่ าภทู อก และป่ าภบู อ่ บดิ เป็ นภเู ขาสงู ชนั โดดเดน่
ตงั้ อยใู่ กลต้ วั เมอื งเลย โครงสรา้ งภเู ขาเป็ นหนิ ยาวตลอด
แนวทศิ ตะวนั ตกและทศิ ตะวนั ออก มถี ้าหลายแหง่ และป่ ามี
สภาพสมบรู ณข์ น้ึ อยทู่ างทศิ ตะวนั ตกและทศิ ใต ้ เหมาะแก่
การชมววิ ทวิ ทัศน์ และศกึ ษาธรรมชาตพิ นื้ ทเี่ ขตตดิ ตอ่ กบั
ชมุ ชนจังหวดั เลยระยะทางประมาณ 5 กม.