รายงาน เรื่อง ละครพูดคำฉันท์ มัทนะพารา เสนอ ครูอรวรรณ ธวัชวงษ์ จัดทำโดย นางสาวนงลักษณ์ ทิพย์รักษ์ เลขที่29 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5|6 รายงานนี้เป็นส่วนนึงของการศึกษาวิชาภาษาไทย ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา2566 โรงเรียนลาดยาววิทยาคม
คำนำ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ จัดทําขึ้นเพื่อ ศึกษาเนื้อหา ความรู้ที่ได้จาก วรรณคดีมัทนะพาธา ซึ่งรายงานนี้มีเนื้อหาความรู้จาก หนังสือเรียนวรรณคดี เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการดําเนิน เรื่อง ของบทละครพูดคําฉันท์ และการพิจารณาด้านภาษาและคุณค่าของวรรณคดี ผู้จัดทําได้เลือกหัวข้อนี้ เนื่องจากมีความสนใจในเรื่องนี้ อีกทั้งยังสามารถนํา ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ไปประยุกต์ใช้ ในชีวิต ประจําวันได้หวังว่า รายงาน ฉบับนี้จะให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกๆท่าน หากมี ข้อเสนอแนะประการใด ผู้จัดทําขอรับไว้ด้วย ความขอบพระคุณยิ่ง ผู้จัดทำ นงลักษณ์ ทิพย์รักษ์
สารบัญ คำนำ บทที่1บทนำ บทที่2 เนื้อหาและกลวิธีในวรรณคดี เนื้อเรื่อง โครงเรื่อง ตัวละคร ฉากท้องเรื่อง บทที่3ประโยชน์หรือคุณค่าในวรรณคดี คุณค่าด้านอารมณ์ คุณค่าด้านคุณธรรม คุณค่าด้านวรรณศิลป์ บทที่4 ผลสรุปและอภิปรายรายผล การสรุปผลการศึกษาค้นคว้า การอภิปรายผลการศึกษาค้นคว้า หน้า 1 2 2 3 4 4 5 5 6 6
บทนำ ที่มาและความสําคัญของรายงาน รายงานเชิงวิชาการนี้เป็นรายงานที่เริ่มจากการศึกษาบทละครพูดคําฉันท์เรื่อง “มัทนะพาธา” ซึ่งเป็นบท ประพันธ์ที่ทรงแต่งขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า อยู่หัวที่ทรงมีพระปรีชาสามารถในการแต่งคํา ฉันท์ โดย ได้รวมคําฉันท์ทั้งหมด ๒๑ บท เข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นวรรณคดีที่ได้รับความนิยมเพราะมีคติ สอนใจเกี่ยวกับความรัก แฝงในเรื่องนี้ จึงทําให้เกิดอารมณ์ที่หลากหลายของตัวละคร ด้วยเหตุนี้จึงทําให้มีเกิด ความสนใจที่จะศึกษาในวรรณคดี เรื่องนี้เกี่ยวกับบทละครพูดคําฉันท์ เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจมากขึ้น ในการแต่งบทละครพูดคําฉันท์ อีกทั้งเพื่อ ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความสําคัญของวรรณคดีในสมัยก่อน วัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาเนื้อหา ความรู้ และการแต่งบทละครพูดคําฉันท์ 2.เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการดําเนินเรื่องที่ชัดเจนและถูกต้อง 3.เพื่อนําวรรณคดีไทยไปเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังได้หันสนใจ 4.เพื่อให้เกิดความสามัคคีในการทํางานกับผู้อื่น ขอบเขตของการศึกษา • นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕ • โรงเรียนลาดยาววิทยาคม วิธีในการศึกษาค้นคว้า • หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทยวรรณคดีชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕ • อินเตอร์เน็ต
เนื้อหาและและกลวิธีในวรรณคดี เนื้อเรื่อง เทพบุตรสุเทษณ์หลงรักเทพธิดามัทนา แต่นางมัทนาไม่ได้รักสุเทษณ์ สุเทษณ์จึงขอ ให้ วิทยาธรมายาวินใช้ เวทมนตร์สะกดจิตมัทนา ระหว่างการสนทนากันมัทนาตอบคําถาม สุเทษณ์ อย่างคนไม่รู้ตัว สุเทษณ์รู้สึกไม่ชอบใจจึง ขอให้มายาวินคลายมนตร์ให้ เมื่อมัทนา รู้สึกตัวก็ปฏิเสธ สุเทษณ์ สุเทษณ์โกรธมากจึงสาปให้มัทนาไปจุติบนโลก มัทนา จึงขอ สุเทษณ์ว่าจะขอไปเกิดเป็น ดอกกุหลาบ สุเทษณ์กําหนดว่ามันทนาจะสามารถเป็นมนุษย์ได้ เพียงวันเพ็ญวันเดียว และคืนเดียว และถ้าหากมีความรักเมื่อใดก็จะพ้นสภาพจากคําสาป และหากเป็นทุกข์เพราะรักก็ให้มาวิงวอนกับ สุเทษณ์ เมื่อมัทนาได้มาเป็นดอกกุหลาบบนโลกที่ป่าหิมะวัน ฤษีกาละทรรศินก็ได้พบดอกกุหลาบ จึงนํากลับไปปลูกที่ อาศรมด้วย เมื่อมัทนากลายเป็นมนุษย์ ฤษีก็ได้รับเลี้ยงดูดั่งบุตร ต่อมาท้าวชัย เสนได้มาพบและตกหลุมรักกับมันทนา มัทนาเองก็รักตอบ ทั้งสองจึงสาบานรักต่อกันและมัทนาก็ ไม่กลายเป็นมนุษย์อีก ท้าวชัยเสนพากลับเมืองหัสตินาปุระ พระนางจัณฑีมเหสีของท้าวชัยเสนหึง หวง จึงใส่ร้ายมัทนาว่ามันทนารักกับกับทหารเอก ท้าวชัยเสนจึงสั่งให้ประหาร มัทนา ต่อมาท้าว ชัยเสนรู้ความจริงก็รู้สึกเสียใจมาก อํามาตย์เอกทูลความจริงว่า มัทนายังมีชีวิตอยู่ จึงเดินทางไปรับ มัทนากลับมาแต่ก็สายเกินไปเพราะมัทนาได้ขอร้องสุเทษณ์จะกลับไปอยู่บนสวรรค์ สุเทษณ์ ขอให้มัทนารับรัก แต่ มัทนาปฏิเสธ สุเทษณ์โกรธมาก จึงสาปให้มัทนากลายเป็นดอกกุหลาบ ตลอดไป ท้าวชัยเสนมาไม่ทันการณ์จึงได้แต่นํา ดอกกุหลาบกลับไปยังเมืองหัสตินาปุระ โครงเรื่อง โครงเรื่องของเรื่องนี้คือการแสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดซึ่งเกิดจากความรัก แสดงให้ เห็นถึงอนุภาพของความ รักที่สามารถนํามาสู่ความสูญเสียได้ ผู้แต่งได้ตั้งชื่อว่ามัทนะพาธาที่มี ความหมายว่าความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อน อันเกิดจากความรัก นอกจากนี้ยังต้องการจะ กล่าวถึงตํานานดอกไม้ ซึ่งดอกไม้นั้นเป็นสิ่งสวยงามแต่ยังไม่เคยมีตํานาน ในวรรณคดี จึงได้แต่ง ออกมาให้นางฟ้าถูกสาปให้เป็นมนุษย
ฉากท้องเรื่อง ฉากท้องเรื่องของมัทนะพาธานั้นเกิดขึ้นบนสวรรค์ เนื่องจากสุเทศณ์ มัทนา และมายาวินเป็นเทพ เทวดา นางฟ้า ซึ่งเทพ เทวดา และนางฟ้าจะอาศัยอยู่บนสวรรค์ และข้อสังเกตุนั้นก็สามารถดูได้ดั่งบทต่อไปนี้ที่ เมื่อมายาวิน คลายคาถาให้มัทนา พอมัทนารู็สึกตัวก็ถามว่าทําไมมาอยู่ในนี้และมัทนาก็ได้กล่าวว่า “ เหตุใดพระองค์ทรงธรรม์ จึ่งทําเช่นนั้น ให้ข้าพระบาทต้องอาย แก่หมู่ชาวฟ้าทั้งหลาย? โอ้พระฦสาย พระองค์จงทรงปราณี” ในบทที่มัทนาได้กล่าวมานั้น จะสังเกตุได้จากคําว่าหมู่ชาวฟ้า ซึ่งคํานี้แสดงให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่บนโลก แต่เป็นบนสวรรค์ เนื่องจากคําว่าชาวฟ้านั้นสื่อถึงเทพ เทวดา นางฟ้าที่อยู่บนสวรรค์ หรือจะเป็น ตอนที่สุเทษณ์กําลังจะ สาปมัทนาให้มาจุติอยู่บนโลกมนุษย ประโยชน์หรือคุณค่าในวรรณคดี คุณค่าด้านอารมณ์ กวีเขียนถ่ายทอดอารมณ์ของการได้รู้สึกรักและความเจ็บปวดที่ได้จากความรักออกมาเป็นตัวหนังสือ ได้อย่าง ดีเยี่ยม จึงทําให้ผู้อ่านสื่อถึงอารมณ์และเข้าใจอารมณ์ของตัวละครอย่างเช่น ตัวอย่างในตอนที่สุเทษณ์ ได้สลายมนตร์ ของตนต่อมัทนาและเมื่อมัทนารู้สึกตัวก็ร้องไห้โอดครวญว่าทําไมสุเทษณ์จึงทําเช่นนี้ สุเทษณ์ “ อ้ามัทนาโฉมฉาย เฉิดช่วงดังสาย วิชชุประโชติอัมพร ไหนไหนก็เจ้าสายสมร มาแล้วจะร้อน จะรนะรีบไปไหน” มัทนา “ เทวะ,อันข้านี้ไซร้ มานี่อย่างไร บทราบสํานึกสักนิด; จำดัว่าข้าสถิต ใสวนมาลิศ และลมรําเพยเชยใจ, แต่อยู่ดีดีทันใด บังเกิดร้อนใน อุระประหนึ่งไฟผลาญ, ร้อนจนสุดที่ทนทาน แรงไฟในราน ก็ล้มลงสิ้นสมฤดี. ฉันใดมาได้แห่งนี้? หรือว่าได้มี ผู้ใดไปอุ้มข้ามา? ขอพระองค์จงเมตตา และงดโทษข้า ผู้บุกรุกถึงลานใน.” สุเทษณ์ “ อ้าอรเอกองค์อุไร พี่จะบอกให้ เจ้าทราบคดีดังจินต์; พี่เองใช้มายาวิน ให้เชิญยุพิน มาที่นี้ด้วยอาถรรพณ์ มัทนา “ เหตุใดพระองค์ทรงธรรม์ จึ่งทําเช่นนั้น ให้ข้าพระบาทต้องอาย แก่หมู่ชาวฟ้าทั้งหลาย? โอ้พระฦสาย พระองค์จงทรงปรานี.” ตัวอย่างของบทที่ได้ยกมานั้น เมื่ออ่านแล้วจะรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของตัวละครที่กล่าวออกมาและเข้าถึง อารมณ์ ของตัวละครเหล้านี้กำลังรู้สึกอย่างไร
คุณค่าด้านคุณธรรม บทละครคําฉันท์นี้ แสดงให้เห็นว่า “การมีรักนั้นเป็นทุกข์อย่างยิ่ง” ตรงตาม พุทธวัจนะที่ว่า “ที่ใดมีรัก ที่นั่น มีทุกข์” เช่น สุเทษณ์รักนางมัทนาแต่ไม่สมหวังก็เป็นทุกข์ แม้สุเทษณ์ได้เสวยสุขเป็นเทพบุตรแต่ก็ยังรัก นางมัทนาอยู่ จึงทําทุกอย่างเพื่อที่จะได้นางมัทนามา แต่พอไม่สมหวังก็พร้อมที่จะทําลาย ความรักในลักษณะนี้ เป็นความรักที่เห็นแก่ ตัว นอกเหนือจากด้านความรัก กวียังได้แสดงให้เห็นข้อคิดในการครองตน เช่น หญิงใดที่ ตกอยู่ในฐานะอย่างนางมัทนา จะต้องมีความระมัดระวังตัว หลีกหนีให้ไกลจากผู้ชายมากราคะ กวีจึงกําหนดให้ มัทนาถูกสาปกลายเป็นดอกไม้ ชื่อ ดอกกุพชกะ หรือ เรียกอีกชื่อว่าดอกกุหลาบ ซึ่งดอกกุพชกะนั้นมีความ สวยงามมีหนามแหลมคมที่เป็นเกราะป้องกัน ตนให้พ้นจากมือผู้ที่ปรารถนาจะเด็ดดอกไปเชยชม ดอกไม้นี้จึง เป็นสัญลักษณ์แทนหญิงสาวที่มีรูปสวยย่อมเป็นที่หมาย ปองของชายทั่วไป หนามแหลมคมเปรียบเหมือน สติปัญญา ดังนั้นถ้าหญิงสาวที่รูปงามและมีความเฉลียวฉลาดรู้ทัน เล่ห์เหลี่ยมของชายมากราคะ ย่อมสามารถ เอาตัวรอดจากผู้ที่หมายจะหยามเกียรติหรือหมิ่นศักดิ์ศรีได คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ในเรื่องนี้มีคําประพันธ์ประเภทฉันท์ชนิดต่างๆ นอกจากฉันท์แล้ว บางตอนใช้กาพย์ยานี กาพย์ฉบัง และกาพย์ สุรางคนางค์ อีกทั้งยังมีบทเจรจาร้อยแก้ว การใช้คํา ประพันธ์หลายชนิด นอกจากจะสอดคล้องกับบทบาทของ ตัว ละครและเนื้อเรื่องแล้วยังทําให้มีลีลาภาษาที่หลายหลาย อ่านได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ ทําให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึก คล้อยตาม เกิดความประทับใจและอยากติดตามอ่าน ตอนที่ต้องดําเนินเรื่องรวดเร็วก็ใช้ร้อยแก้ว ตอนที่ ต้องการใช้จังหวะเสียและ ความคล้องจองก็ใช้กาพย์ และตอนที่เน้นอารมณ์ก็มักใช้ฉันท์ อย่างตัวอย่างตอนที่สุ เทษณ์ตัดพ้อและมัทนาเจรจโต้ตอบ ก็ใช้วสันตดิลกแสดงจังหวะรวดเร็วของถ้อยคําเสริมให้คารมโต้ตอบกันนั้นมี ลีลาฉับไวและทันกัน สุเทษณ์ “รักจริงสิ ฤ ก็ไฉน อรไท บ่ แจ้งการ?” มัทนา “รักจริงมิจริงก็สุระชาญ ชยะโปรดสถานใด?” สุเทษณ์ “พี่รักแหวงวธุจะรัก และ บ ทอด บ ทิ้งไป มัทนา “พระรักสมัคร ณ พระหทัย ฤ จะทอดจะทิ้งเสีย สุเทษณ์ “ความรักละเหี่ยอุระระทด เพราะมิอาจจะคลอเคลีย มัทนา “ความรักระทดอุระละเหี่ย ฤ จะหายเพราะเคลียคลอ สุเทษณ์ “โอ้โอ๋กระไรนะมะทะนา บ มิตอบพะจีพอ มัทนา “โอ้โอ๋กระไรอะมระง้อ มะทะนามิพอดี มัทนะพาธานั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังสือที่แต่งดีก็เพราะการใช้คําฉันท์เป็นบทละครพูด ซึ่งการใช้คําฉันท์ มาเป็นบทละครพูดนั้นแปลกและทําได้ยาก อีกทั้งมีตัวละครและ ฉากที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมโบราณและเข้า กับเนื้อ เรื่องได้ดีอีกด้วย
ผลสรุปและอภิปรายรายผล การสรุปผลการศึกษาค้นคว้า ๑. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ได้มีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์ วรรณคดีบทละครพูดคําฉันท์ เรื่องมัทนพาธา ๒. ได้เรียนรู้ในการแต่งบทละครพูดคําฉันท์และได้เรียนรู้คุณค่าทางด้านต่างๆ ในวรรณคดี ๓. นักเรียนได้เรียนรู้การทํางานร่วมกับผู้อื่น การอภิปรายผลการศึกษาค้นคว้า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕โรงเรียนลาดยาววิทยาคม คิดว่าประโยชน์ของการอ่าน และวรรณคดี เรื่องมัทนพาธานั้นจะเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นหลังได้รู้วิธีในการแต่งวรรณคดี อีกทั้งยัง ทําให้เห็นถึง ความงามทางด้านภาษาที่ใช้ในการแต่งและยังได้รับคติสอนใจที่เป็นประโยชน์กับชีวิตประจําวัน อ้างอิง หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 http://omsschools.com/school/school_teacher/index.php?id_teacher=587&lesson_id=1779 http://arrow1203.blogspot.com/p/blog-page_97.html https://chattawanmadmai.wordpress.com/2013/10/15/มัทนะพาธา-ความเจ็บปวดจ/