สารบญั
Introduction บทนำ .....................................................................................................
Chapter 1 นิยามศิลปะ .................................................................................................
Chapter 2 ศิลปะอยู่รอบตวั เรา ......................................................................................
Chapter 3 ศลิ ปะไร้คนเสพ ศิลปะคอื ธรุ กจิ .....................................................................
บทนำ
“อาชพี ไสแ้ ห้ง” โครงสร้างสังคมทำใหเ้ กิดวาทกรรมลดทอนคณุ ค่างานศิลปะ อย่าลดทอน
ความสำคัญของใครเพยี งเพราะไมต่ รงตามความตอ้ งการตลาดแรงงาน
อาชีพทางศิลปะนั้นมีมากมายหลายแขนง ทั้งจิตรกร นักเขียน หรือการทำสื่อต่างๆ
อาชีพเหล่านี้อาจสามารถทำเงินได้มากมายเทียบเทียมสินค้าส่งออก และสร้างคุณค่าได้เช่นกัน
แต่กลับถูกสังคมกดทับและไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ใครหลายคนได้หายไปเพราะอาชีพไม่
ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และไม่ถูกสังคมให้ความสำคัญ ให้คุณค่า ถึงเวลาแล้ว
หรือยังที่วาทกรรมเช่นนี้ต้องหมดไป ทุกอาชีพต้องได้รับความสำคัญ เพราะทุกอาชีพนั้นต่างมี
คณุ คา่ เป็นของตวั เอง
ธารนที
นิ
ย
า
ม
ศิ
ล
ป
ะ
นิยามศลิ ปะ
หากพูดถึงคำว่า “ ศิลปะ ” เราอาจนึกถึงภาพวาด หรือสถาปัตยกรรม แต่แท้จริงแล้ว
ศลิ ปะนน้ั มคี วามหมายวา่ อย่างไรกนั
อ้างอิงความหมายจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525 ให้
นิยามของศิลปะว่า ศิลปะ คือ ฝีมือ ฝีมือทางการช่าง การแสดงซึ่งอารมณ์ สะเทือนใจ ให้
ประจักษ์เห็น
พจนานุกรมศัพท์ศลิ ปะ ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พทุ ธศกั ราช 2530 นิยามความหมาย
ของศิลปะว่า ศิลปะ คือ ผลแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ที่แสดงออก ในรูปลักษณ์
ต่างๆให้ปรากฏซึ่งสุนทรียภาพความประทับใจ หรือ ความสะเทือนอารมณ์ ตามอัจฉริยภาพ
พุทธิปัญญา ประสบการณ์ รสนิยม และทักษะของแต่ละคน เพื่อความพอใจ ความรื่นรมย์
ขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณี หรือความเชื่อในลัทธิศาสนา และกล่าวว่า ศลิ ปะแบ่งออกเปน็ 2
ประเภทใหญ่ ๆ คอื วิจติ รศลิ ป์ กบั ประยุกตศ์ ิลป์
โดยสรุปแล้วศิลปะ เป็นคำที่ไม่มีความหมายที่ตายตัว ความหมายของคำว่าศิลปะอาจ
เปลี่ยนผันไปตามทัศนะของตัวผู้สร้างหรือตัวผู้ชม แต่ความหมายของศิลปะนั้นมีจุดร่วมที่
คลา้ ยกนั อยู่คือ การแสดงออก ทัง้ อารมณ์ ความรสู้ กึ ความคิด ประสบการณ์ เป็นการส่ือสาร
สัญลักษณ์ เรอื่ งราวหรือเหตกุ ารณ์ สามารถส่ือถึงความเชอื่ และแนวคิดในแตล่ ะยุคสมัยได้
“ ไม่มกี วนี ิพนธ์บทใดจำเปน็ สำหรับผู้อา่ น
ไมม่ ีจิตรกรรมชน้ิ ใดจำเป็นสำหรบั ผู้ดู
ไมม่ ีซิมโฟนีบทใดจำเป็นสำหรับผู้ฟัง ”
- Walter Benjamin นกั ปรัชญาชาวเยอรมัน-
ศิลปะอย่รู อบตัวเรา
เราอาจรู้สึกว่าศิลปะนั้นเข้าใจยากและไกลตัว แต่ความจริงแล้วศิลปะนั้นอยู่รอบตัวเรา
มากกว่าทค่ี ดิ แคก่ ารออกไปเดนิ เล่นในบางคร้ังเราก็อาจเดินผ่านศิลปะไปโดยที่เราไม่เคยสงั เกต
ในปัจจุบันเราพบเจอศิลปะได้แทบทั่วทุกมุม ไม่ว่าเดินไปไหน ที่ไหนก็มีศิลปะให้เห็น
ตัวอย่างศิลปะใกล้ตัวได้แก่ สื่อโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนโฆษณาเป็นสิ่งที่เราสามารถพบ
เจอไดง้ ่ายมากๆ ในทุกมุมของถนนหรอื สถานทีไ่ หนก็ต่างมีโฆษณาปิดประกาศอย่างหลากหลาย
แม้แต่ในอินเทอร์เน็ตเรากส็ ามารถเหน็ โฆษณาได้เช่นกัน อีกทั้งโฆษณายงั มีอิทธิพลอยา่ งมากใน
ชีวิตประจำวนั และโฆษณากถ็ ือเปน็ งานศลิ ปะเชน่ กัน
ภาพยนตร์ โลโก้ เสื้อผา้ ตึกสูงหรอื าคารกส็ ามารถเปน็ ศลิ ปะได้ เหน็ ไดช้ ัดเลยวา่ ศิลปะอยู่
รอบตัวเราแทบจะทุกอย่าง หรือหากเรามองทิวทัศน์เป็นศิลปะ มันก็สามารถเป็นศิลปะได้เชน่ กัน
ทุกสง่ิ อาจเป็นศลิ ปะหากเราลองสังเกตมนั ดูอย่างละเอียดอ่อน
ศลิ ปะคือธรุ กจิ
ิศลปะไร้คนเสพ
ศลิ ปะไรค้ นเสพ ศลิ ปะคือธรุ กิจ
ศิลปะอยู่รอบตัวเราก็จริง แต่ในประเทศไทยศิลปินกลับถูกมองว่าเป็นอาชีพไส้แห้ง ไม่
มั่นคง ศิลปะไม่ถูกให้ค่าและถูกให้ความสำคัญเป็นลำดับท้ายๆทั้งที่งานศิลปะนั้นสามารถสร้าง
เม็ดเงนิ ได้อย่างมหาศาลไมต่ ่างจากสินค้าสง่ ออก
ศิลปะนัน้ อยู่รอบตัวเราแทบทุกโอกาส แต่ในประเทศไทยงานศิลปะไม่ได้ถกู ให้คา่ และไม่เคย
ได้รับการเหลียวแลเลย เป็นเพราะรัฐบาลไม่เคยให้การสนับสนุนงานศิลปะเท่าที่ควร อีกทั้งยังมี
ปัญหาเชิงโครงสร้างที่คุณภาพชีวิตของประชาชนนัน้ ไม่มีคุณภาพ คนจนทำงานหาเช้ากินค่ำแต่
กลับมีรายได้เพียงพอแค่ประทังชีวิตรายวัน ไม่มีแม้แต่เวลาจะได้พักหายใจออกไปเสพงานศิลป์
เลยด้วยซ้ำ ศิลปะจึงถูกมองเป็นเรื่องของคนรวย คนมฐี านะ ไม่ใช่เรอื่ งทค่ี นจนจะเอื้อมถึงได้
ดงั นัน้ รฐั บาลจงึ ควรใหค้ า่ ให้การสนบั สนนุ ศิลปะ และใหค้ วามสำคัญกับอาชพี ศิลปินเท่า
เทียมกับอาชีพอน่ื ๆ แก้ปญั หาเรือ่ งรายไดแ้ ละสวสั ดกิ ารทีป่ ระชาชนพงึ ได้รับ
เพราะศิลปะควรเปน็ เรือ่ งทีใ่ ครก็เขา้ ถงึ ได้