หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง ไตรภูมิพระร่วง
ไตรภูมิกถา หรือ ไตรภูมิพระร่วง
พระราชนิพนธ์พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย)
ผู้แต่ง : พระมหาธรรมราชาที่ ๑ หรือ พญาลิไทย
จุดประสงค์การแต่ง : เพื่อให้ประชาชนมีจริยธรรม
เกรงกลัวต่อการทำความชั่ว
ลักษณะคำประพันธ์ : ความเรียงร้อยแก้ว
เนื้อหา : พรรณาถึงเรื่องการ
เกิด การตาย ของสัตว์
ทั้งหลายว่า การเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภูมิทั้งสาม
คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ด้วยอำนาจของบุญ
และบาปที่ตนได้กระทำแล้ว
คุณค่าด้านต่างๆ
- คุณค่าด้านวรรณคดี
เป็นภาพพจน์เชิงอุปมาและภาษาจินภาพ
- คุณค่าด้านศาสนา
เป็นปรัชญาทางพระพุทธศาสนา ชี้ให้เห็นแก่นแท้ของชีวิต
- คุณค่าด้านจริยธรรม
เป็นการกำหนดกรอบแห่งความประพฤติเพื่อให้สังคม
มีความสงบสุขและผู้ปกครองแผ่นดินต้องมีคุณธรรม
- คุณค่าด้านประเพณีและวัฒนธรรม
มีความเชื่อที่ปรากฏในเรื่องและยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน
องค์ประกอบ
1.เนื้อหา
1.1 เรื่องราวหรือข้อคิด
โดยเนื้อหาหรือเรื่องราวที่เล่าขึ้นจะกล่าวถึงการสั่งสอนผู้ที่จะทำบุญ
จะได้ขึ้น สวรรค์และผู้ที่ทำบาปจะตกนรก
1.2 ตัวละคร เวลา สถานที่
คำประพันธ์นี้ไม่มีตัวละคร เพราะเป็นความเรียงร้อยแก้ว
ซึ่งกล่าวถึงคำสอนที่เป็นปรัชญาทางพุ ทธศาสนา
การประพฤติปฏิบัติตนในสังคมและความคิดความเชี่อที่ตกทอดอยู่ในประเพณีและ
วัฒนธรรม และมีการอ้างถึงสถานที่เช่น นรกภูมิ สวรรค์
2.องค์ประกอบด้านภาษา
เป็นวรรณคดีเล่มแรกที่เรียบเรียงในลักษณะการค้นคว้าจากคัมภีร์ต่าง ๆ
ถึง๓๐คัมภีร์ จึงมีศัพท์ทางศาสนาและภาษาไทยโบราณอยู่มาก สามารถนำมาศึกษา
การใช้ภาษาในสมัยกรุงสุโขทัย ตลอดจนสำนวนโวหารต่าง ๆ ไตรภูมิพระร่วงมี
สำนวนหนักไปในทางศาสนาโวหารและพรรณนาโวหาร
ผูกประโยคยาว และใช้ถ้อยคำพรรณนาดีเด่น สละสลวยไพเราะ
ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านอารมณ์สะเทือนใจและให้จินตภาพหรือ
ภาพในใจอย่างเด่นชัด
3.รูปแบบงานประพันธ์
เป็นร้อยแก้ว ประเภทความเรียงสำนวนพรรณนา
ความโดดเด่นของไตรภูมิพระร่วง
1. ด้านศิลปะการใช้ภาษา
1. ศิลปะการใช้คำ
ไตรภูมิพระร่วงเลือกใช้คำสัมผัส คำซ้ำ ซึ่งทำให้เกิดความอลังการทาง
ภาษาขึ้น ดังนี้
(1) การใช้คำสัมผัส คือ ใช้คำที่มีเสียงสัมผัสคล้องจองกัน ซึ่งทำให้เกิด
ความไพเราะ
(2) การใช้คำซ้ำ คือ ใช้คำคำเดียวกัน ซึ่งช่วยย้ำสิ่งที่กล่าวให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
และช่วยเสริมให้ภาษาไพเราะขึ้นด้วย
1. ศิลปะการใช้สำนวน
(1) การใช้อุปมา คือ ใช้การเปรียบเทียบโดยนำของสองสิ่งมาเปรียบเทียบ
กัน
(2) การใช้อธิพจน์ คือ ใช้การกล่าวเกินจริงเพื่อทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าสิ่งนั้น
เป็นจริง
(3) การใช้บุคคลาธิษฐาน คือ การกำหนดให้ธรรมชาติมีความรู้สึกนึกคิด มี
วิญญาณ
2. ด้านปรัชญา
ไตรภูมิพระร่วงกล่าวถึงปรัชญา คือ ทัศนะอันลึกซึ้งหลายประการ เช่น
1.ชีวิตและสรรพสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง คือ ไม่เที่ยง ไม่คงที่ ไม่คงตัว ต้อง
แตกดับ
2.นิพพานคือความพ้นจากวัฏสงสาร พ้นจากทุกข์
3.นิพพาน (ความพ้นทุกข์) เป็นสิ่งที่ดีที่สุด
4.ปรารถนาเบญจกามคุณ (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) อันประณีต
5.มนุษย์ปุถุชนย่อมว่ายเวียนวนอยู่ในภูมิ 3 (กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ)
6.มนุษย์ทำกรรมใดไว้ย่อมได้รับผลของกรรมนั้นทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
3. ด้านความเชื่อ
ไตรภูมิพระร่วงบันทึกความเชื่อของสังคมไทยในสมัยสุโขทัยไว้หลาย
ประการ คือ
1.ความเชื่อเรื่องพระศรีอาริย์
มีความเชื่อว่าพระศรีอาริย์จะมาตรัสรู้และประกาศพระศาสนา
ในกาลภาคหน้า
2.ความเชื่อเรื่องและผลของกรรม
มีความเชื่อว่าทำกรรมเช่นไรย่อมได้รับผลเช่นนั้น
(ทำดีได้ขึ้นสวรรค์ ทำชั่วต้องตกนรก)
3.ความเชื่อเรื่องนรก
มีความเชื่อว่านรกเป็นสถานที่ลงโทษคนทำชั่ว
เป็นสถานที่น่าหวาดกลัวเต็มไปด้วยการทรมาน
4.ความเชื่อเรื่องต้นกัลปพฤกษ์
มีความเชื่อว่าต้นกัลปพฤกษ์เป็นต้นไม้สารพัดนึก สามารถดลบันดาล
ทุกสิ่งที่มนุษย์ปรารถนาได้
5.ความเชื่อเรื่องอัศจรรย์
มีความเชื่อว่าจะบังเกิดอัศจรรย์เมื่อพระโพธิสัตว์มาอุบัติ
4. แง่คิดด้านสังคม
ไตรภูมิพระร่วงบันทึกแง่คิดด้านสังคมที่น่าสนใจบางประการ คือ
1.ลักษณะของสังคมที่มีความสุข ไตรภูมิพระร่วงกล่าวถึงลักษณะของ
สังคมที่มีความสุขไว้หลายประการ
2. ลักษณะและคุณสมบัติของผู้ปกครอง
3. เป็นผู้มีบุญเคยสร้างบุญมาก่อน
(2) เป็นผู้มีความยุติธรรมไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
(3) เป็นผู้ใฝ่ธรรมซักถามสนทนาธรรมกับบัณฑิต
สมาชิก
นายณัฐนันท์ สุทธิกุล เลขที่ 10
นายก่อ ทองพันธ์ เลขที่ 11
นางสาวพิมพ์รภัช สุนทวงศ์กุลวัต เลขที่ 20
นางสาวคีตาญชลี พลดงนอก เลขที่ 30
นางสาวชญานิศ หมั่นกิจ เลขที่ 31
นางสาวจิตรานุช พุ่มจันทร์ เลขที่ 38