The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้ เรื่องกีฬาโบว์ลิ่ง การเล่น เทค กติกา การคิดแต้ม ฯลฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pakorn Korsanan, 2024-06-20 22:09:04

ความรู้เบื้องต้น กีฬาโบว์ลิ่ง

ความรู้ เรื่องกีฬาโบว์ลิ่ง การเล่น เทค กติกา การคิดแต้ม ฯลฯ

1 ประวัติ – อ ุปกรณ์ – การเล่น - กติกามารยาท โดยนายปกรณ์ กอสนาน รวบรวม-เรียบเรียง(ฉบับปรับปรุง 2553)


2 สารบรรณ 1.ประวัติกีฬาโบว์ลิ่ง หน้าที่ 3 2.ความรู้เบื้องต้นเรื่องเลน (Lane) หน้าที่ 4 3.ความรู้เบื้องต้นเรื่องอุปกรณ์ส าหรับเล่นกฬีาโบว์ลงิ่ หน้าที่ 5 4.ความรู้เบื้องต้นเรื่องรองเท้า หน้าที่ 8 5. ความรู้เบื้องต้นเรื่อง พินโบว์ลิ่ง หน้าที่ 9 6. ความรู้เบื้องต้นเรื่อง ศัพท์โบว์ลิ่ง หน้าที่ 10 5.ความรู้ความรู้เบื้องต้นเรื่อง Step Approach หรือการเดินโยน หน้าที่ 13 6.ความปลอดภัยและมารยาทในการเล่นกีฬาโบว์ลิ่ง หน้าที่ 17 7.ความรู้เบื้องต้นเรื่องการโยนโบว์ลงิ่ หน้าที่ 19 8.การคิดแต้มหรือคะแนน โบว์ลิ่ง หน้าที่ 22 9.กติกา การแข่งขัน กีฬาโบว์ลิ่ง หน้าที่ 24 10. เทคนิคช้ันสูงส าหรับมืออาชีพ หน้าที่ 26 11. การใช้บอลและการแก้การโยน หน้าที่ 34 12.Style การโยนโบว์ลิ่ง หน้าที่ 37 13.การวอร์มร่างกายก่อนการโยนโบว์ลิ่ง หน้าที่ 47


3 ประวัติ โบว์ลิ่ง การค้นพบหลกัฐานส าคัญ ลูกบอลล์และพนิส าหรับเล่นโบว์ลงิ่ท าด้วยไม้ โดยเซอร์พลนิดาส เพโทริ ศาสตราจารย์ชาวอังกฤษ คาดว่าเล่นกันในสมัยอียิปต์โบราณ เมื่อ 7,200 ปีมาแล้ว เป็นการขุดพบหลกัฐานทาง ประวัติศาสตร์ เมื่อต้นศตวรรษที่ 19 ปัจจุบัน อุปกรณ์หลกัฐานส าคัญ ลูกบอลล์กบัพนิ ได้ถูกเก็บรักษาไว้และน า แสดงอยู่ที่พพิธิภัณฑ์แห่งชาติณ กรุงลอนดอน จนถึงปัจจุบันนี้นบัได้ว่าเป็นกฬีาที่มีอายุยืนยาวพอๆ กบักฬีา ฟุตบอล มาต้ังแต่สมัยก่อนคริสตศักราช ประวัติศาสตร์สมัยโบราณของกีฬาโบว์ลิ่งตั้งแต่ 5000 ปี ก่อนคริสตศักราชจนถึงศตวรรษที่ 5 มีอุปกรณ์ เป็นไม้แก่นและชัลูกหินกลมๆ กลงิ้ทอยไปให้ไม้แก่นล้ม หลกัฐานส าคัญคือภาพเขียนปรากฏอยู่ในหลุมฝังศพเด็ก ชาวอยีิปต์ซึ่งขุดพบในปัจจุบัน กฬีาโบว์ลงิ่ได้แพร่หลายไปยังทวีปยุโรป แต่กน็ ิยมเล่นในหมู่ขนุนางเท่าน้นัจนถงึ ศตวรรษที่ 12 การเล่นกฬีาโบว์ลงิ่กน็ ิยมเล่นในหมู่อาณาจักรไปทั่วท้ังทวีปยุโรปและประเทศองักฤษด้วย ในยุค กลางกีฬาโบว์ลิ่งที่เล่นในประเทศเยอรมันในขณะนั้นเรียกว่า “Kegling” และถือเป็ นพิธีกรรมทางศาสนาคริสต์ อย่างหนึ่ง ต่อมาการเล่นได้กลายมาเป็นการเล่นในลกัษณะที่ท าให้พนิล้มลงโดยใช้ลูกบอล 1 ลูก จึงเป็นต้นแบบการ เล่นที่กลายเป็นกฬีาที่ได้รับความนิยมมากในประเทศเยอรมนัและประเทศอื่นๆ มาจนถึงปัจจุบนั โบว์ลิ่ง 9 พนิที่ได้รับความนิยม มาร์ดิน รูเชอร์ผู้ปฏิวัติทางศาสนาคริสต์ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 1483 – 1546 เป็นผู้กา หนดกฎเกณฑ์กติกาการเล่นโบว์ลงิ่ที่เป็นพื้นฐานว่า กฬีาโบว์ลงิ่นิยมเล่นกนัอยู่เฉพาะพวกที่นับถือ ศาสนาและชาวประมงเท่านั้น ต่อมาในศตวรรษที่ 17 กลุ่มปฏวิัติทางศาสนาได้อพยพไปยังแผ่นดินใหม่ในทวีป อเมริกาเหนือ จึงได้มีการน าเอากีฬาโบว์ลิ่งไปเล่นที่อเมริกาจนเป็ นที่นิยมเล่นกันสืบเนื่องมา การก าเนิดโบว์ลิ่ง 10 พนิที่นิยมเล่นกนัอยู่ในปัจจุบันในระยะแรก เล่นกนัอยู่แค่เมืองชายทะเลที่มีการ ประมงทางภาคตะวันออกในอเมริกาเท่านั้น ในเวลาต่อมาจึงค่อยๆ ขยายตัวไปในแผ่นดินใหม่อย่างแพร่หลายไปยัง เมืองอุตสาหกรรมที่อยู่ทางภาคกลางด้วย กฬีาโบว์ลงิ่ได้พฒันามาเป็นเวลา 200 ปีด้วยการปรับปรุงจาก 9 พินมา เป็ น 10 พนิในปัจจุบนั


4 เลน(Lane) เลน(Lane) หรือ สนามส าหรับการเล่นหรือแข่งขัน 1.เลน(Bowling Lane) ในการเล่นกีฬาโบว์ลิ่ง สิ่งที่ส าคัญคือต้องมีเลน(Lane) เป็นพื้นรองรับให้ลูกบอลวิ่งไปกระทบกบัพนิที่ ต้ังอยู่ปลายเลน หรือที่ต้ังพนิ(Pin Deck) ตามรูปดังกล่าว ท าด้วยแผ่นไม้(ส่วนใหญ่เป็ นไม้ เมเปิ้ ล(Maple)กับ ไพน์(Pine) มีรายเส้นบนแผ่นไม้แบ่งออกเป็ นช่องๆ มี 38-39 ช่อง (แต่ละช่องกว้างประมาณ 1-1.07 นิ้ว) มีความ กว้าง 42 นิ้ว ความยาว60 ฟุต และจะมีลูกศร(Arrow)ห่งจากเส้นฟาว์ลไป 15 ฟุต ส าหรับบอกทิศทางของลูก บอลวิ่งไปบนเลน วัสดุทนี่ ามาผลติเลนมาตรฐานต้องท าจากไม้คุณภาพดีส่วนใหญ่เป็นไม้เมเปิ้ล(Maple)กับ ไพน์(Pine) เลนช่วง แรกเป็ นไม้เมเปิ้ ล และช่วงกลางและช่วงปลายใช้ไม้ไพน์ และต้องขัดให้เรียบและลงแลก เกอร์หรือแวกซ์และมีน ้ามันเลนลงไว้ 2.แอพโพรช (ส าหรับก้าวเดิน) มีความยาว15 ฟุต ส าหรับการก้าวเดินโยน(Step Approach) หรือ (Runway) ยาว 15 ฟุต ในส่วนนจี้ะปูติดต่อกนักบัเลน ข้างเคียง ที่ส าหรับการเดินโยน(Step Approach) หรือ (Runway) จะมีจุดเลก็เรียกว่าจุดยืน(Guide Dot) มี 2 ช่วง ในแต่ละช่วงจะมีจุดเรียงตามความกว้าง มจีุดอยู่ไม่แน่นอน บางแห่ง มี7 จุด บางแห่ง มี5 จุด แต่จะมีจุด หลกัอยู่ตรงกงึ่กลางพอดีจุดช่วงแรก ห่างจากเส้นฟาล์ว10 ฟุต จุด 2 ห่างจากจุดที่อยู่ช่วงแรก 3 ฟุต 3.เส้นฟาล์ว จะอยู่ระหว่างเลนกบัแอบโพรช เส้นฟาล์วไลน์(Foul Line) เป็นส่วนที่ห้ามเหยียบเข้าไปในเลน(ผู้เล่น ต้องหยุดก่อนเส้นฟาล์ว) หรือจุดที่ต้องปล่อยลูกบอล หรือจุดโยน 4.ราง(Gutter) ส าหรับรองรับลูกบอลที่วิ่งออกนอกเลนท้ังสองข้างรางแต่ละข้างกว้าง9 นิว้


5 อุปกรณ์การเล่นโบว์ลงิ่ 1.ลูกโบว์ลิ่งบอล ลูกบอลที่กล่าวในที่นีค้ือลูกโบว์ลงิ่ท าจากสารประเภทโพลเี่อสเตอร์หรือยูรีเทนและสารประเภทอื่นๆ หล่อขึน้รูปเป็นทรงกลมๆ ปัจจุบันจะมีแกนน ้าหนักประเภทต่างๆอยู่ภายในเพื่อให้มีการท างานดีขึน้แต่ต้องมี น ้าหนักไม่เกินจากข้อก าหนดส าหรับมาตราฐานในการแข่งขัน รายละเอยีดของลูกบอลหรือลูกโบว์ลงิ่และส่วนประกอบ • เส้นผ่าศูนย์กลาง8.500 –8.595 นิ้ว • เส้นรอบวงวัดได้ 27.02 นิ้ว • น ้าหนักรวมอยู่ระหว่าง8 –16 ปอนด์ ห้ามต ่าหรือเกินกว่านี้ • น ้าหนัก Top Weigh ไม่เกิน 3 ออนซ์ • น ้าหนัก Side Weigh ไม่เกิน 1 ออนซ์ • น ้าหนัก Finger Weigh ไม่เกิน 1 ออนซ์ เส้นผ่าศูนย์กลาง8.500-8.595 นิ้ว ช่องส าหรับใส่นิ้วนาง ช่องส าหรับใส่นิ้วกลาง ช่องส าหรับใส่นิ้วโป้ง(หัวแม่มือ) ส าหรับมือขวา


6 ส่วนประกอบลูกโบว์ลงิ่ 1.Coverstock คือผิวของลูกโบว์ลงิ่จะแตกต่างกันในแต่ละยี่ห้อเช่นโพลเี่อสเตอร์(Polyester),ยูรีเทน (Urethanes),รีแอกทีฟยูรีเทน(Reactive urethanes) ซึ่งแต่ละชนิดเหมาะสมกับเลนที่ลงน ้ามันแตกต่างกัน 2.Core แกนของลูกโบว์ลงิ่มีความส าคัญต่อการท างานของลูกโบว์ลงิ่และรแงปะทะวัสดุที่ใช้ท าเช่น โพลิ เมอร์(Polymer), เซรามิก(Ceramic) ปัจจุบันลูกบอลรุ่นใหม่ทนี่ิยมเล่น จะมีแกนถ่วง ให้ลูกมีการท างาน(Power Ball) มากขึ้น การโยนที่มีเบสิคการโยนที่ดีๆแล้ว แถบไม่ต้องใช้แรงมากมายอะไรเลยจะสามารถท าให้สะไตรค์ได้ (พินล้มหมด) โดยจะมีค่าในลักษณะดังนี้ 1.Hook Potential แปลตรงตัว ค่านี้ยิ่งมาก ก็ Hook มาก 2.Length ค่ายิ่งมากก็ยิ่งวิ่งยาว บอลผิวมัน 3.Breakpoint shape ค่านี้ยิ่งมากก็คือ hook แบบรุนแรง ดุเหมือน hook หักศอก ค่านี้น้อยก็จะค่อยๆ hook แบบ เรียบๆ 4.Flare Potential ค่านี้ยิ่งมากจะยิ่งเหมาะกับเลน น ้ามันเยอะ ถ้าค่านี้น้อยก็เหมาะกับเลนแห้ง 5.RG-average ค่านี้ยิ่งมากแปลว่าแกนจะหนักออกไป ทางผิวบอลมากกว่าตรงกลางรอบจะมาง่ายแต่ตบพินไม่ หนักเท่าบอลที่หนักออกไปตรงแกนกลาง การเจาะบอลหรือลูกโบว์ลงิ่ เราจะเรียกว่า เจาะกริ๊ป(ตั๊มและฟิ งเกอร์) กริ๊ป = คือการจับลูกบอลในการโยนโบว์ลงิ่ด้วยการใช้นิว้ 3 นิ้ว คือ นิ้วโป้ง(ตั๊ม) นิ้วกลาง และนิ้วนาง(ฟิ งเกอร์) ส่วนใหญ่จะเป็นมาตรฐานส าหรับการเล่นกฬีาโบว์ลงิ่ดังน้ันเมื่อมีการจัดหาลูก บอลใหม่ให้ได้น ้าหนักตามต้องการ ด้วยวิธีง่ายๆ ในการกา หนดว่าน ้าหนักบอลที่เหมาะสมกบัผู้เล่น คือ เด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง น ้าหนักตัว25 –30 กก. น ้าหนักบอล 8 –11 ปอนด์ เด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง น ้าหนักตัว31 –40 กก. น ้าหนักบอล 10 –13 ปอนด์ ผู้หญิงน ้าหนักตัว 40 –50 กก. น ้าหนักบอลควรอยู่ระหว่าง11 –13 ปอนด์ ผู้หญิงน ้าหนักตัว 51 –60 กก. น ้าหนักบอลควรอยู่ระหว่าง12 –14 ปอนด์ ผู้หญิงน ้าหนักตัว 61 กก. ขึน้ไป น ้าหนักบอลควรอยู่ระหว่าง 13 –15.5 ปอนด์ ผู้ชายน ้าหนักตัว 40 – 50 กก. น ้าหนักบอลควรอยู่ระหว่าง12 –14 ปอนด์


7 ผู้ชายน ้าหนักตัว 51 – 60 กก. น ้าหนักบอลควรอยู่ระหว่าง13 –15 ปอนด์ ผู้ชายน ้าหนักตัว 61 กก. ขึน้ไป น ้าหนักบอลควรอยู่ระหว่าง14 –16 ปอนด์ ที่จริงแล้ว น ้าหนักของลูกบอลที่เหมาะสม อาจจะไม่ตรงกบัที่เขียนนีก้เ็ป็นได้ส าหรับผู้ที่แข็งแรงและมี ความช านาญมากๆอาจจะใช้ลูกบอลที่มีน ้าหนักมากกว่านีไ้ด้แต่ไม่เกนิ 16 ปอนด์ ในการเจาะกริ๊ป ที่เหมาะสมกบัมือกจ็ะท าให้ได้ผลการโยนดีคือสามารถคอนโทรลให้ลูกบอลท างานและ วิ่งไปตามทิศทางที่ต้องการได้ ดังนั้นในการเจาะที่นิยมเจาะกริ๊ปทั่วไป มี 3 แบบ(แบบในการเจาะกริ๊ปอาจมี มากกว่านี้) คือ แบบที่ 1 คอนเวนชั่นแนล(Conventional) เป็นกริ๊ปชนิดธรรมดา โดยผู้เล่นจับลูกบอลโดยใส่นิว้โป้งลง ไปได้สุดนิว้ส่วนนิว้กลางกบันิว้นางลงไปได้2 ข้ออุ้งมือจะแนบกบัลูกบอล ด้วยนิว้ท้ัง 3 นิ้วใส่ลงไปได้ลึก การ จับลูกบอลด้วยกริ๊ปแบบนี้จะจับลูกบอลได้แน่นไม่ค่อยหลุดมือเหมาะส าหรับผู้ที่หัดเล่นใหม่ๆ หรือผู้ที่กา ลงัฝึก การก้าวเดินโยน(Step Approach) แบบที่ 2เซมิ- ฟิ งเกอร์กริ๊ป (แบบขัอครึ่ง) แบบที่ 3 ฟิ งเกอร์กริ๊ป (แบบข้อเดียว) ลักษณะแบบที่ 2 และแบบที่ 3 จะมีลักษณะคล้ายกัน โดย ใส่กลางและนิ้วนางใส่ลงไปก่อนได้ข้อครึ่ง (ลักษณะแบบที่ 2) และได้ข้อเดียว(แบบที่ 3) โดยที่นิ้วกลางและนิ้วนางจะคับพอดีกับนิ้ว ต่อจากนั้นใส่นิ้วโป้งลง ไป ให้ได้สุดนิว้พอดีช่วงระหว่างนิว้กลางและนิว้นาง จะห่างจากนวิ้โป้ง เราเรียกว่าสะแปน(Span) จะยาว มากกว่าแบบลักษณะที่ 1 การควบคุมลูกบอลจะท าได้ค่อนข้างยาก เพราะจะพะวงว่านิว้กลางและนิว้นางจะหลุด แท้จริงแล้วเมื่อโยนจริง นิว้กลางและนิว้นาง จะหลุดหลงันิว้โป้ง ในแบบลักษณะที่ 2 และ 3 นี้ถ้าฝึกฝนดีๆ ลูกบอลเมื่อถูกโยนออกไปนิว้กลางและนิว้นางจะท าหน้าที่เกยี่วลูกบอล ท าให้ลูกบอลมีรอบมากขึน้เมื่อกระทบกบัพนิจะเกดิพนิแอกชั่น(Action) มากกว่าแบบลักษณะที่ 1 ท าให้พินล้ม หมดได้(Strike) ง่าย ผู้ที่จะเจาะกริบบอลแบบที่2 และแบบที่ 3 น้นัควรปรึกษาผู้ช านาญการ ในการเจาะลูกบอล เพราะต้องมี การวัดมือ ดูลกัษณะมือ(เฉพาะมือที่จับลูกบอล) และลกัษณะการโยนด้วยเพราะผู้ ช านาญการในการเจาะจริงจะต้องพจิารณาหลายๆด้านมาประกอบกัน ปัจจุบันส่วนใหญ่นักโบว์ลิ่งมือใหม่กเ็ดิน เข้าไปร้านขายลูกบอลเลยและเลือกบอลต่อรองราคาและบอกความต้องการ ช่างก็จะวัดมือและเจาะให้เลยถ้าผู้เล่นน าไปโยนแล้วได้ผลดีก็ดีไป แต่ส่วนใหญ่เห็นมามากแล้วกลับมาอุดรูเจาะ ใหม่เยอะมากกว่าจะได้ที่ลูกบอลกพ็รุนเสียหายไปหมด ขอแนะน าผู้เล่นมือใหม่ ควรหาลูกบอลมือสองที่สภาพดีๆ มาเจาะกริ๊ปและทดลองโยนก่อนและอุดเจาะ ไปเรื่อยๆจนได้ความพอดีแล้ว ค่อยไปเจาะกบัลูกบอลใหม่ภายหลงัจะท าให้ได้ลูกบอลที่อยู่ในสภาพดีและเหมาะสมกบัมือด้วย \


8 2.รองเท้า รองเท้า ส าหรับการโยนโบว์ลิ่งเป็ นสิ่งจ าเป็ นอย่างยิ่ง ในกีฬาชนิดนี้ ไม่ใช่ว่าจะใช้รองเท้ากีฬาประเภท อื่นๆ อะไรกไ็ด้มาใส่เล่นได้รองเท้าส าหรับกฬีาโบว์ลงิ่จะมีหลายแบบโดยทั่วๆ ไปด้านที่ห่อหุ้มเท้าจะเหมือน รองเท้ากฬีา หรือรองเท้าปกติแต่ที่ส าคัญที่สุดที่แตกต่างจากรองเท้าประเภทอื่นคือ พื้นรองเท้า ส าหรับผู้ที่ถนัด ขวา พื้นรองเท้าข้างซ้ายจะเป็นหนัง หรือหนังสังเคราะห์พเิศษ เพื่อช่วยในการสไลด์ตัว และต้องระวังไม่ให้ถูก น ้า จะท าให้การสไลด์สะดุด กล้ามเนื้อขาอาจจะอกัเสบ หรือหกล้มได้ส่วนข้างซ้ายพื้นจะเป็นพื้นทั่วไป อาจจะ เป็น ยาง ใยเทียม กไ็ด้ผู้ที่ถนัดซ้ายกก็ลบัตรงข้ามกนัรองเท้าที่ดีควรเป็นรองเท้าทไี่ม่คบัหรือหลวมเกนิไป และ ต้องพอดีจะท าให้การทรงตัวได้มั่นคงและมั่นใจมากขึ้น 3.อุปกรณ์อื่นๆ กระเป๋าใส่อุปกรณ์ที่ลอ็คข้อมือ แป้งฝืด เทปต่างๆแปลงขัดพื้นรองเท้า กระดาษทราย ขึน้อยู่กบัผู้เล่นที่ ช านาญแล้วกจ็ะมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายและผู้ที่เริ่มใหม่ๆ ต้องค่อยๆ ศึกษาไปเรื่อยๆเพราะอุปกรณ์บางอย่างอาจ ไม่มีความจ าเป็ นเลยก็ได้


9 พินโบว์ลิ่ง พินโบว์ลิ่งส่วนใหญ่ ท าด้วยไม้ กลึงมีลักษณะคล้ายๆ ทรงขวดกลมทาสี ส่วนใหญ่นิยมทาสีขาวมีลายสี แดงตามรูป หรือสีอื่นแต่ไม่นิยม พนิมีรายละเอยีดดังนี้ • ความสูงของพนิ 15 นิ้ว • ความกว้างเส้นผ่าศูนย์กลาง4 –4 ¾ นิ้ว • น ้าหนักอยู่ระหว่าง3.2 –3.10 ปอนด์ ไม่เกิน 4 ปอนด์ พนิที่นิยมเล่นในปัจจุบนัมี10 พนิต้ังอยู่ปลายสุดเลน ลกัษณะการต้ังพิน ตามรูป ในการตั้งพิน ทั้งหมดมี 10 พนิ โดยต้ังในพื้นที่ที่ปลายสุดของเลนน้ัน ก็มีการต้ังพนิให้อยู่ในพื้นที่ดังนี้ แถวที่ 1 พินที่ 7 , 8 , 9 , 10 จะต้ังอยู่แถวหลงัสุดตามรูป และจุดศูนย์กลางของแต่ละพนิที่อยู่ ติดกันจะห่างกัน 12 นิ้ว แถวที่ 2 พินที่ 4 , 5 , 6 จะต้ังอยู่ถัดมาจากแถวที่1 และจุดศูนย์กลางของแต่ละพนิที่อยู่ติดกนัก็ จะห่างกัน 12 นิว้และห่างจากจุดศูนย์กลางพนิแถวที่1 ของแต่ละพนิที่อยู่ติดกนัห่างกนั 12 นิ้วด้วย แถวที่ 3 พินที่ 2 , 3 จะต้ังอยู่ถัดมาจากแถวที่2 และจุดศูนย์กลางของแต่ละพนิกจ็ะห่างกนั 12 นิว้และห่างจากจุดศูนย์กลางพนิแถวที่2 ของแต่ละพนิที่อยู่ติดกนัห่างกนั 12 นิ้วด้วย แถวที่ 4 พินที่ 1 จะต้ังอยู่ถัดมาจากแถวที่3 และจุดศูนย์กลางของพนิ 1 ก็จะห่างกับพิน 2 และพิน 3 = 12 นิว้และห่างจากจุดศูนย์กลางพินแถวที่3 ของแต่ละพนิที่อยู่ติดกนัห่างกนั 12 นิ้วด้วย 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 แถวที่ 1(ตั้งแถวหลัง) แถวที่ 2 แถวที่ 3 แถวที่ 4(ตั้งแถวหน้า)


10 5.ศัพท์โบว์ลิ่ง Alley -พื้นเลนที่เป็นพืน้ที่ในการวิ่งของลูกโบว์ลงิ่ Approach -เป็นพื้นที่ที่ผู้เล่นใช้ยืนและก้าวเดินก่อนโยน Arrows -เป็นจุดเลง็อยู่บนเลน มี7จุดเป็นรูปสามเหลยี่ม Baby split -การเกิด Split โดยเหลือพนิต้ังแต่2 พนิขึน้ไปอยู่ห่างกนั2-7 , 3-10 Back swing -การแกว่งลูกไปข้างหลงั Ball return -ช่องที่ลูกโบว์ลงิ่ไหลกลับมา Bed posts -การเกิด Split โดยเหลือพิน 7-10 Big four -การเกิด Split โดยเหลือพิน 4-6, 7-10 Board -กระดานที่ประกอบเป็ นแอพโพรชและเลน Brooklyn -ต าแหน่งระหว่างพิน 1-2 ส าหรับผู้เล่นมือขวาและ ต าแหน่งระหว่าง1-3 ส าหรับผู้ เล่นมือซ้าย(หรือเรียกแบบช้าวบ้านง่ายๆ “หลังบ้าน”) Bucket -ใช้เรียกเมือเหลือพิน 2-4-5-8 หรือ 3-5-6-9 Channel -พื้นที่ด้านข้างของเลนที่ใช้ป็นที่วิ่งกลบัของลูกโบว์ลงิ่ Cherry -พินที่เหลือตั้งซ้อนกัน 2 พินตรงๆ เช่น 1-5, 2-8, 3-9 Chistmas tree -การเกิด Split โดยเหลือพิน 3-7-10 ส าหรับผู้เล่นมือขวาและ2-7-10 ส าหรับผู้เล่นมือ ซ้าย Clothesline -หลังจากโยนครั้งแรกแล้วเหลือพิน 1-2-4-7 หรือ 1-3-6-10 Count -จ านวนพินที่ล้มในเฟรมถัดไป โดยเอาคะแนนมาบวกในเฟรมนี้ตามกฎของ Spare และ Strike Creeper -ลูกโบว์ที่วิ่งไปอย่างช้าๆ Curve ball -เป็ นลักษณะการวิ่งของโบว์ลิ่งโค้งเข้าหาพิน Dead ball -ลูกโบว์ลงิ่ที่วิ่งไปอย่างช้ามากไม่มีแรง Deadwood -พนิที่ถูกท าให้ล้มลง Delivery -การวิ่งไปของลูกโบว์ลงิ่ Double -การท า Strike ติดกัน 2 ครั้ง Dutch 200 -เกมที่ได้คะแนน 200 โดยการท า Strike และการเก็บ Spare สลับกัน Follow through-การยกแขนตามการเหวี่ยงของลูกขึน้ในจังหวะสุดท้าย Foul -การเหยียบเส้นฟาว์ล หรือท าให้เกิดการฟาว์ลในลักษณะอื่น Foul line -เส้นฟาว์ล คือเส้นที่อยู่ระหว่างแอพโพรชกบัเลน Four Bagger -การท า Strike ติดกัน 4 ครั้ง Frame -ส่วนประกอบของเกม โดย 1 เกมจะมี 10 เฟรม Goal posts -การเกิด Split โดยเหลือพิน


11 Gutter -เห็นพื้นทดี่้านข้าง(ราง) ท้ังสองด้าน ใช้เป็นทางวิ่งของลูกโบว์ลงิ่ที่ตกจากเลน Handicap -แต้มต่อ Head pin -พิน 1 High hit -การปะทะที่รุนแรงที่กลางพนิ1จนท าให้Strike Holding lane -เลนที่ท าให้เกิดการ Curve และ Hook ของลูกโบวลงิ่น้อยมาก Hook -ลกัษณะการโยน ที่ลูกโบว์ลงิ่เข้าไปตรงๆและเลยี้ววิ่งเข้าหาพนิ House ball -ลูกโบว์ที่จัดไว้ให้ส าหรับผู้เล่นที่ไม่มีลูกโบว์ลงิ่ King pin -พิน 5 ซึ่งเป็ นพินส าคัญที่จะท าให้เกิดการ Strike ขึ้น Lane bad -พื้นเลนที่เป็นทางวิ่งของลูกโบว์ลงิ่ Leave การที่ยังมีพนิเหลืออยู่หลงัจากโยนคร้ังแรก Lift -การท าให้ลูกโบว์ลงิ่หมุนด้วยนวิ้กลางและนิว้นางในจังหวะที่ปล่อย Light hit -การที่ลูกโบว์ลงิ่ วิ่งไม่เข้าที่พิน 1แต่ไปเข้าที่ด้านข้างแทน Lilly -การเกดิ Split โดยเหลือพิน 5-7-10 Lofting -การโยนลูกโบว์ลงิ่ที่สูงเกนิไปก่อนจะตกลงพื้นเลน Mark -การท า Strike หรือ Spare ได้ในแต่ละเฟรม Miss -การที่เก็บ Spare ไม่ได้ Mixer -การที่พินเกิดการกระจายตัวในหลายลักษณะ Move in -การเลื่อนจุดยืนเข้าหาบริเวณกลางแอพโพรช Move out -การเลื่อนจุดยืนออกไปบริเวณด้างข้างแอพโพรช Nose -บริเวณตรงการพิน 1 Oil -น ้ามันที่ใช้ลงบนผิวเลน Open frame -เฟรมที่เก็บสะแปร์ไม่ได้ Perfect game -เกมที่ Strike ทั้งหมด 12 ครั้ง ได้ 300 คะแนน Pin deck -บริเวณต าแหน่งที่ตั้งพิน Pocket -ต าแหน่งระหว่างพิน 1-3 ส าหรับผู้เล่นมือขวาและ ต าแหน่งระหว่างพิน 1-2 ส าหรับผู้ เล่นมือซ้าย(บางที่เรียกว่า “หน้าบ้าน”) Push away -การผลักลูกโบว์ลงิ่ไปข้าหน้าเพื่อเริ่มต้นการSwing Railroad -การเกิด Split Six pack -การท า Strike ติดกันเกิน 6 ครั้ง Sleeper -พนิที่ซ้อนกนัอยู่ยากที่จะมองเห็นเช่น 2-8, 3-5, และ 1-9 Slide -การไสเท้าซ้ายไปข้างหน้าในจังหวะสุดท้ายของการปล่อยลูก ส าหรับผู้เล่นมือขวา หรือการใสเท้าขวาไปข้างหน้าในจังหวะสุดท้ายของการปล่อยลูกส าหรับผู้เล่นมือซ้าย Span -ระยะระหว่างนิว้หัวแม่มือและนิว้กลาง นิว้นาง บนลูกโบว์ลงิ่


12 Spare -พนิที่เหลืออยู่จากการโยนคร้ังแรกในเฟรมน้นั Split -พนิที่เหลืออยู่จากการโยนคร้ังแรก มีลกัษณะต้งัห่างกนัและไม่มีพนิ1เหลืออยู่ Straight ball -ลูกโบว์ที่ใช้โยนตรงๆ Strike -การท าให้พินล้มหมดจากการโยนครั้งแรก Strike out -การท า Strike ไปจนจบเกม Tap -การโยนเข้า Pocket อย่างถูกต้องแต่ไม่Strike โดยยังเหลือ 1 พิน Throwing rocks -การท าให้เกิด Strike โดยการโยนแรงๆ Turkey -การท า Strike ติดกัน 3 ครั้ง Washout -การโยนแล้วเหลือพิน 1-2-10 หรือ 1-2-4-10 ส าหรับผู้เล่นมือขวา


13 ความรู้เรื่องการก้าวเดินโยน(Step Approach) การโยนโบว์ลงิ่ผู้เริ่มเล่นใหม่หรือผู้ที่ไม่เคยเล่นเลยเห็นคนอื่นๆเขาเล่นกนัดูเหมือนเล่นไม่ ยากแต่เมื่อลองเล่นจริงๆแล้วกลบัไม่เป็นดังทคี่ดิอาจจะเล่นไม่ได้เลย คือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้น อย่างไรเริ่มตรงไหน จะดูคนที่โยนเป็นแล้วกจ็ าไม่ค่อยได้และไม่ถูกต้องด้วย ท าให้เกดิการลงัเลจาก ความไม่มั่นใจแต่เมื่ออ่านบทความนีแ้ล้วค่อยฝึกทีละข้ันตอน ท่านอาจเป็นอกีผู้หนึ่งที่เล่นกฬีาโบว์ลงิ่ดีที่สุดและ เก่งที่สุดกเ็ป็นได้ การจะเก่งกีฬาประเภทนี้ ไม่ใช่จากการอ่านต าราอย่างเดียว แต่ต้องมั่นฝึ กฝนและฝึ กซ้อมด้วยความ สม ่าเสมอและไม่คิดว่าตวัเองเก่งที่สุดเสมอไป การก้าวเดินและการเคลื่อนที่ การเดินโยนแบบ 3 ก้าว เหมาะส าหรับผู้ที่ยังไม่เคยเล่น ส าหรับผู้ที่ถนัดมือขวา ให้ยืนโดยปกติทั่วไปย่อเข่าท้ัง 2 ข้างลงเล็กน้อย สายตามองที่ลูกศรในเลน ลูกศรนีจ้ะเป็นตวักา หนดจุดที่จะโยนเพื่อให้ลูกบอลวิ่งไปตามทิศทางที่ต้องการ ก้าวที่ 1 ให้ก้าวเท้าซ้ายน าพร้อมกับ Push ball ไปข้างหน้า ก้าวที่ 2 ก้าวเท้าขวาและแกว่งลูกบอลไปด้านหลงัพร้อมกบัลูกบอลจะขึน้สู่จุดหลงั(Black Swing) ก้าวที่ 2 - 3 จุดหยุดเพื่อปล่อยบอล ไปตามจุดที่ต้องการ โดยเท้าซ้ายจะสไลด์ไปเลก็น้อยอย่าให้ถึงเส้น ฟาล์ว การเดินโยนแบบ 4 หรือ 5 ก้าว การเดินโยนน้ันจะแตกต่างกนัออกไป แบบ 5ก้าวเมื่อเริ่มก้าวที่1ก้าวเท้าออกไป มือที่ถือลูกโบว์จะยังไม่ เคลื่อนออกและจะ Push ball เมื่อเริ่มก้าวที่ 2 และ ก้าวที่3จะแกว่งลูกบอลไปด้านหลงัพร้อมกบัลูกบอลจะขึน้สู่ จุดหลงั(Black Swing) ก้าวที่ 4-5 จุดหยุดเพื่อปล่อยบอล ไปตามจุดที่ต้องการ โดยเท้าซ้ายจะสไลด์ไปเลก็น้อย อย่าให้ถึงเส้นฟาล์ว


14 การเหวี่ยงแขน การเหวี่ยงแขน (Bach swing) ที่ดีควรจะเป็ นไปตามธรรมชาติ และจ าเป็ นต้องให้สัมพันธ์กับการ เคลื่อนที่ไม่ควรให้ระดบัของมือที่ถือลูกโบว์ลงิ่อยู่เหนือระดับไหล่และในขณะเหวี่ยงแขนข้อมือควรจับลูกโบว์ลงิ่ ให้มั่นคง ไม่งอแขนมากเกินไป ความสัมพนัธ์สวิงลูกโบว์และการก้าวเดิน ในการปล่อยลูกบอลหรือการโยนลูกโบว์คือวิธีการท าให้ลูกบอลโดยนิว้โป้งหลุดก่อน และใช้2 นิว้ นิว้กลางและนิว้นางท าหน้าที่เกยี่วลูกบอลให้มีพลงัหมุน และเกดิ Power Ball เข้าปะทะพิน ท าให้พินเกิด Action pin หมุนกวาดไปโดยพนิอื่นๆล้มลงหมด หรือเรียกว่าStrike


15 รายละเอียดความแตดต่าง การก้าวเดิน แบบ 4 ก้าว แบบ 4 ก้าว(ถนัดมือขวา) (4 Step Approach) การเดินโยนแบบ 4 ก้าวเป็ นที่นิยมกันมาก โดยท่าเตรียมพร้อมจะยืนถือบอลในท่าปกติย่อเข่าทั้ง 2 ข้าง ลงเลก็น้อย สายตามองที่ลูกศรในเลน ลูกศรนีจ้ะเป็นตัวกา หนดจุดที่จะโยนเพื่อให้ลูกบอลวิ่งไปตามทิศทางที่ ต้องการ ก้าวที่ 1 ให้ก้าวเท้าขวาออกไป 1 ก้าว พร้อมกบัผลกัลูกบอลไปข้างหน้า ก้าวที่ 2 เมื่อลูกบอลแกว่งลงมาให้ก้าวเท้าซ้ายออกไป ก้าวที่ 3 ลูกบอลเริ่ม Black Swing สู่ด้านหลงัให้ก้าวเท้าขวาออกไปพร้อมกบัข่อตัวลงเลก็น้อย ก้าวที่ 4 เมื่อลูกบอลเริ่ม Swing จะกลบัมาด้านหน้า ให้ก้าวเท้าซ้ายไปรับน ้าหนักและปล่อยลูกบอลจาก มือ พร้อมกับ สไลด์เท้าซ้ายเล็กน้อย แบบ 5 ก้าว(ถนัดมือขวา) (5 Step Approach) การเดินโยนแบบ 5 ก้าว จากความคิดของผู้เขียนเอง อาจเกดิจากชาวยุโรปตัวใหญ่ขายาวจึงไม่นิยมเล่น แบบ 5 ก้าว ส่วนคนเอเซียน้ันตัวเลก็ขาส้ันและจากความเคยชินที่ต้องยืนที่จุดยืนจุดแรกจึงเพมิ่ก้าวขึน้อกี 1 ก้าว Slide


16 จะท าให้ถึงจุดโยนพอดีผู้ที่ถนัดขวา ดังน้นั Step Approach แบบ 5 ก้าว ก็ก้าวเท้าซ้ายก่อนต่อจากนั้น ก็ก้าว เดินแบบ เหมือนกันกับการก้าวเดินแบบ 4 ก้าวทุกอย่าง วิธีการฝึ กเดิน Step Approach อย่าเพงิ่จับลูกบอลโยน ให้หัดก้าวเดินโยนก่อนโดยแบบมือเปล่าๆ และคอยสังเกตดูที่ตัวเองก่อนว่ามี ความสูงเท่าไร และจะเดินกกี่้าวดีเมื่อเดินไปถงึจุด ปล่อยลูกบอลแล้วมั่นคงไม่เซไปทางใดทางหนึ่ง ให้ฝึกการ ก้าวเดินดังแบบที่นิยมเล่นกันทั้ง 3 แบบ จนมั่นใจว่าแบบใดมคีวามเหมาะสมกบัตัวเองมากที่สุด


17 มารยาท และความปลอดภัย ในการเล่นโบว์ลิ่ง ผู้เล่นทุกคนจะต้องท าความรู้จักมารยาทในการเล่น ความมีน ้าใจนักกีฬา และการรักษาความปลอดภัย ท้ังตนเองและผู้เล่นข้างเคียง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็ นสิ่งส าคัญ เพราะโบว์ลิ่งต้องอาศัยสมาธิในการเล่น โดยมี ข้อควรปฏิบัติในการเล่นโบว์ลิ่งดังนี้ 1. สวมรองเท้าโบว์ลงิ่ทกุคร้ังที่โยน 2. ไม่น าอาหารและเครื่องดื่มขึ้นไปรับประทานบนแอพโพรช 3. ไม่ควรกระเซ้าหรือพูดจาอนัเป็นกรี่บกวนสมาธิผู้ที่กา ลงัจะโยน 4. ไม่ใช้อุปกรณ์การเล่นของผู้อื่น และดูแลไม่ให้อุปกรณ์ไปกดีขวางผู้เล่นอื่น 5. ในกรณีที่พร้อมจะโยน ควรเสียสละให้ผู้เล่นที่ขวามือเล่นก่อน 6. ควบคุมอารมณ์และไม่ส่งเสียงรบกวนผู้เล่นอื่น 7. ไม่แกว่งลูกขณะที่ไม่ได้อยู่บนแอพโพรช ซึ่งอาจจะท าให้เกิดอันตรายได้ 8. ไม่ขวางทางผู้เล่นคนอื่นในการขึน้ไปบนแอพโพรช 9. ไม่ขึน้ไปบนแอพโพรชขณะที่มีผู้เล่นทางขวาและซ้ายอยู่ก่อนแล้ว 10. รักษาเวลาในการอยู่บนแอพโพรช ก่อนที่คุณจะเริ่มเล่นโบว์ลงิ่คุณจะต้องรู้เรื่อง กฎ กติกา และมารยาทในการเล่น กีฬาโบว์ลิ่งเป็ นกีฬาที่ นับได้ว่ามีอนัตรายแฝงอยู่มาก ถ้าผู้เล่นไม่รู้เรื่อง กฎ กติกา และมารยาทแล้ว กอ็าจเกดิอนัตรายและถึงบาดเจ็บ ด้วย ท้ังนีเ้พื่อความปลอดภัยของผู้เล่นทุกๆ คน ควรศึกษากฎ กติกาและมารยาท ดังนี้


18 • ต้อง ใส่รองเท้าส าหรับโยนโบว์ลิ่ง เท่าน้ันเพราะต้อง สไลด์ได้ขณะปล่อยลูกบอลและห้ามใส่ รองเท้าประเภทอื่นเพราะอาจท าให้พื้น Approach เสียหายได้ • ระวัง เมื่อหยิบลูกบอลจาก บอลรีเทีรน์มือที่จับลูกบอลอยู่ต้องระวังลูกบอลอื่นที่ถูกป้อนกลบัมาจะ กระทบมือที่จะจับลูกบอลอยู่ • อย่า ทดลองแกว่งลูกบอลเล่นขณะคอยยืนโยน เพราะลูกอาจไปกระแทกผู้ที่เดินมาข้างหลงัไดยทเี่รา มองไม่เห็น • ห้าม ยืนคอยลูกบอล หรือ คอยเดินโยน บน Approach เมื่อยังไม่ถึงจังหวะ • ห้าม น าลูกบอลของผู้อื่นไปโยนโดยมไิด้รับอนุญาติจากเจ้าของเสียก่อน • ห้าม รบกวนสมาธิของผู้อื่น เมื่อเขาขึน้ไปยืนอยู่บนแอพโพสเพื่อโยน เพราะกฬีาโบว์ลงิ่เป็นกฬีา ต้องการสมาธิมาก • ควรให้ผู้เล่นเลนข้างเคียงท้ังซ้ายและขวาที่ขึน้ไปยืนอยู่ก่อนแล้วพร้อมที่จะโยนได้โยนก่อนและ คอยจนกว่าจะเดินลงจากแอพโพส ถ้าขึ้นพร้อมกัน ควรให้เลนทางขวาได้โยนก่อน


19 การโยนโบว์ลิ่ง การเริ่มเล่นโบว์ลิ่ง ขั้นตอนที่1 อย่าเพงิ่จับลูกบอลโยน ให้หัดก้าวเดินโยนก่อนโดยแบบมือเปล่าๆ และคอย สังเกตดูที่ตัวเอง ก่อนว่ามีความสูงเท่าไรและจะเดินกกี่้าวดีเมื่อเดินไปถงึจุด ปล่อยลูกบอลแล้วมั่นคงไม่เซไปทางใดทางหนึ่ง ให้ ฝึ กการก้าวเดินดังแบบที่นิยมเล่นกันทั้ง 3 แบบ จนมั่นใจว่าแบบใดมคีวามเหมาะสมกบัตัวเองมากที่สุด ขั้นตอนที่ 2 การจับหรือกริ๊ปลูกบอลแล้วทิง้ลูกบอลโดยให้แขนตึงดูจากรูป เมื่อยืนมั่นคงดีแล้วให้แกว่งลูกบอลไปมาโดยไม่ให้ข้อมือหมุน ให้รักษาสภาพการคอนโทรลขณะแกว่ง ให้ดีและลูกบอลต้องไม่หลุดจากมือด้วยจนสามารถคอนโทรลการแกว่งได้ดี ขั้นตอนที่ 3 ข้ันตอนนีจ้ าเป็นต้องมีผู้ฝึกสอนด้วย เพราะต้องไปฝึกที่สนามจริง โดยให้ใช้ลูกบอลที่มี น ้าหนักพอดี แล้วลบออก 1 ปอนด์ เช่นน ้าหนักพอดีที่ 14 ปอนด์ – 1 = 13 ปอนด์ คือน ้าหนักที่เหมาะสมส าหรับ การฝึ กหัดใหม่ ให้ฝึ กโยนตาม Step Approach ที่ฝึ กมือเปล่าไว้และอย่าหวังผลในเรื่องของคะแนนหรือจ านวน พินล้มมากนัก ให้ฝึ กจนคล่องสามารถคอนโทรลทิศทางการปล่อยบอลได้ดีแล้ว ขั้นตอนที่ 4 เป็นข้ันตอนที่ต้องเริ่มลงทุนแล้วคือ จัดหาลูกบอลใหม่ที่มีน ้าหนักพอดีและเหมาะสมกับ ตัวเอง โดยให้ผู้ฝึกสอนและผู้ช านาญแนะน าในการเจาะลูกบอลด้วย เมื่อเจาะและแต่งกริ๊ปดีแล้ว น ามาฝึกตาม Step Approach ที่ฝึ กหัดไว้ โดยเน้นการ Follow trough ของมุมมือในจังหวะปล่อยลูกบอล เพื่อให้ลูกบอลวิ่งไป แล้วมีพลงัธรรมชาติขึน้โดยไม่ต้องใช้แรงส่งลูกบอลใช้แต่การแกว่งและนิว้เกยี่วลูกบอลเท่าน้ัน ขั้นตอนที่ 5 เป็ นการฝึ กโยน การเก็บสแปร์พินต่างๆ เพราะการโยนครั้งแรกถ้าพินล้มไม่หมด ต้องโยน อกีคร้ังหนึ่งเพื่อเกบ็สแปร์พนิที่เหลือ และต้องฝึกเป็นอย่างมากส าหรับพนิทุกพนิทตี่ ้ังอยู่เพื่อให้เกดิความมนั่ใจ ในขณะแข่งขัน ลกัษณะการวิ่งของลูกบอล ในการเล่นโบว์ลงิ่เมื่อโยนลูกบอลไปตามเลนกอ็ยากให้ลูกบอลท างานเมื่อปะทะพนิแล้วพนิล้มหมด ดังน้ันสิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้ให้ผู้ที่ถนดัมือขวาเป็นหลกัส าหรับผู้ที่ถนัดซ้ายให้ปฏิบัติในทิศทางที่ตรงข้ามกนั ลกัษณะแบบการวิ่งของลูกบอลมีดังนี้


20 1. แบบลูกตรงๆ(General) เมื่อปล่อยลูกบอลจากมือไปแล้ว ลูกบอลจะวิ่งไปปะทะพนิในลกัษณะ ตรง ไม่ไปทางซ้ายหรือไปทางขวา 2. แบบลูกข่าง(Spinner Or Helicopter ) เป็นลกัษณะพเิศษ เมื่อปล่อยลูกบอลจากมือไปแล้ว ลูกบอล จะหมุนเหมือนลูกข่าง วิ่งไปได้ท้ังซ้ายและขวา เมื่อปะทะพนิแล้ว พนิจะเกดิ Pin Action มากท า ให้พินล้มหมดได้ 3. แบบลูกเคิ๊ร์ฟ(Curve) เป็นแบบหนงึ่ที่ผู้เล่นระดับมืออาชีพนิยมเล่น เมื่อปล่อยลูกบอลจากมือไป แล้วลูกบอลจะวิ่งไปในลกัษณะโค้งและจะมีพลงัเองตามธรรมชาติเข้าไปปะทะพนิ 4. แบบลูกฮุค(HooK) เป็นแบบหนึ่ง ที่ผู้เล่นระดับมืออาชีพนิยมเล่น เมื่อปล่อยลูกบอลจากมือไปแล้ว ลูกบอลจะวิ่งไปในลกัษณะตรงก่อน และจะมีพลงัเลยี้วเองตามธรรมชาติเข้าไปปะทะพนิ การโยนทั้ง 4 แบบ โดยแท้จริงแล้วต้องการให้ลูกบอลวิ่งเข้าปะทะพนิและท าให้พนิล้มลงหมดนั่นเอง โดยหวังว่าจะให้ลูกบอลวิ่งเข้าเป้าหมายได้อย่างไร ต้องยืนโยนจุดไหน ดังน้ันทิศทางของลูกบอลหรือลูกโบว์ เมื่อถูกโยนออกไปแล้วและวิ่งไปตามทศิทางที่ต้องการ จึงขอแนะน าจุดยืน และจุดโยน ส าหรับผู้ถนัดขวา) โดยเป็นแนวทางในการโยนลูกบอลคร้ังที่ 1 หรือ ถ้าพนิยังเหลือต้ังอยู่ต้องท าการโยนอคีร้ังหนึ่ง คร้ังนีเ้ป็นคร้ังที่ส าคญัลูกบอลต้องไปตามทิศทางทตี่้องการ เพราะพินเหลือน้อย การเกิด Pin Action จะไม่มีผลอะไรเลย ดังน้นัการโยนลูกบอลเพื่อการเกบ็สแปร์กต็้อง แม่นย าเท่านั้น ไม่เน้น Pin Action ลักษณะจุดยืนแลจุดโยนแบบต่างๆ มีดังนี้ แบบจุดยืนและจุดโยน 4 แบบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 จุดยื่นที่1 โยนที่ลูกศร1 จุดยื่นที่2 โยนที่ลูกศร2 จุดยื่นที่3 โยนที่ลูกศร3 จุดยื่นที่4 โยนที่ลูกศร4


21 จุดยืนและจุดโยนท้งั 4 แบบนี้ให้เป็นแนวทางเพื่อน าไปสู่แบบอื่นทไี่ม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้ส าหรับผู้ที่ เล่นมือซ้าย ให้ปฏิบัติในทิศทางตรงกันข้ามกัน เมื่อลองฝึ กตามแบบต่างๆ แล้ว ว่าแบบไหนที่เหมาะสม แล้วน ามา เป็นแบบหลกัของจุดยืนและจุดโยน โดยน ามาปรับได้อกีตามที่ผู้เล่นถนดัและได้ผลดีส าหรับการโยนบอลลูกแรก หรือการโยนครั้งที่ 1 ให้ผู้เล่นเน้นทิศทางให้ลูกบอลวิ่งเข้าที่จุดระหว่าง พนิที่ 1 กับพินที่ 3 ส าหรับมือขวา เรียกว่าจุดสไตรค์(Pocket) (ถ้าเป็นมือซ้ายกจ็ะให้เข้าที่จุดระหว่างพนิที่1 กับพินที่ 2) ถ้าเลยหรือไม่ถึงก็จะท าให้ เกดิความไม่สมบูรณ์ท าให้เหลือพนิต่างๆยังต้ังอยู่ได้กต็้องท าการโยนคร้ังที่2 เรียกว่าโยนเพื่อเก็บสแปร์ ในการโยนครั้งที่ 2 เพื่อการเกบ็สะแปร์พนิต่างต้ังอยู่เช่นเหลือ 1 - 2 พิน จนถึง 4 – 5 พิน ในการเก็บส แปร์ขึน้อยู่กบัจ านวนพนิที่ต้ังอยู่ถ้าต้ังห่างกนัเกนิ 12 นิ้วขึ้นไป(ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางพนิต่อพนิ) เรา จะเรียกว่า สะปริต(Split) การโยนเกบ็กย็ากขึน้ดังน้ันการเกบ็สแปร์ก็ต้องมีจุดยืนและจุดโยนเหมือนกนัแต่ไม่ เน้นเพาเวอร์บอลแต่จะเน้นความแม่นย าทิศทางเป็นจุดส าคัญ แบบต่างๆ เพื่อเป็ นแนวทางในการเก็บสแปร์ การเกบ็พนิสแปร์พนิทสี่ าคัญหลกัๆ และมักเหลือต้ังอยู่บ่อยๆ คือพนิ 5 , 7 , 10 ส่วนพินอื่นๆ ก็มีโอกาส เหลือต้ังอยู่เหมือนกนัดงัน้ันแบบ จุดยืนและจุดโยน กเ็ป็นแนวทางในการโยนเกบ็สแปร์ได้ตัวอย่าง เหลือพนิ 7 ต้ังอยู่1 พนิต้ังอยู่ติดกบัรางพอดีจุดยืนและจุดโยน จะอยู่ทางด้านขวามือ เพราะจะมีพื้นที่เลนให้ลูกบอลวิ่งได้ มากกว่าไปยืนอยู่ด้านซ้าย กรณีเดียวกนัถ้าเหลือพนิ 10 ต้ังอยู่ติดกบัรางด้านขวามือพอดีจุดยืนและจุดโยนจะ อยู่ทางด้ายซ้าย ส่วนพนิอื่นๆ ที่ต้ังอยู่กลางเลนจะมีพื้นทเี่ลนมากกว่า กศ็ึกษาจากแบบต่างๆ จากรูปและทิศทาง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10


22 และสามารถปรับจุดยืนจุดโยนและทิศทางได้อกีที่ส าคัญคือต้องมีความแม่นย าและได้ทศิทางตามต้องการ และต้องหมั่นฝึ กฝนบ่อยๆ ความแม่นย าความมั่นใจจะมีมากขึ้น การจะเล่นกีฬาโบว์ลิ่งให้ได้ดี ควรเน้นที่เบสิคให้ได้ก่อน และการฝึ กควรเล่นแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น คือ รักเดียวใจเดียว อย่าเปลยี่นไปเปลยี่นมา เพราะจะจับจุดอะไรไม่ได้เลย และก่อนการเล่นกีฬากเ็หมือนกฬีา ประเภทอื่นๆ คือต้องวอร์มอัพเสียก่อน ก็โดยจับบอลขึ้นมา แกว่งไปมา แกว่งช้าย-ขวา ยืดแข้งยืดขา กับร่างกาย ให้มีความพร้อม การคิดแต้มหรือคะแนน ในการเล่นกฬีาโบว์ลงิ่ถ้าคิดคะแนนหรือแต้มไม้เป็นแล้วกไ็ม่รู้ว่าการคิดน้ันถูกหรือผิด ถูกต้องหรือไม่ แล้วจะตัดสินกันได้อย่างไร ดังนั้นนักกีฬาโบว์ลิ่งต้องคิดแต้มหรือคะแนนได้ ตลอดจนการใส่ผลคะแนนในช่อง ต่างๆได้ถูกต้อง ขอยกตัวอย่างรูปแบบการใส่คะแนน และการคิดดังนี้ = สไตรค์ คือการโยน 1 ครั้งพินล้มทั้งหมด = คะแนน คือการโยนครั้งที่ 1 พินล้มเป็ นจ านวนกี่พิน = สแปร์ คือการโยนครั้งที่ 2 พินล้มทั้งหมด = สแปร์ คือการโยนครั้งที่ 2 พินล้มไม่หมดเช่นล้ม 2 เหลือ 1 = ฟาล์ว คือการโยนครั้งที่ 1 แล้วเหยียบเส้นฟาล์ว • 1 เกม มี 10 เฟรม ( 1 เฟรม ดูจากเส้นประ) • 1 เฟรมโยนได้ 2 ครั้ง (โยนครั้งที่ 1 พินล้มหมด ไม่ต้องโยนครั้งที่ 2) • สไตรค์ จะบวกผลการโยนครั้งต่อไปได้อีก 2 ครั้ง • สแปร์ จะบวกผลการโยนอีก 1 ครั้ง • เฟรมสุดท้ายมี 3 ช่อง สไตร์คหรือเก็บสแปร์ได้จะได้โยน ช่องต่อไป ตัวอย่าง 1 เกม 7 2 5 3 9 - 5 - 9 6 3 7 8 9 7 9 17 26 31 47 56 74 94 114 131 • เฟรมที่ 1 โยนครั้งที่ 1 ได้ 7 ต้องโยนครั้งที่ 2 เพื่อเก็บสะแปร์(มี 3 พิน) แต่โยนได้ 2 พิน การคิดแต้ม = ให้บวกแต้มได้เลย เพราะไม่มีสไตร์คและสแปร์ X X F 8 7 2


23 • เฟรมที่ 2 โยนครั้งที่ 1 ได้ 5 ต้องโยนครั้งที่ 2 เพื่อเก็บสะแปร์(มี 5 พิน) แต่โยนได้ 3 พิน การคิดแต้ม = ได้คะแนน 8 และให้น าคะแนนเฟรมที่ 1 มาบวกด้วย ได้เลย เพราะไม่มีสไตร์คและ สแปร์ จะได้คะแนนรวม คือ 8+9 = 17 • เฟรมที่ 3 โยนครั้งที่ 1 ได้ 9 ต้องโยนครั้งที่ 2 เพื่อเก็บสะแปร์(มี 1 พิน) แต่โยนไม่ได้ - พิน การคิดแต้ม = ได้คะแนน 9 และให้น าคะแนนเฟรมที่ 2 มาบวกด้วย ได้เลย เพราะไม่มีสไตร์คและ สแปร์ จะได้คะแนนรวม คือ 17 + 9 = 26 • เฟรมที่ 4 โยนครั้งที่ 1 ได้ 5 ต้องโยนครั้งที่ 2 เพื่อเก็บสะแปร์(มี 5 พิน) แต่โยนได้ - พิน การคิดแต้ม = ได้คะแนน 5 และให้น าคะแนนเฟรมที่ 3 มาบวกด้วย ได้เลย เพราะไม่มีสไตร์คและสแปร์ จะได้ คะแนนรวม คือ 26 + 5 = 31 • เฟรมที่ 5 โยนครั้งที่ 1 ได้ 9 ต้องโยนครั้งที่ 2 เพื่อเก็บสะแปร์(มี 1 พิน) แต่โยนได้ 1 พินได้ สแปร์ การคิดแต้ม = ได้คะแนน 10 ได้สแปร์ บวกผลการครั้งต่อไป 1 ครั้ง(6) และให้น าคะแนนเฟรมที่ 4 มาบวกด้วย จะได้คะแนนรวม คือ 10 + 6 + 31 = 47 • เฟรมที่ 6 โยนครั้งที่ 1 ได้ 6 ต้องโยนครั้งที่ 2 เพื่อเก็บสะแปร์(มี 4 พิน) แต่โยนได้ 3 พิน การคิดแต้ม = ได้คะแนน 9 ไม่ได้สแปร์ ให้น าคะแนนเฟรมที่ 5 มาบวกด้วย จะได้คะแนนรวม คือ 9 + 47 = 56 • เฟรมที่ 7 โยนครั้งที่ 1 ได้ 7 ต้องโยนครั้งที่ 2 เพื่อเก็บสะแปร์(มี 3 พิน) โยนได้ 3 พินได้สแปร์ การคิดแต้ม = ได้คะแนน 10 ได้สแปร์ บวกผลการครั้งต่อไป 1 ครั้ง(8) และให้น าคะแนนเฟรมที่ 6 มาบวกด้วย จะได้คะแนนรวม คือ 10 + 8 + 56 = 74 • เฟรมที่ 8 โยนครั้งที่ 1 ได้ 8 ต้องโยนครั้งที่ 2 เพื่อเก็บสะแปร์(มี 2 พิน) แต่โยนได้ 2 พินได้ สแปร์ การคิดแต้ม = ได้คะแนน 10 ได้สแปร์ บวกผลการครั้งต่อไป 1 ครั้ง(10) และให้น าคะแนนเฟรมที่ 7 มาบวกด้วย จะได้คะแนนรวม คือ 10 + 10 + 74 = 94 • เฟรมที่ 9 โยนครั้งที่ 1 ได้ 10 ไม่ต้องโยนครั้งที่ 2 เพราะได้สไตร์ค การคิดแต้ม = ได้คะแนน 10 ได้สไตร์ค บวกผลการครั้งต่อไป 2 ครั้ง(9)(1) และให้น าคะแนนเฟรมที่ 8 มาบวก ด้วย จะได้คะแนนรวม คือ 10 +9 + 1 + 94 = 114 • เฟรมที่ 10 โยนครั้งที่ 1 ได้ 9 ต้องโยนครั้งที่ 2 เพื่อเก็บสะแปร์(มี 1 พิน)แต่โยนได้ 1 พินได้สแปร์ การคิดแต้ม = ได้คะแนน 10 ได้สไตร์ค บวกผลการครั้งต่อไป 1 ครั้ง(7)และให้น าคะแนนเฟรมที่ 9มาบวกด้วย จะ ได้คะแนนรวม คือ 10 +7 + 114 = 131 การจะคิดคะแนนได้เก่งกต็้องมั่นสมมุติเอา หรือไปฝึกซ้อมที่สนามคอมพวิเตอร์จะคดิให้ผลคะแนน เรียบร้อย แต่ในระหว่างเฟรมก็ต้องเช็คคะแนนด้วย ไม่ใช่เห็นว่าเป็ นเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว จะท างานได้ถูกต้องเสมอไป ตัวอย่างเช่น โยนได้7 พิน เครื่องให้ผลคะแนนเพียง 6 พินบ้าง 8 พินบ้าง ซึ่งผล คะแนนเหล่านี้ แม้นต่างกัน 1 คะแนนก็อาจท าให้มีผลแพ้ - ชนะได้เหมือนกัน


24 ความรู้เรื่องกติกาการแข่งขัน กติกา คือ ข้อกา หนดที่บ่งถึงลกัษณะผู้แข่งขันและการใช้อุปกรณ์และใช้เป็นเกณฑ์การตัดสิน ซึ่งท าให้ เกมส์สนุกสนาน จึงกา หนดไว้เป็นข้อหลกัๆ ดังนี้ 1.คุณสมบัติของผู้แข่งขัน คือ ข้อก าหนดซึ่งบ่งบอกลกัษณะผู้เข้าแข่งขัน เช่นเป็นบุคคลประเภทใด(ชายหญิง) สังกดัอยู่สมาคมใด ไม่มีโทษต้องห้ามเข้าแข่งขัน ข้อกา หนดนีข้ึน้อยู่กบัผู้จัดการแข่งขัน 2.เงื่อนไขของผู้เข้าแข่งขัน คือ เป็นข้อกา หนดระบุสถานะและประเภทในการแข่งขัน ประเภทไหนเล่น ได้บ้าง ประเภทไหนห้ามลงแข่งขัน เช่นนักกีฬาประเภทเกรด โอ เอ บี ทีมชาติ จะต้องลงแข่งขันในเกรดของ ตัวเอง หรือเกรดที่สูงกว่าได้ 3.กติกาแข่งขัน • เปิ ดไฟฟาล์ว • ใช้คะแนนพินล้มรวมตัดสิน ถ้ามีผลคะแนนเท่ากัน ให้ใช้การตัดสินว่าคะแนนพินล้มรวม ของเกมส์สุดท้ายใครสูงกว่า หากเท่ากนัอีกให้ใช้เกมส์ถัดไป • ข้อระบุนักกฬีาตัวจริงแต่ไม่สามารถลงแข่งขันได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดกต็าม ให้ถือว่าหมด สิทธ์ิลงแข่งขันทุกประเภท • นักกีฬาที่ลงแข่งขันแล้ว และต้องออกจากการแข่งขันกลางคัน ให้นับคะแนนจากจ านวน เกมส์เฉพาะเท่าที่ได้ท าการแข่งขันมาแล้วเท่านั้น • การส่งรายชื่อนักกีฬา ก่อนท าการแข่งขัน (สากลนิยม) ตามผู้จัดกา หนดไว้เช่น ก่อนการ แข่งขัน 30 นาที • ระดับต าแหน่งผู้เข้าแข่งขัน ห้ามเปลยี่นสลบัต าแหน่ง ตามที่ได้แจ้งระบุไว้แล้ว • ลูกโบว์ลงิ่ที่ใช้ในการแข่งขัน ให้เป็นไปตามกฎ สหพนัธ์และสมาคมโบว์ลงิ่แต่ละประเทศ เช่น สมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย 4.ประเภทการแข่งขัน คือ ตัวระบุว่าจะแข่งกนักปี่ระเภท เช่น ชายมีกปี่ระเภท หญิงมีกปีระเภท 5.ลูกที่นับได้คะแนน และนับไม่ได้คะแนน (สากลนิยม) • พินที่ล้มตกไปจากเลนแล้วกระดอนขึ้นมาชนพินอื่นๆ ล้มลง นับว่าได้คะแนน • พินที่ล้มลงเพราะโดนเครื่องจับพินชนล้ม นับว่าไม่ได้คะแนน • เมื่อผู้โยนปล่อยลูกบอลออกจากมือไปแล้ว พบว่าพนิต้ังไม่ครบจ านวน หรือมีพนิล้มอยู่ โดยไม่มีผู้ทักท้วง เห็น เป็นสักขีพยานด้วยให้นับได้คะแนน • ขณะเตรียมตัวยืนเพื่อโยน แล้วเกดิหลุดมือวิ่งไปในเลนโดนไม่ได้ต้ังใจให้นับได้คะแนน 6.พินที่เลื่อนจากที่เดิม • พนิที่เลื่อนจากที่ต้ังเดมิเนื่องจากแรงปะทะของลูกโบว์ลงิ่หรือโดยพนิอื่นชนหลงัโยนลูก แรกไปแล้ว แต่เครื่องจับพินได้ ให้คงไว้เหมือนเดิม • พินที่เลื่อนจากที่ตั้งเดิม แต่เครื่องจับพินไม่ได้ ไห้คงพินนั้นใหม่ บนที่ตั้งเดิมของพินนั้น ก่อนที่เลื่อนออกไป


25 • พินที่เลื่อนจากที่ตั้งเดิม เพราะความบกพร่องของเครื่องตั้งพิน นักกีฬาสามารถที่จะ ขอให้รีเซ็ท เพื่อตั้งพินใหม่ได้ 1 ครั้ง ยกเว้นคณะกรรมการจัดการแข่งขันพิจารณาเป็ น อย่างอื่น หากพสิูจน์ได้ว่าไม่สามารถแก้ไขเครื่องจับพินที่บกพร่องนั้นได้ 7.การตัดสินชี้ขาด ในกรณีที่มีปัญหานอกเหนือจากกติกาแข่งขัน ให้อยู่ในดุลยพนิิจของคณะกรรมการ กลางและถือว่าเป็นสิ้นสุด 8.การแต่งกาย นักกฬีาแต่งกายสุภาพเรียบร้อย 9.การเชียร์ ถ้าเป็ นแมตสากลใหญ่ๆ จะส่งเสียงเชียร์ได้ ต่อเมื่อผู้โยนได้ปล่อยลูกบอลจากมือไปแล้ว


26 เทคนคิช้ันสูง ส าหรับมืออาชีพ เรื่องเจาะบอล คงจะเคยได้ยินทคี่นพูดๆกนัเจาะอะไรอะ? เจาะ 6นิ้ว 6 1/4 3 3/8 มันคืออะไร? มันเป็ นความยาวของ ระยะห่างจาก pin ไปสู่pap ซึ่ง pap ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น 6นิ้วของ คนโยน high track กับ low track หน้าตา ตอนเจาะเสร์จอาจจะ ไม่เหมือนกันเลย ทีนี้มันต่างกันยังไง สั้น-ยาว ผมต้องขอบอกว่ามันต้องแบ่งเป้น สอง ประเภทคับ อย่างที่เรารู้กนัว่า บอลมีแกน สองประเภท Symmetric กับ asymmetric เพราะฉะน้ัน ผลของมันจึงจะต่างกนัดังรูปต่อไปนีค้บั บอลที่เป็ น Symmetric เช่น Columbia loud noize การวางความยาว 5นิ้ว-6 1/4 จะท าให้ แฟรล์แคบ บอลจะเป็ น forward roll เยอะ วิ่งยาว ความยาว 3/4 ถึง 2นิ้ว ก็จะได้ แฟรล์ แคบ่นกัน แต่บอลจะเบรกเร็วกว่า ทีนี้ แฟรล์ แคบบ ดียังไง? บอลจะเลี้ยว ไม่มากนัก เพราะ บอลยิ่ง flare กว้างก็จะยิ่ง ท าให้ เกิด friction มากขึ้น เล่นได้ดีในน ้ามันที่หนา น ้ามันแข่งขัน (ส าหรับคนที่โยนเปิ ด ผมว่า ส าคัญ) ช่วง 3 -4นิ้ว เป็ นระยะที่ท าให้ บอล symmetric สร้างแฟลร์ได้กว้างสุด เพราะฉะนั้น ส่วนมาก โปรชอป จะชอบ เจาะให้ส าหรับคนโยนแรง แต่ๆๆๆๆ นอกจากเรื่องที่ว่า แฟลร์แคบ แฟลร์ กว้างเนี่ยยิ่ง pin ห่างจาก pap มากเท่าไหร่( มากที่สุดคือ6 1/4 อ้างอิง จาก Ebonite, Morich , Rotogrip ,Bowltech, Bowldigest) บอลยิ่งวิ่งเป็ น forward มากขึ้นเท่านั้น ในทางกลับกันยิ่งสั้นมากเท่าไหร่ บอลยิ่ง วิ่งเป็ น side roll มากขึ้นเท่านั้น ถ้า คนโยนforward เจาะ สั้นมากๆ อะไรจะเกิด? บอลน่าจะroll out (ใช้ค าว่า น่าจะ เพราะบังเอิญ มีพี่คนนึงโยนได้555)ถ้าโยน side roll มากๆ แล้วเจาะ ยาวๆ สิ่งที่เกิด บอลจะท างานม่ายทัน จะวิ่งยาวๆ


27 หมายเหตุนิดนึงแต่ท้ังนีท้ ้ังน้ัน การเจาะมันต้องดูกรณีว่าจะเจาะไปเล่นแบบไหน น ้ามันหนา ส้ัน บางยาว บอลที่ใช้เจาะว่าผิวอะไร ด้าน มัน นิ่มแข็ง สุดท้ายคับ ปรึกษา โปรชอปที่ไว้วางใจได้จะช่วยให้เงินททีุ่กคน จ่าย เกือบหมื่น ท าให้เกมของท่าน สนุกขึน้และสุดท้าย คนปรับหาบอลได้แต่บอลปรับหาเรายาก บอลไม่มีชีวิต แต่ คนมีชีวิตคับ cg เดี๋ยวนี้ เขาไม่สนใจกันละคับ เพราะ เขาจะก าหนดมาเป็ น cg zone แทนคับ แบบนี้อะคับ cg zone ที่เขาวงมาให้ เพราะ ปัจจุบัน จะวัด ทั้งแบบ dual angle แบบในรูป ไม่ก็pin buffer ซึ่งจะดูแค่pin กะ mb


28 Balance Hole เจาะเพื่ออะไรหรอครับลูกผมไม่มี 1.เอาน ้าหนักส่วนเกนิออกให้บอลถูกกฏครับ - ซ้าย ขวา ต่างกันไม่เกิน 1 ออนซ์ - ตั้ม ฟิ งเกอร์ ต่างกันไม่เกิน 3 ออนซ์ - บน ล่าง ต่างกันไม่เกิน 3 ออนซ์ 2.ไว้ปรับ Action ของบอลครับ เผื่อเจาะมาแล้วยังไม่ถูกใจจ๊อด เลี้ยวมาก-น้อย ไปนิดนึง X - Hole ช่วยได้ บ้าง บอลผมใบนึงก้ออุด X-Hole เก่าแล้วไปเจาะใหม่อกีที่เพราะเดิมบอลเลยี้วปลายมากเกนิไป คุม ล าบาก เลยลองแก้ที่X-Hole ดูก่อนยังไม่อยากอุดเจาะใหม่ท้ังใบ ก้อช่วยได้นิดนึงนะ ความหมายเดียวกับ side weight หรือเปล่าครับ ครับ Side Weight คือข้างซ้าย หรือขวา (Positive Negative) ไม่เกินไปมากกว่า 1 ออนซ์ Thumb / Finger ไม่เกิน 3 ออนซ์ Top / Bottom ไม่เกิน 3 ออนซ์ Thumb / Finger และ Top / Bottom ถ้าเป็ นบอลน ้าหนักเบากว่า...กี่ปอนด์จ าไม่ได้ละ จะต้องไม่เกิน...(น้อยกว่า 3 ออนซ์) จ าไม่ได้ว่ากี่ออนซ์ เจาะออกเพื่อให้ถูกกติกาคับ การเจาะออกกจ็ะส่งผมต่อแรงปะทะแล้วกว็ถิีลูกนิดหน่อยแต่ไม่ได้มากมายอะไรอ่ะ แต่ที่ส าคัญที่เค้าต้องเจาะออกกเ็พื่อให้ถูกกติกาคับ ถ้าชั่งบอลแล้ว น ้าหนักด้านใดเกนิตามกฏที่ระบุไว้ก้อต้องเจาะด้านที่เกนิออกให้พอดีตามกฏครับ แล้วการออกแบบที่มันไม่ต้องเจาะมันเลเอ้าแบบไหนหรอครับ แล้วเราเจาะรูที่4ตรงจุดpapหรอครับ ก็ขึน้อยู่กับแต่ละลูกด้วยคับ ว่าpin สั้น หรือ ยาว top weight เยอะรึป่ าว การวางก้ถ้าให้เป็ น zero ก้อาจจะไม่ต้อง มีรูที่4 ส่วน ต ่าแหน่งของรูที่4 มีผลกับ ลักษณะการวิ่งของบอล ถ้า เจาะ ตรงpap มักจะท าให้บอล สมูธขึน้ Layout ที่วาง CG ไว้ใกล้ๆ Center Span ส่วนใหญ่จะไม่ต้องเจาะ X - Hole ต าแหน่งของ X – Hole เจาะได้หลายที่ จะเจาะทับ PAP เลยก็ได้หรือเจาะที่อื่นเพื่อเพิ่ม Flare ลด Flare ก็ได้ ขอค าแนะน าเมื่อเจอปัญหา น ้ามันและสภาพเลน 1.ถ้าเจอสภาพเลนน ้ามันหนาคุณภาพน ้ามันไม่ค่อยดีปลายสกปรก 2.เลนน ้ามันบาง เลี้ยวกระจายวางลูกตรงๆผ่านแอโร1-1.5ลูกเลีย้วไปหาพิน10เอาลูกสนามโยนยังเลยี้วหายเลย 3.สภาพเลนด้านข้าง2ข้างมีน ้ามันตรงกลางแห้ง (วางแอโร1วิ่งตรงเป็ นท่อ แต่พอวางแอโร1.5เลี้ยวไปหลังบ้าน) เจอแบบนีจ้ะเลือกใช้ลูกบอลอย่างไร? 1. เลือกบอลผิวด้าน ถ้าเป็ น Particle จะยิ่งดี เลือกแบบแกนหนักกลาง RGต ่ารอบจะได้มาไวไว เจาะให้ ท างานไวหน่อย วาง Pin - PAP ไม่เกิน 4 นิ้ว


29 2. เลือกบอลผิวมันๆ วิ่งไกลๆ RG สูง ค่า Diff ของแกนน้อยๆ (บอล Weak แบบที่โจ้ยานพูดถึง) เจาะ วางพินยาวไว้ก่อน 5 1/2 นิ้วขึ้นไป ถ้ายังเลี้ยวอีกก้อเอาบอลสแปร์โยนมันซะเลย 3. เคยเจอเลนแบบนี้พยายามโยนไต่น ้ามัน ไม่ค่อยเลยี้วกลบัแถมตกท่อเป็นบางลูก ต้องหนีไปโยน inside line ใช้บอลผิวมันโยนดกู่อนถ้าเลยี้วเข้าพ๊อกเกตพอดีก้อโอเค แต่ถ้าไม่ค่อยเลยี้วก้อลองเอาผิวด้านมาโยนดู ถามว่าจะใช้ลูกอย่างไรอนันีส้่วนตวัผมนะ 1. ถ้าเจอสภาพเลนน ้ามันหนาคุณภาพน ้ามนัไม่ค่อยดีปลายสกปรก -ยืนชิดด้านขวา ใช้บอล Heavy Oil โยน line แบบ World Men เลย ผ่าน board 3 จี้เข้าหา pecket ใช้ รอบบอลช่วย 2. เลนน ้ามันบาง เลี้ยวกระจายวางลูกตรงๆผ่านแอโร1-1.5ลูกเลยี้วไปพนิเลย พิน10เอาลูกสนามโยนยังเลยี้ว หายเลย -ยืนชิดด้านซ้าย ใช้บอลส าหรับเลนแห้ง (ผิวมัน) โยนผ่าน arrow 3 หรือ 3 ครึ่ง ยิงไปหาพิน 10 เลย ส่วนมันจะเลี้ยวมากเลี้ยวน้อยค่อยๆ ปรับไป 3. สภาพเลนด้านข้าง 2 ข้างมีน ้ามันตรงกลางแห้ง (วางแอโร1วิ่งตรงเป็ นท่อแต่พอวางแอโร1.5เลี้ยวไปหลัง บ้าน) -ยืนชิดด้านซ้าย บีบ line บอลให้แคบ เข้ามาโยนข้างใน (ตรงกลาง) ผ่านระหว่าง arrow กลาง หรือไม่ให้ กิน arrow 3 ออกไป -ใช้บอลผิวมัน เลือกบอลที่วิ่งยาวๆ ปลายเลี้ยวเร็วๆ เท่าที่เห็นน ้ามันโปรแกรมนี้ จะเห็นใช้ในการแข่งขัน ของสมาคมโบว์ลงิ่ทุกที่ ในยุคของโค๊ชเกาหลีซึ่งจะต้องนิ่งและแม่นมากๆ เจอน ้ามันแบบนี้ จะโยนยังไงดีว้า Thursday, 06 August 2009 22:20 administrator เจอน ้ามันแบบนี้ จะโยนยังไงดีว้า เนื้อหา By RhinoGold เคยสังเกตไหม เมื่อโยนบอลไปแล้วบอลคืนกลบัมาบนราง เราจะพบว่ามีน ้ามัน ติดกลบัมาบนลูกบอล(หลายที่ แถมฝุ่นด ากบัคราบเหนยีวๆ มาด้วย ที่ไหนไม่อยากนินทาแต่ไปเล่นทไีร มือด ายังกะไปเผาถ่านขาย มากกว่ามา โยนโบวล์) ผมเองสงสัยมานาน ว่าเจ้าน ้ามันนี้เค้าเคลือบเลนไว้ท าไม จากข้อมูลที่ค้นเจอเค้าบอกว่า เมื่อเราโยน บอลหนัก16ปอนด์ลงไปบนพื้นเลน จะมีแรงตกกระทบเท่ากับ 2000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โอ้วยังงี้นี่เอง เค้าถึงลง น ้ามันเคลือบเลนไว้ เพื่อลดแรงกระแทกรักษาอายุการใช้งานของเลน


30 ทีนี้ ก้อมาถึง วิธีการลงน ้ามันแล้วสิแรกเริ่มเลยก้อน่าจะมีวิธีเดียว คือ เคลือบมันทั้งเลน ให้เท่ากัน เรียกว่าโยนไปบอลวิ่งไถลสุดแรงส่งเพราะเลนลื่นปรี๊ด ต่อ มามีการคิดค้นรูปแบบการลงน ้ามันทแี่ตกต่างกนัมาก ขึ้น พร้อมกับวิวัฒนาการของโบวลิ่งจากการโยนลูกตรง สู่การโยนบอลฮุค และจากเดิมใช้ไม้ถูพืน้ถูน ้ามันลงบน เลน มาใช้เครื่องลงน ้ามัน ที่ควบคุมด้วยระบบคอมพวิเตอร์จึงท าให้มีการคิดค้นรูปแบบการลงนา ้มันใหม่ๆเป็น การลงเฉพาะบางส่วนของเลน หนักไปทางหน้าเลน ส่วนปลายเลน ทิ้งแห้งไว้ให้บอลเกาะเลนเลี้ยวได้ ลานโบวล์ แต่ละที่ ก้อจะลงน ้ามันไม่เหมือนกัน ต่อให้ที่เดียวกัน บางวัน ยังลงไม่เหมือนกันเลยครับ เช่น วันนี้บอกเครื่องลงเสียวันโน้นบอกเครื่องล้างเสีย บางวันเครื่องกระตุก สร้างปัญหาให้คนโยนปวดหัวเล่นๆแถม โดยทั่วไป พนักงานมักไม่ยอมรับความจริง เวลาเดินไปบ่นว่าลงน ้ามันรึป่ าวท าไมมันแห้งยังงี้หรือปลายไม่เลี้ยว เลยไม่ล้างปลายเหรอ(เรียกว่า CarryDown) ก้อจะได้ค าตอบว่า ลงคับๆล้างครับๆ(จิงป่าวไม่รู้แต่เค้าคงให้ตอบ แบบนี้ แต่บางทีก้อยอมรับความจิงนะไม่ได้เลวร้ายไปทุกที่) ทีนีจ้ะรู้ได้ยังไงหละครับ สุดท้ายก้อต้อง ตนเป็ นที่ พงึ่แห่งตน ท าเองรู้เอง โยนเองก้ออ่านไลน์เองครับ ว่าวันนี้เลนนี้จะมาไม้ไหน ลงน ้ามันแบบไหน เรียกว่าใคร อ่านไลน์แม่น ปรับตัวได้ไวก้อได้เปรียบครับ


31 เอาเป็นว่า มาท าความรู้จักกบัรูปแบบการลงน ้ามัน และไลน์การโยนในแต่ละรูปแบบ เป็นภูมิความรู้ ไว้ป้องกันตัวจากโรค Low Score แบบแรก มารู้จักกบั House Pattern แบบพื้นฐานที่มักลงกัน หรือที่เรียกอีกชื่อว่า บล็อกข้างนั่นเองครับ ลักษณะ การลงน ้ามันคือ ด้านริมท่อทั้งสองข้าง จะลงน ้ามันไว้แค่บางๆแต่ตรงกลางจะลงหนา น ้ามันแบบนี้เล่นสนุกท้ัง บอลตรงและบอลฮุคครับ ตรงกลางมีน ้ามัน ท าให้บอลวิ่งได้ตรงและแรง ส่วนด้านข้างๆ น ้ามันบางมาก คนโยน ฮุค เคริฟ โยน Arrow 3 –4 เปิดบอลออกไปให้ถึงข้างท่อเลยี้วสนุกแน่นอน เป็นรูปแบบการลงนา ้มันที่เล่นง่าย แล้วมีโอกาสท าแต้มได้สูงครับ แบบสอง เป็ นการลงแบบไม่บล็อกข้าง มีน ้ามันเต็มตามความกว้างของเลน ชื่อเป็ นทางการเรียกว่า Sport Pattern หรือ Flat Pattern หรือ Tournament Pattern (ในการแข่งขันเป็ นทางการจะลงน ้ามันในปริมาตรหนา กว่าปกติมากกกกกก) งานนีค้นโยนตรงก้อยังได้เปรียบอยู่นะ คือไม่มี effect อะไรแต่คนโยนฮุค ถ้าเผลอเปิด ออกข้างไป คราวนี้ รับรอง ..ไปไม่กลับ.. บอลลงท่อเลยครับ ต้องปรับมาเล่นไลน์ตรงๆ ขนานท่อเล็งประมาณ Arrow 1 -2 ให้ไปฮุคปลายเลนแทนครับ มาดูแบบที่สาม Reverse Block ดูเผินๆเหมือน กับแบบที่สอง คือลงน ้ามันเต็มแผ่นไม่บล็อกข้าง แต่ลงบางตรง ช่วงกลางเลน เรียกว่า ข้างหนากลางแห้ง คนโยนตรงก้อยังไม่เป็นอุปสรรคเท่าไหร่ถ้าเลนแห้งมากๆ บอลก้อวิ่ง ฝืดๆ หน่อย ต้องออกแรงกนัเพมิ่บ้าง (ดีครับ ดีต่อสุขภาพ อิอ)ิแต่คนโยนฮุคถ้าเล่น Arrow กลางๆ อย่าง 3 4 5 อาจจะปวดหัว ถ้าส่งสั้นไปก้อเลี้ยว ส่งยาวตกท่อ ก้อต้องลองปรับมาเล่น Arrow 1 –2 ที่ยังมีน ้ามันอยู่ครับ ต่อ ไป เรามาดูช่วงปลายเลนกนับ้าง เพราะมีความส าคัญส าหรับคนโยนฮุค เคริฟ ท้ังหลายการลงน ้ามันช่วงปลาย แบ่งง่ายๆ เป็ น 2 แบบ คือแบบหัวตัด กับแบบต้นคริสมาส (บางคนเรียกพีระมิด) แบบแรก แบบหัวตัด คือลงน ้ามันด้านปลายสุดเท่ากนั ลงแบบนี้ ไม่ว่าเราจะเล่นไลน์ไหน ส่งบอลผ่าน Arrow 1 2 3 4 5 จุดเบรคจะอยู่ทรี่ะยะเดียวกนัเพราะช่วงปลายลงน ้ามันเสมอกัน (ถ้างง ให้ไปอ่านต่อข้างล่างแล้วจะนึก ภาพออก) แบบที่สอง มีเรียกหลายชื่อ เอาเป็ นว่า เค้าลงปลายสุดไม่เท่ากนัด้านข้างซ้าย ขวาริมท่อ น ้ามันจะส้ันกว่า ส่วน ตรงกลางลงน ้ามันให้ยาวออกไปอีก ถ้าเล่น Arrow ด้านข้าง บอลจะถึงจุดเบรคก่อน แต่ถ้าเล่นไลน์ที่ตัดผ่าน Arrow กลางๆ บอลจะไถลออกไปไกลกว่า ท าให้ระยะจุดเบรคยาวออกไป ต่อไปมีเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้คุณได้อกี คือระยะการลงน ้ามัน ลงสั้น ลงยาว และปริมาตรน ้ามัน หนา กับ บาง


32 น ้ามันสั้น มีระยะท้ายเลนเหลือเฟื อให้บอลเบรค จึงโยนสนุก บอลเลยี้วได้ดีเลือกเล่นได้หลายแบบ ไม่ว่าจะ เปิ ดออกข้าง หรือโยนตรงฮุคปลาย น ้ามันยาวจะท าให้บอลวิ่งไถลไปไกลและปลายเลนเหลือพื้นที่ให้บอลเบรคไม่มาก คนโยนรอบน้อย ต้องหลีกเลี้ยงการเปิ ดบอลออกข้าง เพราะบอลจะท างานไม่ทัน ต้องขยับหาไลน์ที่เลี้ยวน้อยลง และวิ่งจี้เข้าหาพ๊ อกเกตมากขึ้น ส่วนคนโยนแรง (บ้าพลัง) งานนี้ต้องต้องลดๆแรงลงนะครับไม่งั้นบอลวิ่งไปเลี้ยวไม่ทันเลยหละ ลง น ้ามันบาง (โหมดประหยัด) ไม่ว่าจะลงสั้นหรือยาวเมื่อผ่านการเล่นไปสักห้าเกม จะเริ่มเห็นการ เปลี่ยนแปลง ไลน์เดิมที่เคยโยนจะเริ่มแห้ง ยิ่งลงบางมากเท่าไหร่ เลนจะเปลี่ยนไลน์ไว ท าให้บอลเริ่มฮุค เลยี้ว เกินพ๊อกเกต ต้องหมั่นสังเกต และขยับเปลี่ยนไลน์ให้บอลเข้าหาพ๊อกเกต ลงน ้ามันหนา มักเจอตอนแข่งขันรายการใหญ่ๆ น้อยครั้งที่จะเจอในวันปกติ (เพราะไม่ใช่วันมามากถ้า ถึงวันมามากของเดือนให้ใช้ลอริเอะ) เอ้ยถ้าได้ยินว่าที่ไหนก าลังลงน ้ามันหนาๆ นั่นเป็ นข่าวดี ให้เรารีบไปทดลอง


33 ซ้อมกนัน ้ามันหนา เป็นบทพสิูจน์ของจริงถ้ารอบบอลยังไม่พอ หรือสปี ดบอลเราแรงเกินไป บอลจะเลี้ยวไม่ ทัน เพราะเลนปกติทั้งแห้งทั้งบล๊อกข้าง หลอกเราว่าเราโยนได้เลี้ยวดีแล้ว พอเจอของจิง โอ้มันต่างกันมากเลย สุดท้ายแล้วอกีเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Carry Down เรียกภาษาชาวบ้านว่า ปลายสกปรก ปลายไม่ สะอาด เกิดจาก การโยนผ่านไปหลายๆ เกม บอลของเราก้อจะพาน ้ามัน ส่วนหนึ่ง ติดขึน้มากบับอลอีกส่วนถูก บอลพาจากหน้าเลน ไปกองที่ท้ายเลน ค่อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ ในสภาพน ้ามันหนา โอกาสเกิด Carry Down จะสูง และไว กว่าสภาพน ้ามันบาง Carry Down สังเกตได้จาก การท างานของบอล จะเริ่มเปลี่ยนไป เช่นจากเดิมที่เคยเบรคระยะประมาณ 40 ฟุต แล้วบอลตบเข้าหาพนิ แต่คราวนี้บอลไถลเลยขึ้นไปอีก แล้วค่อยเบรค ท าให้เลี้ยวไม่ถึงพ๊อกเกต เป็ น เพราะเราไปเจอจุดทนี่ ้ามัน Carry ออกไป จากเดิมตรงจุดเบรค ที่เดิมแห้งสะอาด ก้อมีน ้ามันจากการโยนครั้ง ก่อน ตรงนี้ต้องใช้การสังเกต และการปรับแก้ไลน์ให้บอลเข้าหาพ๊อกเกตได้ดังเดิม ใครแก้ได้เร็ว คนน้นัก้อกลบัสู่ เกมได้ไวมากขึ้นครับ การ อ่านไลน์น ้ามัน ต้องใช้ความช่างสังเกต และประสบการณ์ในการโยน ยิ่งซ้อมมากเราก้อจะจับจุดได้ ไวเมื่อเจอสภาพน ้ามันที่เปลี่ยนไป เราก้อสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้ในการแข่งขันโบวลิ่ง บางทีผลแพ้ ชนะตัดสินกันที่ว่า ใครหาไลน์เจอก่อนกัน แล้วเมื่อเลนเริ่มเปลี่ยนไป ใครปรับตัวได้ทันก่อนกันครับ


34 การใช้บอลอะไร แก้การโยนกันอย่างไร อันนี้คงมีวิธีแก้ต่างกันไป ส่วนบอลเนี่ยผมใช้Storm ก็จะยกตัวอย่างให้เฉพาะ Storm นะครับเพราะบอลอื่นไม่รู้จริงๆ... บอล Heavy Oil เช่น DIMENSION, ATTITUDE SHIFT, DOUBLE AGENT, DOMINATION, PYRO บอลผิว Pearl เช่น CONTROL, SPRIT FIRE, T-ROAD, BIG HIT, FIRE UP 1.ถ้าเล่นปลายแคร์รี่ดาวน์มากๆ ไม่เหมาะจะโยนเปิ ดอย่างยิ่งครับ เพราะความแน่นอนในการเบรคจะไม่มี ถึงต่อให้ลูกนีเ้จอpocket แต่รับประกนัว่าโยนลายเดิมได้ไมเกนิสองทีลายที่ว่ากไ็ปอยู่ดีแนะน าให้โยนจีเ้ข้า pocket เลยครับไม่ต้องรอจังหวะเบรค มีสองอย่างให้แก้ครับ ใช้ลูกผิวด้าน โยน ผ่านแอร์โรว์สี่ เปิ ดเบรคที่แอร์ โรว์สาม หรือสามครึ่ง ถ้าสามยังไม่เบรค ความจริงผมกม็ ีลูกส าหรับเลนประเภทนีน้ะครับ ผมจะใช้high load particle โยนครับ ลูกมันจะเหมือนมีดอกยางหยาบๆตระกุยน ้ามันน่ะคบั หรืออีกลายก็แอร์โรว์สามตรงเลยครับ 2.ถ้าใช้ลูกผิวpearl แล้วเรย์เอ้า เน็คกาทีป โยนครับแฟร์ลูกจะเลก็มากและการfrip ของลูกจะไม่ค่อยมีครับ ลูกกจ็ะวิ่งไกลได้อกีนิด ถ้าเป็นผม ลุกแบบนีย้ังเล่นไมได้อกีกล็ูกสแปร์แล้วครับ ผิวพลาสติคเลย 3.ผมจะใช้ลูกเลยี้วน้อยๆเล่นแผ่นขอบที่มีน ้ามนั เลอะแผ่นสามข้างท่อตรงเข้าไปเลยครับ หวังว่าจะมีเบรคให้เล่น ได้นะครับ อยากทราบว่าลูกรุ่นเดียวกนัเนี่ยครับน ้าหนักเท่ากนัเวลาซื้อมันมีตา แหน่งจุดพนิต่างกนัใช่ไหมครับว่าส้ัน ยาวแล้วที่สั้นยาวนี้เขาวัดยังไงหรอครับแล้วสั้นยาวนี่มีผลยังไงบ้างหรอครับ วัดความยาวของพิน - CG ครับ 0 -2 นิ้ว เป็ นพินสั้น 2 -5 นิ้วจัดเป็ นพินยาว เกินกว่า 5 นิ้ว เป็ นบอลประหลาดครับ พินยาวเกิ๊น มีหลุดมาขายในราคาต ่ากว่าปกติเคยอ่านเจอ เค้าว่าพินสั้น แกนท างานเร็ว บอลจะค่อยๆ เลี้ยวทีละน้อยๆ พินยาวแกนจะท างานช้า บอลวิ่งไปยาวกว่าแล้วแกนจึงค่อยท างาน บอลหักเลยี้วแบบรุนแรงกว่าแล้วพินสั้นหรือยาวดีกว่าครับ แล้วแต่คับ แต่ว่าบอลสมัยนี้ ให้ความส าคัญกับ mass bias มากกว่า เพราะบอลที่เป็ น symmetric core มี น้อยลง แต่ว่า พิน สั้น หรือ ยาว ช่วย ได้อย่างนึงคือ ถ้า ยาวมากๆอาจจะ ต้อง มี balance hole ส าหรับ บาง layout ที่เจาะ บอลผมที่เพิ่งเจาะ ebonite nvs พิน 5นิว้ฟิงเกอเกนิกระจาย ต้อง บล้อค รูที่4 ออกมีผลมากนะ ครับเรื่องการเลือกซื้อพิน ส าหรับประสบการณ์ส่วนตัว สังเกตหลายๆคนจะชอบพินยาว 3 นิ้วกันส่วนมาก สวยงามที่สุด แต่ส าหรับผมไม่เอาเลยครับพินยาว 3 นิ้ว(ปรกติ 3 นิ้วจะวางเลย์เอ้าได้หลากหลายแล้วไม่ล าบาก) ส าหรับผม ไม่สั้น ก็ยาวไปเลย ผมเลือกบอล 1-2 นิ้ว หรือไม่ก็ 4-5 นิ้ว พนิส้ันเพื่อจะวางต าแหน่งพนิให้อยู่ใต้ฟิง เกอร์(ใต้นิว้กลาง ซีจีอยุ่กลาง span) เพื่อให้การท างานของบอล ท างานเร็วและสมูธbackend ครับ แต่น ้าหนักตั้ม จะเยอะ ผมเลือกที่จะเจาะรูที่สี่เอาน ้าหนักต้ัมออกแค่นีลู้กกจ็ะไม่หนักต้ัม หรือบางทีกลับมาหนักฟิ งเกอร์ ท าให้ ลูกวิ่งไกลแต่จังหวะการหักจะไม่คมจนเกนิไป แล้วจังหวะฮุคจะสมูทง่ายต่อการควบคุมครับ ส่วนพินยาว ผมใช้ ส าหรับบอลที่ต้องการให้วิ่งไกลแล้ววางต าแหน่งพินไว้เหนือฟิ งเกอร์ด้วยความที่มันยาวมาก มนักจ็ะอยู่เหนือฟิง เกอร์มากครับ บอลจะวิ่งไกล แต่จังหวะตบจะคมมาก ผมก็จะแกด้วยการวางต าแหน่งพนิให้อยู่เหนือ นิว้กลาง หรือพินห่างยาก pap 6 นิ้วขึ้นครับ แล้วซีจีอยู่กลาง span มือครับ แฟร์ของบอลก็จะเล็ก ถี่ไม่กว้างบอลจะไม่หัก


35 เหจนเกินไป ง่ายต่อการควบคมุครับ ท้ังสองเลย์เอ้านีเ้ป็นบอลโลว์แฟร์ท้งัคู่ครับ ส่วนตัวไม่ชอบเลย์เอ้ากว้างๆ ชอบเล่นแฟร์เลก็ควบคมุง่าย บางวันปลายก็สะอาดดีหรอกครับ แต่ส่วนมากจะไม่ไหวเหมือนจะลงน ้ามันทับไป เลยลูกนีว้ิ่งตรงไม่มเีบรค เกือบจะตกท่อเลยทีเดียว เลยสงสัยว่าลูกมันมีส่วนด้วยรึปล่าวครับ? หรือเป็ นที่ layout? (แต่มือนี้ไม่น่าเกี่ยวนะครับ ใส่ mag ให้ side roll ยังไงก็ไม่ไหว)ถ้าลูกมีผล ช่วยแนะน าหน่อยครับว่า อะไรดีพอดีมีเพื่อนจะไปอเมริกาจะได้ฝากมันแบกมาให้ซักลูกถ้าไม่เกี่ยวแล้วจะแก้ยังไงดีครับ ถ้าเจอปลายสก โปร๊กสกปรก ลอง Red Alien ของ Elite ไหมครับ อาจจะไม่ใช่บอลตลาดที่โด่งดังในไทยแต่เห็นพี่เขาว่าไม่ง้อ น ้ามันปลาย ผมกใ็ช้อยู่เหมือนกนับอลรุ่นใหม่ๆเดี๋ยวนีจ้ะซับน ้ามันกนัดๆีท้ังน้ัน ปลายมีน ้ามันก็ยังวิ่งไปได้ไม่ ไถลเห็นมีข้อดีอย่างนี้แล้ว ความจริงข้อเสียก็มีนะครับ ด้วยความทบี่อลรุ่นใหม่กนิน ้ามนักนัดอีย่างนี้บรรดาโป รอเมริกา PBA บางคนเลยออกมาร้องให้มีการควบคุมกนั เพราะเดี๋ยวนี้โยนกันได้ 2 เกมพอมาเกมที่ 3 น ้ามันหาย โดนบอลซับออกไป บอลเลี้ยวเข้าหลังบ้านกันหมด สุดท้ายคนทไี่ด้แต้มดีๆเกมท้ายๆกลายเป็นกลุ่มที่โยนไม่ฮุค มากหรือคนเล่นมือซ้าย มีโปรท่านหนึ่ง Brian Voss ได้เปิดประเดน็เรื่องบอลรุ่นใหม่ว่าน่าจะมีการควบคุมคุณ สัมปกติ บอลมากกว่านี้ทั้งเรื่อง friction และคุณสมบัติอื่นๆเพื่อให้เกิดเป็ นมาตรฐานและไม่มีการได้เปรียบและ ท าให้โปรไม่ต้องตามซื้อบอลกนัเพื่อเพมิ่พลงัที่จะได้จากบอลรุ่นใหม่ๆ คงจะเคยผ่านตาค าว่าจุดเบรค Break Point กันในบอร์ดมาบ้างแล้วนะครับ แล้วเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า ควรจะเล็งไปที่ตรงไหนดี ผมไปเจอบทความจากเว็บแห่งหนึ่งมา เค้าแบ่งจุดเบรคเอาไว้ง่ายๆเป็น 3 โซน คือ A B และ C ดูรูปจากรูปนะครับ จะไฮไลท์ เป็ น 3 โซน ทั้งซ้ายและขวา ที่ระยะประมาณ 40 ฟุต โซน A จะเป็นโซนที่ง่ายและใหญ่ที่สุด เริ่มตั้งแต่บอร์ดที่ 1 -5 โซน B จะเป็นส่วนที่อยู่ถัดเข้ามา ประมาณบอร์ดที่6 -9 โซน C จะเป็นส่วนที่อยู่ในสุด ตรงนีบ้อลฮุคนดิเดียวก้อถึงพนิละ คือบอร์ด 10 –14 โดยทั่วๆไปแล้วจุดเบรคจะมีสามจุดนี่หละครับ แตกต่างกนัที่มุมมือ สปีดบอลรอบบอล ผิวบอล การท างานของบอลจากเลย์เอ๊า เป็ นตัวก าหนดไลน์ที่จะส่งบอล


36 ไปหาจุดเบรค คนแรกอาจจะโยนไลน์ปิ ด จากข้างนอก เช่นยืนที่บอร์ด 15 ส่งบอลไปเบรค บอร์ด 5 บอลก้อเลี้ยวเข้า แต่อีกคน ถ้าโยนเหมือนคนแรก บอลอาจจะเลี้ยวหายเข้าหลังบ้านไปเลยเค้าอาจจะต้องยืนถึงบอร์ด 30 โยนตัด ข้ามเลน เพื่อให้บอลมาเบรคที่บอร์ด 5 เช่นกันถึงจะเข้าพ๊อกเกตได้ถ้าเลนมันเริ่ม Carry down ไปแล้ว ข้ันแรกก้อลองปรับไลน์การส่งบอลก่อน เลง็จุดเบรคไปที่เดิม ส าหรับคนโยนมือขวา ก้อยืนมาทางขวามาก กว่าเดิม สัก 1 2 3 บอร์ด เพื่อให้บอลวิ่งช่วงต้นเลนสั้นลง สะสมก าลังไปไว้ช่วงที่เบรค มากขึ้น หรือจะปรับด้วยการเลือกบอลที่สู้น ้ามันมากกว่าเดิม เช่นบอลที่ผิวด้าน หรือบอล Particle มาใช้ หรือจะลองทดสอบเปลยี่นจุดเบรค ถ้ายังรู้สึกไม่พอใจ หลงัจากสามวิธีข้างต้น ก้อลองปรับมุมมือให้เป็น Forward Roll มากขึ้น เพื่อให้ลูกบอล Roll ไวขึ้น กินเลนไวขึ้น **** น่าจะเลือกใช้การปรับไลน์ และเปลี่ยนบอล เป็ นสองวิธีแรกก่อน เพราะจะท าได้ง่ายกว่า และไม่ต้อง เปลี่ยนแปลงไลน์การโยนมาก เรื่องมันมีอยู่ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาผมกบัโค็ชและเพื่อนอกีคนไปโยนซ้อมที่ราม มีน้องคนหนึ่งมาขอโยนด้วย น้องเขาโยนดีครับรอบจัดโยนเปิ ด แต่ปัญหามีอยู่ว่าน้องเขาโยนไม่ผ่านถึงเบรคสักทีโค็ชผมเลยถามว่าเล็งอะไร น้องเขาตอบว่าเลง็จุด โบว์ลิ่งสมัยนี้พัฒนาไปเยอะมากครับ ไม่เหมือนเมื่อหลายสิบปี ก่อนที่โยนตรงๆบอลเลี้ยวน้อยๆแต่เดี๋ยวนี้ยิ่ง โยนรอบจัดก็ต้องเปิ ดมากไปตามรอบ แต่ปัญหาของนักโบว์ลงิ่ที่มองแค่จุด หรือแอร์โรว์เพราะหลายๆครั้งที่เรา ปล่อยบอล ต้องแปลกใจว่าทั้งที่ปล่อยลงแอร์โรว์ที่ต้องการแล้ว ท าไมบอลยังไม่ถูกลายที่ต้องการเพราะเราไม่ได้ เล็งไปที่เบรค บอลเลยวิ่งไปไม่ถึงเบรคที่เราต้องการโค็ชผมและโค็ชอเมริกันจะสอนให้มองที่เบรคเท่านั้นครับ เพราะจุดและแอร์โรว์เราจะกา หนดต้ังแต่แรก สองคือกา หนดจุดเบรค แล้วจิตนาการเส้นบนเลนว่าต้องการโยน ลายไหน จุดหรือแอร์โรว์เราใช้เท้าเป็นตัวมาร์คต้ังแต่ยืนบนเลน เพราะการปล่อยบอลที่ถูกต้องเราต้องปล่อยลูก ให้เฉียดตาตุ่มให้มากที่สุด ดังนั้นบอลก็ลงในต าแหน่งที่เท้าเรามาร์คไว้แน่นอน จึงไม่มีความจ าเป็ นทึ่เราจะต้อง มองจุดหรือแอร์โรว์อกีต่อไปเพราะเท้าเราเป็นตัวกา หนดเรียบร้อยแล้ว สายตาเราควรมองไปที่เบรคแล้วส่งบอล ให้ผ่านไปถึงเบรคที่เราต้องการ หลายๆคนอาจจะชินกับค าสอนเก่าๆว่าต้องมองที่แอร์โรว์แต่เทคนิคนี้มีมาตั้งแต่ ก่อนที่การโยนจะพฒันาถึงทุกวันนี้เมื่อก่อนแค่ปล่อยบอลให้ผ่านแอร์โรว์บอลจะวิ่งตรงเป็ นเส้นตรงถึงเบรค เลี้ยวนิดเดียวเข้าpocket แต่ทุกวันนี้ยิ่งพวกโยนพาวเวอร์บอลรอบยิ่งจัดบอลยิ่งฮุคหนักมากขึน้ก็จ าเป็ นต้อง โยนลายเปิ ด หลายคนอาจจะชินกับ house shot น ้ามันปรกติที่เซ็นเตอร์ลงไว้เปิ ดยังไงก็กลับได้ แต่ส าหรับ การ แข่งขันรายการใหญ่ๆ น ้ามันสมาคม สังเกตว่าถ้าเราเปิ ดออกไปมากบอลจะไม่กลับ ถ้าเราบีบลายบอลจะเลี้ยวเลย pocket น ้ามันสมัยนี้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ บางโปรแกรมแผ่นเบรคมีแค่ 5-8 แผ่น ซึ่งผู้โยนต้องแม่นจุดเบรคมากๆ นี่ ก็เป็ นสาเหตให้โค็ชหลายๆคนเปลี่ยนให้มามองเบรค แรกๆเพื่อนๆอาจจะไม่ชิน ให้หาที่ซ้อมบางทีที่เลนจะมี เบรคมาร์คแผ่นด าๆสี่เส้นไกลๆ ที่รัชโยธินรู้สึกว่ามีนะครับ แต่หลายที่ก็ไม่มีเพื่อนๆต้องใช้เวลาฝึ กระยะนึงเลย ครับกว่าจะเปลี่ยนมามองเบรคได้ที่ส าคัญเมื่อฝึ กได้แล้วจะกลับไปเล่นคอสมิคไมได้เลยนะครับ มันจะเหมือนปิ ด ตาโยนเลยครับ ยิ่งผมเป็ นคนใส่ตั้มด ากิฟใสแล้วบอลก็สีด าๆ บอลวิ่งไปไหนไม่รู้เรื่องเลยครับ เบรคกม็องไม่เห็น


37 แล้วถ้าฝืนโยนมันจะเสียนิสัยท าให้เรากลบัมามองจุดใกล้ๆอกีครับ เสียเวลาฝึกแทบตายไม่คุ้มหรอกครับถ้า กลบัไปโยนคอสมิค อดใจนั่งดูคนอื่นโยน กนิเหล้า เม้ากระจายดีกว่าครับ กลางวันเปิ ดไฟค่อยซ้อม style การโยน มีหลายคนพยายามนิยามไปหลายๆต่อหลายอย่างแม้แต่ในอเมริกาเองก็ตาม ก็ยังเป็ นที่เถืยงกันนักต่อนัก อะไรคือ cranker , power bowler, power ball, power stroker, twister สาระพัดจะนิยามผม 1.cranker อนันีต้้องเรียนให้ทราบว่าเป็นสุดยอดของbowling ถือเป้นข้ันสูงสุดวิชามารบ้าพลงั นักโบว์หลาย คนพยายามหาค านินามว่าอะไรคือ cranker แม้แต่ในอเมริกาต้นฉบับของการโยนเองก็ตาม แต่ถ้าลองไปถามโปร์ หลายคนที่เรานึกว่าเขาใช่ เขามักจะตอบเลี่ยงๆว่าตนเองไม่ใช่cranker อาจจะเพราะไม่หาญกล้า cranker แท้ๆมี โปรท่านหนึ่งเสียชีวิตไปแล้วนึกเอาเองละกันว่าใครแก่แล้วด้วยท าวีดีโอสอนการโยนด้วย ว่าcanker ก็การล่อน ออกเหมือนการล่อนจานบิน จะอธิบายวงสวิงอย่างช้าห้ามงง ถ้างงมีตาย เวลาสวิงลงแขนจะงอถูกต้องแต่ จังหวะแรก ข้อมือจะin ข้อศอกจะ out เวลาปล่อยบอลข้อศอกจะ in ข้อมือจะ out ลักษณะเหมือนการเล่นจาน บิน ยากมากถึงมากที่สุด ไม่ค่อยพบว่ามีนักโบว์ลิ่งคนไหนสามารถท าจังหวะแบบนี้ได้แต่ที่เมกาได้ยกให้โปร์คน หนึ่งว่าใกล้เคียงกับนิยายแห่ง cranker คือ amleto monacelli โปรชาว venezuela เก่งขนาดที่ vene ไม่มีใครยอม แข่งด้วยแล้วก็เป็ นโปรแค่ไม่กี่คนที่บ้าพลังแล้วชนะได้ถึง 18 titles และยังได้เป้น hall of famer ด้วยเก่งว่ะ 2.power bowler อนันีสุ้ดบรรยายเพราะมีมากมายในเมกาแต่ยังไม่ค่อยเห็นในแถบเอเซียมากเท่าไหร่ ใกล้เคียงกับการแคล้ง แต่ไม่ใช่การล่อน เป็ นการล้วงไปใต้บอลแล้วสบัดออก สังเกตได้ว่าเวลาจังหวะปล่อยจะมี การกระชากออกอย่างเร็วและรุนแรงพวกซาดิส และไม่ใช่การเทิร์นบอลนะครับ การเทิร์นบอลที่เมกาถือว่าเป็ น asian style มากๆๆ พวกนีท้่าทางจะดุดนั นักโบว์ลิ่งที่ไม่ชอบประเภทนี้ชอบนิยามให้พวกนี้เป็ นพวกสิบล้อโยน โบว์ยกตัวอย่างอย่างเห้นได้ชัดก็มี robert smith เจ้าของสถิติรอบเยอะที่สุดในโลกมือวางอนัดบัหนึ่ง ด้วยรอบ 27 รอบด้วยความเร็วบอล 19 ไมล์/ชม. (แม่งบ้า) 3.yo yo อนันีก้ถ็ือว่าเป็นสุดยอดวิชาเพราะคนจะเรียนการpower ball ต้องเริ่มจากการเรียน คล็อค อันคล็อค หรือฝรั่งชอบพูดง่ายๆให้เห็นภาพกเ็หมือนกนัเล่นโยโย่หรือการแคะโต๊ะน่ะคับ เป็นการฝึกเพื่อจะรู้จักการเคลยี นิ้วโป้งเพราะการโยน 3 ประเภทนีจ้ าเป็นต้องมีการงอแขน งอข้อมือเพื่อล้วงบอลหรืออุ้มบอลให้ได้มากที่สุด (คล็อค) เมื่อจังหวะปล่อยองศาของนิว้โป้งจีงไม่ได้อยู่ในองศาที่นิว้โป้งจะหลุดมาได้จึงจ าเป็นต้องมีการปล่อยให้ ข้อมือหักลงมาให้อยู่ในองศาที่สามารถเคลยีนิว้โป้งได้(อนัคลอ็ค) เมื่อสามารถปล่อยได้จึงจะพัฒนาไปในขั้น ต่อไปได้แต่มีโปรไม่กคี่นที่สามารถปล่อยได้เหมือนกนัเล่นโยโย่(เหมือนแขนไม่มีกระดูกมันจะดูเหมือนเชือก ของลูกข่างโยโย่มาก) มีเพียงคนเดียวเท่าที่เคยเห้นคือ Jason Hurd ไม่ต้องพูดถึงรอบ พอๆกบั robert ถึงขนาด ต้องไปเรียนกับโปร์เพื่อท าการลดรอบและจะได้มีบรอดให้เล่น (อะไรจะขนาดนั้นน ้ามันอย่างในอเมริกายังเอา เธอไม่อยู่สงสัยต้องเอาสองเลนด์ต่อกนัแล้วล่ะ) 4.power ball อันนี้เห็นกันมากมายแม้ในเมกาและเอเซีย พูดง่ายๆก็คือการสแน็ปแล้วเทิร์นบอลรอบบอลกบัส ปี ดก็โอเคแต่ไม่ถึงกับสามประเภทขั้นต้น แต่แค่นี้ก็เหลือรับประทานแล้ว แล้วแต่ละประเทศก็ปรับเปลี่ยนให้มี เอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างที่ท่านอาจจะเคยเห็น เกาหลีก็ปล่อยอย่าง สิงคโปร์ก็ปล่อยอย่าง พวกอาหรับก็ปล่อยอีก อย่างอันนี้แล้วแต่นักโบว์ลิ่งจะไปดัดแปลงให้เป็ นตัวของตัวเองคับ ยกตัวอย่างไม่ได้เพราะมีให้ดมุากมายหลาย


38 แบบ ยกตัวอย่าง XXX XXX บ้าพลังแห่งบางแค XXX และอีกมากมาย แต่ส าหรับผมในเอเซียแบบเกาหลีกิน ขาด ปล่อยแบบนิ้วโป้งเคลียช้าจังหวะปล่อยเน้นๆ 5.power stroker อันนี้เป็ นแบบที่ใกล้เคียงกับประเภทที่ 4 แต่จะเนียนกว่าพูดง่ายๆ บอลวิ่งไม่หวือหวา มากมายแต่รอบกไ็ม่ใช่น้อยมักมีการแอบสแน็ปเลก็ๆให้ดุเปรี้ยว พวกนี้เป็ นประเภทสวยงามมากๆ บางคนฝึ กจน เนียนไม่เห็นแม้แต่จังหวะสแน็ป หลายคนมักบอกว่ามีเยอะประเภทนี้ แต่ส าหรับผมผมว่ายากมากมากเพราะ ใครเล่นสไตร์นี้ไม่ใช่ง่ายเหมือนที่เห็นเขาโยนนะครับ เพราะกว่าจะโยนได้ดูเหมือนง่ายอย่างที่เหน็เชื่อได้เลยว่า คนคนนั้นอาจสามารถโยนได้ถึง 4แบบข้ันต้น แต่อย่างที่ค าเขาบอกว่าสูงสุดคืนสุ่สามัญเลยกลบัมาหาอะไรที่เล่น ง่ายๆ ควบคุมง่ายๆไม่หวือหวาแต่แฝงไว้ด้วยพลงัสุดจะหยั่ง เวอร์ดีเรา เห็นยากคับ เท่าที่เคยเห็นคือ สถาปนิกที่ ออกแบบแกนลูกของบริษัท brunswisk ชื่อ Billy นามสกุลไรจ าไม่ได้เคยมาเมืองไทยสองคร้ังแล้วคับ เคยยืนดู ที่เขามาครั้งแรกกับนายต่ายรอบโครตจัดแห่งปิ ยรมณ์(มันสแน็ปจังหวะไหน) timing การปล่อย เหมือน stroker ทุกอย่าง พอดูรอบบอลกบัสปีดโหอะไรอกีอย่างบอลจะวิ่งดูสวยงามมากกว่าดุดันแต่เข้าพนิไม่ต้องพูด ถึง อยากท าได้บ้างแบบนีเ้ป็นแบบที่ผมชอบทสีุ่ด 6.twister แบบนีผ้มมีความรู้น้อยมากแต่เคยได้ยินมีพวกนีบ้้างในเมกาแต่ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นยงัไงแต่เคยมีคน บอกว่าเป้นพวกเล่นรอบ รอบจัดแต่สปี ดไม่ค่อยมี และรอบบอลจะไม่ใช่ hight track ส่วนมากจะเป็ น mid-low track (กน็ ่าจะรอบจัดนะกร็อบวิ่งอยู่แค่1/4ของลูกบอล) ดูๆแล้วมันกเ็หมือนจะข่างหรือบางคนเรียกว่าลูกโข่งน่ะ คับเป็นสาเหตุทบี่อลสามารถถึงเบรคเมื่อไม่มีสปีดมากนัก ดูๆไปกเ็หมือนพายุอยู่เหมือนกนันะคบั สุดท้ายนะคับ Bowling ตัดสินกันด้วยคะแนน ไม่ใช่การแข่งขัน Artistic ตัดสินด้วยความสวยงามลูกใครเลยี้วสวยฮุกหนักเอา ไปเลย10เต็มไม่ใช่รอบจัดประหยัดคะแนนก็ไม่ไหวนะครับ และสุดท้ายเรามันจะเหน็ว่าพวกรอบจัดมักตายด้วย ดาบของตัวเองจัดซะจนไม่มีเลนด์เล่นได้บ้างหรือไม่ก็ท าลายน ้ามันตัวเอง ท าลายเบรคตัวเอง และที่ส าค ญจะ เหนื่อยง่ายกว่าพวกธรรมดา การปล่อยก็สม ่าเสมอยาก ต้องซ้อมและทุ่มเทกว่าคนอื่นหลายเท่า ท าอย่างไรให้ฮุคเยอะๆ ตอนที่1 เนื้อเรื่องโดย คุณโจโจ้จัง นักโบว์ลงิ่ส่วนใหญ่มองหาวิธีการที่จะให้ลูกบอลรอบเยอะๆอยู่เสมอเพราะว่าเมื่อบอลเข้าจุดพอ็คเกต็มีผลท าให้ พินมี Reaction กนัสูง นักโบว์ลงิ่ส่วนใหญ่กเ็ลยมองหาอุปกรณ์ที่จะช่วยท าให้ลูกฮุคได้มากกว่าที่จะ สร้างด้วย พื้นฐานที่มีบทความนีจ้ะเน้นว่าท าอย่างไรให้บอลฮุคได้มากด้วยการสร้างด้วยตัวเราเอง เข้าใจถึงการวิ่งของลูกโบว์ลงิ่เข้าใจว่าปัจจัยที่มผีลต่อการท างานของลูกโบว์ลงิ่แนวทางที่จะท าให้ฮุคได้เยอะๆ เข้าใจถึงแกนหมุนมีผลต่อการท างานของลูกโบว์ลงิ่การจัดการท าแกนหมุนทวี่่านี้


39 เข้าใจถึงการวิ่งของลูกโบว์ลงิ่ ลูกบอลจะถูกกระท าด้วยแรงสองแรงจากนักโบว์ลงิ่ อย่างแรกเป็นแรงที่เกดิในลกัษณะท าให้ลูกพุ่งไปข้างหน้าจากเส้นฟาวล์จนถึงพนิ อย่าง ที่สองคือแรงที่เกดิในลกัษณะท าให้ลูกหมุนรอบแกนหมุนของลูกในองศาที่ต่างๆกนั มีผลท าให้ลักษณะการ วิ่งของลูกบอลต่างกนัไปสังเกตุได้จากรูปข้างล่างนี้ถ้าหมุนรอบตัวเองท ามุม 0 องศามีผลท าให้ลูกไม่เลยี้วถ้าท า มุม 45 องศากจ็ะท าให้ลูกเลยี้วได้ถ้าองศาท ามุมมากกจ็ะท าเลยี้วได้มากและเร็ว ปัจจัยที่มีผลต่อการวิ่งของลูกโบว์ลงิ่ ถ้า ไม่รวมถึงวิธีการปล่อยลูกของนักโบว์ลงิ่แต่ละคนปัจจัยทมี่ีผลต่อการวิ่งของลูกกจ็ะมีเลน การปรับผิวของ ลูกโบว์ลงิ่วัสดุที่น ามาใช้ท าผิวลูกโบว์ลงิ่การออกแบบของแกนในของลูกโบว์ลงิ่และการวางรูปแบบการเจาะบน ลูกโบว์ลงิ่ แนวทางที่จะท าให้ลูกฮุคมากขึน้ มีแนวทางปฏิบัติด้วยกัน 3 แนวทางด้วยกัน 1. ปรับองศาของแกนหมุนให้มากขึน้ 2. เพมิ่จ านวนรอบหมนุของบอลให้มากขึน้(หน่วยเป็น รอบต่อนาที) 3. ลดความเร็วบอลให้น้อยลง


40 วิธีการแรกคือการปรับองศาของแกนหมุนในตา แหน่งจุดปล่อยลูกสังเกตุจากรูปข้างล่าง ได้ว่ามีแรงมากระท า กบัลูก2 แรงด้วยกนัคือแรงที่บอลเคลื่อนไปข้างหน้ากบัแรงหมุนของลูกท ามุม 90 องศาด้านข้างมีผลท าให้แนว ทางการวิ่งของลูกบอลเมื่อถึงจุดเบรคจะเกดิแรงเสียด ทานกบัเลนมีผลท าให้ลูกฮุคเข้าหาพนิ ถ้าองศาของแรงที่กระท าด้านข้างของลูกน้อยมีผลท าให้ลูกบอลฮุคได้ช้าและน้อยกว่าองศาของแรงที่กระท าต่อ ด้านข้างในมุมที่มากกว่า ใน ภาพถ่ายด้านบน นักโบว์ลงิ่จะงุ้มข้อมือเข้ามาให้บอลอยู่ในฝ่ามือวัตถุประสงค์เพื่อให้มือสามารถอยู่ใต้หรือ หลงัลูกบอลได้ตลอดวงสวิงจนถึงจุด ปล่อยลูกท าให้สร้างองศาของลูกกบัแกนหมุนได้ง่ายยิ่งมืออยู่ใต้บอลได้มาก ยิ่ง ท ามุมได้มากมีผลท าให้ลูกฮุคได้เร็วและรุนแรง อกีทางนึงที่ท าให้ลูกฮุคได้มากคือลดความเร็วของบอลให้ช้าลง:


41 โดยโยนให้ช้าลงในความเร็วรอบบอลเท่าเดมิซึ่งเป็นสัดส่วนกนัมีผลท าให้ลูกบอลฮุคมากกว่าเดิมได้เหมือนกนั ท าความเข้าใจเกยี่วกบัแกนหมุน เนื้อเรื่องโดย คุณโจโจ้จัง ลองมาพจิารณาดูเกยี่วกับการท ามุมกบัแกนหมนุในมุมต่างกนั 3 มุม 0-Degree : มุมนีไ้ม่มีผลเปลยี่นแปลงการท างานและทิศทางการวิ่งของบอลเราอาจใช้มุมนี้ เก็บพิน 10 45-Degree : มุมนีม้ีผลเปลยี่นแปลงทิศทางการวิ่งของบอลปานกลางไม่มาก 90-Degree : ในมุม 90 องศานี้มีผลท าให้เปลี่ยนแปลงทิศทางของบอลมากกว่าที่แล้วมา ฉะน้ันการเปลยี่นแปลงมุมของแกนหมุนมีผลต่อทิศทางการวิ่งของบอลในลกัษณะต่างๆกนั ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น รูปที่แสดงข้างล่างจะช่วยท าให้เข้าใจได้ง่ายขึน้จะแสดงมุมของแกนหมนุในลกัษณะต่างๆกนัและผลของทิศทาง ลูกบอลที่วิ่งเข้าหาพนิ


42 การจัดการให้เกดิแกนหมุนในมมุต่างๆกนั เมื่อรู้แล้วว่ามุมที่กระท าต่อแกนหมุนมีผลต่อทิศทางการวิ่งของลูกแตกต่างกนัไป คราวนีม้าดูกนัว่าแล้วเราจะมี วิธีการท าอย่างไรให้เกดิมุมต่างๆน้ันให้พจิารณาที่ต าแหน่งของมุมมือในจังหวะปล่อยลูกถ้านักโบวิลงิ่สามารถ เรียนรู้วิธีจัดการท าให้เกดิแกนหมุนในลกัษณะต่างๆได้แล้วน้ันกส็ามารถท าให้ลูกโบว์ลงิ่ไหนๆกไ็ด้ฮุคได้ เหมือนกนัซึ่งจะง่ายกว่าการเพมิ่รอบการหมุนของลูก บอล 0-degree Axis of Rotation Angle ใน รูปจะเห็นว่าในจังหวะปล่อยลูกมือที่อยู่หลงับอลจะปล่อยลูกออกไปตรงๆในทิศทาง เดียวกันกับความเร็วของ บอลที่พุ่งไปข้างหน้ามีผลท าให้ทิศทางการวิ่งของลูก บอลเลยี้วเข้าหาพนิได้น้อยที่จุดเบรค ทั้งนี้นักโบว์ลิ่ง ต้องการให้เป็นแบบน้ันขึน้อยู่กบัสภาพของเลนที่จะเล่น 45-degree Axis of Rotation Angle


43 ลกัษณะ นีท้ี่มือหลงับอลท ามุม 45 องศากบัทิศทางการพุ่งของบอลไปข้างแบบนมี้ีผลท าให้ทิศทางการวิ่งของ ลูกเมื่อถึงจุดเบรคบอลจะฮุคเข้าหาพนิแบบปานกลาง ในแบบนี้นักโบว์ลิ่งคาดหวังให้เป็ นแบบนั้นเพราะ เหมาะสมกับสภาพเลนทั่วๆไปมากถ้าน ้ามันเยอะมากกจ็ะควบได้ยากเพราะลูกบอลจะวิ่งยืดออกไปอกี เข้าหาพิน ได้ไม่เร็วอาจจะต้องปรับไลน์การโยนใหม่หรือปรับองศาของมุมมือใหม่ 90-degree Axis of Rotation Angle จากในรูปจะเห็นว่าในจงัหวะปล่อยลูกมือจะอยู่ด้านข้างของลูกบอลในลักษณะท ามุม 90 องศากบัทิศทางของลูก ที่พุ่งไปข้างหน้ามีผลท าให้ลูกฮุคได้เร็วและมากเมื่อถึงจุดเบรคแต่แบบนจี้ะควบคุมบอลให้แม่นย าได้ยากกว่า แบบที่แล้วๆมาต้องอาศัยการ ฝึ กฝนให้เกิดความช านาญ ในแบบนี้นักโบว์ลิ่งจะใช้กับเลนที่น ้ามันค่อนข้างมาก และยาวเมื่อลูกถึงช่วง เลนที่หมดน ้ามันแล้วจะฮุคเข้าหาพนิได้ทันทีและรุนแรง มุม มือในลกัษณะต่างๆจะมีประโยชน์มากๆกบันักโบว์ลงิ่ที่ฝึกฝนในลกัษณะต่างอยู่เป็ นประจ าและสามารถน า ออกมาใช้ได้ทันทีกับสภาพเลนที่เหมาะสม… ตามหาน้อง PAP Thursday, 06 August 2009 22:21 administrator ตามหาน้อง PAP บทความโดย By RhinoGold หลายๆ คนคงเจอค าว่า PAP (แป๊ ป) บ่อย ชื่อเต็มของเค้าคือ Positive Axis Point (ไม่อยากแปลไทยเลย แปลแล้วทะแม่งๆ “จุดแกนหมุนด้านบวก” ขอเรียกทับศัพท์ดีกว่า) PAP คือจุดนิ่งๆ บนลูกบอลในขณะที่บอล หมุนรอบตวัเองจากการปล่อยบอลของเรา เป็นจุดที่บอกถึงแกนหมุนของ บอลจากการปล่อยของเราเอง


44 โป รฝรั่งท่านชื่อ Don Johnston อธิบายง่ายๆ เรื่อง PAP ว่า ให้ลองนึกถึงโลกของเรา ที่หมุนรอบตัวเอง โดยมี ข้ัวโลกเหนือและใต้เป็นแกนหมุน ถ้าลูกบอลคือโลกที่กา ลงัหมุน PAP ก้อคือด้านขั้วโลกเหนือนั่นเอง ส่วนแกน อกีด้านน้ันเราจะมองไม่เห็นเนื่องจากอยู่ตรงข้ามกบัเรา เหมือนกบัเวลาเรามองลูกโลกด้านข้ัวโลกเหนือก้อจะ มองไม่เหน็ด้านข้ัวโลกใต้ซึ่งอยู่ตรงกนัข้าม แต่ก้อมีชื่อเรียกนะเรียกว่า Negative Axis Point (จุดแกนหมุนด้าน ตรงข้าม) แต่ไม่ต้องไปสนใจครับ ไม่ต้องไปตามหามัน บอกไว้เฉยๆ อิอิ ลูก บอลในปัจจุบัน จะออกแบบให้มีการ Flare (การย้ายเปลยี่นแกน) ได้มากน้อย ตามแต่ละรุ่น เมื่อเราปล่อย บอลไป จุด PAP จะมองเห็นอยู่นิ่งๆแค่ในช่วงต้นๆของเลน จากน้ันเมื่อบอลวิ่งไปเรื่อยๆ บอลเกิดมีการย้าย ต าแหน่งแกน (Flare) จุด PAP ก้อจะเปลี่ยนย้ายต าแหน่งตามไป ดังนั้น ที่เราต้องการหาคือ “PAP ที่เกิดจากการ ปล่อยบอลของเรา” คือ PAP ในช่วงแรกที่ปล่อยบอลจากมือไป ก่อนที่บอลจะย้ายแกนนั่นเอง ก่อน อื่นเรามาตามหาน้อง PAP ของเราให้เจอก่อน (มีประโยชน์อย่างมากในตอนต่อๆไป) วิธีการที่ง่ายและนิยม ใช้มากที่สุดคือให้เราน าบอลไปโยน แล้วน าบอลกลบัมาดูโดยไม่ต้องเช็ดน ้ามันออก เราจะใช้เส้นน ้ามันเส้นแรก (Ball Track) ที่อยู่ติดกับ Thumb เป็ นตัววัด เพราะเป็ นเส้นที่เกิดจากการปล่อยบอลของเรา (เส้นอื่นๆถัดออกไป นั้น เป็ นเส้นที่เกิดจากการย้ายแกนจากการท างานของแกนบอล อันนั้นเรียก Track Flare) อ่อที่ส าคัญ เลือกเลน ที่มีน ้ามันหน่อยนะครับ เส้นน ้ามันจะได้ชัดๆ หาง่ายดี อุปกรณ์ที่จ าเป็น ก้อมีบอลของเราเอง ดินสอสี(เอา แบบ ที่เขียนบนบอลติดง่ายๆ แล้วลบออกได้ด้วยอะ) ฐานรองบอล หรือห่วงยางเล็กๆ มาวางบอลให้อยู่นิ่งๆและ สติ๊กเกอร์สี เลือกสีที่เห็นชัด ถ้าใช้สีสะท้อนแสงจะแจ่มมากเมื่อหาอุปกรณ์ได้แล้วก้อเริ่มท าตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1. โยนบอลให้มีเส้นน ้ามันติดกลับมา ถ้าเป็ นมือใหม่ ที่ปล่อยบอลยังไม่นิ่ง ให้โยนหลายๆ คร้ังแล้วดูเส้นน ้ามนัทุก คร้ัง พอเส้นน ้ามันเริ่มอยู่ใกล้เคียงจุดเดิมซ ้าๆกัน ก้อค่อยเอามาใช้วัดครับ


45 2. วางบอลบนฐาน (จะได้นิ่งๆ) ใช้ดินสอสี ลากเส้นทับเส้นน ้ามันทั้งวง (จะได้ไม่เลือนหายไปเวลาจับบอล หมุนไปหมุนมา) 3. จัดบอลให้หงายด้านของ PAP ขึ้น คนโยนมือขวา PAP อยู่ด้านขวา ของสแปนมือ คนโยนมือซ้าย PAP จะอยู่ ด้านซ้ายของสแปนมือ 4. ค่อยๆ ขยับบอลให้เส้นน ้ามันเส้นแรก ขนานกับพื้น ใช้นิ้วกลางหรือนิ้วนาง แล้วแต่ถนัดจับไว้ที่ Track บอล สองด้านตรงข้ามกัน แล้วให้นิว้โป้งบรรจบกนัณ จุดบนสุดของบอลใช้ดินสอสีขีดเส้นบอกต าแหน่งไว้ที่จุดน้ัน


46 5. เพื่อความแม่นย า หมุนบอล ¼ รอบ (90 องศา)ระวังอย่างให้บอลเอียงนะ ท าซ ้าตามข้อ 4 ทีนี้ เราจะได้ 2 เส้น ที่ตัดกันละ 6. เอาสติ๊กเกอร์สี แปะไว้ที่ตรง PAP ของเราแค่นี้ก้อเรียบร้อย เพื่อ ความชัวร์ เอาบอลไปโยนอีกทีดีกว่า สังเกตในช่วงต้นของเลนนับตั้งแต่บอลตกพื้นแล้ววิ่งไป สติ๊กเกอร์สีที่ ปะไว้ นิ่งจุดน้นัหละใช่ PAP ของเราละถ้าจุดมีการส่ายเลก็น้อยแปลว่า ใกล้เคียงแล้วหละลองกลับมาขยับ สติ๊กเกอร์ซ้ายๆ ขวาๆ ดูนิดนึงแล้วโยนใหม่แต่ถ้าจุดส่ายมากๆไม่นิ่งแปลว่า ผิดพลาดเยอะ เส้นน ้ามันที่ได้มา ตอนแรกอาจจะไม่ตรง ให้ลองโยนอกีสักพักจนเว้นน ้ามนัอยู่นิ่งใกล้เคียงที่เดิมทุกคร้ังแล้วมาท าตามข้อ1 –6 เพื่อหา PAP ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ต่อ ไปเป็ นของแถม เป็ นอีกวิธีนะ คล้ายๆกัน แต่ใช้เครื่องขัดบอลใน ProShop ช่วย แค่ท าตามข้อ 1 –3 แล้วเอา บอลไปวางบนเครื่องขัดบอลแล้วเปิดเครื่องปั่นให้บอลหมุนๆๆๆ ค่อยๆจัดบอลให้เส้นน ้ามันขนานกบัพื้น ก้อจะ เห็นเส้นน ้ามนัที่เราวาดทับไว้วิ่งอยู่นิ่งๆไม่ส่าย ทีนีก้้อเอาสติ๊กเกอร์ไปปะไว้จุดบนสุดของบอลแล้วทดลองโยน เพื่อดูว่าจุดที่ปะไว้ใช่หรือเปล่า


47 ของแถมสุดท้ายละแบบนีผ้มยังไม่เคยลองแต่ไปเจอคลปิสอนวิธีหา PAP มา ใครสนใจลองคลกิ๊ไปดู http://www.brunsnick.com/positive_axis_point.htmlแล้วท าตามวิธีนีไ้ด้แต่ต้องมีอุปกรณ์เสริม คือไม้ครึ่ง วงกลมนะครับ (ถ้ายืมโปรชอปได้ก้อสบายไป) การ วอร์มร่างกาย ก่อนโยนโบว์ Hold each of the following stretches for 10-20 seconds. แต่ละท่าให้ค้างไว้ 10-20 วินาที Neck Stretch - Tuck your chin down until it touches your chest and you can feel tension at the back of your neck. Tip your head to each side slowly until you feel the stretch. บริหารคอ -ก้มหน้าเอาคางเตะอกจนรู้สึกตึงๆที่ต้นคออาจหันซ้าย-ขวาเพื่อเพิ่มความตึงได้ Shoulder Stretch 1- Point your elbow upwards, with you hand behind your head. With you other hand grab your elbow and gently pull towards the other side until a good stretch is felt. Repeat for both sides บริหารไหล่1 - พบัศอกแล้วยกแขนให้ศอกชี้ขึน้โดยมืออยู่ด้านหลงัครับ จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างค่อยๆดึงศอก ไปอีกฝั่ง Shoulder Stretch 2- Hold you arm horizontally across the front of your body. With you other hand, grab your elbow and gently pull towards your chest. Repeat for both sides บริหารไหล่2 -ยึดแขนแนวระดับ จากนั้นให้มืออีกข้างดึงข้อศอกมาให้ชิดล าตัว Side Stretch - Begin in a similar position to the shoulder stretch 1 above, with feet slightly apart. Keeping your hips stable, bend your torso so that the stretch is felt along your side. Repeat both sides. บริหารด้านข้างล าตัว - ขึน้สบายๆเท้าแยกเลก็น้อย ชูแขนขึน้กด็ีครับ แล้วกเ็อยีงตัวไปทางซ้าย-ขวา คล้ายๆ บิดขี้เกียจ


48 Forward Lunge Stretch - This will stretch your hip flexors and hamstring muscles. With you body and feet all facing forward, place one leg back and your other leg forward, hands on the front thigh. Shift your weight forward remaining as upright as possible and keeping both feet flat on the floor. Repeat on opposite side. บริหารเอว+เอ็นร้อยหวาย -ยืนโดยให้เท้าซ้ายวางหลังเท้าขวาวางมือที่ต้นขาขวา จากนั้นก็ค่อยๆถ่าย น ้าหนักไปด้านหน้าโดยให้เท้าทั้งสองติดพื้นไว้(ไม่ติดก็คงล้มอ่ะนะ) จากนั้นสลับข้างจ๊า Quadriceps Stretch -Support yourself with one hand while standing on one leg. Bend your free leg back and hold on to your ankle with your free hand. To increase the stretch, pull the foot higher behind the body. บริหารกล้ามเนื้อควอแซ่บ -งอขาหนึ่งข้างโดยให้มือช่วยดึงที่ข้อเท้าให้น่องขึ้นมาติดต้นขา Forearm Extenders - Hold out your arm with the palm facing down. Drop the fingers and palm at the wrist. Grab your fingers with the other hand and pull them towards the body. Change hands and repeat. บริหารแขน -ยึดแขนตรงฝ่ ามือลงด้านล่าง งอข้อมือลง ใช้มืออีกข้างดึงปลายนิ้วเข้าหาตัว Forearm Flexors - Hold out your arm with the palm facing up. Drop the fingers and palm at the wrist. Grab your fingers with the other hand and pull them down and towards the body. Change hands and repeat. บริหารท้องแขน -ยึดแขนตรงฝ่ ามือขึ้นด้านบน งอข้อมือลง ใช้มืออีกข้างดึงปลายนิ้วเข้าหาตัว Deep Breathing/Relaxation - take a deep breath and hold for a count of 6 (not 8 - we don't want you to faint for lack of air!). Repeat twice (total of 3 deep breaths) หายใจลึกๆ ผ่อนคลาย - หายใจลึกๆกลั้นไว้ 6 วิ ท าซักสองครั้ง Pre-shot Routine and Mental Game กิจวัตรก่อนโยน และ การมีสมาธิในเกมส์ 1. Be ready to bowl when it's your turn and collect your thoughts. เตรียมตัวเองให้พร้อม เมื่อถึงตาของคุณ และรวบรวมความคิด(การแก้เกมส์ อื่นๆ สรุปว่าจะแก้ยังงัยในลูกที่ จะโยน) 2. Develop a pre-shot routine and stick to it. Make decisions and be confident in them. If it becomes a


49 mistake, turn it into a lesson for the future. สร้าง/พัฒนา กิจวัตรก่อนโยน และพยายามท าบ่อยๆ ตัดสินใจและมั่นใจในกิจวัตรที่ก าหนดขึ้นมาก่อนโยน ถ้ามันท าให้ผิดพลาดในการโยน ก็เก็บข้อผิดพลาดไว้แก้ในอนาคต 3. Take a deep breath in and out before you start your approach. This will help you to relax and make better shots and decisions. หายใจลึกๆ เข้าและออกก่อนที่จะขึ้น แอพโพช มันจะช่วยในการผ่อนคลาย และสร้างการโยนที่ดีและ แม่นย า 4. Listen to your self-talk while bowling. Eliminate all negative words and thoughts. Positive words and thoughts will increase your confidence level. Anything that you wouldn't say to a friend or teammate should be eliminated from your self-talk. พูดกบัตัวเองและฟังสิ่งที่ตัวเองพูด พยายามเว้นค าที่บนั่ทอนกา ลงัใจ พูดให้กา ลงัใจตัวเองจะช่วยเพมิ่ความ มั่นใจ สิ่งที่คุณไม่พูดกบัเพื่อนร่วมทีม(ว่าเพื่อนโยนไม่ดีอื่นๆ)กไ็ม่ควรจะน ามาพูดกบัตัวคุณเอง 5. Focus on the good, not the bad. มองในจุดที่ดีแล้วไม่ใช่มองแต่จุดเสียของการโยน 6. Don't limit yourself by setting a score as a goal. Think about making good shots, one at a time. If you keep making good shots, the good scores will follow. Over attention to results can create fear-based bowling. อย่าจ ากัดความคิดว่า เราต้องได้สกอร์สักเท่านี้คิดเกยี่วกบัท าอย่างไรให้คุณโยนได้ดีในคร้ังน้นัๆถ้าคุณ สามารถที่จะรักษาการโยนที่ดีๆได้ คะแนนดีๆก็จะตามมาการมีสมาธิมากจนเกินไปจะเพิ่มความกลัวในการโยน ของคุณเอง 7. Mental toughness can be described as having the ability to focus more on your performance rather than the results. การที่มีความมั่นคงของสมาธิจะส่งผลโดยตรงกบัความสามารถในการควบคุมการโยน มากกว่า ควบคุม คะแนน(นั่นคือ มีสมาธิจะ สามารถควบคุมการโยนให้สม ่าเสมอ ซึ่งการโยนที่สม ่าเสมอไม่จ าเป็ นต้องคะแนน สูงสม ่าเสมอเหมือนการที่เราจะได้คะแนนสูง มนัมีปัจจัยอื่นด้วย!! ผมว่า ดวง ^^) 8. Keep your mind in the present only. Thinking about the future or the past may increase pressure and decrease your focus. ควบคุมจิตใจให้อยู่กบัปัจจุบัน คดิถึง frame ถัดไป อย่ามัวคิดถงึลูกที่แล้วเราโยนไม่ได้อย่างน้ัน อย่างนี้(มัน จะลดความมนั่ใจของคณุ ) 9. Frustration is usually a sign that you are not letting go of previous bad results. After a bad result, learn what you can and let the rest go. ความท้อแท้มักจะเป็ นเครื่องหมายที่แสดงถึง ผลลัพธ์ที่"Censor"ร้ายของการโยน shot ต่อไป และหลังจาก มัน"Censor"ร้ายแล้วให้เรียนที่จะท าในสิ่งที่คณุท าและควบคุมได้และปล่อย frame ที่แย่ๆก่อนหน้านั้น ลบมัน


50 ออกจากสมอง 10. To be successful, your mind and body must work together. Your mind is the most important part of this because your mind controls your body. เพื่อความส าเร็จ ต้องให้ร่างกายกับจิตใจตอบสนองกัน และไปในทางเดียวกัน จ าไว้นะครับว่าจิตใจเป็ นส่วน ส าคัญที่ท าให้คุณประสบความส าเร็จเพราะว่าจิตใจควบคุมร่างกายคุณนะค๊าบบบ Reading Lane Conditions & Warm Up การอ่านเลนส์ และอุ่นเครื่อง(ก่อนเล่น) Ball #1 -Shoot for the 7 pin. See how the oil pattern compares with what you are used to. บอลแรก-เล็งไปที่พิน 7 แล้วดูลกัษณะของลูกที่บ่งถึงน ้ามันบนเลนส์โดยเปรียบเทียบกบัทคีุ่ณเคยโยน Ball #2 -Shoot for the 10 pin. Is it the same or different from what you are used to? As you shoot your corners, watch other bowlers to see the best line to the pocket. บอลสอง-เล็งไปที่ พิน 10 มันใช่หรือไม่กบัทคีุ่ณเคยโยน ? คุณได้โยนไปที่มุมหรือเปล่า ให้สังเกตุผู้เล่นคนอื่นเพื่อ หาไลน์ที่เหมาะสมที่สุด Ball #3 & #4 -Shoot for the pocket. Test stance position and target areas and make any adjustments as needed. บอลที่สามกับสี่ - เล็งไปที่pocket เพื่อทดสอบจังหวะและเป้า pocket และ target area เพื่อตัดสินใจให้เหมาะสม Ball #5 & #6 - Get more comfortable with one ball or try other equipment. บอล ที่ห้าและหก-เพิ่มความผ่อนคลายในการโยนมากขึ้น หรือทดลองบอลแบบอื่น(หากบอลที่ใช้โยนในตอนแรก รู้สึกว่าไม่เหมาะกบัสภาพน ้ามันที่พบอยู่) * Be sure to test both corner spare shots in practice. There is no reward for striking in practice. ต้องท าให้มั่นใจโดยต้องฝึ กเก็บพิน 7 และ 10 . คิดเสียว่าไม่มีค่าอะไรกับการเก็บสไตร์คในการฝึ ก(ก็คือ อย่าไป สน สไตร์คอ่ะ) * By reading the reaction of the ball and making necessary adjustments, you should be able to line up to the pocket within about 4 shots. การอ่านปฎิกริิยาของลูกและการตัดสินใจที่จะปรับใดใดกต็าม คุณควรจะสามารถปรับได้ภายในการโยน 4 ครั้ง


Click to View FlipBook Version