พนิ จิ วเิ คราะห์
ลลิ ติ ตะเลงพ่าย
นางสาวประภสั สร วงวิระขันธ์
รายวชิ า ภาษาไทยพื้นฐาน ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรียนศรบี ญุ เรืองวิทยาคาร
อรุ ารานร้าวแยก ยลสยบ
เอนพระองคล์ งทบ ท่าวด้ิน
เหนอื คอคชซอนซบ สงั เวช
วายชวิ าตมส์ ุดส้ิน สฟู่ า้ เสวยสวรรค์
หลังจากตอ้ งพระแสงของา้ วของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ท่ีพระอรุ ะ (อก) พระวรกายของพระมหาอปุ ราชากค็ อ่ ยๆ โน้มลง
ทีละนอ้ ย จนซบลงเหนือคอช้าง ชวนให้เกิดความสังเวชใจ
แล้วดวงพระวิญญาณกเ็ สดจ็ ลอยล่องข้นึ ไปสถิตยังสรวงสวรรค์
กระทำดว้ ย สองโจมสอง สูอ้ ยำ่ ง
กำลงั แรง สองขตั ตติยสองขอชู เต็มกำลงั
กระลึงกระลอกดู
ขยบั พระแสง ควาญขบั คชแขง่ คา้ จ่จู ้วง บารู
ของำ้ วไปมำ เชดิ ด้า
ฯลฯ ไวว่อง นักนา
สงคราม ขุนเสียมสามารถต้าน เข่นเขี้ยวในสนาม
ยุทธหัตถี ขุนต่อขุนไปเ่ ยง
ยอหตั ถเ์ ทดิ ลบองเลบง ขนุ ตะเลง
รบกัน งามเรง่ งามโททา้ ว หยอ่ นหา้ ว
ตวั ตอ่ ตวั อังกสู ไกวแฮ
ท่านส้ศู ึกสาร
มำรจู้ กั
สงครำมยทุ ธหตั ถี
กนั คะ่ นักเรยี น
ความเป็นมา
ลิลติ ตะเลงพา่ ย เป็นวรรณคดีเฉลิมพระเกยี รติสมเดจ็ พระนเรศวร
มหาราช โดยที่ดาเนินเรอ่ื งตามพระราชพงศาวดารกรุงศรอี ยุธยา เริ่มตั้งแต่
สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาเสด็จสวรรคต จนถึงตอนที่สมเด็จพระนเรศวรทรง
กระทายทุ ธหัตถีกบั พระมหาอุปราชาของพม่า และพระมหาอปุ ราชา
สิน้ พระชนมใ์ น พ.ศ. 2135
สมเดจ็ พระมหาสมณ กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรสทรงพระนิพนธเ์ ร่ือง
นเ้ี พื่อเฉลมิ พระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยแตง่ ทานองเดียวกับ
ยวนพ่ายโคลงดน้ั หรือ โคลงยวนพ่าย ซง่ึ มีมาก่อนตงั้ แตส่ มยั สมเดจ็ พระบรม
ไตรโลกนาถ
ประวัตผิ ู้แต่ง
สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานุชติ ชิโนรสเปน็ พระราชโอรส
องคท์ ี่ 28 ในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช (รชั กาลที่ 1)
พระมารดา คอื เจา้ จอมมารดาจ้ยุ ตอ่ มาไดเ้ ลื่อนเป็น “ทา้ วทรงกนั ดาล”
ทรงประสูตเิ มื่อวนั ท่ี 11 ธันวาคม พ.ศ. 2333 มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจา้
วาสกุ รที รงสิน้ พระชนม์วนั ท่ี 9 ธันวาคม พ.ศ. 2396 (รัชกาลท่ี 4) สิรริ วม
พระชนมายุ 64 พรรษา
ผลงานพระนิพนธ์
กฤษณาสอนนอ้ งคาฉนั ท์ พระปฐมสมโพธิกถา ร่ายยาวมหาเวสสันดร
ชาดก 11 กัณฑ์ สรรพสิทธค์ิ าฉันท์ สมุทรโฆษคาฉันท์
ลักษณะคาประพันธ์
ลิลิตตะเลงพา่ ย แตง่ ด้วยคาประพนั ธ์ รา่ ยสภุ าพ :
ประเภทลลิ ิตสภุ าพ เปน็ การแต่งร่าย บทหนง่ึ จะมีกี่วรรคก็ได้ วรรคหนึ่งมี 5 คา คาสดุ ทา้ ยของทกุ วรรค
สุภาพสลบั กบั โคลงสุภาพ ประกอบดว้ ย ต้องสมั ผัสกับคาที่ 1,2 หรือ 3 ของวรรคต่อ ๆ ไป และจบลงด้วย
รา่ ยสุภาพและโคลงสภุ าพ ได้แก่ โคลงสอง โคลงสองสภุ าพ
สุภาพ โคลงสามสภุ าพ โคลงสี่สุภาพ
มจี านวนทง้ั ส้นิ 439 บท โคลงสองสภุ าพ :
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถระบุระยะเวลาท่ี วรรคหนงึ่ ของวรรคสองมีวรรคละหา้ คา วรรคท่ีสามมีสคี่ า และคา
ทรงพระนพิ นธไ์ ดแ้ นช่ ดั หรือแมแ้ ตป่ ที ่ที รง สรอ้ ยสองคา บงั คับเอกโทในวรรค
หน้ำตอ่ ไป
ศรีสวัสดิเดชะ ชนะราชอรินทร์ ยนิ พระยศเกรกิ เกรยี ง
เพยี งพกแผ่นฟากฟ้า หล้าลม่ เล่อื งชยั เชวง เกรงพระเกยี รติระย่อ
ฝ่อใจหา้ วบมิหาญ .... เถกงิ พระเกียรตฟิ งุ้ ฟา้ ลอื ตรลบแหล่งหล้า
โลกลว้ นสดดุ ี
โคลงสองเป็นอย่างน้ี แสดงแก่กุลบตุ รชี้
เชน่ ใหเ้ หน็ เลบง แบบนา
โคลงสามสุภาพ :
มจี านวนวรรคเพ่มิ จากโคลงสองสุภาพอีกหนง่ึ วรรค โดยคาสดุ ท้ายของวรรคแรก
ส่งสมั ผัสไปยงั คาท่สี ามของวรรคท่ี 2 คาสุดท้ายของวรรคที่ 2 สมั ผัสกบั คาสดุ ท้าย
ของวรรคท่ี 3 บังคบั เอก โท
โคลงส่สี ุภาพ :
มีสบ่ี าท บาทละสองวรรค วรรคหน้าหา้ คา วรรคหลงั สองคา เฉพาะวรรคหลัง
บาทที่ 4 มี 4 คา คาสรอ้ ยมไี ด้ท้ายบาทที่ 1 และ 3 มบี ังคับเอก 7 แห่ง โท 4 แห่ง
คาเอก โท ในวรรคที่ 1 บาทที่ 1 น้นั สลบั ที่กนั ได้
ส่วนในตาแหน่งทตี่ อ้ งการคาเอก อาจใชค้ าตายหรือคาเสยี งสนั้ แทนได้ แตห่ า้ ม
ใชค้ าตายในคาที่ 4 วรรคหลงั ของบาทท่ี 4 บงั คบั เอก โท
โคลงสามแปลกโคลงสอง ตามทานองที่แท้
วรรคหน่ึงพึงเตมิ แล้ เลห่ น์ ีจ้ งยล เยีย่ งเทอญ
อ้าจอมจักรพรรดผิ ู้ เพ็ญยศ
แม้พระเสียเอารส แกเ่ สย้ี น
จักเจ็บอุระระทด ทกุ ขใ์ หญ่ หลวงนา
ถนดั ด่ังพาหาเห้ยี น หั่นกล้ิงไกลองค์
เรอ่ื งย่อ
ตะเลง หมายถึง มอญ พา่ ย แปลวา่ แพ้ คาว่า ตะเลงพา่ ย คือ มอญแท้
แต่พม่าเปน็ ผูป้ กครองมอญอยู่ คาวา่ ตะเลงในที่นจ้ี งึ หมายถงึ พม่าและมอญเปน็ ผู้
แพ้สงคราม เร่ืองนี้มี 12 ตอน เริ่มเร่อื งดว้ ยการกล่าวถึงการส้นิ พระชนม์ของ
สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงขึ้นครองราชย์
มสี มเดจ็ พระเอกาทศรถเป็นพระมหาอุปราช พระเจา้ หงสาวดที รงทราบข่าวไทย
ผลัดเปลีย่ นแผน่ ดนิ ใหมก่ ป็ รารภจะมาตีเพ่ือหยั่งเชงิ จงึ มพี ระราชบญั ชาใหพ้ ระมหา
อุปราชายกทพั มาตไี ทย พระมหาอุปราชาฝันร้ายและมีลางสงั หรณ์ แตถ่ ูกพระราช
บดิ าปรามาส จึงจาใจยกทัพมาตีไทย เมือ่ ลานางสนมแลว้ ก็ยกทพั เข้ามาทางเมือง
กาญจนบรุ ี
เร่อื งยอ่ (ตอ่ )
สมเด็จพระนเรศวรปรารภจะไปตเี ขมร คร้นั รูข้ า่ วกท็ รงเตรยี มการ
สศู้ ึกพมา่ ทรงตรวจและตระเตรยี มกองทพั พระมหาอุปราชายกทัพปะทะ
ทัพหนา้ ของไทย สมเด็จพระนเรศวรทรงปรึกษาเพ่อื หาทางเอาชนะขา้ ศึก
เม่อื ทพั หลวงเคลอ่ื นพล ชา้ งทรงของสมเด็จพระนเรศวรและช้างทรงของ
สมเดจ็ พระเอกาทศรถกาลังตกมนั กเ็ ตลดิ เขา้ ไปในวงลอ้ มของข้าศกึ ณ
ตาบลตระพงั ตรุ สมเดจ็ พระนเรศวรทรงกระทายทุ ธหตั ถีกับพระมหาอปุ -
ราชา ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถทรงกระทายุทธหตั ถกี บั มางจาชโรและ
ไดร้ ับชัยชนะท้ังสองพระองค์ เมือ่ พระมหาอุปราชาถูกฟันขาดคอชา้ ง
กองทัพหงสาวดกี ็แตกพา่ ยกลับไป
เร่ืองย่อ (ต่อ)
สมเด็จพระนเรศวรทรงปูนบาเหน็จทหารและปรกึ ษาโทษนายทัพ
นายกองท่ตี ามช้างทรงเข้าไปในกองทัพพม่าไม่ทัน สมเดจ็ พระวนั รัตทลู ขอ
พระราชทานอภัยโทษแทนแม่ทพั นายกองท้งั หมด สมเดจ็ พระนเรศวรกโ็ ปรด
พระราชทานอภยั โทษให้ โดยใหย้ กทัพไปตที วายและตะนาวศรี เป็นการแกต้ ัว
จากนัน้ ได้ทรงจัดการทานุบารุงหวั เมืองทางเหนอื เจา้ เมืองเชยี งใหมม่ า
สวามภิ ักดข์ิ อเป็นเมืองขึน้ สมเดจ็ พระนเรศวรจึงทรงรับทูตเชยี งใหมแ่ ละจบ
ลงดว้ ยการยอพระเกียรตสิ มเด็จพระนเรศวร
เน้อื เร่อื ง จานวน 12 ตอน
ตอนที่ 1 เรม่ิ บทกวี ตอนที่ 2
เหตุการณ์ทางเมืองมอญ
ตอนที่ 3 พระมหาอุปราชา
ยกทัพเขา้ เมอื งกาญจนบรุ ี ตอนที่ 4 สมเด็จพระนเรศวร
ทรงปรารถนาเรื่องตเี มอื งเขมร
ตอนท่ี 5 สมเด็จพระนเรศวร
ทรงเตรยี มการสศู้ กึ มอญ ตอนท่ี 6 สมเด็จพระนเรศวร
ทรงตรวจเตรียมทพั
ตอนท่ี 7 พระมหาอุปราชาทรงปรึกษา ตอนท่ี 8 ทพั หนา้ ของไทย
การศึกแล้วยกทพั เขา้ ปะทะกองทพั หน้า ถอยไม่เป็นขบวน
ของไทย
ตอนท่ี 10 ยทุ ธหตั ถแี ละชัยชนะ
ตอนที่ 9 ทัพหลวงเคล่อื นพลชา้ งทรง ของไทย
สมเดจ็ พระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศ
รถฝา่ เข้าไปในกองทัพขา้ ศึก ตอนที่ 12 สมเด็จพระวันรัต
ขอพระราชทานอภยั โทษ
ตอนที่ 11 สมเดจ็ พระนเรศวร
ทรงสรา้ งสถปู และปูนบาเหน็จทหาร
สงครามยทุ ธหัตถี (การต์ นู )