แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 25 รหัสวิชา ว32203 ชื่อวิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ชื่อหน่วยการเรียนรู้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี เรื่อง ความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี เวลา 2 ชั่วโมง .................................................................................................................................................................... 1. ผลการเรียนรู้ 14. ทดลอง และอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยา ที่มีต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 15. เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยา 2. สาระส าคัญ อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสารหนึ่งๆ ขึ้นอยู่กับความเข้มข้น พื้นที่ผิว อุณหภูมิ ตัวเร่งและตัวหน่วง ปฏิกิริยา นอกจากนี้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมียังขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ท าปฏิกิริยาด้วย 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) อธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิของสารตั้งต้นที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา เคมี 3.2 ด้านทักษะและกระบวนการ (P) 1. ทดลองเรื่อง ความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. วางแผนการทดลอง ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลอง ปฏิบัติการทดลอง สังเกตและบันทึก ผลการทดลอง 3. จัดกระท าข้อมูล วิเคราะห์ อภิปรายและสรุปผลการทดลอง 4. น าเสนอข้อสรุปและเขียนรายงานผลการทดลอง 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ : เพื่อให้นักเรียน (A) 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการท างาน 3. ซื่อสัตย์สุจริต 4. สาระการเรียนรู้ ปฏิกิริยาเคมีส่วนใหญ่อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารตั้งต้น ถ้าสารตั้งต้น เข้มข้นมากปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นเร็ว แต่ถ้าความเข้มข้นน้อยปฏิกิริยาจะเกิดช้า เป็นผลเนื่องมาจากโอกาสในการ ชนกันของอนุภาค ถ้าสารตั้งต้นมีความเข้มข้นมาก โอกาสที่สารตั้งต้นจะเกิดการชนกันของอนุภาคก็จะมีมาก ขึ้นด้วย ส่งผลให้อนุภาคที่มีพลังงานสูงมีจ านวนมากขึ้น ท าให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาก็จะมีค่าสูงตามไปด้วย ในทางกลับกันถ้าสารมีความเข้มข้นน้อย โอกาสที่อนุภาคของสารจะเกิดการชนกันก็จะมีค่าน้อยตามไปด้วย ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีก็จะมีค่าน้อยตามไปด้วย
5. หลักฐานร่องรอยการเรียนรู้และการวัดการประเมินผล 5.1 ด้านความรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ที่ใช้ประเมิน ผู้ประเมิน ท ากิจกรรมและตอบค าถามใน กิจกรรมการทดลองที่ 8.4 เรื่อง การทดลองศึกษาผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี - ตรวจใบ กิจกรรมการ ทดลองที่ 8.4 - ใบกิจกรรม การทดลอง ที่ 8.4 - ท าใบกิจกรรมการ ทดลองที่ 8.4 ถูกต้อง 70 % ขึ้นไป ครู 5.2 ด้านทักษะและกระบวนการ ภาระงาน/ชิ้นงาน วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ที่ใช้ประเมิน ผู้ประเมิน 1. ท าการทดลองที่ 8.4 เรื่อง การทดลอง ศึกษาผลของความ เข้มข้น พื้นที่ผิว และ อุณหภูมิต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี สังเกตพฤติกรรม - การวางแผนการทดลอง การออกแบบตารางบันทึก ผลการทดลอง - การปฏิบัติการทดลอง - การสังเกตและบันทึกผล การทดลอง - การจัดกระท ากับข้อมูล - การวิเคราะห์ อภิปราย และสรุปผลการทดลอง - การน าเสนอข้อมูล แบบประเมิน ทักษะในการ ปฏิบัติการทดลอง - ได้คะแนนใน ระดับดีขึ้นไป ครู 2. เขียนรายงานการ ทดลอง ตรวจสอบการเขียน - สมมติฐานการทดลอง - จุดประสงค์การทดลอง - การบันทึกผลการทดลอง - การวิเคราะห์และสรุปผล การทดลอง แบบประเมินผล การเขียนรายงาน การทดลอง - ได้คะแนนใน ระดับดีขึ้นไป ครู 5.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ พฤติกรรม วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ที่ใช้ ประเมิน ผู้ประเมิน มีวินัย - เข้าเรียน ปฏิบัติกิจกรรม ส่งงานตรง เวลา - สังเกต พฤติกรรม -แบบประเมิน คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ - ได้คะแนนใน ระดับดีขึ้นไป ครู มุ่งมั่นในการ ท างาน - ใส่ใจในภาระ งานที่ มอบหมาย มี - สังเกต พฤติกรรม - แบบประเมิน คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ - ได้คะแนนใน ระดับดีขึ้นไป ครู
คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ พฤติกรรม วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ที่ใช้ ประเมิน ผู้ประเมิน ความ รับผิดชอบและ ส่งตรงตาม เวลาที่ก าหนด ซื่อสัตย์สุจริต - บันทึกข้อมูล ตามความเป็น จริง - สังเกต พฤติกรรม - แบบประเมิน คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ - ได้คะแนนใน ระดับดีขึ้นไป ครู 6. ค าถามส าคัญ 1. ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. เมื่อเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิจะส่งผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างไร 7. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. นักเรียนทบทวนความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีการชน โดยนักเรียนแต่ละคนคิดในประเด็นที่ครูก าหนดให้ (คิดเดี่ยว) แล้วจับคู่กับเพื่อนช่วยกันคิด (คิดคู่) จากนั้นแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกันอภิปราย (Think-Pair-Share) ดังนี้ - ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นได้อย่างไร (ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลของสารตั้งต้นเกิดการชนกันในทิศทางที่เหมาะสมและมีพลังงาน ที่มากพอให้เกิดปฏิกิริยา) - ยกตัวอย่างปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในธรรมชาติหรือชีวิตประจ าวัน (เช่น การเน่าเสียของอาหาร ปฏิกิริยาการเกิดสนิม) - ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลให้ปฏิกิริยาเคมีดังกล่าวเกิดได้เร็วหรือช้า (ธรรมชาติของสารตั้งต้น ความเข้มข้นของสารตั้งต้น พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น อุณหภูมิ ตัวเร่ง ปฏิกิริยา ตัวหน่วงปฏิกิริยา) เพื่อน าเข้าสู่กิจกรรม 8.4
2. ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) 1. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาเคมีของแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) กับ สารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCl) โดยใช้ค าถามดังนี้ - แคลเซียมคาร์บอเนตท าปฏิกิริยากับสารละลายกรดไฮโดรคลอริกได้ผลิตภัณฑ์เป็นอะไร (ได้แคลเซียมคลอไรด์แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ า) - ในการเกิดปฏิกิริยาเราควรติดตามการเกิดปฏิกิริยาของสารชนิดใด (แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์)
2. ครูแจ้งนักเรียนว่าจะท าการทดลองเพื่อศึกษาผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิต่อ อัตราการเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 3. ครูใช้ค าถามกระตุ้นให้นักเรียนท านายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี(POE : Predict ท านาย) 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบกิจกรรม 8.4 การทดลองศึกษาผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และ อุณหภูมิต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อเข้าสู่การทดลอง โดยใช้ค าถาม ดังนี้ - นักเรียนคิดปัญหาในการทดลองนี้คืออะไร - วัตถุประสงค์การทดลองนี้คืออะไร - นักเรียนจะตั้งสมมติฐานนี้ว่าอย่างไร
- ตัวแปรที่ใช้ในการทดลอง - นักเรียนจะทดสอบสมมติฐานอย่างไร - นักเรียนออกแบบการทดลองอย่างไร 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบตารางการทดลอง กลุ่มใดที่ออกแบบเสร็จจึงจะรับอุปกรณ์เพื่อ ท าการทดลองได้ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มด าเนินกิจกรรมการทดลอง สังเกต บันทึกผล เพื่อศึกษาว่าผลที่เกิดขึ้นเป็น อย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจากที่ท านายไว้ หรือไม่อย่างไร (POE : Observe สังเกต) ครูเดินดูนักเรียนและ สังเกตพฤติกรรมการทดลอง
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. หลังเสร็จกิจกรรมครูสุ่มตัวแทนนักเรียนออกมาน าเสนอหน้าชั้นเรียน แล้วถามว่ามีกลุ่มใดที่แตกต่าง จากเพื่อนหรือไม่ให้น าเสนอเพิ่มเติม
2. นักเรียนร่วมกันตอบค าถามเพื่ออภิปรายผลการทดลอง ดังนี้ - จากการทดลองเขียนปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นได้อย่างไร CaCO3(s) + 2HCl(aq) CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g) - ในแต่ละบีกเกอร์ปฏิกิริยาสิ้นสุดโดยใช้เวลาเท่ากันหรือไม่ อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในบีกเกอร์ ใบที่ 2 3 และ 4 เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับบีกเกอร์ใบที่ 1 (เวลาที่ใช้ในการเกิดปฏิกิริยาเคมีจนกระทั่งไม่เห็นฟองแก๊สเกิดขึ้นในแต่ละบีกเกอร์ไม่เท่ากัน ดังนี้ เมื่อเปรียบเทียบบีกเกอร์ใบที่ 1 และใบที่ 2 พบว่า บีกเกอร์ใบที่ 2 ซึ่งใช้ HCl เข้มข้นมากกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า แสดงว่าการเพิ่มความเข้มข้นของ HCl มีผลท าให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีนี้เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบบีกเกอร์ ใบที่ 1 และใบที่ 3 พบว่า บีกเกอร์ใบที่ 1 ซึ่งใช้ผง CaCO3 ซึ่งมีพื้นที่ผิวมากกว่า ใช้เวลาน้อยกว่าบีกเกอร์ใบที่ 3 ซึ่งใช้เม็ด CaCO3 แสดงว่าการเพิ่มพื้นที่ผิวของ CaCO3 ให้สัมผัสกับ HCl มากขึ้นมีผลท าให้อัตราการเกิดปฏิกิริยา เคมีนี้เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบบีกเกอร์ใบที่ 1 และใบที่ 4 พบว่า บีกเกอร์ใบที่ 4 ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า ใช้เวลา น้อยกว่า แสดงว่าการเพิ่มอุณหภูมิในการเกิดปฏิกิริยามีผลท าให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีนี้เพิ่มขึ้น 3. นักเรียนอธิบายผลที่เกิดขึ้นจริง และบอกว่าตรงกับที่ท านายไว้หรือไม่ อย่างไร (POE : Explain อธิบาย) และสรุปผลการทดลอง เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า การเพิ่มความเข้มข้น การเพิ่มพื้นที่ผิวของสารตั้งต้น และ การเพิ่มอุณหภูมิ เป็นปัจจัยที่ท าให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดได้เร็วขึ้น 4. นักเรียนพิจารณารูป 8.8 ๘.9 และ 8.10 จากหนังสือเรียน แล้วร่วมกันอภิปรายโดยใช้ทฤษฎีการชน ในการอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิที่มีต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ดังนี้ - จากรูป 8.8 ความเข้มข้นมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างไร
(ความเข้มข้นของสารตั้งต้นมีความสัมพันธ์กับจ านวนอนุภาคของสารตั้งต้นในระบบ ดังนั้นเมื่อท าการ ทดลองโดยให้ปริมาตรของสารตั้งต้นคงที่ การเพิ่มความเข้มข้นของสารจะท าให้จ านวนอนุภาคในระบบเพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสชนกันมากขึ้น ดังรูป 8.8 ส่งผลให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีสูงขึ้น - จากรูป 8.9 พื้นที่ผิวมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างไร (ของแข็งแต่ละชนิดที่มีมวลเท่ากัน เมื่อเป็นผงละเอียดจะมีพื้นที่ผิวมากกว่าเมื่อเป็นก้อนหรือเม็ดซึ่ง พื้นผิวของสารตั้งต้นที่เป็นของแข็งมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี การเพิ่มพื้นที่ผิวของสารตั้งตันเป็นการเพิ่ม โอกาสในการชนกันดังรูป 8.9 ส่งผลให้อัตรากรเกิดปฏิกิริยาเคมีสูงขึ้น) - จากรูป 8.10 การกระจายของจ านวนอนุภาคที่มีพลังงานจลน์ต่างๆ ที่อุณหภูมิ T1 และ T2 ให้นักเรียน ใช้ทฤษฎีการชนอธิบายผลของอุณหภูมิต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี (เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นอนุภาคสารตั้งตันจะมีพลังงานจลน์เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ท าให้การกระจายของจ านวน อนุภาคที่มีพลังงานจลน์ต่างๆ เปลี่ยนไป โดยอนุภาคที่ชนกันแล้วเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ต้องมีพลังงานจลน์อย่าง น้อยเท่ากับ Ea จากรูป 8.10 ที่อุณหภูมิสูง (T2) มีพื้นที่ใต้กราฟทางด้านขวาที่มีพลังงานมากกว่าค่า Ea มากกว่า ที่อุณหภูมิต่ า (T1) แสดงว่าที่อุณหภูมิ T2 มีจ านวนอนุภาคที่มีพลังงานสูงกว่า Ea มากกว่าที่อุณหภูมิT1 ดังนั้นที่ อุณหภูมิสูงจึงมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีสูงกว่าที่อุณหภูมิต่ า) 4. ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 1. ยกตัวอย่างความรู้เกี่ยวกับผลของพื้นที่ผิวที่มีต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่น ามาใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวัน (ยาลดกรดบางชนิดที่ต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวของยาให้ท าปฏิกิริยากับกรดใน กระเพาะอาหารได้เร็วขึ้น) 2. ยกตัวอย่างความรู้เกี่ยวกับผลของอุณหภูมิที่มีต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่น ามาใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวันทั่วไป (การเก็บรักษาอาหารหรือผลไม้ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิต่ า เพื่อให้อยู่ได้นานและคงความสดใหม่ การอบ ขนมปังที่อุณหภูมิสูงจะท าให้ผงฟูเกิดการสลายตัวได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แทรกตัวในเนื้อขนมปังได้เร็วขึ้น) 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) มีแนวการวัดและประเมินผลโดย 1. ครูให้แจกตั๋วกระดาษให้นักเรียนคนละ 1 ใบ ให้นักเรียนเขียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ลงในตั๋วกระดาษ แล้วน าส่งครูก่อนออกจากห้องเรียน (Exit Ticket) 2. ตรวจสอบความรู้เกี่ยวกับความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิของสารตั้งต้นที่มีผลต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมีจากรายงานการทดลองการอภิปรายการตอบค าถามท้ายการทดลอง
3. ประเมินทักษะในการปฏิบัติการทดลองของนักเรียนจากรายงานการทดลองและการสังเกต พฤติกรรมในการท าการทดลอง โดยใช้ประเมินทักษะในการปฏิบัติการทดลอง 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8. สื่อ/วัสดุ/อุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเคมี เล่ม 3 ของ สสวท. 2. สื่อการเรียนรู้ที่น าเสนอด้วยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Microsoft office power point) โดยใช้ โปรเจคเตอร์เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 3. ใบกิจกรรม 8.4 การทดลองศึกษาผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี 4. ห้องสมุด 5. อินเทอร์เน็ต
5. ชื่อ ......................................................... ชั้น ม.5/..... เลขที่ .......... 6. ชื่อ ......................................................... ชั้น ม.5/..... เลขที่ .......... กิกิกิจกิกรรม 8.4 การทดลองศึศึ ศึ กศึ กษาผลของความเข้ข้ ข้ มข้ มข้ข้ ข้ นข้ น พื้พื้ พื้ นพื้ นที่ที่ ที่ ผิที่ ผิผิวผิ และอุอุอุ ณ อุ ณหภูภูภู มิ ภู มิมิต่มิต่ ต่ อต่ ออัอัอัตอั ราการเกิกิกิดกิปฏิฏิฏิกิฏิกิกิริกิริริยริาเคมีมี มีมี สมาชิชิชิกชิในกลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ 1. ชื่อ ......................................................... ชั้น ม.5/..... เลขที่ .......... 2. ชื่อ ......................................................... ชั้น ม.5/..... เลขที่ .......... 3. ชื่อ ......................................................... ชั้น ม.5/..... เลขที่ .......... 4. ชื่อ ......................................................... ชั้น ม.5/..... เลขที่ .......... เสนอ ครูเรณู หลักม่วง รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ว32203 เคมี 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว สมุทรปราการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
กิกิกิจกิกรรม 8.4 การทดลองศึศึ ศึ กศึ กษาผลของความเข้ข้ ข้ มข้ มข้ข้ ข้ นข้ น พื้พื้ พื้ นพื้ นที่ที่ ที่ ผิที่ ผิผิวผิ และอุอุอุ ณ อุ ณหภูภูภู มิ ภู มิมิต่มิต่ ต่ อต่ ออัอัอัตอั ราการเกิกิกิดกิปฏิฏิฏิกิฏิกิกิริกิริริยริาเคมีมี มีมี 1. ทดลองเพื่อศึกษาผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. อธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี จุดประสงค์การทดลอง 1.ศึกษาผลของความเข้มข้นต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวแปรต้น : .................................................................................................... ตัวแปรตาม : .................................................................................................. ตัวแปรควบคุม : ............................................................................................. สมมติฐาน : .......................................................................................................... ตัวแปรที่ใช้ในการทดลอง : 1. 2. 3. ออกแบบวิธีการทดลอง
2.ศึกษาผลของพื้นที่ผิวต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวแปรต้น : .................................................................................................... ตัวแปรตาม : .................................................................................................. ตัวแปรควบคุม : ............................................................................................. สมมติฐาน : .......................................................................................................... ตัวแปรที่ใช้ในการทดลอง : 1. 2. 3. ออกแบบวิธีการทดลอง 3.ศึกษาผลขออุณหภูมิต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวแปรต้น : .................................................................................................... ตัวแปรตาม : .................................................................................................. ตัวแปรควบคุม : ............................................................................................. สมมติฐาน : .......................................................................................................... ตัวแปรที่ใช้ในการทดลอง : 1. 2. 3. ออกแบบวิธีการทดลอง
บันทึกผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง
ให้นักเรียนแต่ล- ปฏิกิริยำเคมีเกิดขึ้นได้อย่ำงไร - ปัจจัยใดบ้ำงที่ส่งผลให้ปฏิกิริยำเ- ยกตัวอย่ำงปฏิกิริยำเคมีที่เกิดขึ้น
ละคนตอบค ำถำม เคมีเกิดได้เร็วหรือช้ำ นในธรรมชำติหรือชีวิตประจ ำวัน
ให้นักเรียนแต่ล- ปฏิกิริยำเคมีเกิดขึ้นได้อย่ำงไร (เมื่อโมเลกุลของสำรตั้งต้นเและมีพลังงำนที่มำก) - ยกตัวอย่ำงปฏิกิริยำเคมีที่เกิดขึ้น(เช่น กำรเน่ำเสียของอำหำร ปฏิกิริ- ปัจจัยใดบ้ำงที่ส่งผลให้ปฏิกิริยำเ(ธรรมชำติของสำรตั้งต้น ควำมเข้มพื้นที่ผิวของสำรตั้งต้น อุณหภูมิ ตัว
ละคนตอบค ำถำม เกิดกำรชนกันในทิศทำงที่เหมำะสม นในธรรมชำติหรือชีวิตประจ ำวัน ริยำกำรเกิดสนิม) เคมีเกิดได้เร็วหรือช้ำ มข้นของสำรตั้งต้น วเร่งปฏิกิริยำ ตัวหน่วงปฏิกิริยำ)
ปัจจัยทีอัตรำกำรเกิด
ที่มีผลต่อ ดปฏิกิริยำเคมี
- แคลเซียมคำร์บอเนต (CaCO3 )ไฮโดรคลอริก (HCl) ได้ผลิตภัณฑ์(ได้แคลเซียมคลอไรด์แก๊สคำร์บ- ในกำรหำอัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำของสำรชนิดใด (แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์)
) ท ำปฏิกิริยำกับสำรละลำยกรด ฑ์เป็นอะไร บอนไดออกไซด์ และน้ ำ) ำเรำควรติดตำมกำรเกิดปฏิกิริยำ
กิจกรรกำรทดลองศึกษำผลขอและอุณหภูมิต่ออัตรำจุดประสงค์กำรทดลอง 1. ทดลองเพื่อศึกษำผลของควำมเข้มข้น พื้นที่ผิ2. อธิบำยผลของควำมเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณ
รม 8.4 องควำมเข้มข้น พื้นที่ผิว ำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมี ผิว และอุณหภูมิต่ออัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมี ณหภูมิต่ออัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมี
กิจกรรกำรทดลองศึกษำผลของควำมเข้มข้น พื้นที่ผิววัสดุ อุปกรณ์ และสำรเคมี สำรเคมี 1. แคลเซียมคำร์บอเนต (CaCO3 ) แบบผง 2. แคลเซียมคำร์บอเนต (CaCO3 ) แบบเม็ด 3. สำรละลำยกรดไฮโดรคลอริก (HCl) 0.2 M4. สำรละลำยกรดไฮโดรคลอริก (HCl) 0.5 Mให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบวิธีกำ
ม 8.4 ว และอุณหภูมิต่ออัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมี M M วัสดุและอุปกรณ์ 1. กระบอกตวงขนำด 10 mL 2. บีกเกอร์ขนำด 100 mL 3. นำฬิกำจับเวลำ 4. ตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้นลม ำรทดลอง และท ำนำยผลกำรทดลอง
ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกและท ำนำยผนักเรียนด ำเนินกิจกรรมกำรทดลอง สังเป็นอย่ำงไร เหมือนหรือแตกต่ำ
กันออกแบบวิธีกำรทดลอง ผลกำรทดลอง เกต บันทึกผล เพื่อศึกษำว่ำผลที่เกิดขึ้น งจำกที่ท ำนำยไว้ หรือไม่อย่ำงไร
ชมคลิปวีดีโอ เรื่อง กำรศึกษำผลของควำมเข้มข้น พื้นที่มำ: https://www.youtube.com/watch?v=oCRwtjqY
นที่ผิว และอุณหภูมิต่ออัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมี lPs
- จำกกำรทดลองเขียนปฏิกิริยำเคมีที่เกิดขึ้นCaCO3(s) + 2HCl(aq) CaCl2(aq) + H- ในแต่ละบีกเกอร์ปฏิกิริยำสิ้นสุดโดยใช้เวลำเท่ำกันใบที่ 2 3 และ 4 เป็นอย่ำงไรเมื่อเทียบกับบีกเกอร์ใ(เวลำที่ใช้ในกำรเกิดปฏิกิริยำเคมีจนกระทั่งไม่เห็นฟอเมื่อเปรียบเทียบบีกเกอร์ใบที่ 1 และใบที่ 2ใช้เวลำน้อยกว่ำ แสดงว่ำกำรเพิ่มควำมเข้มข้นของ Hเมื่อเปรียบเทียบบีกเกอร์ใบที่ 1 และใบที่ 3 ผิวมำกกว่ำ ใช้เวลำน้อยกว่ำบีกเกอร์ใบที่ 3 ซึ่งใช้เม็ดสัมผัสกับ HCl มำกขึ้นมีผลท ำให้อัตรำกำรเกิดปฏิกิริเมื่อเปรียบเทียบบีกเกอร์ใบที่ 1 และใบที่ 4น้อยกว่ำ แสดงว่ำกำรเพิ่มอุณหภูมิในกำรเกิดปฏิกิริย
นได้อย่ำงไร 2 O(l) + CO2(g) นหรือไม่ อัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมีในบีกเกอร์ ใบที่ 1 องแก๊สเกิดขึ้นในแต่ละบีกเกอร์ไม่เท่ำกัน ดังนี้ พบว่ำ บีกเกอร์ใบที่ 2 ซึ่งใช้ HCl เข้มข้นมำกกว่ำ HCl มีผลท ำให้อัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมีนี้เพิ่มขึ้น พบว่ำ บีกเกอร์ใบที่ 1 ซึ่งใช้ผง CaCO3 ซึ่งมีพื้นที่ ด CaCO3 แสดงว่ำกำรเพิ่มพื้นที่ผิวของ CaCO3 ให้ ริยำเคมีนี้เพิ่มขึ้น 4 พบว่ำ บีกเกอร์ใบที่ 4 ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่ำ ใช้เวลำ ยำมีผลท ำให้อัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมีนี้เพิ่มขึ้น)
สรุปผลกำรทดลอง กำรเพิ่มควำมเข้มข้น กำรเพิกำรเพิ่มอุณหภูมิ เป็นปัจจัยที่ท ำในักเรียนอธิบำยผและบอกว่ำตรงกับที่ท ำ
พิ่มพื้นที่ผิวของสำรตั้งต้น และ ให้ปฏิกิริยำเคมีเกิดได้เร็วขึ้นแ ผลที่เกิดขึ้นจริง ำนำยไว้หรือไม่ อย่ำงไร
ผลของควำมเข้มข้นต่อโอกำ- จำกรูป 8.8 ควำมเข้มข้นมีผลต่อ
ำสของกำรชนกันของอนุภำค ออัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมี อย่ำงไร
ผลของพื้นที่ผิวต่อโอกำสข- จำกรูป 8.9 พื้นที่ผิวมีผลต่ออั
ของกำรชนกันของอนุภำค อัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมี อย่ำงไร
ผลของอุณหภูมิผิวต่อโอกำ- จำกรูป 8.10 กำรกระจำยของจ ำนวนอนุภำคให้นักเรียนใช้ทฤษฎีกำรชนอธิบำยผลขอ
ำสของกำรชนกันของอนุภำค คที่มีพลังงำนจลน์ต่ำงๆ ที่อุณหภูมิ T1 และ T2 องอุณหภูมิต่ออัตรำกำรเกิดปฏิกิริยำเคมี
ยกตัวอย่ำงควำมรู้เกี่ยวกับผลของคกำรเกิดปฏิกิริยำเคมีที่น ำมำใช้ประโยชน์ใน(ยำลดกรดบำงชนิดที่ต้องเคี้ยวให้ลปฏิกิริยำกับกรดในกระเพำะอำหำรได้เร็วขึ้กำรเก็บรักษำอำหำรหรือผลไม้ในตู้สดใหม่ กำรอบขนมปังที่อุณหภูมิสูงจะท ำให้แทรกตัวในเนื้อขนมปังได้เร็วขึ้น)
ควำมเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิที่มีต่ออัตรำ นชีวิตประจ ำวัน ละเอียดก่อนกลืน เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวของยำให้ท ำ ขึ้น ตู้เย็นที่มีอุณหภูมิต่ ำ เพื่อให้อยู่ได้นำนและคงควำม ห้ผงฟูเกิดกำรสลำยตัวได้แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์
ให้นักเรียนเขียนลงในตั๋วกระดำษออกจำกห้องเรี
นสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ ษแล้วน ำส่งครูก่อน รยน (Exit Ticket)