The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เรณู หลักม่วง, 2020-06-17 23:22:50

อัตราการเกิดปฏฺิริยาเคมี

เคมีม.5

Keywords: rate

อตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี

ตรวจสอบความรกู้ อ่ นเรยี น

1. ดุลสมการเคมตี ่อไปนใ้ี หถ้ กู ต้อง

1.1 CH4(g) + O2(g)  CO2(g) + H2O(l)
CH4(g) + 2O2(g)  CO2(g) + 2H2O(l)

1.2 NO2(g)  NO(g) + O2(g)
2NO2(g)  2NO(g) + O2(g)

1.3 NO(g) + NO3(g)  NO2(g)
NO(g) + NO3(g)  2NO2(g)

1.4 HCl(aq) + CaCO3(s)  CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g)
2HCl(aq) + CaCO3(s)  CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g)

2. จากสมการเคมี
Pb(NO3)2(aq) + 2KI(aq) PbI2(s) + 2KNO3(aq)

จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

2.1 เมื่อผสม Pb(NO3)2 กบั KI จะสังเกตไดอ้ ย่างไรว่ามี
ปฏิกริ ยิ าเคมเี กดิ ขึ้น

(สงั เกตไดจ้ ากมีตะกอน PbI2 เกดิ ขึน้ )

2. จากสมการเคมี
Pb(NO3)2(aq) + 2KI(aq) PbI2(s) + 2KNO3(aq)

จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้
2.2 ในขณะทมี่ ี PbI2 เกดิ ข้นึ 4.61 กรมั ปรมิ าณ KI จะลดลงกี่
โมล

ปริมาณ KI ท่ลี ดลง = 4.61 g PbI2 x 1 mol PbI2 x 2 mol KI
461.00 g PbI2 1 mol PbI2

= 2.00 x 10-2 mol KI

ดังนน้ั KI จะลดลง 2.00 x 10-2 โมล

2.3 จากขอ้ 2.2 ถา้ เรมิ่ ต้นปฏกิ ริ ิยา KI มคี วามเขม้ ข้น 1.00

โมลต่อลติ ร ในสารละลายผสม

ปริมาตร 100 มิลลิลิตร ความเขม้ ข้นของ KI ทเี่ หลอื เปน็ เทา่ ใด
ปรมิ าณ KI เริ่มตน้ = 1.00 mol KI x 100 mL soln

1000 mL soln
= 1.00 x 10-1 mol KI
ปรมิ าณ KI ทีเ่ หลือ = 1.00 x 10-1 – 2.00 x 10-2 mol
= 8.00 x 10-2 mol

ความเขม้ ขน้ ของ KI ท่ีเหลอื

= 8.00 x 10-2 mol KI x 1000 mL soln

100 mL soln 1 L soln

= 0.80 mol KI/L soln

ดังนั้น ความเขม้ ข้นของ KI ทเ่ี หลอื เปน็ 0.80 โมลาร์

3. ใส่เคร่อื งหมาย หน้าข้อความทถี่ กู ตอ้ งและใส่
เคร่อื งหมาย หนา้ ข้อความทไี่ มถ่ ูกต้อง
…... 3.1 แก๊สประกอบด้วยอนุภาคจานวนมาก ดงั น้นั
ผลรวมปรมิ าตรของอนภุ าคแก๊สเทา่ กบั ปรมิ าตรของ
ภาชนะที่บรรจุ
(แก๊สประกอบด้วยอนุภาคจานวนมาก แตผ่ ลรวม
ปริมาตรของอนุภาคแก๊สมคี า่ น้อยมากและไม่เท่ากับ
ปริมาตรของภาชนะที่บรรจ)ุ

…... 3.2 อนภุ าคแก๊สอยหู่ า่ งกันมาก จนถือว่าไมม่ แี รง
กระทาตอ่ กนั
…... 3.3 อนภุ าคแกส๊ ท่เี คลือ่ นทดี่ ้วยอตั ราเรว็ ไม่เท่ากัน
จงึ มีพลังงานจลน์ไมเ่ ทา่ กนั
…... 3.4 เมอ่ื อนุภาคแก๊สชนกนั จะไม่มกี ารถา่ ยเท
พลังงานให้แกก่ นั
(เมอื่ อนภุ าคแกส๊ ชนกนั จะถ่ายเทพลังงานให้แกก่ ัน โดย
พลงั งานจลนร์ วมของระบบคงที่)
…... 3.5 ท่อี ณุ หภมู เิ ดียวกนั แก๊สแตล่ ะชนิดมพี ลังงาน
จลน์เฉลี่ยเทา่ กัน

8.1 ความหมายและการคานวณ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

ปฏิกิรยิ าเคมีทท่ี ่ีพบในธรรมชาติหรอื ในชีวิตประจาวนั

การเน่าเสยี ของ การเกดิ สนมิ เหลก็
อาหาร

การเกดิ แก๊สในถงุ ลมนริ ภยั รถยนต์ การเผาไหม้เช้ือเพลงิ

ปฏกิ ริ ิยาเคมอี าจเกิดขนึ้ ได้เรว็ หรือช้า
แตกตา่ งกนั จะทราบได้อยา่ งไรว่า ปฏิกริ ิยาเคมี
เกิดข้นึ ได้เร็วหรอื ช้า

การเกิดปฏิกิริยาเคมี

หมายถงึ การทสี่ ารต้งั ตน้ (reactant) เปลยี่ นไปเปน็ สาร
ใหมห่ รอื สารผลติ ภณั ฑ์ (product) โดยปรมิ าณหรือความ
เข้มข้นของสารตง้ั ตน้ จะลดลง แตป่ ริมาณหรอื ความเขม้ ขน้ ของ
สารผลิตภัณฑ์จะเพ่ิมขน้ึ

ปรมิ าณสารอัตราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
หมายถึง การเปลย่ี นแปลงปริมาณ (ความเข้มขน้ )
ของสารต้งั ตน้ หรอื สารผลติ ภณั ฑต์ อ่ หน่วยเวลา

ผลิตภณั ฑ์
สารตง้ั ตน้

เวลา

การวดั อตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยา

Mg(s) + 2HCl(aq)  MgCl2(aq) + H2(g)

ปฏิกริ ยิ านส้ี ามารถวดั อตั ราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าได้ดงั นี้
วัดจากมวลโลหะ Mg ที่ลดลงในหนงึ่ หนว่ ยเวลา
วดั จากความเขม้ ขน้ ของ HCl ทล่ี ดลงในหนง่ึ หนว่ ยเวลา
วัดจากความเขม้ ขน้ ของ MgCl2 ที่เกดิ ขน้ึ ในหนง่ึ หนว่ ยเวลา
วัดจากปรมิ าตรของแก๊ส H2 ที่เกดิ ขนึ้ ในหนงึ่ หนว่ ยเวลา

หน่วยอัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ า

ลักษณะของสาร หน่วยปรมิ าณสาร หน่วยเวลา

ของแขง็ g วินาที (s)

ของเหลวและแกส๊ cm3 นาที (min)

สารละลาย mol/dm3 ชว่ั โมง (h)

ทกุ สถานะ mol

กจิ กรรม 8.1 เพื่อศึกษาการเกดิ แก๊สไฮโดรเจนจาก

ปฏิกิริยาระหว่างโลหะแมกนเี ซยี มกับกรดไฮโดรคลอรกิ

1. ปัญหา :

อตั ราการเกิดแก๊สไฮโดรเจนท่ีเกิดจากปฏิกิริยา
ระหวา่ งโลหะแมกนีเซียมกับกรดไฮโดรคลอรกิ เป็นอย่างไร

2. จุดประสงค์การทดลอง :

1. ทดลองเพ่อื ศกึ ษาการเกดิ แก๊สไฮโดรเจนจาก
ปฏกิ ิริยาระหวา่ งโลหะแมกนีเซียมกบั กรดไฮโดรคลอริกใน
ชว่ งเวลาต่าง ๆ

2. เขยี นกราฟแสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งปริมาตรของ
แกส๊ ไฮโดรเจนกบั เวลา

3. เปรยี บเทยี บอตั ราการเกดิ แกส๊ ไฮโดรเจนในช่วงเวลา
ตา่ ง ๆ ได้

3. สมมตุ ิฐาน :

อัตราการเกิดแก๊สไฮโดรเจนจากปฏกิ ิริยาระหวา่ ง
โลหะแมกนเี ซยี มกับกรดไฮโดรคลอรกิ ในชว่ งเวลาตา่ ง ๆ จะ
ไมเ่ ท่ากัน

4. ตวั แปรท่ีใช้ในการทดลอง :

- ตวั แปรตน้ คอื ปรมิ าตรแก๊สแกส๊ ไฮโดรเจน
- ตัวแปรตาม คือ เวลาทใี่ ช้ในการเกิดแก๊สไฮโดรเจน
- ตวั แปรควบคุม คอื อุณหภมู ิ กระบอกฉดี ยา ความ
เข้มข้นของกรดไฮโดรคลอริก ขนาดของโลหะแมกนีเซียม

5. วธิ ีการทดลอง: ปริมาตรแกส๊ ไฮโดรเจน (mL) เวลา (s)
6. ผลการทดลอง
1 10
2 28
3 48
4 71
5 95
6 125
7 155
8 200
9 252
10 305

สามารถสร้างกราฟความสัมพันธ์ระหวา่ งปรมิ าตร
แก๊สไฮโดรเจนกับเวลาไดด้ ังนี้

7. วิเคราะหผ์ ลการทดลอง

จากการทดลอง เมอ่ื เติม HCl ลงในหลอดทดลองท่มี ี

Mg จะสงั เกตเหน็ ฟองแก๊สเกิดขึน้

โดยปฏิกริ ิยาเคมที ่ีเกิดขนึ้ เขยี นสมการแสดงไดด้ ังนี้
Mg(s) + 2HCl(aq)  MgCl2(aq) + H2(g)

เม่ือตดิ ตามการดาเนินไปของปฏิกิรยิ านโี้ ดยวัดปรมิ าตร

H2 ท่เี กดิ ข้ึน พบวา่ H2 ท่ีเกิดขน้ึ ทกุ ๆ 1 mL ใช้เวลาในแตล่ ะ
ชว่ งปรมิ าตรไม่เทา่ กัน ในชว่ งแรกใชเ้ วลาน้อยและในชว่ งถดั ไป

ใช้เวลามากขน้ึ ตามลาดบั แสดงวา่ การเกดิ H2 ในชว่ งแรก
เกิดขึ้นได้เร็วกวา่ ในชว่ งทา้ ยของการทดลอง

7. วเิ คราะหผ์ ลการทดลอง (ต่อ)

เมือ่ นาขอ้ มูลมาเขยี นกราฟความสมั พันธ์ระหวา่ ง

ปรมิ าตร H2 กับเวลา พบว่า กราฟในชว่ งแรกมคี วามชนั มาก
เมือ่ เวลาผ่านไปความชนั ของกราฟค่อย ๆ ลดลง ซึง่ ความชนั

ของกราฟนสี้ ัมพนั ธก์ บั อัตราการเกิด H2 โดยถ้ากราฟมคี วาม
ชันมากแสดงว่ามี H2 เกดิ ขนึ้ ได้เรว็ ถา้ กราฟมคี วามชันนอ้ ย
แสดงวา่ มี H2 เกดิ ข้นึ ไดช้ า้

8. สรปุ ผลการทดลอง

การเกิด H2 จากปฏกิ ริ ยิ าระหว่าง Mg กับ HCl
ในช่วงแรกเกิดขนึ้ เร็วและค่อย ๆ ช้าลง เมื่อเวลาผ่านไป ซง่ึ
สัมพนั ธ์กบั ความชันของกราฟระหว่างปริมาตร H2 กบั เวลา

9. ตอบคาถามทา้ ยการทดลอง

1. การเกิดแก๊สไฮโดรเจนในแต่ละช่วงปรมิ าตรใช้เวลาเทา่ กนั
หรือไม่ อย่างไร

(ปรมิ าตรแก๊ส H2 ทเ่ี กิดขนึ้ ทกุ ๆ 1 mL ใชเ้ วลาในแต่
ละช่วงปริมาตรไม่เท่ากัน ในช่วงแรกใช้เวลาน้อยและในชว่ ง
ถดั ไปใช้เวลามากขึ้นตามลาดบั แสดงว่าการเกิด H2 ในช่วง
แรกเกิดขึน้ ไดเ้ รว็ กวา่ ในช่วงทา้ ยของการทดลอง)

9. ตอบคาถามทา้ ยการทดลอง

2. ความชนั ของกราฟคงท่ีตลอดทุกช่วงการทดลองหรอื ไม่
อย่างไร สมั พนั ธก์ บั อตั ราเรว็ ในการเกิดแก๊สไฮโดรเจน
อยา่ งไร

(กราฟในชว่ งแรกมคี วามชนั มาก เมือ่ เวลาผา่ นไปความชนั
ของกราฟค่อยๆ ลดลง ซ่ึงความชันของกราฟนส้ี มั พนั ธก์ ับอัตรา
การเกิด H2 โดยถา้ กราฟมคี วามชนั มากแสดงวา่ มี H2 เกดิ ขนึ้ ได้
เรว็ ถ้ากราฟมีความชนั นอ้ ยแสดงว่ามี H2 เกิดข้นึ ได้ช้า)

ตรวจสอบความเขา้ ใจ

ในการศกึ ษาการดาเนนิ ไปของปฏิกิริยาเคมตี อ่ ไปนี้ ควร

ติดตามการเปล่ียนแปลงปริมาณของสารใด พรอ้ มใหเ้ หตุผล

ประกอบ

1. CH3COCH3(aq) + I2(aq)  CH3COCH2I(aq) + HI(aq)

ไมม่ ีสี สนี า้ ตาลแดง ไม่มสี ี ไมม่ ีสี

(I2 เพราะสามารถสงั เกตจากสีของสารละลายที่

เปลยี่ นแปลงไปได้งา่ ย)
2. CaCO3(s) + 2HCl(aq)  CO2(g) + CaCl2(aq) + H2O(l)

(CO2 เพราะสามารถวัดปริมาตรแกส๊ ได้งา่ ย)

ตรวจสอบความเขา้ ใจ

3. S2O32-(aq) + 2H+(aq)  S(s) + H2SO3(aq)
(S เพราะสามารถวดั ปริมาณตะกอนได้ง่ายโดยการ

สังเกตเคร่ืองหมายที่ขดี ไว้ด้านหลงั หลอดทดลองทีใ่ ห้สารทา

ปฏิกิริยากนั )

การตดิ ตามการดาเนนิ ไปของปฏกิ ิรยิ าเคมโี ดยใชเ้ ครอื่ งมอื ตา่ งๆ
เชน่

• วัดความเป็นกรดเบสของสารละลายด้วย pH meter
• วัดปริมาณสารมสี ใี นสารละลายด้วย
spectrophotometer
• วัดการนาไฟฟ้าด้วย conductometer

อตั ราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี หมายถงึ

AB
การหาอัตราการเปลีย่ นแปลงปริมาณของสาร A ทีล่ ดลง

อตั ราการเปลยี่ นแปลง = ปริมาณของสาร A ทีเ่ ปลี่ยนแปลงไป

ปริมาณของสาร A ระยะเวลาท่เี กดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี

= -A
t

= - A2-A1
t2-t1

AB
การหาอัตราการเปลีย่ นแปลงปริมาณของสาร B ท่ีเพิม่ ข้นึ

อตั ราการเปลี่ยนแปลง = ปรมิ าณของสาร B ท่เี ปลย่ี นแปลงไป

ปริมาณของสาร B ระยะเวลาท่เี กดิ ปฏิกิริยาเคมี

= +B
t

= B2-B1
t2-t1

ปฏกิ ิริยาการสลายตัวของแกส๊ ไนโตรเจนไดออกไซด์ได้

ผลติ ภัณฑเ์ ป็นแกส๊ ไนโตรเจนออกไซดก์ ับแกส๊ ออกซเิ จน ดัง

สมการ

2NO2(g)  2NO(g) + O2(g)

ซง่ึ มคี วามเข้มข้นของสารชนิดต่าง ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ดงั
ตาราง 8.1

ตาราง 8.1 ความเข้มขน้ ของสารตัง้ ตน้ และผลิตภณั ฑ์ ณ เวลาต่างๆ ท่ี

อณุ หภูมิ 300 C™ ของปฏกิ ริ ิยา 2NO2(g)  2NO(g) + O2(g)

เวลา (S) [NO2] M [NO] M [O2] M
0 4.00x10-3 0 0
100 2.83x10-3
240 2.00x10-3 1.18x10-3 0.59x10-3
320 1.72x10-3 2.00x10-3 1.00x10-3
500 1.30x10-3 2.28x10-3 1.14x10-3
780 0.94x10-3 2.70x10-3 1.35x10-3
0.78x10-3 3.06x10-3 1.53x10-3
1000 0.55x10-3 3.22x10-3 1.61x10-3
1500 0.43x10-3 3.46x10-3 1.73x10-3
2000 3.56x10-3 1.78x10-3

อตั ราการเปลี่ยนแปลง = ปรมิ าณของสาร NO2 ทีเ่ ปลย่ี นแปลงไป
ปริมาณของสาร NO2 ระยะเวลาที่เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี

= -[NO2]
t

คานวณหาอัตราการเปลีย่ นแปลงปริมาณของแก๊ส NO2
ในชว่ งเวลา 0 – 100 วินาที

อตั ราการเปล่ียนแปลง - [NO2]100 - [NO2]0
=
ปริมาณของสาร NO2
t100 –t0

อตั ราการเปล่ียนแปลง = - 0.00283M – 0.00400M

ปรมิ าณของสาร NO2 100 s – 0 s

= - 0.00117 M
100 s

= 1.17 x 10-5 Ms-1

อัตราการเปล่ยี นแปลงปริมาณของสาร NO = [NO]
t

อตั ราการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสาร O2 = [O2]
t

คานวณหาอัตราการเปลย่ี นแปลงปรมิ าณของแกส๊ NO
และ O2 ในช่วงเวลา 0 – 100 วนิ าที
อัตราการเปล่ียนแปลงปริมาณของสาร NO = 1.18x10-5 Ms-1

อตั ราการเปลีย่ นแปลงปริมาณของสาร O2 = 0.59x10-5Ms-1

กิจกรรม 8.2 การคานวณอตั ราการเปล่ียนแปลง
ปรมิ าณของสารท่ีเวลาต่าง ๆ

1. ปญั หา :
1. อัตราการเปลีย่ นแปลงปริมาณของสารในแตล่ ะ

ชว่ งเวลามวี ิธีการคานวณอย่างไร
2. อตั ราการเปล่ยี นแปลงปริมาณของสารแตล่ ะชนดิ

ในชว่ งเวลาเดยี วกนั แตกต่างกันอย่างไร

2. จุดประสงคก์ ารทดลอง :
1. คานวณอตั ราการเปล่ยี นแปลงปริมาณของสารในแต่

ละชว่ งเวลา
2. เปรียบเทียบอตั ราการเปลีย่ นแปลงปริมาณของสาร

แตล่ ะชนิดในชว่ งเวลาเดียวกัน

ผลการทากจิ กรรม
อัตราการเปลี่ยนแปลงปรมิ าณของแกส๊ ไนโตรเจนได

ออกไซด์ แกส๊ ไนโตรเจนมอนอกไซดแ์ ละแกส๊ ออกซิเจนใน
ชว่ งเวลาต่าง ๆ แสดงดงั ตาราง

ชว่ งเวลา - ΔΔ[NtO2] - Δ[NO] - ΔΔ[tO2]
(s) (Ms-1) Δt (Ms-1)

0 – 100 1.17x10-5 (Ms-1) 0.59x10-5
100 – 240
240 – 320 1.18x10-5
320 – 500
500 – 780
780 – 1000
1000 – 1500
1500 – 2000

ช่วงเวลา - ΔΔ[NtO2] - Δ[NO] - ΔΔ[tO2]
(s) (Ms-1) Δt (Ms-1)

0 – 100 1.17x10-5 (Ms-1) 5.90x10-6
100 – 240 5.93x10-6 2.93x10-6
240 – 320 3.50x10-6 1.18x10-5 1.75x10-6
320 – 500 2.33x10-6 5.86 x10-6 1.17x10-6
500 – 780 1.29x10-6 3.50x10-6 6.43x10-7
780 – 1000 7.27x10-7 2.33x10-6 3.64x10-7
1000 – 1500 4.60x10-7 1.29x10-6 2.40x10-7
1500 – 2000 2.40x10-7 7.27x10-7 1.00x10-7
4.80x10-7
2.00x10-7

7. วิเคราะหผ์ ลการทดลอง
จากการคานวณพบว่า อตั ราการเปลยี่ นแปลงปริมาณ

ของสารแต่ละชนดิ ในชว่ งเวลาเดียวกนั มีทั้งเท่ากันและไมเ่ ท่ากนั
เนอื่ งจากในปฏิกิริยาเคมีปริมาณสารท่ีเปล่ยี นแปลงไปจะมี
ความสัมพนั ธก์ ับเลขสมั ประสิทธใ์ิ นสมการท่ดี ุลแลว้ โดยอตั รา
การเปล่ยี นแปลงปริมาณของแกส๊ ไนโตรเจนไดออกไซด์มีค่า
ใกล้เคยี งกับแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ และมีคา่ มากกว่าแก๊ส
ออกซเิ จนประมาณ 2 เท่า

8. สรุปผลการทดลอง
ในชว่ งเวลาเดียวกนั อัตราการเปลย่ี นแปลงปรมิ าณ

ของแก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์มีค่าใกล้เคียงกบั แก๊ส
ไนโตรเจนมอนอกไซด์ และมคี ่ามากกว่าแก๊สออกซเิ จน
ซ่ึงมคี วามสมั พนั ธก์ บั เลขสมั ประสิทธิใ์ นสมการที่ดุลแลว้

9. ตอบคาถามทา้ ยการทดลอง

อัตราการเปลย่ี นแปลงปริมาณของสารแต่ละชนดิ ท่ีเวลา
เดียวกนั เหมือนกนั หรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร

(มที ้ังเท่ากันและไม่เทา่ กัน ขึ้นกับเลขสัมประสทิ ธ์ิใน
สมการที่ดลุ แลว้ )

คาถามชวนคิด!!
1. จากการทากิจกรรม 8.2 อตั ราการเปลยี่ นแปลง

ความเข้มขน้ ของสารแต่ละชนิดในชว่ งเวลาเดยี วกันเท่ากัน
หรอื ไม่ อย่างไร

(มีท้งั เทา่ กนั และไม่เทา่ กัน)
2. เพราะเหตใุ ดอัตราการเกิดปฏกิ ริ ิยาจึงมีทัง้ เท่ากัน
และไม่เทา่ กัน
(เน่อื งจากในปฏิกิรยิ าเคมีปริมาณสารท่ีเปล่ียนแปลงไป
จะมีความสมั พนั ธ์กับเลขสมั ประสทิ ธิ์ในสมการท่ีดุลแลว้ )

ให้นักเรียนพจิ ารณาตาราง 8.2

เม่ือนาขอ้ มูลท่ีคานวณไดจ้ ากการทากิจกรรม 8.2
หารด้วยเลขสมั ประสิทธ์ิของสารน้ันตามสมการเคมี พบวา่
จะมีค่าเทา่ กันในช่วงเวลาเดียวกัน

ความสัมพนั ธ์ของอตั ราการเปลย่ี นแปลงปริมาณของ
NO2 NO และ O2 แสดงไดด้ ังน้ี

- 1 ΔΔ[NtO2] = 1 Δ[NO] = Δ[ΔOt2]
2 2 Δt

อตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
(Rate of Chemical Reaction ; R)

สามารถติดตามการดาเนินไปของปฏกิ ริ ิยาโดยใช้
สารใดกไ็ ด้ ดังแสดง

R = - 1 Δ[NO2] = 1 Δ[NO] = Δ[O2]
2 Δt 2 Δt Δt

ตรวจสอบความเข้าใจ

1. กาหนดให้ ปฏิกริ ิยาการเผาไหมร้ ะหวา่ งแก๊สมีเทน (CH4)
กับแก๊สออกซิเจน (O2) ไดผ้ ลิตภัณฑ์เป็นแกส๊
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และไอน้า (H2O) โดยมีอัตรา
การเผาไหม้เปน็ 0.936 Ms-1
1.1 เขยี นสมการเคมีแสดงปฏกิ ริ ยิ าที่เกดิ ข้นึ

(สมการเคมแี สดงปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้ของแกส๊ มเี ทน
CH4(g) + 2O2(g)  CO2(g) + 2H2O(g) )

1.2 คานวณอตั ราการเปลยี่ นแปลงปริมาณของแก๊สมีเทนแก๊ส

คารบ์ อนไดออกไซดแ์ ละน้า

(อัตราการเผาไหมห้ รืออตั ราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี (R) เท่ากบั

0.936 Ms-1
R = - ΔΔ[CtH4] = -1/2ΔΔt[O2] =Δ[CΔOt2] =1/2ΔΔ[Ht2O]

อตั ราการเปลย่ี นแปลงปริมาณของแกส๊ มีเทน

R = - Δ[CΔHt4] = 0.936 Ms-1

ดงั น้นั อตั ราการเปลย่ี นแปลงปริมาณของแกส๊ CH4
เท่ากบั 0.936 Ms-1

อัตราการเปล่ยี นแปลงปรมิ าณของแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์

Δ[ΔCOt 2] = R = 0.936 Ms-1

ดงั นน้ั อตั ราการเปล่ียนแปลงปริมาณของแก๊ส CO2
เท่ากับ 0.936 Ms-1

อตั ราการเปลีย่ นแปลงปรมิ าณของน้า

1/2ΔΔ[Ht2O] = R

Δ[HΔ2tO] = 2x0.936 Ms-1 = 1.87 Ms-1

ดังนั้น อัตราการเปลยี่ นแปลงปริมาณของนา้ เท่ากับ 1.87Ms-1


Click to View FlipBook Version