แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 14
รหสั วชิ า ว32204 ชอ่ื วชิ า เคมี 4 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๒ ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ กรด-เบส เรอื่ ง คู่กรด คู่เบส เวลา 2 ชว่ั โมง
............................................................................................................................. .......................................
1. ผลการเรยี นรู้
9. ระบคุ กู่ รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
2. สาระสาคัญ
ตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี เม่ือกรดหรือเบสละลายน้าหรือท้าปฏิกิริยากับสารอ่ืน
จะมีการถ่ายโอนโปรตอนระหว่างสารตังต้นที่เป็นกรดและเบส เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นโมเลกุลหรือไอออน
ที่เป็นคู่กรด-เบสของสารตังตน้ นนั โดยสารทเ่ี ป็นคู่กรด-เบสกันจะมโี ปรตอนต่างกัน 1 โปรตอน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธบิ ายความหมายของคกู่ รด-เบส
2. ระบคุ กู่ รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
3.2 ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
1. สบื คน้ ข้อมูลเกย่ี วกบั คกู่ รด-เบสของสารตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
2. ทกั ษะการคดิ และแก้ปญั หา
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ : เพอื่ ใหน้ ักเรียน (A)
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ซ่ือสัตย์สจุ รติ
4. สาระการเรียนรู้
จากทฤษฎีกรด-เบสของบรอนสเตด และเลาว์รี กรด คือ สารที่ให้โปรตอนแก่สารอืน่ ส่วนเบส คือ สารที่
รับโปรตอนจากสารอืน่ เราจะพิจารณาปฏิกิรยิ ารวมของภาวะสมดุลของกรดและเบส 2 คู่ ซง่ึ อยคู่ นละข้างของ
ลูกศร ดังสมการ
CH3COOH(aq) + H2O(aq) H3O+(aq) + CH3COO-(aq)
กรด 1 เบส 2 กรด 2 เบส 1
เรยี ก CH3COOH กับ CH3COO- ว่าเป็นคูก่ รด-เบสซ่งึ กันและกัน หรอื
เรยี ก CH3COOH วา่ เปน็ คู่กรดของเบส CH3COO- หรอื
เรยี ก CH3COO- วา่ เปน็ คเู่ บสของกรด CH3COOH
และไฮโดรเนียมไอออน ( H3O+ ) กบั H2O ว่าเป็นคู่กรด-เบสซึ่งกนั และกนั หรอื
เรียก H3O+ ว่าเป็นคกู่ รดของเบส H2O หรือ
เรยี ก H2O วา่ เป็นคูเ่ บสของกรด H3O+
เมอื่ เขียนแผนภาพแสดงค่กู รด-เบส จะได้ดังน้ี
CH3COOH(aq) + H2O(l) H3O+(aq) + CH3COO-(aq)
กรด 1 เบส 2 กรด 2 เบส 1
5. หลกั ฐานร่องรอยการเรยี นรูแ้ ละการวัดการประเมนิ ผล
5.1 ความรู้ (Knowledge)
ภาระงาน/ชน้ิ งาน วธิ ีวดั เครอ่ื งมอื เกณฑท์ ี่ใชใ้ นการ ผู้ประเมิน
ประเมนิ
1. ใบกิจกรรมท่ี 14 - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกจิ กรรมท่ี ครู
- ท้าใบกจิ กรรมท่ี 14 นักเรยี น
เรื่อง คู่กรด-เบส ที่ 14 เร่ือง 14 เรือ่ ง คกู่ รด- เร่อื ง คกู่ รด-เบส
ถูกต้อง 70 % ขึนไป
คู่กรด-เบส เบส
5.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
ภาระงาน/ช้นิ งาน วธิ ีวดั เครอื่ งมือ เกณฑ์ทใ่ี ช้ในการ ผ้ปู ระเมิน
ประเมนิ
- แบบประเมนิ การ
1. ใบกจิ กรรมที่ 14 - ตรวจสืบคน้ เก่ียวกบั สืบค้นขอ้ มูล - ไดค้ ะแนนใน ครู
เรือ่ ง คกู่ รด-เบส คู่กรด-เบสของสารตาม
ทฤษฎกี รด-เบสของ ระดบั ดขี ึนไป
เบรนิ สเตด-ลาวรี ในใบ
กจิ กรรมที่ 14 เร่ือง ค่กู รด-
เบส
5.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
คุณลักษณะ พฤตกิ รรม วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือ เกณฑท์ ี่ใช้ ผปู้ ระเมิน
อันพึงประสงค์ ประเมนิ ครู
มวี ินัย - เขา้ เรยี น - สังเกต - แบบประเมิน
ปฏิบตั ิกิจกรรม พฤตกิ รรม คุณลักษณะอนั - ไดค้ ะแนนใน ครู
ใฝเ่ รยี นรู้ สง่ งานตรง พงึ ประสงค์ ระดับดขี ึนไป
เวลา
ซือ่ สัตยส์ ุจริต - ตังใจและ - สังเกต - แบบประเมิน - ได้คะแนนใน
รับผิดชอบใน พฤติกรรม คณุ ลกั ษณะอัน ระดบั ดขี นึ ไป
การทา้ งาน
ส้าเรจ็ ตาม พึงประสงค์
เปา้ หมาย
- บนั ทกึ ขอ้ มลู - สงั เกต - แบบประเมิน - ไดค้ ะแนนใน ครู
ตามความเปน็ พฤติกรรม คุณลักษณะอัน ระดบั ดขี นึ ไป
จริง พึงประสงค์
6. คาถามสาคญั
คกู่ รด – คเู่ บสมลี กั ษณะเหมอื นหรอื ต่างกันอย่างไร
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. นักเรยี นทบทวนเรอ่ื งทฤษฎกี รด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี โดยการเลน่ เกมตอบคา้ ถามทลี ะข้อใน
รูปแบบออนไลน์ โดยใช้ Quizizz ดังนี
- สารที่เบสตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรีเปน็ อย่างไร ((เบส คือสารท่ีรับ โปรตอน (H+)))
- สารทก่ี รดตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี เปน็ อย่างไร (กรด คอื สารท่ีให้ โปรตอน (H+))
- จากสมการต่อไปน้ี
1. สารตั้งต้นใดเปน็ เบสตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
CN-(aq) + H2O(l) HCN(aq) + OH-(aq) (CN-)
2. สารต้ังต้นใดเปน็ กรดตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
H2S(aq) + H2O(l) HS-(aq) + H3O+(aq) (H2S)
3. สารตง้ั ต้นใดเป็นกรดตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
CH3NH2(aq) + H2O(l) CH3NH3+(aq)+ OH-(aq) (H2O)
4. สารตั้งตน้ ใดเป็นเบสตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี
CH3COO-(aq) + H2O(l) CH3COOH(aq) + OH-(aq) (CH3COO-)
2. น้าคะแนนของแตล่ ะคนไปสะสมเปน็ คะแนนของกลุม่ โดยใช้ Jamboard
3. จากนันครใู ช้ค้าถามว่าจากสมการในขอ้ 4
CH3COO-(aq) + H2O(l) CH3COOH(aq) + OH-(aq)
CH3COO- เป็นเบสเมื่อรับโปรตอนจาก H2O ผลิตภัณฑท์ ่ไี ดจ้ ะเปน็ สารใด และมคี วามเป็นกรดเบสอยา่ งไร
เพอ่ื น้าเขา้ สู่เรอ่ื งค่กู รด-คูเ่ บส (Conjugate acid-base pairs)
4. ครูชีแจงวา่ วนั นจี ะเรียนเรื่องคกู่ รด – คู่กรด โดยมจี ุดประสงคด์ ังนี
1. อธิบายความหมายของคู่กรด-คเู่ บส
2. ระบคุ ูก่ รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี
2. ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration)
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสืบค้นข้อมูลเก่ียวกบั คู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
เรื่อง ค่กู รด-เบส จากหนงั สอื เรยี นเคมี เล่ม 4 ของ สสวท. หน้า 9-10 หรอื จากอินเตอรเ์ นต็ แล้วระดมความคิด
ในการตอบค้าถามในใบกิจกรรม 14 เรอื่ ง ค่กู รด-เบส โดยใช้ Google doc
2. ครูเดินดูนักเรยี นและสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน
3. ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. หลังเสร็จท้ากิจกรรมนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ สลับกนั ตรวจคา้ ตอบ โดยครแู ละนักเรียนรว่ มกนั อภปิ ราย
เพ่ือสรุปค้าตอบดังนี F-(aq) + H3O+(aq)
1.1 จากปฏกิ ิรยิ า HF(aq) + H2O(l)
1. ในปฏิกิริยาไปข้างหน้า HF มีสมบัติเป็นกรดหรอื เบส เพราะเหตุใด (HF เป็นกรด เพราะให้
โปรตอนกับน้า) 2. เมือ่ HF ใหโ้ ปรตอนกบั นา้ ไปแลว้ จะเกิดเป็นสารใด (F-)
3. เรยี กสารท่ีเกิดขึนวา่ อยา่ งไร (คู่เบสของกรด HF หรือเรียกวา่ ค่เู บส)
4. ในปฏิกิริยาย้อนกลับ F- มีสมบัติเป็นกรดหรือเบส เพราะเหตุใด (F- เป็นเบส เพราะรับ
โปรตอนจาก H3O+)
5. เมื่อ F- รับโปรตอนจาก H3O+ ไปแลว้ จะเกิดเป็นสารใด (HF)
6. เรยี กสารที่เกิดขึนว่าอย่างไร (คู่กรดของเบส F- หรือเรียกวา่ คกู่ รด)
7. สารใดเปน็ คกู่ รดของ H2O (H3O+)
1.2 จงระบคุ ู่กรด-เบสในปฏิกริ ิยาต่อไปนี
1. CN-(aq) + H2O(l) HCN(aq) + OH-(aq)
เบส1 กรด2 กรด1 เบส2
2. H2S(aq) + H2O(l) HS-(aq) + H3O+(aq)
กรด1 เบส2 เบส1 กรด2
1.3 สารแอมฟโิ ปรตกิ (amphiprotic) หรือ แอมโฟเทอรกิ (Amphoteric) มีลกั ษณะอย่างไร (สาร
ท่มี ีสมบตั ิเป็นไดท้ งั กรดและเบส)
2. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะห์และอภิปรายเพ่ือสรปุ คู่กรด-เบส โดยใช้วงล้อสมุ่ นักเรียนตอบคา้ ถามดังนี
1. เขียนคูเ่ บสของ H3O+ (H2O)
2. คกู่ รด-เบส มีลกั ษณะเหมือนหรอื ตา่ งกนั อย่างไร (มธี าตอุ นื่ ๆ เหมือนกนั แตม่ โี ปรตอนต่างกัน)
3. สารทเ่ี ปน็ ค่กู รด-เบสกันมีโปรตอนต่างกันกโี่ ปรตอน (สารท่ีเปน็ คู่กรด-เบสกนั มีจ้านวนโปรตอน
ตา่ งกัน 1 โปรตอน โดยคู่กรดจะมโี ปรตอนมากกวา่ คู่เบส)
4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
นักเรยี นร่วมกันคดิ และแก้ปญั หาจากปฏิกิริยาการแตกตวั ของ H3PO4 ในนา้ ดงั นี
1. เขยี นสมการการแตกตัวของ H3PO4 ในนา้
2. จงระบคุ ู่กรดและคเู่ บสปฏิกริ ยิ าการแตกตวั ของ H3PO4 ในนา้
คูก่ รด สาร คเู่ บส
- H3PO4
H2PO4-
HPO42-
5. ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
มแี นวการวดั และประเมนิ ผลโดย
1. ความรเู้ ร่ืองค่กู รด-เบส จากการตรวจความถูกต้องในกจิ กรรม 14 เร่ือง คกู่ รด-เบส
2. ประเมนิ ทักษะการสบื ค้นเก่ยี วกับค่กู รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
จากแบบประเมนิ การสืบค้นข้อมลู
3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าเรียนการปฏิบัติกิจกรรม และการส่งงานของนักเรียน จากแบบประเมิน
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
8. สอ่ื /วัสด/ุ อุปกรณ/์ แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนสาระการเรียนรเู้ พมิ่ เติม เคมี 4 ของ สสวท.
2. ใชส้ ือ่ การเรยี นรู้ทีน่ า้ เสนอด้วยใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ (Microsoft office power point) โดยใช้
โปรเจคเตอร์ เร่อื ง คกู่ รด-เบส
3. ใบกิจกรรม 14 เร่อื ง คกู่ รด-เบส
4. ห้องสมดุ
5. อินเทอร์เน็ต
9. บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นรู้
- ด้านความรู้ นกั เรียน………………………………………………..……………………………………………………….......
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………...
- ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ นกั เรียน………………………………………….…………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………..……….
……………………………………………………………………………………………………………………………..…………….
- ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค…์ …………………………….........................................................................
.............................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………….……..
ปญั หา /อปุ สรรค
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.................................................ครผู ู้สอน
(นางเรณู หลกั ม่วง)
ความคิดเห็นของหวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ / กิจกรรมการเรยี นรู้
มคี วามสอดคล้อง ชดั เจน เหมาะสม นา้ ไปใช้จัดการเรยี นการสอนได้บรรลุตามจดุ ประสงค์
น้าไปใช้จดั การเรยี นการสอนได้ โดยเพ่ิมเตมิ ด้าน......................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ปรบั ปรุง แก้ไข...........................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
อ่นื ๆ .........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .................................................
(นางประภาพรรณ พละสวสั ด)์ิ
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แบบประเมินคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์
รหสั ว32204 เคมี 4 และชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
เรอ่ื ง …………………………………….…วันที่………เดือน………………พ.ศ……..
คาชี้แจง 1. ครูผสู้ อนเปน็ ผู้ประเมนิ นักเรยี นโดยใช้วิธีสังเกตในขณะดา้ เนินการสอนแลว้ ให้คะแนนตรงกบั พฤติกรรมทเ่ี ป็นจริง
ของนกั เรยี น
2. เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน 7-9 อยู่ใน ระดบั 4 หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดมี าก
คะแนน 5-6 อยใู่ น ระดับ 3 หมายถึง มีพฤตกิ รรมในระดับดี
คะแนน 2-4 อยู่ใน ระดบั 2 หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดบั พอใช้
คะแนนต้่ากว่า 2 อยใู่ น ระดับ 1 หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับต้องปรบั ปรุง
กลุ่ม พฤติกรรมการประเมิน มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ คะแนนรวม ระดับ
ท่ี ชอ่ื กลุม่ (3 ) (3) (3 ) (9)
1
2
3
4
5
6
7
8
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์
รายการการ ระดับคะแนน
ประเมิน
1. มีวนิ ยั (3) (2) (1)
2. ใฝเ่ รียนรู้ - เข้าเรียน ปฏบิ ัติกจิ กรรม - เข้าเรยี นสาย 15-60 นาที - เขา้ เรียนสายเกิน 1 ช่วั โมง
3. ซ่ือสตั ย์สุจริต ส่งงานตรงเวลา ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเป็นบางครัง ไมป่ ฏบิ ัติกจิ กรรมในหอ้ งเรียน
และสง่ งานชา้ แต่ไม่เกนิ 2 วนั และส่งงานช้าเกนิ 2 วนั
- ตงั ใจและรบั ผิดชอบใน - มีตงั ใจและกระตอื รือรน้ ใน - ไมต่ งั ใจและไม่กระตอื รือร้น
การทา้ งานสา้ เรจ็ ตาม การทา้ กิจกรรมกล่มุ เป็นบาง ในการทา้ กจิ กรรม
เปา้ หมาย กจิ กรรม และแต่ต้องถกู กระตนุ้
- บันทึกขอ้ มลู ตามความ บนั ทึกข้อมลู ตามความเป็นจริง บันทกึ ข้อมูลไมต่ รงตามความ
เปน็ จรงิ ท้าแบบฝึกหัด บางสว่ น และลอกแบบฝกึ หดั เป็นจริง และลอกแบบฝึกหดั
ด้วยตนเอง ของเพ่ือนบางข้อ ของเพอ่ื นทุกขอ้
เกณฑก์ ารประเมนิ การสบื ค้นข้อมลู ระดับคุณภาพ
ดีมาก
รายการประเมนิ หรอื 4
ตอบคาถามถกู ตอ้ ง ครบถ้วน ชดั เจน มีขอ้ มลู สนบั สนนุ มีเน้อื หาท่แี สดงความคิดเหน็
มเี หตุมผี ลและความเปน็ ไปได้ ใช้ถ้อยคาเหมาะสม ดี
หรือ 3
ตอบคาถามถูกต้อง ไม่ครบถว้ น ไม่ชัดเจน มขี อ้ มูลสนับสนนุ บางส่วน
มเี นอ้ื หาท่แี สดงความคิดเห็น มเี หตมุ ีผลและความเป็นไปได้บางส่วน ใชถ้ อ้ ยคาเหมาะสม
ตอบคาถามถกู ตอ้ งบางส่วน ไม่ชดั เจน ไม่มขี อ้ มูลสนับสนนุ มเี นื้อหาทีแ่ สดงความคิดเห็น พอใช้
มีเหตุมีผลและความเปน็ ไปได้บางส่วน ใชถ้ ้อยคาเหมาะสม หรอื 2
ตอบคาถามไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อมูลสนบั สนนุ มเี นอื้ หาท่แี สดงความคิดเห็น ตอ้ งปรับปรงุ
มีเหตมุ ผี ลและความเป็นไปได้บางสว่ น ใชถ้ ้อยคาไม่เหมาะสม หรือ 1
กลุ่มท่ี ระดบั คณุ ภาพ
1
2
3
4
5
6
7
8
ใบกจิ กรรม 14 เรอ่ื ง คกู่ รด-เบส กลมุ่ ท…่ี ……
1. …………… เลขที่ …
ให้นกั เรียนระดมความคดิ แล้วตอบคาถามต่อไปน้ี 2. …………… เลขที่ …
1. พิจารณาปฏกิ ริ ิยาตอ่ ไปนี้ แลว้ ตอบคาถาม 3. …………… เลขที่ …
4. …………… เลขที่ …
HF(aq) + H2O(l) F-(aq) + H3O+(aq) 5. …………… เลขที่ …
6. …………… เลขท่ี …
1. ในปฏิกริ ิยาไปขา้ งหน้า HF มีสมบตั เิ ปน็ กรดหรือเบส เพราะเหตุใด
………………………………………………………………………….
2. เมื่อ HF ใหโ้ ปรตอนกบั นา้ ไปแล้ว จะเกิดเป็นสารใด
………………………………………………………………………….
3. เรยี กสารทเ่ี กิดขึ้นว่าอย่างไร
………………………………………………………………………….
4. ในปฏิกิรยิ าย้อนกลบั F- มสี มบัติเป็นกรดหรือเบส เพราะเหตุใด
………………………………………………………………………….
5. เมื่อ F- รบั โปรตอนจาก H3O+ ไปแลว้ จะเกิดเป็นสารใด
………………………………………………………………………….
6. เรยี กสารทเ่ี กดิ ข้นึ ว่าอยา่ งไร
………………………………………………………………………….
7. สารใดเปน็ คู่กรดของ H2O
………………………………………………………………………….
2. จงระบุคูก่ รด-เบสในปฏิกริ ิยาตอ่ ไปนี้
1. CN-(aq) + H2O(l) HCN(aq) + OH-(aq)
2. H2S(aq) + H2O(l) HS-(aq) + H3O+(aq)
3. สารแอมฟโิ ปรตกิ (amphiprotic) หรือ แอมโฟเทอริก (Amphoteric) มีลกั ษณะ
อยา่ งไร …………………………………………………………………
CH3COOH (aq) + H2O(l)
CH3COO-(aq) + H3O+(aq)
1
CH3COOH (aq) + H2O(l)
กรด เบส
CH3COO- เปน็ เบสเม่ือรบั โปรตอนจาก
และมคี วามเป็นกรดเบสอย่างไร
CH3COO-(aq) + H3O+(aq)
ก H2O ผลิตภณั ฑ์ที่ได้จะเปน็ สารใด
2
คกู่ รด
ด-เบส
3
ทำกจิ กรรม 14
4 ค่กู รด-เบส
4
HF (aq) + H2O(l)
F-(aq) + H3O+(aq)
5
คู่กรด-
(Conjugate aci
ตำมทฤษฎกี รด-เบสเบรินสเต
• สำรที่ทำหน้ำทเ่ี ปน็ กรดเมอ่ื ใ
สำมำรถรับ H+ ได้ จงึ เรยี กเบส
หรือ เรยี กว่ำ คเู่ บส
-คู่เบส
id-base pairs)
ตด-ลำวรี
ให้ H+ ไปแล้ว อนุภำคที่เหลอื
สท่ีเกดิ ขึ้นว่ำ คู่เบสของกรด
6
• สำรทีท่ ำหนำ้ ทีเ่ ป็น เบส
จะไดอ้ นุภำคทมี่ ี H+ เพ่มิ ขึ้น
หนำ้ ทเี่ ปน็ กรด ให้ H+ แก่ส
เบสวำ่ คกู่ รดของเบส หรอื เ
เมื่อรบั H+ จำกสำรอน่ื ไปแลว้
น 1 H+ ดงั น้ัน จงึ สำมำรถทำ
สำรอื่นได้ เรียก กรดทีเ่ กิดจำก
เรียกว่ำ คกู่ รด
7
HF (aq) + H2O(l)
กรด เบส
F-(aq) + H3O+(aq)
เบส กรด
8
HCl(aq)+ H2O(l)
H3O+(aq) + Cl-(aq)
9
ขอ้ สงั เกต
ปฏิกริ ิยำระหวำ่ งกรดและ
โปรตอนจำกกรดไปยงั เบ
เบสอยู่ 1
ะเบส เปน็ กำรเคลอ่ื นย้ำย
บส คกู่ รดจะมี H+ มำกกวำ่ คู่
10
CN- (aq) + H2O(l)
HCN (aq) + OH-(aq)
11
H2S (aq) + H2O(l)
HS-(aq) + H3O+(aq)
12
ตรวจสอบควำ
ระบคุ ูก่ รด-เบสของสำรในปฏ
1. HNO3(aq) + H2O(l)
2. NH2-(aq) + H2O(l) N
ำมเขำ้ ใจ
ฏกิ ริ ิยำตอ่ ไปนี้
H3O+(aq) + NO3-(aq)
NH3(aq) + OH-(aq)
13
ตรวจสอบควำ
ระบุคกู่ รด-เบสของสำรในปฏ
3. HCOOH(aq) + H2O(l)
4. CH3NH2(g) + H2O(l)
ำมเข้ำใจ
ฏกิ ิริยำตอ่ ไปนี้
HCOO-(aq) + H3O+(aq)
CH3NH3+(aq) + OH-(aq)
14
CN- (aq) + H2O(l)
H2S (aq) + H2O(l)
HCN (aq) + OH-(aq)
HS-(aq) + H3O+(aq)
15
H2O เป็นได้ท
สำรที่มสี มบัติเป็นได
เรยี กว่ำแอมฟโิ ปรต
เชน่ HCO3- HS
ทง้ั กรดและเบส
ด้ทงั้ กรดและเบส
ตกิ (amphiprotic)
S- H2O
16
นกั เรยี นร่วมกนั วิเครำะหแ์ ล
1. คเู่ บสของ H3O+
2. คกู่ รด-เบส มลี ักษณะเห
3. สำรทีเ่ ป็นคู่กรด-เบสกัน
ละอภิปรำยเพอ่ื สรุปคู่กรด-เบส
หมือนหรอื ต่ำงกันอยำ่ งไร
นมโี ปรตอนตำ่ งกนั ก่ีโปรตอน
17
นกั เรยี นร่วมกนั วิเครำะหแ์ ล
1. คเู่ บสของ H3O+
2. คกู่ รด-เบส มลี ักษณะเห
3. สำรทีเ่ ป็นคู่กรด-เบสกัน
ละอภิปรำยเพอ่ื สรุปคู่กรด-เบส
หมือนหรอื ต่ำงกันอยำ่ งไร
นมโี ปรตอนตำ่ งกนั ก่ีโปรตอน
18
นักเรยี นร่วมกันคดิ และแกป้ ัญหำ
1. เขียนสมกำรกำรแตกตวั ของ H3P
2. ระบุค่กู รดและคู่เบสของสำร
ค่กู รด สำร
- H3PO
H2PO
HPO4
PO4 ในน้ำ
ร คูเ่ บส 19
O4
O4-
2-
4