The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่มนํ้ายากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kemchuda-aoi, 2024-02-13 04:18:04

รวมเล่มนํ้ายากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป

รวมเล่มนํ้ายากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป

หัวขอการทดลองอาหาร น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ผูดำเนินการทดลองอาหาร นางสาวศิริกานต นอยละมูล นางสาวสกุลกาญจน สระคำ ที่ปรึกษา นางสาวเขมชุดา วงศผาติกร หนวยงาน วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี สาขาวิชา อาหารและโภชนาการ ปการศึกษา 2566 บทคัดยอ การทดลองพัฒนาผลิตภัณฑอาหาร เรื่อง น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งผูทดลองคิดคนขึ้น มีวัตถุประสงค คือ 1) เพื่อศึกษาอัตราสวนที่เหมาะสมของเนื้อปลานิล และกรรมวิธีในการผลิตน้ำยากะทิปลานิล กึ่งสำเร็จ 2) เพื่อพัฒนาสูตรน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยา กะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป พบวา น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป F1 ไดรับความพึงพอใจสวนใหญอยูในระดับชอบ มาก ซึ่งสามารถแยกเปนแตละดานไดดังนี้ ดานสีมีคาเฉลี่ย 4.51 อยูในระดับมากที่สุด ดานกลิ่นมีคาเฉลี่ย 4.26 อยูในระดับมาก ดานรสชาติมีคาเฉลี่ย 4.37 อยูในระดับมาก ดานเนื้อสัมผัสมีคาเฉลี่ย 4.34 อยูในระดับมาก และ และความชอบโดยรวมมีคาเฉลี่ย 4.43 อยูในระดับมาก ดังนั้นจึงสรุปไดวา น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ไดรับความพึงพอใจทั้งดานลักษณะภายนอก ของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป กลิ่นของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สีของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป รสชาติของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป เนื้อสัมผัสของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป จากผูบริโภค อยูในระดับ ชอบมาก ก


Food testing topic Semi-finished tilapia coconut milk solution Food testing operator Miss. Sirikan Noilamoon Miss. Sakoonkan Srakam Research Consultants Miss.Kemchuda Wongpatikorn Organization Phetchaburi Vocational College Major program Food and Nutrition Year 2020 Abstract Food product development experiment: Instant tilapia coconut milk solution. which the experimenter invented The objectives are 1) to study the appropriate ratio of tilapia meat. and the process of producing semi-finished tilapia coconut milk solution. 2) To develop a formula for instant tilapia coconut milk solution. 3) To study consumer satisfaction with semi-finished tilapia coconut milk solution It was found that the F1 instant tilapia coconut milk solution received majority satisfaction at the level of "very like". which can be separated into each aspect as follows Color has an average of 4.51, at the highest level. The smell aspect had an average of 4.26, which was at a high level. In terms of taste, the average was 4.37, at a high level. In terms of texture, the average was 4.34, which is at a high level Therefore, it can be concluded that Instant Tilapia Coconut Milk Liquid Received satisfaction with both the appearance of the instant tilapia coconut milk solution Smell of coconut milk and instant tilapia liquid. Color of instant tilapia coconut milk solution The taste of instant tilapia coconut milk solution The texture of the instant tilapia coconut milk solution from consumers was at the level of liking. ข


กิตติกรรมประกาศ การพัฒนาอาหารนี้สำเร็จไปดวยดี เพราะผูทดลองไดรับความอนุเคราะหที่ปรึกษาการทดลองคือ นางสาวเขมชุดา วงศผาติกร ที่ใหคำแนะนำความชวยเหลือ และใหกำลังใจในวิชานี้มาโดยตลอด ขณะผูจัดทำ ขอขอบพระคุณเปนอยางสูงไว ณ โอกาสนี้ คณะผูจัดทำ เรื่อง น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ขอขอบคุณ คุณครูเขมชุดา วงศผาติกร ที่ใหความ ชวยเหลือดานการผลิต และขอขอบคุณ คุณครูที่ปรึกษาทุกทาน ตลอดจนผูที่ใหการสนับสนุน และใหการ ชวยเหลือทุกทาน จนงานนี้สำเร็จไดดวยดี คณะผูจัดทำ 2566 ค


สารบัญ หนา บทคัดยอภาษาไทย ก บทคัดยอภาษาอังกฤษ ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง สารบัญ (ตอ) จ สารบัญตาราง ช บทที่ 1 บทนำ 1 ความเปนมาและความสำคัญ 1 วัตถุประสงคของการวิจัย 1 ขอบเขตการวิจัย 2 สมมติฐานการวิจัย 2 นิยามศัพทเฉพาะ 2 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 2 ประชากรและกลุมตัวอยาง 3 ตัวแปรที่เกี่ยวของ 3 บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ 4 2.1 ปลานิล 5 2.2 กระชาย 5 2.3 น้ำพริกแกง 6 2.4 พริกชี้ฟาแหง 6 2.5 พริกจินดาแหง 6 2.6 หอมแดง 7 2.7 ตะไคร 7 2.8 ขา 8 2.9 ผิวมะกรูด 8 ง


สารบัญ (ตอ) หนา 2.10 กะเทียม 8 2.11 กะป 9 2.12 เกลือ 9 2.13 พริกขี้หนู 10 2.14 ลูกผักชี 10 2.15 กะทิ 10 2.16 การเคี่ยว 11 2.17 งานวิจัยที่เกี่ยวของ 11 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย 13 3.1 ประชากรและกลุมตัวอยาง 13 3.2 เครื่องมือที่ใชในการทำงานวิจัย 13 3.3 การเก็บรวบรวมขอมูล 14 3.4 วิธีการทดลอง 15 3.5 ขั้นตอนการทดลอง 15 3.6 สถิติที่ใชในการวิเคราะห 17 3.7 สถานที่ทดลอง 18 3.8 ระยะเวลา 18 บทที่ 4ผลการวิจัย 19 การศึกษาลักษณะทางประสาทสัมผัสของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 19 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยอภิปรายผลและขอเสนอแนะ 24 5.1 สรุปผลการวิจัย 24 5.2 ขอเสนอแนะ 25 บรรณานุกรม 26 ภาคผนวก ภาคผนวก ก แบบสอบถามความพึงพอใจของผูบริโภคน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ภาคผนวก ข อุปกรณ วัตถุดิบ และขั้นตอนในการทำ ภาคผนวก ค โลโก ประวัติผูวิจัย จ


สารบัญตาราง ตารางที่ หนา 4.1 แสดงลักษณะทางประสาทสัมผัสของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ทั้ง 3 สูตร 19 4.2 แสดงจำนวนและคารอยละของผูบริโภคจำแนกตามขอมูลพื้นฐาน 20 4.3 คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผูบริโภค จำแนกตามความพึงพอใจใน แตละดานของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร T1 21 4.4 คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผูบริโภค จำแนกตามความพึงพอใจใน แตละดานของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร T2 22 4.5 คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผูบริโภค จำแนกตามความพึงพอใจใน แตละดานของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร T3 22 4.6 คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผูบริโภค จำแนกตามความพึงพอใจ โดยรวมที่มีตอนำ ทั้ง 3 สูตร 23 ฉ


บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเปนมาและความสำคัญ น้ำยาขนมจีน มีอยูมากมายหลายอยาง เชน น้ำยากะทิ น้ำยาปา และน้ำยาแกงเผ็ด วัตถุดิบที่เปนสวนผสม ของน้ำยาขนมจีนแตละอยางมีความแตกตางกันตามแตละทองถิ่น น้ำยาขนมจีนของภาคกลางจะเนนการใชกะทิ เครื่องแกงที่ใชทำน้ำยาขนมจีนมีสีแดง รสชาติไมเผ็ดมาก น้ำยาขนมจีนของทางภาคเหนือจะใชเกสรดอกงิ้วปามาเปน สวนผสมในน้ำยา น้ำยาขนมจีนภาคใตจะโดดเดนในเรื่องเครื่องแกงและสีสันของน้ำยา รสชาติจัดจาน สวนน้ำยา ขนมจีนของภาคอีสานจะเปนน้ำยาขนมจีนรสจัดแตไมจัดมากเหมือนของภาคใต น้ำยาปา เปนน้ำยาขนมจีนที่คนทางภาคอีสานนิยมรับประทานกัน น้ำยากะทิสามารถใชเนื้อปลาไดหลากหลาย เชน ปลาทู ปลานิล ปลาทับทิม ปลาชอน และปลาดุก จุดเดนของน้ำยากะทิคือ เปนน้ำยาขนมจีนที่มีสวนผสมของกะทิ มี สวนผสมของสมุนไพรพื้นบาน เชน กระชาย ขา ตะไคร ใบมะกรูด เปนตน ( กรรณิกา, 2550 ) น้ำยากะทิ คือ น้ำซุปที่มีกะทิเปนสวนผสมหลักและมีสมุนไพรหลายชนิด เชน กระเทียม กระชาย ขา ตะไคร พริก หอมหัวแดง น้ำยากะทิขนมจีน เปนน้ำแกงที่ขนดวยเนื้อปลาโขลก อุดมไปดวยโปรตีนจากปลา (อดิเรก, 2566) โดยการใชปลานิลซึ่งเปนปลาน้ำจืดตระกูลปลาหมอสี เปนปลาเศรษฐกิจ แพรขยายพันธไดงาย และมีรสชาติ ดี มี โอเมกา 3 โซเดียมต่ำ ไมมีไขมัน มาทำเปนสวนผสมน้ำยากะทิ และใชวิธีการแปรรูปอาหารเพื่อชวยยืดอายุการ เก็บรักษาไดนานยิ่งขึ้น โดยวิธีทำใหแหงเปนผงและใชกะทิผงใสลงไปในสวนผสมดวย จากการทำน้ำยากะทิ มีวิธีการเตรียมที่ยุงยาก มีอายุการเก็บรักษาสั้น ผูทดลองจึงมีแนวคิดที่จะนำ ผลิตภัณฑน้ำยากะทิมาพัฒนาขึ้นใหม คือ ทำน้ำยากะทิปลานิลผง โดยมีเนื้อปลานิลสวนประกอบในการทำน้ำยากะทิ เพื่อใหเกิดประโยชนในเชิงอุตสาหกรรมอาหาร จึงนำมาแปรรูปเปนน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ที่สะดวก สามารถเก็บรักษาไดนาน ไมยุงยาก และเปนทางเลือกใหมสำหรับผูบริโภค 1.2 วัตถุประสงคของการวิจัย 1.2.1 เพื่อศึกษาอัตราสวนที่เหมาะสมของเนื้อปลานิล และกรรมวิธีในการผลิตน้ำยากะทิปลานิลกึ่ง สำเร็จรูป 1.2.2 เพื่อพัฒนาสูตรน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 1.2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป


1.3 ขอบเขตของการวิจัย 1.3.1 ศึกษาการแปรรูปน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป โดยที่ใชหลักการทำใหแหง 1.3.2 ศึกษาวิธีการเก็บรักษาน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป และเสนขนมจีนแบบแหง 1.3.3 กลุมตัวอยางที่ไดศึกษาความพึงพอใจในการบริโภค ขนมจีนน้ำยากะทิกึ่งสำเร็จรูป คือ ผูเชี่ยวชาญ เปนครูแผนกวิชาอาหารและโภชนาการ จำนวน 5 ทาน และนักเรียนและนักศึกษา แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ จำนวน 30 คน เปนเพศหญิง จำนวน 25 คน และเพศชาย จำนวน 5 คน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี รวม 35 คน โดยใชวิธีการสุมแบบเจาะจง 1.4 สมมุติฐานของการวิจัย 1.4.1 สามารถผลิต น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเปนผลิตภัณฑใหม 1.4.2 ผูที่ไดรับประทานมีความพอใจในรสชาติอยูในระดับมาก 1.5 นิยามศัพทเฉพาะ 1.5.1 น้ำยา หมายถึง อาหารคาวอยางหนึ่ง ลักษณะอยางแกง ทำดวยปลาโขลกกับเครื่องปรุง กินกับผัก 1.5.2 ปลานิล หมายถึง เปนปลาน้ำจืดสามารถพบไดทั่วไปตามหนอง คลองบึง ตระกูลปลาหมอสีเปนปลา เศรษฐกิจ แพรขยายพันธไดงาย 1.5.3 กะทิ หมายถึง เปนสวนประกอบในการทำอาหาร มีลักษณะเปนน้ำสีขาวขนคลายนม ไดมาจากกา คั้นน้ำจากเนื้อมะพราวแก สีและรสชาติที่เขมขนของกะทิมาจากน้ำมันมะพราวและน้ำตาลมะพราวที่อยูเนื้อมะพราว โดยมีรสชาติมันและหวาน 1.5.4 จากการทำน้ำยากะทิ มีวิธีการเตรียมที่ยุงยาก มีอายุการเก็บรักษาสั้น ผูทดลองจึงมีแนวคิดที่จะนำ ผลิตภัณฑน้ำยากะทิมาพัฒนาขึ้นใหม คือ ทำน้ำยากะทิปลานิลผง โดยมีเนื้อปลานิลสวนประกอบในการทำน้ำยากะทิ เพื่อใหเกิดประโยชนในเชิงอุตสาหกรรมอาหาร จึงนำมาแปรรูปเปนน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูปที่สะดวก สามารถ เก็บรักษาไดนาน ไมยุงยาก และเปนทางเลือกใหมสำหรับผูบริโภค 1.6 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1.6.1 ทำใหทราบถึงกรรมวิธีในการผลิตและอัตราสวนที่เหมาะสมในกาพัฒนาผลิตภัณฑน้ำยากะทิปลานิลกึ่ง สำเร็จรูป ไดผลิตภัณฑที่ไดรับการยอมรับ มีคุณคาทางโภชนาการ ใหประโยชนตอรางกาย และปลอดภัยสำหรับ ผูบริโภค 1.6.2 ไดผลิตภัณฑน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเปนอาหารกึ่งสำเร็จรูป และเปนทางเลือกใหกับผูบริโภค และสามารถนำไปผลิตเพื่อจำหนายไดในอนาคต 1.6.3 ทำใหทราบถึงความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอผลิตภัณฑน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 2


1.7 ประชากรและกลุมตัวอยาง กลุมตัวอยางที่ไดศึกษาความพึงพอใจในการบริโภค น้ำยากะทิคือ ผูเชี่ยวชาญ เปนครูแผนกวิชาอาหารและ โภชนาการ จำนวน 5 ทาน และนักเรียนและนักศึกษา แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ จำนวน 30 คน เปนเพศ หญิง จำนวน 25 คน และเพศชาย จำนวน 5 คน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี รวม 35 คน โดยใชวิธีการสุมแบบ เจาะจง 1.8 ตัวแปรที่เกี่ยวของ ตัวแปรหลัก = น้ำพริกแกง, ปลานิล ตัวแปรตาม = ลักษณะที่ไดจากการทำใหแหง, รสชาติอรอย, สีสันนารับประทาน มีเนื้อสัมผัสขน และเปนผง ตัวแปรควบคุม = สวนผสมตางๆ, วิธีการทำ 3


บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ การพัฒนาสูตรขนมจีนน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูปไดผานการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณประโยชน และ คุณคาทางโภชนาการ มีความอรอย เปนวิชาพัฒนาผลิตภัณฑอาหารที่คณะผูจัดทำและพัฒนาผลิตภัณฑขึ้นใหม โดย การนำเนื้อปลา มาเปนสวนประกอบในการทำน้ำยากะทิปลานิล ทำใหลักษณะที่ไดเหมือนน้ำยากะทิโดยทั่วไป การ ดำเนินการพัฒนาสูตรน้ำยาขนมจีนนี้ คณะผูจัดทำโครงการไดศึกษาคนควาเอกสารที่เกี่ยวของในหัวขอดังตอไปนี้ 2.1 ปลานิล 2.2 กระชาย 2.3 น้ำพริกแกง 2.4 พริกชี้ฟาแหง 2.5 พริกจินดาแหง 2.6 หอมแดง 2.7 ตะไคร 2.8 ขา 2.9 ผิวมะกรูด 2.10 กระเทียม 2.11 กะป 2.12 เกลือ 2.13 พริกขี้หนู 2.14 ลูกผักชี 2.15 กะทิ 2.16 การเคี่ยว 2.17 การอบแหง 2.18 งานวิจัยที่เกี่ยวของ


2.1 ปลานิล 2.1.1 ปลานิล ปลานิลเปนปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในวงศปลาหมอสี เปนปลาเศรษฐกิจ แพรขยายพันธุงาย สามารถอาศัยอยูไดทั้งน้ำจืด และน้ำกรอย มีถิ่นกำเนิดเดิมอยูที่ทวีปแอฟริกา พบทั่วไปตาม หนอง บึง ปลานิลมีเปน รูปรางคลายปลาหมอเทศ แตกตางกันที่ปลานิลมีลายสีดำและจุดสีขาวสลับกันไป บริเวณครีบหลัง ครีบกนและลำตัว มีสีเขียวปนน้ำตาล มีลายดำพาดขวางตามลำตัว ปลานิลสามารถมีความยาวถึง 60 เซ็นติเมตร ปลาเพศผูมีขนาดใหญ กวาและโตเร็วกวาเพศเมีย และปลานิลยังมีประโยชน คือปลานิลมีโอเมกา 3 ในปริมาณที่ไมนอยไปกวาปลาทะเลน้ำ ลึก ชวยเพิ่มการทำงานของระบบประสาทและสมอง สามารถปองกันอาการอัมไซเมอรได มีโซเดียมต่ำ สามารถ รับประทานไดโดยไมตองกลัวอาการบวมเค็ม ไมมีไขมัน และเปนแหลงโปรตีนเสริมสรางกลามเนื้อชวยซอมแซมสวน ที่สึกหลอในรางกาย ปลานิลมีแรธาตุและสารอาหารหลายชนิดที่มีสวนชวยในการเสริมสรางความแข็งแรงของกระดูก ไมวาจะเปนแคลเซียม วิตามินดี แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส การรับประทานปลานิลจึงเปนอีกทางเลือกหนึ่งที่จะ ชวยใหกระดูกของคุณแข็งแรง ซึ่งเมื่อกระดูกมีความแข็งแรงก็จะชวยลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกแตกหัก หรือ ปญหาสุขภาพอื่น ๆ (https://th.wikipedia.org) 2.2 กระชาย แบงออกได 3 ชนิด 2.2.1 กระชายดำ เปนสมุนไพรที่มีประโยชนตอรางกายของเราเปนอยางมาก โดยกระชายดำเปนพืชที่อยู ในตระกูลเดียวกับขิง มีลักษณะที่เปนเหงาคลายกัน ถูกเรียกกันจนคุนเคยวาเปน "โสมไทย" หรือ "โสมกระชายดำ" 2.2.2 กระชายแดง จัดเปนไมลมลุกมีอายุหลายป มีเหงาอยูใตดิน หรืออาจเรียกวา “หัวกระชาย”ลักษณะ ทั่วไปเหมือนกันกับกระชายเหลือง แตจะแตกตางกันตรงเหงาและเนื้อดานในของเหงา โดยเนื้อจะมีสีเหลืองแกมสม สวนขนาดของลำตน ขนาดใบ เหงาหรือรากจะเล็กกวากระชายเหลือง มีความสูงของทรงพุมประมาณ 30-80 เซนติเมตร เหงาเรียวยาว ออกเปนกระจุก ลักษณะของรากหรือเหงาสะสมอาหารจะมีลักษณะเปนแทงกลม เรียว ยาว พองตรงกลางและฉ่ำน้ำ เหงามีสีน้ำตาลออนและมีกลิ่นหอมออนไมแรงเหมือนกระชายเหลือง ชอบดินรวนที่ ระบายน้ำดี เปนที่รม และในชวงฤดูฝนจะแตกยอดขึ้นเหนือพื้นดิน 2.2.3 กระชายเหลือง มีถิ่นกำเนิดในเขตรอนบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต โดยจัดเปนไมลมลุกมีเหงาสั้น แตกหนอได มีรากอวบ เปนรูปทรงกระบอกหรือรูปทรงไขคอนขางยาว ปลายเรียว มีความยาวประมาณ 4-10 เซนติเมตร และกวางประมาณ 1-2 เซนติเมตร ออกเปนกระจุก ผิวมีสีน้ำตาลออน สวนเนื้อในมีสีเหลืองและมีกลิ่น หอมเฉพาะตัว มักพบขึ้นในปาดิบรอนขึ้น 2.2.4 ลักษณะทางพฤกษศาสตรตนกระชายนับวาเปนพืชลมลุกชนิดหนึ่งมีความสูงประมาณ 2-3ฟุต มีลำ ตนใตดินเรียกวา "เหงา" เปนเหงาสั้นแตกหนอได เชนเดียวกับขิง ขา และขมิ้น รากอวบรูปทรงกระบอกหรือรูปไข คอนขางยาวปลายเรียวแหลมออกเปนกระจุก มีผิวสีน้ำตาลออนเนื้อใบสีเหลืองมีกลิ่นหอมเฉาะตัว สวนที่อยูเหนือดิน 5


เปนกาบใบที่หุมซอนกันเปนชั้น ๆ สีแดงเรื่อ ๆ ใบเปนใบเดี่ยว เรียงสลับตัวใบรูปรีปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ มีเสนกลางใบ กานใบและกาบใบดานบนเปนรอง ดานลางนูนเปนสัน ออกดอกเปนชอสีขาวหรือขาวอมชมพูที่ยอด (แทรกอยูระหวางกาบใบ) ดอกบานทีละดอก มีลักษณะเปนถุง ผลเปนผลแหงเมื่อแกแลว 2.2.5 ประโยชนจากกระชาย เสริมภูมิคุมกันตานทานโรคหวัดจากไวรัส ชวยยับยั้งเซลลมะเร็งเตานม ลำไส ใหญบำรุงสมรรถภาพทองอืดทองเฟอ ชวยขับลม ตานการเกิดแผลในกระเพาะอาหารน้ำกระชายชวยทำใหรางกาย กระปรี้กระเปรายิ่งขึ้น ชวยทำใหเหนื่อยลง ชวยทำใหเสนผมแข็งแรง เปลี่ยนผมขาวใหกลับเปนดำ ชวยทำใหผมบาง กลับมาหนาขึ้น และชวยแกปญหาผมหงอก ผมรวงไดชวยแกโรคในปากและคอ เชนปากเปอย ปากแหง ปากเปน แผล (ใบ,เหงา) ชวยแกฝาขาวในปาก เปนตน (https://www.opsmoac.go.th) 2.3 น้ำพริกแกง พริกแกง หรือ เครื่องแกง เปนสวนผสมการปรุงอาหารชนิดหนึ่งของอาหารไทยประเภทแกง ทำจากเครื่องเทศ และสมุนไพรตาง ๆ เชน พริกสด พริกแหง หัวหอม กระเทียม ขา ตะไคร ผิวมะกรูด บดผสมใหเขากัน อาจมี สวนประกอบอื่น เชน กะป น้ำตาล น้ำปลา เกลือ อาจนำไปใหความรอนหรือไมก็ไดนำไปประกอบอาหารไดทันที พริกแกงมีลักษณะเปยกขน อาจผสมกะทิหรือน้ำมันบริโภค พริกแกงบางชนิดมีสวนผสมของเครื่องเทศ เชน ลูกผักชี พริกไทย กานพลู ชวยชูกลิ่นหอมของเครื่องแกงและดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว ดังนั้นพริกแกงไทยจึงมีสรรพคุณ หลากหลายมากมาย จนแกงไทยไดชื่อวาเปน ‘แกงเพื่อสุขภาพ’ ซึ่งไมใชแคในสวนผสมของพริกแกงเทานั้น แกงไทย ยังใสผักและสมุนไพรหลายชนิดลงไป จนมีสรรพคุณทางยาอีกเพียบ ชวยบรรเทาอาการตาง ๆ (https://krua.co/food) 2.4 พริกชี้ฟาแหง พริกชี้ฟา พืชสมุนไพร เครื่องเทศ เครื่องปรุงรสจัดจานในการประกอบอาหาร แปรรูปมาจากพริกสด ที่ได จากพริกขี้หนู และพริกเม็ดใหญ เชน พริกชี้ฟา พริกบางชาง รสชาติความเผ็ดรอน แตกตางกันไป นิยมนำไปเปน สวนผสมเครื่องแกง หรือนำไปอบแหงเปนพริกปน (https://www.tanghuaseng.com) 6


2.5 พริกจินดาแหง พริกจินดาแหง พริกจินดานับไดวาเปนผลผลิตหลัก ๆ ของประเทศไทยเลยก็วาได สวนใหญแลวการปลูก พริกจินดา จะมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปนสวนใหญ รองลงมาจะเปนภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาค กลาง ทั้งนี้การเพิ่มผลผลิตของแตละภาค ก็ทำใหเราสามารถทำผลผลิตอื่น ๆ มีขนาดเล็กเรียวยาวผลชี้ขึ้นเปน สวนมาก ผลดิบมีสีเขียว แก ผลสุกสีแดงเขม มีเมล็ดมาก น้ำหนักมาก ทนทานตอโรค เจริญเติบโตดี และปลูกได ตลอดทั้งป อายุเก็บผลผลิตหลังการยายกลาประมาณ 90 วัน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตไดประมาณ 60-90 วัน ลักษณะของพุมกวางประมาณ 50-60 ซม. ตนสูงประมาณ 45-60 ซม (https://makpik.com/jinda-chili) 2.6 หอมแดง หอมแดง เปนพืชขนาดเล็กที่ปลูกไวเพื่อบริโภคสวนของหัวหรือบัลบ นิยมใชในการประกอบอาหาร และ เปนสมุนไพร ทั้งนี้หอมแดง มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในเอเชียตะวันตกเฉียงใต สันนิษฐานวาอยูในแถบประเทศจิสถาน อัฟกานิสถาน และอิหราน โดยเชื่อกันวาหอมแดงกลายพันธุตามธรรมชาติมาจากหอมหัวใหญและมีการคัดเลือกพันธุ เพื่อนำมาปลูกเปนพืชอาหาร ในจีนและอินเดียและมีการกระจายพันธุไปทั่วโลก ซึ่งไดมีการจดบันทึกไว ในชวงคริสต วรรษที่ 12 ปจจุบันการปลูกหอมแดงไดแพรหลายไปทั่วโลก แตก็ยังมีการบริโภคนอยกวาหอมหัวใหญอยู หอมแดง จัดเปนพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต โดยในประเทศไทยพบวามีการปลูกมากทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทางภาคเหนือ แตหอมแดงที่ขึ้นชื่อวาเปนหอมแดงคุณภาพดีก็ไดแกหอมแดงจาก จังหวัดศรีสะเกษ ใชแกหวัดและเลือดกำเดาออก แกไขมีเสมหะ บำรุงผมใหงอกงาม ทำใหผิวหนังสดชื่น แกไขชวย ขับเสมหะ แกโรคในปากแกปวดทอง แกหวัดคัดจมูก แกปวดกระบอกตา แสบรอนตา ขับปสสาวะ ขับประจำเดือน แกโรคปากคอ ฆาเชื้อโรคแกลมพิษ ชวยทำใหระบบยอยอาหารดี เจริญอาหารทำใหความดันโลหิตต่ำ ลดไขมันใน เลือด (https://www.disthai.com) 7


2.7 ตะไคร ตะไครเปนพืชลมลุก ในวงศหญา (Poaceae) ความสูงประมาณ 4-6 ฟุต ใบยาวเรียว ปลายใบมีขนหนาม ลำตนรวมกันเปนกอ มีกลิ่นหอม เปนชอยาวมีดอกเล็กฝอยเปนจำนวนมาก ตะไครเปนพืชที่สามารถนำสวนตนหัวไป ประกอบอาหาร และจัดเปนพืชสมุนไพรทั้งตน ใชเปนยารักษาโรคหืด แกปวดทอง ขับปสสาวะและแกอหิวาตกโรค หรือทำเปนยาทานวดก็ได และยังใชรวมกับสมุนไพรชนิดอื่นรักษาโรคได เชน บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ และมีกลิ่นฉุนสามารถไลแมลงได 2.7.1 หัว เปนยารักษาเกลื้อน แกทองอืดทองเฟอ แกปสสาวะพิการ แกนิ่ว บำรุงไฟธาตุ แกอาการขัดเบา ถาใชรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะเปนยาแกอาเจียน แกทราง ยานอนหลับลดความดันสูง แกลมอัมพาต แกกษัยเสน และแกลมใบ ใบสด ๆ จะชวยลดความดันโลหิตสูง แกไข 2.7.2 ราก ใชเปนยาแกไขเหนือ ปวดทองและทองเสีย 2.7.3 ตน ใชเปนยาแกขับลม แกเบื่ออาหาร แกผมแตก แกโรคทางเดินปสสาวะ นิ่ว เปนยาบำรุงไฟธาตุให เจริญ แตถาเอาผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะแกโรคหนองใน และนอกจากนี้ยังใชดับกลิ่นคาวไดดวย (https://th.m.wikipedia.org/wiki) 2.8 ขา ขา เปนพืชที่มีลำตนอยูใตดินเรียกวา "เหงา" อยูในวงศขิง เปนไมลมลุก เปนพืชสมุนไพรที่นำมาใชในการ ประกอบอาหารในประเทศไทยและอินโดนีเซีย ขามีชื่อสามัญอื่นอีกคือ กโรหินีขาเปนพืชที่นำมาใชประโยชน ทางดานอาหารมากมาย ใชใสในตมขา ตมยำ น้ำพริกแกงทุกชนิดใสขาเปนสวนประกอบ ยกเวน แกงเหลืองและแกง กอและทางภาคใตที่ไมนิยมใสขา มีบทบาทในการดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาขาออน เปนหนอของขาที่เพิ่งจะแทง ยอดออกมาจากลำตนใตดิน ถาอายุประมาณ 3 เดือนเรียกหนอขา ถาอายุ 6-8 เดือนเรียกขาออน ถาอายุมากกวา 1 ปจัดเปนขาแก ปริมาณน้ำมันหอมระเหยประมาณ 3% หนอขาออนทั้งสดและลวกใชจิ้มหลนและน้ำพริก นำมายำขา ยังมีฤทธิ์ทางยา เหงาแกแกปวดทอง จุกเสียด แนนทอง ดอกใชทาแกกลากเกลื้อน ผลชวยยอยอาหาร แกคลื่นเหียน อาเจียน ตนแกนำไปเคี่ยวกับน้ำมันมะพราว ทาแกปวดเมื่อย เปนตะคริว ใบมีรสเผ็ดรอน แกพยาธิ สารสกัดจากขามี ฤทธิ์ฆาเชื้อแบคทีเรีย น้ำมันหอมระเหยจากขามีฤทธิ์ทำใหไขแมลงฝอ กำจัดเชื้อราบางชนิดได ใชผสมกับสะเดาเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดแมลง ขาลดการบีบตัวของลำไส ขับน้ำดี ขับลม ลดการอักเสบ ยับยั้งแผลในกระเพาะ อาหาร ฆาเชื้อแบคทีเรีย ฆาเชื้อราใชรักษากลากเกลื้อน (https://th.m.wikipedia.org/wiki) 8


2.9 ผิวมะกรูด ผิวมะกรูด สามารถชวยแกอาหารนอนไมหลับได โดยนำผิวของมะกรูดบดรวมกับรากชะเอม ไพล เฉียงพรา ขมิ้นออยแลวนำมาตมน้ำดื่ม เปนยาบำรุงหัวใจ ชวยแกอาการเปนลม หนามืด วิงเวียนศีรษะ ชวยขับลมในลำไส แกอาการจุกเสียด ทองอืด แนนทอง ชวยขับสารพิษที่อยูในรางกายใหออกมาทางผิวหนังโดยการขับออกมาเปน เหงื่อ(https://www.tcc-chaokoh.com) 2.10 กระเทียม กระเทียม (Garlic) มีชื่อวิทยาศาสตรวา Allium sativum เปนพืชสมุนไพรไทยชนิดหนึ่ง มักถูกจัดอยูใน ประเภทเครื่องเทศ มีลักษณะกลมแปน ประกอบดวยกลีบที่หอหุมดวยเปลือกสีขาว คนไทยนิยมนำมาใชทำอาหาร เนื่องจากชวยดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติใหเมนูอาหารมีความเขมขนยิ่งขึ้น ประโยชนของกระเทียมมีมากมาย โดยเฉพาะสรรพคุณทางยาที่สงผลดีตอสุขภาพ ถือเปนสมุนไพรคูครัวสารพัดประโยชนที่ทุกคนเขาถึงได 2.10.1 ประโยชนของกระเทียม อยูในสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งเปนสารที่ใหกลิ่นฉุนอันเปนเอกลักษณที่เรา คุนเคยกันดี ซึ่งสารตัวนี้จะออกฤทธิ์ใหสรรพคุณทางยาที่มีประโยชนตอสุขภาพ เมื่อเราหั่น ฝาน หรือทุบกระเทียม เพื่อนำไปทำอาหาร ก็ไมไดทำใหสารอัลลิซินสลาย รักษาโรคหวัด ลดระดับไขมันในเลือดลดความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็ง และปองกันแมลงกัดตอย 2.10.2 ลักษณะทางพฤกษศาสตร กระเทียมเปนไมลมลุกและใหญยาว สูง 30 - 60 ซม. มีกลิ่นแรง มีหัว ใตดิน[3] ลักษณะกลมแปน มีเสนผานศูนยกลางประมาณ 2 - 4 ซม. มีแผนเยื่อสีขาวหรือสีมวงอมชมพูหุมอยู 3 - 4 ชั้น ซึ่งลอกออกได แตละหัวมี 6 - 10 กลีบ กลีบเกิดจากตาซอกใบของใบออน ลำตนลดรูปลงไปมาก ใบเดี่ยว (Simple leaf) ขึ้นมาจากดิน เรียงซอนสลับ แบนเปนแถบแคบ กวาง 0.5 - 2.5 ซม. ยาว 30 - 60 ซม. ปลายแหลม แบบ Acute ขอบเรียบและพับทบเปนสันตลอดความยาวของใบ โคนแผเปนแผนและเชื่อมติดกันเปนวงหุมรอบใบที่ ออนกวาและกานชอดอกทำใหเกิดเปนลำตนเทียม ปลายใบสีเขียวและสีจะคอย ๆ จางลงจนกระทั่งถึงโคนใบ สวนที่ หุมหัวอยูมีสีขาวหรือขาวอมเขียว ชอดอกแบบชอซี่รม (Umbel) ประกอบดวยตะเกียงรูปไขเล็ก ๆ จำนวนมากอยู ปะปนกับดอกขนาดเล็กซึ่งมีจำนวนนอย มีใบประดับใหญ 1 ใบ ยาว 7.5 - 10 ซม. ลักษณะบาง ใส แหง เปนจะงอย แหลมหุมชอดอกขณะที่ยังตูมอยู แตเมื่อชอดอกบานใบประดับจะเปดอาออกและหอยลงรองรับชอดอกไว กานชอ ดอกเปนกานโดด เรียบ รูปทรงกระบอกตัน ยาว 40 - 60 ซม. ดอกสมบูรณเพศ กลีบรวม 6 กลีบ แยกจากกันหรือ ติดกันที่โคน รูปใบหอกปลายแหลม ยาวประมาณ 4 มม. สีขาวหรือขาวอมชมพู เกสรเพศผู 6 อัน ติดที่โคนกลีบรวม อับเรณูและกานเกสรเพศเมียยื่นขึ้นมาสูงกวาสวนอื่น ๆ ของดอก รังไข 3 ชอง แตละชองมีออวุน 1 - 2 เม็ด ผลเล็ก เปนกระเปาะสั้น ๆ รูปไขหรือคอนขางกมี 3 พู เมล็ดมีขนาดเล็ก สีดำ (https://www.thairath.co.th) 9


2.11 กะป กะปคิดขึ้นโดยชาวประมง ที่ตองการจะดองกุงที่จับมาไดเพื่อเอาไวรับประทานไดในระยะเวลานาน ๆ หรือ อีกขอสันนิษฐานหนึ่งกลาววาเนื่องจากไมสามารถขายกุงไดหมด จึงทำการดองเอาไว ไมวาขอสันนิษฐานจะเปน อยางไร แตขอเท็จจริงคือ กะปเปนตำรับอาหารของเอเชียตะวันออกเฉียงใต ซึ่งในปจจุบัน กะปกลายมาเปนหนึ่งใน วัฒนธรรมอาหาร และสรางรายไดใหแกชุมชนตาง ๆ จากการผลิตกะปขาย (https://th.m.wikipedia.org/wiki) 2.12 เกลือ เกลือ เปนแรธาตุสวนใหญประกอบดวยโซเดียมคลอไรด (NaCl) สารประกอบในระดับสูงกวาเกลือชนิดตาง ๆ เกลือในธรรมชาติกอตัวเปนแรผลึกรูจักกันวา เกลือหิน หรือแฮไลตเกลือพบไดในปริมาณมหาศาลในทะเลซึ่งเปน องคประกอบของแรที่สำคัญ ในมหาสมุทรมีแรธาตุ 35 กรัมตอลิตร ความเค็ม 3.5% เกลือเปนสิ่งจำเปนตอชีวิตสัตว ความเค็มเปนรสชาติพื้นฐานของมนุษย เนื้อเยื่อสัตวบรรจุเกลือปริมาณมากกวาเนื้อเยื่อพืช ดังนั้นอาหารของชนเผา เรรอนที่ดำรงชีวิตในฝูงตองการเกลือเพียงเล็กนอย หรือไมตองการเกลือขณะอาหารประเภทซีเรียลจำเปนตองเพิ่ม เกลือ เกลือเปนหนึ่งในเครื่องปรุงรสที่เกาแกที่สุดและหาไดงายที่สุด และการดองเค็มก็เปนวิธีการถนอมอาหารที่ สำคัญวิธีหนึ่ง เกลือผลิตจากเหมืองเกลือ หรือจากการระเหยน้ำทะเล หรือน้ำซับที่อุดมไปดวยแรธาตุในบอตื้น ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมหลักของเกลือคือโซดาไฟ และคลอรีน และใชในกระบวนการทางอุตสาหกรรมและในการ ผลิตโพลีไวนิลคลอไรด พลาสติก เยื่อกระดาษ และผลิตภัณฑอื่น ๆ จากการผลิตเกลือปริมาณสองลานตันตอป มี เพียง 6% ที่ใหมนุษยบริโภค สวนอื่น ๆ ใชในการปรับสภาวะของน้ำ กำจัดน้ำแข็งบนถนน และใชในการเกษตร เกลือที่กินไดมีขายในหลายรูปแบบ เชน เกลือสมุทรและเกลือโตะปกติจะบรรจุสารปองกันการรวมตัวเปนกอน และ อาจเสริมไอโอดีนเพื่อปองกันภาวะพรองไอโอดีน นอกจากจะใชปรุงอาหารและวางบนโตะแลว เกลือยังพบไดใน อาหารแปรรูปจำนวนมาก อาหารที่มีโซเดียมมากเกินไปทำใหความดันโลหิตสูง และอาจเพิ่มความเสี่ยงของ กลามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือด และโรคหลอดเลือด (https://th.m.wikipedia.org/wiki) 2.13 พริกขี้หนู พริกขี้หนู(ชื่อวิทยาศาสตร: Capsicum annuum) อยูในวงศ Solanaceae มีลักษณะเปนไมตน ความสูง 30-120 cm ใบมีลักษณะแบนและเรียบมัน ผลมีขนาดเล็กเรียวยาวประมาณ 2-3 ซ.ม. เมื่อดิบผลมีสีเขียวเขม เมื่อ สุกจะคอย ๆ เปลี่ยนเปนสีแดง มีรสเผ็ดจัดแกปวดศีรษะไดผลมีรสเผ็ดรอน ใชขับลม ขับปสสาวะ แกทองอืด ผลดอง สุราใชทาแกฟกช้ำดำเขียว ตนมีรสเผ็ด ใชขับลม แกกษัย รากใชฝนกับมะนาวแทรกเกลือ เปนยากวาดคอ ใบใชแกหวัด (http://www.bannongphi.ac.th/datashow_58077) 10


2.14 ลูกผักชี ลูกผักชีเปนพืชลมลุกขนาดเล็กในวงศ Apiaceae ใบติดกับลำตน มีใบยอยเปนจำนวนมาก ใบหยักลึกเขา หากลางใบ ดอกชอ ดอกยอยสีขาวอมชมพู ผลมีลักษณะรี คอนขางกลม แกจัดเปนสีเหลืองอมน้ำตาล มีเมล็ด 2 เมล็ด ใชรับประทานเปนผัก และตกแตงในอาหารหลายชนิด เชน ใสในลาบ กอย แหนมสด รากผักชีใชเปน สวนประกอบในน้ำพริกแกง ใสในทอดมัน หอหมก น้ำจิ้ม เมล็ดใชเปนเครื่องเทศ ผลของมันจะชวยขับลในลำไส แก หอบ บำรุงปอด แกไอ แกธาตุพิการ บำรุงธาตุ แกคลื่นเหียน อาเจียน แกกระหายน้ำ แกสะอึก แกไข แกไขจากการ เปนซาง แกโรคไตพิการ แกโรคเกี่ยวกับตา แกรำมะนาด แกลมพิษ แกลมวิงเวียน แกพิษตานซาง แกโรคในอก (https://www.hfocus.org/content) 2.15 กะทิ กะทิเปนสวนประกอบในการทำอาหาร มีลักษณะเปนสีขาวขนคลายนม ไดมาจากการคั้นน้ำจากเนื้อ มะพราวแก สี และรสชาติที่เขมขนของกะทิ มาจากน้ำมันมะพราว และน้ำตาลมะพราวที่อยูในเนื้อมะพราว โดยมี รสชาติมันและหวาน กะทิคือ สวนที่ไดจากการคั้นมะพราวขูด ถาตองการหัวกะทิแท ๆ อาจบีบโดยไมตอง เติมน้ำ หรือบางทีก็ เติมน้ำบางเล็กนอย แลวแตความตองการหัวกะทิที่ขนเพียงใด กะทิ ประกอบดวยองคประกอบของไขมันและน้ำ คุณสมบัติของกะทิ กะทิขนที่เก็บไวในอุณหภูมิ (30 องศาเซลเซียส) หรือในหองปรับอากาศ (24 องศาเซลเซียส) ลักษณะของกะทิจะไมเปลี่ยนไปจากเดิม แตถาใสตูเย็น (0 องศาเซลเซียส) กะทิจะแข็งและแยกตัวแมกระทั่งเวลา ละลายไขมันก็จะแยกตัว 2.15.1 กะทิสด ถาเปนมะพราวนำมาคั้นเองใหเลือกที่ขูดใหม ๆ ถาทิ้งไวนานจะมีกลิ่นบูด การคั้นใหใชน้ำ รอนจะทำใหไขมันละลายออกมา และกะทิอาจจะเก็บไวไดนานขึ้นเล็กนอย ถาเปนหัวกะทิแท อาจบีบหรือคั้นโดยไม ตองเติมน้ำ การเก็บรักษากะทิสด กะทิจะเปลี่ยนสภาพถาแชเย็น หรือแชแข็ง ไขมันจะแยกตัว ถาทำใหแหงจะ มีสภาพเปนกอน กะทิที่นำไปใหความรอนจนสุกลักษณะ และรสจะเปลี่ยนไป 2.15.2 กะทิสำเร็จรูป เนื่องจากกะทิสดเก็บไวไดไมนาน และเปนการยุงยากจึงมีผูคิดทำกะทิสำเร็จรูปขึ้น โดยการเก็บถนอมกะทิ โดยระเหยน้ำออกผานการตมฆาเชื้อ เติมสารกันบูดแลวบรรจุในภาชนะปดสนิทมีน้ำมัน ประมาณ 75 เปอรเซ็นต น้ำ 11 เปอรเซ็นต มีลักษณะเปนครีมใส กะทิสำเร็จรูป ในตลาดปจจุบันมีการแปรรูป น้ำกะทิ ในรูปแบบยูเอชที (UHT) เชน กะทิชาวเกาะ กะทิอรอยดี โดยสามารถเปดใชไดทันที การเลือกซื้อ ควรดูภาชนะที่บรรจุสะอาด เมื่อตองการใชตองเติมน้ำลงไปบางเล็กนอย เพื่อใหมี ลักษณะเหมือนกะทิสด ดูวันเดือนปที่ผลิต และวันหมดอายุ การเก็บรักษา ควรเก็บไวในอุณหภูมิต่ำ 11


2.15.3 หลักการและเทคนิคการประกอบอาหารที่ใชกะทิ 2.15.3.1 ทำใหอาหารมีลักษณะขน นารับประทาน เชน แกงที่ใชกะทิตาง ๆ 2.15.3.2 ทำใหมีรสชาติ เพราะมีความหอมของกะทิ 2.15.3.3 ใชแทนไขมัน และน้ำมันไดในอาหารบางชนิด ทำใหรวน (https://th.m.wikipedia.org/wiki) 2.16 การเคี่ยว การเคี่ยว คือ การปรุงอาหารที่อุณหภูมิเกือบถึงจุดเดือด จะมีฟองน้ำเดือดเล็กๆลอยขึ้นมาบนผิวน้ำบาง วิธีการนี้อุณหภูมิจะคงที่และกระจายไปไดอยางทั่วถึง ตมใหเดือดนาน ๆ เพื่อใหงวด ขน หรือเปอยเปนตน (https://www.bosch-home.in.th/th) 2.17 งานวิจัยที่เกี่ยวของ จุฑามาศ และเฉลิมพล (2554) ทำาการศึกษาหาอัตราสวนของสารใหความมันในผลิตภัณฑน้ำยาขนมจีน กึ่งสําเร็จรูป 3 ชนิด ไดแก กะทิสด กะทิสําเร็จรูป และนมสด ในอัตราสวนรอยละ 30 40 50 และ60 ของสวนผสม ทั้งหมด ผูทดสอบใหการยอมรับในอัตราสวยรอยละ 50 มากที่สุด การคัดเลือกสารใหความมันทั้ง 3 ชนิด พบวากะทิ สดในอัตราสวนรอยละ 50 ของสวนผสมทั้งหมด มีความชื้น โปรตีน ไขมัน เถา และเยื่อใย เทากับ 7.31 29.56 22.80 10.29 และ 6.25 ตามลำาดับ ชมพูนุช และคณะ (2551) ทำาการศึกษาอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสมในการอบแหงเครื่องแกงสมกับ เครื่องแกงคั่วกลิ้งโดยใชตูอบลมรอน เพื่อทำการอบเครื่องแกงใหมีปริมาณความชื้นไมเกินรอยละ 10 ที่อุณหภูมิ 3 ระดับ คือ 50 องศาเซลเซียส นาน 150 นาที 60 องศาเซลเซียส นาน 120 นาทีและ 70 องศาเซลเซียส นาน 90 นาทีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการอบเครื่องแกงคือ 60 องศาเซลเซียส นาน 120 นาที เนื่องจากทำาใหเครื่องแกงทั้ง 2 อยาง มีคาความชื้นลดลงเหลือนอยที่สุด คือ แกงสมมีปริมาณความชื้นรอยละ 6.70 และแกงคั่วกลิ้งมีปริมาณ ความชื้น พิมพจันทร และมุทิตา (2556) ทำาการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการทำตาลผงกึ่งสําเร็จรูปโดยใชวิธีการ ทำแหงแบบตูอบลมรอน (Hot air oven) โดยการนําเนื้อลูกตาลสุกที่ไดไปทำาแหงดวยวิธีการอบลมรอนที่อุณหภูมิ 55 60 และ 65 องศาเซลเซียส วัดคาความชื้นทุก 2 ชั่วโมง ผลการทดลองการทำแหงที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส ใชเวลาในการทำแหง 8 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ใชเวลาในการทำแหง 6 ชั่วโมง และที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส ใชเวลาในการทำแหง 4ชั่วโมง ใหคาความชื้นใกลเคียงกัน เทากับ 2.20 2.17 และ 2.16 ตามลำดับ อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เปนเวลา 6 ชั่วโมง มีความสามารถในการละลายดีที่สุดเทากับรอยละ 15.71 เมื่อนําตาล 12


บทที่3 วิธีการดำเนินการ การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาการพัฒนาสูตรน้ำยากะทิปลานิลกึ่ง สำเร็จรูป และประเมินความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีวิธีดำเนินการดังตอไปนี้ 1. ประชากรและกลุมตัวอยาง 2. เครื่องมือที่ใชในการทำวิจัย 3. การเก็บรวบรวมขอมูล 4. การวิเคราะหขอมูล 5. สถิติที่ใชในการวิเคราะห 3.1 ประชากรและกลุมตัวอยาง 3.1.1 กลุมตัวอยางที่ไดศึกษาความพึงพอใจในการบริโภค น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป คือ ผูเชี่ยวชาญ เปนครูแผนกวิชาอาหารและโภชนาการ จำนวน 5 ทาน และนักเรียนและนักศึกษา แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ จำนวน 30 คน เปนเพศหญิง จำนวน 25 คน และเพศชาย จำนวน 5 คน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี รวม 35 คน โดยใชวิธีการสุมแบบเจาะจง 3.2 เครื่องมือที่ใชในการทำงานวิจัย 3.2.1 เครื่องมือที่ใชในการทำงานวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามที่ผูวิจัยไดจัดทำขึ้นมา โดยมีการศึกษา แนวคิด ทฤษฎี หลักการและงานวิจัยที่เกี่ยวของตาง ๆ และนำมาใชเปนแนวทางในการจัดทำแบบสอบถาม เพื่อให สอดคลองกับวัตถุประสงคของงานวิจัย แบบสอบถามแบงออกเปน 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอผลิตภัณฑน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป มีจำนวนทั้งหมด 5 ขอ ลักษณะแบบสอบถามเปนแบบมาตรฐาน สวนประเมินคา (Rating Scale) 5 ระดับ ตอนที่ 3 ขอเสนอแนะในการพัฒนาผลิตภัณฑน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป มีลักษณะเปนคำถาม ปลายเปด


3.3 การเก็บรวบรวมขอมูล 3.3.1 ผูวิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมขอมูล จากกลุมตัวอยาง จำนวนทั้งสิ้น 30 คน โดยผูวิจัยชี้แจง วัตถุประสงคและรอเก็บแบบสอบถามดวยตนเอง 3.3.2 นำแบบสอบถามที่รับคืนตรวจสอบความสมบูรณของแบบสอบถาม นำขอมูลที่ไดมา วิเคราะหตอไป 3.3.3 วิธีดำเนินการวิจัย ขั้นตอนในการพัฒนาสูตรน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูปโดยมีสวนผสม และวิธีทำ ดังนี้ 3.3.3.1 เครื่องมือและอุปกรณ 1. เครื่องปน 2. ตูอบรมรอน 3. เตาแกส 4. หมอ 5. อางผสม 6. มีด 7. กระทะ 8. ถวยตวง 9. ชอนตวง 10. ตะหลิว 3.3.3.2 ขั้นตอนการผลิตสวนประกอบหลัก เนื้อปลานิล 150 กรัม 3.3.3.3 ขั้นตอนการเตรียมสวนประกอบหลัก ไดแก เนื้อปลานิล - แลเนื้อปลานิล เอาหนังออก ลางใหสะอาด และขูดเอาแตเนื้อ 14


ตอนที่ 1 การศึกษาหาอัตราสวนที่เหมาะสมระหวางสวนผสมน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 3 สูตร วิธีทดลอง ตารางที่ 3.1 อัตราสวนระหวางน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สวนประกอบ ขนมจีนน้ำยากะทิปลานิลกึ่ง สำเร็จรูป สูตร1 (326) อัตราสวน 0:100 สูตร 2 (245) อัตราสวน 50:50 สูตร 3 (824) อัตราสวน 100:0 กรัม (%) กรัม (%) กรัม (%) ปลาอินทรีย ปลานิล กระชาย พริกแกงเขียวหวาน พริกแกงเผ็ด น้ำเปลา หัวกะทิ หางกะทิ น้ำปลา น้ำตาลทราย รสดี เกลือ 150 0 80 50 50 720 125 250 10 15 15 7 10.19 0 5.43 3.39 3.39 48.94 8.49 16.99 0.69 1.01 1.01 0.47 75 75 80 50 50 720 125 250 10 15 15 7 5.95 5.095 5.43 3.39 3.39 48.94 8.49 16.99 0.69 1.01 1.01 0.47 0 150 80 50 50 720 125 250 10 15 15 7 0 10.19 5.43 3.39 3.39 48.94 8.49 16.99 0.06 1.01 1.01 0.47 3.3.3.4 ขั้นตอนการทำน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 1. นำเนื้อปลานิลลอกหนังนำไปขูด เอาแตเนื้อ 2. นำกระชายมาปอกเปลือกลางใหสะอาด แลวนำไปหั่นบางๆ 3. นำสวนผสมทุกอยางรวมกัน ตั้งไฟใหเดือด พักใหอุน และนำไปปนใหละเอียด 4. จากนั้นนำสวนผสมที่ปนพริกแกงและนำเครื่องปรุงใสลงไปผัดจนแหง 3.3.3.5 ขั้นตอนการบรรจุ น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 1. นำเสนขนมจีนแหงใสลงในหมอรอน 2. นำน้ำยากะทิใสในหมออีกดานหนึ่ง 3. เติมน้ำลงไปดานลางของหมอ รอจนน้ำยาเดือด 15


3.3.3.6 ขั้นตอนการดำเนินการทำน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป เปนดังตอไปนี้ ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของ เพื่อการคัดเลือกใชวัตถุดิบตามแนวคิด ในการผลิตขนมอบใหมีรสชาติอรอย มีประโยชนถูกหลักโภชนาการ ศึกษาวิธีการทำให สวนประกอบหลัก ไดแก เนื้อปลานิล ใหไดสูตรมาตราฐาน ศึกษาวิธีการทำน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ทดลองลงมือผลิตน้ำยากะทิปลานิลตามวิธีที่ไดศึกษาและ นำผลิตภัณฑน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูปแลว ไปใหผูเชี่ยวชาญ ไดแก คุณครูประจำแผนกวิชาอาหาร และโภชนาการ 5 ทาน และนักเรียนนักศึกษา จำนวน 30 คน ทำการตรวจสอบ โดยการชิมรส สังเกตเนื้อ สัมผัสน้ำยากะทิปลานิล บรรจุภัณฑ และใหคำแนะนำ ปรับปรุงสูตรน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูปตามที่ผูเชี่ยวชาญให นำผลิตภัณฑที่ปรับปรุงแลว ไปใหกลุมตัวอยางจำนวน 35 คน ไดแก ครู นักเรียนนักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรีประเมินดวยการชิมรส สังเกตเนื้อสัมผัสของน้ำยากะทิปลานิล และ ประเมินความพึงพอใจ พรอมทั้งใหคำแนะนำ รวบรวม วิเคราะหขอมูลการตอบแบบประเมิน และสรุปผลการประเมินจากกลุมตัวอยาง ภาพที่ 3.2 ขั้นตอนการดำเนินการน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 16


N Χ 3.4 การวิเคราะหขอมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดนำขอมูลที่ไดจากแบบสอบถามและวิเคราะหขอมูล โดยดำเนินวิธีการตาง ๆ ดังนี้ 1. วิเคราะหขอมูลพื้นฐานของกลุมตัวอยาง ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และ รายได โดยการแจกแจงความถี่ และหาคารอยละ 2. วิเคราะหระดับความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอขนมเคกตาลทอง โดยการแบงการทดลอง ออกเปน 3 ตัวอยาง ดังนี้ F1 หมายถึง อัตราสวนของเนื้อปลานิล 0 % F2 หมายถึง อัตราสวนของเนื้อปลานิล 50 % F3 หมายถึง อัตราสวนของเนื้อปลานิล 100 % โดยใชสถิติหาคาเฉลี่ย ( Χ ) และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และคารอยละ 3. ขอเสนอแนะและความคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอขนมเคกตาลทอง 3.5 สถิติที่ใชในการวิเคราะห ผูวิจัยไดกำหนดคาสถิติที่ใชในการวิเคราะห ดังนี้ 1. แจกแจงความถี่ (Frequency Distribution) 2. คารอยละ (Percentage) 3. คาเฉลี่ย (Mean) Χ = = เมื่อ = มัชฌิมเลขคณิต (คาเฉลี่ย) ของกลุมตัวอยาง f = จำนวนความถี่ของขอมูล หรือความถี่ของคะแนนแตละตัว = ผลรวมของความถี่ทั้งหมด (ซึ่งเทากับ N) X = ขอมูลแตละตัว = ผลรวมของคาขอมูลผลคูณระหวางความถี่กับขอมูลแตละตัว N = จำนวนขอมูล ∑ f ∑ fx ∑ fx ∑ f ∑ fx 17


( ) ( 1) 2 2 − ∑ − ∑ N N N x x ( ) 2 ∑x ∑ 2 x 4. สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.) มีสูตร ดังนี้ S.D. = เมื่อ S.D. = คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน X = คะแนน = ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง = ผลรวมของคะแนนแตละตัวยกกำลังสอง N = จำนวนคนในกลุมตัวอยางทั้งหมด 3.6 สถานที่ทดลอง หองปฏิบัติการอาหาร วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี 3.7 ระยะเวลา ตั้งแตวันที่1 พฤศจิกายน 2566 - วันที่31 มกราคม 2567 18


บทที่ 4 ผลการวิจัย การทดลองพัฒนาผลิตภัณฑอาหาร เรื่อง น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งผูทดลองคิดคนขึ้น มีวัตถุประสงค คือ 1) เพื่อศึกษาอัตราสวนที่เหมาะสมของเนื้อปลานิล และกรรมวิธีในการผลิตน้ำยากะทิปลานิลกึ่ง สำเร็จ 2) เพื่อพัฒนาสูตรน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิ ปลานิลกึ่งสำเร็จรูป เก็บรวบรวมขอมูลจากแบบสอบถาม จากนั้นนำขอมูลทั้งหมดมาวิเคราะหและนำเสนอผลการ วิเคราะหขอมูล โดยการแบงเปน 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ขอมูลพื้นฐานของกลุมตัวอยาง วิเคราะหขอมูลโดยใชการแจกแจงความถี่ และรอยละ ตอนที่ 2 ความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป วิเคราะหขอมูลโดยใช คารอยละ คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศึกษาลักษณะทางประสาทสัมผัสของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ตารางที่4.1 แสดงลักษณะทางประสาทสัมผัสของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ทั้ง 3 สูตร คุณลักษณะ น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร F1 น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร F2 น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร F3 1. ดานสี มีสีเหลืองสมของพริกแกง มีสีเหลืองสมของพริกแกง มีสีเหลืองสมของพริกแกง 2. ดานกลิ่น มีกลิ่นหอมกระชาย มีกลิ่นหอมของกระชาย มีกลิ่นหอมของกระชาย 3. ดานรสชาติ มีรสชาติที่กลมกลอม มีรสชาติเค็มของเกลือ มีรสชาติเค็ม 4. ดานเนื้อสัมผัส มีเนื้อสัมผัสของปลาอินทรีย มีเนื้อสัมผัสของปลานิลและ ปลาอินทรีย มีเนื้อสัมผัสของปลานิล


ตอนที่ 1 ขอมูลพื้นฐานของกลุมตัวอยาง ขอมูลพื้นฐานของผูบริโภค ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได ตารางที่ 4.2 แสดงจำนวนและคารอยละของผูบริโภคจำแนกตามขอมูลพื้นฐาน (n = 35 คน) ขอมูลพื้นฐาน จำนวน รอยละ เพศ ชาย หญิง 12 23 34.3 65.7 อายุ 14-20 ป 21-30 ป 31-40 ป 41-50 ป 51-60 ป 28 1 1 4 1 80.0 2.9 2.9 11.4 2.9 อาชีพ นักเรียน/นักศึกษา รับราชการ/ครู 29 6 82.9 17.1 ระดับการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ/ปวช. ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง/ปวส. ปริญญาตรี ปริญญาโท 15 14 3 3 42.9 40.0 8.6 8.6 รายได/เดือน นอยกวาหรือเทากับ 5,000 บาท 5,000-10,000 บาท 15,000 บาทขึ้นไป 19 9 7 54.3 25.7 20.0 จากตารางที่ 4.2 พบวา กลุมตัวอยางเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 65.7 และเพศชาย คิดเปนรอย ละ 34.3 โดยสวนใหญมีอายุระหวาง 14-20 ป คิดเปนรอยละ 80.0 รองลงมาคืออายุระหวาง 41-50 ปคิดเปนรอย ละ 11.4 และอายุระหวาง 21-30 ป อายุระวาง 31-40 ป และอายุระหวาง 51-60 ป คิดเปนรอยละ 2.9 สวนใหญ ประกอบอาชีพเปนนักเรียน/นักศึกษา คิดเปนรอยละ 82.9 และอาชีพรับราชการ/ครู คิดเปนรอยละ 17.1 โดย 20


สวนมากมีระดับการศึกษาชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ/ปวช. คิดเปนรอยละ 42.9 รองลงมาระดับการศึกษาชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง/ปวส. คิดเปนรอยละ 40.0 ระดับปริญญาตรี และระดับปริญญาโท คิดเปนรอยละ 8.6 โดยสวนมากมีรายไดนอยกวาหรือเทากับ 5,000 บาท คิดเปนรอยละ 54.3 รองลงมารายได 5,000-10,000 บาท คิดเปนรอยละ 25.7 และมีรายได 15,000 บาทขึ้นไป คิดเปนรอยละ 20.0 ตามลำดับ ตอนที่ 2 ความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ทั้ง 3 สูตร ตารางที่ 4.3 คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผูบริโภค จำแนกตามความพึงพอใจในแตละดานของ น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร F1 (n = 35 คน) ระดับความพึงพอใจ คาเฉลี่ย (X ) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความพึงพอใจ 1. ดานสี 2. ดานกลิ่น 3. ดานรสชาติ 4. ดานเนื้อสัมผัส 5. ความชอบโดยรวม 4.51 4.26 4.37 4.34 4.43 0.61 0.50 0.69 0.76 0.69 มากที่สุด มาก มาก มาก มาก จากตารางที่ 4.3 ความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ทั้ง 3 ชนิด พบวา น้ำยา กะทิปลานิลกึ่งสำเร็จปรูป F1 มีความพึงพอใจสวนใหญอยูในระดับชอบมากซึ่งสามารถแยกเปนแตละดานไดดังนี้ ดานสีมีคาเฉลี่ย ( X = 4.51, S.D.= 0.61) ดานความชอบโดยรวมมีคาเฉลี่ย ( X = 4.43, S.D.= 0.69) ดานรสชาติมี คาเฉลี่ย ( X = 4.37, S.D. = 0.69) ดานเนื้อสัมผัสมีคาเฉลี่ย ( X = 4.34, S.D. = 0.76) และดานกลิ่นมีคาเฉลี่ย ( X = 4.26, S.D. = 0.50) ตามลำดับ 21


ตารางที่ 4.4 คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผูบริโภค จำแนกตามความพึงพอใจในแตละดานของ น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร F2 (n = 35 คน) ระดับความพึงพอใจ คาเฉลี่ย (X ) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความพึงพอใจ 1. ดานสี 2. ดานกลิ่น 3. ดานรสชาติ 4. ดานเนื้อสัมผัส 5. ความชอบโดยรวม 4.46 4.34 4.31 4.17 4.17 0.65 0.63 0.71 0.66 0.74 มากที่สุด มาก มาก มาก มาก จากตารางที่ 4.4 ความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ทั้ง 3 ชนิด พบวา น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป F2 มีความพึงพอใจสวนใหญอยูในระดับชอบมาก ซึ่งสามารถแยกเปนแตละดานได ดังนี้ ดานสีมีคาเฉลี่ย ( X = 4.46, S.D. = 0.65) ดานกลิ่นมีคาเฉลี่ย ( X = 4.34, S.D. = 0.63) ดานรสชาติมี คาเฉลี่ย ( X = 4.31, S.D. = 0.71) ดานเนื้อสัมผัสมีคาเฉลี่ย ( X = 4.17,S.D. = 0.66) และความชอบโดยรวมมี คาเฉลี่ย ( X = 4.17, S.D. = 0.74) ตามลำดับ ตารางที่ 4.5 คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผูบริโภค จำแนกตามความพึงพอใจในแตละดานของ น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร F3 (n = 35 คน) ระดับความพึงพอใจ คาเฉลี่ย (X ) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความพึงพอใจ 1. ดานสี 2. ดานกลิ่น 3. ดานรสชาติ 4. ดานเนื้อสัมผัส 5. ความชอบโดยรวม 4.43 4.34 4.20 4.43 4.43 0.73 0.68 0.79 0.69 0.69 มาก มาก มาก มาก มาก จากตารางที่ 4.5 ความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ทั้ง 3 ชนิด พบวา น้ำยา กะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป F3 มีความพึงพอใจสวนใหญอยูในระดับชอบมาก ซึ่งสามารถแยกเปนแตละดานไดดังนี้ ดานสีมีคาเฉลี่ย ( X = 4.43, S.D. = 0.73) ดานเนื้อสัมผัสและดานความชอบโดยรวมมีคาเฉลี่ย ( X = 4.43, S.D. = 0.69) ดานกลิ่นมีคาเฉลี่ย ( X = 4.34, S.D. = 0.68) และรสชาติมีคาเฉลี่ย ( X = 4.20, S.D. = 0.79) ตามลำดับ 22


ตารางที่ 4.6 คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผูบริโภค จำแนกตามความพึงพอใจ โดยรวมที่มีตอ น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ทั้ง 3 สูตร (n = 35 คน) ชนิดของน้ำสลัด คาเฉลี่ย (X ) สวนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) ระดับความพึง พอใจ น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร F1 น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร F2 น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตร F3 4.38 4.29 4.36 0.46 0.45 0.53 มาก มาก มาก จากตารางที่ 4.6 พบวา ผูบริโภคสวนใหญพึงพอใจน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป F1 มาก โดยมีคาเฉลี่ย ( X = 4.38, S.D.= 0.46) รองลงมาน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป F3 มาก โดยมีคาเฉลี่ย ( X = 4.36, S.D.=0.53) และ น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป F2 มาก โดยมีคาเฉลี่ย ( X = 4.29, S.D.= 0.45) ตามลำดับ 23


บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยอภิปรายผลและขอเสนอแนะ การทดลองพัฒนาผลิตภัณฑอาหารที่คณะผูจัดทำพัฒนาขึ้นใหม เรื่อง น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ซึ่ง คณะผูจัดทำคิดคนขึ้น มีวัตถุประสงค คือ 1. ศึกษาอัตราสวนที่เหมาะสมของเนื้อปลานิล และกรรมวิธีในการผลิตน้ำยากะทิปลานิลกึ่ง สำเร็จรูป 2. ศึกษาพัฒนาสูตรน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 3. ศึกษาความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ทั้ง 3 สูตร กลุมตัวอยางที่ ไดศึกษาความพึงพอใจในการบริโภค น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป คือ ผูเชี่ยวชาญ เปนครูแผนกวิชาอาหารและ โภชนาการ จำนวน 5 ทาน และนักเรียนและนักศึกษา แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ จำนวน 30 คน เปนเพศ หญิง จำนวน 23 คน และเพศชาย จำนวน 12 คน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี รวม 35 คน โดยใชวิธีการสุม แบบเจาะจง วิเคราะหขอมูลโดยการหาคารอยละ คาเฉลี่ย (X ) และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.1.1 น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป F1 ไดรับความพึงพอใจสวนใหญอยูในระดับชอบมาก ซึ่งสามารถแยก เปนแตละดานไดดังนี้ ดานสีมีคาเฉลี่ย 4.51 อยูในระดับมากที่สุด ดานกลิ่นมีคาเฉลี่ย 4.26 อยูในระดับมาก ดาน รสชาติมีคาเฉลี่ย 4.37 อยูในระดับมาก ดานเนื้อสัมผัสมีคาเฉลี่ย 4.34 อยูในระดับมาก และและความชอบโดยรวมมี คาเฉลี่ย 4.43 อยูในระดับมาก 5.1.2 น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป F2 ไดรับความพึงพอใจสวนใหญอยูในระดับชอบมาก ซึ่งสามารถแยก เปนแตละดานไดดังนี้ ดานสีมีคาเฉลี่ย 4.46 อยูในระดับมากที่สุด ดานกลิ่นมีคาเฉลี่ย 4.34 อยูในระดับมาก ดาน รสชาติมีคาเฉลี่ย 4.31 อยูในระดับมาก ดานเนื้อสัมผัสมีคาเฉลี่ย 4.17 อยูในระดับมาก และความชอบโดยรวมมี คาเฉลี่ย 4.17 อยูในระดับมาก 5.1.3 น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป F3 ไดรับความพึงพอใจสวนใหญอยูในระดับชอบมากที่สุด ซึ่งสามารถ แยกเปนแตละดานไดดังนี้ ดานสีมีคาเฉลี่ย 4.43 อยูในระดับมาก ดานกลิ่นมีคาเฉลี่ย 4.33 อยูในระดับมาก ดาน รสชาติมีคาเฉลี่ย 4.20 อยูในระดับมาก ดานเนื้อสัมผัสมีคาเฉลี่ย 4.43 อยูในระดับมาก และความชอบโดยรวมมี คาเฉลี่ย 4.43 อยูในระดับมาก


5.2 ขอเสนอแนะ 5.2.1ควรมีการพัฒนาสูตร และชองทางการสั่งซื้อ เพื่อเพิ่มทางเลือกใหกับผูบริโภค 5.2.2 ควรมีการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑผลิตภัณฑ และอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อยืดอายุ การเก็บรักษา ผลิตภัณฑไดนานยิ่งขึ้น 25


บรรณานุกรม กระเทียม (2559) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://www.thairath.co.th การเคี้ยว (2560) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://www.bosch-home.in.th/th กะทิ(2559) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://th.m.wikipedia.org/wiki กระชาย (2566). [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://th.wikipedia.org กะป(2558) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://th.m.wikipedia.org/wiki เกลือ (2562) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://th.m.wikipedia.org/wiki ขา (2551) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://th.m.wikipedia.org/wiki ตะไคร(2554) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://th.m.wikipedia.org/wiki น้ำพริกแกง (2552). [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream น้ำยาขนมจีน (2550). [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก http://fulltext.rmu.ac.th ปลานิล (2559). [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://th.wikipedia.org ผิวมะกรูด (2564) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://www.tcc-chaokoh.com พริกชี้ฟา (2557). [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://th.wikipedia.org/wiki/ พริกขี้หนู(2556) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก http://www.bannongphi.ac.th/datashow_58077 พริกจินดาแหง (2551) .[ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://makpik.com/jinda-chili ลูกผักชี (2564) [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://www.hfocus.org/content หอมแดง (2557) . [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://www.disthai.com 26


ภาคผนวก ก แบบสอบถามความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอ


แบบสอบถาม เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ............................................................................................................................... ตอนที่ 1 คำถามเกี่ยวกับขอมูลพื้นฐานของผูตอบแบบสอบถาม คำชี้แจง : โปรดใสเครื่องหมาย � ลงใน � ตามความคิดเห็นของทาน 1. เพศ � 1. ชาย � 2. หญิง 2. อายุ � 1. 14-20 ป � 2. 21-30 ป � 3. 31-40 ป � 4. 41-50 ป � 5. 51-60 ป 3. อาชีพ � 1. นักเรียน/นักศึกษา � 2. รับราชการ/ครู � 3. ลูกจางชั่วคราว � 4. นักการ/ภารโรง 4.ระดับการศึกษา � 1. ประกาศนียบัตรวิชาชีพ/ปวช. � 2. ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง/ปวส. � 3. ปริญญาตรี � 4. ปริญญาโท 5. รายไดของทานตอเดือน � 1. นอยกวาหรือเทากับ 5,000 บาท � 2. 5,000-10,000 บาท � 3. 10,000-15,000 บาท � 4. 15,000 บาทขึ้นไป


ตอนที่ 2 ความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป คำชี้แจง : กรุณาทำเครื่องหมาย ลงในชองที่ตรงกับความคิดเห็นของทานมากที่สุด วิธีการใหคะแนนแบงการใหคะแนนการทดสอบออกเปน 1-5 คะแนน ดังนี้ 5 ชอบมากที่สุด 4 ชอบมาก 3 ชอบปานกลาง 2 ชอบนอย 1 ชอบนอยที่สุด สูตรที่ 1 (F1) น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ขอ คำถาม ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1. สีของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 2. กลิ่นของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 3. รสชาติของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 4. ลักษณะเนื้อสัมผัสของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 5. ความชอบโดยรวมของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป สูตรที่ 2 (F2) น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ขอ คำถาม ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1. สีของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 2. กลิ่นของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 3. รสชาติของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 4. ลักษณะเนื้อสัมผัสของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 5. ความชอบโดยรวมของน้ำยากะทิปลานิลสำเร็จรูป สูตรที่ 3 (F3) น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ขอ คำถาม ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1. สีของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 2. กลิ่นของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 3. รสชาติของน้ำยากะทิปลานิลสำเร็จรูป 4. ลักษณะเนื้อสัมผัสของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 5. ความชอบโดยรวมของน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ตอนที่ 3 ขอเสนอแนะ .............................................................................................................................................................................................................. ขอขอบคุณทุกทานที่ใหความรวมมือ กลุม น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป ปวส.1 อาหารและโภชนาการ


ภาคผนวก ข อุปกรณ วัตถุดิบ และขั้นตอนในการทำ น้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป


รูปภาพที่ 1 แสดงอุปกรณในการทำน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 1. เครื่องปน 6. มีด 2. ตูอบรมรอน 7. หมอ 8. กระทะ 8.บิ๊กเกอร 4. อางผสม 9.เครื่องชั่ง 5. ชอนตวง 10. ทัพพี


รูปภาพที่ 2 แสดงสวนผสมในการทำน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูป 1. ปลาอินทรีย 6. หัวกะทิ 2. ปลานิล 7. หางกะทิ 3. กระชาย 8. น้ำปลา 4. พริกแกงเขียวหวาน 9. น้ำตาลทราย 5. พริกแกงเผ็ด 10. รสดี


ขั้นตอนการทำน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูปสูตรที่ 1 1. นำเนื้อปลาอินทรียปริมาณ 150 กรัม มาตมใหสุก 2. นำกระชายมาปอกเปลือกลางใหสะอาด แลวนำไปหั่น บางๆ 3. นำสวนผสมทุกอยางรวมกัน ตั้งไฟใหเดือด พักใหอุน และนำไปปนใหละเอียด


4. จากนั้นนำสวนผสมที่ปนพริกแกงและนำ เครื่องปรุงใสลงไปผัดจนแหง 5. นำสวนผสมที่ผัดจนแหงแลว นำไปปนให ละเอียด 6.จากนั้นนำไปผัดจนแหง 7. นำไปใสตูอบจนน้ำยากะทิแหง


ขั้นตอนการทำน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูปสูตรที่ 2 1. นำเนื้อปลานิลปริมาณ 75 กรัม และเนื้อปลา อินทรีย 75 กรัม มาตนใหสุก 2. นำกระชายมาปอกเปลือกลางใหสะอาด แลว นำไปหั่นบางๆ 3. นำสวนผสมทุกอยาง รวมกัน ตั้งไฟใหเดือด พัก ใหอุน และนำไปปนใหละเอียด


4. จากนั้นนำสวนผสมที่ปนพริกแกงและนำ เครื่องปรุงใสลงไปผัดจนแหง 5. นำสวนผสมที่ผัดจนแหงแลว นำไปปนให ละเอียด 6. จากนั้นนำไปผัดจนแหง 7. นำไปใสตูอบจนน้ำยากะทิแหง


ขั้นตอนการทำน้ำยากะทิปลานิลกึ่งสำเร็จรูปสูตรที่ 3 1. นำเนื้อปลานิลปริมาณ 150 กรัม มาตมใหสุก 2. นำกระชายมาปอกเปลือกลางใหสะอาด แลว นำไปหั่นบางๆ 3. นำสวนผสมทุกอยาง รวมกัน ตั้งไฟใหเดือด พัก ใหอุน และนำไปปนใหละเอียด


4. จากนั้นนำสวนผสมที่ปนพริกแกงและนำ เครื่องปรุงใสลงไปผัดจนแหง 5. นำสวนผสมที่ผัดจนแหงแลว นำไปปนให ละเอียด 6. จากนั้นนำไปผัดจนแหง 7.นำไปใสตูอบจนน้ำยากะทิแหง


ภาคผนวก ค โลโก


ดานบนฝาผลิตภัณฑ


ประวัติคณะผูวิจัย นักเรียน นักศึกษา 1. ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย) นางสาวศิริกานต นอยละมูล………………………………………………………… 1.1 Name – Surname (ภาษาอังกฤษ) Miss. Sirikan Noilamoon………………………………… 1.2 เลขหมายบัตรประจำตัวประชาชน 1769900759879………………………………………………… 1.3 ระดับการศึกษา ปวช. ชั้นปที่...3.... ปวส. ชั้นปที่...1...... ทล.บ. ชั้นปที่………. 1.4 สาขาวิชา.........คหกรรม................สาขางาน.........อาหารและโภชนาการ........................... 1.5 ระยะเวลาที่ใชทำวิจัย ตั้งแต วันที่1 พฤศจิกายน 2566 - วันที่31 มกราคม 2567……… 1.6 ที่อยูที่ติดตอไดสะดวก พรอมหมายเลขโทรศัพท โทรสาร และไปรษณียอิเล็กทรอนิกส....... ที่อยู ..226/16..ตำบล..บานหมอ..อำเภอ..บานลาด....จังหวัด เพชรบุรี....76130................ (e-mail)[email protected].................เบอรโทรศัพท092-5892656……… 2. ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย) นางสาวสกุลกาญจน สระคำ....................................................... 2.1 Name – Surname (ภาษาอังกฤษ) Miss. Sakoonkan Srakam……………………………… 2.2 เลขหมายบัตรประจำตัวประชาชน 1769800129016………………………………………………... 2.3 ระดับการศึกษา ปวช. ชั้นปที่...3.... ปวส. ชั้นปที่...1...... ทล.บ. ชั้นปที่………. 2.4 สาขาวิชา.........คหกรรม................สาขางาน.........อาหารและโภชนาการ........................... 2.5 ระยะเวลาที่ใชทำวิจัย ตั้งแต วันที่1 พฤศจิกายน 2566 - วันที่31 มกราคม 2567……… 2.6 ที่อยูที่ติดตอไดสะดวก พรอมหมายเลขโทรศัพท โทรสาร และไปรษณียอิเล็กทรอนิกส....... ที่อยู 22 หมู 5 ตำบล ดอนขุนหวย อำเภอ ชะอำ....จังหวัด เพชรบุรี....76120.................. (e-mail)[email protected].................เบอรโทรศัพท0614509099………


ประวัติครูที่ปรึกษา 1. ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย) นางสาวเขมชุดา...วงศผาติกร.......................................................... 1.1 Name – Surname (ภาษาอังกฤษ) Miss.Kemchuda...Wongpatikorn………………............. 1.2 เลขหมายบัตรประจำตัวประชาชน 3769900079173………………………………………………..…… 1.3 ตำแหนงปจจุบัน....ครู.... แผนกวิชา....อาหารและโภชนาการ...เงินเดือน (บาท)…00000..บาท 1.4 หนวยงานและสถานที่อยูที่ติดตอไดสะดวก พรอมหมายเลขโทรศัพท โทรสารและไปรษณีย อิเล็กทรอนิกส(e-mail) [email protected] วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี 300 ถนนราชวิถี ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000 โทร 032-425557.......................................


Click to View FlipBook Version