The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการใช้
รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามทฤษฎี
การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน
เพื่อส่งเสริมทักษะปฏิบัติการประกอบอาหารภาคอีสาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
PEAEE Model

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pawinee092519, 2022-04-19 08:54:09

เรื่องที่ 1 อาหารประเภทลาบ

เอกสารประกอบการใช้
รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามทฤษฎี
การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน
เพื่อส่งเสริมทักษะปฏิบัติการประกอบอาหารภาคอีสาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
PEAEE Model

เอกสารประกอบการใช้
รปู แบบการจัดการเรยี นรเู้ ชิงรุกตามทฤษฎี
การสร้างองค์ความรดู้ ว้ ยตนเองรว่ มกบั แนวคิดหอ้ งเรยี นกลบั ด้าน
เพอ่ื ส่งเสริมทกั ษะปฏบิ ตั กิ ารประกอบอาหารภาคอสี าน
กลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี สาหรบั นกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3

PEAEE Model

เรอื่ งที่ 1 อาหารประเภทลาบ

โดย
นางสาวภาวิณี เพง็ ธรรม
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ

โรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาเทศบาล ๓ “ยตุ ิธรรมวทิ ยา”
สังกดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสกลนคร
อาเภอเมืองสกลนคร จงั หวดั สกลนคร

กรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถน่ิ กระทรวงมหาดไทย

คำนำ

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม
เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการทางาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและการศึกษาต่อ
ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

เอกสารประกอบการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วย
ตนเองร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน เพื่อส่งเสริมทักษะปฏิบัติการประกอบอาหารภาคอีสาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สร้างข้ึนเพ่ือใช้เป็นส่ือในการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอน รายวิชาอาหารไทย เน้ือหาเป็นการฝึกปฏิบัติเพ่ือให้นักเรียนได้เรียนรู้ เข้าใจ
การทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการ
แก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการ
ทางาน โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนในทุกขั้นตอน ได้ทากิจกรรมเป็นกลุ่มและ
รายบุคคล ซงึ่ ประกอบดว้ ยเนอ้ื หา จานวน 5 เร่อื ง ดงั น้ี

เรอื่ งที่ 1 อาหารประเภทลาบ
เรื่องท่ี 2 อาหารประเภทแกง
เรื่องท่ี 3 อาหารประเภทน้าพรกิ เครื่องจ้ิม
เรื่องท่ี 4 อาหารประเภทหมก
เรอื่ งที่ 5 อาหารประเภทของหวาน
เอกสารประกอบการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วย
ตนเองร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน เพื่อส่งเสริมทักษะปฏิบัติการประกอบอาหารภาคอีสาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ สาหรับนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ฉบับน้ีสาเรจ็ ได้ดว้ ยดีเพราะได้รับ
ความชว่ ยเหลอื ในการตรวจสอบ เสนอแนะและให้คาปรึกษาแกไ้ ขข้อบกพร่องจากผเู้ ชยี่ วชาญทุกทา่ น
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วย
ตนเองร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน เพื่อส่งเสริมทักษะปฏิบัติการประกอบอาหารภาคอีสาน กลุ่ม
สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เล่มน้ี จะกระตุ้นให้ผู้เรียนมีทัศนคติ
ที่ดีต่อการเรียนรายวิชาอาหารไทย ทาให้ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้ที่ย่ังยืนและนาความรู้มาใช้ให้เกิด
ประโยชน์มากท่ีสุด ส่งผลให้มีทักษะการปฏิบัติในการประกอบอาหารท่ีดีขึ้น และเป็นตัวอย่างในการ
แก้ปญั หาแกเ่ พ่อื นครูและผสู้ นใจเป็นอยา่ งดี

ภาวณิ ี เพง็ ธรรม

สารบญั

คานา ...................................................................................................................................... ก
สารบัญ.................................................................................................................................... ข
องค์ประกอบของเอกสาร......................................................................................................... 1
คาชี้แจงสาหรับนักเรยี น........................................................................................................... 2
ผงั มโนทัศน์ หนว่ ยการเรียนรู้ ปฏิบตั กิ ารประกอบอาหารอสี าน................................................ 3
แนวทางการจัดกิจกรรมของครู................................................................................................ 4
บทบาทนักเรียน....................................................................................................................... 5
การวดั ผลและประเมินผล ........................................................................................................ 6
แผนการจดั การเรยี นรู้ ........................................................................................................... 7
แบบทดสอบก่อน – หลงั เรียน ................................................................................................ 34
บตั รเนื้อหาท่ี 1 การเตรยี มพร้อมการประกอบอาหารประเภทลาบ......................................... 36
บตั รเนอ้ื หาท่ี 2 การประกอบ การปรุง และการจดั เครื่องเคียงลาบเน้อื โคขุนโพนยางคา......... 41
บัตรเน้ือหาที่ 3 ประโยชน์และสรรพคุณของลาบเนื้อโคขุนโพนยางคา .................................... 44
บัตรเนื้อหาท่ี 4 การจัดจาหน่ายลาบเนอ้ื โคขุนโพนยางคา....................................................... 47
บตั รคาส่งั ท่ี 1 ........................................................................................................................ 49
แบบฝึกทักษะปฏบิ ัตทิ ี่ 1 ......................................................................................................... 50
บตั รกิจกรรมที่ 1 .................................................................................................................... 53
แบบบันทึกการปฏบิ ัตงิ าน เรื่อง อาหารประเภทลาบ .............................................................. 55
แบบเฉลยเอกสารประกอบรูปแบบการจดั การเรียนรู้ เรือ่ งท่ี 1 อาหารประเภทลาบ ............. 58

1

องค์ประกอบของเอกสาร

1. คำชี้แจงสำหรบั นกั เรียน
2. ผงั มโนทศั น์ หนว่ ยกำรเรยี นรู้ ปฏบิ ตั กิ ำรประกอบอำหำรอสี ำน
3. แนวทำงกำรจดั กจิ กรรม
4. บทบำทนกั เรยี น
5. กำรวัดผลและประเมนิ ผล
6. แผนกำรจดั กำรเรียนรปู้ ระกอบรปู แบบกำรจัดกำรเรียนรู้
7. แบบทดสอบกอ่ น – หลงั เรยี น
8. บตั รเนือ้ หำที่ 1 กำรเตรยี มพร้อมกำรประกอบอำหำรประเภทลำบ
9. บตั รเน้ือหำท่ี 2 กำรประกอบ กำรปรงุ และกำรจัดเคร่ืองเคียงลำบเนื้อโคขนุ

โพนยำงคำ
10. บัตรเนอื้ หำที่ 3 ประโยชน์และสรรพคุณของลำบเนื้อโคขนุ โพนยำงคำ
11. บตั รเนอื้ หำที่ 4 กำรจดั จำหน่ำยลำบเนือ้ โคขุนโพนยำงคำ
12. บัตรคำส่ังที่ 1
13. แบบฝกึ ทักษะปฏิบัตทิ ี่ 1
14. บตั รกจิ กรรมที่ 1
15. แบบบันทึกกำรปฏิบตั ิงำน เร่อื ง อำหำรประเภทลำบ
16. แบบเฉลยเอกสำรประกอบรปู แบบกำรจัดกำรเรียนรู้ เรื่องท่ี 1

อำหำรประเภทลำบ

2

คาชีแ้ จงสาหรับนักเรยี น

1. กอ่ นทากิจกรรม

1.1 ศกึ ษำจดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ให้เขำ้ ใจ
1.2 ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
1.3 ศกึ ษำบัตรเนอ้ื หำ แบบฝึกทักษะปฏบิ ัติ บัตรกิจกรรม และแบบบันทึกกำร
ปฏิบตั งิ ำน เรือ่ ง อำหำรประเภทลำบ ใหเ้ ข้ำใจก่อนลงมือทำ
1.4 วำงแผนกำรทำกจิ กรรม

2. ระหว่างทากจิ กรรม

2.1 ให้ควำมรว่ มมือและชว่ ยเหลอื ซงึ่ กนั และกันระหว่ำงทำกจิ กรรม
2.2 ปฏิบัตกิ จิ กรรมให้เสรจ็ ทันเวลำท่กี ำหนด

3. หลังการทากิจกรรม

3.1 ตรวจนบั และเกบ็ วัสดุอปุ กรณ์ให้เรียบร้อยก่อนนำส่งครู หำกชำรุดเสยี หำย
ใหแ้ จง้ ครูทรำบทันที

3.2 รวบรวมผลงำนสง่ ครู

3

ผังมโนทศั น์ ผังมโนทัศน์

หนว่ ยการเรยี นรู้ ปฏิบัติการประกอบอาหารอีสาน

เร่ืองท่ี 1
อาหารประเภท

ลาบ

เรื่องท่ี 5 เรอ่ื งท่ี 2
อาหาประเภท
อาหารประเภท
ของหวาน แกง

เรอ่ื งท่ี 4 เร่ืองที่ 3
อาหาประเภท
อาหารประเภท
หมก น้าพริกเครื่องจ้มิ

4

แนวทางการจดั กิจกรรมของครู

ครูผู้ใช้เอกสำรประกอบกำรใช้รูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุกตำมทฤษฎีกำรสร้ำง
องค์ควำมรูด้ ้วยตนเองร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลบั ด้ำน เพ่ือส่งเสริมทักษะปฏิบตั ิกำรประกอบ
อำหำรภำคอีสำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 3
จะไดศ้ กึ ษำขั้นตอนในกำรใช้เอกสำรประกอบรูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ให้เขำ้ ใจ ดงั นี้

1. นักเรียนทำแบบทดสอบวัดควำมรู้พ้ืนฐำนก่อนเรียน หน่วยกำรเรียนรู้ ปฏิบัติกำร
ประกอบอำหำรอสี ำน กลมุ่ สำระกำรเรียนรกู้ ลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ ชั้นมธั ยมศกึ ษำ
ปีที่ 3 จำนวน 30 ขอ้ เปน็ แบบเลอื กตอบ 4 ตัวเลือก ใชเ้ วลำ 60 นำที

2. ครูอธิบำยวิธีกำรเรียนโดยใช้เอกสำรประกอบกำรใช้รูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก
ตำมทฤษฎีกำรสร้ำงองค์ควำมรู้ด้วยตนเองร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้ำน เพ่ือส่งเสริม
ทักษะปฏิบัติกำรประกอบอำหำรภำคอีสำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ สำหรับ
นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3

3. ครูชี้แจงบทบำทของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเข้ำใจบทบำทของตนเองในกำรดำเนิน
กิจกรรมในแตล่ ะกิจกรรม

4. ครูเปิดโอกำสให้นักเรียนซักถำมเกี่ยวกับวิธี หรือขั้นตอน หรือบทบำทของนักเรียน
ตลอดจนข้อสงสยั อ่นื ๆ

5. ครูดำเนินกำรจัดกิจกรรมตำมที่กำหนดไว้ในแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ จำนวน 5 เรื่อง
ต ำ ม ล ำ ดั บ โ ด ย จั ด กิ จ ก ร ร ม ก ำ ร เรี ย น รู้ ต ำ ม ขั้ น ต อ น ท่ี ร ะ บุ ไว้ ใน แ ผ น ก ำ ร จั ด ก ำ ร เรี ย น รู้
แบง่ ออกเปน็ 5 ข้นั ตอน ดงั นี้

5.1 ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมควำมพร้อม
5.2 ขน้ั ท่ี 2 ข้ันสรำ้ งควำมสนใจ
5.3 ข้ันท่ี 3 ขัน้ ลงมอื ปฏิบัติ
5.4 ขน้ั ท่ี 4 ข้นั แลกเปลี่ยน ขยำยควำมรู้
5.5 ข้ันที่ 5 ขั้นประเมินผล
6. นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลกำรเรียนรู้หลังเรียน เมื่อจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้
ครบ 5 เรื่อง แบบทดสอบเป็นชุดเดียวกับแบบทดสอบวัดควำมรู้พื้นฐำนก่อนเรียน จำนวน
30 ขอ้ ใชเ้ วลำ 60 นำที

5

บทบาทของนักเรยี น

1. ฟังคำช้ีแจงจำกครูผู้สอนและศึกษำเอกสำรประกอบกำรใช้รูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้
เชงิ รุกตำมทฤษฎีกำรสร้ำงองค์ควำมรู้ด้วยตนเองร่วมกบั แนวคิดห้องเรยี นกลับด้ำน เพื่อสง่ เสริม
ทักษะปฏิบัติกำรประกอบอำหำรภำคอีสำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ สำหรับ
นักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษำปที ี่ 3 และบทบำทของนักเรยี นใหเ้ ขำ้ ใจ

2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนจำนวน 10 ข้อ โดยใช้เวลำ 10 นำที เพื่อประเมินควำมรู้
เดิมของนกั เรยี น

3. นักเรียนรับเอกสำรประกอบกำรใช้รูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุกตำมทฤษฎีกำร
สร้ำงองค์ควำมรู้ด้วยตนเองร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้ำน เพื่อส่งเสริมทักษะปฏิบัติกำร
ประกอบอำหำรภำคอีสำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำ
ปีที่ 3 ได้แก่ บัตรเน้ือหำ บัตรคำส่ัง แบบฝึกทักษะปฏิบัติ บัตรกิจกรรม แบบบันทึกกำร
ปฏบิ ัติงำน นักเรียนจะได้รบั กลุ่มละ 1 ชดุ

4. นักเรียนศึกษำ วำงแผนกำรทำงำนและลงมือปฏิบัติตำมเอกสำรประกอบกำรใช้
รูปแบบกำรจัดกำรเรียนรเู้ ชงิ รกุ ตำมขน้ั ตอนทรี่ ะบไุ วใ้ นคำชแ้ี จง

5. ทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 10 ข้อ โดยใช้เวลำ 10 นำที เพ่ือทรำบ
ควำมกำ้ วหนำ้ ในกำรเรียนของนกั เรียนหลังจำกทำกจิ กรรมเสร็จเรียบร้อยในแตล่ ะเรือ่ ง

7. หลังจำกทำกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนเก็บวัสดุอุปกรณ์ประกอบกำรใช้
รูปแบบกำรจัดกำรเรยี นรเู้ ชงิ รกุ ให้เรยี บร้อย

8. ในกำรทำกิจกรรมตำมเอกสำรประกอบกำรใช้รูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุกทุก
เรื่อง ขอให้นักเรียนทำด้วยควำมตั้งใจ ให้ควำมร่วมมือ และมีควำมซื่อสัตย์ต่อตนเองให้มำก
ท่ีสุด

9. หำกนักเรียนคนใดเรียนไม่ทันหรือเรียนยังไม่เข้ำใจ ให้รับเอกสำรประกอบกำรใช้
รูปแบบกำรจัดกำรเรยี นรู้เชิงรุก หรือสำมำรถเข้ำไปศึกษำใน Google Drive: อำหำรภำคอีสำน
เพ่อื ศึกษำเพิ่มเตมิ นอกเวลำเรียน ให้เข้ำใจมำกยิง่ ขนึ้

6

การวดั ผลและประเมินผล

เอกสำรประกอบกำรใช้รูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุกตำมทฤษฎีกำรสร้ำงองค์ควำมรู้
ด้วยตนเองรว่ มกบั แนวคดิ ห้องเรียนกลับดำ้ น เพ่ือส่งเสรมิ ทักษะปฏิบัตกิ ำรประกอบอำหำรภำค
อีสำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 3 มีจำนวน 5
แผน แต่ละแผนใช้ควบคู่กับแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ ในเวลำแผนละ 4 คำบ คำบละ 50 นำที
รวมเวลำ 20 คำบ นักเรียนต้องทำกิจกรรมในเอกสำรประกอบกำรใช้รูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้
เชงิ รุกทุกกิจกรรม เพ่อื เป็นกำรเพมิ่ พูนควำมรู้ หน่วยกำรเรยี นรู้ อำหำรภำคอีสำน โดยครูจะใช้
วิธีกำรวดั ผลและประเมนิ ดังต่อไปนี้

1. แบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรยี น (ใชใ้ นชั่วโมงแรกและในช่วั โมงสดุ ท้ำย)
2. กจิ กรรมฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ิประจำแผน
3. แบบประเมนิ กิจกรรม
4. แบบประเมินกำรปฏิบตั งิ ำน
5. แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรเรยี น

7

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1

รายวชิ าเพ่ิมเติม อาหารไทย รหสั วิชา ง23222 ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

หนว่ ยการเรยี นที่ 6 เร่ือง ปฏิบตั ิการประกอบอาหารอสี าน เวลา 20 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ เรือ่ ง อาหารประเภทลาบ เวลา 4 ช่ัวโมง

สัปดาห์ท.ี่ ........สอนวนั ท.ี่ .........เดอื น............................................พ.ศ. 2563

………………………………………………………….……….…………………………………………………………………………

1. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน

ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้

มีคณุ ธรรม และลกั ษณะนิสัยในการทางาน มจี ิตสานกึ ในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร และสิง่ แวดล้อม

เพื่อการดารงชวี ติ และครอบครวั

2. ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 7 รู้และเข้าใจการประกอบอาหารได้ถูกต้องตามขั้นตอนและถูกหลักโภชนาการ
ข้อ 8 สามารถจัดอาหารให้เหมาะสมกับชนดิ และโอกาส

3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
ลาบเนอ้ื โคขุนโพนยางคา เป็นอาหารทปี่ รุงโดยใชเ้ น้ือววั ทสี่ บั ละเอยี ด ซอยหรือหัน่ เป็นชิ้นเลก็ ๆ

ปรุงรสด้วย นา้ ปลา น้าปลาร้า มะนาว และ โรย ข้าวคั่ว พริกป่น ใบสะระแหน่ ตน้ หอมและหอมแดง
มีทง้ั ที่ใช้เน้ือสัตวส์ ุกและดิบ กินกับพืชผักพื้นบา้ น เชน่ แตงกวา ยอดกระถนิ ลิ้นฟา้ ยอดมะกอก
ยอดมะเฟือง ยอดมะตูม ยอดสะเดา เปน็ ต้น

4. สาระการเรียนรู้
4.1 การเตรียมพรอ้ ม การประกอบอาหารประเภทลาบ
4.2 การประกอบ การปรุง และการจัดเครื่องเคียง ลาบเนื้อโคขนุ โพนยางคา
4.3 ประโยชน์และสรรพคุณของลาบเนื้อโคขนุ โพนยางคา
4.4 การจัดจาหนา่ ยลาบเนื้อโคขุนโพนยางคา

5. จุดประสงค์การเรียนรู้
5.1 ด้านความรู้ (K) นกั เรยี นสามารถ
5.1.1 บอกขน้ั ตอนการเตรียมพรอ้ ม และการประกอบอาหารประเภทลาบได้
5.1.2 บอกประโยชน์และสรรพคุณของลาบเน้อื โคขุนโพนยางคาได้

8

5.2 ด้านกระบวนการ (P) นักเรียนสามารถ
5.2.1 ปฏิบัติการประกอบ ปรุง และจัดเครื่องเคยี ง ลาบเนื้อโคขนุ โพนยางคาได้
5.2.2 นาเสนอผลการข้นั ตอนการประกอบ การปรุง และการจดั เครื่องเคียง ลาบเนอื้ โคขุน

โพนยางคาได้
5.2.3 จัดจาหน่ายลาบเนอื้ โคขุนโพนยางคาได้
5.2.4 นกั เรียนมีทักษะในการทางานกลมุ่

5.3 ด้านคุณลักษณะของนักเรยี น (A)
5.3.1 นักเรียนมีความรบั ผดิ ชอบงานที่ได้รับมอบหมาย
5.3.2 นักเรยี นมีความกลา้ แสดงออก และเป็นผู้ทมี่ คี วามกระตือรือรน้ ในการเสาะแสวงหา

ความรู้
5.3.3 นักเรยี นมวี นิ ัยในการทางาน
5.3.4 นักเรยี นนาความรู้ทไ่ี ด้ไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้

6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ตามหลักสตู ร
6.1 มวี นิ ัยรับผดิ ชอบ
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
6.3 ม่งุ ม่ันในการทางาน

7. สรรถนะสาคญั ของผู้เรียนตามหลกั สตู ร
7.1 ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
- ทกั ษะการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ
7.2 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
- กระบวนการทางานกลมุ่
- กระบวนการแกป้ ญั หา

8. กระบวนการเรียนรู้ “PEAEE Model”
8.1 กิจกรรมห้องเรียนกลบั ด้าน
8.1.1 ครูจดั ทาเอกสารประกอบการเรยี น เร่ือง อาหารประเภทลาบ จดั ทาสอ่ื วดี ิทัศน์ลงไวใ้ น

เพจห้องเรียนครภู าวณิ ี เพ็งธรรม กล่มุ หอ้ งเรยี นอาหารไทย จดั หาแหลง่ เรียนรู้เว็บไซต์ท่เี ก่ยี วข้องกับ
ข้ันตอนการประกอบอาหาร การปรงุ และการจดั เครื่องเคียงลาบเน้ือโคขนุ โพนยางคา เพือ่ ให้นักเรยี นไดไ้ ป
ศึกษาค้นคว้าก่อนลว่ งหน้า จากแหล่งข้อมลู มรี ายละเอียดดังน้ี

9

1) เน้ือหาที่ 1 เรื่อง การเตรยี มความพร้อมการประกอบอาหารประเภทลาบ
2) เนอ้ื หาท่ี 2 เร่ือง การประกอบ การปรงุ และการจัดเครอื่ งเคยี ง ลาบเนือ้ โคขนุ
โพนยางคา
3) เนื้อหาที่ 3 เรอ่ื ง ประโยชนแ์ ละสรรพคุณของลาบเน้ือโคขุนโพนยางคา
4) เน้อื หาที่ 4 เร่อื ง การจดั จาหนา่ ยลาบเน้ือโคขนุ โพนยางคา
4) วีดิทศั น์ เรอ่ื ง การประกอบอาหาร การปรงุ และการจัดเครือ่ งเคียง
ลาบเน้ือโคขนุ โพนยางคา
8.1.2 แจ้งให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เร่อื ง อาหารประเภทลาบ จานวน 10 ข้อ
จาก Google Form
8.2 กจิ กรรมในหอ้ งเรียน
ชวั่ โมงที่ 1 – 2
ขนั้ ที่ 1 ขนั้ เตรยี มพร้อม (Preparation) (20 นาท)ี
1.1 ครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เร่ือง อาหารประเภทลาบ อภปิ รายถงึ เนื้อหา/สาระ
ตรวจสอบวสั ดุ อปุ กรณ์ ที่จะนามาประกอบอาหาร แนะนาวธิ ีการใช้วสั ดุ อุปกรณ์ ชแี้ จงกระบวนการ
จัดการเรยี นรู้ แนะนาส่ือการเรยี นรู้ และวธิ กี ารวดั และประเมนิ ผลให้นักเรียนทราบ เพื่อกระตุ้นให้นกั เรยี น
เกิดความใฝ่ร้ใู ฝเ่ รยี น
1.2 ครแู บง่ กลุม่ นักเรียนออกเป็น 8 กลุ่ม กล่มุ ละ 5 คน ซ่งึ เป็นการจดั กลุม่ แบบรว่ มมือกัน
เรยี นรแู้ ละเป็นลักษณะกลุ่มแบบถาวรทุกแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อดูพฤติกรรมการทางานกล่มุ โดยครู
คดั เลอื กจากคะแนนผลการสอบรายวชิ าการงานอาชพี ปลายภาคเรียนที่ 1 /2563 ท่ผี ่านมาจัดนกั เรยี น
ออกเป็นแบบคละเก่ง ปานกลาง และอ่อน ในอัตราส่วน 1: 2 : 2 หรอื 1: 3 : 1 คละเพศชายหญิง และ
กาหนดหมายเลขสมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มตั้งแต่กลุ่มที่ 1–8 เป็นนักเรยี นเป็นคนท่ี 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3 คนท่ี
4 และคนท่ี 5 ของกลุ่ม โดยให้นกั เรียนตงั้ ชอื่ กลุ่มทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั การทาอาหาร แบบไหนก็ได้ ในแนวทาง
สรา้ งสรรค์ จากนัน้ ให้แตล่ ะกลมุ่ เลือกประธาน และเลขานุการ
1.3 ครูเป็นผชู้ ่วยเหลอื อานวยความสะดวกและให้คาปรึกษา เม่อื นักเรียนต้องการความ
ช่วยเหลือ
ขั้นที่ 2 ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
2.1 ครูให้นักเรียนศึกษา Presentation เรือ่ ง อาหารประเภทตา่ ง ๆ ท่ีครูผู้สอนได้
รวบรวมมาจากแหล่งข้อมลู ในอนิ เตอรเ์ น็ต และร้านอาหารมาใหน้ กั เรยี นดู แล้วต้ังคาถามในประเด็น
ตอ่ ไปนี้ (ตอบคาถามใน Menti.com)
- ภาพใดเปน็ อาหารประเภทลาบ
- อาหารประเภทลาบแตกตา่ งกับอาหารประเภทอ่ืนอย่างไร
- จดุ เดน่ ของอาหารประเภทลาบมีลกั ษณะเดน่ อย่างไร

10

2.2 ใหน้ ักเรียนออกมาเลา่ ประสบการณเ์ ก่ยี วกบั การประกอบอาหารประเภทลาบ
ทนี่ กั เรยี นเคยเหน็ หรือเคยลงมือปฏบิ ตั ิ

2.3 ครนู าเสนอวดี ทิ ัศน์ การทาลาบเนือ้ โคขนุ โพนยางคา แนะนาสว่ นประกอบ เคร่ืองปรุง
สาธิตการทาลาบเนอ้ื โคขุนโพนยางคา ทลี ะขน้ั ตอน การจัดอาหาร จัดเครื่องเคียงให้เหมาะสม แลว้ อธิบาย
เพ่ิมเติมเก่ียวกับอาหารประเภทลาบของชาวจงั หวดั สกลนครว่ามีจุดเด่นอย่างไรบ้าง รสชาตขิ องอาหาร
และเปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถามในประเดน็ ท่ียังไมเ่ ข้าใจ

ขัน้ ท่ี 3 ขนั้ ลงมือปฏิบตั ิ (Action)
3.1 เลขานุการกลุ่มเปน็ ตัวแทนออกมารบั บัตรคาสง่ั และบัตรกจิ กรรม จากนั้นใหน้ ักเรียน

แต่ละกลุ่มสารวจส่วนประกอบ เครื่องปรุงในการประกอบอาหารลาบเนอ้ื โคขุนโพนยางคาทไ่ี ดเ้ ตรียมมา
3.2 นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ศึกษาบตั รคาส่ังท่ี 1 และแบบฝกึ ทักษะปฏิบัติท่ี 1 เรือ่ ง การฝกึ

ปฏิบตั ิการประกอบ การปรุง และการจดั เครื่องเคยี ง ลาบเนื้อโคขนุ โพนยางคา พรอ้ มเกณฑ์การใหค้ ะแนน
การฝึกปฏบิ ัติการประกอบอาหาร เพื่อเปน็ กรอบแนวทางในการลงมือปฏิบัติของนกั เรยี น แล้วรว่ มกนั วาง
แผนการทางาน การแบง่ หน้าทีก่ ันทางาน ส่ิงใดจะตอ้ งทาก่อนและสิ่งใดจะต้องทาหลัง แลว้ รว่ มกนั ลงมือ
ปฏบิ ตั ติ ามบัตรคาส่ังและบตั รกิจกรรม เรือ่ ง การฝึกปฏิบตั ิ การประกอบ การปรุง และการจดั เคร่ืองเคยี ง
ลาบเน้อื โคขุนโพนยางคา ตามระยะเวลาท่ีกาหนดให้ ครสู ังเกตการทางานของนักเรยี นแตล่ ะกลุม่
ดงั ต่อไปน้ี

- การทางานตามขั้นตอน
- การใช้วัสดุ อุปกรณ์
- ลกั ษณะนิสัยการทางานทด่ี ี
- การเกบ็ รกั ษาเครื่องมือ และการรกั ษาความสะอาดสถานที่

ชั่วโมงท่ี 3
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ แลกเปล่ียน ขยายความรู้ (Conclusion)

4.1 เม่ือนกั เรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมเรยี บรอ้ ยแลว้ นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาอาหารใส่ภาชนะมาต้งั
ไว้บนโต๊ะอาหารกลาง เพื่อแลกเปล่ยี นกนั ประเมินรสชาติของลาบเนื้อโคขุนโพนยางคา โดยครแู จก
กระดาษการ์ดรปู ส่เี หลย่ี มเท่ากบั จานวนกลุ่มท่ีแสดงผลงาน ยกเว้นกล่มุ ของตนเอง เพ่ือใหแ้ ตล่ ะกลุม่
แสดงความคิดเห็น แล้วนากระดาษไปตดิ ในแบบแสดงความคดิ เห็นที่มีต่อผลงานของกลุ่ม

4.2 เม่ือแตล่ ะกล่มุ ทากจิ กรรมเสร็จแล้ว นาผลงานไปติดบนกระดาน แล้วให้นักเรียนไป
เรียนรู้โดยการเยี่ยมชมผลงานของแต่ละกลุ่ม ให้ตัวแทนกลมุ่ 1 คน ยืนรอนาเสนอผลงานของกลุม่ ตนเอง
ครกู าหนดใหน้ ักเรียนเยี่ยมชมผลงานของแตล่ ะกลุ่ม กล่มุ ละไมเ่ กนิ 3 นาที

4.3 นักเรยี นเข้ากลุ่มเดิม แลว้ ให้แตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาเสนอ ผลการปฏบิ ัตกิ าร
ประกอบ การปรุง และการจัดเครอื่ งเคียง ลาบเน้ือโคขุนโพนยางคาของแต่ละกล่มุ โดยนาเสนอขัน้ ตอน

11

ปญั หาและอุปสรรคในการทางาน และผลสาเรจ็ ทเี่ กิดขึน้ กล่มุ ละไมเ่ กิน 5 นาที พร้อมทัง้ แลกเปลี่ยนความ
คิดเหน็ ในผลงานกับกลมุ่ ที่เยีย่ มชม โดยการตัง้ คาถามและสอบถามเกย่ี วกับเน้ือหานน้ั

4.4 ครเู สนอแนะผลงานอาหารของแตล่ ะกลุ่ม ให้เทคนิคการทาลาบเนอ้ื โคขนุ โพนยางคา
เช่น การสับเน้อื การใสเ่ ครือ่ งปรุง การล้างผัก การจดั เคร่อื งเคยี งให้สวยงามน่ารับประทาน

ชั่วโมงท่ี 4
ขัน้ ท่ี 5 ข้ันประเมินผล (Evaluation)

5.1 นักเรียนนาข้อเสนอแนะเร่ืองผลงานในการทาอาหาร มาปรับปรงุ อาหารของแตล่ ะกลุ่ม
อีกคร้ัง เพื่อทาการนาไปจดั จาหน่าย แก่ครแู ละบุคลากรภายในโรงเรยี น

5.2 นกั เรยี นแต่ละกลุม่ เขา้ ชน้ั เรยี นอีกครั้ง เพ่ือทาร่วมกันอภปิ รายในกลมุ่ เกยี่ วกบั การ
ประเมินผลจากการปฏบิ ัติการอาหารประเภท ลาบเนื้อโคขนุ โพนยางคา วา่ มีข้อบกพร่อง และข้อปรับปรงุ
ส่วนใด เพ่ือเป็นแนวทางในการปรบั ปรงุ และพฒั นาในการฝึกปฏิบัตกิ ารประกอบอาหารประเภทถัดไป

5.3 ครูให้คาชมเชยและให้กาลงั ใจในการทางานของนกั เรียน เพ่ือเป็นแรงจูงใจในการ
ปฏบิ ัติการประกอบอาหารครั้งถัดไป

5.4 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ทาบัตรกิจกรรมที่ 1 เร่อื ง ประโยชนแ์ ละสรรพคุณของลาบเนื้อโค
ขุนโพนยางคา

5.5 ครตู รวจบัตรกิจกรรมที่ 1 ตามเกณฑ์ที่กาหนด และแจง้ คะแนนให้นักเรยี นไดท้ ราบ
5.6 ใช้กลวธิ ีการสอน “แบบบันทกึ การปฏบิ ัติงาน” โดยใหน้ ักเรียนเขยี นสิง่ ที่ได้เรียนรู้
เมือ่ จบบทเรยี น และสิง่ ท่เี ปน็ คาถามหรืออยากรเู้ พิม่ เติมในแบบบันทกึ ในประเด็นต่อไปนี้

- วัสดอุ ุปกรณใ์ นการฝึกปฏบิ ัติ
- ข้นั ตอนการปฏบิ ัติงาน
- ปญั หาและวิธกี ารแกป้ ัญหา
- ความรู้ทีไ่ ดร้ บั จากการฝึกปฏบิ ัตใิ นคร้งั น้ี
- สงิ่ ทีน่ ักเรียนต้องการปรับปรุงเก่ียวกับการเรยี นรู้ของตนเองหรือการทางานกลมุ่ คืออะไร
5.7 ครูนัดหมายการเรยี นคร้ังต่อไป สิ่งทีน่ ักเรยี นจะตอ้ งเรียนร้นู อกห้องเรียน วัสดุ
อุปกรณ์ทต่ี ้องเตรยี ม จากนัน้ แจ้งให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่อง อาหารประเภทลาบ จานวน
10 ขอ้ จาก Google Form สามารถทานอกเวลาเรียนได้

9. ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ การเรยี นรู้
9.1 สื่อการเรียนรู้
9.1.1 เอกสารประกอบการเรียน เรือ่ ง อาหารประเภทลาบ
9.1.2 วดี ิทศั น์ เร่ือง การประกอบอาหาร การปรงุ และการจดั เครื่องเคยี ง

12

ลาบเนื้อโคขุนโพนยางคา
9.1.3 บัตรคาสั่งท่ี 1 เร่ือง การฝึกปฏิบตั ิ การประกอบ การปรงุ และการจัดเครอื่ งเคยี ง ลาบ

เนอื้ โคขุนโพนยางคา
9.1.4 แบบฝกึ ทกั ษะปฏบิ ตั ิที่ 1 เร่ือง การฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารประกอบ การปรุง และการจัดเคร่ือง

เคยี ง ลาบเนื้อโคขุนโพนยางคา
9.1.5 บัตรกจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง ประโยชน์และสรรพคุณของลาบเน้ือโคขนุ โพนยางคา
9.1.6 แบบบันทึกการปฏบิ ัติงาน
9.1.7 แบบทดสอบก่อนเรยี น – หลงั เรียน

9.2 แหล่งการเรียนรู้
9.2.1 เพจหอ้ งเรยี นครภู าวิณี เพ็งธรรม กล่มุ “ห้องเรยี นอาหารไทย”
9.2.2 YouTube
9.2.3 QR Code ประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้ (คิวอารโ์ คดข้อสอบก่อนเรียน – หลังเรยี น

ใบความรู้ วีดทิ ศั น์)

10. การวัดผลและประเมนิ ผล เคร่อื งมือวดั และ เกณฑ์การวัดและ
สิง่ ที่วัดและประเมินผล วิธกี ารวัดและ ประเมินผล ประเมนิ ผล

ประเมินผล 1. บตั รกิจกรรมที่ 1 ทาถูกต้องผา่ นเกณฑ์
ดา้ นความรู้ 1. ตรวจบัตรกจิ กรรมที่ 1 2.แบบบนั ทกึ การ รอ้ ยละ 80
ปฏบิ ตั ิงาน
2. ตรวจแบบบนั ทึกการ 1. แบบฝกึ ทกั ษะ นกั เรียนมีคะแนน
ปฏิบัตงิ าน ปฏบิ ัตทิ ี่ 1 ประเมินผ่านเกณฑ์
ด้านทกั ษะกระบวนการ 1. สงั เกตพฤติกรรมการ รอ้ ยละ 80
ฝึกทกั ษะการปฎบิ ัตงิ าน 2. แบบประเมินการ -นักเรยี นมีคะแนน
นาเสนอผลงาน ประเมินอยู่ในระดบั
2. การนาเสนอผลงาน 3. แบบประเมิน “ดี” ขึ้นไป ถอื ว่าผา่ น
พฤติกรรมการทางาน
3. สงั เกตพฤติกรรมการ กลมุ่ นักเรียนมคี ะแนน
ทางานกลุ่ม 1.แบบประเมินด้าน ประเมนิ อยู่ในระดับ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ “ดี” ข้นึ ไป ถอื ว่าผ่าน
ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ 1. สังเกตคุณลักษณะอัน ประสงค์

ประสงค์ พึงประสงค์

13

11. ความคดิ เหน็ (ผบู้ ริหาร/หรือผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย)

ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวภาวิณี เพง็ ธรรม แลว้ มคี วามคิดเห็นดังน้ี

11.1 เป็นแผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี

 ดีมาก  ดี

 พอใช้  ตอ้ งปรบั ปรงุ

11.2 การจัดกิจกรรมการเรียนรูไ้ ดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้

 ที่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั ใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

 ทยี่ ังไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอ่ ไป

11.3 เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี

 นาไปใช้สอนได้

 ควรปรบั ปรุงกอ่ นนาไปใช้

11.4 ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................
(ดร.ธรี ะนนั พริ ุณสุนทร)

รองผู้อานวยการสถานศึกษา
............../................../..............

14

12. บันทกึ หลังการจดั การเรียนรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
ขนั้ ท่ี 1 ขั้นเตรยี มพร้อม (Preparation) นักเรียนให้ความรว่ มมอื โดยต้ังคาถามท่ีสงสยั

ภายหลังใหด้ ูวดี โี อหรอื ศกึ ษาความรู้ก่อนล่วงหน้าจากเอกสารการสอนที่ครูจดั ทาให้
ข้ันที่ 2 ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement) นกั เรียนให้ความรว่ มมอื ในการตอบคาถาม การ

แสดงความคิดเหน็ และการเลา่ ประสบการณ์ อยา่ งตั้งใจ
ข้ันที่ 3 ขน้ั ลงมือปฏิบัติ (Action) ในการฝึกปฏบิ ตั นิ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวางแผนการ

ทางาน โดยแบ่งหนา้ ที่กัน แล้วร่วมกันลงมอื ปฏิบัติตาม ตามระยะเวลาทก่ี าหนดให้ โดยครูคอยสงั เกตและ
ใหค้ าปรึกษา

ข้นั ท่ี 4 ขน้ั แลกเปล่ยี น ขยายความรู้ (Conclusion) นกั เรียนใหค้ วามร่วมมือในการแสดงความ
คดิ เหน็ และประเมินผลงานของแต่ละกลุม่ โดยครคู อยให้คาแนะนา

ขัน้ ที่ 5 ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation) นักเรยี นใหค้ วามร่วมมือในการบนั ทึกการปฏิบัติงานจาก
สงิ่ ทไี่ ดเ้ รียนรเู้ ม่ือจบบทเรยี น และทาแบบทดสอบหลงั เรียน จาก Google Form ท่คี รูกาหนดให้

ปัญหาอุปสรรค
นกั เรยี นบางกลุ่มส่งเสยี งดงั รบกวนกลมุ่ อ่ืน

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ครคู อยกาชับว่ากลา่ วตักเตือนนกั เรียนที่พูดเสียงดงั ขณะปฏิบตั ิกิจกรรม

ศนู ย์การเรยี น

(นางสาวภาวิณี เพง็ ธรรม)
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ

15

เกณฑ์การให้คะแนนการทากิจกรรมของนกั เรยี น

เกณฑ์การให้คะแนน บัตรกิจกรรมที่ 1 เรื่อง ประโยชนแ์ ละสรรพคุณของลาบเนอื้ โคขุนโพนยางคา
(12 คะแนน)

รายการประเมนิ ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน
1. เขียนอธิบาย 3 มีความสัมพนั ธ์กบั เนื้อประเด็นหลกั ประเดน็ รองและ
ประเดน็ เนอ้ื หา ประเดน็ ย่อยได้ครบทุกประเด็น
สาระ 2 มคี วามสมั พนั ธก์ บั เนื้อประเด็นหลัก และประเดน็ รอง
1 มีความสมั พันธ์กับประเด็นหลกั ไดเ้ พียงประเดน็ เดยี ว
2. รปู แบบการเขยี น 3 รูปแบบการเขียนทาอยา่ งเปน็ ระบบและนาเสนอด้วยแบบท่ี
แบบสรปุ ความรู้ ชดั เจน ถกู ต้อง
2 รปู แบบการเขียนจัดทาอย่างเป็นระบบแตน่ าเสนอดว้ ยแบบ
3. ความเปน็ ทีไ่ ม่ถกู ต้อง
ระเบียบและ 1 รปู แบบการเขยี นไม่เปน็ ระบบและนาเสนอไมส่ ื่อความหมาย
สวยงาม และไม่ชัดเจน
3 สะอาด สวยงาม และเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย
4. ความตรงตอ่ เวลา 2 เขียนเป็นระเบียบ
1 อ่านไม่รเู้ รื่อง ไม่เป็นระเบยี บ แต่มคี วามพยายามในการ
เขียน
3 สง่ ตามเวลาทีก่ าหนด
2 ส่งแตช่ า้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด 1- 10 นาที
1 ส่งแตช่ า้ กวา่ เวลาที่กาหนดเกิน 10 นาที

16

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน แบบบนั ทึกการปฏิบตั งิ าน เรอ่ื ง อาหารประเภทลาบ (15 คะแนน)

การประเมิน ระดบั คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน

วัสดอุ ุปกรณ์ 3 เขยี นระบุวัสดุอุปกรณ์ในการฝกึ ปฏบิ ตั ิจริงได้อยา่ งครบถว้ น

ในการฝึกปฏบิ ัติ ชดั เจน

2 เขยี นระบวุ สั ดอุ ปุ กรณใ์ นการฝึกปฏิบตั จิ ริงได้ แต่ไมค่ รบถว้ น

1 ปรากฏร่องรอยการเขียนแต่ไม่ใช่วัสดุปกรณ์ในการฝึกปฏิบัติ

ทสี่ ามารถใชง้ านไดจ้ รงิ

ขั้นตอนการปฏิบตั งิ าน 3 เขียนข้นั ตอนการทางานชดั เจน เป็นไปตามลาดับขั้นตอน

2 เขยี นขั้นตอนการทางาน แต่ไม่เรียงลาดับเหตกุ ารณ์

1 ปรากฏรอ่ งรอยการเขยี นแต่ไม่สามารถอธิบายข้นั ตอน

การทางานได้

ปญั หาและวิธกี าร 3 ระบุปญั หาท่เี กิดขึน้ ได้ และแนวทางแก้ไขท่สี อดคล้องกบั ปัญหา

แกป้ ัญหา น้ันได้

2 ระบปุ ญั หาท่เี กิดขน้ึ ได้หรือแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างใดอยา่ ง

หน่ึงแตไ่ ม่สอดคล้องกัน

1 ปรากฏรอ่ งรอยการเขยี นแต่ไมส่ ามารถอธบิ ายบง่ ชัดได้ว่าเปน็

ปัญหาหรอื วธิ ีการแก้ปญั หา

ความรทู้ ีไ่ ดร้ บั จากการ 3 เขยี นแจกแจงส่ิงที่ได้รับในการฝึกปฏิบัติคร้ังนี้ และส่งิ ท่ีสามารถ

ฝกึ ปฏิบัตใิ นครัง้ น้ี นาไปประยุกต์ใชไ้ ด้จรงิ อยา่ งชดั เจน

2 เขียนแจกแจงสง่ิ ทีไ่ ดร้ บั ในการฝกึ ปฏิบัติครง้ั นี้ หรือส่งิ ที่สามารถ

นาไปประยุกตใ์ ช้ไดจ้ ริงอยา่ งชัดเจน อยา่ งใดอยา่ งหนึง่

1 ปรากฏร่องรอยการเขียนแต่ไม่เปน็ การเขียนนอกประเดน็

ส่ิงท่ีนกั เรยี นต้องการ 3 เขยี นแจกแจงสิง่ ทน่ี ักเรียนต้องการปรบั ปรุงเกี่ยวกับการเรยี นรู้

ปรบั ปรุงเก่ยี วกบั การ ของตนเองหรือการทางานกลุ่มชดั เจน ตรงประเด็น

เรียนรูข้ องตนเองหรือ 2 เขยี นแจกแจงสงิ่ ท่นี ักเรยี นตอ้ งการปรบั ปรุงเกย่ี วกบั การเรยี นรู้

การทางานกลมุ่ ของตนเองหรือการทางานกลุ่มได้ แตย่ ังไมช่ ดั เจน

1 ปรากฏร่องรอยการเขยี นแต่ไม่เปน็ การเขียนนอกประเด็น

17

แบบประเมินทักษะการปฏิบัตกิ ารประกอบอาหารภาคอสี าน รายวชิ าเพ่มิ เติมอาหารไทย
กลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3

ทักษะปฏิบตั ิ รายการ ระดับคะแนน(คณุ ภาพการปฏิบตั ิงาน)
ประเมิน
ดา้ นการ 1. บทบาท 4 ดีมาก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ปรบั ปรงุ
เตรยี มความ หนา้ ทข่ี อง
พรอ้ ม สมาชิกกลมุ่ มีการกาหนด มีการกาหนด มีการกาหนด ไม่มีการกาหนด
(16 คะแนน)
2. การมสี ่วน บทบาทหน้าท่ี บทบาทหนา้ ที่ไม่ บทบาทหนา้ ที่ไม่ บทบาทหน้าท่ี
ร่วมสมาชกิ
กล่มุ สมาชกิ ไวช้ ัดเจน ครบ ขาดไป 1 ครบ ขาดไป 2 ของสมาชิก

3. ความ อยา่ ง อย่าง
รับผดิ ชอบ
สมาชิกกลุ่มทุก สมาชิกกลุม่ ส่วน สมาชิกกลมุ่ ให้ สมาชิกกล่มุ ส่วน
4. การเตรยี ม
วัสดุอุปกรณ์ คน ใหญ่มีส่วนร่วมใน ความร่วมมือใน ใหญม่ สี ว่ นร่วมใน

มีส่วนรว่ มในการ การปฏิบตั งิ าน การปฏิบัตงิ าน การปฏบิ ตั งิ าน

ปฏิบัตงิ านกลุ่ม กลมุ่ กลมุ่ เปน็ สว่ นน้อย กลมุ่ นอ้ ย

สมาชกิ ทุก สมาชกิ สว่ นใหญ่ สมาชิกสว่ นนอ้ ย สมาชกิ ส่วนใหญ่

คนทางานตาม ทางานตามหน้าท่ี ทางานตามหน้าท่ี ไม่ทางานตาม

หน้าที่ ที่ได้รับ ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย หน้าที่

มอบหมาย ไม่ ไมห่ ลีกเล่ียงงาน หลีกเลีย่ งงานเปน็ ที่ได้รบั

หลีกเลี่ยง งาน งานเสร็จทันตาม บางคน งานเสรจ็ มอบหมาย

งานเสร็จทันตาม เวลาทีก่ าหนด ชา้ กวา่ เวลาที่ หลีกเลยี่ งงานเป็น

เวลาทีก่ าหนด กาหนดเลก็ น้อย บางคน งานเสรจ็

ชา้ กว่ากาหนด

มีอปุ กรณก์ าร มีอปุ กรณก์ าร มีอปุ กรณก์ าร ไมม่ ีอปุ กรณก์ าร

ประกอบอาหาร ประกอบอาหาร ประกอบอาหาร ประกอบอาหาร

ครบตาม ไม่ครบ ขาดไป ไมค่ รบ ขาดไป

ประเภทของ 1 อยา่ ง 2 อยา่ ง

อาหาร

18

ทกั ษะ รายการ ระดับคะแนน(คุณภาพการปฏิบัติงาน)
ปฏิบตั ิ ประเมิน
1.วตั ถดุ บิ 4 ดมี าก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ปรับปรงุ
ด้านการลง ของอาหาร วัตถดุ ิบครบตาม วัตถุดิบไม่ครบ
มอื ปฏบิ ัติ รูปแบบของ วัตถุดิบครบตาม วัตถดุ บิ ครบตาม ตามรปู แบบของ
(20คะแนน) 2.กรรมวธิ ี อาหารแตล่ ะ อาหารแต่ละ
การปรงุ ประเภท มีความ รปู แบบของอาหาร รปู แบบของอาหาร ประเภท
สดใหม่ มีกล่ินเล็กน้อย
3.ความ ขนั้ ตอนการ แตล่ ะประเภท แต่ละประเภท ขั้นตอนการ
สะอาด ประกอบอาหาร ประกอบอาหาร
ปลอดภัย ถูกต้องตาม มีความสดใหม่ เป็น มีความสดใหม่ ไมถ่ ูกต้อง
ขั้นตอน และถกู
4.การจัด หลักอนามัย สว่ นใหญ่ บางสว่ น การแตง่ กาย
ตกแตง่ การแตง่ กายผู้ ผปู้ ระกอบอาหาร
อาหาร ประกอบอาหารมี ข้ันตอนการ ขั้นตอนการ ไมม่ ีผา้ กันเป้อื น
ผ้ากันเป้ือนและ และไมส่ วมหมวก
5.เวลา สวมหมวกทุกคน ประกอบอาหาร ประกอบอาหาร
ใชภ้ าชนะไม่
ใช้ภาชนะ ถูกต้อง ข้ามบางขนั้ ตอน เหมาะสมกับ
เหมาะสมกับ ประเภทของ
ประเภทของ การแตง่ กายผู้ การแต่งกาย อาหาร การจดั
อาหารสวยงาม วางไมเ่ หมาะสม
การจัดวาง ประกอบอาหารมผี า้ ผปู้ ระกอบอาหาร ไมม่ เี คร่ืองเคียง
เหมาะสมสวยงาม ประกอบ
มเี คร่ืองเคียง กนั เปื้อนและสวม มผี ้ากันเปือ้ นและ
ประกอบ เสรจ็ ชา้ กว่าเวลา
มีความคิด หมวกเปน็ ส่วนใหญ่ สวมหมวกเปน็ ท่กี าหนด เกนิ
สรา้ งสรรค์แปลก 10 นาทีขนึ้ ไป
ใหม่ บางสว่ น
เสรจ็ ทนั เวลา
ทกี่ าหนด ใช้ภาชนะเหมาะสม ใช้ภาชนะ

กับประเภทของ เหมาะสมกับ

อาหาร การจดั วาง ประเภทของ

เหมาะสม อาหาร การจดั

มเี ครื่องเคียง วางเหมาะสม มี

ประกอบ เป็นสว่ น เคร่ืองเคยี ง

ใหญ่ มคี วามคิด ประกอบเล็กน้อย

สรา้ งสรรค์

เสรจ็ ชา้ กวา่ เวลาที่ เสรจ็ ช้ากวา่ เวลาท่ี
กาหนด 1–5 นาที กาหนด 6-10 นาที

19

ทกั ษะปฏบิ ตั ิ รายการ ระดบั คะแนน(คณุ ภาพการปฏิบัติงาน)
ประเมนิ
ด้านการ รสชาตอิ าหาร 4 ดมี าก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ปรับปรุง
ประเมนิ
ผลสาเร็จ ลักษณะ รสชาติกลมกล่อม รสชาติกลมกล่อม รสชาติกลม รสชาติขาดความ
ของงาน ภายนอกของ
(16 อาหาร ตามประเภทของ ตามประเภทของ กลอ่ มเล็กนอ้ ย กลมกล่อมตาม
คะแนน)
การจดั เกบ็ อาหารเดน่ ชัด ไม่ อาหาร ปรงุ แตง่ ตอ้ งปรงุ เพ่ิมเติม ประเภทของ
ทาความ
สะอาดสถานที่ ตอ้ งปรุงแต่ง เพ่ิมเติมเล็กน้อย อาหาร ต้องปรุง
ประกอบ
อาหารและ เพิ่มเติม ใหม่
วสั ดอุ ปุ กรณ์
มีสสี ัน เนือ้ สัมผสั มีสีสนั เน้ือสมั ผัส มสี ีสนั เนอื้ ลักษณะภายนอก

กลนิ่ ที่มีความ กล่นิ ต้งั แต่ 2 สัมผัส กลนิ่ ไมส่ อดคลอ้ งกับ

ถกู ต้องตรงตาม รายการ ทีม่ ีความ หรอื อยา่ งใด ลกั ษณะของ

ลกั ษณะของ ถูกต้องตรงตาม อยา่ งหน่ึง ที่มี อาหาร

อาหาร ลักษณะของ ความถกู ตอ้ ง

อาหาร ตรงตาม

ลกั ษณะของ

อาหาร

มีการจดั เก็บทา มกี ารจัดเก็บทา มกี ารทาความ ไม่มีการทาความ

ความสะอาด ความสะอาด สะอาดสถานท่ี สะอาดสถานท่ี

สถานท่ีประกอบ สถานที่ประกอบ ประกอบอาหาร ประกอบอาหาร

อาหารและวสั ดุ อาหารและวสั ดุ และวัสดุ และวัสดอุ ปุ กรณ์

อุปกรณ์ และ อุปกรณ์ แตไ่ ม่ อุปกรณ์เพยี ง

จัดเก็บให้ จดั เกบ็ ให้ อย่างใดอย่าง

เรยี บรอ้ ย เรียบรอ้ ย หนง่ึ

การจดั ผลติ ภณั ฑส์ ามารถ ผลติ ภณั ฑ์สามารถ ผลติ ภัณฑ์ ผลติ ภัณฑ์ไม่
จาหนา่ ย วางจดั จาหน่ายได้ วางจดั จาหน่ายได้ สามารถวางจัด สามารถวางจดั
และสามารถขาย และสามารถขาย จาหน่ายได้ และ จาหนา่ ยได้ แต่
ผลิตภัณฑไ์ ด้ตาม ผลิตภณั ฑ์ได้แตต่ ่า สามารถขาย สามารถ
เป้าหมายทวี่ างไว้ กว่าเปา้ หมายที่ ผลิตภัณฑไ์ ด้แต่ รับประทานได้

วางไว้1 – 3 ชน้ิ ต่ากว่าเป้าหมาย
ทีว่ างไว้ 4 ช้ิน
ข้ึนไป

20

แบบประเมินการนาเสนอผลงาน

คาชีแ้ จง : ใหผ้ ูส้ อน ประเมินจากการนาเสนอผลงานของแต่ละกลุ่ม แล้วบันทกึ คะแนนลงในตาราง

ทตี่ รงกับพฤตกิ รรมการนาเสนอผลงานของกลมุ่ ตามคณุ ภาพการปฏบิ ัติ แล้วนาคะแนน

รวมไปหาระดบั คุณภาพของการนาเสนอผลงานของกลุ่ม

ขอ้ ท่ี พฤตกิ รรมท่ีประเมิน คุณภาพการปฏบิ ัติ
321

1 ความสมบรู ณข์ องเนอ้ื หา

1.1 นาเสนอเปน็ ลาดับขนั้ ตอน

1.2 นาเสนอชดั เจน เขา้ ใจงา่ ย

1.3 นาเสนอภายในเวลาทีก่ าหนด

2 บคุ ลิกภาพในการนาเสนอ

2.1 ใช้ภาษาถกู ต้องตามหลักภาษา

2.2 ใชท้ ่วงทีวาจากิริยาท่าทางเหมาะสม

2.3 นาเสนอได้นา่ สนใจ

3 การอธบิ ายและตอบข้อซักถาม

3.1 อธิบายใหเ้ หน็ ถึงความรู้และความเขา้ ใจในขั้นตอนท่ี

ดาเนนิ การ

3.2 อธบิ ายใหเ้ หน็ ถงึ กระบวนการร่วมมอื กันวางแผนการทางาน

ภายในกลุ่ม

3.3 ตอบข้อซกั ถามได้ตรงประเดน็

รวมคะแนน

เกณฑ์การตดั สินการประเมนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

23 - 27 ดมี าก

18 - 22 ดี

10 - 17 ปานกลาง

1 – 9 ปรบั ปรุง

แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกล่มุ 21

คาช้ีแจง : ครผู ้สู อน ประเมินจากการสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ ในระหว่างเรยี น ขณะ

ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม โดยให้ระดบั คะแนนลงในตารางท่ตี รงกับพฤติกรรมของผเู้ รียน แล้วนา

คะแนนรวมไปหาระดับคุณภาพของพฤติกรรมการทางานของกลมุ่

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน

ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน

ขอ้ ท่ี พฤตกิ รรมที่สังเกต คุณภาพการปฏิบัติ
32 1
1 มกี ารปรึกษาและวางแผนร่วมกันกอ่ นทางาน
2 มกี ารแบง่ หนา้ ทอ่ี ยา่ งเหมาะสม และสมาชกิ ทางานตามหนา้ ที่
3 มีการปฏิบตั งิ านตามขั้นตอน
4 มีการให้ความช่วยเหลือกัน
5 มีการเคารพกติกาของกล่มุ
6 ยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผู้อื่น
7 แสดงความคิดเหน็ ที่มปี ระโยชน์ต่อกลมุ่
8 มีความเป็นผู้นาและผูต้ ามท่ดี ี
9 ร่วมมอื กันทางานจนสาเรจ็

รวมคะแนน

เกณฑ์การตัดสินการประเมินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

23 - 27 ดมี าก

18 - 22 ดี

10 - 17 ปานกลาง

1 – 9 ปรับปรงุ

22

แบบประเมินด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

คาชี้แจง : ครูผ้สู อนสังเกตคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนจากการสงั เกตพฤติกรรม
กจิ กรรมในระหว่างเรียน โดยให้ระดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับพฤติกรรมของ
ผู้เรียนแลว้ นาคะแนนรวมไปหาระดับคุณภาพของคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ของผู้เรยี น

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้ ให้ 1 คะแนน

ข้อท่ี พฤติกรรมทสี่ ังเกต คุณภาพการปฏิบตั ิ
32 1
1 มีความรับผิดชอบงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย
2 มคี วามกล้าแสดงออก
3 มคี วามกระตือรอื รน้ ในการเสาะแสวงหาความรู้
4 นาความรู้ทไ่ี ดไ้ ปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั ได้

รวมคะแนน

เกณฑก์ ารตัดสินการประเมินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
10 – 12 ดมี าก
7–9 ดี
4–6
1–3 ปานกลาง
ปรับปรุง

23

แบบบนั ทกึ คะแนนการทากิจกรรมของนกั เรยี น

แบบบันทึกคะแนนทักษะการปฏิบัติการประกอบอาหารภาคอสี าน รายวิชาเพ่ิมเติมอาหารไทย

กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง อาหารประเภทลาบ

วนั ท่ี เดือน พ.ศ. 2563

คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นแลว้ บันทึกคะแนนลงในช่อง

ทกั ษะการปฏบิ ัติการประกอบอาหารในแต่ละข้อ

ทักษะการปฏิบตั ิ

ช่ือกลมุ่ เลขท่ี ้ดานการเตรียมความ คะแนนรวม ผลการประเมนิ
พร้อม

การลง ืมอป ิฏบั ิต
การประเมิน
ผลสาเร็จของงาน

ถัว่ เขยี ว 8 16 20 16 52 ผา่ น ไมผ่ า่ น
ชมพู่ 21 13 16 13 42 
แมงลัก 27 13 16 13 42 
ส้มจ๊ดี 4 13 16 13 42 
37 13 16 13 42 
20 13 16 13 42 
16 13 16 13 42 
31 13 16 13 42 
7 13 16 13 42 
19 13 16 13 42 
38 13 16 13 42 
5 13 16 13 42 
34 13 16 13 42 
39 13 16 13 42 
11 13 16 13 42 
18 13 16 13 42 
2 13 16 13 42 
6 13 16 13 42 
1 13 16 13 42 
35 13 16 13 42 
13 16 13 42 

24

ทักษะการปฏบิ ตั ิ

ชอื่ กลมุ่ เลขท่ี ้ดานการเตรียม คะแนน ผลการประเมิน
ความพร้อม รวม
การลงมือป ิฏ ับ ิต
การประเมิน
ผลสาเร็จของงาน

16 20 16 52 ผ่าน ไมผ่ า่ น
3 13 16 13 42 
ขนมถว้ ย 28 13 16 13 42 
22 13 16 13 42 
9 13 16 13 42 
13 13 16 13 42 
33 13 16 13 42 
เมย่ี งสด 24 13 16 13 42 
26 13 16 13 42 
17 13 16 13 42 
25 13 16 13 42 
40 13 16 13 42 
สมูตตี้ 14 13 16 13 42 
30 13 16 13 42 
10 13 16 13 42 
15 13 16 13 42 
12 13 16 13 42 
29 13 16 13 42 
ตม้ แซบ 36 13 16 13 42 
23 13 16 13 42 
32 13 16 13 42 
รวม 520 640 520 1,680
X 13.00 16.00 13.00 42.00
S.D. 0.00 0.00 0.00 0.00
ร้อยละ 81.25 80.00 81.25 80.77

ผผู้ า่ นเกณฑ์การประเมิน ต้องไดค้ ะแนนต้ังแต่ 42 คะแนนขนึ้ ไป หรอื ระดบั คุณภาพ “ดี”ขึน้ ไป

ลงชือ่ ……………………………………………………ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวภาวิณี เพ็งธรรม)

ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ

25

แบบบันทึกคะแนนการนาเสนอผลงานของกลุ่ม

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 เร่ือง อาหารประเภทลาบ

วนั ที่ เดือน พ.ศ. 2563

คาชีแ้ จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตการนาเสนอผลงานของกลุ่มแต่ละกลุ่ม ตามคะแนนเกณฑ์การประเมิน

แล้วบันทึกคะแนนลงในช่องรายการประเมนิ การนาเสนอผลงานในแต่ละข้อ

รายการประเมิน

ชือ่ กลมุ่ เลขที่ 1 ขอ้ ที่ 3 คะแนนรวม ระดบั ผลการประเมิน
2 คุณภาพ
27 ผ่าน ไม่ผา่ น
99 9 19 ดี 
19 ดี 
8 76 6 19 ดี 
19 ดี 
ถว่ั เขียว 21 7 6 6 19 ดี 
19 ดี 
27 7 6 6 19 ดี 
19 ดี 
4 76 6 19 ดี 
19 ดี 
37 7 6 6 19 ดี 
19 ดี 
20 7 6 6 19 ดี 
19 ดี 
16 7 6 6 19 ดี 
20 ดี 
ชมพู่ 31 7 6 6 20 ดี 
20 ดี 
7 76 6 20 ดี 
20 ดี 
19 7 6 6

38 7 6 6

แมงลกั 5 7 6 6

34 7 6 6

39 7 6 6

11 7 6 6

18 7 7 6

2 77 6

ส้มจีด๊ 6 7 7 6

1 77 6

35 7 7 6

26

รายการประเมนิ

ชือ่ กลุ่ม เลขที่ 1 ข้อท่ี 3 คะแนนรวม ระดับ ผลการประเมนิ
ขนมถว้ ย 2 คณุ ภาพ
เมยี่ งสด ผ่าน ไมผ่ ่าน
สมูตต้ี 99 9 27 
20 ดี 
ตม้ แซบ 3 77 6 20 ดี 
20 ดี 
28 7 7 6 20 ดี 
20 ดี 
22 7 7 6 19 ดี 
19 ดี 
9 77 6 19 ดี 
19 ดี 
13 7 7 6 19 ดี 
19 ดี 
33 7 6 6 19 ดี 
19 ดี 
24 7 6 6 19 ดี 
19 ดี 
26 7 6 6 19 ดี 
19 ดี 
17 7 6 6 19 ดี 
19 ดี 
25 7 6 6 19 ดี
19.25 ดี
40 7 6 6

14 7 6 6

30 7 6 6

10 7 6 6

15 7 6 6

12 7 6 6

29 7 6 6

36 7 6 6

23 7 6 6

32 7 6 6

เฉล่ยี

ผผู้ ่านเกณฑ์การประเมิน ตอ้ งไดค้ ะแนนตัง้ แต่ 18 คะแนนข้นึ ไป หรือ ระดับคุณภาพ “ด”ี ขนึ้ ไป

ลงชื่อ……………………………………………………ผูป้ ระเมิน
(นางสาวภาวิณี เพ็งธรรม)

ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ

27

แบบบนั ทกึ คะแนนการประเมินพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง อาหารประเภทลาบ

วันท่ี เดอื น พ.ศ. 2563

คาชีแ้ จง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนแลว้ บนั ทึกคะแนนลงในช่อง

พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ในแตล่ ะข้อ

ชื่อกลมุ่ เลขท่ี 1 2 พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ข้อที่ 8 9 คะแนน ระดบั ผลการประเมิน
3 3 34567 3 3 รวม คณุ ภาพ ผา่ น ไม่ผา่ น
33333 27

8 2 2 3 3 2 2 3 2 3 22 ดี 

ถั่วเขยี ว 21 2 2 3 3 2 2 3 2 3 22 ดี 

27 2 2 3 3 2 2 3 2 3 22 ดี 

4 2 2 3 3 2 2 3 2 3 22 ดี 

37 2 2 3 3 2 2 3 2 3 22 ดี 

20 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดมี าก 

16 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดีมาก 

ชมพู่ 31 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดมี าก 

7 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดีมาก 

19 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดีมาก 

38 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดมี าก 

แมงลัก 5 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดมี าก 

34 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดมี าก 

39 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดมี าก 

11 2 2 3 3 2 3 3 2 3 23 ดมี าก 

18 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

2 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

สม้ จ๊ดี 6 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

1 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

35 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

3 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

ขนมถ้วย 28 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

22 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

9 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

13 2 2 2 3 3 2 3 2 3 22 ดี 

28

ช่อื กลมุ่ เลขที่ 1 2 พฤติกรรมการทางานกลุม่ ข้อท่ี 8 9 คะแนน ระดับ ผลการประเมนิ
3 3 34567 3 3 รวม คณุ ภาพ ผา่ น ไม่ผา่ น
33333 27

33 3 2 2 3 3 2 3 3 3 24 ดมี าก 

เมีย่ งสด 24 3 2 2 3 3 2 3 3 3 24 ดีมาก 

26 3 2 2 3 3 2 3 3 3 24 ดีมาก 

17 3 2 2 3 3 2 3 3 3 24 ดีมาก 

25 3 2 2 3 3 2 3 3 3 24 ดมี าก 

40 3 2 2 3 2 3 3 3 3 24 ดีมาก 

สมูตต้ี 14 3 2 2 3 2 3 3 3 3 24 ดมี าก 

30 3 2 2 3 2 3 3 3 3 24 ดีมาก 

10 3 2 2 3 2 3 3 3 3 24 ดมี าก 

15 3 2 2 3 2 3 3 3 3 24 ดมี าก 

12 2 2 2 3 2 3 3 3 3 23 ดีมาก 

29 2 2 2 3 2 3 3 3 3 23 ดีมาก 
ต้มแซบ 36 2 2 2 3 2 3 3 3 3 23 ดมี าก 

23 2 2 2 3 2 3 3 3 3 23 ดีมาก 

32 2 2 2 3 2 3 3 3 3 23 ดีมาก 

เฉลย่ี 22.88 ดีมาก

ผู้ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ตอ้ งไดค้ ะแนนตั้งแต่ 18 คะแนนข้ึนไป หรอื ระดบั คุณภาพ “ด”ี ขน้ึ ไป

ลงชื่อ……………………………………………………ผู้ประเมนิ
(นางสาวภาวิณี เพ็งธรรม)

ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ

29

แบบบันทกึ คะแนนการประเมินดา้ นคณุ ลักษณะอันทปี่ ระสงคข์ องนักเรียน

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1 เรอ่ื ง อาหารประเภทลาบ

วนั ท่ี เดอื น พ.ศ. 2563

คาชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนแลว้ บันทกึ คะแนนลงใน

ช่องพฤตกิ รรมด้านคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ของนกั เรยี นในแต่ละข้อ

พฤตกิ รรมดา้ นคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ข้อท่ี คะแนน ระดบั ผลการประเมิน
รวม คณุ ภาพ
เลขท่ี 1 23 4 12 ผ่าน ไม่ผา่ น
10 ดีมาก 
3 33 3 10 ดมี าก 
10 ดมี าก 
13 32 2 10 ดมี าก 
10 ดมี าก 
22 23 3 10 ดมี าก 
10 ดมี าก 
33 32 2 10 ดีมาก 
10 ดมี าก 
43 32 2 10 ดมี าก 
10 ดมี าก 
53 22 3 10 ดีมาก 
10 ดีมาก 
63 32 2 10 ดีมาก 
10 ดีมาก 
73 32 2 10 ดมี าก 
10 ดมี าก 
83 32 2 10 ดีมาก 
10 ดมี าก 
93 32 2 10 ดีมาก 
10 ดีมาก 
10 3 22 3 10 ดีมาก 
10 ดมี าก 
11 2 33 2 10 ดมี าก 
10 ดมี าก 
12 2 23 3

13 2 33 2

14 2 23 3

15 2 23 3

16 2 32 3

17 3 32 2

18 3 32 2

19 2 33 2

20 2 23 3

21 2 23 3

22 3 23 2

23 2 33 2

24 2 32 3

25 3 32 2

30

เลขที่ พฤตกิ รรมด้านคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงคข์ ้อที่ คะแนน ระดบั ผลการประเมนิ
รวม คุณภาพ
1 23 4 12 ผ่าน ไม่ผ่าน
10 ดีมาก 
3 33 3 10 ดีมาก 
10 ดมี าก 
26 3 23 2 10 ดีมาก 
10 ดมี าก 
27 3 23 2 10 ดีมาก 
10 ดีมาก 
28 2 23 3 10 ดมี าก 
10 ดมี าก 
29 2 23 3 10 ดมี าก 
10 ดีมาก 
30 3 22 3 10 ดมี าก 
10 ดมี าก 
31 3 23 2 10 ดมี าก 
10 ดีมาก 
32 2 23 3 10.00 ดมี าก

33 3 23 2

34 3 23 2

35 2 33 2

36 3 22 3

37 2 33 2

38 3 22 3

39 3 32 2

40 2 33 2

เฉล่ีย

ผูผ้ า่ นเกณฑ์การประเมนิ ตอ้ งได้คะแนนต้ังแต่ 7 คะแนนขึ้นไป หรือ ระดับคุณภาพ “ดี”ขน้ึ ไป

ลงชอื่ ……………………………………………………ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวภาวณิ ี เพง็ ธรรม)

ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ

31

แบบบนั ทกึ การเก็บคะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เรอื่ ง อาหารประเภทลาบ

วันท่ี 8 เดือน มถิ นุ ายน พ. ศ. 2563
คาช้แี จง ครูตรวจผลงานนักเรียนจากการทาบตั รกจิ กรรม แบบบนั ทกึ การปฏิบัตงิ าน แบบทดสอบ

หลังเรยี น การสงั เกตพฤติกรรมการฝึกทักษะการฎิบัติงาน พฤติกรรมการทางานกลุม่ พฤติกรรม
การเรยี น (คุณลักษณะอนั พึงประสงค)์ และการนาเสนอผลงานตามเกณฑ์การให้คะแนนที่กาหนด
แล้วบันทกึ คะแนนลงในช่องบันทึกคะแนน พร้อมทงั้ สรปุ ผลการประเมนิ การเรียนรขู้ องนักเรยี น
ตามเกณฑป์ ระเมนิ รอ้ ยละ 80 โดย ใหร้ ะบคุ าว่า “ผา่ น” หรือ “ไม่ผ่าน” ในช่องสรุปผลการ
ประเมิน

เลขที่ บัตร ิกจกรรมท่ี 1 รวม สรุปผล
แบบ ับนทึกการ การประเมนิ
12
1 10 ปฏิ ับ ิตงาน
2 10 ัทกษะปฏิบั ิต
3 11 การนาเสนอ
4 10
5 10 ผลงาน
6 10 พฤติกรรมการ
7 11 ทางานก ุ่ลม
8 10 ุคณ ัลกษณะ ัอน ึพง
9 11
10 11 ประสง ์ค
11 10 แบบทดสอบ
12 11 ห ัลงเรียน
13 11
14 11 15 52 27 27 12 10 155
15 11
16 11 12 42 20 22 10 8 124 ผ่าน
17 10
18 10 12 42 20 22 10 8 124 ผา่ น
19 11
20 11 12 42 20 22 10 9 126 ผ่าน

13 42 19 22 10 8 124 ผ่าน

12 42 19 23 10 8 124 ผ่าน

12 42 20 22 10 8 124 ผ่าน

12 42 19 23 10 8 125 ผ่าน

13 42 19 22 10 8 124 ผ่าน

12 42 20 22 10 8 125 ผา่ น

12 42 19 24 10 8 126 ผา่ น

12 42 19 23 10 8 124 ผา่ น

12 42 19 23 10 9 126 ผา่ น

12 42 20 22 10 8 125 ผา่ น

12 42 19 24 10 8 126 ผ่าน

12 42 19 24 10 8 126 ผา่ น

12 42 19 23 10 8 125 ผา่ น

13 42 19 24 10 8 126 ผ่าน

12 42 20 22 10 9 125 ผ่าน

12 42 19 23 10 8 125 ผา่ น

12 42 19 23 10 8 125 ผ่าน

32

เลขท่ี ับตรกิจกรรมท่ี 1 รวม สรปุ ผล
แบบ ับนทึกการ การประเมนิ
12
21 10 ป ิฏ ับ ิตงาน
22 11 ทักษะปฏิ ับ ิต
23 11 การนาเสนอผลงาน
24 10 พฤ ิตกรรมการ
25 10 ทางานก ุ่ลม
26 10 คุณ ัลกษณะ ัอนพึง
27 10
28 11 ประสง ์ค
29 11 แบบทดสอบห ัลง
30 11
31 11 เ ีรยน
32 11
33 10 15 52 27 27 12 10 155
34 10 10 8 124
35 10 13 42 19 22 10 8 125 ผ่าน
36 11 10 8 125 ผ่าน
37 10 12 42 20 22 10 8 126 ผ่าน
38 10 10 8 126 ผ่าน
39 10 12 42 19 23 10 8 126 ผ่าน
40 11 10 8 124 ผ่าน
รวม 420 13 42 19 24 10 9 126 ผ่าน
X 10.50 10 9 126 ผา่ น
S.D. 0.51 13 42 19 24 10 8 126 ผา่ น
รอ้ ยละ 87.50 10 8 125 ผา่ น
13 42 19 24 10 8 125 ผา่ น
10 9 127 ผา่ น
13 42 19 22 10 8 124 ผา่ น
10 8 124 ผา่ น
12 42 20 22 10 8 125 ผา่ น
10 8 124 ผา่ น
12 42 19 23 10 9 125 ผา่ น
10 8 124 ผา่ น
12 42 19 24 10 8 126 ผา่ น
400 327 5,002 ผ่าน
12 42 19 23 10.00 8.18 125.05
0.00 0.38 0.88
12 42 19 23 83.33 81.75 80.68

13 42 19 24

12 42 19 23

12 42 20 22

12 42 19 23

13 42 19 22

12 42 19 23

12 42 19 23

12 42 19 24

490 1,680 770 915

12.25 42.00 19.25 22.88

0.44 0.00 0.44 0.79

81.67 80.77 71.30 84.72

ผผู้ ่านเกณฑ์การประเมนิ ตอ้ งไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 124 คะแนนข้นึ ไป

ลงช่อื ……………………………………………………ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวภาวณิ ี เพ็งธรรม)

ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ

33

ภาคผนวก

34

แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน

กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3

เรอ่ื ง อาหารประเภทลาบ จานวน 10 ขอ้ 10 คะแนน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คาชแี้ จง 1. ให้นักเรียนทำเครื่องหมำย x ทบั ขอ้ ก , ข, ค, และ ง

2. เลือกคำตอบทถี่ ูกตอ้ งท่ีสดุ เพียงข้อเดยี ว

1. ขอ้ ใดเปน็ การเตรยี มตัวผปู้ ระกอบอาหารทดี่ ี
ก. ทำควำมสะอำดเลบ็ มือให้สะอำด
ข. ไม่ควรพูดคุยขณะประกอบอำหำร
ค. ผ้ปู ระกอบอำหำรต้องรักษำควำมสะอำดของเสน้ ผมและหนังศีรษะเสมอ
ง. ถกู ทุกข้อ

2. ผไู้ ม่เหมาะสมท่ีจะมาประกอบอาหารคือบคุ คลในข้อใด
ก. โรคพิษสุรำเร้อื รัง
ข. โรคอุจจำระร่วงอย่ำงแรง
ค. โรคผอมแหง้
ง. โรคเบือ่ อำหำร

3. ข้อใดเป็นขนั้ ตอนแรกในการทาลาบเน้อื
ก. สบั เนอ้ื ววั ให้ละเอียด
ข. เคลำ้ เนื้อววั กับนำ้ มะนำว
ค. ใส่น้ำปลำ เกลอื ป่น
ง. โรยหอมแดง ต้นหอม ผกั ชฝี รง่ั

4. เคร่ืองปรุงชนดิ ใดของลาบเน้ืออสี านท่ีแตกตา่ งจากลาบเนือ้ ภาคกลาง
ก. นำ้ ปลำ
ข. เกลือ
ค. ปลำรำ้
ง. มะนำว

35

5. เครือ่ งปรงุ ใดของลาบเนอื้ อสี านทีท่ าใหม้ รี สเปรี้ยว
ก. นำ้ ตำล
ข. มะนำว
ค. เกลือ
ง. ขำ้ วคว่ั

6. เน้อื ววั ให้สารอาหารชนิดใดต่อรา่ งกาย
ก. ใหส้ ำรอำหำรคำร์โบไฮเดรต
ข. ให้สำรอำหำรไอโอดนี
ค. ให้สำรอำหำรโปรตนี
ง. ใหส้ ำรอำหำรแคลเซยี ม

7. สะระแหน่ให้ประโยชน์และสรรพคุณทางยา อย่างไร
ก. ช่วยในกำรขบั ลม
ข. ใชด้ มแกห้ วัด น้ำมกู ไหล
ค. แก้เลอื ดออกตำมไรฟนั
ง. แก้หิด กลำก เกลื้อน

8. ขอ้ ใดเป็นสรรพคุณทางยาของมะนาว
ก. ใช้ดมแกห้ วัดคัดจมกู
ข. แกห้ ิด กลำก เกลื้อน
ค. แกแ้ มลงต่อย
ง. แก้เลอื ดออกตำมไรฟนั เหงือกบวม

9. การขาดทนุ หมายถึงข้อใด
ก. รำคำขำยไดม้ ำกกว่ำต้นทนุ
ข. รำคำขำยได้นอ้ ยกวำ่ ตน้ ทุน
ค. รำคำขำยได้เทำ่ กบั ตน้ ทนุ
ง. รำคำขำยลบด้วยต้นทุน

10. นายเอกพรขายลาบเนอ้ื อสี านได้เงนิ 120 บาท ตน้ ทุน 70 บาท นายเอกพรขายไดก้ าไร
กี่บาท
ก. ได้กำไร 30 บำท
ข. ได้กำไร 40 บำท
ค. ได้กำไร 50 บำท
ง. ไดก้ ำไร 60 บำท

36

บัตรเนอื้ หาท่ี 1
การเตรียมพรอ้ ม การประกอบอาหารประเภทลาบ

1. การเตรยี มตวั ผู้ประกอบอาหาร

สขุ ลกั ษณะท่ีดใี นระหวา่ งการเตรยี ม ปรงุ ประกอบอาหาร

การเตรียมตวั ก่อนปรุงอาหาร
1. ต้องแต่งกายใหส้ ะอาด สวมเสอ้ื มแี ขน ผกู ผ้ากันเป้ือน ใสห่ มวกหรือเน็ตคลุมผม
2. ล้างมอื ให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหารและหลังออกจากห้องน้า
3. ตดั เลบ็ ใหส้ ้ัน ไมส่ วมแหวน กรณีทมี่ ีแผลทข่ี ้อมอื ต้องรักษาและปดิ พลาสเตอร์ไว้

ระหว่างการปรุงและประกอบอาหาร
1. ตอ้ งปรงุ และประกอบอาหารบนโต๊ะ สูงพน้ จากพน้ื
2. เมอ่ื ไอ หรอื จาม ต้องใชผ้ า้ สะอาดปดิ ปากและจมูกทุกครั้ง
3. ไมพ่ ูดคยุ ไม่สูบบหุ รี่ ในขณะปรุงและประกอบอาหาร
4. การชมิ อาหารระหว่างปรุง ต้องตักแบ่งใสถ่ ้วยและใชช้ อ้ นชิมเฉพาะ
5. ปรงุ อาหารใหส้ ุก สะอาดเสมอ

37

บตั รเนอ้ื หาที่ 1
การเตรียมพร้อม การประกอบอาหารประเภทลาบ

2. การเตรยี มอุปกรณ์
การประกอบอาหารประเภทลาบ ต้องมกี ารเตรียมอุปกรณใ์ ห้พรอ้ ม ดงั นี้

มีดห่นั เขียง

มดี สับ ครก , สาก

หมอ้ กระทะ
ภาชนะบรรจุอาหาร

38

บัตรเนอ้ื หาท่ี 1
การเตรียมพรอ้ ม การประกอบอาหารประเภทลาบ

3. การเตรยี มเครอ่ื งปรุง
การประกอบอาหารประเภทลาบตอ้ งมีการเตรยี มเครื่องปรงุ ดังนี้
เตรียมวัตถุดบิ หลกั เช่น เนือ้ สัตว์ (เนอ้ื ววั หมู ไก่ เปด็ ปลา) เป็น

นา้ ปลารา้ น้าปลา

พรกิ ปน่ ขา้ วคั่ว

39

บัตรเน้อื หาที่ 1
การเตรยี มพรอ้ ม การประกอบอาหารประเภทลาบ

3. การเตรียมเคร่ืองปรุง

การทาพริกป่น

ส่งิ ทต่ี อ้ งเตรียม
พรกิ แห้ง น้ามนั พืชเล็กน้อย
ข้ันตอนการทา้

1. นา้ กระทะตั้งไฟใชน้ ้ามันพืชทาลงในกระทะที่จะค่ัวพรกิ ให้ท่ัว
(เพ่ือคั่วพริกไมใ่ หม้ ีกลนิ่ ฉนุ ) แลว้ เปดิ ไฟอ่อนๆ แล้วนา้ พรกิ ไปค่ัวใหแ้ หง้ กรอบและ
เปล่ยี นเปน็ สเี ขม้

2. นา้ พริกที่คัว่ แล้วมาโขลกใหล้ ะเอยี ดหรือจะโขลกแบบหยาบๆ ก็ได้

การทาข้าวคว่ั
ส่ิงทตี่ ้องเตรียม
ข้าวสารข้าวเหนยี ว ข่าห่นั ฝอย ตะไครห้ ัน่ ฝอย
ข้นั ตอนการท้า

1. นา้ ข้าวเหนียวไปซาวน้าและเทใส่กระชอนทิ้งไวใ้ ห้สะเด็ดน้า
2. ตัง้ กระทะไฟแรง พอรอ้ น เทท้ังหมดลงไป คั่วด้วยการคนไปมา ลดไฟลง ค่ัวไปเรื่อยๆ

อยา่ ละมือ ขา้ วจะเร่มิ แห้ง และค่อยๆเปล่ยี นสี ตะไคร้ ข่า ริมๆจะเร่ิมไหม้ แต่อยา่ ไป
สนใจ เร่งมอื คั่วต่อไป ชว่ งน้ีห้ามหยุดมือ จนกว่าข้าวจะเปน็ สีน้าตาลออ่ นๆ จะหอม
กล่นิ ไหม้นิดๆ เป็นอนั วา่ ใช้ได้
3. ท้ิงไวใ้ หเ้ ย็น แล้วนา้ ไปโขลกหรือบดใหล้ ะเอยี ด

40

บัตรเน้อื หาท่ี 1
การเตรียมพร้อม การประกอบอาหารประเภทลาบ

3. การเตรียมเคร่อื งปรงุ

หอมแดงซอย ตน้ หอมหน่ั ฝอย

ผกั ชฝี รง่ั หน่ั หยาบ ใบมะกรดู ห่นั ฝอย

ใบสะระแหน่ ผักเครื่องเคยี ง

41

บัตรเนื้อหาท่ี 2
การประกอบ การปรงุ และการจดั เครื่องเคยี ง ลาบเนอ้ื โคขุนโพนยางคา

ขนั้ ตอนวิธใี นการท้าลาบเนอ้ื โคขุนโพนยางค้ามสี ่วนประกอบอะไรบ้าง

ส่วนประกอบการทาลาบเน้อื อีสาน
1. เนือ้ วัว
2. มะนาว
3. พรกิ ป่น
4. ขา้ วควั่
5. ปลารา้
6. น้าปลา
7. เกลอื
8. หอมแดงซอย
9. ตน้ หอมหั่นฝอย
10. ผกั ชฝี รงั่ หน่ั หยาบ
11. ใบมะกรดู ห่นั ฝอย
12. ใบสะระแหน่

42

บตั รเน้อื หาท่ี 2
การประกอบ การปรงุ และการจดั เครือ่ งเคยี ง ลาบเนื้อโคขนุ โพนยางคา

ข้นั ตอนวธิ ใี นการท้าลาบเนื้อโคขนุ โพนยางค้ามีขน้ั ตอนอย่างไร

ขัน้ ตอนการทาลาบเน้อื โคขุนโพนยาง
คา

1. นา้ เนอ้ื วัวมาห่นั เปน็ ชน้ิ แล้วสบั ให้ละเอียด
2. คั้นเน้อื กบั น้ามะนาว บบี นา้ ออกเอาน้าที่คนั้ ไปตง้ั ไฟให้เดือด ใสเ่ นอ้ื สับและน้าปลารา้

ลงไปคนจนเน้ือสุก แล้วยกลง
3. เคลา้ เนือ้ กบั นา้ มะนาว นา้ ปลา เกลือ พริกปน่ ขา้ วค่ัว ให้เข้ากนั
4. เม่ือปรงุ เรยี บร้อยแลว้ ใส่หอมแดงซอย ตน้ หอมหัน่ ฝอย ผกั ชีฝร่งั ห่ันหยาบ ใบมะกรดู

หัน่ ฝอย คนให้ทั่ว
5. ตกั ลาบเน้ือใสจ่ านแบน โรยหน้าดว้ ยใบสะระแหน่
6. จัดผักสดรบั ประทานกบั ลาบ เชน่ แตงกวา มะเขือ ถว่ั ฝกั ยาว

ผักเมก็ ฯลฯ

43

บัตรเน้ือหาท่ี 2
การประกอบ การปรงุ และการจดั เคร่ืองเคยี ง ลาบเนื้อโคขุนโพนยางคา

ลกั ษณะที่ดขี องลาบเนือ้ โคขุนโพนยางค้า มลี ักษณะอยา่ งไร

- เน้อื สับละเอยี ด ไม่ตดิ กันเป็นพวง เนื้อต้องสกุ
- รสชาติ เค็ม เปรยี้ ว เผด็ หอมกล่นิ ข้าวคัว่ และปลาร้า

การทา้ ลาบเนอื้ โคขนุ โพนยางคา้ มเี ทคนคิ อย่างไร

การคั้นเนื้อเอาน้าออกมาปรงุ อาหารเปน็ การช่วยรักษา คุณคา่ ทางอาหารได้วิธีหนง่ึ
และยังจะท้าให้อาหารน่ารบั ประทานยิ่งขนึ้

44

บตั รเนอื้ หาที่ 3
ประโยชน์และสรรพคุณของลาบเนอื้ โคขุนโพนยางคา

เครอ่ื งปรุง สารอาหารท่ีไดร้ ับ
เน้ือวัว
พริกขห้ี นูแหง้ ใหส้ ารอาหาร โปรตีน ไขมนั คาร์โบไฮเดรต เหลก็ ,
หอมแดง ฟอสฟอรัส, สังกะสี, ซลี เี นียม และ แมกนีเซยี ม
ขา้ วคว่ั
มะนาว ให้สารอาหาร คาร์โบไฮเดรต โปรตนี แคลเซียม ฟอสฟอรัส
เหล็ก เบต้าแคโรทีน วิตามนิ เอ วิตามนิ บี 2 วิตามินซี
ปลาร้า
ให้สารอาหาร โปรตนี ไขมัน คารโ์ บไฮเดรต แคลเซียม
ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วติ ามนิ บี 1 วติ ามนิ ซี

ให้สารอาหาร โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต ไขมนั วิตามินบี
เกลือแร่

ให้สารอาหาร ไขมัน คารโ์ บไฮเดรต โปรตนี แคลเซยี ม
ฟอสฟอรัส เหล็ก วติ ามนิ เอ วติ ามนิ บี 1 วิตามนิ บี 2
ไนอาซีน และวติ ามนิ ซี

ให้สารอาหาร คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตนี วติ ามิน และ
เกลอื แร่

45

บัตรเนือ้ หาท่ี 3
ประโยชนแ์ ละสรรพคุณของลาบเนอ้ื โคขนุ โพนยางคา

เครื่องปรงุ สารอาหารที่ไดร้ บั
เกลอื
นา้ ปลา ให้สารอาหาร แคลเซยี ม และเหล็ก
ต้นหอม
ใบสะระแหน่ ให้สารอาหาร โปรตนี กรดอะมโิ น วิตามนิ และเกลือแรต่ ่างๆ
ผกั ชฝี ร่งั
ให้สารอาหาร โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมนั แคลเซียม
ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ และวติ ามนิ ซี
ให้สารอาหาร โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซยี ม เหล็ก
ฟอสฟอรสั วิตามนิ บี 1 2 วติ ามนิ ซี
ใหส้ ารอาหาร แคลเซยี ม เหล็ก โพแทสเซยี ม ไอโอดีน
วิตามนิ เอ วิตามนิ บี 1 วติ ามินบี 2 วติ ามนิ ซี ไนอาซนิ

46

บตั รเน้อื หาท่ี 3
ประโยชนแ์ ละสรรพคุณของลาบเน้ือโคขุนโพนยางคา

ผักชีฝรง่ั สรรพคณุ ของผกั สมุนไพร
หอมแดง
แก้กลนิ่ ปาก แกป้ วดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ เปน็ ยาถ่าย และยังมี
พรกิ สารต้านมะเรง็ บางชนิด

มะนาว ช่วยขบั ลม แกท้ ้องอดื ช่วยย่อยและเจรญิ อาหาร แก้บวมน้า แก้
สะระแหน่ อาการอักเสบต่าง ๆ ขับพยาธิ ช่วยใหร้ า่ งกายอบอุ่น

พริกมีวิตามนิ ซี สูง เป็นแหลง่ ของกรด ascorbic ซ่งึ สารเหลา่ นี
ช่วยขยายเสน้ โลหติ ในลา้ ไส้และกระเพาะอาหารเพื่อให้ดดู ซมึ
อาหารดขี ึน ชว่ ยรา่ งกายขบั ถ่าย ของเสียและ
น้าธาตอุ าหารไปยังเนือเยื่อของรา่ งกาย

ขับเสมหะ แกไ้ อ เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม นอกจากนยี ัง
ชว่ ยแกอ้ าการปวดศรี ษะ แก้อาเจยี น เมาเหลา้ ขจัดคราบบุหรี่
บ้ารงุ ตา บา้ รุงผวิ

แกป้ วดท้อง แกจ้ ุกเสียด ขบั ผายลม ขบั เหง่ือขับลม ถอนพิษไข้
แก้ไอ ขบั เสมหะ แก้ปวดศรี ษะ ดมแก้ลม


Click to View FlipBook Version
Previous Book
nuzul
Next Book
PROYEK MAJALAH ASIX